The Pain of Hers เธอ... อันตรธาน

ตอนที่ 12 : Chapter 4 เธอ... อันตรธาน [2/3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 135
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    18 มิ.ย. 63

 

วัดที่ผมมาคือวัดเดิมที่เจอวาวครั้งแรก และตอนนี้ผมก็มาอยู่หน้าพระพุทธรูปองค์เดิม จุดเดิมที่เจอเธอเคยยืนร้องไห้อยู่ข้างๆ พระพุทธรูปที่เขาว่าศักดิ์สิทธิ์นักศักดิ์สิทธิ์หนาอาจจะคืนพ่อกับแม่มาให้ผมไม่ได้ แต่อย่างน้อย... อาจจะช่วยคืนคนที่หายตัวไปได้

นี่ผมจะไม่ปล่อยวางจริงๆ สินะ

‘ขอให้เราได้เจอกันอีกครั้ง วาววรินทร์ อยากเห็นรอยยิ้มของเธออีกนะ’

ผมหลับตาอธิษฐานอยู่อย่างนั้นนานสองนาน ก่อนจะลืมตาขึ้นช้าๆ และมองข้างกายด้วยความหวังเล็กๆ

แต่ก็ไม่มีเธอ

สิ่งที่ทำให้ผมแปลกใจจนรู้สึกเหมือนเดจาวูคือจุดเดียวกับที่วาวเคยยืน บัดนี้มีผู้หญิงวัยกลางคนหนึ่งอายุประมาณสี่สิบปลายๆ ยืนแทนที่ เธออยู่ในชุดผ้าไหมแขนยาวกับกระโปรงยาวสีดำสนิทตั้งแต่หัวจรดเท้า กำลังยืนนิ่งเหม่อมองพระพุทธรูปตรงหน้า ปล่อยให้น้ำตาไหลออกมาเงียบๆ คนเดียว

อีกแล้วเหรอ? ที่ตรงนั้นมีอาถรรพ์หรือเปล่า ทำไมใครยืนก็ต้องร้องไห้

ผมมองคุณน้าคนนั้นเนิ่นนานมากแต่เธอก็ไม่ยักรู้ตัว สองมือยกขึ้นประนมที่กลางอก เอ่ยขอร้องด้วยความเจ็บปวดทรมาน

“ลูกยอมทุกอย่าง แลกด้วยอะไรก็ได้ ขอสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายช่วยดลบันดาล... ให้ทั้งหมดเป็นแค่ฝันไป”

เป็นไปไม่ได้หรอก ความจริงจะกลายเป็นความฝันได้ยังไง

ผมอยากเดินเข้าไปคุยกับคุณน้าคนนั้น แต่เหตุการณ์ทำนองนี้ที่เคยเกิดขึ้นมาก่อนรั้งเอาไว้ คุณน้าคนนี้ไม่ใช่วาว คงมีคนดูแลและไม่โดดเดี่ยวมากนัก ผมจะไม่เอาตัวเองเข้าไปอยู่ในสถานการณ์แบบเดิมอีกแล้ว

“กลับมาหาแม่ได้มั้ย... วาววรินทร์”

จากที่กำลังจะเดินจากไป ผมหันขวับไปทางคุณน้าคนนั้นอีกครั้งเนื่องจากรู้สึกเหมือนหูแว่ว ได้ยินชื่อคนที่กำลังนึกถึงอยู่ คุณน้าคงรู้ตัวว่าถูกมองจึงมองตอบทั้งน้ำตา ซึ่งดวงตาคู่นั้นช่างคุ้นเคยเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

เราจ้องมองกันอยู่อย่างนั้นกระทั่งมีผู้หญิงผมยาวในชุดดำอีกคนเข้ามาหาคุณน้า

“คุณอ้อนคะ โลงถูกย้ายไปที่เมรุแล้วนะคะ ไปลาคุณวาวเป็นครั้งสุดท้ายเถอะค่ะ”

วาว?

เมื่อกี้ชื่อที่ผมได้ยินคือวาววรินทร์จริงๆ เหรอ

“ไม่ไปได้มั้ย ฉันทำใจไม่ได้” คุณน้าเช็ดน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด ขณะผู้หญิงอีกคนได้แต่ส่งสายตาเศร้าสร้อยให้

“คุณวาวอาจจะอยากให้คุณอ้อนไปส่งเธอนะคะ ไปเถอะค่ะ คุณตรัยกับคุณลีรอคุณอยู่”

คุณน้าเช็ดน้ำตาเป็นครั้งสุดท้ายแล้วเดินนำออกจากโบสถ์ไปก่อน ปล่อยให้อีกคนเดินตามหลังไป ผมยืนตัวชาอยู่ที่เดิม ฟังจากบทสนทนาและดูจากการแต่งตัวของทั้งคู่แล้ว สรุปได้ว่าเกี่ยวข้องกับงานศพ และคงเป็นงานศพลูกสาวของคุณน้าที่ชื่อว่า ‘วาว’

ไม่ใช่หรอก คงเป็นคนละคน ถ้าเผาวันนี้หมายความว่าตายไปแล้วก่อนหน้านี้อย่างน้อยสามวัน

หากชื่อที่เหมือนกันสะกดจิตผมให้เดินตามไปดูเพื่อความมั่นใจ ผมเดินตามหลังทั้งคู่ไปห่างๆ เข้าไปในเขตเมรุเผาศพที่มีคนพลุกพล่าน ทุกคนล้วนใส่ชุดดำไว้อาลัยให้กับผู้ที่จากไป ตอนนี้ผมอยู่ในชุดเสื้อยืดสีขาวมีลายเล็กน้อยกับกางเกงยีนส์สีดำ แม้ไม่เรียบร้อยนักแต่พอจะเนียนไปกับเขาได้

ไม่ใช่เธอหรอก...

ผมเอาแต่บอกตัวเองอยู่อย่างนั้นเมื่อเดินเข้าไปใกล้ฝูงชน ขณะนี้มีคนเริ่มไปวางดอกไม้เพื่อเผาไปพร้อมกับศพ คุณน้าที่ชื่ออ้อนไปยืนสะอึกสะอื้นอยู่ตรงนั้นนานมากจนต้องมีคนช่วยประคองลงมา ผมละสายตาจากบริเวณนั้นเพื่อมองหารูปของศพที่กำลังจะเผา ต้องมีใครสักคนถือเอาไว้สิ

แล้วสายตาของผมก็หยุดที่ผู้ชายคนหนึ่ง เขาเป็นผู้ชายตัวสูง ผมสีน้ำตาลเข้ม ดวงตาเลื่อนลอยราวกับเสียน้ำตาไปมากจนไม่เหลือให้ไหลออกมาอีก ใบหน้าซีดเซียวคล้ายจะเป็นลมอยู่ตลอดเวลา ที่สำคัญคือกำลังกอดรูปไว้แน่น

รูปนั้น...​ ที่ทำให้ผมหน้าซีดไม่ต่างกัน

ผู้หญิงในรูปยิ้มบาง ผมจำได้ดีว่าเคยเห็นใบหน้าเธอคนนี้มาก่อน เคยเห็นผมสีดำสนิทยาวปรกกรอบหน้าเรียวได้รูป คิ้วทรงสวยเหนือดวงตากลม ขนตายาวเป็นแพหนา จมูกได้รูปและริมฝีปากที่เคยยิ้มให้อย่างมีความสุข ทุกอย่างชัดเจนในความทรงจำ ทำให้ผมหายใจไม่ออกและแทบทรงตัวไม่อยู่

…วาววรินทร์ เกียรติ์เกษม

ชาตะ 22 ธันวาคม 25XX

‘ฉันเกิดยี่สิบสอง ธันวา ปีเดียวกับคุณ’

มรณะ... เมื่อสี่วันที่แล้ว

ไม่จริง!

“ขอโทษนะครับ ผู้หญิงในรูปเสียชีวิตแล้วเหรอครับ”

อาจจะเป็นคำถามที่โง่ที่สุดในประวัติศาสตร์ แต่ผมเดินเข้าไปถามผู้ชายที่ถือรูปอยู่แบบนั้น และใช้โอกาสมองรูปใกล้ๆ ให้แน่ใจ ซึ่งทุกครั้งที่มอง เหมือนวิญญาณและพลังงานในร่างกายถูกดูดไปจนหมด

คนถูกถามปรายตามองเหมือนผมเป็นตัวประหลาด ดวงตาแดงก่ำไล่มองผมตั้งแต่หัวจรดเท้า

“อะไรของคุณ คุณเป็นใคร” เสียงแหบแห้งถามอย่างไม่พอใจ

“ผม... เป็นเพื่อนของ... วาววรินทร์” ผมตอบเสียงสั่น สมองคิดอะไรไม่ทันจนเผลอถามบ้าๆ ออกไปอีก “เธอไม่ได้ตายใช่มั้ย”

“คุณต้องการอะไร! มางานเผาของวาวเพื่อถามว่าวาวตายจริงหรือเปล่าน่ะเหรอ!!” อีกฝ่ายตวาดด้วยความโกรธ แล้วน้ำตาหยดแรกของเขาก็ไหลออกมาราวกับผมไปกระตุ้นเข้า “เท่าที่ผมจำได้... วาวไม่เคยมีเพื่อนที่ดี!”

“แต่ว่าเมื่อสามวันก่อน...”

“จะอยู่ก็อยู่! จะขอขมาก็รีบทำ ไปสิ!!”

ผมกลืนคำพูดทุกคำลงคอเนื่องจากคู่สนทนาไม่คิดจะฟังอะไรจากปากผมทั้งนั้น เขาพยักเพยิดไปทางจุดวางดอกไม้จันท์ที่คนเริ่มเบาบางลง แต่เรื่องนี้มันต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิดอะไรสักอย่างสิ วาวจะตายไปแล้วได้ยังไง ในเมื่อเมื่อวานเธอยังอยู่กับผมอยู่เลย!

“เอะอะอะไรลี” ผู้ชายวัยทำงานคนหนึ่งเดินเข้ามาสมทบ เขาอยู่ในชุดสุทดูดี ใบหน้าเคร่งขรึมทว่าดวงตาช่างอ่อนล้า เขามองผมสลับกับผู้ชายตรงหน้าที่กอดรูปของวาวเอาไว้

คนที่น่าจะชื่อ ‘ลี’

 

*************************

มาแล้วจ้า ตัวละครสำคัญของเรื่อง

ว่าแต่นี่มันนิยายอะไรกันแน่ มาอยู่หมวดหวานแหววได้ยังไง//ครุ่นคิด

 

FRIDAY BEAST

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

27 ความคิดเห็น

  1. #10 sopana23 (@sopana23) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 กรกฎาคม 2563 / 10:16

    นี่ฉานอ่านนิยายแนวลึกลับอยู่รึงัย คือวาวตายแล้ว
    #10
    1
    • #10-1 Friday Beast (@crazymommy) (จากตอนที่ 12)
      6 กรกฎาคม 2563 / 11:20
      มันคือนิยายดราม่า นางเอกน้ำตาไหลทั้งเรื่อง อิ_อิ
      #10-1