The Pain of Hers เธอ... อันตรธาน

ตอนที่ 11 : Chapter 4 เธอ... อันตรธาน [1/3]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 145
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    17 มิ.ย. 63

 

Chapter 4

เธอ... อันตรธาน

 

“อืม…”

ผมพลิกตัวบนที่นอนซึ่งค่อนข้างแปลกเหมือนไม่ใช่เตียงตัวเอง เมื่อลืมตาก็พบว่ากำลังนอนอยู่บนโซฟาห้องนั่งเล่นที่ควรจะเป็นของวาว บนตัวมีผ้าห่มของตัวเองคลุมอยู่

อ้าว แล้วเมื่อคืนเธอนอนที่ไหน

ผมรีบลุกขึ้นนั่งพลางกวาดตามองรอบบ้าน กลิ่นหอมจากในครัวลอยมาแตะจมูก ทำให้ผมยิ้มออกมาจนลืมความสงสัยหมดสิ้น

“วาว” 

ไม่มีเสียงตอบกลับมา

ผมย่นคิ้วพลางเลิกผ้าห่มออกแล้วลุกขึ้นเดินไปทางครัว ไม่มีใครอยู่ในนั้น ทว่าบนโต๊ะอาหารด้านนอกมีอาหารวางอยู่ ผมรีบเดินไปดูทันที วันนี้เป็นอาหารเช้าสไตล์อเมริกันที่มีทุกอย่าง ไส้กรอก ไข่ดาว ขนมปัง น้ำส้ม แฮม เบคอน ไหนจะผลไม้ที่วางใส่ตะกร้าเอาไว้

“วาว” ผมละจากโต๊ะอาหารแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งขึ้นห้องไป เผื่อว่าเธอจะย้ายไปนอนห้องผมแทน ตอนนี้อาจจะกำลังอาบน้ำหรือไม่ก็แต่งตัวอยู่ คงยังไม่ได้ไปไหน...

ทว่าเมื่อเปิดประตูห้องเข้าตัวเองเข้าไป กลับไม่มีใครอยู่ในนั้น

ก้อนเนื้อในอกเต้นเร็วขึ้น ผมเดินทั่วชั้นสองให้แน่ใจว่าไม่มีคนแล้วค่อยวิ่งลงไปยังห้องนั่งเล่นอีกครั้งด้วยความร้อนรน ก่อนจะต้องเบิกตากว้างเมื่อกระเป๋าเสื้อผ้าที่เธอหอบหิ้วมาตั้งแต่วันแรกไม่อยู่แล้ว

คิดจะไป ไม่บอกกันสักคำเลยหรือไง!

พลันสายตาเหลือบไปเห็นบางอย่างบนโต๊ะหน้าโซฟา เป็นซองสีขาวที่บวมเหมือนมีอะไรหนาๆ อยู่ในนั้น เท่าที่จำได้เมื่อคืนมันไม่ได้อยู่ตรงนี้ 

ผมหยิบมาเปิดดู พบแบงค์พันปึกหนึ่งด้านในกับกระดาษใบเล็ก

‘ไปแล้วนะ ขอบคุณจริงๆ สำหรับความดีของคุณ’

!!!

แกร๊ง

มีอะไรสักอย่างร่วงลงมาจากซองจดหมายและตกไปบนพื้นตอนที่ผมหยิบเงินออกมา น่าจะพร้อมๆ กันกับหัวใจของผม

แหวนใบมะกอก

ผมเก็บมันขึ้นมาดูใกล้ๆ ความทรงจำเมื่อคืนหลั่งไหลกลับเข้ามา โดยเฉพาะบทสนทนาในครัว

‘อยากจำที่นี่ให้ได้’

ผมควรเดาว่าเธอจะไป ไม่ใช่ขออยู่ต่อ

‘อะไรก็ตามที่ฉันให้คุณ ฉันอยากให้ รู้เอาไว้ว่าความใจดีของคุณมีค่ามากกว่าเงินทุกบาททุกสตางค์ที่ฉันเสียไป ขอบคุณจริงๆ นะคะ’

ไม่ใช่แบบนี้สิ ไม่ได้ต้องการเงินกับแหวนวงนี้สักหน่อย!

บ้านที่เงียบอยู่แล้วเงียบขึ้นเป็นทวีคูณเมื่อรู้ตัวว่าอยู่คนเดียวอีกครั้ง ทำไมผมไม่ตื่นเร็วกว่านี้สักหน่อย ถ้าตื่นทันตอนวาวเตรียมอาหารก็อาจจะทันส่งเธอ

เมื่อคืนมีเรื่องอะไรเกิดขึ้นหรือเปล่า เราโกรธอะไรกัน ทำไมคิดจะไปถึงไม่ปลุกขึ้นมาบอกลากันดีๆ

ผมคุ้ยซองจดหมายในมือเพื่อดูว่ามีกระดาษอะไรอีกหรือเปล่า เผื่อว่าวาวจะทิ้งเบอร์ติดต่อหรืออะไรก็ได้ที่ช่วยให้เราเจอกันอีก แต่ก็ไม่มี... มองทั่วบริเวณนี้แล้วเธอไม่ได้ทิ้งอะไรไว้อีก เดินไปดูที่ครัวก็ไม่มีอะไร ขยะถูกเก็บเรียบร้อย มองผ่านออกไปนอกหน้าต่างมีผ้าเช็ดหน้าหนึ่งผืนห้อยตากอยู่

ส่วนอีกผืนที่ซักด้วยกัน... หายไปแล้ว

ความคิดหนึ่งเข้ามาแทรก เธอจากไปด้วยความรู้สึกแบบไหนกัน ออกไปจากบ้านนี้แล้วเธอจะทำอะไร ยังอยากตายอยู่หรือเปล่า

ผมเมินอาหารเช้าเต็มโต๊ะแล้วขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้อง ไม่สนใจเงินที่วางทิ้งไว้บนโซฟาด้วยซ้ำ คว้ามาแค่ของจำเป็นและแหวนใบมะกอกสีเงินก่อนออกจากบ้าน ทว่าเมื่อวิ่งไปถึงหน้าหมู่บ้านและขึ้นแท็กซี่ กลับไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน...

“พี่ขับไปก่อนก็ได้ครับ”

“น้องหนีใครมาหรือเปล่าเนี่ย” พี่คนขับแท็กซี่มองผมผ่านกระจกหน้ารถอย่างไม่ไว้ใจแต่ก็ยอมขับไปดีๆ ผมหอบหายใจเล็กน้อยพลางส่ายหน้า

“ผมไม่ได้หนีใคร แต่มีคนหนีผมไป”

“เมียเหรอ? ทำไมรีบตามจัง”

นั่นสิ... ทำไมผมถึงร้อนรนขนาดนี้ ก็แค่คนแปลกหน้าที่เจอกันเมื่อสามวันก่อน

ภาพของผู้หญิงที่ชื่อวาววรินทร์ชัดเจนในความทรงจำ ตั้งแต่วันแรกที่เจอหน้าพระพุทธรูป เธอปรากฏตัวหน้าบ้าน ช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน น้ำตาจางหายและมีรอยยิ้มมาแทนที่ จากคนที่ชอบเหม่อลอยกลายเป็นผู้หญิงเข้มแข็งที่ยิ้มหัวเราะอย่างคนปกติ แล้วก็ไปดื้อๆ 

แต่เธอแค่ทำอย่างที่บอก เข้มแข็งแล้วถึงได้ไป คงไม่ได้ไปตายอย่างที่ผมกังวลหรอก 

บางทีเธออาจจะไม่ได้อยากรู้จักผมยาวนานกว่านี้ บางทีผมอาจจะทำอะไรพลาดไป แต่อย่างน้อยผมควรได้รู้เหตุผลสิ จู่ๆ ก็ไปเหมือนพ่อกับแม่ของผมอย่างนี้ได้ยังไง!

“อ้าว เงียบแบบนี้ เมียแน่ๆ เลย เมียจะหายไปไหนได้ล่ะถ้าไม่ใช่บ้านพ่อแม่ตัวเอง”

“จริงด้วย” ผมพึมพำกับตัวเอง เธออาจจะเพิ่งคิดได้และกลับบ้าน... ซึ่งอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้

“รู้มั้ยอยู่ไหน จะขับไปให้” พี่แท็กซี่ยังคงพูดและถามไปเรื่อย ผมสนใจบ้างไม่สนใจบ้าง ขณะนี้ความคิดกำลังตีกันอยู่ในหัวว่าควรจะทำอะไรต่อไปดีในเมื่อมันไม่มีที่ให้ไป “นี่น้อง พี่ขับไปเรื่อยๆ อย่างนี้น้องจะเสียเวลาเสียเงินเปล่านะ”

“ผมไม่รู้จะไปที่ไหนแล้วครับ จอดข้างหน้าก็ได้ ขอบคุณครับ”

“น้องใจเย็นก่อน พี่ต้องไปติดไฟแดงข้างหน้า ค่อยๆ คิด ไม่อยากไปที่ไหนจริงๆ เหรอ” 

ผมถอนหายใจสั้นๆ เป็นเพราะตกใจกับความปุบปับนี้มากเกินไปจนไม่ทันคิดทบทวนว่าควรออกตามหาหรือเปล่า พอได้อยู่นิ่งๆ และตั้งสติ การที่เธอจากไปโดยไม่บอกอาจหมายความว่าเธอไม่ต้องการให้ผมรู้ว่าจะไปที่ไหนต่อ เพราะถ้าผมรู้ว่าเธอจะไป ผมจะเซ้าซี้ถามจนรู้แผนการในวันข้างหน้าของเธอ

เอาล่ะ ในเมื่อไม่อยากให้รู้ ก็จะไม่พยายามรู้

“ไปวัดแล้วกันครับ ผมต้องการความสงบ”

 

*************************

ทำไมสองคนนี้เขาสายบุญกันจัง เอะอะไปวัด

สำหรับตอนนี้บอกเลยว่าพายุเข้า จะเกิดอะไรขึ้นต่อไม่มีใครรู้

.....

นอกจากคนเขียน แฮ่

ฝากติดตามด้วยนะคะ ตอนเขียนใช้พลังเยอะจริงๆ ฮา

 

ปล. หลายตัวละครสำคัญกำลังจะมา เตรียมตับไตไส้พุงให้พร้อม!

 

FRIDAY BEAST

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

27 ความคิดเห็น