Project Q Online : - Re

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 6,119 Views

  • 121 Comments

  • 313 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    129

    Overall
    6,119

ตอนที่ 32 : ขอแสดงความนับถือ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 239
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 48 ครั้ง
    20 มี.ค. 62

          


               เฟิ่งอวี้ เจ้าต้องทำอะไรซักอย่างเดี๋ยวนี้! ไม่อย่างนั้นแคทเทอริน่าได้จัดการกองกำลังของเราจนหมดแน่!”


            หยางตะโกนลั่นออกมาในขณะที่เขากำลังใช้ทักษะทุกอย่างที่เขามีคอยหลบหลีกการโจมตีของแคทเทอริน่าที่มันมั่วซั่วไร้ทิศทาง คมเคียวของเธอตวัดเข้าใส่ร่างกายของผู้เล่นในชุดสีแดงคนแล้วคนเล่า การโจมตีแต่ละครั้งของเธอมันไม่เพียงแค่รุนแรงจนไม่มีทักษะใดๆป้องกันได้เพียงเท่านั้น


            แต่มันยังส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง เพียงการเหวี่ยงเคียวแดงสดในมือของปีศาจร้ายอย่างเธอนั้น มันยังทำให้เกิดคลื่นลมแหลมคมเข้าซัดใส่ทุกสิ่งทุกอย่างที่ขวางทางมันอีกด้วย และนั่นทำให้หยางต้องกระโดดหลบไปหลบมาพร้อมกับเฟิ่งอวี้ที่หลบไปยืนอยู่บนยอดน้ำพุตรงกลางสวนสาธารณะที่เป็นสถานที่ที่แคทเทอริน่ากำลังอาละวาดสังหารทุกสิ่งมีชีวิตข้างหน้า ไม่เว้นแม้แต่มอนเตอร์โชคร้ายที่เข้ามาในระยะการโจมตีของเธออย่างไม่ดูตาม้าตาเรือ


            หยางกระโดดลงมายืนข้างเฟิ่งหวี้ก่อนเขาจะต่อว่าชายในชุดผ้าแพรสีแดงซึ่งยืนนิ่งไม่ขยับเขยื้อน  เขาเพียงใช้ทักษะของเขาเรียกให้กระบี่แสงออกมาอยู่รอบกายเป็นวงกลมเพื่อปกป้องตัวของเขาเท่านั้น


            เมื่อเฟิ่งอวี้ถูกต่อว่าที่ไม่ยอมทำอะไรเสียที เขาเหลือบตามองมายังหยางก่อนจะยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาด้านหน้าเล็กน้อย


            ท่านเห็นหรือไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นกับข้า


            เขาถามออกไปในขณะที่หยางเองขมวดคิ้วเป็นปมใหญ่ค้อนมองมาด้านข้าง และเมื่อเขาเห็นมือทั้งสองของเฟิ่งอวี้สั่นไม่หยุดก็รู้สึกแปลกใจขึ้นมา เพราะตั้งแต่ที่เขารู้จักกับเฟิ่งอวี้มา เขาเป็นผู้เล่นที่มีสติปัญญาที่ดีมาก อีกทั้งยังสุขุมกับทุกสถานการณ์ แม้ว่าจะต้องเผชิญหน้ากับศัตรูนับพัน เขาก็ไม่เคยหวั่นเกรง และไม่เคยแสดงอาการที่เขาเห็นตรงหน้าออกมาแม้แต่ครั้งเดียว


            มือของข้าสั่นไม่หยุดเลยท่านหยาง ...  นอกจากพวกเลเจนด์บอสทั้งหกคนที่ข้าเคยปะมือมาด้วยแล้ว ไม่มีใครที่สามารถทำให้ข้ารู้สึกตื่นเต้นจนตัวสั่นได้แบบนี้มาก่อน


            จะสั่นไม่สั่นก็เรื่องของเจ้าสิวะ! รีบไปจัดการมันซักที ข้าจะไม่ยอมให้การลงทุนลงแรงของข้าเสียเปล่าเพราะผู้หญิงเพียงคนเดียวหรอกนะ! แล้วเจ้าก็เป็นถึงบอสเช่นเดียวกับยัยนั่นนะเจ้าลืมไปแล้วหรือไง เร็วเข้า! ไปจัดการมันซะ!”


 ดูเหมือนว่าหยางจะไม่สนใจว่าเฟิ่งอวี้จะรู้สึกยังไง แม้ว่าเขาจะตัวสั่นเทิ้มหรือแสดงอาการตื่นกลัวออกมาเขาก็ไม่สนใจ เพราะเฟิ่งอวี้ก็แค่ลูกจ้างสำหรับหยางเท่านั้น และเขามีหน้าที่ที่ต้องทำตามเท่านั้น สถานะของเขาทั้งสองคนแบ่งออกกันอย่างชัดเจนคือนายจ้างและลูกจ้าง ไม่ใช่สหายหรือเพื่อนสนิทกันแต่อย่างใด


เฟิ่งอวี้เอง เมื่อถูกต่อว่าเช่นนั้นก็รีบคุกเข่าขอขมาชายตรงหน้าทันที เขาเงยหน้ามองมายังหยางที่ดูเหมือนกำลังแสดงสีหน้าไม่พอใจอย่างรุนแรงออกมา


            ท่านหยาง ข้าอาจจะต้องตายก็ได้ ดังนั้นแล้ว หากเกิดอะไรขึ้นกับข้าแล้วล่ะก็ ท่านต้องเดินหน้าต่อด้วยตัวเองแล้วนะครับ แม้อาชุนจะดูเหมือนว่าจะปกป้องท่านได้ แต่ท่านก็เห็นว่าเจ้าหนูนั่นยังไม่พร้อมสำหรับศึกใหญ่และศัตรูที่ร้ายกาจเช่นนี้


            หยางมองไปยังร่างของหญิงสาวที่มีแสงสีส้มปกคลุมทั่วร่างกำลังสังหารผู้เล่นคนแล้วคนเล่าอย่างบ้าคลั่งและไม่มีท่าทีว่าจะอ่อนแรงลงเลยแม้แต่น้อย แต่มีเพียงเด็กหนุ่มผมยาวดำสลวยในชุดเกราะสีแดงผ้าคลุมสีน้ำเงินเข้มกำลังเข้าปะทะกับแคทเทอริน่าได้อย่างพอฟัดพอเหวี่ยง แม้เขาจะถูกพละกำลังมหาศาลของอสูรกายสาวทำให้กระเด็นไปไกลเมื่อเข้ารับการโจมตีของเธอ แต่เขาก็ไม่ได้ถูกสังหารในพริบตาเช่นเดียวกับผู้เล่นคนอื่นๆ อีกทั้งยังสามารถยืนหยัดลุกขึ้นมาเงื้อกระบี่ในมือพุ่งเข้าโจมตีได้อีกครั้ง


            เออ! ข้ารู้อยู่แล้ว! รีบๆไปช่วยอาชุนซะไป!”


            เฟิ่งอวี้พยักหน้ารับ ก่อนจะลุกขึ้นยืนชักกระบี่เงินออกจากฝักอีกครั้ง แม้มือของเขาจะยังไม่หยุดสั่นเมื่อจ้องมองไปยังหญิงสาวที่กำลังโจมตีเด็กหนุ่มซึ่งพลาดท่าล้มลงก้นกระแทกพื้น เฟิ่งอวี้หลับตาลงชั่วครู่ก่อนจะกระโจนพุ่งทะยานไปรับการโจมตีของแคทเทอริน่าได้ทันก่อนที่คมเคียวนั้นจะเข้าสังหารอาชุนที่ทำได้เพียงยกแขนขึ้นมาบังใบหน้าเอาไว้เท่านั้น


            เมื่อผู้เล่นระดับบอสทั้งสองคนเข้าห่ำหั่นกันแล้วนั้น พวกผู้เล่นที่เหลือรอดชีวิตไม่กี่ร้อยชีวิตต่างพากันถอยออกห่างจากบริเวณทันที เพราะภาพที่พวกเขาเหล่านั้นเห็นตรงหน้าในขณะนี้ มันไม่ใช่การต่อสู้ระดับที่พวกเขาเคยพบเจอมาแต่อย่างใด


            มันคือการประลองโดยมีชีวิตเป็นเดิมพันของสองผู้เล่นที่เก่งกาจและได้รับการยอมรับด้วยสถานะบอสทั้งคู่ ท่วงท่าของแคทเทอริน่าที่ไร้ซึ่งสตินั้นทั้งงดงามและรวดเร็วจนทำเอาเฟิ่งอวี้ล้มลุกคุกคลานไปหลายครั้ง แม้เขาจะยังพอสามารถรับการโจมตีได้ด้วยการพลิกแพลงทักษะเทพกระบี่ของตน แต่เขาเองก็รู้ดีว่ามันคงไม่พอที่จะสามารถเอาชนะผู้เสพความเจ็บปวดที่สละทิ้งทุกสิ่งทุกอย่างได้


            เฟิ่งอวี้ใช้กระบี่เงินยกขึ้นรับการโจมตีของแคทเทอริน่าอีกครั้ง แต่ในครั้งนี้มันทำให้กระบี่ในมือของเขากระเด็นหลุดออกมือไปทันที เพราะมันรุนแรงมากกว่าครั้งอื่นใดที่เขาเคยได้รับมา เขาเริ่มรนรานและไม่คาดคิดว่าศัตรูตรงหน้าจะแข็งแกร่งเหนือจินตานาการของเขาได้ขนาดนี้ สีหน้าของเขาเริ่มแปรเปลี่ยนไป ในขณะที่ต้องเริ่มโยกหลบการโจมตีที่กระหน่ำลงมาอย่างไม่ยั้ง ทุกครั้งที่หลบได้ล้วนเฉียดฉิวและหากพลาดไปเพียงหนึ่งมิลลิเมตร นั่นอาจจะหมายถึงเขาต้องจบชีวิตลงทันที


            ทุกคนในบริเวณต่างพากันนิ่งเงียบเฝ้ามองการต่อสู้อันแสนดุเดือดที่เทพกระบี่กำลังเผชิญกับวิกฤตขนาดหนัก แต่ในขณะที่เขากำลังเสียเปรียบนั้น เฟิ่งอวี้กลับมีรอยยิ้มประหลาดขึ้นบนใบหน้าแทนที่จะแสดงสีหน้ากังวลออกมา เขาม้วนหลังกระโดดออกห่างจากระยะโจมตีของคมเคียวอีกครั้งก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะดังออกมา


            วะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า! เยี่ยมจริงๆ! เธอนี่มันเจ๋งชะมัดเลยแคทเทอริน่า! สกิลแบบนั้นมันคืออะไรกัน! ข้าขอนับถือ! ขอนับถือจริง!”


เฟิ่งอวี้นำมือมาผสานเข้าด้วยกันบริเวณหน้าอก ยกมือคู่นั้นแสดงความนับถือแคทเทอริน่าด้วยรอยยิ้มทันที แม้ใบหน้าจะเต็มไปด้วยหงาดเหงื่อมากมายจนมันหยดไหลลงมาไม่หยุดหย่อน


            เป็นครั้งแรกที่เฟิ่งอวี้รู้สึกสนุกสนานที่ได้เจอกับคู่ต่อสู้ที่คู่ควร แคทเทอริน่าไม่ต่างจากระดับเลเจนด์บอสที่เขาเคยพบเจอ แต่พวกเลเจนด์บอสนั้นเก่งเกินไปและเขาเองก็รู้ว่าตัวเองยังห่างไกลกับระดับนั้น แต่กับแคทเทอริน่าแล้ว เขาทั้งรู้สึกชื่นชมและยอมรับในความสามารถของเธอ เธอไม่ได้เก่งเท่าเลเจนด์บอสแต่เธอก็ไม่ได้อ่อนด้อยไปกว่าพวกผู้เล่นที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโลกนี้เลย


            นั่นทำให้เขารู้สึกสนุกสนานอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ทุกการต่อสู้ที่ผ่านมาของเขาล้วนมีแต่ความน่าเบื่อ มันง่ายเกินไป ไม่มีคนที่แข็งแกร่งพอที่จะทำให้เขาเอาจริงเอาจังได้ เขารู้สึกไร้ความสุขจนเกือบทำให้ลืมทุกสิ่งทุกอย่างที่ทำมาเพื่อไต่เต้าขึ้นมาอยู่ยังจุดจุดนี้ แต่เมื่อหญิงสาวตรงหน้าสามารถทำให้จิตใจของเขาเบิกบานได้ ความเป็นตัวเองได้กลับคืนมาอีกครั้ง และนั่นคือรอยยิ้มที่แสดงออกมาถึงเฟิ่งอวี้คนเดิมที่ตัวเขาเคยรู้จักดีกว่าใคร


            เฟิ่งอวี้! ทำไมเจ้าถึงมัวแต่เล่นอยู่ได้! รีบจัดการมันซักทีสิโว้ยยยยยย!” หยางตะโกนตรงมายังเฟิ่งอวี้ที่กำลังใช้ปลายแขนเสือของตนเช็ดเหงื่อบนใบหน้า เมื่อเขาได้ยินคำพูดของหยางจึงรีบตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มเปื้อนที่ใบหน้า


            หุบปากซะหยาง! อย่ามาขัดขวางความสุขของข้า! เงียบปากของเจ้าซะ!”


            คำพูดของเฟิ่งอวี้สร้างความตื่นตะลึงให้กับทุกคนที่เป็นผู้เล่นของจินเป่าทันที โดยเฉพาะกับหยางที่ไม่ทันได้ตั้งตัวว่าจะได้ยินคำพูดเช่นนั้นจากลูกจ้างผู้จงรักภักดีของตน


            นี่เจ้า! .. ” 


               หยางคิดที่จะตะโกนต่อว่าเฟิ่งอวี้ที่แสดงกริยาไร้ซึ่งมารยาทออกมาต่อหน้าต่อตาทุกคนเช่นนี้ แต่เมื่อเขาคิดดูดีๆแล้ว หากทำเช่นนั้นอาจจะทำให้เฟิ่งอวี้คิดไม่ดีกับตนเองได้ในอนาคต และนั่นคงไม่ดีแน่หากเทพกระบี่อย่างเขาจะกลายมาเป็นศัตรูที่เพิ่มขึ้นมาโดยไม่จำเป็นเช่นนี้ เขาจึงเลือกที่จะเงียบและเก็บงำความโกรธแค้นเอาไว้เท่านั้น

 

            แคทเทอริน่า ... ข้าไม่รู้หรอกนะว่าเจ้ามีสติอยู่หรือเปล่า แต่ข้าไม่สนเรื่องนั้นหรอก ข้าแค่อยากเจอคู่ต่อสู้ที่เหมาะสมกับข้าก็เท่านั้น แม้ว่าข้าจะตายลงตรงนี้ แต่นั่นแหละคือสิ่งที่ข้าค้นหาในโลกใบนี้ ผู้แข็งแกร่ง ผู้พิชิตทั้งหลาย ... คนเหล่านั้นไม่ต้องเป็นข้าก็ได้ แต่ขอให้ข้าได้ลิ้มรสชาติที่แท้จริงของการต่อสู้ทีเถอะ!”

 

            เทพเซียนกระบี่คลั่ง

 

            เฟิ่งอวี้ประกาศทักษะของตนออกมา เขาไม่สนใจที่จะเรียกกระบี่ซึ่งกระเด็นหลุดออกจากมือให้กลับมา เขาเพียงต้องการใช้ทักษะระดับสูงของตนที่แทบไม่เคยใช้มันมานานมากเป็นระยะเวลาหลายปี แม้ว่าทักษะนี้จะคือสิ่งที่ทำให้เขาขึ้นมาเป็นบอสแห่งเมืองจินเป่าก็ตามที


            เฟิ่งอวี้เอื้อมมือไปยังด้านหลังที่ว่างเปล่าของเขา ก่อนที่จะทำท่าเหมือนกับชักดาบออกจากฝัก โดยที่หลังของเขาไม่มีสิ่งใดสะพายเอาไว้อยู่เลย แต่เมื่อทักษะของเขาแสดงผล สิ่งที่ทุกคนเห็นนั้นไม่ใช่ความว่างเปล่า แต่มันคือกระบี่แสงสีขาวเล่มหนึ่งถูกดึงออกมาจากความว่างเปล่าที่ซุกซ่อนมันเอาไว้


รูปลักษณ์ของมันไม่ต่างอะไรกับกระบี่ธรรมดา ที่ต่างกันก็แค่มันส่องแสงสว่างวูบวาบไปมาราวกับถูกชุบด้วยเปลวเพลิงร้อนแรง เทพกระบี่ตวัดกระบี่แสงในมือลงข้างกาย ลำแสงน้อยใหญ่กระจายออกมาก่อเกิดเป็นกระบี่อีกหลายเล่มลอยวนอยู่ลอยกายของเขาทันที


เทพเซียนกระบี่คลั่ง ทักษะที่ดีที่สุดของผู้เล่นสายอาชีพ จอมกระบี่ ความสามารถของมันคือการเรียกกระบี่แสงออกมาจากความว่างเปล่า โดยที่แสงของมันนั้นหมายถึงชีวิตของผู้ใช้งาน เมื่อมันเข้าปะทะกับอะไรก็ตาม แสงเหล่านั้นจะเริ่มแตกสลายหายไปทีละเล็กทีละน้อย และกระบี่แสงรอบตัวหมายถึงจำนวนครั้งที่เขาสามารถโจมตีได้ มันจะสลายหายไปเช่นเดียวกันเมื่อเกิดการโจมตี


แม้ผู้ใช้งานทักษะนี้จะได้รับพลังในทุกๆด้านจนถึงขีดสุด แต่ทว่า หากไม่สามารถสังหารศัตรูได้ในการโจมตีเพียงไม่กี่ครั้ง เมื่อกระบี่แสงลอบตัวหายไป เขาจะเข้าสู่สถานะอัมพาตทันที และเมื่อกระบี่แสงในมือส่องแสงริบหรี่ลงเมื่อใด นั้นหมายถึงการนับถอยหลังสู่ความตายของผู้ใช้งานเช่นกัน


เฟิ่งอวี้มีควันไอจางๆลอยออกมาลอบตัวเมื่อเขาถือกระบี่แสงอยู่ในมือ หากกวาดสายตามองดูกระบี่แสงที่ลอยอยู่แล้วมันมีไม่เยอะมากนัก มันมีประมาณสามสิบเล่ม เพราะเฟิ่งอวี้ใช้ทักษะนี้ออกมาในขณะที่เขาไม่ได้อยู่ในสถานะที่ทุกอย่างยังเต็มร้อย หากเขาใช้ทักษะนี้ตั้งแต่แรก เขาอาจจะมีกระบี่แสงลอยวนอยู่หลายร้อยเล่มและแสงกระบี่ที่ถืออยู่อาจจะมีส่องสว่างมากกว่านี้อีกหลายเท่าก็เป็นได้


และเขาเลือกที่จะเดิมพันทุกสิ่งทุกอย่างที่ตัวเองมีเช่นกัน เขาไม่อยากพ่ายแพ้ให้กับหญิงสาวตรงหน้าที่เขาแสวงหามานาน ทั้งคู่เข้าปะทะกันอีกครั้งจนเกิดกระแสลมแรงขึ้นมาพัดวนไปทั่วบริเวณ คมเคียวสีแดงเข้าถูไถกับกระบี่แสงโดยที่ไม่มีใครได้เปรียบเสียบเปรียบด้านพละกำลังอีกต่อไป ทั้งคู่ออกแรงต้านกันและกันอย่างเต็มที่จนมันเกิดการระเบิดออกมาและทำให้ทั้งสองต่างกระเด็นไปคนละทิศละทางทันที เฟิ่งอวี้กระโดดขึ้นมายืนหยัดได้อีกครั้งเช่นเดียวกับแคทเทอริน่าที่สามารถทรงตัวอยู่ได้โดยไม่ล้มเช่นกัน


ปลายลิ้นของเขาแลบออกมาเลียไปยังบริเวณริมฝีปากที่มีเลือดไหลซิบออกมา สีหน้าของเขาแสดงให้เห็นถึงความสนุกสนานที่ได้รับจนอดไม่ได้ที่จะตะโกนออกมาพร้อมกับพุ่งเข้าไปหาแคทเทอริน่าในจังหวะที่แทบจะพร้อมกัน


            สุดยอด! สุดยอด! เจ้านี่มันสุดยอดจริงๆ วะฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า!”

 

            ในขณะที่บริเวณโบสถ์แห่งแสงกำลังประชันกันอย่างสุดความสามารถ อีกด้านหนึ่งภายในมุมมืดที่เต็มไปด้วยกลิ่นอับชื้นส่งกลิ่นเหม็นสาปออกมาจนสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน ร่างของชายในชุดผ้าคลุมสีครามกำลังนั่งมองหยดน้ำที่หยดลงมาตรงหน้าอย่างเชื่องช้า รอบข้างของเขามืดมิดมีเพียงแสงจากช่องเล็กๆเรียงรายอยู่ด้านบนที่ส่องลงมาให้ความสว่างได้บ้าง


            เขาใช้กำไลสีแดงของตนเปิดดูสถานการณ์ของสงครามด้วยใจระทึก บนหน้าจอนั้นแสดงให้เห็นว่าในตอนนี้โอโบลฮาร่าเข้าสู่ขั้นวิกฤตในระดับที่ไม่สามารถมองเห็นชัยชนะได้เลยหากมองจากสายตาของคนนอกที่ต่างกำลังร่วมลุ้นสงครามครั้งนี้ไปด้วยอยู่ทั่วทุกมุมโลก เพราะมันเป็นสงครามครั้งใหญ่ที่อาจจะทำให้เมืองเมืองหนึ่งกลายเป็นมหาอำนาจอีกหนึ่งเมืองของโลกนี้ทันทีหากได้รับชัยชนะ


            ผู้เล่นฝ่ายรุกที่ยังมีชีวิต เหลืออยู่สองร้อยสิบสองคน ในขณะที่ผู้เล่นฝ่ายรับเหลือเพียงสามคนเท่านั้น โดยที่ตัวเลขนับถอยหลังเข้าสู่สิบห้านาทีสุดท้ายของระยะเวลาที่ดำเนินมานานกว่าสี่ชั่วโมง

           

            อีกสิบห้านาที ... ขอให้ทุกอย่างเป็นไปตามที่คิดเถอะ


            ชายหนุ่มพูดขึ้นมาพร้อมทั้งเอามือทั้งสองขึ้นมาถูกันไปมา เขาดูกระวนกระวายอย่างเห็นได้ชัด และข้อมูลตัวเลขนั้นทำให้เขารู้ได้ทันทีว่าเหล่าสหายของตนได้พ่ายแพ้ไปจนหมดแล้ว และมีเพียงเขาเท่านั้นที่ยังเหลือรอด


เขาวิตกกังวลจนแทบคุมสติเอาไว้ไม่อยู่ แม้ว่าจะมาซ่อนตัวยังสถานที่ลับแห่งนี้แล้ว แต่ก็ยังมีใครบางคนที่รู้ว่าสถานที่ลึกลับนี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่ออะไร และแม้มันจะเป็นความลับของผู้เล่นระดับสูงที่แคทเทอริน่าเชื่อใจเท่านั้นที่จะรู้ว่ามีที่แห่งนี้ซุกซ่อนอยู่เผื่อเกิดสงครามขึ้นมา


เขากังวลถึงผู้เล่นระดับสูงคนหนึ่งที่ไม่รู้ว่าเป็นหรือตาย ตั้งแต่กลับมาจากฟิลด์ล่ามอนเตอร์ รวมถึงเข้าปะทะกับศัตรูพร้อมกับไล่ตามจับมอนเตอร์ระดับสูงเพื่อไม่ให้มันทำลายเมืองจนไม่เหลืออะไร เขายังไม่เคยเห็นแม้แต่วี่แววของผู้เล่นที่เขานึกถึงเลยแม้แต่น้อย


            เห็นทีว่าจะไม่เป็นไปอย่างที่เจ้าคิดนะโมเสส


            คาร์ล!”


            โมเสสเอ่ยชื่อของชายในชุดผ้าคลุมสีดำของผู้แปรพักตร์ออกมาทันที นั่นคือสิ่งที่เขารู้สักกลัวและรู้สึกเป็นกังวลมากที่สุด และในตอนนี้คนผู้นั้นได้มายืนอยู่ตรงหน้าเขาเสียแล้ว


            คาร์ลเดินอาดตรงเข้ามาโมเสสอย่างเชื่องช้า ในมือของเขาถือคฑาสีขาวของตนเอาไว้เตรียมพร้อมสำหรับการต่อสู้ที่ต้องเกิดขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ทันที


            ฉลาดดีนี่ที่เลือกมาซ่อนตัวที่นี่คนเดียว เพราะถ้าหากไม่มีใครหาเจ้าเจอเงื่อนไขการเข้าไปในโบสถ์แห่งแสงย่อมไม่ถูกต้อง และผมมาที่นี่ก็เพื่อทำให้มันถูกต้องอย่างที่มันควรจะเป็น


คาร์ลแสยะยิ้มออกมาก่อนจะชี้คฑาของตนมายังโมเสสทันที ด้านปีกแห่งโอโบลฮาร่าคนสุดท้ายที่เหลือรอดก็รีบเรียกไม้เท้าเก่าๆแทบจะพุพังมาไว้ในมือเช่นกัน เขาลุกขึ้นยืนประจัญหน้ากับผู้ทรยศที่ตอนนี้ก็ยังไม่มีใครรู้ถึงสาเหตุที่แท้จริงกับการกระทำของเขา


แต่โมเสสนั้น เพียงเห็นหน้าของคาร์ลผู้ทรยศ เขาก็ไม่สามารถระงับอารมณ์ทั้งหมดทั้งมวลที่เขามีไว้ได้อีกต่อไป เขาชี้ไปยังหน้าของคาร์ลก่อนตะเบงเสียงดังลั่นจนทำให้บริเวณรอบข้างสะท้อนเสียงกลับมา


            แกนะแก! ไอคนทรยศ! ทำไมแกถึงหักหลังท่านแคทเทอริน่า! ทั้งๆที่เธอให้ทุกสิ่งทุกอย่างกับแกแบบที่ไม่ว่าใครก็ต้องอิจฉาทั้งนั้น ทั้งชื่อเสียง เงินทอง เกียรติยศ จากไอเด็กเมื่อวานซืนที่แค่เจอมอนเตอร์เลเวลหนึ่งยังวิ่งหนีเมื่อหลายปีก่อน จนมาถึงทุกวันนี้ในระดับมาสเตอร์ได้ ทำไมแกมันเลวแบบนี้! ไอระยำเอ้ย!”


            พูดจบหรือยัง หนกหูชะมัด


            คำพูดห้วนๆของคาร์ลทำให้โมเสสรู้สึกโกรธที่เขาไม่แม้แต่จะฉุกคิดถึงคำพูดของตน สีหน้าเรียบเฉยของอดีตรองเจ้าเมืองมองมายังชายหนุ่มผมสีครีมที่แสดงสีหน้าโมโหรุนแรงออกมา ทั้งสองชี้อาวุธประจำกายของตนออกมาหาแต่ละฝ่ายทันที

 

            เมฆาสะบัดปลาย


            เสียงประกาศทักษะดังขึ้นมาจากชายหนุ่มทั้งสองคนพร้อมๆกัน พวกเขาใช้ทักษะแบบเดียวกันออกมาแบบที่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่สามารถคาดเดาได้ หมู่เมฆปรากฏอยู่ที่เบื้องหน้าของทั้งสองคนอย่างรวดเร็ว มันหากันโดยก้อนเมฆที่เรียกมานั้นกลายสภาพจากปุยเมฆบิดเบี้ยวเป็นปลายแหลมคมคล้ายกับดาบขนาดใหญ่เข้าปะทะกันทันที แต่เมื่อทักษะทั้งสองเหมือนกันและถูกใช้งานโดยผู้เล่นระดับมาสเตอร์เช่นกัน นั่นจึงทำให้พวกกลุ่มเมฆแตกสลายหายไปทันที


            ชายหนุ่มทั้งสองจ้องเขม็งมองซึ่งกันและกัน ต่างฝ่ายต่างไม่ยอมลดอาวุธในมือลงแม้แต่น้อย โมเสสตะโกนใส่คาร์ลออกไปอย่างเกรี้ยวกราดทันที


            ถ้าอยากได้เมืองนี้ไปครอง ก็ลองมาวัดกับข้าดูสิไอคนทรยศ ว่าใครกันแน่ที่เป็นนักเวทย์เมฆาที่แท้จริง!”


            น่ารำคาญจริงๆ ..


            คาร์ลกระตุกยิ้มขึ้นมาที่มุมปากเล็กน้อย ก่อนที่ทั้งคู่จะเริ่มการประลองระหว่างจอมเวทย์เมฆาที่อาจจะจุดสำคัญในการตัดสินความอยู่รอดของศึกครั้งนี้ทันที โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าในสถานที่แห่งหนึ่งของโอโบลฮาร่าได้มีจอมเวทย์ทั้งสองกำลังทำทุกวิถีทางเพื่ออุดมการณ์ของตนเองอย่างสุดกำลังความสามารถ







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 48 ครั้ง

3 ความคิดเห็น

  1. #78 Dize Ŕeriattă (@taross_dize) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 18:56
    รอคร้าาาา
    #78
    0
  2. #77 wannisa1891 (@wannisa1891) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 18:51

    สนุกมากค่ะ จีน่าค่าตัวจะแพงไปไหมเนี่ย...
    #77
    1
    • #77-1 Daddy Bear (@coolmasters21) (จากตอนที่ 32)
      17 มีนาคม 2562 / 19:29
      งืออออออ โดนนุ้งจีน่าไถ่ค่าตัวไปหมดแล้ว ขอตังให้พ่อหมีหน่อย!
      #77-1
  3. #76 Kanokphon Iceah (@iceah) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 18:13
    รออออจ้า
    #76
    0