Project Q Online : - Re

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 6,133 Views

  • 121 Comments

  • 313 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    143

    Overall
    6,133

ตอนที่ 22 : รุกหนัก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 297
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 54 ครั้ง
    20 มี.ค. 62

           

สไปค์! นำนักรบมังกรเข้าไปจัดการไอของเลียนแบบนั่นซะ!”


โนเบิ้ลชี้นิ้วออกคำสั่งให้สไปค์นำนักรบมังกรข้างหลังเข้าปะทะกับกองเรือเหาะของจินเป่าทันที แต่ด้านสไปค์เองเมื่อได้ยินคำสั่งของผู้บัญชาการทหารก็รู้ไม่เห็นด้วย เขาหันมาโต้แย้งทันที


            ถ้าทำแบบนั้นจะไม่มีใครคอยคุ้มครองกองเรือของเรานะครับ แล้วด้วยกองกำลังแค่นี้เรายังไม่รู้ด้วยว่าพวกมันจะมีลูกเล่นอะไรอยู่บ้าง ผมว่ามันเสี่ยงเกินไป กับทั้งกองกำลังนักรบมังกรและกองเรือเหาะของเรา


            การที่สไปค์แย้งไปเช่นนั้นก็เพราะว่า เขารู้ดีว่ากองกำลังของโอโบลฮาร่าน้อยกว่ามาก ทั้งจำนวนเรือเหาะที่น้อยกว่าศัตรู หากอาวุธหนักซึ่งเป็นสิ่งที่พวกศัตรูเกรงกลัวอย่างเรือเหาะประจัญบานถูกทำลายลงไปตั้งแต่ต้นของสงครามเช่นนี้ นั่นย่อมหมายถึงความเสียเปรียบอย่างมหาศาลจนแทบมองไม่เห็นหนทางที่จะชนะศึกได้ ตัวเขาเองไม่อยากเสี่ยงที่จะเอาตัวเองไปปะทะกับศัตรูซึ่งอยู่ไกลออกไป หากมีบางอย่างที่นึกไม่ถึงเข้ามาจู่โจมกองเรือโดยตรงนั่นอาจจะหมายถึงหายนะครั้งใหญ่ทันที แต่โนเบิ้ลไม่ได้นึกถึงความปลอดภัยเป็นหลักอย่างสไปค์ เขาบินโฉบมังกรดำของตนเข้ามาใกล้ก่อนเอ่ยออกมา


            ไม่ต้องเป็นห่วงไป ตรงนี้ข้าจะอยู่คอยสั่งการเอง ขืนชักช้าปล่อยให้พวกมันเข้ามาใกล้ตัวเมืองได้คงไม่ดีแน่ มีอะไรก็ประเคนใส่ให้พวกมันกินซะให้หมด ไม่ต้องห่วงกองเรือ ข้าจะรักษามันไว้ด้วยชีวิต เข้าใจนะ!” แม้สไปค์จะไม่เห็นด้วย แต่เขาเป็นเพียงผู้ใต้บังคับบัญชาเท่านั้นจึงทำได้เพียงพยักหน้ารับก่อนจะขอกำลังไปเท่าที่จำเป็น


            เข้าใจแล้วครับ ถ้าอย่างนั้นผมขอพวกระดับกำไลฟ้าซักยี่สิบคนก็แล้วกันครับ ส่วนคนอื่นให้อยู่ที่นี่คอยคุ้มครองกองเรือกับคุณโนเบิ้ลเอาไว้ ผมไม่อยากเสี่ยงใช้พวกระดับอัศวินมังกรในตอนนี้


            ก็ได้ เอาตามที่เจ้าว่าโนเบิ้ลตอบรับทันที ก่อนจะบินฉีกไปอยู่ใจกลางกองเรือเหาะอีกครั้ง สไปค์ใช้นิ้วขยับแว่นของตนเบาๆ ก่อนบินโฉบออกไปทางขวาซึ่งมีนักรบมังกรจำนวนหลายสิบคนบินอยู่ตรงหน้า เขาเรียกอาวุธประจำตัวคือทวนเหล็กยาวสีแดงมาไว้ในมือ ก่อนส่งเสียงออกคำสั่งที่ได้รับมาทันที


            อัศวินมังกรทางกราบขวา ตามข้ามา! เราจะไปบดขยี้พวกของปลอมกัน!”


            ฮูย่า!”


            เสียงตอบรับจากนักรบมังกรจำนวนยี่สิบคนขานรับ ก่อนทะยานพุ่งตามสไปค์ไปด้วยความเร็วสูง พวกเขาเรียกอาวุธประจำตัวมาไว้ในมืออย่างพร้อมเพียงกัน ทุกสายตาจ้องมองไปยังกองเรือเหาะครึ่งร้อยตรงหน้า

           

            สอยพวกมันให้หมด!” สไปค์ออกคำสั่งชี้นิ้วแทนการบอกรูปขบวน นักรบมังกรพากันบินแยกออกจากกันตรงดิ่งไปยังเรือเหาะซึ่งไม่สามารถหลีกหนีความเร็วของนักรบมังกรได้ เมื่ออยู่กลางอากาศเช่นนี้ ที่นี่คือบ้านของเหล่านักรบมังกรชั้นดีที่ถูกฝึกมาอย่างหนักหน่วง พวกเขาเริ่มใช้ทักษะของนักรบมังกรขั้นพื้นฐานด้วยการใช้มังกรประจำตัวของตนพ่นลมหายใจร้อนแรงของมันเข้าแผดเผาศัตรูตรงหน้าทันที แม้ทางฝ่ายของเรือเหาะจากจินเป่าเองจะเริ่มระดมยิงปืนใหญ่เข้ามาตอบโต้บ้างก็ตามที แม้ความเร็วของพวกเขามีมากกว่าเรือเหาะ แต่สิ่งหนึ่งที่พวกเขาคิดไม่ถึงก็คือ พลังป้องกันชั้นยอดของมันที่ถูกเสริมเข้าไปอีกหลายระดับ พวกเขาจึงไม่สามารถโจมตีให้เรือเหาะดำดิ่งลงไปด้านล่างได้อย่างที่คิดเอาไว้


            สไปค์บินโฉบใช้มังกรแดงของตนเร่งความเร็วฝ่าดงระเบิดกลางอากาศได้ยังเรือธงของฝ่ายศัตรูเพียงผู้เดียวทันที ทักษะบังคับมังกรของเขาเป็นทักษะชั้นเลิศที่โดดเด่น ราวกับว่าเขากำลังบังคับให้มันร่ายรำแหวกอากาศอยู่บนท้องฟ้าได้ตามใจนึก เมื่อมาถึงเป้าหมายเขามองลงไปยังหัวเรือซึ่งมีชายหนุ่มในชุดเกราะสีแดงของนครจินเป่ายืนจ้องมองมายังเขาเช่นเดียวกัน


 อาชุน ชายหนุ่มอายุน้อยที่สามารถไต่เต้าจากทหารชั้นล่างสุดขึ้นมาเป็นแม่ทัพกองเรือเหาะได้ด้วยวัยเพียงแค่สิบหกปี เขาเป็นหนุ่มน้อยรูปงาม ใบหน้าเกลี้ยงเกลา ผมยาวสลวยดำสนิท นัยน์ตาสีดำของเขาดั่งไข่มุกดำใต้ทะเลลึก ในชุดเกราะเหล็กของจินเป่าซึ่งมีผ้าคลุมสีน้ำเงินเข้มแสดงถึงตำแหน่งของเขายิ่งส่งเสริมให้เห็นว่าหนุ่มน้อยผู้นี้มีรูปโฉมราวกับเทพบุตรนักรบเลยทีเดียว


เขารีบออกคำสั่งโต้ตอบทันที เรือเหาะเบนหัวเปลี่ยนทิศทางทั้งกองเรือ ปากกระบอกปืนใหญ่นับร้อยหันเล็งมาที่สไปค์ซึ่งลอยอยู่เพียงลำพัง เมื่อคำสั่งยิงถูกสั่งออกมา เสียงดังจากปากกระบอกปืนพร้อมกับควันลอยออกมาฟุ้งกระจายไปทั่ว สไปค์รู้ดีว่าไม่ทางหลบจากกระสุนปืนใหญ่ที่พร้อมจะเข้าปะทะกับร่างของเขาได้ แม้เขาจะมีทักษะบังคับมังกรเป็นเลิศขนาดไหนก็ตาม แต่ในสถานการณ์ตรงหน้าแล้ว การหนีไม่ใช่คำตอบ ทักษะป้องกันของจ้าวเวหาอย่างเขาจึงถูกประกาศใช้งานออกมาทันที

 

ดรากูน บาริเออร์

 

ดรากูน บาริเออร์ ทักษะของจ้าวเวหาที่ครอบครองมังกรระดับสูงเท่านั้นจึงจะสามารถใช้ได้ มันคือการบังคับให้มังกรของตนกระพือปีกทั้งสองข้างอย่างรวดเร็ว เพื่อสร้างบาเรียที่คล้ายกับพายุหมุนรุนแรงขึ้นมาปกป้องผู้ใช้งานได้ทันที และเมื่อกระสุนปืนใหญ่นับร้อยที่ถูกยิงออกมาเข้าปะทะกับกำแพงลมรอบตัวของจ้าวเวหาอย่างสไปค์แล้ว ผลลัพธ์ที่ได้จึงมีเพียงความว่างเปล่าเท่านั้น


กระแสลงแรงนิ่งสงบ ผลของทักษะหมดเวลา สไปค์ไม่รอช้าตรงดิ่งไปยังเรือธงซึ่งมีอาชุนยืนบังคับการอยู่ทันที


            นี่พวกแกคิดว่า จ้าวเวหา อย่างข้าจะแพ้ให้กับเรือเหาะก็อปปี้งั้นเรอะ คิดตื้นไปหน่อยแล้ว!”

 

          ลมหายใจมังกร!”

 

            สไปค์ประกาศทักษะของตนออกมาอีกครั้ง มันเป็นทักษะพื้นฐานที่ความรุนแรงจะขึ้นอยู่กับระดับของมังกร มีเพียงแคทเทอริน่าเท่านั้นที่ใช้ทักษะนี้ได้รุนแรงกว่าเขา แม้มังกรเพลิงประจำตัวของเขาเองจะรับดับต่ำกว่าราชันย์มังกรอย่างอัลเลน แต่ความรุนแรงของมันก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ามากนัก สไปค์มองดูลำแสงสีแดงที่พุ่งตรงดิ่งเข้าไปยังเรือธงของจินเป่าก่อนเอ่ยออกมาอย่างดูแคลน


            ถึงพวกแกจะก็อปปี้เรือเหาะของพวกเราไป แต่มีอยู่สิ่งนึงที่พวกแกเอาไปด้วยไม่ได้และนั่นคือคำตอบและผลลัพธ์ที่ล้มเหลวของพวกแก ระเบิดไปซะ

 

            ล้มเหลวงั้นรึ? พวกผู้ใช้มังกรนี่อวดดีทุกคนเลยหรือเปล่านะ แค่คิดว่าสามารถควบคุมสัตว์อสูรได้ก็ชอบหยิ่งผยองพองขนกันอยู่ตลอดเวลา


            พวกข้านครจินเป่า ไม่ได้ยิ่งใหญ่มาเพราะเงินอย่างเดียวนะเฮ้ย!” อาชุนตะโกนลั่นออกมาอย่างเกรี้ยวกราด เขาไม่เกรงกลัวต่อลำแสงสีแดงเพลิงตรงหน้าแม้แต่น้อย


            ดูเหมือนว่าพวกศัตรูเองก็ได้เตรียมวิธีรับมือเกี่ยวกับทักษะของผู้ใช้มังกรมาอย่างดีเช่นกัน เมื่อลมหายใจของมังกรกำลังจะเข้าปะทะกับเรือเหาะสีแดงแล้ว จู่ๆก็บังเกิดกำแพงน้ำหนาปรากฏขึ้นมาป้องกันไอร้อนเอาไว้ทันที เมื่อความร้อนสูงเข้าปะทะเข้ากำแพงน้ำตรงหน้า มันจึงกลายเป็นเพียงไอควันละเหยหายไปเท่านั้น สไปค์มองลงไปยังดาดฟ้าเรือจึงได้เห็นว่า บนนั้นมีนักเวทย์วารียืนประจำการอยู่ทุกลำ มังกรของเขามีลมหายใจที่ไม่ได้รุนแรงพอที่จะสามารถเอาชนะกำแพงน้ำตรงหน้าได้


ในขณะที่กำลังอึ้งกับการป้องกันแบบพื้นฐานที่ได้ผลดีตรงหน้า ลูกศรซึ่งเปล่งประกายสีดำออกมาก็พุ่งแหวกชั้นบรรยากาศมาเพื่อโจมตีจ้าวเวหาอย่างเขาทันที สไปค์ต้องรีบบังคับมังกรของตนให้ดำดิ่งปักหัวลงเพื่อหลบหลีกการโจมตีอย่างรวดเร็ว เขารู้ทันทีว่ากำลังเจอกับอะไร ลูกศรชนิดพิเศษซึ่งมีราคาแพง หนึ่งลูกราคาแพงระยับกว่าหนึ่งร้อยดอลล่าห์ และที่ยิงออกมานั่นคือไม่ต่ำกว่าสามสิบลูกด้วยซ้ำ สไปค์รีบตะโกนออกคำสั่งกับเหล่านักรบมังกรที่กำลังบินหลบศรสีดำอย่างจ้าละหวั่น บางคนพลาดท่าถูกโจมตีกำลังร่วงหล่นลงสู่พื้นเบื้องล่างไปเสียแล้ว  

 

            นั่นมันศรฆ่ามังกร! รีบหนีกลับไปรวมที่กองเรือซะ!”


            ศรฆ่ามังกร ไอเท็มพิเศษราคาแพงที่สามารถหาได้จากสถานที่พิเศษอย่างรังมังกร หรือหุบเขาดรากูน่า ซึ่งเป็นฟิลด์เลเวลแปดของโอโบลฮาร่าเท่านั้น การที่มันมีราคาแพงเพราะมันได้มาจากมอนเตอร์ประเภทมังกรที่ดุร้ายและปราบได้ยากกว่ามอนเตอร์อื่นๆ แต่การที่พวกศัตรูมีศรฆ่ามังกรมาไว้ในมือเยอะเช่นนี้ทำให้สไปค์รู้สึกแปลกใจขึ้นมา


            นี่เอาเงินมาโปรยทิ้งหรือไงกัน


            ก็แค่เศษเงินเท่านั้นแหละ ยังมีอีกเยอะให้พวกข้าสอยพวกแกลงมา คิดจะหนีก็ลองดู


            อาชุนสะบัดมือออกไปด้านข้าง ออกคำสั่งให้กองเรือเร่งความเร็วสูงสุดทันที เสียงเครื่องยนต์ดังกระหึ่มออกมา พวกเขาในตอนนี้เป็นผู้ล่าแทนผู้ถูกล่าแล้ว เมื่อศรฆ่ามังกรคือไอเท็มเฉพาะทางที่ทักษะของมังกรไม่สามารถใช้ได้ การเอาตัวรอดจึงเป็นหนทางเดียวที่จะทำให้พวกเขายังอยู่ในศึกนี้ได้ แต่สไปค์ซึ่งเป็นผู้รอบรู้คนหนึ่งก็รู้ได้ว่าวิธีการจัดการกับศรฆ่ามังกรมันยังพอมีวิธีเอาชนะอยู่ เพียงแต่นั่นไม่ใช่สำหรับนักรบมังกรระดับกำไลฟ้าที่จะทำได้ แต่ต้องเป็นระดับจ้าวเวหาอย่างเขาเท่านั้น


            อาชุนเงยหน้าขึ้นไปมองสไปค์ซึ่งไม่ได้บินหนีตายตามคนอื่นแต่อย่างใด เขาจ้องเขม็งมองลงมาที่หนุ่มน้อยผู้กล้าหาญตรงหน้า อาชุนสั่งให้เรือเหาะทุกลำที่อยู่ในบริเวณหันเครื่องยิงลูกศรที่มีลักษณะคล้ายกับหน้าไม้ขนาดใหญ่ให้เล็งไปยังสไปค์ทันที ชายหนุ่มขยับแว่นของตนเล็กน้อย ก่อนจะออกแรงเงื้อทวนยาวขงตนไปทางด้านหลังอย่างสุดกำลัง เสียงคำรามของเขาดังลั่นไปทั่วท้องฟ้า ก่อนที่จะปาอาวุธประจำตัวของตนหายขึ้นไปบนท้องฟ้า สร้างความงุนงงให้กับเหล่าผู้เล่นของนครจินเป่าเป็นอย่างมาก คำสั่งยิงศรฆ่ามังกรดังออกมาจากผู้บัญชาการหนุ่ม เสียงฟิ้วฟ้าวลั่นออกมาพร้อมกับเหล่าลูกศรหลายร้อยที่กำลังพุ่งตรงไปยังจ้าวเวหาซึ่งเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าโดยที่ไม่ได้สนใจอันตรายตรงหน้า

           

            ชิ ยัยนี่ตามตื้อชะมัดยาด แล้วทำไมคาร์ลถึงปล่อยให้ยัยแคทเทอริน่าตามมาได้ง่ายๆแบบนี้!”


บาโธเรีย! ทำอะไรซักอย่างสิ! ข้าจ้างแกมาไม่ได้ให้มาวิ่งเล่นนะ!”


            เสียงของหยางดังขึ้นเมื่อเขาหันไปมองตามเสียงโหยหวนจากทางด้านหลัง ที่ผู้เล่นซึ่งเคลื่อนที่เชื่องช้าภายในกลุ่มเมฆหมอกกำลังถูกแคทเทอริน่าสังหารอย่างไร้ความปราณี เขาหันมามองยังด้านข้างของตนซึ่งมีบาโธเรียกำลังวิ่งไปด้วยกินแอปเปิ้ลไปด้วยอย่างสบายใจ ชายหนุ่มผมยาวแดงเพลิงหันมามองชายหนุ่มในชุดแดงแมนดารินด้านข้างทันที สีหน้าของเขาดูกำลังเบื่อหน่ายที่ต้องถูกออกคำสั่งเช่นนี้


            รู้แล้วน่า น่ารำคาญเสียงของเจ้าจริงๆหยาง เจ้าจะไปไหนก็ไปเถอะ บาโธเรียพูดขึ้นมาก่อนจะพุ่งตรงไปยังกลุ่มคนที่ส่งเสียงร้องจากความเจ็บปวดออกมาทันที แม้ว่าทักษะเมฆาซ่อนเร้นจะสามารถบดบังสายตาของศัตรูได้ แต่ว่ามันก็ทำให้พวกเดียวกันมองไม่เห็นเช่นเดียวกัน เพียงแต่บาโธเรียมีทักษะพิเศษต่างจากผู้เล่นอื่นทั่วไป เขาคือผู้ได้รับการขานนามว่า ราชสีห์หนุ่ม นั่นก็เพราะความสามารถเยี่ยงสัตว์ป่าของเขาที่สามารถตรวจจับความร้อนได้ เขามองเห็นร่างเงาสีแดงกำลังแยกออกเป็นสองท่อนตรงหน้า นั่นคือผู้เล่นเคราะห์ร้ายที่ไม่สามารถตอบโต้แคทเทอริน่าได้จึงถูกส่งให้ไปเกิดใหม่ทันที


            บาโธเรียพุ่งตรงไปยังกลุ่มความร้อนตรงหน้า ก่อนจะเรียกอาวุธประจำกายมาไว้ในมือทันที โซ่ขนาดใหญ่ยาวนับสิบเมตรถูกลากไปพื้นเมฆจนมันเป็นรอยยาวไปตามที่เขาพุ่งทะยานไป เมื่อเห็นแคทเทอริน่ากำลังจะลงมือสังหารเหยื่อ เขารีบพุ่งเข้าไปใช้โซ่ยกปกป้องผู้เล่นคนหนึ่งเอาไว้ได้อย่างฉิวเฉียด เสียงดังกึกกักจากคมเคียวที่ฟันเข้ามาติดกับโซ่เหล็กของเขาส่งเสียงดังชวนปวดประสาทออกมา

 

            ไอลูกแมวถอยไป!” แคทเทอริน่าตะโกนออกมาทันทีเมื่อเห็นว่าชายตรงหน้าที่สามารถรับการโจมตีของเธอได้คือหนึ่งในสิบสองราชันย์อย่างบาโธเรีย เธอออกแรงกดอาวุธของเธอให้มันกัดกินห่วงโซ่ตรงหน้าเข้าไปลึกกว่าเดิมจนบาโธเรียรู้สึกว่ากำลังจะต้านทานพละกำลังของเธอไม่ไหว จึงรีบม้วนโซ่เข้ากับคมเคียวตรงหน้า และรีบคลายออกมาและหลบฉากมาด้านข้างทันที


            เห็นทีจะไม่ได้แคทเทอริน่า อย่างน้อยก็ไม่ใช่ตอนนี้


            มาตัดสินเรื่องเมื่อปีก่อนกันดีกว่ามั้ย?บาโธเรียขยิบตาหยอกล้อหญิงสาวตรงหนึ่งซึ่งกำลังรู้สึกหัวเสียที่ต้องถูกหยุดเอาไว้ตรงนี้        


            บาโธเรีย นี่ไม่ใช่เวลาคิดถึงเรื่องนั้น หลบไป!” แคทเทอริน่าตวาดบาโธเรียกลับไปทันที แม้เธอจะไม่รู้เป้าหมายที่แน่ชัดของบาโธเรียก็ตามที เป็นความจริงที่ว่าเธอได้ขอความช่วยเหลือจากเขา แต่ในตอนนี้ดูเหมือนกับว่าตัวของราชสีห์หนุ่มเองไม่ได้มีทีท่าว่าจะช่วยเหลือเธอในสงครามครั้งนี้แต่อย่างใด


            ข้าบอกว่าไม่ก็คือไม่


            คำตอบของบาโธเรียทำให้แคทเทอริน่าไม่อยากจะสนใจชายหนุ่มตรงหน้าอีกต่อไป เธอตะโกนเรียกราชันย์มังกรให้พุ่งทะยานปรากฏอยู่เบื้องหน้าทันที


            อัลเลน!” เมื่อมันส่งเสียงคำรามดังก้องออกมา แคทเทอริน่ากระโดดขึ้นไปบนตัวของมันอีกครั้ง ก่อนจะบังคับให้มันลอยทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าอีกครั้ง เธอพยายามที่จะไล่ตามเหล่าผู้เล่นที่เข้าใกล้ประตูเมืองไปทุกที แต่เหมือนกับว่าบาโธเรียยังไม่ยอมให้เธอไปง่ายๆแต่อย่างใด เขาไม่ได้มีทีท่าหวาดหวั่นต่อราชันย์มังกรเลยแม้แต่น้อย


            คิดว่าอยู่บนฟ้าแล้วข้าจะทำอะไรไม่ได้หรือไง


          โซ่ล่ามสวรรค์


          บาโธเรียประกาศทักษะของตนออกมา ก่อนจะตวัดโซ่ในมือออกไปบนอากาศจนมันตั้งฉากอย่างรวดเร็ว ทันใดนั้นโซ่ขนาดยักษ์ก็พุ่งทะลุหมู่เมฆบนท้องฟ้าลงมาสี่เส้น มันเข้ารัดตรึงราชันย์มังกรเอาไว้ทันที นี่คือทักษะที่ใช้สำหรับจับศัตรูไม่ให้เคลื่อนไหวได้ของผู้มีอาชีพที่ยังคงเป็นปริศนาเช่นเขา แต่ทักษะชั้นยอดนี้สามารถใช้งานได้อย่างดี มันเข้ารัดไม่ให้ราชันย์มังกรทะยานบินได้ดั่งใจนึกจนมันต้องส่งเสียงร้องคำรามออกมา โซ่ยักษ์ทั้งสี่เส้นที่ถูกปักอยู่กับพื้นส่งเสียงดังออกมาเมื่อมันกำลังต้านทานกับพละกำลังมหาศาลของสัตว์อสูรตรงหน้า บาโธเรียมองไปที่โซ่ทั้งสี่ก่อนจะส่ายศรีษะไปมาเมื่อเห็นว่ามันอาจจะต้านทานกำลังไม่ไหวอย่างที่ตั้งใจเอาไว้

 

          เส้นทางเวหา


          แคทเทอริน่าประกาศสกิลของตนขึ้นมาเช่นกันเมื่อเห็นว่าเธอกำลังถูกจับไว้ด้วยโซ่ยักษ์ มันเป็นทักษะเร่งพลังและความเร็วของจ้าวเวหาเท่านั้นที่จะสามารถใช้ได้ มันจะส่งผลให้มังกรของจ้าวเวหาได้รับพละกำลังกายมากขึ้น ลำแสงสีขาวเปล่งประกายออกมาจากร่างใหญ่โตของมัน ก่อนที่โซ่ยักษ์จะขาดสะบั้นออกราวกับกระดาษบางๆ  เมื่อมันไม่สามารถต้านทานกำลังมหาศาลของราชันย์มังกรได้อีกต่อไป แคทเทอริน่าบังคับมันให้พุ่งไปยังเหล่ากลุ่มคนที่ยังคงมีกลุ่มเมฆหนาบดบังอีกครั้ง ทิ้งให้บาโธเรียยืนเกาศรีษะของตนเพียงลำดังด้านหลัง


            หนีงั้นหรอ ... เฮ้อ .. ช่างเถอะ เดี๋ยวตามไปช้าๆก็แล้วกัน

 

            ท่านหยาง แคทเทอริน่าตามมาอีกแล้วครับ! คราวนี้มีราชันย์มังกรมาด้วยครับ!” เสียงตะโกนไล่หลังจากผู้เล่นคนหนึ่งดังขึ้นมา หยางรู้สึกอารมณ์เสียเป็นอย่างมากที่ได้ยินเช่นนั้น แต่เขาจะมามัวสนใจแต่แคทเทอริน่าไม่ได้ ในเมื่อตอนนี้ประตูเมืองอยู่ใกล้จนสามารถเห็นกำแพงสีขาวมุกได้อย่างชัดเจนตรงหน้าแล้ว


            เจ้าบาโธเรียมันทำอะไรของมัน! ไม่ต้องสนใจแคทเทอริน่า! ทุกคนรีบตรงไปยังประตูเมืองเดี๋ยวนี้ ถ้ายังหวังจะได้เงินรางวัลของข้า!”


            เสียงตะโกนสั่งการของหยางดังขึ้น ก่อนที่เสียงเฮจากเหล่าผู้เล่นหลายร้อยคนจะดังขึ้นมาเช่นกัน พวกเขาออกตัววิ่งด้วยความเร็วสุดชีวิตพร้อมกับถืออาวุธประจำกายเอาไว้ในมืออย่างพร้อมเพียง เหล่าผู้เล่นสายนักรบวิ่งนำหน้าพร้อมกับโล่อันโต พวกผู้เล่นที่ใช้ธนูรวมถึงนักเวทย์เริ่มใช้ทักษะของแต่ละคนจู่โจมไปยังกำแพงอย่างพร้อมเพียงกัน เหล่าผู้เล่นสายลอบสังหาร กระจายตัวออกไปทุกทิศทุกทาง ความเร็วของพวกเขามากกว่าผู้เล่นสายอาชีพอื่นจึงทำให้สามารถใช้ประโยชน์ของทักษะเมฆาซ่อนเร้นได้เป็นอย่างดี


            พวกมันมาแล้ว! คุณโทมัส ขอคำสั่งด้วยครับ!” ผู้เล่นสังกัดโอโบลฮาร่าซึ่งยืนอยู่บนกำแพงใกล้กับประตูเมืองหันมาถามโทมัสซึ่งได้รับหน้าที่ไม่ต่างจากเขา


            เอ๋! ขอคำสั่ง จากข้าเนี่ยนะ?โทมัสหันไปถามด้วยความแปลกใจที่ผู้เล่นระดับกำไลฟ้าอย่างเขาต้องเป็นคนสั่งการเช่นนี้ สหายร่วมรบด้านข้างพยักหน้าให้กับเขาทันที


            ท่านโนเบิ้ลบอกมาว่าให้พวกข้าฟังคำสั่งของคุณโทมัสครับ! ในตอนนี้ไม่มีใครที่มีตำแหน่งสูงกว่าคุณเหลืออยู่แล้วนะครับ


            ห๊า! ทำไมถึงเป็นข้า


            ไม่รู้หรอกครับ แต่ตอนนี้ต้องออกคำสั่งแล้วครับ! อย่าลืมสิครับว่าเราอยู่ในฐานะทหารนะครับ!”


            เขาชี้ไปยังกลุ่มศัตรูที่ใกล้เข้ามาจนแทบจะประชิดกำแพงเมือง โทมัสมองไปก่อนจะกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เพราะจำนวนคนมหาศาลตรงหน้าที่กำลังวิ่งกรูมาพร้อมกับเสียงเฮดังลั่นไปทั่วบริเวณ เขาหันมองซ้ายมองขวา เหล่าทหารแห่งโอโบลฮาร่าพยักหน้าแสดงความเชื่อมั่นในตัวของเขาอย่างเต็มเปี่ยม


            งะ งะ งั้นก็ ยิงปืนใหญ่เวทมนต์ได้!” สิ้นเสียงคำสั่งของโทมัสที่พูดออกมาด้วยความลนลาน กำแพงเมืองบริเวณตรงกลางเกิดช่องสี่เหลี่ยมขึ้นมา ก่อนที่ปากกระบอกปืนใหญ่ลักษณะสามเหลี่ยมจะยื่นออกมาจากตัวกำแพง มันส่งเสียงแหลมออกมาพร้อมกับลำแสงสีเหลืองอ่อนที่ปรากฏขึ้นตรงปากกระบอก ก่อนที่ลำแสงจะหมุนวนไปมารอบปากกระบอกปืนใหญ่นั้น


            ยิง!”


เสียงระเบิดดังสนั่นไปทั่วบริเวณที่มาพร้อมกับลำแสงสีเหลืองเข้มข้มจากปืนใหญ่เวทมนต์ หนึ่งในสิ่งประดิษฐ์สำหรับป้องกันตัวเมืองของโอโบลฮาร่า มันคือลำแสงเลเซอร์ความเข้มข้นสูงซึ่งมีความแรงเทียบเท่ากับการโจมตีจากทักษะของผู้เล่นระดับมาสเตอร์เลยทีเดียว ลำแสงสีเหลืองพุ่งเป็นเส้นตรงไปยังเหล่าผู้รุกรานตรงหน้าทันที แต่ดูเหมือนว่าในครั้งนี้หยางจะเตรียมการมาเป็นอย่างดี เขาให้ผู้เล่นระดับมาสเตอร์ที่มีอาชีพซึ่งโดดเด่นด้านการป้องกันอยู่แนวหน้า และนั่นทำให้พวกเขารีบใช้ทักษะป้องกันออกมาสร้างม่านพลังเพื่อปกป้องพวกพ้องของตนทันที


แต่หยางซึ่งกำลังยิ้มเมื่อเห็นลำแสงตรงหน้ายิงออกมาดั่งที่คาดเอาไว้ เขากระโดดขึ้นไปกลางอากาศก่อนจะพุ่งตัวลงมาอยู่ด้านหน้าเหล่าผู้เล่นของตน สร้างความตื่นตกใจที่ผู้นำทัพของพวกเขากำลังทำอะไรที่เสี่ยงต่อชีวิตตนเองเช่นนี้หากได้รับการโจมตีเข้าไปเต็มๆแล้วละก็ ต่อให้เป็นหนึ่งในสิบสองราชันย์อย่างเขาถ้าไม่ตายก็คงปางตาย แต่หยางมีความคิดที่ดีกว่าการต้องหลบอยู่หลังม่านพลังมากนัก เขาย่อเข่าลงเล็กน้อย มือข้างหนึ่งยื่นออกไปด้านหน้าก่อนจะสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด

 

          มังกรสะบัดหาง

 

          หยางประกาศทักษะของตนออกมา ก่อนที่รอบข้างจะเกิดแสงสว่างสีขาวเข้าปกคลุมตัวของเขาเป็นทรงโดมขนาดพอดีตัว สายตาจ้องเขม็งมองไปยังลำแสงซึ่งพุ่งมาด้วยความเร็วสูงสุด เมื่อนั้น หยางกระโดดหันหลังเตะด้วยความรวดเร็ว เท้าของเข้าซึ่งถูกปกคลุมด้วยแสงสีขาวนั้นเข้าปะทะกับลำแสงเข้มข้นจนสามารถสะท้อนการโจมตีของมันให้กลับไปยังทิศทางที่มันพุ่งเข้ามาได้อย่างง่ายดาย มังกรสะบัดหาง คือทักษะตอบโต้ ของผู้มีอาชีพ ปรมจารย์กังฟู ระดับสูงอย่างหยางนั่นเอง แต่มันก็ต้องแลกมาด้วยการที่ร่างกายได้รับบาดเจ็บพอสมควรเมื่อใช้ทักษะนี้ ซึ่งหยางรู้ดีว่ามันคุ้มค่าที่จะเสี่ยง เพราะนอกจากจะสามารถโต้กลับได้ทันทีแล้ว เขายังสามารถซื้อใจพรรคพวกของตนได้ทันทีเช่นกัน นับว่าเป็นความคุ้มค่าที่คุ้มเกินคุ้มซึ่งเขาวางแผนเอาไว้แต่แรกอยู่แล้ว

 

            หลบเร็ว!”


            มันสะท้อนกลับมาได้ยังไง นี่มันปืนใหญ่เวทมนต์ที่มีพลังโจมตีเทียบเท่าสกิลของพวกระดับมาสเตอร์เลยนะ!”


            เมื่อถูกโต้กลับมาด้วยลำแสงจากปืนใหญ่เวทมนต์อย่างไม่ทันคาดคิด ทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ต่อหน้าลำแสงเข้มข้นได้ระเบิดหายไปทันที ตัวกำแพงหินเกิดช่องโหว่ขนาดใหญ่ขึ้นพร้อมกับร่างของเหล่าทหารโอโบลฮาร่าซึ่งนอนแน่นิ่งหมดสติอยู่กับพื้นด้านในหลายสิบนาย โทมัสซึ่งไม่ได้ยืนอยู่บริเวณที่เกิดเหตุปลอดภัยก็จริง แต่เขากำลังช็อคกับเหตุการณ์ที่กำลังเกิดขึ้น หยางไม่รอช้ารีบใช้จังหวะนี้สั่งการออกไปทันที

 

            พวกมือสังหาร ไปจัดการพวกบนกำแพงซะ ส่วนที่เหลือเข้าไปในตัวเมืองได้

 

            บ้าเอ้ย! พวกมันมีเยอะเกินไป ระดับมาสเตอร์ก็ไม่อยู่ที่นี่เลยซักคน แบบนี้พวกเราไม่ไหวแน่ๆ!”


            ทะ ทะ ทำยังไงดีครับคุณโทมัสโทมัสกัดเล็บของตนเองไปมาเมื่อเห็นสภาพสิ้นหวังอยู่ตรงหน้า เขาพยายามรวบรวมสติออกมา ก่อนจะเรียกดาบประจำตัวของตนมาไว้ในมือ เขามองไปยังสหายร่วมรบของตน สีหน้ามุ่งมั่นเต็มเปี่ยมไปด้วยความหวังอีกครั้งหนึ่ง


            ไม่มีทางอื่นแล้ว ทำยังไงก็ได้ฆ่าพวกมันให้ได้เยอะที่สุด ตัดกำลังพวกมันเท่าที่จะทำได้ซะ อย่าให้พวกมันทำลายประตูเมืองได้โดย...


            เหมือนกับโลกทั้งใบแตกสลายตรงหน้า เมื่อโทมัสรับรู้ได้ถึงความเจ็บปวดมหาศาลกำลังถาโถมเข้ามายังโสทประสาท  สีหน้าของสหายร่วมรบซึ่งในตอนนี้กำลังช็อคกับภาพตรงหน้า เมื่อร่างของชายในชุดรัดรูปสีดำปกคลุมทั้งตัวเผยให้เห็นเพียงนัยน์ตาสีแดงกล่ำมองมายังเขาเอง มีดเล่มเล็กถูกปักลงกลางขั้วหัวใจของโทมัส มันทะลุชุดเกราะหนาสีครามได้อย่างดาย ไม่มีเลือดไหลซึมออกมาแม้แต่น้อย เป็นการสังหารที่เต็มไปด้วยประสิทธิภาพ รวดเร็ว และแม่นยำ เป็นทักษะของมือสังหารชั้นยอดที่หยางลงมือจ้างมาทำการใหญ่ในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน


            คุณโทมัส!” แม้เขาจะร้องเรียกชื่อของชายหนุ่มตรงหน้าที่ล้มลงไปนอนแน่นิ่งกับพื้น แต่เขาเองก็ไม่ทันนึกว่ามัจจุราชกำลังอยู่ตรงหน้าเขาแล้วเช่นกัน เมื่อร่างในชุดดำรัดรูปอีกหลายร่างกำลังพุ่งทะยานไปบนกำแพงยาวของโอโบลฮาร่าเพื่อสังหารทุกสิ่งทุกอย่างตรงหน้าไม่ให้เหลือแม้แต่คนเดียว

 

            เหริน! เรียบร้อยหรือยัง!” หยางตะโกนถามชายผู้มีผ้าโผกศรีษะสีแดงเพียงคนเดียวบนกำแพงนั้น เมื่อได้ยินคำจึงตะโกนตอบกลับมา


            เรียบร้อยแล้วครับคุณหยาง ข้างบนโล่งโจ้งแล้ว เดี๋ยวจะเปิดประตูให้เดี๋ยวนี้แหละ รูตรงนี้มันอาจจะเล็กไป มันจะสง่ามากกว่าหากเข้าทางประตูนะครับ


            งามดีเช่นเคยเหริน! เอาละพวกเราเตรียมตะลุยเข้าไปในตัวเมืองซะ เป้าหมายคือหัวใจเมืองเท่านั้น!” หยางปรบมือให้กับหยางก่อนที่จะต้องรีบออกคำสั่งให้ทุกคนพุ่งเข้าสู่ตัวเมืองโอโบลฮาร่าอย่างรวดเร็ว เพราะแคทเทอริน่ากำลังตามมาอย่างติดๆแล้วในตอนนี้ หากมัวแต่ช้าพวกเขาคงถูกเธอคร่าชีวิตไปได้อีกหลายร้อย  

 

            อีกกี่นาทีมิเชล ให้มันเร็วกว่านี้ไม่ได้หรือไงมาร์ริคเอ่ยถามมิเชลซึ่งตอนนี้กำลังกุมพวงมาลัยเอาไว้อยู่ภายในห้องบังคับเรือเหาะรุ่นทดลอง ภายในคับแคบแต่ก็รู้สึกปลอดภัยกว่าเรือเหาะแบบเดิมที่ต้องอยู่บนดาดฟ้าเรือ ผู้เล่นซึ่งเป็นกำลังรบหลักของโอโบลฮาร่านั่งนิ่ง แต่ภายใจกับกำลังเร้าร้อนและเห็นด้วยกับคำถามของผู้บัญชาการสูงสุดของพวกเขาที่กำลังใช้ผ้าชุบน้ำเช็ดน้ำเช็ดตัวเพื่อชำระล้างคราบเลือดมากมากมายบนตัวของเขาเอง มิเชลหันมาตอบชายสูงวัย


            นี่เร็วที่สุดแล้วครับท่านมาร์ริค การโจมตีของพวกทรยศเมื่อกี้ทำให้เครื่องยนต์หลักดับไปตัวนึง ความเร็วระดับนี้คงใช้เวลาอีกประมาณหนึ่งชั่วโมงครับ


            แล้วมันจะทันมั้ยเนี่ย! กำลังรบต่างกันสองพันคนแบบนี้ขืนมัวชักช้าหัวใจเมืองต้องถูกทำลายไปก่อนที่เราจะไปถึงแน่มาร์ริคตอบออกไปอย่างกระวนกระวาย แต่มิเชลกลับหันมายิ้มโชว์ฟันขาวของตนอีกครั้ง ก่อนจะยื่นชุดชาบนถาดให้กับมาร์ริคหน้าตาเฉย เหมือนกับว่าเขาไม่ได้ดูร้อนรนแต่อย่างใด


            ไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ โอโบลฮาร่าเรายังพอมีปีศาจหลงเหลืออยู่บ้าง นั่งพักผ่อนดื่มชาให้ผ่อนคลายก่อนรับศึกหนักเถอะครับ


            ปีศาจหลงเหลืออยู่บ้าง? พูดถึงอะไรกันมิเชล


            ฮี่ฮี่ สงสัยท่านมาร์ริคจะลืมไปแล้วว่าในเมืองของเรามีสุดยอดสิ่งประดิษฐ์ที่สามารถทำอะไรได้บ้าง


            บอกข้ามามิเชล เจ้าพูดถึงอะไรกันมาร์ริครู้สึกไม่สนุกกับอาการร่าเริงเกินเหตุของยอดนักประดิษฐ์ตรงหน้า


            ก็ปีศาจไงครับ ปีศาจตัวเป็นๆที่ยังพอหลงเหลืออยู่มิเชลยังคงพูดกำกวมไม่ตอบคำถามตรงเป็นเด็นเช่นเคย


            นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้ผมมาที่นี่ช้าด้วยเช่นกัน เพราะมัวแต่ยุ่งอยู่กับพวกมันนั่นแหละครับ อยู่ๆคุณแคทเทอริน่าก็สั่งให้สร้างของยุ่งยากพวกนั้นเพิ่มภายในวันเดียว เหนื่อยแทบตายเลยนะครับพวกช่างฝีมือตอนนี้คงนอนหลับเป็นตายอยู่ที่ปราสาทสมาคมนั่นแหละครับ


            หรือว่า ...เหมือนกับว่ามาร์ริคจะนึกออกเมื่อมิเชลพูดมาถึงตรงหน้า เขาหันมาส่งยิ้มให้กับผู้บัญชาการตนอีกครั้งราวกับดีใจที่ชายแก่ตรงหน้านึกออกเสียทีว่าโอโบลฮาร่ายังมีอะไรหลงเหลืออยู่บ้าง


            ใช่แล้วครับ อย่างเป็นท่านมาร์ริคกำลังคิดอยู่นั่นแหละครับ


            เป็นไปไม่ได้ แคทเทอริน่าคิดจะเสี่ยงขนาดนั้นเลยหรือไง


            ไม่เข้าถ้ำเสือก็ไม่ได้ลูกเสือสิครับ ความเสี่ยงคือความสนุกอีกอย่างหนึ่งนะครับท่าน


            แคท ... เจ้านี่มันเหลือเกินจริงๆ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า


            มาร์ริคหัวเราะลั่นออกมาพร้อมกับมิเชล เขารู้แล้วว่าตอนนี้โอโบลฮาร่าไม่ได้วิกฤตอย่างที่คิด ยังพอมีทางออกอยู่บ้างเมื่อเขานึกถึงสิ่งประดิษฐ์พิเศษ และปีศาจที่มิเชลพูดถึง แต่เขาเองก็รู้ได้เช่นกันว่ามันมีความเสี่ยงอย่างมากหากใช้สิ่งประดิษฐ์นั้น เพราะมันอันตรายเกินไปหากจะใช้มันภายในตัวเมือง แต่ในเมื่อไม่มีทางเลือกในสภาวะสงครามเช่นนี้ ปีศาจพวกนั้นคือความหวังเดียวนอกจากเหล่านักรบมังกร กองเรือเหาะ และสี่จ้าวเวหาที่จะสามารถรับมือแผนการของชายชื่อหยาง เฉิน หลงได้ในครานี้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 54 ครั้ง

2 ความคิดเห็น

  1. #50 Maririn147 (@Maririn147) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 20:37
    เอ่อ..เห็นชื่อตอนก็กดเข้ามาเลย..ไครคิดเหมือนเราบ้าง!555 ดุเดือดอยุนะเนี้ยแล้วไอที่ว่าความหวังเดียวมันจะเป็นไงนะ?//สู้ๆนะค่ะอยากให้จีน่าออกมาจัง~
    #50
    1
    • #50-1 Daddy Bear (@coolmasters21) (จากตอนที่ 22)
      6 มีนาคม 2562 / 21:19
      จีน่าตอนนี้กำลังต่อรองค่าตัวกับพ่อหมีอยู่ครับ 555555
      #50-1
  2. #49 KKI.KM.MIKI (@7129) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 20:36

    จีน่า หนูค่าตัวแพงจริงๆใข่มั้ย!!! ออกมาเถอะลูกกก
    #49
    3
    • #49-1 Daddy Bear (@coolmasters21) (จากตอนที่ 22)
      6 มีนาคม 2562 / 21:20
      นางค่าตัวแพงมาก พ่อหมีหมั้นใส้เลยยังไม่ให้ออกงาน 5555
      #49-1
    • #49-3 Daddy Bear (@coolmasters21) (จากตอนที่ 22)
      6 มีนาคม 2562 / 21:24
      ตอนหน้าก็มาละครับ ศึกนี้มันหลายก๊กหลายเหล่า แผนเยอะแยะไปหมด แบ่งๆบทกันหน่อยเดี๋ยวโดนประท้วง5555
      #49-3