The Pain of Hers เธอ... อันตรธาน

ตอนที่ 14 : Chapter 5 เธอ... ไม่ย้อนคืน [1/3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 133
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    20 มิ.ย. 63

 

Chapter 5

เธอ... ไม่ย้อนคืน

 

สี่เดือนผ่านไป

“ไม่ได้สิคุณ! บ้านกำลังรีโนเวตแบบนั้นจะให้ฉันเชิญเพื่อนลูกเข้าไปจัดปาร์ตี้เหรอ พ่อแม่เขาได้ด่าฉันยันบรรพบุรุษแน่! โอ๊ย ต้องจัดให้ตรงวันสิคุณ! เลื่อนไม่ได้!”

ผมกับพี่ปังปอนด์หันไปตามเสียงโวยวายที่ดังไม่ใกล้ไม่ไกล เราทั้งคู่ออกมาจากห้องเย็นเก็บสินค้า ก่อนจะเดินตามเสียงโดยไม่ต้องเสียเวลาปรึกษากันด้วยซ้ำ ซึ่งต้นเสียงก็คือพี่รสา หัวหน้าฝ่ายจัดซื้อที่โทรคุยกับใครสักคนด้วยอารมณ์ที่ดุเดือด

“โอเค คุณไม่ว่างเดี๋ยวฉันรับลูกไปดูร้านเองก็ได้ จะออกแล้ว แค่นี้แหละ!”

“มีอะไรคะพี่รสา หงุดหงิดเชียว” พี่ปังปอนด์เดินออกไปทักพี่รสาที่ยังคงทำหน้านิ่วคิ้วขมวด ส่วนผมเพียงแค่ถือแฟ้มเอกสารเดินตามอยู่ข้างหลัง

“จะวันเกิดลูกแล้วเลยต้องจัดงานวันเกิด แต่พอดีบ้านกำลังต่อเติมอยู่ นี่ก็ว่าจะหาที่ข้างนอกใกล้ๆ โรงเรียน เพื่อนลูกจะได้ไปกันได้” พี่รสาอธิบายเซ็งๆ ทำเอาพี่ปังปอนด์ถึงกับหลุดขำ

“ซีเรียสขนาดนั้นเลยเหรอพี่?”

“เออ นี่ก็ทะเลาะกับผัว ผัวบอกให้เลื่อนวันเกิด บ้าเหรอ เบ่งลูกออกมาแล้วจะให้ย้อนเวลากลับไปอั้นลูกแล้วเบ่งเดือนหน้าหรือไง!”

ผมกับพี่ปังปอนด์ขำพรืดพร้อมกันกับความตรงไปตรงมาของพี่รสาที่ยังคงเบ้ปากโมโห

“สามีพี่เขาหมายถึงเลื่อนจัดงานหรือเปล่าครับ จะได้ไม่ต้องเสียค่าเช่าที่ อยู่ในบ้านดูแลง่ายด้วย” ผมลองเสนอความคิดเห็นของตัวเองก่อนเอ่ยถาม “ลูกพี่รสาอายุเท่าไรเหรอครับ”

“คนเล็กเจ็ดขวบ คนโตสิบขวบ”

“แล้ววันเกิดใครครับ”

“ทั้งคู่”

“โห!!” พี่ปังปอนด์อ้าปากเหวอ “พี่รสาทำได้ยังไงอ่ะ ให้ลูกสองคนเกิดวันเดียวกัน ห่างกันสามปีเป๊ะๆ”

“คำนวณวันมาดี” คนตอบยักคิ้วให้ ก่อนจะกลับมาสนใจผมอีกรอบ “แต่ถ้าไม่จัดให้ตรงวัน ลูกพี่มันได้รวมหัวกันโกรธแน่ เอาเถอะ เช่าสนามเด็กเล่นสักที่แล้วไปปล่อยลูกที่นั่นแล้วกัน”

“เช่าสนามเด็กเล่น!? ตลกมั้ยเนี่ยพี่รสา” พี่ปังปอนด์โวยวายอย่างรับไม่ได้ “ไม่เลือกร้านอาหารที่เขามีที่จัดเลี้ยงล่ะ”

“แล้วที่ไหนล่ะน้องปังปอนด์สุดที่รัก เสนอมาซิ นี่พี่ต้องไปรับลูกไปดูสถานที่แล้ว”

“แปปนะ คิดก่อน...​ อ้อ ปอนด์รู้จักที่นึงพี่รสา แต่ไม่แน่ใจนะว่าใกล้โรงเรียนลูกพี่หรือเปล่า เป็นร้านอาหารตกแต่งน่ารัก ปอนด์ว่ามันเหมาะกับเด็กดีนะ เขารับจัดงานด้วย”

ผมหันไปมองหัวหน้าตัวเองในทันที เพราะเวลาคำว่า ‘ร้านอาหาร’ อยู่ใกล้กับคำว่า ‘เหมาะกับเด็ก’ มันทำให้ผมอดไม่ได้ที่จะคิดถึงใครคนหนึ่งที่ไปแล้วไปลับ ไม่คิดจะกลับมา

‘งั้นฉันเปิดร้านอาหารดีมั้ย เอาเป็นร้านอาหารเด็กเน้นกลุ่มลูกค้าครอบครัว แต่คุณต้องมาเป็นเชฟร้านฉันด้วยนะ ช่วยฉันทำอาหารให้เด็กกิน~’

ก็แค่พูดไปเรื่อยสินะ

“เฮ้ยดี บอกที่มาๆ เดี๋ยวจะพาลูกไป”

“เดี๋ยวปอนด์ส่งโลเคชั่นให้ในไลน์นะพี่”

“เอางี้มั้ย ถ้าเย็นนี้แกว่างไปกินร้านนั้นกัน ฉันเลี้ยงเอง แกจะได้ช่วยฉันดูว่ามันโอเคหรือเปล่า พอดีไม่เคยจัดงานนอกบ้านน่ะ”

“ก็ได้ ปอนด์ว่าง”

“ไนน์ล่ะ ไปกินข้าวกันมั้ย เดี๋ยวให้เจอลูก”

“…”

“ไนน์เอ้ย!”

“ครับ?” ผมหันไปหาคนเรียก เพิ่งรู้ว่าตัวเองเผลอใจลอยเมื่อถูกพี่สองคนมองแปลกๆ

“พี่รสาเขาจะเลี้ยงข้าว ไปมั้ย เดี๋ยวไปรถพี่ก็ได้” พี่ปังปอนด์บอก

“อ้อ จริงเหรอครับ”

“ใจลอยอะไร เมื่อกี้ไม่ได้ฟังเลยเหรอ”

“ขอโทษครับ ไปครับไป” ผมตอบรับพี่รสาอย่างว่าง่าย เนื่องจากปกติจะชอบตามติดพี่ๆ ที่ทำงานไปกินข้าวเย็นตลอด

หลังจากกลับไปเก็บเอกสารที่ออฟฟิศและตอกบัตรออกเรียบร้อย ผมก็ขึ้นรถพี่ปังปอนด์เพื่อไปยังร้านอาหารร้านหนึ่งที่พี่รสาอยากพาลูกไปดู แต่ก่อนไปเราแวะซุปเปอร์มาร์เก็ตซื้อของใช้ จะได้ไปถึงพร้อมกับพี่รสาที่ต้องแวะรับลูกที่โรงเรียนพอดี

ร้านที่พี่ปังปอนด์เสนอมีชื่อว่า ‘Lullabye’ เป็นร้านขนาดใหญ่ ด้านหน้ามีมาสคอตหมีตัวบะเร่อตั้งอยู่ วิธีการตกแต่งเน้นสีสันเหมือนตั้งใจดึงดูดเด็กจริงๆ ด้านข้างร้านมีทั้งสนามเด็กเล่น มุมถ่ายรูปน่ารักสำหรับครอบครัว ขนาดชุดพนักงานยังเป็นสีฟ้าตัดกับชมพูสว่างสดใส

“ที่นี่มันโคตรเตะตาเด็กเลย ว่ามั้ย” พี่ปังปอนด์ว่าหลังจากเข้ามาในร้าน ผมหันไปเห็นพี่รสาโบกมือให้จากโต๊ะในสุดจึงสะกิดคนข้างๆ แล้วชี้ไปทางนั้น

“พี่รสากับเด็กๆ อยู่ทางนั้นครับ”

ลูกของพี่รสาเป็นลูกสาวทั้งคู่ กำลังดูเมนูอาหารอย่างซีเรียส พอพวกเราเข้าไปนั่งทั้งคู่ก็เงยหน้าขึ้นมามอง ก่อนที่คนโตจะทำเมนูร่วงจากมือลงบนโต๊ะ และชี้หน้าผมด้วยมือสั่นๆ

“มะ... แม่ นี่ใคร”

“เป็นอะไรม่อน ทำหน้าอย่างกับเห็นผี นี่รุ่นน้องที่ทำงานแม่ไง ที่บอกว่าจะมากินข้าวด้วย”

“ม่อนไม่ได้เห็นผี ม่อนว่าม่อนเห็นเทวดา” ว่าจบน้องม่อนก็บิดตัวไปมาพลางมองผมด้วยสายตาหวานเยิ้มจนผมทำตัวไม่ถูก ได้แต่ยิ้มแห้งๆ ส่งกลับไป

“โอ้ ลูกฉัน” พี่รสากุมหัวเครียดพลางสะกิดลูกสาวคนเล็กที่นั่งอีกฝั่ง คนนี้ยังปกติดีอยู่ “เมย ดูพี่แกไว้แล้วอย่าเอาเป็นเยี่ยงอย่าง บิดจนตัวเป็นเกลียวหัวเป็นน็อตแล้ว”

“พี่ม่อนโดนตัวอะไรกัดเหรอแม่”

“ปล่อยมันไปเถอะ เอาล่ะ จะแนะนำแล้วนะ นี่ม่อน ลูกพี่คนโต นี่เมย ลูกคนเล็ก ม่อนเมย ไหว้พี่ปังปอนด์กับพี่ไนน์”

เมื่อได้รับคำสั่ง เด็กผู้หญิงสองคนก็ยกมือไหว้อย่างเรียบร้อย ผมกับพี่ปังปอนด์รับไหว้ด้วยรอยยิ้ม ก่อนที่พี่ปังปอนด์จะเข้ามากระซิบข้างหู

“คนอาร้ายยย หล่อกระแทกตาแม้กระทั่งเด็ก”

“พี่ไนน์คะ ม่อนจะจัดงานวันเกิดที่นี่ค่ะ มางานม่อนนะคะ”

“อ้าว ไหนแกบอกขอคิดดูก่อน” พี่รสาเหลือบมองลูกสาวคนโตอย่างเอือมระอา “แกอย่าบ้าผู้ชายออกนอกหน้าได้มั้ย แม่แกนั่งอยู่ตรงนี้”

“แม่…” น้องม่อนเขยิบเข้าใกล้แม่ตัวเองแล้วทำท่ากระซิบ แต่ผมได้ยินถนัด “พี่เขายิ้มสวยมากเลยนะ ม่อนเก็บอาการไม่ได้”

“แม่ถามจริงนะม่อน แกสิบขวบจริงใช่มั้ย”

ผมยิ้มให้เด็กคนนั้นอย่างเอ็นดูจนแกบิดไปบิดมาหนักกว่าเดิม เห็นแล้วสงสารจนต้องก้มหน้ามองเมนูแทน หลังจากสั่งอาหารเรียบร้อย พี่รสากับพี่ปังปอนด์ก็คุยกับเจ้าของร้านเรื่องจัดงานวันเกิด เหมือนว่าเด็กทั้งคู่จะชอบที่นี่และเรื่องราคาก็ไม่ได้โหดไป จึงคุยกันได้ง่ายดายจนไปถึงเรื่องเมนูอาหารอย่างรวดเร็ว

เมื่ออาหารมา พี่เจ้าของร้านจึงปล่อยให้เราทานกันไปก่อนแล้วค่อยมาคุยต่อทีหลัง ทานไปได้ครู่หนึ่งม่อนก็สะกิดพี่รสาเพราะอยากสั่งเพิ่ม

“แม่ ม่อนอยากสั่งเค้กด้วย เอาเค้กชาเขียว เมยเอาอะไร”

“เมยจะกินไอติม”

“สั่งเองแล้วกัน แล้วพี่ไนน์เอาอะไรคะ เดี๋ยวม่อนสั่งให้”

“โอโห เสียงสองก็มา” พี่ปังปอนด์แทบกลอกตาเป็นเลขเก้าไทยเมื่อน้องม่อนหันมาถามผมเสียงหวานอย่างเด็กที่ถูกสอนมาดี ผมยิ้มขำเล็กน้อยแล้วถามกลับ

“มีเค้กอะไรบ้างครับ”

“เมื่อกี้ม่อนเดินไปดูมา มีเครปเค้กสายรุ้ง เค้กชาเขียว สตรอเบอรี่ช็อตเค้ก บานอฟฟี่พาย แล้วก็เค้กช็อคโกแลตค่ะ”

“อะไรน่ากินบ้างครับ?”

“ม่อนค่ะ”

ผัวะ!

“ดีๆ หน่อยแกน่ะ” พี่รสาทำตาเขียวใส่ลูกสาวหลังจากฟาดหลังไปหนึ่งที เล่นเอาผมกับพี่ปังปอนด์สะดุ้งไปตามๆ กัน “ไม่ต้องตกใจ นี่เป็นเรื่องปกติ”

 

**********************

สี่เดือนผ่านไปไวเหมือนนิยายของฉัน ฮา

และมาแล้วค่ะ นางร้ายของเรื่อง...​

น้องม่อน #ไม่ใช่

 

เตรียมพบอีกหนึ่งนางได้เร็วๆ นี้ แม่ตัวร้ายเลยทีเดียว

FRIDAY BEAST

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

27 ความคิดเห็น