คัดลอกลิงก์เเล้ว

SF Hormones : Beside ขอบคุณที่เคียงข้างกัน

บนเส้นทางที่ต่างมีใครสักคนไหม ที่มองเห็นทุกอย่างเข้าใจที่ฉันเป็น.

ยอดวิวรวม

692

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


692

ความคิดเห็น


6

คนติดตาม


9
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  25 ธ.ค. 58 / 19:01 น.
นิยาย SF Hormones : Beside ͺس§ҧѹ SF Hormones : Beside ขอบคุณที่เคียงข้างกัน | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
 

มันคงเป็นเรื่องน่าเศร้านะ

ถ้าหากว่าวันหนึ่งเรา

ได้หันไปมองรอบตัวของเรา

แล้วกับไม่พบใครสักคน

ที่เรียกว่า เพื่อน

- Talk to me -

ไม่มีอะไรมาก แค่ดองแล้วหนีมาแต่งเรื่องใหม่ // หลบฝ่าเท้า
จริงๆ คือซีรี่ส์จบ แต่คนไม่จบ ก็เลยคันไม้คันมือมาก 555
ไปแหละ บาย

Twitter : @BL_bromine

 

- ขอบคุณผู้ใหญ่ใจดี -
 
 
 

? themybutter

เนื้อเรื่อง อัปเดต 25 ธ.ค. 58 / 19:01


Hormones 3 The Final Season

[ Boss x Oil ]

Beside ขอบคุณที่เคียงข้างกัน

 

 

            ...ครั้งแรกที่ได้เจอขนมปัง...

            ...ครั้งแรกที่ขนมปังชวนฉันคุยด้วยประโยคที่ว่า “มานั่งด้วยกันสิ”...

            ...ครั้งแรกที่ขนมปังเห็นฉันเป็นเพื่อนสนิท...

            ...ครั้งแรกที่ฉันรู้สึกรักขนมปัง...

            ...และครั้งแรกด้วยเหมือนกันที่ฉันเกลียดขนมปัง...

 

            ไม่เข้าใจเลยว่าทำไม ทำไม ทำไม และทำไมที่ฉันทำกับเธอขนาดนี้ทั้งที่เธอก็ดีกับเรา แต่เรากับคิดร้ายเพียงเพราะว่าเธอดูโดดเด่นจนฉันดูไม่มีตัวตน เพราะเธอน่ารักกว่าฉันหรอ เพราะเธอสนิทกับเฟิสต์มากเกิน หรือเพราะสิ่งที่บอสพูดมามันจริงทั้งหมด

 

          จริงจนฉันไม่อยากจะยอมรับความจริง

          จริงจนฉันต้องปล่อยข่าวลือแย่ๆ ให้เพื่อนที่ฉันรักที่สุด

           

สุดท้ายแล้วฉันก็กลายเป็นคนที่หักหลังเพื่อนที่ฉันรัก แต่ในขณะเดียวกันเธอเองก็เป็นคนหักหน้าฉันเหมือนกัน กลางโรงอาหาร ท่ามกลางหมู่นักเรียนมากมาย

แต่ยังไงโลกนี้ก็ไม่มีความยุติธรรมกับฉันหรอก เพราะตอนที่เธอโดนใส่ร้ายป้ายสี เธอก็ยังฉันที่ถึงแม้จะไม่เต็มใจก็ตาม นน อดีตประธานนักเรียน หรือแม้กระทั่งครอบครัวคอยอยู่ข้างๆ แต่ฉันกลับไม่มีใครเลยทั้งเฟิสต์ พ่อ แม่ ทุกคนไม่เคยเข้าใจฉันเลยสักคน

แม้แต่คนที่ฉันคิดว่าเขาจะเข้าใจฉันมากที่สุดกลับโมโหในสิ่งที่ฉันกำลังทำอยู่

 

บอส

 

แต่ตัวเขาเองก็เอาแต่คิดว่าสิ่งที่ตัวเองคิดมันถูกต้องเสมอ ไม่ว่าคนอื่นจะคิดยังไงเขาก็ไม่เคยแคร์อะไรทั้งนั้น แต่สำหรับฉันมันก็ถือว่าเป็นการทำร้ายจิตใจ โดยที่เขาเองก็ไม่รู้ตัวจนฉันก็หมดความอดทนกับเขาและพูดในสิ่งที่ฉันคิดในหัวตลอดออกมา

และจากนั้นก็ไม่ยุ่งเกี่ยวกับเขาอีกเลย

 

เมื่อชีวิตที่เดินมาจนถึงขีดสุด ความคิดโง่ๆ ก็ผุดเข้ามาในหัว

 

ฆ่าตัวตาย

 

มันไม่มีทางออกที่ดีกว่านี้แล้วสำหรับฉัน ถ้าอยู่ต่อไปคนอื่นจะมองฉันยังไง มันอึดอัดนะที่มีคนมองฉันในแง่ร้าย สู้ตายไปแล้วหายไปจากโลกนี้ยังดีซะกว่า พ่อแม่ก็จะได้ไม่เหนื่อยเพราะฉัน เฟิสต์ก็อาจจะได้เริ่มต้นใหม่กับใครสักคนที่ดีกว่าฉัน ขนมปังก็อาจจะมีเพื่อนที่ดีกว่าฉัน และจะได้ไม่ต้องถูกกดดันให้ดูต่ำต้อยเพราะเขาอีก

กว่าจะรู้ตัวอีกทีตอนนี้ในมือก็กำยาไว้แน่นแล้ว คิดแล้วคิดอีกว่าสิ่งที่กำลังจะเกิดต่อจากนี้มันจะเป็นยังไงต่อ มันจะทรมานไหมนะ แล้วคนอื่นๆ ล่ะ จะรู้สึกยังไงกับสิ่งที่ฉันทำลงไปในคืนนี้

 

...พอกันทีกับชีวิตแบบนี้...

...ไม่ไหวแล้ว อยู่ต่อไปไม่ไหวแล้ว...

...อยากจะลืมตาลงแล้วหายไปจะโลกใบนี้...

...ขอโทษนะ...

...ลาก่อน...

 

เสี้ยววินาทีก่อนที่ฟางเส้นสุดท้ายจะขาด ภาพในอดีตวนเวียนเข้ามาในหัวฉันตลอดเวลาและภาพหนึ่งที่กลับมาฉายให้ฉันเห็นอีกครั้ง

มอไซค์ที่เคยนั่งกับพ่อ แม่

ไม่เคยคิดเลยว่าตอนนั้นฉันมีความสุขมากแค่ไหน คิดถึง คิดถึงความสุขที่ได้อยู่ด้วยกัน คิดถึงไออุ่นๆ จากแม่ที่โอบกอดไว้ คิดถึงเวลาลมตีหน้าเมื่อพ่อเป็นคนขับ คิดถึง คิดถึงสิ่งที่เราเรียกมันว่า “ครอบครัว”

 

เราอยากจะตายจริงๆ หรอ

หรือเราแค่อยากหนีปัญหาทั้งที่ตัวเองเป็นคนก่อขึ้น

แน่ใจแล้วหรอว่าเราไม่อยากจะอยู่ต่อจากนี้

 

พลันมือก็คว้าขวดน้ำข้างตัวแล้วทุบตู้กระจกยา แต่ไม่มีแรงพอที่มันจะแตกเลยสักนิดเดียว และโลกก็กำลังจะมืดลงทีละนิด

 

ไม่มีเวลาแล้ว ออย

ถ้าช้ากว่านี้เราจะไม่มีโอกาสได้กลับมาอีกเลยนะ

 

แรงเฮือกสุดท้ายที่ฉันมีทุบใส่ตู้กระจกยาแล้วหลังจากนั้นฉันไม่รู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น และโลกที่ฉันมองเห็นก็ดับลง

 

 

 

รู้สึกตัวขึ้นมาอีกทีตอนนี้ก็อยู่โรงพยาบาลแล้ว ข้างๆ ฉันก็มีพ่อกับแม่แต่สีหน้าของท่านเองก็เป็นกังวลไม่ใช่น้อยเลย สักพักขนมปังเองก็โผล่พรวดเข้ามาในห้องแบบไม่ให้ตั้งตัวแถมมาโวยวายใส่ฉัน จนนนเองก็เข้ามาห้ามขนมปัง

ขอพักผ่อนหน่อยเถอะ

 

ผ่านไป 4-5 วัน อาการฉันก็ดีขึ้นมาบ้าง เฟิสต์เองก็กลับมาคบกับฉันอีกครั้ง ไปโรงเรียนตามปกติเพียงแต่เวลาคนมองฉันก็จะมองแปลกๆ จนฉันต้องรีบเดินออกไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุด ส่วนขนมปังเองก็เข้ามาคุยด้วยอารมณ์ที่เย็นที่สุดและเราทั้งสองเองก็จบความสัมพันธ์ที่มันจอมปลอมสักที

 

...ขอโทษนะ แล้วก็ขอบคุณ...

 

แต่กับเฟิสต์ฉันเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเฟิสต์ยังรู้สึกดีเหมือนเดิมหรือเปล่า ทั้งที่เราทำอะไรแย่ๆ ขนาดนั้น แต่เฟิสต์ก็ไม่เคยโกรธเราเลย แล้วช่วงนี้เห็นเฟิสต์สนิทกับพ่อแม่เราเป็นพิเศษ อีกทั้งออกจากชมรมวิ่งและเลิกเล่นเกมด้วยเหตุผลที่ว่าเพื่อจะได้มีเวลามาดูแล้วเรามากขึ้น

 

จนสุดท้ายเมื่อความรักทำให้คนที่เรารักกลายเป็นบ้า

เพราะเราเอง

 

จากที่เคยคิดว่าเราเคยมีด้ายสีแดงคอยผูกมัดด้วยกัน กลายเป็นโซ่ตรวนแห่งความขมขื่นระหว่างเราสองคน แทนที่เราจะอยู่ด้วยกันเพราะเรารักกันแต่กลายเป็นว่าเราต้องอยู่ด้วยกันเพราะเป็นหน้าที่ที่เขาเคยทำผิดกับเราไว้ และจะทดแทนด้วยการดูแลเราเพื่อให้เรามีความสุข

แต่เขาต้องเสียสละความสุขของเขาเองเพื่อเรา

ถูกแล้วหรอที่เราทำให้เขาไม่มีความสุข

 

...พอแล้วเฟิสต์ พอแล้ว...

...เราไม่ได้อยากให้เฟิสต์เป็นแบบนี้...

...ตลอดเวลาเรามีความสุขมากที่ได้อยู่กับเฟิสต์...

...แต่ไม่ต้องเป็นเป็นห่วงเรานะ...

...เราจะอยู่คนเดียวให้ได้นะ...

...ขอบคุณนะที่คอยอยู่ข้างกัน...

...เรารักเฟิสต์นะ...

.

.

.

...เราเลิกกันเถอะ...

 

 

สุดท้ายความรักที่ฉันต้องการก็กลายเป็นการเสียสละเพื่อแลกกับการให้เขาทีความสุขอีกครั้งโดยที่ไม่มีเรา และกลับมาอยู่ที่ศูนย์อีกครั้งคือ ความโดดเดี่ยว

แต่ก็เบาใจได้เปราะหนึ่ง ความรู้สึกที่มันโล่งๆ อยู่ในอกมันเบาขึ้นอย่างไม่มีเหตุผล นี่สินะเราได้พูดด้วยความรู้สึกที่จริงใจด้วยความรู้สึกที่ดี

แล้วเขาละเขาจะเคยพูดแบบนี้กับใครไหม พูดจาดีๆ ด้วยความรู้สึกดีๆ ไม่มีอคติกับใครเขา

ไหนบอกเราจะไม่ยุ่งกับเขา แล้วทำไมถึงคิดขึ้นมาได้ล่ะ

 

 

ติ้ง ต่อง ~

จู่ๆ เสียงออดก็ดังขึ้น นี้ก็เป็นช่วงปีใหม่แท้ๆ หน้าร้านก็ติดป้ายแล้วนะ แล้วใครที่ไหนจะหาเราได้อีกญาติแถวนี้ก็ไม่มีนะ ถึงจะมีก็คงกลับบ้านช่วงปีใหม่กันหมดแล้ว ถ้าเป็นเฟิสต์ก็ไม่น่าจะใช่เพราะเฟิสต์กลับบ้านปีใหม่นิ ขนมปังหรอขนมปังบอกว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับเราแล้วนิ นอกจากว่ามีเรื่องให้ช่วยเหลือจริง

แล้วมันจะเป็นใครละ

ไม่รอเฉยรีบลุกขึ้นไปเปิดประตูดูว่าเป็นใครกันแน่ที่มากดออดหน้าบ้าน แต่พอออกมาดูกลับไม่เห็นใครสักคนเลย แม้แต่เงาก็ไม่เห็น

พวกมือบอนหรอ

ทันทีที่ประตูบ้านกำลังจะปิดลง ก็สะดุ้งขึ้นมาเมื่อได้ยินเสียงของอีกคนที่พุ่งพรวดเข้ามาแบบไม่ให้ตั้งตัว คนที่ที่เขาไม่อยากจะยุ่งเกี่ยวกันอีกแล้ว

บอส

 

พอเขามาถึงก็โวยวายใส่ฉันใหญ่เรื่องที่ฉันบล็อกเฟส พอบอสหยุดพูดฉันก็เลือกที่จะไม่ตอบอะไรและหันไปเพื่อจะเข้าบ้านและปิดประตูนี่ซะ

ก็ไม่อยากยุ่งเกี่ยวกับเขานิ

แต่ยังไม่ได้ทำอะไรก็ถูกเขาเอามือกั้นประตูขว้างฉันไว้ สีหน้าเขาแลดูจริงจังมากกว่าปกติอีก จนสุดท้ายแล้วฉันก็ต้องเคลียร์กับเขาใช่ไหม ก่อนจะถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่าย

ทั้งๆ ที่ไม่อยากจะยุ่งแล้วแท้ๆ

 

“แกต้องการอะไรอีก บอส”

“ก็แค่อยากให้อันบล็อกเฟสเราก่อน”

พอยิ่งคุยก็ยิ่งรู้สึกปวดหัว แต่ถ้าเราไม่เคลียร์กันให้จบตรงนี้ แน่นอนว่าบอสต้องตามรังควานแน่ๆ

ก็บอสเป็นคนจริงจังตลอดนิ

 

“เราไม่ได้สำคัญอะไรขนาดนั้นหรอก แกไม่เห็นเราคนหนึ่งแกก็ไม่รู้สึกอะไรหรอก”

“รู้สึกดิ”

 

หืม รู้สึก แล้วคนอย่างบอสจะรู้สึกอะไรละ

 

พอคุยไปคุยมายิ่งสังเกตเห็นว่าครั้งนี้บอสแลดูลนๆ ผิดปกติ แถมมาบอกว่าจะเราไปหาแม่บอสเพราะแม่บอสเป็นจิตแพทย์ แล้วอยู่ๆ ก็จะไปกินข้าวที่บ้าน

เราว่าบอสควรปรึษาเรื่องตัวเองกับแม่ก่อนนะ

 

แล้วกลายเป็นว่าก็โดนลากไปกินข้าวก็แต่ว่าไม่ได้ไปกินข้าวที่บ้านบอสนะ นั้นมันออกจะกะทันหันไปหน่อยสำหรับเรา แต่ที่เราไม่โอเคเลยนะคือ จะออกไปทั้งทีเสื้อผ้าเป็นชุดอยู่บ้าน ผมเผ้าก็ไม่ได้หวีให้มันเรียบ ประตูบ้านก็ยังไงได้ปิด พ่อกับแม่ออกจากบ้านนานแล้วพอกลับมาก็คงตกใจที่ไม่เห็นเราอยู่บ้าน แล้วคิดไปไกลว่าเราจะไปฆ่าตัวตายอีก แถมมือถือก็อยู่ที่บ้าน

อืม ไม่ตกใจก็ให้มันรู้ไป แล้วถ้าเกิดเรื่องอะไรขึ้นก็โทษบอสเต็มๆ

ออยไม่ได้ผิด

 

พอถึงเทศกาลปีใหม่จริงๆ มันก็เหงาอยู่เหมือนกันนะ คนอื่นๆ เขาก็ดูสนุกสนาน แต่เรากับนั่งจมปรักอยู่ในบ้านคอยฟังเสียงแห่งการเฉลิมฉลอง คอยดูสีสันของพลุที่สว่างไสว

มันทำให้คิดถึงเรื่องเก่าๆ เหมือนกันนะ

แต่มันจบแล้วแหละ จบไปพร้อมกับสิ่งที่แย่ๆ ในปีที่ผ่านมา และจะเริ่มต้นใหม่ด้วยการนับหนึ่งใหม่อีกครั้ง

พอเวลาล่วงเลยมาเข้าสู่วันใหม่ ตอนนี้ก็เป็นเวลาเที่ยงคืนกับอีกหนึ่งนาที แต่ที่ประหลาดใจหรือมีข้อความเข้ามาหนึ่งข้อความ พอกดเปิดดูก็ประหลาดใจกว่าเก่าเพราะคนที่ส่งข้อความมาดันเป็นคนที่เขา ลากเราไปกินข้าวนอกบ้านนี่สิ

 

HNY Oil

-บอส-

 

ตัวอักษร 6 ตัวที่ส่งมาพร้อมกับชื่อผู้ส่ง ทำให้ถึงกับแอบอมยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว นี้ขนาดตัวเขาเองเป็นที่ไม่ค่อยสนใจกับเทศกาลไร้สาระแบบนี้เท่าไรเลย แต่ก็ยังส่งมาหาเราได้อีกเนอะแถมส่งมาทาง sms ซะด้วย

อย่างน้อยเขาก็คงจะเข้าใจเราขึ้นมาบ้างแล้วล่ะ

โดนแบบนั้นเข้าไปคงจ๋อยไปสักพักเลยมั้ง

ยังไงเขาก็ยังเห็นเราเป็นเพื่อนอยู่นะ

แต่ถ้าหลังจากนี้เราเองก็คงแน่ใจแล้วแหละ

ว่าอย่างน้อยคนที่อยู่ข้างเราก็คือ บอส

ขอบคุณนะที่ไม่เคยทิ้งกัน

 

 

 

...ฉันไม่เคยรู้เลยว่าเหตุผลที่ฉันมีชีวิตอยู่นั้นอยู่ไปเพื่ออะไร...

...ฉันควรจะตายและหายไปจากโลกนี้ไปซะ...

...แต่จริงๆ แล้วความคิดของฉันมันโง่เง่า...

...สุดท้ายฉันก็โกหกตัวเองมาตลอด...

...จนกระทั่งเขาพยายามจะดึงฉันขึ้นมาจากหลุมดำ...

...เขาเป็นดีกับฉันมาก แต่ฉันกับทำให้เขารู้สึกแย่...

...แต่สุดท้ายดูเหมือนว่าเขาอยู่ข้างๆ ฉัน...

...และเหมือนฉันก็เป็นตัวของตัวเองมากขึ้นเมื่ออยู่กับเขา...

...ขอบคุณนะบอสที่ทำให้ฉันได้มีชีวิตอยู่ในความจริงของโลกใบนี้...

-ออย-

 

~~~~~~~~~~~~~~~~END~~~~~~~~~~~~~~~~

 

- พิเศษ -

“เออ บอสทำไมอยู่ๆ ถึงได้รู้ที่อยู่บ้านเราได้แหละ” เกือบลืมไปเลยนะเนี่ย

“เอ่อ.....” บอสเว้นช่วงพูดไว้นานมาก นานจนฉันลุ้นแถบตายสุดท้ายเขาก็ไม่ยอมบอก แล้วก็บอกปัดๆ ประมาณว่า ช่างมันเถอะ

“ถ้าไม่บอกก็ไม่เป็นไรนะ” ฉันก็ไม่ได้แค่อะไรมากนะ แต่ที่แย่ที่สุดเลยคือ “แต่ทีหลังให้ฉันกลับเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อนได้ไหม”

“ก็บอกแล้วไงว่าไม่ต้อง” บอสพูดแต่รู้สึกเหมือนน้ำเสียงของบอสแลดูลนๆ แถมประโยคสุดท้ายก็ไม่ได้ยินอีกต่างหาก “อย่างนี้แหละน่ารักดี”

“หะ เมื่อกี้บอสว่าอะไรนะ” ฉันถาม

“ปะ...เปล่า ไม่ได้พูดอะไร” โกหกแน่ๆ ร้อนลนขนาดนี้ แถมพูดก็ตะตุกตะตัก ใครเชื่อก็บ้าแล้ว

แต่ทำไมบอสหน้าแดง ไม่สบายหรือเปล่านะ

จู่ๆ ออยหยุดเดินกะทันหัน บอสหันไปมองก่อนจะสงสัยว่าหยุดทำไหม พอจะถามก็ชะงักเมื่อออยกลับเขย่งตัวเองเพราะมีจักรยานกั้นอยู่ เอาหน้าเข้ามาใกล้ก่อนจะยกมือขึ้นมาแตะหน้าผากบอสและมืออีกข้างก็ยกขึ้นมาแตะหน้าผากตัวเอง

 

ก็เปล่านิ อุณหภูมิก็ปกติดีนิ

 

“อะ...ออย แกทำอะไรอยู่นะ” บอสพูดเสียงสั่น รับปัดมือออยออกอย่างรวดเร็ว ขืนอยู่แบบนี้ต่อไปมีหวัง...

“ก็เราเห็นบอสหน้าแดง ก็นึกว่าบอสไม่สบาย” ยังมีหน้ามาพูดหน้าตาเฉยอีกนะ

“เราโอเค ปกติดีทุกอย่าง เข้าใจนะ ละ...แล้วก็ อย่าทำอะไรแบบนี้อีกนะ มันตกใจ” บอสพูดจบก็เดินนำหน้า ปล่อยให้ออยยืนมึนงงอยู่สักพัก ก่อนจะรีบเดินตามอีกคนให้ทัน

เป็นอะไรของเขาอีกเนี่ย ก็แค่หวังดี ถ้าป่วยก็จะได้พาเข้าบ้าน...

เอ้ย มะ...ไม่ใช่แบบนั้นนะ แค่พาเข้าบ้านไปหายามาให้บอสทาน

ไม่ใช่แบบที่พวกคุณคิดนะ

 

~~~~~~~~~~~~~~~~END~~~~~~~~~~~~~~~~

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ ◆ Ribbon ◆ จากทั้งหมด 5 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

6 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2559 / 15:50
    เหมือนได้มาเจาะลึกโลกของออยเลยอ่ะ ไรท์สื่ออารมณ์ของออยได้ดีมากอ่ะ

    ฮาอ่ะ 'เราว่าบอสควรปรึกษาเรื่องของตัวเองกับแม่ก่อนนะ' 5555555

    หลังจากนี้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนคงจะราบรื่นและพัฒนาจากเพื่อนกลายเป็นมากกว่าเพื่อนชิมิ อิอิ

    คู่นี้น่ารักจริมๆเยยยยยยยย >___<



    #6
    0
  2. #5 dko
    วันที่ 1 มกราคม 2559 / 20:14
    สนุกมากมาย >/////<
    #5
    0
  3. วันที่ 1 มกราคม 2559 / 13:48
    น่ารักดีค่ะ แต่ว่าอยากให้ลองหาคำอื่นนอกจากคำว่านิมาใช้นะคะ ใช้ถี่ไป อ่านแล้วรู้สึกแปลกๆ ด้วย ใช่นี่ดีกว่าค่ะ
    #4
    0
  4. วันที่ 25 ธันวาคม 2558 / 10:25
    บอสคะ ถ้าจะลนขนาดนี้ บอกว่าชอบเขาไปยังจะดีกว่านะ 55555

    คู่นี้น่ารักสุด ><
    #3
    0
  5. วันที่ 25 ธันวาคม 2558 / 09:49
    เราว่าบอสควรปรึกษาเรื่องตัวเองกับแม่ก่อนนะ

    คือลั่น!!   5555555555


    น่ารักมากอ่า   เอาอีกๆๆ
    #2
    0
  6. วันที่ 25 ธันวาคม 2558 / 09:36
    น่ารักมากเลย>///< สนุกมากค่ะ
    #1
    0