UNISTAR ☾ เดือน.ครึ่ง.เสี้ยว ☾

ตอนที่ 26 : เดือนที่ 25 : ลิงกับหมาคู่กันไร้สติ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 19,782
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,576 ครั้ง
    1 มี.ค. 62

UNISTAR   เดือน.ครึ่ง.เสี้ยว

- เดือนที่ 25 : ลิงกับหมาคู่กันไร้สติ -



(เครดิตภาพ : r/aww )

 




         ผมกับหมอนั่นกำลังนั่งอยู่ในห้องพักของศิลปินหลังเวที เราสองคนต่างนั่งมองหน้ากันโดยไม่พูดอะไรอยู่ประมาณหนึ่งนาที จนผมคิดว่าต้องมีใครสักคนเปิดประเด็น


            “มึง…” “มึง…”


            พอผมเอ่ยปากจะพูด หมอนั่นก็เอ่ยปากพูดเช่นกัน


            “มึงพูดก่อนแล้วกัน” ผมสละสิทธิ์ให้มัน


            “ไม่ มึงนั่นแหละพูดก่อน” มันโบ้ยให้ผม


            “ถ้ากูพูด มึงก็รู้ว่ายาว แล้วมึงจะอดพูดนะเว้ย” ผมบอกมัน ทำให้หมอนั่นถอนหายใจ แล้วตัดสินใจพูดขึ้นมา


            “คือ กูขอโทษที่ตัวกูยังทำใจเรื่องมึงไม่ได้” สีหน้าไอ้หมาดูหม่นหมอง


            “แถมกูก็พูดไม่ดีกับมึงด้วย มันไม่ใช่ความผิดมึงหรอก ความผิดกูเองแหละ กูเอาแต่หลบหน้ามึง ทำให้แฟนๆ ต้องเป็นห่วง จนมึงพลอยลำบากไปด้วย ต่อจากนี้ กูจะพยายามทำตัวเป็นปกติเหมือนเดิมนะ แค่...ขอเวลาอีกหน่อย”


            พอผมฟังหมอนั่นพูด ผมก็พ่นลมหายใจทันที


            นี่มันคิดว่าผมปฏิเสธมันไปแล้วเหรอ


            “นี่ มึง...กูพูดตอนไหนวะ ว่ากูบอกให้มึงตัดใจ” ผมพูดกับมันตามตรง


            “อะไรนะ” จากสีหน้าหมองๆ ของไอ้หมา ก็พลันเปลี่ยนเป็นตกตะลึง


            “วันนั้นอ่ะ มึงยังไม่ทันฟังกูพูดอะไรเลยนะเว้ย” ผมจ้องหน้ามันนิ่งๆ  “มึงก็โวยวายใส่กูละ กูยังไม่ได้ให้คำตอบมึงเลยนะ ว่ากูคิดยังไงกับมึง”


            พอหมอนั่นได้ฟังคำพูดของผม ท่าทีมันก็อึ้งสุดๆ


            “เดี๋ยวเว้ย มึงกำลังจะบอกว่า มึงยังไม่ได้ปฏิเสธกูเหรอ” น้ำเสียงของไอ้หมาเหมือนไม่อยากจะเชื่อ


            “เออสิ” ผมตอบกลับ “กูพูดตอนไหนหะว่ากูปฏิเสธ กูพูดหรือยัง กูพูดสักคำแล้วเหรอ”


            “แต่มึง...” ไอ้หมานั่นหยุดชั่วขณะ “...เกลียดกูไม่ใช่เหรอ”


            “เกลียดก็ส่วนเกลียดสิเว้ย เกลียดในฐานะคู่แข่งอ่ะใช่ กูโคตรเกลียดมึงเลย แม่งทำไมต้องมาแย่งตำแหน่งยูนิสตาร์ปีเดียวกับกูด้วยวะ ทำไมต้องมาทำเป็นหล่อเท่ากู แถมยอดแฟนคลับก็ยังเท่ากูอีก”


            ผมพูดความในใจที่อัดอั้นมาตั้งแต่ตอนเริ่มเป็นยูนิสตาร์


            “เฮ้ย ถ้าเรื่องนี้ เมื่อก่อนกูก็เกลียดเหมือนกันว่ะ แต่...หลังๆ...กูก็...ชอบนะ ถ้ากูไม่ได้เป็นยูนิสตาร์ กูคงไม่มีโอกาสอยู่ใกล้มึง...”


            ไอ้หมอนั่นชะงัก ก่อนจะขยี้หัวตัวเอง


            “บ้าจริงนี่กูพูดเชี่ยอะไรวะ เอียนตัวเองชะมัด”


            ผมเห็นท่าทางของมันแล้วหัวเราะในลำคอ ไอ้หมานี่ก็ตลกชะมัด


            “สรุปง่ายๆ นะ ในฐานะคู่แข่ง กูเกลียดมึง” ผมเอ่ยต่อ


            “แต่ในฐานะอื่น...กูยังไม่ได้ตัดสินใจ”


            “จริงเหรอ” ดวงตาไอ้หมานั่นเป็นประกายทันที


            “งั้นหมายความว่า...มึงจะยอมรับกูเหรอ”


            “เรียกว่ารับพิจารณาดีกว่า” ผมแก้ “ตอนนี้กูกำลังพิจารณาด้านดีของมึงอยู่”


            “มึงกำลัง QC ตรวจสอบคุณภาพกูอยู่เหรอวะ” ไอ้หมาขมวดคิ้ว


            “เอ่อ ไหนบอกสิว่า มึงมีดีอะไร ทำไมกูต้องตกลงคบกับมึงด้วย” ผมจึงถามมันตรงๆ


            “กูมีดีตั้งเยอะแยะ” มันโฆษณาตัวเอง


            “อะไรบ้างล่ะ” ผมจี้ถาม


            “กูหล่อนะ...” มันตอบ “กูเป็นยูนิสตาร์ด้วย”


            “เหอะ” ผมแค่นเสียงใส่ มองหน้ามันแล้วชี้ที่ตัวเอง


            “กูก็หล่อ กูก็เป็นยูนิสตาร์ ถ้ามึงมีข้อดีแค่นี้ งั้นกูคบกับตัวเองก็ได้วะ”


            กูไม่ง้อมึงหรอกเว้ย ทุกวันนี้ก็เป็นแฟนกับตัวเองอยู่ละ


            “เดี๋ยวสิ ยังไม่หมด” ไอ้หมายกมือท้วง


            “กูรู้ว่ามึงไม่ชอบดูแลห้อง กู...ทำงานบ้านให้มึงได้นะ”


            จริงเหรอวะ ผมคิดอย่างสนใจ เดี๋ยวนี้พอไอ้ข้าวมีแฟน ก็ไม่ค่อยสนใจผมเท่าไหร่ ถ้ามันมาช่วยก็น่าจะ แต่ผมก็ยังไม่ยอมง่ายๆ หรอก


            “กูมีแม่บ้านทุกอาทิตย์ อีกอย่าง ห้องกูจะเป็นยังไง กูก็อยู๋ได้”


            “ของกินล่ะ” มันถาม “มึงชอบกินไม่ใช่เหรอ ถึงกูจะทำอาหารสู้พี่อินไม่ได้ แต่กูก็พอทำให้มึงได้นะ”


            พอเป็นเรื่องกิน ผมก็ชักเริ่มลังเล ข้อดีด้านนี้ก็ไม่เลวเหมือนกัน ผมเคยชิมฝีมือมัน ถือว่าใช้ได้เลยนะ


            ถ้าคบกับมัน นอกจากมีคนช่วยทำความสะอาดห้องแล้ว ก็ยังมีคนทำอาหารให้กิน ไม่ต้องไปหากินเอง น่าสนใจจริงๆ


            “มีอะไรมาเสนออีกมั้ย ไหนว่าต่อสิ” ผมยังอยากรู้อีก


            “ข้าวเพื่อนมึงมีแฟนแล้วนิ มึงไม่เหงาบ้างเหรอวะ” ไอ้หมานั่นถามผม


            ถามได้ โคตรเหงาเลย ผมบ่นในใจ แต่ปากผมกลับพูดอีกอย่าง


            “ก็ไม่เหงาเท่าไหร่ มีพี่การ์ดเป็นเพื่อนทุกวัน”


            “แต่ถ้ามึงเหงา” ไอ้หมามองหน้าผม


            “มึงก็มาอยู่กับกูได้ทุกเมื่อนะ”


            “เหรอ” ผมพยักหน้าเบาๆ “ข้อดีที่เป็นแฟนมึง สรุปมีแค่นี้ใช่มั้ย”


            พอผมถามแบบนั้น จากเดิมที่หมาฮัสกี้นั่งสงบเสงียมเจียมตัว จู่ๆ ก็ลุกพรวดสีหน้าขึงขัง ราวกับมีใครมาเหยียบหาง


            “โว้ย ไอ้เหี้ยตี๋ มึงจะเล่นตัวห่าเหวอะไรวะ มึงอยากได้เชี่ยอะไร มึงก็พูดออกมาสิวะ ทีพล่ามมุกพล่ามเก่งนักไม่ใช่เหรอ นอกจากตาตี่แล้วยังเสือกเล่นตัวอีก มึงอย่าให้กูโมโหนะ ไม่งั้นแฟนเฟินกูไม่ขอแล้ว จับมึงปล้ำตรงนี้ตอนนี้เลยนี่ละ!”


            ผมฟังมันด่าผมรัวๆ แล้วก็นิ่วหน้าทันที


            มันกล้าเหรอ มันกล้าเหรอหะ


            พอหมาเห่าเสร็จ มันก็ชะงักไป กลับมาทำหน้าเจี๊ยมเจียม เหมือนเพิ่งรู้สึกตัวว่า เมื่อกี้นี้ไม่ควรพูดเลย


            “เอ่อ คือ เมื่อกี้กู...ลืมตัว...” ไอ้หมาพูดเสียงจ๋อย


            “มึง” ผมชี้หน้ามัน “สิ่งที่กูรับไม่ได้ คือ ปากมึง!”


            “แล้วมึงจะให้กูทำไงวะ” ไอ้หมาตัดพ้อ “ก็ปากกูมันเป็นแบบนี้อ่ะ กูเคยจูบมึงแล้ว มึงก็น่าจะรู้”


            “ไอ้เชี่ยจูบพร่อง!” ผมยังคงแค้นใจที่ถูกมันจูบโดยไม่ได้ตั้งตัว


            “กูไม่รู้แล้วว่ะ กูจะต้องทำไงวะ มึงถึงจะยอมรับกูสักที” ไอ้หมาแสดงสีหน้าจริงจัง


            “มึงเลิกปากหมาใส่กูได้มะ” ผมลองถาม สิ่งนี้ล่ะที่ผมอยากได้ที่สุด


            “ก็ได้ กูจะพยายาม” ไอ้หมาตอบแบบไม่ค่อยหนักแน่นเท่าไหร่


            แต่พอมันยอมตอบรับ ทำให้ผมเริ่มรู้สึกได้ใจ


            “เลิกเรียกกูว่าไอ้ตี๋ ไอ้เผือก ห่าเหวอะไรนั่นด้วย” ผมเสริม


            “แล้วมึงอยากให้กูเรียกว่าอะไร” มันถามผมกลับ


            “เรียกว่า...” ผมครุ่นคิดชื่อที่ผมถูกใจมากที่สุด


            “พี่วายุสุดหล่อ”


            ผมพูดพร้อมกับขยิบตาเก็กหล่อให้มันด้วย ไอ้หมอนั่นพ่นลมใส่ผมอย่างเอือมระอา


            “เอ้า ถ้ามึงไม่เรียก งั้นก็เลิกคุยนะ” ผมเล่นตัวซะเลย


            “เดี๋ยว กูขอต่อรองได้มั้ย” ไอ้หมายกมือถาม


            “คือกูอายุมากกว่ามึง 3 เดือนนะ กูเรียกมึงว่า ‘วายุ’ เฉยๆ ได้มั้ยวะ”


            “โอเค” ผมยอมให้ต่อ “วายุสุดหล่อก็ได้”


            “มันทะแม่งว่ะ” ไอ้หมาขมวดคิ้ว


            “ทำไมวะ กูไม่หล่อเหรอ” ผมขมวดคิ้วใส่มัน


            “ถ้ากูไม่หล่อ แล้วมึงมาชอบกูทำไมวะ”


            “เหอะ กูก็หล่อ” หมอนั่นยักไหล่


            “ถ้ากูชอบคนหล่อ งั้นกูชอบตัวเองก็ได้ ไม่ชอบมึงหรอก”


            “ไอ้เชี่ย” ผมสบถ “ไอ้นี่ มึงย้อนกูเหรอ”


            “กูเปล๊า...” ไอ้หมาพูดเบาๆ


            “นี่ ถ้ามึงไม่ได้ชอบกูเพราะกูหล่อ งั้นมึงชอบกูเพราะอะไรวะ” ผมอดถามไม่ได้


            “นี่มึงไม่รู้ตัวเลยเหรอ” ไอ้หมานั่นมองผม “ถึงกูจะโคตรหมั่นไส้ที่มึงชอบเล่นมุกอ่อยไปทั่วไม่เว้น”


            ไอ้หมาเว้นไปช่วงจังหวะ


            “แต่กูก็รู้ว่า มึงมีเจตนาให้เขารู้สึกดี”


            หมอนั่นยังคงพูดต่อไป


            “ถึงกูไม่ชอบที่มึงโคตรหลงตัวเอง แต่มึงก็เอาใจใส่ความรู้สึกคนรอบข้าง”


            ผมฟังแล้วคิดตาม ผมนี่มีข้อดีที่ไม่รู้ตัวเยอะเหมือนกันแหะ


            “กูถึงโคตรจะเกลียดมุกมึงที่ฟังไม่รู้เรื่อง และกูก็ไม่เคยขำ”


            “เฮ้ย เดี๋ยวนะ...” ผมไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่ มันมาว่ามุกผมได้ไง


            “แต่มุกแป้กๆ ของมึง ก็ทำให้กูลืมเรื่องที่เครียดได้”


            จริงเหรอวะ ผมเลิกคิ้ว ดูไม่ออกเลยว่ามันชอบมุกผมด้วย


            “ถึงกูจะโคตรหงุดหงิดที่มึงเถียงกับกูไม่เคยหยุด” ไอ้หมากล่าวต่อ


            “แต่กูก็ไม่เคยรู้สึกอยากเถียงกับใคร เท่ากับมึง”


            “นี่กูควรดีใจที่มึงด่ากูงั้นเหรอ” ผมอดพูดไม่ได้


            “เออ กูด่ามึงเยอะสุด รู้ไว้ซะ” ไอ้หมานั่นตอบ


            นั่งเป็นเกียรติของผมเลยเหรอเนี่ย ผมฟังแล้วก็ยังไม่เข้าใจ


            ส่วนไอ้หมาก็ยังพูดต่อไป


            “และทั้งที่มึงก็เป็นผู้ชายเหมือนกับกู แต่กูกลับอยากอยู่กับมึงมากกว่าใคร”


            ผมครุ่นคิด บางทีอาจเรื่องเพศก็ได้ ที่ทำให้ก่อนหน้านี้ผมมองข้ามความรู้สึกของมัน


            “ทั้งที่กูก็รู้ว่ามึงเกลียดกู” พอพูดถึงตรงนี้ สีหน้าไอ้หมาก็ดูหม่นๆ


            “แต่กูก็ยังไม่อยากยอมแพ้”


            พอมันพูดตรงถึงนี้ ผมก็รู้สึกผิดทันที


            “ทั้งที่กูก็โดนมึงเมินมาอย่างแล้งน้ำใจ จนกูโคตรเสียศักดิ์ศรี...” สายตามันดูเจ็บปวด แต่พยายามซ่อนข่มมันไว้


            “แต่กูก็ยังตัดใจจากมึงไม่ได้”


            ผมยิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกสงสารมันอย่างบอกไม่ถูก


            “ทั้งที่กูก็ไม่เข้าใจเหตุผลว่า ทำไมต้องมามองคนอย่างมึงด้วย” ไอ้หมานั่นถอนหายใจ


            “แต่รู้ตัวอีกที กูก็ห้ามใจตัวเองไม่ได้แล้ว”


            ผมเกือบจะใจอ่อนแล้ว จนกระทั่งมันพูดว่า


            “มึงบอกว่าเกลียดปากกู กูก็เกลียดปากมึงที่เอาแต่พล่ามมุกเชี่ยๆ”


            เอ้า พูดแบบนี้...” ผมถลึงตามองมัน


            “แต่กูไม่เข้าใจว่าทำไมปากมึง...” มันมองผมอย่างจริงจัง


            “ทำให้กูอยากจูบ”


            “อะไรนะ” ผมเบิกตากว้าง ก่อนจะขบฟันแน่น


            “ถึงอย่างนั้น กูก็ยังเกลียดปากมึง”


            “แต่...ปากกู” มันทำสายตากรุ่มกริ่ม “เซอร์วิซมึงได้หลายอย่างนะ”


            “เซอร์วิซพร่องสิ” พอมันเริ่มมาหยอด ผมเลยรีบเปลี่ยนเรื่องทันที


            “โอเคๆ กูยอมแล้ว ยอมให้มึงจีบก็ได้”


            “อะไรนะ” ไอ้หมาเบิกตากว้าง


            “หูหนวกหรือไงหะ” ผมหรี่ตามองมัน


            “มึงยอมคบกับกูใช่มั้ย” ไอ้หมานั่นขยับหน้าเข้ามาใกล้


            “ยอมให้จีบเว้ย แต่ไม่ได้รับปากว่าจะคบด้วย” ผมเอามือดันหน้ามันออกไป


            “หึ ต่างกันตรงไหนละ” ไอ้หมานั่นยิ้มกว้างมาก จนตาก็ยิ้มตามไปด้วย


            “ต่างกันสิเว้ย กูยังไม่ใช่แฟนมึง แค่ยอมให้มึงจีบ”


            ให้ตายสิ ผมไม่ชอบที่มันยิ้มแบบนี้เลย รู้สึกหวั่นไหวแปลกๆ


            “ถ้ามึงเปิดทางขนาดนี้ มึงก็ไม่รอดจากกูแล้วละ” ไอ้หมานั่นดูมั่นใจเหลือเกิน


            “ไอ้นี่...” ผมไม่อยากยอมรับเลย


            “มึงรับปากแล้วนะ ให้กูจีบนะ”


            “เออ”


            “งั้นดีกันแล้วนะ”


            “เออ”





 

            ตอนที่ผมคุยกับหมอนั่นเหมือนใช้เวลาไม่นาน แต่รู้สึกตัวอีกทีทีมงานก็มาบอกว่าครบกำหนด 41 นาทีแล้ว พวกผมจะต้องไปทำหน้าที่ต่อ คือ แจกโปสการ์ดพร้อมลายเซ็นหน้าทางออกสำหรับแฟนคลับที่ไม่ได้แลกบัตรไฮทัช แต่พอผมกับหมอนั่นกลับไปที่เวที พวกผมกลับต้องประหลาดใจ


            เพราะแฟนคลับก็ยังนั่งประจำที่อยู่เหมือนเดิม จนผมต้องหันไปถามพิธีกร


            “พี่ครับ ยังไม่เริ่มไฮทัชเหรอครับ”


            ปกติแฟนคลับที่ถือบัตรไฮทัชจะออกจากฮอลล์ไปก่อนแล้ว แต่คราวนี้ นอกจากแฟนคลับยังอยู่เหมือนเดิม สมาชิกยูนิสตาร์คนอื่นก็ยืนอยู่บนเวทีด้วยเช่นกัน


            “ไฮทัชเสร็จหมดแล้วครับ” พิธีกรตอบออกไมค์ “แต่แฟนคลับยังรออยู่ พวกเขาคงอยากรู้ว่าน้องนทีกับน้องวายุได้จับมือคุยกันแล้วเป็นอย่างไรบ้าง”


            คำถามของพิธีกร ทำให้แฟนคลับต่างตั้งใจรอฟัง


            “มึงอยากตอบเองหรือให้กูตอบ” ไอ้หมาพูดในขณะที่สวมไมค์ลอย


            “มึงอยากตอบเองหรือจะให้กูตอบล่ะ” ผมย้อนถามขณะจัดแจงอุปกรณ์เช่นกัน


            “กูอยากตอบเอง” ไอ้หมานั่นว่า


            “งั้นมึงก็ตอบไป” ผมพยักหน้า


            “แฟนๆ ครับ” หมอนั่นทักทายแฟนคลับที่ส่งเสียงเชียร์ตอบรับ


            “เราดีกันแล้วนะครับ”


            มันพูดแค่นี้ แฟนคลับทุกด้อมก็พากันส่งเสียงอย่างดีใจ


            “มีมากกว่านั้นด้วยนะ” ไอ้หมายังพูดต่อ


            “คือ มันยอมให้ผมจีบแล้วด้วย นี่ไม่ได้สร้างกระแสนะ พูดจริง”


            เสียงเชียร์ดังลั่นจนจับใจความไม่ได้เลย แฟนคลับคงจะตื่นเต้นและคาดไม่ถึง


            ผมเหลือบมองหมอนั่น มันต้องประกาศเปิดตัวขนาดนั้นเลยเหรอ


            “มันไม่ให้ผมเรียกไอ้ตี๋แล้ว” มันยังพูดไม่จบ “มันให้ผมเรียกว่าวายุ”


            “สุดหล่อด้วย” ผมช่วยเติม


            “อันนั้นไม่ได้ตกลง” ไอ้หมาว่า “ถ้ากูเรียกมึงวายุ มึงเรียกกูนทีนะ”


            “ก็ได้” ผมยักไหล่ ถึงไม่ค่อยชิน แต่จะพยายามเรียกชื่อแล้วกัน


            “อ่อ วายุบอกด้วยว่า ถ้าผมจีบดีๆ จะยอมคบเป็นแฟนด้วยล่ะ”


            กรี๊ดดด!


            พอไอ้หมา...เอ่อ นทีพูดแบบนั้น แฟนคลับก็กรี๊ดลั่นฮอลล์เลย


            ผมเหลือกตามองมันด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยคำถาม


            โอเค กูยอมให้มันจีบ กูพูดตอนไหนว่าจะยอมเป็นแฟนด้วย แต่มันกลับทำหน้าไม่รู้ไม่ชี้ ทำเนียนมัดมือชกชัดๆ


            “กูพูดจบแล้ว มีอะไรจะพูดมั้ยวายุ....” มันเรียกชื่อผมแบบดีๆ ครั้งแรก ทำให้ผมรู้สึกไม่คุ้นเคย แต่แฟนคลับก็กรี๊ดอย่างถูกใจ แม้จะแค่เรียกชื่อก็ตาม


            “อืม มี” ผมนึกถึงโปรเจ็คที่แฟนคลับได้ทำให้ผมกับนที


            “ขอบคุณสำหรับแฟนโปรเจ็คนะครับ ขอบคุณสำหรับวีดีโอ ขอบคุณสำหรับทุกความใส่ใจ ผมอยากจะบอกว่า ไม่ใช่แค่พวกผมมีหมายความสำหรับทุกคน แต่ทุกคนมีค่ามากสำหรับพวกผมเช่นกัน”


            เสียงผมก็เริ่มสั่นเล็กน้อย ตอนนี้ทั้งฮอลล์ก็เงียบกริบเพื่อตั้งใจฟังผม


            “ผมเห็นแฟนๆ ต้องร้องไห้เพราะเรื่องผม...ผมรู้สึกแย่มากที่ทำให้ทุกคนเสียใจ ผม...จะพยายามเป็นไอดอลที่ดีกว่านี้...”


            พอพูดถึงตรงนี้ผมก็เสียงขาดไป ดวงตามีหยาดน้ำตาคลอออกมา ผมร้องไห้โดยไม่ได้ตั้งใจ อาจเป็นเพราะรู้สึกซาบซึ้ง เสียใจ และรู้สึกผิดในคราวเดียวกัน จนทำให้ผมไม่สามารถพูดต่อได้เลย


            “วายุไม่ร้องไห้” “พวกเราไม่เป็นไร” “พี่วายุพี่ทำดีแล้ว”


            แฟนคลับพยายามส่งเสียงตะโกนให้กำลังใจผม น้ำตาผมมันยิ่งไหลไม่หยุดเลย


            “เมื่อก่อน ผมเคยเป็นแค่คนธรรมดาคนหนึ่ง” ผมพยายามพูดต่อ แม้ว่าเสียงสั่นจะสั่นไหวจนกว่าพูดออกมาได้แต่ละคำนั้นยากลำบาก


            “จนวันหนึ่ง ผมได้รับโอกาสมาเป็นยูนิสตาร์ ได้รับความรักจากแฟนคลับมากมาย และไม่ว่าผมจะทำผิดพลาดหรือทำให้ทุกคนรู้สึกแย่แค่ไหน ทุกคนก็ยังให้อภัยและยินดีสนับสนุนผมเสมอ...


            “ผมรู้สึกโชคดีมากจริงๆ ที่ได้มาเป็นยูนิสตาร์ ได้มายืนอยู่ตรงนี้ ผมไม่เคยเสียใจเลย”


            “รักพี่วายุ” “รักวายุนะ”


            แฟนคลับตะโกนบอกผม ทำให้ผมยอมแพ้ที่จะพูดต่อไป ตอนนี้เสียงผมไม่มีอีกแล้ว มีเพียงแต่เสียงสะอื้นเท่านั้น


            ทว่า พอผมหันไปมองนทีที่ยืนอยู่ข้างๆ นทีก็น้ำตาคลอเช่นกัน ทำให้ผมรู้สึกงุนงง


            “มึงจะร้องไห้ทำไม” เสียงผมออกไมค์ด้วย


            “มึงร้อง กูก็ร้องสิวะ” หมอนั่นตอบ มันอาจจะซึ้งที่ผมพูด แต่ผมก็รู้สึกแปลกๆ อยู่ดี


            หมาฮัสกี้ก็มีน้ำตา มองยังไงก็ไม่ชินอยู่ดี


            “มึงอย่าร้องดิ” ผมพูดทั้งที่ตัวเองก็ยังไม่หยุดร้อง “มึงร้องไห้ได้น่าเกลียดมาก”


            “มึงก็หยุดร้องก่อนสิเว้ย” มันโวยวายใส่ผม


            “แล้วมึงร้องแบบนี้ กูจะหยุดร้องได้ไงวะ” นทีว่า ทำให้ผมเผลอหัวเราะ


            “ทุกคน...” นทีหันไปคุยกับแฟนคลับบ้าง


            “ผมดีใจและขอบคุณมากนะ ที่ให้โอกาสผมได้เป็นยูนิสตาร์ และที่ผมได้อยู่กับวายุ ก็เพราะแรงเชียร์ของทุกคนเลยนะครับ!”


            พอนทีพูดแบบนั้น แฟนคลับก็ส่งเสียงกันสนั่น


            “สนับสนุนจนแต่งงานเลยค่ะ” “รักกันนานๆ นะคะ กรี๊ด”


            ผมฟังเสียงตอบรับแล้วอึ้งสุด นี่ผมบอกว่าแค่ยอมให้มันจีบ แต่แฟนคลับกลับบอกให้รักนานๆ จนแต่งงานเลยเหรอ


            เมื่อเรื่องของผมจบด้วยดี ยูนิสตาร์ทุกคนก็เข้ามาแสดงความยินดีกับพวกผม ไม่ใช่เท่านั้น พีดีกวางขึ้นมาบนเวทีด้วยเช่นกัน ตอนแรกผมคิดว่าคงแค่มาคุยเฉยๆ แต่ไม่คิดว่าพี่กวางจะพูดออกไมค์ด้วย


            “สวัสดีครับ ยูนิตี้ทุกคน เมื่อกี้นี้ผมกับทีมงานเพิ่งปรึกษากันเรื่องแฟนมีตติ้งครั้งต่อไป ฝากรอติดตามกันเลยนะครับ เพื่อขอบคุณด้อมหวายด้อมฮัสกี้ทุกคนสำหรับแฟนโปรเจ็คครั้งนี้ งานครั้งหน้าจัดเพื่อเรือครึ่งเสี้ยวโดยเฉพาะ รับรองว่าเซอร์ไพรส์แน่นอน”


            พอพี่กวางพูดแบบนี้ แฟนคลับด้อมผมกับนทีก็พากันกรีดร้องอย่างถูกอกถูกใจ ส่วนผมกับนทีก็มองหน้ากันเองด้วยความรู้สึกที่เห็นพ้องตรงกัน


            นอกจากซีรีส์เดือนครึ่งเสี้ยวแล้ว ต้นสังกัดก็ยังจัดแฟนมีตติ้งเพื่อผมสองคนด้วย


            ผมกับนทีอาจเป็นชื่อเรือ ส่วนแฟนคลับก็เป็นลูกเรือ


            แต่ใครล่ะคอยสร้างเรือ เติมน้ำมัน แถมติดเครื่องยนต์เทอร์โบความเร็วสูงยิ่งกว่าจรวดอวกาศ


            ก็ต้นสังกัดผมนี่ไง!



      




Writer's Talk


เดี๋ยวสักประมาณไม่น่าเกินกลางเดือนมีนานี้ คงจะได้เปิดพรีเดือนครึ่งเสี้ยวกันเนอะ

ตอนแรกว่าจะเปิดพรีสั้นๆ แต่เนื่องจากชนงานหนังสือ กลัวผู้อ่านล้มละลาย 555 แถมติดช่วงสงกรานต์โรงพิมพ์ก็ปิดยาว ก็เลยคิดว่าน่าจะเปิดจนถึงกลางเดือนเมษาเลย 


หนังสือเล่มเดียวจบนะคะ ราคารวมส่งน่าจะอยู่ที่ 400-500 บาท แต่เดี๋ยวไว้เราคำนวณต้นทุนเรียบร้อยดีแล้ว ก็จะมาแจ้งรายละเอียดให้ทราบเพิ่มเติมกันน้า


ฝากรับสองเดือนสติไม่เต็มสตังไปเลี้ยงกันด้วยน้า~ 

ขอบคุณทุกคอมเมนท์และขอบคุณผู้อ่านที่ติดตามนะคะ <3 <3 


-------------------------------

แฮชแท็กประจำเรื่อง #เดือนครึ่งเสี้ยว

Twitter : @colourfulearth ใช้ชื่อว่า L.Loklalla จ้า

Facebook Page : EarthLok - ล.โลกลัลล้า






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.576K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,988 ความคิดเห็น

  1. #2945 sm37an2j (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:21
    น่ารักกก
    #2,945
    0
  2. #2905 fairykate27 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 15:50
    คือคนรอบข้าง ดันขั้นสุดมากกก คู่นี้ มีแต่คนอยากให้ ได้กานน อร๊ายยย
    #2,905
    0
  3. #2844 SkmilkSk (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 21:38
    ที่ยอมทุกๆอย่างก็เพื่อแฟนคลับ ทุกๆที่ทำก็เพื่อแฟนคลับ ต่อให้ไม่ได้ชอบนทีก็จะยอมทำเพื่อแฟนคลับ สรุปแล้วถ้าไม่มีแฟนคลับตอนจบก็คงไม่ได้คบกันหรอก
    #2,844
    1
    • #2844-1 0930710570(จากตอนที่ 26)
      5 เมษายน 2563 / 23:23
      ไม่ได้ชอบแต่ทำเพื่อแฟนคลับ จริงค่ะ
      แต่ในฐานะไอดอลแฟนคลับสำคัญอยู่แล้ว
      และมันจะดีมากถ้าไอดอลจริงใจกับ
      แฟนคลับด้วยใจจริงซึ่งน่าจะหายากนะคะและ
      การเซอร์วิสแฟนคลับเลยไม่ใช่เรื่องแปลกด้วย

      ถ้าไม่มีแฟนคลับก็ไม่ได้คบกัน จริงค่ะ
      ถ้าไม่มีแฟนคลับพวกนางก็จะไม่ได้เจอกัน

      แต่ยอมทุกอย่างเพื่อแฟนคลับ
      เราว่าไม่จริงนะคะ
      เพราะวายุนางก็กังวลเรื่องให้ความหวังนที
      ถ้านางตกลงให้จีบเพราะแฟนคลับ
      นางจะคิดมากทำไมว่าจะให้ความหวัง
      หรืออะไรต่างๆนานาทำไมจริงมั้ยคะ?
      ถ้านางแคร์แฟนคลับนางก็คงโทรไปบอกนทีว่าคบกันตั้งแต่เห็นทวีตของนทีแล้วแหละค่ะเพราะมันทำให้หวายกับฮัสกี้ของพวกเขาเสียใจ
      #2844-1
  4. #2817 yokandmom (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 18:50
    แอร๊ยยย ซึ้งมาก แฟนคลับน่ารักทุกคนเลย ฮืออออ ซึ้งอ่า
    #2,817
    0
  5. #2807 AgainstAllOdds (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 13:43
    อ่านแล้วน้ำตาไหล
    จากใจติ่งคนหนึ่ง
    #2,807
    0
  6. #2802 mmmmay2311 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 8 เมษายน 2562 / 00:23
    พี่กวางเอาทุกเม็ดแบบนี้ไม่ได้5555
    #2,802
    0
  7. #2650 KanjanaYodboplub (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 24 มีนาคม 2562 / 21:22
    อ่ะ กุชอบตรงคนเติมน้ำมันนี่แหละ555555
    #2,650
    0
  8. #2568 bluemoon1072 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 13:55

    อยากให้ต้นสังกัดคู่ชิปฉัน ขยันเติมเชื้อเพลิงแบบนี้บ้างจัง????????

    #2,568
    0
  9. #2565 Jink_chan (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 22:31
    ต้นสังกัดนี่ก็ขยันเติมเชื้อเพลิงจั๊ง.....ตอนนี้วายุน่ารักนะเนี่ย
    #2,565
    0
  10. #2564 Jink_chan (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 22:31
    ต้นสังกัดนี่ก็ขยันเติมเชื้อเพลิงจั๊ง
    #2,564
    0
  11. #2476 inggy2550 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 22:52
    เรือแล่นปรึ้ดๆไม่ต้องพายเลยค่ะ แอร้ยย ///
    #2,476
    0
  12. #2472 MARKTUAN190 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 13 มีนาคม 2562 / 01:08
    มีต้นสังกัดคอยเติมให้ขนาดนี้!!
    #2,472
    0
  13. #2464 Scret-mn (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 16:08

    เรือแล่นนน
    #2,464
    0
  14. #2444 morakot3014 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 07:35
    ไม่ต้องพายแล้วเติมน้ำมันอย่างเดียว😄😄
    #2,444
    0
  15. #2336 fafar4840 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 7 มีนาคม 2562 / 17:32
    พอวายุพูดกับแฟนคลับก็น้ำตาไหลอีกรอบอ่ะ แล้วก็มาหลุดขำตรงเถียงกันเนี่ยแหละ 55555
    #2,336
    0
  16. #2333 fha--fn (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 6 มีนาคม 2562 / 23:46
    แจวไม่ทันฟาดไม้พาดแล้วจ่ะ เขาแล่นเรือต่อแล้ว
    #2,333
    0
  17. #2326 mmulyy (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 มีนาคม 2562 / 16:22
    ฟินมากกกกกก เกินไปอ่ะ ทิ้งเรื่องไว้แค่นี้ไม่ได้นะ รีบมาต่อเร้วววววว จะร้อง ฟินนนนแงงงง
    #2,326
    0
  18. #2324 Nutjung1414 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 15:44
    ฮืออน่ารักมากก ><
    #2,324
    0
  19. #2323 -Blank (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 01:34
    เรือแล่นอย่างไววววว กัปตันพายเอง
    #2,323
    0
  20. #2322 baekhyunhyun2544 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 19:00

    โอ๊ยยย ชีวิตทำไมไอดอลชั้นไม่มีสังกัดแบบนี้บ้างเว้ยยยย
    #2,322
    0
  21. #2321 ALONE_LAA (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 18:22
    คนสำคัญ = ต้นสังกัด
    #2,321
    0
  22. #2320 suwarin-gluyhom (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 17:59
    ต้นสังกัดน่ารักกก
    #2,320
    0
  23. #2319 hamony777 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 15:03
    เครื่องแรงสุด 55555
    #2,319
    0
  24. #2318 RAPIPHAN4869 (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 13:11
    เขาดีกันแล้วววว.ในที่สุดก็ได้ยกภูเขาออกจากอกสักที.ฮือออ
    #2,318
    0
  25. #2317 menight (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 2 มีนาคม 2562 / 01:05
    ฮืออออออ นทีคือบั่บ...ทูนหัวผัวจ๋ามากๆ T///T ยอมล๊าววววว
    #2,317
    0