Project Q Online : - Re

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 6,118 Views

  • 121 Comments

  • 313 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    128

    Overall
    6,118

ตอนที่ 48 : ความมืดมิด

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 171
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    6 เม.ย. 62

            “เทสล่า สปิริต!”


            จีน่าไม่รอช้า เธอรีบเรียกใช้ทักษะป้องกันตัวจนทำให้ทั่วร่างกายเกิดกระแสไฟฟ้าจำนวนมหาศาลเข้าห่อหุ้มทันที หยางและล็อคซี่รีบกุลีกุจรวิ่งหนีหายไปคนละทิศละทางทางทันที แม้ในตอนแรกล็อคซี่เองจะบอกว่าอโนเทอร์ไม่ได้อยู่ที่หุบเขาแม่มดเพื่อหลอกให้จีน่าตายใจ แต่เมื่อเห็นร่างในผ้าคลุมขาดวิ่นกำลังลอยมาช้าๆนั้นก็ทำให้เธอไม่อยากจะเชื่อสายตาเช่นกัน


            เดี๋ยวนะ นี่พวกเจ้าสองคนกำลังคิดว่าจะหนีรอดออกจากบ้านของข้าได้งั้นหรือไง


            อโนเทอร์ลอยผ่านหน้าจีน่าไปเฉยๆ โดยที่เขาแทบจะไม่หันมาสนใจเลยด้วยซ้ำ จีน่าสังเกตเห็นว่าร่างกายของอโนเทอร์นั้นมีบางสิ่งบางอย่างแปลกไป ทั้งเสียงจากคำพูดของเขา มันเหมือนกับเสียงที่ผ่านการสังเคราะห์ด้วยเครื่องแปลงเสียง เพราะเมื่อได้ยินแล้วจะรู้สึกถึงความไม่เป็นธรรมชาติอย่างมาก และที่ทำให้เธอแน่ใจได้ทันทีก็คือ ภายใต้ผ้าคลุมโสโครกที่กำลังลอยไล่ตามหยางไปอย่างติดๆนั้น กลับไม่มีทั้งแขนและขา ราวกับว่ามันเป็นเพียงผ้าคลุมที่กำลังลอยอยู่บนอากาศเท่านั้น


            และเมื่อเพ่งมองไปยังกำไลสีทองดีๆแล้ว ก็จะพบว่ามันเลือนลางราวกับว่าถูกสร้างขึ้นมาจากภาพจำลองอย่างไม่สมบูรณ์นัก แต่ว่ามีเพียงจีน่าที่รู้ถึงสิ่งผิดปกตินี้


            แต่สิบสองราชันย์ทั้งสองคนนั้น สัญชาตญาณของพวกเขาต่างร้องเตือนทันทีว่า ผู้เล่นที่แสนอันตรายและเป็นเพียงคนเดียวในทั้งเจ็ดคนที่ใช้ทักษะด้านไสยเวทย์อันแสนน่ากลัว ทำให้พวกเขาตัดสินใจที่จะวิ่งหนีเอาชีวิตรอด โดยที่ไม่ได้ทันสังเกตว่าผ้าคลุมที่กำลังลอยไล่ตามมานั้นมันผิดปกติมากเพียงใด


            ในเวลาไม่กี่นาที ร่างของทั้งสองคนก็หายลับสายตาของจีน่าซึ่งยืนนิ่งอยู่กับที่ แต่เธอก็ยังไม่ลืมที่จะตั้งท่าเตรียมพร้อมต่อสู้เอาไว้ตลอดเวลา แม้ว่าคำเตือนของแคทเทอริน่าเมื่อครั้งก่อนที่จะมาถึงเอเวอร์เซเว่นจะคอยดังย้ำเตือนเธออยู่ตลอดเวลาก็ตามที


            สิบสองราชันย์ยุคนี้ ช่างน่าอับอายนัก... หยั่งกับว่าพวกเจ้าจับฉลากได้ตำแหน่งนี้มายังไงยังงั้น


            เสียงออกมาจากผ้าคลุมสีดำอีกครั้งก่อนที่มันจะลอยเอื่อยตรงเข้ามาหาจีน่าอย่างช้าๆ ก่อนมาหยุดอยู่ตรงหน้าหญิงสาวที่ในตอนนี้รอบตัวของเธอเต็มไปด้วยมอนเตอร์ระดับสูงจากหุบเขาแม่มดที่ต่างดูน่าเกลียดน่ากลัว พวกมันส่งเสียงร้องอันเป็นเอกลักษณ์ของมันออกมาเพื่อข่มขวัญหญิงสาวท่ามกลางความมืดมิด


            ลักษณะของพวกมันเท่าที่จีน่ามองเห็นได้ก็คือ มีทั้งมอนเตอร์ที่รูปร่างเหมือนคนใส่ชุดคลุมสีดำสนิท หมวกทรงแหลมของแม่มดตามหนังสือนิทาน ผิวซีดเซียวสีเขียนเข้ม ทั้งเพศชายและเพศหญิง พวกซอมบี้ ซากศพเดินได้ โครงกระดูกถืออาวุธอันตราย และอีกพวกก็คือเหล่ามอนเตอร์ปีศาจ เช่นม้าโครงกระดูก อีกาไส้ทะลัก และพวกสัตว์เลื้อยคลานน่าเกลียดน่ากลัวจำนวนมาก


            แม้ในตอนแรกจีน่าจะพอมีใจที่จะสู้อยู่บ้าง แต่เมื่ออยู่ท่ามกลางกลุ่มมอนเตอร์หลายร้อยตัว เสียงของพวกมันและบรรยากาศอันแสนกดดันของพื้นที่ ทำให้จีน่ารู้สึกกลัวเป็นครั้งแรก และเธอก็ไม่อาจทราบได้ว่าอโนเทอร์มาที่นี่ด้วยเหตุผลอะไรกันแน่


            ผ้าคลุมสีดำยังคงลอยไปลอยมา ก่อนที่มันจะสร้างความตกใจให้จีน่าขวัญหนีดีฝ่อเล่นๆด้วยการพุ่งเข้ามาประจัญหน้าอย่างรวดเร็ว


            จีน่าสะดุ้งเฮือก ก่อนจะเริ่มถอยหลังอย่างช้าๆ แต่เพราะมอนเตอร์ที่กำลังล้อมเธออยู่ทำให้เธอรู้ดีว่าไม่สามารถถอยไปได้มากกว่านี้ ผ้าคลุมดำจึงลอยเข้ามาเพื่อสร้างความกดดันอย่างมหาศาลให้กับจีน่าอีกครั้งทันที


            กลัวข้างั้นรึ จีน่าเสียงจากอโนเทอร์เอ่ยถามจีน่าออกมาด้วยเสียงแปลกประหลาดอีกครั้ง แสงสีแดงเล็ดลอดออกมาเผยให้เห็นภายใต้ผ้าคลุมสกปรกนั้น จีน่าพยักหน้าตอบแม้ว่าเธอจะรู้สึกขนลุกขนพองก็ตาม


            ก็ ... นิดหน่อยล่ะมั๊ง ... คะ


            นิดหน่อย? แล้วเจ้าคิดว่าเจ้าจะสามารถเอาชีวิตรอดออกไปจากที่นี่ได้หรือไม่ ท่ามกลางมอนเตอร์ระดับเก้าและสิบพวกนี้ พวกมันล้วนจงรักภักดีต่อข้าทั้งนั้น หากข้าจะสั่งให้มันเข้าขย้ำเจ้าย่อมทำได้ทุกเมื่อ


จีน่ามองไปรอบๆอีกครั้ง แม้เธอจะเริ่มวิตกกังวลเกี่ยวกับพวกมอนเตอร์มากมายที่พร้อมจะโจมตีเธอทุกเมื่อหากได้รับคำสั่งจากอโนเทอร์ แต่ทางเลือกของเธอในตอนนี้ก็มีไม่มากนัก เธอต้องพยายามหาวิธีทำอะไรซักอย่างเพื่อแก้ไขปัญหาที่กำลังพบเจอ  เธอจึงเผยยิ้มเล็กๆให้กับจ้าวไสยเวทย์ก่อนตอบกลับไป


            ไม่รู้สิคะ แต่ถ้าจะฆ่าฉัน ฉันก็จะสู้จนตายกันไปข้างนั่นแหละค่ะ ถึงจะไม่มั่นใจว่าจะรอดก็เถอะ


            คำตอบของจีน่าที่ออกมาพร้อมกับรอยยิ้มโดยไม่สนใจสถานการณ์รอบข้างทำให้อโนเทอร์รู้สึกแปลกใจ


            สู้? หญิงสาวอ่อนแอแบบเจ้าจะสู้พวกมันได้ยังงั้นหรือไง ขนาดพวกสิบสองราชันย์ยังวิ่งหนีข้าไปโดยที่ไม่หันมามองกันซักนิด ขนาดระดับบอสอย่างอัยย์ยังไม่กล้าเหยียบเข้ามาที่นี่ แล้วทำไมเจ้าถึงอยากสู้ล่ะจีน่าเอ๋ย วิ่งหนีไปแบบพวกนั้นไม่ดีกว่าหรือไง


            ถ้าอยากให้หนีก็สั่งให้พวกมันเปิดทางให้ฉันสิคะ ฉันรู้นะคะว่าคุณควบคุมพวกมันอยู่


            คำตอบทีเล่นทีจริงของจีน่าทำให้จ้าวไสยเวทย์หัวเราะออกมาเบาๆ ผ้าคลุมดำลอยไปลอยมาซ้ายทีขวาทีก่อนหยุดตรงหน้าจีน่าอีกครั้ง แววตาสีแดงเปล่งประกายสว่างมากกว่าเดิม


            หึหึหึ ... คิดว่าข้าจะปล่อยเจ้าไปง่ายๆหรือไง ไอเท็มประจำตัวของเจ้ามันน่าสนใจและยั่วยวนข้าเหลือเกินเจ้ารู้ตัวบ้างหรือไม่ ดังนั้น ข้าจะปล่อยเจ้าไปหากเจ้ามอบขนนกของเจ้าให้กับข้า


            เมื่อได้ยินข้อเสนอนั้นจีน่านิ่งเงียบไปชั่วครู่ทันที เธอเริ่มรู้สึกว่าคำพูดของอโนเทอร์นั้นคาดเดาได้ยาก แม้ร่างตรงหน้าที่เธอคิดเอาไว้ว่าเป็นร่างปลอม แต่เธอก็ยังไม่รู้เช่นกันว่ามันมีความสามารถอะไรบ้าง แต่เธอก็ตัดสินใจได้ทันทีแม้จะกำลังถูกล้อมด้วยมอนเตอร์ระดับสูงก็ตาม


            ไม่ให้ค่ะจีน่าตอบกลับไปอย่างห้วนๆ ทำให้ผ้าคลุมดำลอยหมุนวนไปมาอย่างรุนแรงก่อนจะพุ่งเข้ามาจ่อใบหน้าของหญิงสาวที่แม้เธอจะเริ่มรู้สึกกลัวขึ้นมาบ้าง แต่เธอก็พยายามข่มใจเอาไว้สุดฤทธิ์ พยายามจ้องหน้ากลับไปด้วยสีหน้าเรียบเฉย


            หืม ... ตอบไม่ต้องคิดแบบนั้น เจ้าคงไม่รู้สินะว่าข้าน่ากลัวขนาดไหน หึหึหึหึ


            สิ้นเสียงหัวเราะอโนเทอร์ลอยออกห่างจากจีน่าทันที ทันใดนั้นเองเสียงหัวเราะที่ยังคงดังออกมาเบาๆท่ามกลางความมืดจะเงียบเสียงลง บรรยากาศเริ่มน่ากลัวขึ้นมากกว่าเดิม และเมื่อเธอมองตรงไปยังจุดที่ผ้าคลุมสีดำกำลังลอยไปลอยมาอยู่นั้น แสงจากดวงตาของมันก็ส่องสว่างขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมกับเสียงของจ้าวไสยเวทย์ที่เอ่ยออกมาอย่างเกรี้ยวกราดทันที


            งั้นก็คงจะต้องใช้กำลังแล้วล่ะจีน่า ข้าจะฆ่าเจ้าทิ้งตรงนี้แล้วเอาขนนกมาใช้งาน!”


            เขตไสยเวทย์ ป่าแห่งความสิ้นหวัง


            ไม่มีอาวุธประจำกาย ไม่มีแสงสว่างส่องออกมาเหมือนกับทักษะอื่นใดที่จีน่าเคยพบเคยเห็นมาก่อน แต่เมื่อสิ้นเสียงประกาศทักษะแล้ว มีเพียงสายลมกรรโชกแรงเท่านั้นที่ทำให้จีน่ารับรู้ถึงบรรยากาศอันน่าสะอิดสะเอียน มันเป็นทักษะที่เธอไม่เคยเห็นมาก่อนแต่อย่างใด เมื่อสภาพแวดล้อมรอบตัวของเธอจากที่เป็นเพียงป่าแห่งความตาย มันกลับกลายเป็นภาพขาวดำจนทำให้เธอต้องสะบัดหน้าไปมาหลายครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าเธอไม่ได้ตาฝาดไปเอง


            และเมื่อรู้ตัวว่าไม่ได้ตาฝาดไป แต่ด้วยผลของทักษะจากอโนเทอร์ ทำให้เธอต้องพบเจอกับภาพอันน่าสยดสยองที่กำลังถาโถมเข้าใส่เธออย่างไม่หยุดหย่อน ต้นไม้ที่เคยตั้งตะหง่านอยู่ตรงหน้าแม้จะไร้ใบเหลือเพียงกิ่งก้าน แต่ในตอนนี้มันกำลังถูกหลอมละลายด้วยบางสิ่งบางอย่าง เสียงหัวเราะ เสียงโหยหวนดังสนั่นทำลายโสทประสาทด้านการได้ยินจนเธอรู้สึกว่ากำลังจะควบคุมสติไม่ได้ ภาพซากศพหลายร้อยหลายพันปรากฏอยู่ตรงหน้าสร้างความกลัวภายในจิตใจให้เพิ่มมากยิ่งขึ้น


            จีน่าตัดสินใจหลับตาลงเพื่อไม่ให้ตัวเองต้องพบเจอกับภาพที่กำลังหลอกหลอนเธอ แต่หากว่า ภายใต้ความมืดมิดที่เธอไม่สามารถมองเห็นได้นั้น พวกภาพอันแสนสยดสยองก็ยังคงปรากฏให้เธอเห็นผ่านห้วงความคิดของเธอเอง


            เมื่อถูกถาโถมด้วยความกลัว ความสยดสยองจนไม่มีโอกาสได้พักหายใจหายคอ ผู้ใช้ทักษะแสนน่ากลัวที่สามารถเนรมิตฝันร้ายขึ้นมาได้ภายในชั่วพริบตาเดียวอย่างจ้าวไสยเวทย์ก็เริ่มออกคำสั่งแก่เหล่ามอนเตอร์ที่อยู่ใต้การปกครองของเขาทันที เมื่อเขาเห็นว่าจีน่ากำลังตกอยู่ในห้วงแห่งความมืดมิดดั่งที่เขาตั้งใจเอาไว้


            “จัดการซะ เหล่าสมุนของข้า!”


            สิ้นเสียงคำสั่งจากอโนเทอร์ เหล่ามอนเตอร์ระดับสูงที่แข็งแกร่งที่สุดจากทั้งเจ็บหุบเขาก็ส่งเสียงคำราม และเสียงร้องออกมาพร้อมกันจนจีน่าไม่สามารถทนฟังได้อีกต่อไป เธอทรุดนั่งพับเพียบลงกับพื้น นำมือทั้งสองขึ้นมาปิดใบหูเอาไว้ ดวงตาทั้งสองปิดสนิท และนั่นทำให้ผู้ที่กำลังเฝ้ามองเธออยู่เริ่มรู้สึกผิดหวังในตัวของเลเจนด์บอสเกิดใหม่ขึ้นมาเล็กน้อย จึงเอ่ยขึ้นมาในขณะที่จีน่านั้นไม่ได้ยินเสียงใดๆ


            ถ้าได้แค่นี้ ... เธอก็ไม่เหมาะกับโลกใบนี้หรอกนะจีน่า และตำแหน่งเลเจนด์บอสนั้น มันไม่ได้มีไว้ช่วยให้เธออยู่รอด แต่มันกำลังจะฆ่าเธอต่างหาก นึกว่าจะทำอะไรได้มากกว่านี้เสียอีก


            ในขณะที่อโนเทอร์กำลังลอยไปลอยมา เป็นช่วงเวลาเดียวกับที่มอนเตอร์ทั้งหลายกำลังกรูกันพุ่งเข้าใส่จีน่าอย่างรวดเร็วจนเขามองไม่เห็นร่างของเธอที่กำลังจมหายไปในท่ามกลางฝูงมอนเตอร์เกือบร้อยตัว


            เขาถอนหายใจออกมา ตัดสินใจหันหลังกลับไปในเขตที่ลึกเข้าไปภายในหุบเขาแม่มดทันที เขาไม่สนว่าหญิงสาวจะต้องตายอย่างทุกข์ทรมานเพียงใด เพราะนั่นคือสิ่งที่เธอควรได้รับหากล่วงเกินเข้ามาในเขตของจ้าวไสยเวทย์อย่างเขา และความอ่อนแอของเธอนั้นกำลังนำพาให้เธอต้องเผชิญหน้ากับความตายที่กำลังร้องเรียกหาเธออยู่

           

            เทสล่า ฟิลด์..

 

            เสียงแสนแผ่วเบาเอ่ยชื่อของทักษะออกมา เมื่อนั้นอโนเทอร์ต้องรีบหันหลังกลับมาทันที เมื่อแสงสีน้ำเงินจากกระแสไฟฟ้านับหมื่นนับแสนเส้นกำลังพุ่งขึ้นมาจากพื้นดินฉวัดเฉวียนไปมาราวกับพวกมันกำลังเต้นรำกันอยู่ เหล่ามอนเตอร์ระดับเก้าและระดับสิบที่แข็งแกร่ง เมื่อถูกกระแสไฟฟ้าแรงสูงพุ่งเข้าใส่โดยที่พวกมันไม่ทันตั้งตัวก็พากันแหลกสลายหายไปทันที ฝุ่นละอองฝุ้งกระจายปกคลุมหญิงสาวที่กำลังกำเรเปียร์เอาไว้แน่นในมือ


            ด้วยผลจากสัญลักษณ์สายฟ้าที่สร้างเอาไว้แต่ยังไม่ได้ใช้งานมัน ทำให้พื้นที่รอบกายของเธอกลายเป็นสนามไฟฟ้าแรงสูงที่จะโจมตีสิ่งแปลกปลอมทุกอย่างภายในบริเวณ และเพียงแค่นั้นมันก็เพียงพอแล้วสำหรับการจัดการมอนเตอร์ระดับสูงทั้งหมด แต่บางสิ่งบางอย่างก็ทำให้จีน่าอดคิดมากไม่ได้ เพราะมอนเตอร์นั้น เมื่อระดับยิ่งสูง วิธีการจัดการมันก็จะยิ่งซับซ้อน แต่พวกมันกลับถูกโจมตีเพียงครั้งเดียวก็หายไปเช่นนี้ทำให้เธอต้องเก็บความสงสัยเอาไว้ในใจ


            เธอลุกขึ้นยืนจ้องเขม็งมาที่จ้าวไสยเวทย์พร้อมกับกระแสไฟฟ้ามากมายกำลังไหลเวียนไปทั่วทั้งตัวของเธอเอง สร้างความประหลาดใจให้กับอโนเทอร์จนทำให้เขาต้องรีบลอยเข้ามาหยุดตรงหน้าจีน่าอีกครั้ง


            แต่ยังไม่ทันทีอโนเทอร์จะพูดอะไรต่อ ปลายแหลมของเรเปียร์ก็ชี้เข้ามาที่หน้าของเขาเสียแล้ว

 

            เลเซอร์ พลาสม่า!”

           

            แสงวูบสีน้ำเงินเข้มส่องสว่างออกจากปลายเรเปียร์ ก่อนที่มันจะพุ่งเข้าใส่ผ้าคลุมโสโครกจนมันหายไปไม่เหลือแม้แต่เศษซาก ด้วยพลังทำลายล้างของทักษะรุนแรงนี้ทำให้พื้นที่บริเวณด้านหน้านั้นถูกทำลายหายไปจนทำให้เหลือเพียงพื้นดินว่างเปล่า ภาพขาวดำกลับกลายเป็นภาพที่สายตาสามารถมองเห็นได้เป็นปกติอีกครั้ง


            จีน่ารู้สึกโกรธที่อยู่ดีๆ อโนเทอร์ก็ไม่อธิบายหรือพยายามทำความเข้าใจใดๆกับเธอ และการโจมตีนั้นเธอก็ทำออกไปด้วยอารมณ์โมโหจนขาดสติยั้งคิด แต่ในอีกใจหนึ่ง เธอก็รู้สึกสะใจที่ได้ปลดปล่อยและสามารถตอบโต้กลับไปได้อย่างถึงพริกถึงขิงเช่นนี้


            เมื่ออโนเทอร์หายไปแล้ว จีน่ามองไปรอบๆก็พบว่ามันมีเพียงความว่างเปล่าเหมือนกับที่เธอพึ่งเคยมาเหยียบทางเข้าของหุบเขาแม่มดในครั้งแรก เธอคิดว่ามันคงจบแล้ว อโนเทอร์ที่อาจจะเป็นร่างปลอมก็คงไม่มากวนเธออีก แต่ในขณะที่กำลังสบายใจได้เพียงชั่วครู่เดียว เสียงของจ้าวไสยเวทย์จากความว่างเปล่าตรงหน้ากลับส่งเสียงดังขึ้นมามากว่าขึ้นกว่าเดิม จนทำให้พวกนกปีศาจภายในหุบเขาแม่มดพากันบินหนีออกมาจากป่าตรงหน้าทันที         

 

            โอ้ ... เห็นทีข้าต้องมองเจ้าใหม่แล้วล่ะจีน่า สามารถใช้สกิลระดับสูงขนาดนี้ได้เชียวรึ อีกทั้งยังสามารถก้าวข้ามพวกมอนเตอร์ระดับสูงแบบนี้ได้เสียอีก น่าทึ่งจริงๆ สำหรับผู้เล่นที่พึ่งจะอยู่ในโลกนี้ได้ไม่กี่สัปดาห์


            จะยังไงก็เถอะ... ทำไมไม่เผยตัวออกมาให้เห็นล่ะคะ จะหลบๆซ่อนๆไปถึงเมื่อไหร่กัน


            จีน่ารู้สึกหัวเสียขึ้นมาที่มันไม่เป็นอย่างที่คิด อโนเทอร์ยังคงอยู่ และยังสามารถพูดสื่อสารกับเธอได้โดยที่ไม่ต้องเผยตัวออกมาให้เห็น เมื่อได้ยินคำพูดของหญิงสาวผู้โดดเดี่ยวแล้วเสียงจากจ้าวไสยเวทย์จึงดังขึ้นอีกครั้ง


            ฮ่าฮ่าฮ่า! อย่าจองหองไปนักจีน่า! อยากจะเจอตัวตนของข้างั้นรึ! ยังเร็วไปแม่หนูน้อย!”

 

            “สิ้นสัมผัสห้าประการ

           

            เสียงประกาศทักษะจากอโนเทอร์ดังก้องกังวาลไปทั่วหุบเขาแม่มดอีกครั้ง และอีกเช่นเคย มันไม่มีแสงสี ไม่มีอะไรที่แสดงออกมาถึงการใช้ทักษะอย่างที่เคยเป็น แต่เมื่อจีน่ารู้สึกตัวอีกที ประสาทสัมผัสทั้งห้าของเธอก็ดับวูบลงอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งการได้ยิน การมองเห็น การได้กลิ่น การสัมผัส และการลิ้มรส


            ทั้งห้าประสาทสัมผัสของมนุษย์ถูกจัดการให้หายไปจากหญิงสาวที่กำลังยืนอึ้งอยู่กับที่ ในตอนนี้เธอไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกต่อไป เธอทั้งตื่นตระหนก ตกใจกับสิ่งที่กำลังเผชิญหน้าเพราะมันกำลังทวีคูณความรุนแรงขึ้นทุกที มันต่างจากทักษะแรกที่เธอพบเจออย่างมาก


            ทักษะป่าแห่งความสิ้นหวังนั้น มันอาจจะเป็นเพียงภาพลวงตาที่สร้างขึ้นมาเพื่อทำให้ศัตรูเสียสติเพราะความกลัวที่ได้เห็น ได้ยินสิ่งสยดสยองตรงหน้า


            แต่กับทักษะที่เธอกำลังพบเจอนั้นมันกลับสร้างความกลัวให้เพิ่มมากขึ้นจนไม่สามารถบรรยายความรู้สึกออกมาได้ เมื่อต้องตกอยู่ภายใต้ความมืดมิดที่ไม่สามารถรับรู้อะไรได้อีกต่อไป แม้แต่เสียงหายใจหรือรสชาติของน้ำลายก็ไม่สามารถสัมผัสมันได้อีกต่อไป


            ท่ามกลางความสับสนของหญิงสาว เธอยื่นมือออกไปด้านหน้าราวกับคนตาบอด และเธอต้องสะดุ้งสุดตัวจนหงายหลังล้มลงไปกับพื้น เมื่อเสียงของอโนเทอร์ที่เธอไม่น่าจะได้ยินดังขึ้นมาภายในโสทประสาทอีกครั้ง

 

            อยากเห็นตัวจริงของข้างั้นรึ ท่ามกลางความมืดมิดที่เจ้ากำลังเผชิญ ลองตามหาข้าดูสิ หึหึหึหึหึ ...แน่นอนจีน่า ...

            ถ้าเจ้าหาข้าเจอ ข้าจะปล่อยเจ้าไปโดยที่ไม่มีอะไรบุบสลาย


            แต่ถ้าหาข้าไม่เจอ กว่าเจ้าจะรู้สึกตัวอีกทีก็คงกลายเป็นเพียงศพขึ้นอืดในกล่องเหล็กสี่เหลี่ยมไปแล้วล่ะนะ


            จีน่าไม่เข้าใจว่าจ้าวไสยเวทย์กำลังล้อเล่นอะไรอยู่กันแน่ เธอพยายามอ้าปากพะงาบๆ เพื่อจะพูดสิ่งที่คิดออกไป แต่มันก็ไม่สามารถส่งเสียงออกไปได้ เธอเริ่มกำมือแน่น เธอทั้งโกรธอโนเทอร์และโกรธตัวเองที่อ่อนแอจนทำให้ถูกเล่นงานได้ง่ายๆแบบนี้


            คำเตือนของแคทเทอริน่าที่เคยเตือนเธอเอาไว้ผุดขึ้นมาในความคิดอีกครั้ง มันเป็นความผิดของเธอเองที่ไม่ยอมวิ่งหนีตามที่แคทเทอริน่าบอก และภาพของเธอที่กำลังนอนนิ่งท่ามกลางความมืดพร้อมกับน้ำตาที่ไหลออกมาอย่างไม่ทันตั้งตัว


แคทเทอริน่าเองสามารถเห็นทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอเผชิญอยู่ได้เช่นกัน ด้วยผลจากไอเท็มบันทึกการเดินทาง และมันทำให้เจ้าเมืองโอโบลฮาร่ากำลังนั่งไม่ติดกับที่เช่นกัน เธอกำมือทั้งสองเอาไว้แน่น สายตาจ้องมองไปยังภาพโฮโลแกรมที่กำลังฉายภาพของหญิงสาวผู้โดดเดี่ยวท่ามกลางความมืดมิด

 

            หึหึหึ .... และนี่ไม่ใช่คำขู่นะจีน่า แต่นี่คือเกมที่เจ้าต้องเล่น หากเจ้าชนะเจ้าจะได้รางวัลไป แต่หากเจ้าแพ้ มีเพียงสิ่งเดียวที่รอเจ้าอยู่ นั่นก็คือ


            ความตาย!”

           

            มันเป็นเสียงสุดท้ายที่จีน่าได้ยินจากอโนเทอร์ ผลจากทักษะน่ากลัวยังคงไม่หายไป เธอนอนแน่นิ่งอยู่กับพื้นนานหลายนาทีท่ามกลางความมืดมิดและสายลมเย็นยะเยือกที่กำลังพัดผ่านชะโลมร่างกายของเธอไปอย่างแผ่วเบา และเมื่อเธอไม่มีทางเลือกอีกต่อไปเธอจึงตัดสินใจที่จะละทิ้งความอ่อนแอของตัวเองทิ้งเอาไว้ยังทางเข้าหุบเขาแม่มด ก่อนจะยันตัวให้ลุกขึ้นยืนอีกครั้ง


            แม้เธอจะไม่รู้ว่าทิศทางที่เธอกำลังจะก้าวเดินไปคือทิศทางใด มันอาจจะเป็นทางที่เป็นหุบเหวลึกที่อาจจะนำพาเธอไปสู่ความตายอย่างง่ายดายก็เป็นได้ แต่เมื่อเธอตัดสินใจอย่างแน่วแน่แล้ว จากความกลัว ความสิ้นหวัง ความท้อแท้


            ทุกสิ่งทุกอย่างที่เธอกำลังเผชิญหน้าได้หล่อหลอมให้เธอใช้พวกมันเป็นแรงขับเคลื่อนให้เธอก้าวเดินไปข้างหน้าแม้จะมองไม่เห็น ไม่ได้ยิน ไม่สามารถสัมผัสสิ่งใดๆได้ก็ตามที


            ภาพของหญิงสาวก้าวเดินทีละก้าวทีละก้าวหายเข้าในหุบเขาแม่มดนั้น เป็นภาพสุดท้ายที่แคทเทอริน่าได้เห็นราชินีแห่งนภาที่กำลังรับบททดสอบครั้งยิ่งใหญ่จากผู้เล่นระดับเลเจนด์บอสที่แท้จริงอย่างจ้าวไสยเวทย์ ซึ่งเธอก็รู้ดีว่าจีน่าอาจจะตายได้ แต่เธอก็ไม่สามารถช่วยเหลือใดๆได้อยู่ดี


            เสียงทุบโต๊ะดังสนั่นไปทั่วห้องทำงานของเธอเพื่อเป็นการระบายอารมณ์ ก่อนจะปิดภาพถ่ายทอดสดตรงหน้าทันที

           

           

           

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #117 Dize Ŕeriattă (@taross_dize) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 18:12

    รออ่านจ้าาา.. อโนเทอร์ต้องการอะไรกันแน่นะเนี่ยหนูจีหนูไม่ต้องกลัวลูกหนูมีสกิลติดตัวอยู่แต่แรกแล้วสกิลนางเอกไงหนูถ้าหนูตายเรื่องเดินต่อไม่ได้เพราะงั้นหนูไม่ตายแน่นอน5555555
    #117
    0
  2. #116 Kanokphon Iceah (@iceah) (จากตอนที่ 48)
    วันที่ 6 เมษายน 2562 / 16:26
    ค้างงงงง
    #116
    0