The Pain of Hers เธอ... อันตรธาน

ตอนที่ 13 : Chapter 4 เธอ... อันตรธาน [3/3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 136
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    19 มิ.ย. 63

 

“เพื่อนวาวน่ะครับคุณอา ไม่มีอะไร” เขาปาดน้ำตาลวกๆ พลางใช้สายตาไล่ผมไปไกลๆ ผู้ชายที่เขาเรียกว่าคุณอาจ้องผมนิ่งก่อนเอ่ยถาม

“เพื่อนที่มหาวิทยาลัยเหรอ ชื่ออะไรน่ะเรา”

“เอ่อ... ไนน์ครับ คือว่า... ผมรู้สึก... สงสัย” ผมไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาอธิบายความรู้สึกที่ตีกันเละเทะในใจตอนนี้ แต่ความสงสัยขึ้นมาเป็นอันดับต้นๆ ผมไม่เข้าใจว่าเรื่องมันจะเป็นแบบนี้ไปได้ยังไง มันต้องมีอะไรที่อธิบายเรื่องเหลือเชื่อนี่ได้สิ

“ไนน์...” ท่านทวนชื่อผมสั้นๆ พร้อมเหล่มองอีกคนที่จ้องผมไม่วางตา แล้วเขาก็ถามด้วยน้ำเสียงอคติ

“สนิทกับวาวแค่ไหน ทำไมถึงทำเหมือนสติหลุดไปอย่างนั้น” 

ผมได้แต่ยืนนิ่งพูดอะไรไม่ออก ก่อนจะได้รับคำเชิญจากคนอาวุโสกว่า

“ไปวางดอกไม้หน้าศพก่อนดีกว่า ตามฉันมา”

ผมพาขาที่ไร้เรี่ยวแรงเดินตามคุณอาคนนั้นไป เขาพาผมไปวางดอกไม้ถึงที่ ผมใช้เวลาอยู่ตรงนั้นไม่นานเพราะยังรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น พอวางเสร็จก็รีบเดินหนีไป... ไปจากที่ตรงนี้ซะ

“เดี๋ยวก่อน!” คุณอาเดินตามมาจนถึงใต้ต้นไม้ใหญ่ที่ผมเคยคุยกับวาวหลังออกมาจากโบสถ์ ผมหยุดอยู่ตรงนั้น นึกถึงภาพเธอตอนที่นั่งยองๆ ร้องไห้ แล้วยื่นมือมาให้ 

ทุกอย่างมันชัดเจนเกินไป 

“ไม่จริง เป็นไปไม่ได้” ผมเอนหลังพิงต้นไม้ต้นนั้นอย่างไร้เรี่ยวแรง ในหัวคิดถึงแต่ภาพของคนที่เพิ่งจากไป

“เธอเป็นใคร ทำไมถึงมาทำตัวแปลกๆ ในงาน สนิทกับวาวมากเลยเหรอ”

“ผม... ไม่รู้” ผมส่ายหน้าให้คุณอาตรงหน้าอย่างสับสน ก่อนจะเล่าเรื่องเหลือเชื่อให้ฟัง “ผมเจอผู้หญิงคนนั้นเมื่อสามวันก่อนที่นี่ เธอบอกว่าชื่อวาววรินทร์ เธออยู่ที่บ้านผมสามวันสามคืนและหายตัวไปเมื่อเช้าวันนี้ พอผมมาที่นี่อีกครั้งก็เจอ... งานเผาศพ”

คนฟังยืนนิ่งไม่ไหวติง กอดอกมองผมอย่างประเมิน แน่สิ เรื่องเหนือจริงแบบนี้ใครจะไปเชื่อ

“เธอคิดว่าเธอเห็นวิญญาณลูกสาวฉัน หรือแค่เพ้อจนคิดไปเอง”

คุณอาคนนี้เป็นพ่อของวาวงั้นเหรอ...

“ไม่ครับ” ผมส่ายหน้าอีกครั้ง “ไม่ใช่วิญญาณ ไม่ใช่เรื่องคิดไปเอง เธอคือความจริง! ทุกอย่างมันคือความจริง!!”

“จะเป็นไปได้ยังไง ลูกสาวฉันเสียไปแล้ว”

“แต่ผมสัมผัสเธอได้! เธอมีชีวิต มีลมหายใจ วิญญาณที่ไหนจะทำอาหารให้ผมกินได้! วิญญาณที่ไหนจะซื้อตั๋วดูละครเวที! ไหนจะพาหมามาคืน ไหนจะเงินสดที่ทิ้งไว้อีก!” ผมระเบิดออกมาอย่างควบคุมตัวเองไม่อยู่ หายใจหอบถี่ด้วยความช็อคกับเรื่องที่เกิดขึ้น

“ฉันมีลูกสาวคนเดียว ไม่มีฝาแฝดที่ไหน เธอแน่ใจเหรอว่าคนที่เธอเจอคือวาววรินทร์ เอ... หรือเธอจะมีอาการทางประสาทจนละเมอเพ้อพกไปเอง ปั้นเรื่องขึ้นมาทั้งหมด”

“ผมปกติดีครับ! แล้วก็แน่ใจด้วยว่าผมเจอวาววรินทร์ ทั้งใบหน้า ชื่อ วันเกิด ทุกอย่างมันตรงหมด อ้อ...” เมื่อนึกได้ผมก็ควักแหวนใบมะกอกออกมาจากกระเป๋าเสื้อ “ผมมีแหวนวงนี้ บอกผมมาสิว่าไม่ใช่ของลูกสาวคุณ”

“…” ดวงตาที่เคยเฉยฉาวูบไหวเมื่อได้เห็นแหวนวงนั้น ก่อนจะเบือนสายตาไปทางอื่นอย่างไม่อยากยอมรับ

“ไม่ใช่เหรอครับ”

“ฉันไม่รู้ ลูกฉันมีแหวนตั้งหลายวง”

ผมกำแหวนแน่น พยายามนึกว่ามีหลักฐานอะไรอีกหรือเปล่า แต่ก็ไม่... ผมไม่เคยถ่ายรูปของวาวเก็บไว้เพราะชะล่าใจ คิดว่าค่อยถ่ายก่อนจากกัน เบอร์ติดต่อหรืออะไรก็ไม่มีสักอย่าง แม้แต่กระดาษที่เขียนว่า ‘ไปก่อนนะ’ ยังทิ้งไว้ที่บ้าน

“วันนี้เป็นวันเผาของวาว อย่ามาป่วนที่นี่ กลับไปได้แล้ว คิดซะว่าเรื่องที่เจอแค่ฝันไป”

“แต่ผมไม่ได้ฝัน” เป็นครั้งแรกในรอบหนึ่งสัปดาห์ที่ผมร้องไห้ออกมา นับตั้งแต่ช่วงแรกๆ ที่พ่อแม่เสียไป “ผมเชื่อว่าวาววรินทร์ยังไม่ตาย ส่วนศพนั่นจะเป็นใครผมไม่รู้”

“ถ้ามันจะทำให้เธอรู้สึกดีขึ้นก็อยู่กับความเชื่อต่อไปว่าวาวยังไม่ตาย!” พ่อของวาวตะคอกอย่างทนไม่ไหว “แต่ทุกคนที่นี่รับความจริงได้หมดแล้ว วาววรินทร์ฆ่าตัวตายไปเมื่อสี่วันก่อน!!” 

 

ไม่จริงหรอก...

ผมพูดกับตัวเองวนไปวนมาในใจแบบนั้นจนกลับมาถึงบ้าน ยิ่งมั่นใจขึ้นไปอีกเมื่อเงินยังอยู่ที่เดิม อาหารอยู่บนโต๊ะ ในตู้เย็นมีเค้กช็อคโกแลตขมปี๋กับเค้กนมสดที่ยังไม่หมด รวมถึงวัตถุสำหรับทำอาหารเต็มตู้ ผ้าเช็ดหน้ายังห้อยอยู่หลังบ้าน บนพื้นและโซฟามีเส้นผมยาวของผู้หญิงตกอยู่ประปราย ไหนจะรูปสิ่งของต่างๆ ที่ผมถ่ายไว้อีก ถึงจะไม่มีรูปของเธอเลยก็ตามที

ผมลองไปกดกริ่งบ้านลุงดำเกิง ถามแกว่าเห็นญาติผมบ้างมั้ย แกส่ายหน้าแล้วบอกว่าไม่เห็นวาวเลย แค่นั้นก็พอแล้วที่จะยืนยันว่าเธอมีตัวตน พอลองไปถามยามหน้าหมู่บ้านที่สังเกตการณ์อยู่ตลอด แกยังบอกเลยว่าเห็นผู้หญิงลากกระเป๋าออกไปขึ้นแท็กซี่หน้าหมู่บ้านตอนเช้ามืดแต่ไม่รู้ว่าไปที่ไหน ผมขอภาพจากกล้องวงจรปิดทว่ามันไม่ชัดนักเพราะเป็นภาพจากมุมสูง เห็นแค่บนหัวเท่านั้น

เนื่องจากไม่ได้กินอะไรเลยจนบ่าย ผมนั่งลงบนโต๊ะอาหารและจัดการทุกอย่างจนเกือบหมด วาวทำให้เยอะมากเหมือนรู้ว่าผมต้องวุ่นวายทั้งเช้า ผมเหม่อมองที่ที่เธอเคยนอน ครัวที่เธอเคยใช้ทำอาหาร ห้องน้ำที่เธอเคยเข้าออก ข้างในเต็มไปด้วยความรู้สึกคิดถึง แบบเดียวกับที่รู้สึกหลังพ่อกับแม่จากไปพร้อมกัน

ผมเคยจินตนาการว่าพวกท่านยังเดินไปมาในบ้าน อยู่ด้วยกันกับผมที่นี่ แต่ไม่ชัดเจนเท่ากับการเห็นวาวเมื่อสามวันที่ผ่านมา เพราะฉะนั้นเธอไม่ใช่ภาพในหัวที่ผมสร้างขึ้นมาเองแน่ๆ อีกอย่างคือผมไม่เคยรู้จักเธอมาก่อน จะคิดเป็นตุเป็นตะแบบที่พ่อของวาวพูดได้ยังไง

วาววรินทร์ ตอนนี้เธออยู่ที่ไหน แล้วเธอเป็นใครกันแน่ เข้ามา... แล้วก็จากไป ทิ้งเรื่องแปลกประหลาดนี้ไว้ในชีวิตของคนธรรมดาคนหนึ่ง

 

**********************

จบอีกตอน สูบพลังคนเขียนไปหมดแล้วจ้าาา

ตอนหน้าเป็นตอนทิ้งท้ายพาร์ทคุณไนน์ แล้วเรามาเดินทางย้อนอดีตชีวิตนุ้งวาวกัน

ตับไตพร้อม เลทส์โก!

 

FRIDAY BEAST

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

18 ความคิดเห็น

  1. #6 annmarie-a (@annmarie-a) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2563 / 19:51
    โหห หักมุมสุด แงง
    #6
    0