ทฤษฎีรหัสเลือด (สนพ.เฟยฮุ่ย)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 202 Views

  • 1 Comments

  • 13 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1

    Overall
    202

ตอนที่ 1 : บทนำ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    9 ม.ค. 62

บทนำ

ตึก ตัก ตึก ตัก

เสียงลงส้นเท้าหนักดังมาแต่ไกลเรียกความสนใจให้แก่ชายชราที่นั่งไขว่ห้างอ่านหนังสือพิมพ์บนระเบียงทางเดินให้ร้องทัก

“รองสารวัตร...จะรีบไปไหน”

“อ่อ ท่านนายพล...เมื่อสักครู่เพิ่งมีเหตุด่วนแจ้งเข้ามาครับ” ชายในเครื่องแบบหยุดฝีเท้าหันกลับมาตอบด้วยน้ำเสียงปนหอบและใบหน้าที่ตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด

พล.ต.ต.สรพงศ์ กีรตินิมมานต์ นายตำรวจวัยเกษียณ อดีตผู้บังคับการกองปราบปราม ทำท่าสนอกสนใจกับ เหตุด่วน’ ที่รองสารวัตรคุณากรพูดถึง

“เราพบเหยื่อรายที่สี่ครับ”

ชายชราขมวดคิ้วแน่นลุกขึ้นพรวด ไม่คาดคิดว่าระยะเวลาแค่สองวันฆาตกรต่อเนื่องจะลงมือก่อเหตุถึงสามคดีติด

“ที่ไหน...”

“ท่าเรือครับผม”

“นำทางไปที”

แม้ปัจจุบันสรพงศ์จะไม่ได้มีตำแหน่งอะไรแล้วในกองปราบฯ แต่คุณากรก็คำนับรับคำสั่งด้วยความนอบน้อมพลางเดินนำหน้าอดีตผู้บังคับบัญชาออกไป

 

ร่างไหม้เกรียมของชายที่ตกเป็นเหยื่อรายที่สี่ถูกห่อด้วยผ้าพลาสติกมิดชิดและหามออกจากสถานที่เกิดเหตุเพื่อส่งต่อให้ฝ่ายนิติเวชตรวจสอบ

“คราวนี้เป็นเลขเจ็ด” ประณพ นักสืบเอกชนที่ได้รับการอนุญาตเป็นพิเศษให้เข้าร่วมการสืบคดีนี้เอ่ยขึ้น หลังจากที่เห็นรองสารวัตรคุณากรเดินเข้ามาในที่เกิดเหตุ

“หนึ่ง เก้า หก แล้วเป็นเจ็ดงั้นหรือ” เขาหรี่ตาลงมองเพื่อนที่เป็นนักสืบ สีหน้าไม่สู้ดีของเพื่อนทำเอาเขาใจเสีย  

คดีฆาตกรรมต่อเนื่องสะเทือนขวัญ ฆาตกรจงใจทิ้งตัวเลขไทยปริศนาเอาไว้ในทุกๆ คดีที่เขาก่อ ตัวเลขในหลักหน่วยที่กระโดดข้ามไปข้ามมา โดยไม่มีใครรู้ถึงความหมายของมัน

...คนร้ายจะทิ้งปริศนานี้เพื่ออะไร แล้วตัวเลขเหล่านั้นจะสิ้นสุดที่ตรงไหน...

เพราะรูปแบบคดีที่แปลกประหลาดเรียกความสนใจแก่อดีตตำรวจสรพงศ์เป็นอย่างมาก จนต้องขอเข้าร่วมการสืบสวนด้วยตนเอง  

“ผู้ตายคือใคร” สรพงศ์หันไปถามนักสืบ ถึงแม้จะเป็นการร่วมงานกันครั้งแรกแต่นายตำรวจใหญ่ก็ยอมรับฝีไม้ลายมือในการสืบสวนที่ไม่ธรรมดาของนักสืบผู้นี้

คนถูกถามชะงักไปนิดก่อนตอบด้วยสีหน้าหม่นหมองลง “เห็นว่าชื่อวรโชติครับ”

ชื่อผู้ตายลอยกระแทกเข้าโสตประสาทของคุณากร นั่นทำให้เขาเข้าใจถึงสีหน้าและแววตาที่ไม่เป็นปกติของเพื่อน

แม้ประณพจะพยายามกลบเกลื่อนสีหน้าของตนเองให้เป็นปกติจนแนบเนียนที่สุด แต่อดีตตำรวจฝีมือเยี่ยมก็ยังจับพิรุธได้...เขากำลังปิดบังอะไรบางอย่าง

ทั้งสามเดินเข้ามาใกล้บริเวณที่พบศพ สีสเปรย์สีขาวพ่นล้อมรอบพื้นซีเมนต์ที่มีรอยเผาไหม้และเขม่าสีดำติดแน่น คุณากรทิ้งตัวลงนั่งยองข้างๆ เจ้าหน้าที่เก็บหลักฐาน 

“สาเหตุการตายล่ะ”

“สภาพศพถูกเผาจนเกรียมทำให้ยังไม่รู้ถึงสาเหตุการตายที่แท้จริงครับ...ต้องรอผลจากแลปถึงจะยืนยันได้” เจ้าหน้าที่ตอบอย่างแข็งขัน

คุณากรพยักหน้าตอบรับ พลางเสมองไปที่ตัวเลขเจ็ดไทยสีแดงคล้ำบนพื้นข้างบริเวณที่เคยมีร่างคนตาย

คดีฆาตกรรมปริศนาทำเอาเขายุ่งหัวหมุนมาตั้งแต่เดือนที่แล้ว เหตุการณ์ที่มีหญิงสาวถูกฆ่าข่มขืนโดยฆาตกรจงใจทิ้งตัวเลขหนึ่งไทยไว้ในที่เกิดเหตุ ในตอนแรกก็ไม่มีใครนึกว่าจะเป็นการก่อคดีต่อเนื่องแต่อย่างใด 

จนกระทั่ง...เมื่อคืนวาน เกิดเหตุลักษณะเดียวกันนี้ซ้ำ...ตัวเลขเก้าในคดีที่สอง และตัวเลขหกในคดีที่สาม จะว่าเป็นการเลียนแบบก็ไม่น่าใช่เพราะปืนที่ใช้ในการก่อเหตุเป็นปืนกระบอกเดียวกัน

และช่วงเย็นของวันนี้ก็พบกับเหยื่อรายล่าสุด...คดีที่สี่กับตัวเลขเจ็ดในที่เกิดเหตุ

...ดังนั้น คดีปริศนานี้ จึงถูกระบุเป็นคดีฆาตกรรมต่อเนื่องไปโดยปริยาย

ขณะที่สมองกำลังวิเคราะห์สภาพของสถานที่เกิดเหตุ หางตาของรองสารวัตรก็บังเอิญเห็นใครบางคนที่ยืนห่างออกไปไม่ไกล

“เอ๊ะ...นั่น?” จู่ๆ เขาก็ร้องขึ้นอย่างประหลาดใจที่เห็นหลานชายของอดีตผู้บังคับการอยู่ที่นี่ด้วย

ทั้งสรพงศ์และประณพหันขวับไปตามเสียงของรองสารวัตร

“ที? มาอยู่ที่นี่ได้ยังไงเนี่ย” ชายชราเรียกชื่อเด็กหนุ่มใส่แว่นที่กำลังก้มๆ เงยๆ คล้ายหาอะไรบางอย่าง

เด็กหนุ่มวัยยี่สิบเอ็ด ทั้งที่ไม่ได้เป็นเด็กแล้วแต่ทุกคนที่นี่ก็ยังเห็นว่าเขาเป็นเด็กอยู่เสมอ เขามักจะหงุดหงิดใจทุกครั้งเมื่อโดนกีดกันจาก เรื่องของผู้ใหญ่’ ที่โดนยกมาอ้าง หากเป็นเรื่องที่ไม่อยากให้เขารับรู้

“ผมเพิ่งเลิกเรียน ระหว่างที่รอเมล์ก็บังเอิญเห็นรถของอานักสืบ ผมนึกสงสัยก็เลยตามมา...” เด็กหนุ่มว่า “...แล้วก็เป็นไปตามคาดเกิดเรื่องขึ้นจริงๆ เสียด้วย”

ใบหน้าคมก้มเก็บคาง ดันแว่นสายตาขึ้นตามสันจมูก แสดงท่าทางเขร่งขรึมอย่างเป็นผู้ใหญ่เกินตัว

ผู้ใหญ่สามคนมองหน้ากันไปมาอย่างขอความเห็น ตั้งแต่ที่สรพงศ์ได้เข้าร่วมการสืบสวนครั้งนี้ก็ได้หลานชายจอมอัจฉริยะมาเป็นของแถม เขาขอตามมาเพื่อตรวจสอบสถานที่เกิดเหตุ บ่อยครั้งก็มักจะหลุดข้อสันนิษฐานที่ผู้ใหญ่มองข้ามไปซึ่งนับว่าเป็นข้อดี แต่ในขณะเดียวกันก็ชอบจับนู่นหยิบนี่ที่เป็นหลักฐานในที่เกิดเหตุโดยพลการ และเด็กหนุ่มก็มักจะโดนตำรวจชั้นผู้ใหญ่ตำหนิมาทุกครั้ง แม้จะเป็นหลานชายของอดีตผู้บังคับการฯ ก็ตาม

เพราะอย่างนั้น สรพงศ์ที่ยอมให้ตามมาด้วยจึงต้องกำชับนักหนาว่าอย่าแตะต้องอะไรในสถานที่เกิดเหตุเป็นอันขาด

...แต่เด็กหนุ่มก็หาจะเชื่อฟังไม่...   

“แล้วได้อะไรบ้างล่ะ” อดีตตำรวจที่มีศักดิ์เป็นปู่ของเด็กหนุ่มเอ่ยถามลองเชิง...เด็กคนนี้ชอบอวดเก่งดีนัก ลองแกล้งถามให้ดีใจหน่อยจะเป็นไรไป

“รอยไหม้พวกนี้เกิดเป็นวงแคบ...เขาน่าจะตายก่อนที่จะโดนเผาครับ”

“จริงอย่างที่ทีพูด เขาไม่ได้ถูกจับมัดไว้ ถ้าเป็นการเผาทั้งเป็นก็น่าจะมีการดิ้นทุรนทุรายมากกว่านี้” นักสืบประณพเอ่ยความเห็น แววตาเศร้าๆ ของเขากระตุ้นความสงสัยแก่สรพงศ์ยิ่งนัก

“แล้วยังไงเขาโดนใครบางคนฆ่า? แล้วก็เผา?” คุณากรถามเสียงสูง หลังจากปะติดปะต่อเรื่องราวจากบทสนทนาเมื่อครู่

“จากสภาพที่เห็น ก็คงจะเป็นอย่างนั้น”

นักสืบประณพลอบถอนใจ นึกสงสารเหยื่อทุกรายที่ตายในสภาพทรมาน

ฆาตกรใจโหดที่ลงมือฆ่าคนอย่างเลือดเย็น แถมทิ้งท้ายด้วยปริศนาแปลกประหลาดคล้ายต้องการเย้ยหยันในชัยชนะของตัวเอง ตราบใดที่ยังไม่มีใครแก้ปริศนาเหล่านั้นและจับตัวเขามาลงโทษได้

...เขาจะไม่มีทางปล่อยให้คนชั่วลอยนวลแน่ หลับให้สบายเถิดนะ...วรโชติ นักสืบประณพสาบานกับตัวเอง

สองวันต่อมา มีการเปิดเผยข้อมูลส่วนตัวและผลการชันสูตรศพ รวมถึงข้อสรุปอันแสนโหดร้ายต่อความรู้สึกของคนเป็นนักสืบเหลือเกิน  

ผู้ตายคือนายวรโชติ อายุสามสิบห้าปี อาชีพรับจ้างอิสระ เสียชีวิตโดยการถูกยิงจากทางปากและเผาอำพรางที่ท่าเรือในจังหวัดสมุทรปราการ บนพื้นข้างศพมีตัวเลขเจ็ดไทยที่เขียนด้วยเลือดของเขา ที่น่าแปลกคือเขากำปืนที่ใช้ในการก่อคดีที่สองและสามเอาไว้ในมือ

แม้จะดูไม่สมเหตุสมผล...เขายิงฆ่าตัวตายจากทางปากแล้วยังมีปัญญาที่ไหนจุดไฟเผาตัวเองล่ะ 

แต่ในเมื่อไม่มีหลักฐานอื่นที่จะยืนยันความบริสุทธิ์ของวรโชติ ตามรูปคดีสุดท้ายจึงตัดสินได้แค่ว่า...

ฆาตกรต่อเนื่องฆ่าตัวตาย...

 

เรื่องราวคงจะจบแค่นั้น...ถ้าหากหนึ่งสัปดาห์ต่อมาไม่มีเทปปริศนาของใครบางคนส่งมา...

เนื้อหาในนั้นเป็นคำสารภาพโดยผู้ชายที่อ้างตัวว่า...

เป็นฆาตกรต่อเนื่องตัวจริง!

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #1 สีสัน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 09:30

    อ่านแล้วชวนติดตามต่อจัง

    #1
    0