The Pain of Hers เธอ... อันตรธาน

ตอนที่ 15 : Chapter 5 เธอ... ไม่หวนคืน [2/3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 110
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    21 มิ.ย. 63

 

“ผมไม่เอาดีกว่าครับ พี่ปังปอนด์เอาอะไรมั้ยครับ”

“ไม่อ่ะ”

“เมยเปลี่ยนใจแล้ว เมยเอาสตรอเบอรี่ช็อตเค้ก”

พี่รสาเรียกพนักงานมารับออเดอร์เพิ่ม เค้กสองชิ้นมาเสิร์ฟตอนเราทานเสร็จพอดี ม่อนที่สงบเสงี่ยมขึ้นมาหน่อยตักเค้กชิมก่อนจะเงยหน้าขึ้นบอกทุกคน

“อร่อยมากกกก ม่อนชอบเค้กชาเขียววว”

ทว่าสายตาผมจับจ้องอยู่ที่สตรอเบอรี่ช็อตเค้กของเมย ถ้าไม่มีสตรอเบอรี่... มันก็คือเค้กนมสดธรรมดา

“พี่ไนน์ชิมเค้กชาเขียวมั้ยคะ” น้องม่อนแอบถามตอนที่พี่รสาคุยกับพี่ปังปอนด์เรื่องที่ทำงาน ผมส่ายหน้าปฏิเสธยิ้มๆ แล้วหันไปทางเด็กอีกคนที่มองผมอยู่พอดี

“อยากชิมมั้ยคะ เมยเห็นพี่ไนน์มองอยู่”

“ชิมได้เหรอครับ?”

“ค่ะ”

น้องม่อนแทบทำช้อนร่วงตอนที่ผมขออนุญาตน้องเมยชิมเค้กหนึ่งคำด้วยช้อนอีกคันที่ให้มาเพิ่ม ผมตัดเค้กไม่ให้ติดสตรอเบอรี่ก่อนจะเอาเข้าปากอย่างไม่ได้คิดอะไร

หากรสชาติของเค้กมัน... คุ้นมาก

เค้กส่วนใหญ่รสชาติจะคล้ายกันจนแยกไม่ออก แต่สำหรับบางคนที่ชอบสรรหาความแตกต่างให้ตัวเองมักจะมีวิธีใส่ความเป็นตัวเองลงไปจนทำให้รสชาติอาหารแตกต่างจากที่อื่น อาจจะด้วยวัตถุดิบที่เลือก เทคนิคส่วนตัวที่ปรับเอาจากมาตรฐาน

รสชาติแบบนี้ครั้งหนึ่งผมต้องเคยกินที่ไหนมาก่อนแน่ๆ

“ทำไมพี่ไนน์นิ่งไปอย่างนั้นล่ะคะ สงสัยจะไม่อร่อย” น้องม่อนเหล่มองน้องตัวเองที่นั่งเฉยๆ ไม่พูดอะไร

“อ้าว คุณเจนนี่มาพอดี คุยกันต่อได้เลยค่ะ ฉันทานเสร็จแล้ว” พี่รสาบอกเจ้าของร้านที่เดินมาที่โต๊ะอีกครั้ง ผมรีบใช้จังหวะที่ยังไม่มีใครเปิดประเด็นถามหาที่มาของเค้ก

“ขอโทษนะครับ เค้กรับมาจากที่ไหนเหรอครับ”

“อ้อ เค้กทางร้านเราทำเองค่ะ” อีกฝ่ายตอบอย่างเป็นกันเอง ผมพยักหน้าเล็กน้อยแล้วชี้สตรอเบอรี่ช็อตเค้กตรงหน้าเมย

“ขอแบบนี้อีกที่นะครับ”

“ได้เลยค่ะ” เจ้าของร้านรับคำแล้วหันไปสั่งกับใครบางคนที่เดินถือถาดเค้กออกจากครัวมาใส่ตู้แช่ด้านหน้าพอดี “แพรจ๊ะ สตรอเบอรี่ช็อตเค้กโต๊ะหกที่นึงจ้ะ”

“ค่ะพี่เจนนี่”

เสียง...

ผมหันไปมองผู้หญิงที่ชื่อ ‘แพร’ หากเธอกำลังก้มๆ เงยๆ อยู่หลังตู้จึงเห็นหน้าไม่ชัด ไม่รู้ว่าวันนี้เป็นอะไรถึงรู้สึกแปลกๆ อยู่ตลอดเวลา เหมือนกำลังอยู่ใกล้กับอะไรบางอย่างที่คุ้นเคย

คงไม่ใช่คนรู้จักหรอก ถึงเสียงจะคุ้นหูก็เถอะ

คุณเจนนี่ เจ้าของร้านถูกเชิญให้นั่งข้างพี่ปังปอนด์แบบเดิมและเริ่มคุยเรื่องที่ค้างไว้ น้องม่อนกินเค้กชาเขียวของตัวเองต่อเงียบๆ อย่างอารมณ์ไม่ค่อยดีเท่าไร ขณะที่น้องเมยฟังที่คุณเจนนี่พูดอย่างตั้งใจแล้วถามพี่รสาเรื่องที่ไม่เข้าใจเป็นระยะๆ ผ่านไปสักพักเค้กของผมก็มาเสิร์ฟ

“สตรอเบอรี่ช็อตเค้กท่านไหนคะ”

“ผม…”

ทันทีที่หันไปมองคนเสิร์ฟ ผมเบิกตากว้างและพูดอะไรไม่ออก เสียงหายไปแทบจะทันที ไม่คาดคิดว่าจู่ๆ จะได้เจอกับผู้หญิงคนนี้อีกครั้งหลังจากตัดสินใจปล่อยเธอหายไปจากชีวิตแล้วเมื่อสี่เดือนก่อน

หลังจากวันนั้น... ที่เห็นใบหน้าของเธอในรูปหน้าศพ

“วาว…” ผมพึมพำชื่ออีกฝ่ายที่จำได้ขึ้นใจ เธอยิ้มบางแล้วเดินเข้ามาเสิร์ฟเค้กให้ รูปร่างกับลักษณะท่าทางแทบไม่เปลี่ยน เพียงแค่ผมสั้นลงกว่าเดิม รวมถึงกลิ่นน้ำหอมไม่ใช่กลิ่นกุหลาบแบบเดิม อ่า... ทำไมผมถึงยังจำได้นะ

ผมได้แต่มองเธออยู่แบบนั้น ตั้งแต่เธอวางจานเค้กจนถอยห่างออกไป คิดว่าเธอจะทักทายกันอย่างคนเคยรู้จักบ้างแต่ก็ไม่สักนิด

“แพร เดี๋ยวลูกค้าโต๊ะนี้จะมาจัดงานวันเกิดอาทิตย์หน้านะจ๊ะ เป็นวันเกิดของน้องๆ สองคนนี้” คุณเจนนี่บอกเธอ แต่ที่น่าแปลกคือเรียกเธอว่า ‘แพร’

“เกิดวันเดียวกันด้วยเหรอคะ” เธอยิ้มทักทายเด็กสองคน รอยยิ้มนี้... ไม่มีทางเป็นคนอื่นแน่ “ชื่ออะไรกันคะเนี่ย”

“ม่อนค่ะ น้องชื่อเมย” น้องม่อนตอบให้ ต่อด้วยชี้เค้กชาเขียวที่เหลือไม่กี่คำ “ใครทำเหรอคะ”

“พี่ทำเองค่ะ ทำไมเหรอคะ ไม่อร่อยเหรอ”

“อร่อยค่ะ แต่พี่น่าจะทำให้มันน่ากินกว่านี้นะคะ ดูสิ แฟนม่อนไม่กิน”

“ไอ้ม่อน!! แกจะจีบพี่เขาอีกนานมั้ย หน้าฉันบางกว่าแกนะเว้ย!” พี่รสาขึ้นเสียงอย่างทนไม่ไหว หากนั่นทำให้คนรอบข้างหัวเราะครืน โดยเฉพาะวาววรินทร์

“นี่แฟนน้องม่อนเหรอคะ โอโห หล่อมากเลยค่ะ” ดวงตาคู่นั้นมองผมอีกครั้ง ไม่มีวี่แววว่าเคยรู้จักกันมาก่อนจนน่าแปลก เธอลืมทุกอย่างไปแล้วงั้นเหรอ?

หรือจะไม่ใช่คนเดียวกัน เพราะถ้าเป็นวาว... จะต้องมีความเจ็บปวดซ่อนในแววตาที่มีความสุข

“ไว้พี่จะแต่งหน้าเค้กให้ดีกว่านี้นะคะน้องม่อน”

“เอาให้ดีกว่าหน้าพี่เลยนะคะ”

“ดีกว่าหน้าน้องม่อนด้วยค่ะ”

ผมมองเค้กตรงหน้า นึกออกแล้วว่าเคยชิมที่ไหน... ที่บ้าน เมื่อสี่เดือนก่อน

“คุณแพรได้สูตรเค้กมาจากไหนเหรอครับ” ผมถามคนที่กำลังคุยเล่นกับน้องม่อนอย่างสนุกสนาน ไม่รู้ว่ากำลังมองเธอด้วยสายตาแบบไหนอีกฝ่ายถึงได้ชะงักไป แต่แอบรู้สึกว่าเสียงตัวเองแข็งกว่าปกติ

“เอ่อ... แพรก็เรียนรู้ไปเรื่อยน่ะค่ะ ยูทูปบ้าง หนังสือทำอาหารบ้าง”

“แล้วทำอาหารเป็นหรือเปล่าครับ”

“เป็นบ้างบางอย่างค่ะ”

“ถ่อมตัวจริงๆ เล้ย ทั้งๆ ที่ไปช่วยแม่ครัวแทบทุกวัน” คุณเจนนี่แซวยิ้มๆ ส่วน ‘แพร’ เธอเลือกที่จะถอยห่างจากโต๊ะและผงกหัวให้เราทุกคน

“แพรไปทำงานก่อนนะคะ”

ผมมองตามหลังคนที่เดินหายเข้าไปในครัว ยังไม่ทันที่คุณเจนนี่จะพูดเรื่องงานต่อผมก็เอ่ยปากถาม ไม่ได้ขออนุญาตผู้อาวุโสกว่าอีกสองคน

“คุณเจนนี่ครับ รับคุณแพรเข้ามาทำงานตั้งแต่เมื่อไรครับ ผมคุ้นหน้าเธอมากเลย”

“ประมาณสามสี่เดือนก่อนน่ะค่ะ”

“เธอมีชื่อจริงว่าอะไรเหรอครับ”

“เจนนี่จำไม่ได้ค่ะ คุณคุ้นแพรจากที่ไหนเหรอคะ”

“เอ่อ…” ผมอ้ำอึ้งเล็กน้อย ขืนบอกไปว่าจากงานศพคงทำให้ทั้งโต๊ะแตกตื่น แต่ถ้าจะให้คุณเจนนี่ช่วยเช็คประวัติของแพรก็ดูโจ่งแจ้งไปหน่อย “ผมจำไม่ได้ครับ แค่รู้สึกว่าคุ้น”

“อาจจะเคยบังเอิญเดินผ่านกันก็ได้นะคะ” คุณเจนนี่ออกความเห็น “ยังไงถ้าเธอว่างจะลองถามให้นะคะว่าคุ้นหน้าคุณบ้างหรือเปล่า”

“ขอบคุณครับ เชิญคุยเรื่องงานดีกว่าครับ ไม่รบกวนแล้ว”

ผมก้มลงตักเค้กชิมอีกครั้ง และทุกครั้งที่ได้รับรู้รสชาติ ความทรงจำที่ผ่านมาเริ่มชัดเจน ยิ่งเธอทำงานที่นี่ มันยิ่งใช่

...เธอคือวาววรินทร์

 

*********************

มั่นใจขนาดนี้ ใช่หรือไม่ใช่ดีนะ

FRIDAY BEAST

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

18 ความคิดเห็น