UNISTAR ☾ เดือน.ครึ่ง.เสี้ยว ☾

ตอนที่ 25 : เดือนที่ 24 : ความรักของแฟนครับ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 18,449
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1,767 ครั้ง
    23 ก.พ. 62

UNISTAR   เดือน.ครึ่ง.เสี้ยว

- เดือนที่ 24 : ความรักของแฟนครับ -



(เครดิตภาพ : https://unsplash.com)

 




         จนแล้วจนรอด ผมก็ยังไม่มีโอกาสคุยกับหมอนั่น ส่วนหนึ่งเพราะผมยังคิดหาคำตอบไม่ได้ว่าผมชอบหมอนั่นจริงจังหรือเปล่า เรื่องนี้มันยากจริงๆ เพราะผมไม่เคยชอบผู้ชายมาก่อน และถึงผมเคยมีประสบการณ์ตอนเดตสมัยมัธยมอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่เคยมีความรักจริงๆ จังๆ เลยสักครั้ง


            ผมก็คิดอยู่ว่า ถ้าไอ้หมานั่นแค่อยากลองเดตกับผมขำขันแบบไม่ซีเรียส ผมก็อาจลองดูไม่เสียหาย แต่ดูทรงแล้วมันจริงจังกว่าที่ผมคาดไว้เยอะ หากผมตอบรับมันเล่นๆ ก็ยิ่งทำร้ายความรู้สึกมันมากกว่าเดิม นอกจากนี้ ผมกับมันต้องทำงานเป็นไอดอลร่วมกันอีกหลายปี จะพาลให้มองหน้ากันไม่ติดเข้าไปใหญ่


            ดังนั้น ผมจึงต้องคิดดีๆ จะทำเป็นเล่นๆ เหมือนเรื่องทั่วไปไม่ได้ ผมอาจต้องทำความรู้จักมันมากกว่านี้ เพราะที่ผ่านมาผมมองมันแต่ด้านลบ ไม่เคยมองด้านบวกเลย ผมจึงไม่เคยรู้ว่ามันมีดีอะไรที่ผมมองข้ามไปบ้าง และสิ่งดีๆ ของมันนั้น จะทำให้ผมชอบมัน จนมองข้ามเรื่องเพศและคู่แข่งไปได้หรือเปล่า


            แต่ก่อนอื่น ผมรู้สึกว่า ชีวิตไอดอลช่วงนี้ของผม ไม่ปกติเหมือนที่ผ่านมาเลย


            “วันนี้เดินสบายดีนะครับน้องวายุ” หัวหน้าการ์ดเอ่ยกับผม “ถ้ายังโล่งแบบนี้ พรุ่งนี้พวกผมน่าจะลางานได้นะครับ”


            “หมายความว่าไงครับพี่ ผมยังเป็นยูนิสตาร์ความนิยมสูงส่งอยู่นะ” ผมรีบตอบทันที พอการ์ดพูดแบบนี้แล้วมันเจ็บจึกๆ ไงไม่รู้


            เพราะหลังจากที่ไอ้หมานั่นประกาศล่มเรือคู่ผม แฟนคลับทุกคนก็ออกมาฟูมฟายจนแฮชแท็ก #เรือล่ม ติดเทรนด์อยู่ทั้งวัน มีแฟนไซต์ที่จิ้นผมกับหมาปิดตัวไปหลายที่ แฟนคลับที่แต่งฟิคหรือวาดแฟนอาร์ตก็ประกาศเทกันหมด จนทางต้นสังกัดยังต้องระงับการฉายซีรีส์เดือนครึ่งเสี้ยวชั่วคราว เพราะกลัวไม่มีคนดู


            ฟังดูเหมือนกับเป็นเรื่องใหญ่สำหรับไอดอลนะ แต่ยอดฟอลโลว์และยอดแฟนคลับของผมและไอ้หมาก็ไม่ได้ลดลง แต่ที่หายไปคือความรู้สึกฟินของแฟนคลับ


            และมันก็ทำให้ชีวิตมหา’ลัยของผมไม่เหมือนกับทุกที


            ปกติผมมักจะห้อมล้อมไปด้วยแฟนๆ ที่เข้ามากรี๊ดกร๊าด จนพี่การ์ดต้องช่วยกันตลอดเวลา แต่วันนี้กลับ...เงียบกริบยิ่งกว่าป่าช้า


            ผมรู้สึกไม่ชินสุดๆ


            “ฮืออ พี่วายุ หนูขอทำใจก่อนน้า”


            “พี่วายุ หนูรักพี่น้า แต่ยังทำใจไม่ได้”


            “ไว้หนูหายเศร้า จะมาตามกรี๊ดพี่น้า”


            พอผมเดินผ่านแฟนคลับที่ปกติจะตามผมตลอด พอพวกเธอเห็นหน้าผมก็น้ำตาร่วงเผาะๆ ปล่อยโฮกันเต็มที่ ผมสังเกตดวงตาพวกเธอแดงก่ำเหมือนร้องไห้มาตลอดทั้งคืน จนผมอดเป็นห่วงไม่ได้ ท่าทางเรื่องเรือล่มจะทำร้ายจิตใจแฟนคลับมากกว่าที่ผมคิด


            พอผมเจอไอ้ข้าวในห้องเลคเชอร์ ผมก็ถอนหายใจใส่ทันที


            “หน้าตามึงดูไม่มีความสุขเลยว่ะ” ไอ้ข้าวทักผม


            “แหงล่ะสิ” ผมเอาหน้าทรุดลงกับโต๊ะ ปกติผมไม่ทำแบบนี้หรอกนะ เดี๋ยวเครื่องสำอางหลุดหมด แต่วันนี้ผมรู้สึกหมดอาลัยจริงๆ


            ก็ปกติผมแต่งหน้าแต่งหล่อมาให้แฟนคลับกรี๊ด แต่วันนี้ไม่มีคนกรี๊ด เลยไม่รู้ว่าจะห่วงหล่อไปทำไม


            “ทำไมล่ะ เครียดเรื่องนทีเหรอ” ข้าวเอาหน้านาบบนโต๊ะมองผมด้วย


            “นั่นก็ส่วนหนึ่ง แต่กูเป็นห่วงแฟนคลับอ่ะ” ผมพูดเสียงเอื่อยๆ “มึงก็รู้ว่าสำหรับกู แฟนคลับสำคัญขนาดไหน ทุกวันนี้ที่กูมาเป็นไอดอล ทำงานเหนื่อยๆ วันหยุดไม่ได้พัก ไม่ได้ใช้ชีวิตสนุกเหมือนวัยรุ่นคนอื่น แต่กูก็ยังมีความสุขอยู่ เพราะมีแฟนๆ กูนี่แหละ”


            “เรือล่มสินะ” ข้าวคงรู้เรื่องแล้ว ก็ไม่แปลกหรอก เพราะแฟนคลับก็เศร้ากันหมดทั้งโซเชียล หลายคนก็ยังสังเกตด้วยว่า เดี๋ยวนี้เวลาออกอีเวนท์ ผมกับไอ้หมาดูห่างเหิน ไม่พูดคุยและแทบไม่สบตากันเลย ผมก็ไม่อยากจะทำแบบนั้น แต่เวลาผมกับมันอยู่ด้วยกัน บรรยากาศมันชวนอึดอัดจนวางตัวไม่ถูกเลย


            “อืม” ผมพยักหน้าเนือยๆ “แฟนคลับกูเศร้า กูก็เศร้า แฟนคลับกูร้องไห้ กูก็อยากร้องไห้ตาม ตอนนี้แฟนคลับกูไม่มีความสุข แล้วกูจะมีความสุขได้ไงวะ”


            ว่าแล้วผมก็เงยหน้าขึ้น แล้วก็เอาหัวโขกโต๊ะลงไปใหม่


            “กูแม่งเป็นไอดอลภาษาอะไรวะ ทำให้แฟนคลับไม่มีความสุข กูอยากจะบ้าตาย”


            “วายุ” ไอ้ข้าวเอามือลูบบ่าผม “จริงๆ ก็มีวิธีทำให้แฟนคลับมึงกลับมามีความสุขได้อยู่นะ”


            “ยังไงวะ” ผมถามเสียงอู้อี้


            “ก็กู้เรือมึงกลับมาไง”


            คำพูดของไอ้ข้าว ทำให้ผมเงยหน้าขึ้นมองมันช้าๆ


            “กู้เรือกูอ่ะนะ”


            “อืม” ข้าวพยักหน้า “ก็มีแต่มึงเท่านั้นอ่ะที่ทำได้”


            ผมครุ่นคิดสิ่งที่ข้าวพูด จริงอยู่ว่าถ้าผมกับไอ้หมานั่นเป็นแฟนกันจริงๆ แฟนคลับก็คงมีความสุขที่สุด


            แต่ปัญหาใหญ่ก็คือ


            “กูยังไม่รู้เลยว่ากูจะคบกับมันได้มั้ย คือ จะว่าไงดีอ่ะ หมอนั่นมันดูไม่ได้ชอบกูขำๆ แต่ดูมันจริงจังโคตร เฮ้ย แล้วมันเคยพูดด้วยนี่หว่า ถ้ามันคบใคร ต้องถึงขั้นแต่งงานสร้างครอบครัว”


            ผมเบิกตากว้างแล้วเขย่าคอไอ้ข้าว


            “มึง ถ้ากูรับรักมัน เท่ากับว่า อนาคตกูต้องอยู่กินกับมันเป็นผัวเมียไปจนแก่เลยนะเว้ย”


            “มึงใจเย็น” ไอ้ข้าวพยายามหยุดมือผมที่เขย่ามัน


            “มึงน่าจะไปคุยกับนที ก่อนที่มึงจะคิดไปเองทั้งหมดมั้ย”


            “จริงด้วย” ผมกลับมานั่งนิ่ง “แต่คือกูก็ทำงานปกตินะ มันก็ทำงานปกติ งานไม่ได้กระทบแต่เจอกันทีไร มันก็หลบหน้ากูทุกที ส่วนกูก็พูดอะไรไม่ออก แล้วจะหาโอกาสคุยกับมันยังไงวะ”


            “ก็นะ ถ้าชอบใครที่ใครไม่ชอบตอบ มันก็ต้องใช้เวลาสักพัก ถึงจะหายอึดอัดใจ” ข้าวยักไหล่


            “เอ่อ แล้วโอ๊ตเล่าเรื่องหมอนั่นให้มึงฟังบ้างมั้ย”


            “ได้ยินมาเหมือนกัน” ข้าวเอ่ย “นทีช่วงนี้โดดเรียนบ่อย ให้ตั้มเก็บชีทกับจดเลคเชอร์ให้ เห็นว่าตั้มก็กลุ้มใจเรื่องนทีนะ บอกว่าช่วงนี้นทีไม่ค่อยร่าเริง เอาแต่เก็บตัวอยู่แต่ในห้อง”


            “เฮ้อ แล้วกูควรทำยังไงกับมันวะเนี่ย” ผมฟังแล้วก็ยิ่งกลุ้มใจ


            “มึงก็รีบตัดสินใจแล้วกัน ไม่ว่าทางไหน กูก็อยู่ข้างมึงเสมอ”


            “เออ ขอบใจนะข้าว”






 

            เนื่องจากงานของผมค่อนข้างยุ่ง มีถ่ายแบรนด์แอมบาสเดอร์หลายตัวกับออกอีเวนท์ผลิตภัณฑ์ใหม่หลายอย่าง ผมยังได้เจอหมอนั่นอยู่บ่อยๆ แต่ก็ไม่มีโอกาสคุยกันจริงๆ จังๆ เสียที จนกระทั่งถึงช่วงเตรียมงานแฟนมีตติ้ง งานครั้งนี้เป็นงานขนาดปกติ มีแฟนไซน์และไฮทัชเหมือนเดิม


            ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้มาก่อนตั้งแต่เป็นยูนิสตาร์ ผมรู้สึกไม่มั่นใจเหมือนแต่ก่อน ผมไม่กลัวว่าบัตรจะขายไม่หมด เพราะยังมีสมาชิกยูนิสตาร์คนอื่นๆ ที่มีแฟนคลับเยอะอยู่ แต่ที่ผมกลัวคือ กลัวว่าจะไม่มีใครมาแลกบัตรไฮทัชกับผม


            ปกติแล้วบัตรไฮทัช จะต้องใช้แต้มสะสม Unity Point อัพเกรดจากบัตรแฟนมีตติ้ง แต้มนี้จะได้จากการซื้อผลิตภัณฑ์ที่พวกผมเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ โดยแฟนมีตติ้งรอบหนึ่ง บัตรเข้างาน 1 ที่นั่ง ต่อสิทธิไฮทัชหนึ่งคน


            สิทธิไฮทัชของสมาชิกแต่ละคนก็มีจำกัด จำนวนสิทธิ์ไฮทัชของสมาชิกยูนิสตาร์แต่ละคนที่แลกได้จะเป็น 1 : 4 จากจำนวนบัตรแฟนมีตติ้งทั้งหมด สมมติมีขายบัตร 1000 ที่นั่ง ยูนิสตาร์แต่ละคนจะมีโควต้าไฮทัชอยู่คนละ 250 สิทธิ ซึ่งยูนิสตาร์มีทั้งหมด 6 คน นั่นหมายความว่า สิทธิที่แลกได้มีมากถึง 1500 สิทธิ ดังนั้น แฟนคลับทุกคนมีสิทธิอัพเกรดเป็นบัตรไฮทัช เพียงแต่จะได้เมนตัวเองมั้ย ก็ต้องลุ้นกันว่าแฟนมีตติ้งครั้งนั้นคนแลกใครเยอะกว่า


            ยูนิสตาร์ที่ถูกแลกไฮทัชจนเต็มทุกรอบ คือ พี่อิน เพราะแฟนคลับนานๆ จะได้เจอที แต่คนอื่นๆ ก็ใช่ว่าจะน้อย ทว่า งานครั้งนี้ผมหวั่นใจเหลือเกิน ถ้าไม่มีแฟนคลับไฮทัชผม เพราะยังเศร้าเรื่องเรือล่มอยู่ แล้วผมจะทำอย่างไรดี


            ในขณะที่ผมกำลังนั่งกลุ้มตอนช่วงพักเตรียมงาน พีดีกวางเห็นผม จึงเดินเข้ามาคุยด้วย


            “เมื่อวานเปิดขายบัตรแฟนมีตติ้งแล้วนะ” พี่กวางพูด ทำให้ผมเม้มปากเล็กน้อย


            “เป็นยังไงบ้างครับ”


            “ก็ขายหมดเหมือนปกติ” พี่กวางตอบ


            “เอ่อ แล้วไฮทัชล่ะครับ เพิ่งเปิดแลกสิทธิวันนี้ใช่มั้ยครับ” ผมถามอย่างกังวล


            “อ๋อ มีแฟนคลับแลกบัตรไฮทัชของนาย จนเต็มโควต้าหมดแล้วนะ” พี่กวางตอบ


            “อะไรนะครับ” ผมแทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง


            บัตรไฮทัชแลกจนเต็มโควต้าเหรอ นี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ เพราะอย่างที่บอกไป จำนวนสิทธิที่แลกได้ทั้งหมดมีมากกว่าจำนวนที่นั่ง


            “บัตรไฮทัชผมโควต้าเต็มเหรอครับ” ผมถามย้ำพี่กวางเพื่อความแน่ใจ


            “อืม” พี่กวางพยักหน้า “ของนทีก็เต็ม”


            ไอ้หมานั่นก็ด้วยเหรอ ผมฟังแล้วก็รู้สึกแปลกใจ


            ก็เรือผมล่มนี่นา แฟนคลับไม่น่าอยากเจอพวกผม คงไม่มีอารมณ์มาจับมือหรือคุยกับพวกผมด้วยซ้ำ แต่ทำไมพวกเขาถึงยังมางานแฟนมีตติ้ง และแลกไฮทัชจนหมดโควต้าขนาดนี้


            บัตรไฮทัชหนึ่งใบ มอบสิทธิพิเศษให้แฟนคลับมายืนใกล้ๆ พวกผมในเวลาประมาณ 10 วินาที แต่ที่เรียกไฮทัชเพราะมันไม่ใช่จับมือตลอดสิบวินาที เขาให้แค่เช็คแฮนด์หรือแปะมือกันแบบสั้นๆ แค่ไม่กี่วินาที ผมคิดว่า ต้นสังกัดตั้งใจสร้างภาพลักษณ์พวกผมเป็นเดือนที่อยู่สูง จึงเปิดโอกาสให้ถูกแฟนๆ สัมผัสสั้นมากๆ แต่ที่แฟนๆ ยังยินดีแลกสิทธิ์ก็เพราะส่วนใหญ่คงอยากเห็นพวกผมใกล้ๆ นอกจากนี้ สิบวินาทีก็ยังได้ทักทายหรือคุยบ้าง หลายคนชอบขอให้เซ็นชื่อตัวเองลงในโปสการ์ดด้วย เพราะบัตรแฟนมีตติ้งที่ไม่มีสิทธิไฮทัช จะได้สิทธิ์แค่รับโปสการ์ดพร้อมลายเซ็นที่เตรียมไว้แล้วจากมือพวกผมเฉยๆ คล้ายๆ แจกใบปลิวล่ะมั้ง ที่ได้เห็นกันใกล้ๆ แค่เสี้ยววินาทีตอนเดินออกจากฮอลล์


            “อ๋อ แล้วงานนี้มีแฟนโปรเจ็คด้วยนะ” พี่กวางเอ่ยยิ้มๆ


            “และพี่ก็อนุมัติเรียบร้อยแล้ว”


            พอพี่กวางพูดเสร็จก็เดินจากไป ทิ้งให้ผมนั่งคิดอยู่พักใหญ่


            แฟนโปรเจ็คงั้นเหรอ ผมนึกสงสัยว่าคืออะไร แต่พอพยายามหาในทวิตเตอร์ก็ไม่เจอ คิดว่าแฟนๆ คงไปเตรียมการกันเองลับๆ หลังจากนั้น ผมก็ตัดใจเลิกหา ผมต้องไปโฟกัสกับเรื่องงาน และต้องเซ็นโปสการ์ดเพื่อแจกแฟนคลับตอนท้ายงานเป็นปึกๆ เลย





 

            งานแฟนมีตติ้งครั้งนี้ จัดงานแบบสบายๆ สไตล์บ้านๆ พี่ๆ ทีมงานให้พวกผมสวมเครื่องแบบยูนิสตาร์เปิดตัวก็จริง แต่ช่วงพักก็ให้พวกผมเปลี่ยนไปใส่ชุดลำลอง แล้วออกมาเล่นเกมสนุกๆ สไตล์ครอบครัวยูนิสตาร์ มีพี่อินทำขนมครกโชว์บนเวที ผมลองชิมแล้วอร่อยสุดๆ มีจับรางวัลสุ่มผู้โชคดีซึ่งจะได้ลิ้มลองขนมครกพี่อินด้วย หลังจากนั้น พวกผมก็มานั่งคุยกับแฟนคลับเรื่องตารางงานของยูนิสตาร์ที่ผ่านมา มีสัมภาษณ์พี่เลโอพี่กับซีด้วยว่าแบ่งเวลากับการเรียนหมออย่างไรบ้าง ปิดท้ายด้วยน้องซันมาเล่นเปียโน แล้วให้พวกผมช่วยกันร้องเพลงที่เตรียมให้แฟนคลับในงาน


            “งานแฟนมีตติ้งจบลงแล้วนะครับ ต่อไปเป็นช่วงกิจกรรมของไฮทัช ทุกคนที่ถือบัตรไฮทัช รบกวนให้รอทางทีมงานจัดคิวนะครับ ส่วนยูนิสตาร์ให้ไปรอที่ทางออกแต่ละช่องได้เลยครับ”


            ปกติแล้วกิจกรรมไฮทัชและรับโปสการ์ดพร้อมลายเซ็นจะอยู่ท้ายงาน แฟนคลับจะถูกจัดคิวให้ออกไปตามทางออกแต่ละโซน ซึ่งแบ่งช่องตามสมาชิกที่ได้เลือกบัตรไฮทัชไว้ แต่ถ้าไม่ได้แลกไฮทัชก็เลือกได้เหมือนกันจะไปรับโปสการ์ดกับใคร แต่ถ้าคิวสมาชิกคนนั้นล้นก็อาจโดนตัดคิวไปช่องอื่น


            “น้องซีอยู่ทางออกที่ 1 นะครับ น้องเลโอช่อง 2 น้องอินอยู่ช่อง 3 น้องซันอยู่ช่อง 6 ส่วนน้องวายุกับน้องนที...”


            พิธีกรดำเนินงานหันมายิ้มให้พวกผม


            “ยังไม่ต้องไปนะครับ”


            ผมฟังแล้วก็มึนงงไปพักใหญ่ ผมเหลือบไปมองไอ้หมาที่ดูสับสนไม่แพ้กัน


            “ผมไม่ต้องไฮทัชกับแฟนๆ เหรอครับ” ผมอดยืนยันถามพิธีกร ก่อนจะหันไปมองแฟนคลับที่ยังนั่งอยู่ เพราะสตาฟยังไม่ได้เริ่มจัดคิว


            วันนี้แฟนคลับผมก็มานะ ถึงแม้จะไม่มีเสียงตะโกนเรื่องจิ้นๆ ให้พวกผมได้ยินเหมือนปกติ แต่เสียงด้อมหวายก็ไม่ได้ดังน้อยกว่าเดิมเลย ด้อมฮัสกี้ก็เช่นกัน


            “ไม่ต้องครับ” พิธีกรยืนยัน


            “ทุกคนไม่อยากจับมือผมเหรอ” ไอ้หมาหันไปถามแฟนคลับ ซึ่งแฟนคลับก็ตะโกนกลับมาว่า ’อยาก’


            มันแปลกตรงนี้แหละ


            “น้องนทีวายุครับ นี่คือ สิ่งที่แฟนคลับอยากบอกพวกคุณครับ”


            จากนั้น แสงรอบเวทีก็ดับลง เหลือเพียงแสงจากหน้าจอกลางเวที


            บนหน้าจอฉายคลิปวีดีโอที่มีแฟนคลับรวมกันหลายร้อยคน ซึ่งไม่รู้ว่าไปอัดกันตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำให้ผมรู้สึกเซอร์ไพรส์ไม่น้อย


            “สวัสดีค่ะ พี่วายุ พี่นที พวกเราทุกคนเป็นแฟนคลับของพี่ๆ ทั้งสองคนนะคะ”


            แฟนคลับแนะนำตัวเอง ซึ่งในคลิปนั้นมีคนเยอะมากจนกล้องก็เก็บไม่หมด


            “พวกเราทุกคนอยากจะบอกว่า เรารักพวกพี่นะคะ”


            ตัวแทนแฟนคลับคนหนึ่งเป็นคนพูด


            “พวกพี่มีความหมายสำหรับพวกเราอย่างมาก คนนอกอาจมองว่าการชอบไอดอลสักคน เป็นเรื่องไร้สาระ ทั้งเสียเงินและเสียเวลา แต่พวกเขาไม่ได้เข้าใจว่า ไอดอลสร้างความสุขให้กับพวกเรามากขนาดไหน”


            ผมมองดูคลิปแล้วเหลือบไปมองไอ้หมา มันก็กำลังตั้งใจดูเช่นกัน


            “ในสายตาคนอื่น พวกเราอาจเป็นแค่คนธรรมดา แต่สำหรับยูนิสตาร์ พวกเราคือยูนิตี้ เป็นด้อมหวาย ด้อมฮัสกี้ ที่พร้อมสนับสนุนพวกพี่เสมอไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น คนอื่นอาจไม่เห็นว่ามันสำคัญ แต่สำหรับพวกเรา แค่เห็นว่าความรักเล็กๆ ของพวกเราสามารถเป็นแรงสนับสนุน สร้างฝันของพวกพี่จนเป็นกลายจริงได้ พวกเราก็รู้สึกยินดียิ่งกว่าประสบความสำเร็จด้วยตัวเอง”


            “และในสายตาคนอื่น พวกพี่อาจเป็นแค่ไอดอลที่มีชื่อเสียง แต่สำหรับพวกเรา พวกพี่เป็นมากกว่านั้น


            “พวกพี่เป็นเหมือนแสงสว่างท่ามกลางความมืด พวกพี่เป็นเหมือนสายฝนบนดินแห้งแล้ง ทุกครั้งที่พวกเราเจอเรื่องแย่ๆ แค่ได้เห็นพวกพี่บนเวทีหรือบนทีวี แค่ได้เห็นรอยยิ้มของพวกพี่ พวกเราก็สามารถยิ้มได้เสมอ


            “ในยามที่กำลังท้อแท้ผิดหวัง พอได้เห็นพวกพี่ประสบความสำเร็จ พวกเราก็ยิ่งมีกำลังใจสู้ต่อ และไม่อยากจะยอมแพ้ และไม่ว่าจะกำลังเผชิญเรื่องทุกข์แค่ไหน แค่ได้เห็นพวกพี่มีความสุข พวกเราก็มีความสุขมากเช่นกัน”


            ผมฟังแล้วน้ำตาคลอโดยไม่ได้ตั้งใจ ผมกับแฟนคลับอยู่มาด้วยกันตั้งปีกว่าแล้วสินะ นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้รับฟังความในใจจากพวกเขาจริงๆ


            ได้เห็นแฟนคลับมีความสุข ผมก็มีความสุขเหมือนกัน


            “แต่ในวันนี้ พวกเราเพิ่งตระหนักว่า ความสุขบางอย่างที่พวกพี่พยายามมอบให้พวกเรานั้น มันต้องแลกกับความอึดอัดและลำบากใจ ถึงกระนั้น พวกพี่ก็ยังยินดีฝืนใจ เพื่อทำให้พวกเราทุกคนสามารถยิ้มได้ สำหรับที่ผ่านมา สำหรับทุกอย่าง เราอยากขอบคุณมากจากใจจริง”


            หลังจากนั้น แฟนคลับทุกคนในคลิปก็หยิบของบางอย่างออกมา พอผมมองดูถึงได้เห็นว่ามันคือบัตรไฮทัช ทั้งของผมและของไอ้หมา


            “พวกเราทุกคนมีบัตรไฮทัชคนละ 1 ใบ ด้วยหนึ่งใบนี้ พวกเรามีสิทธิจับมือและใกล้ชิดกับพวกพี่ได้คนละ 10 วินาที มันอาจเป็นแค่ช่วงเวลาสั้นๆ แต่จาก 10 วินาที หลายๆ ใบรวมกัน มันก็กลายเป็นอีกหลายนาที...


            บัตรไฮทัชจากพวกเราทุกคน มีของพี่นทีและพี่วายุคนละ 250 ใบ


            บัตรหนึ่งมีค่า 10 วินาที มีบัตรจำนวน 250 ใบ


            รวมเป็นทั้งหมด 2500 วินาที ซึ่งมีค่าเท่ากับ 41 นาที”


            ผมมองในคลิปแล้วสงสัยแฟนคลับตั้งใจจะทำอะไร พวกเขาผลัดกันเดินมาหย่อนบัตรไฮทัชลงในกล่องใหญ่

            “บัตรไฮทัชมีค่ามากสำหรับพวกเราทุกคน ในเวลาสั้นๆ บัตรนี้มอบโอกาสให้พวกเราได้ใกล้ชิดและพูดคุยกับพวกพี่ แม้อาจเป็นแค่โอกาสครั้งเดียวในชีวิต แต่ก็เป็นความทรงจำที่มีความหมายอย่างมาก”


            พอทุกคนหย่อนบัตรลงจนหมด ตัวแทนแฟนคลับอีกคนก็พูดต่อ


            “เรื่องเรือล่ม เราทุกคนอยากบอกพี่ๆ ว่า ไม่ต้องกังวลนะคะ พวกเราไม่ได้เสียใจเพราะพวกพี่เลย แต่พวกเรารู้สึกเศร้ามากต่างหาก พวกเราเพิ่งรู้สึกว่า เราอาจเป็นด้อมที่เห็นแก่ตัว สนใจแต่ให้พวกพี่เซอร์วิซ โดยไม่คำนึงถึงความรู้สึกพวกพี่เลย


            “แต่พวกพี่กลับดีกับพวกเรามาก นอกจากไม่เคยโทษโกรธ ก็ยังยิ้มให้พวกเราเสมอ ทั้งที่พวกเราไม่ได้เป็นแฟนคลับที่น่ารักเลย”


            ผมฟังที่แฟนคลับพูดแล้วขมวดคิ้ว ทำไมพวกเขาถึงว่าตัวเองแบบนั้นล่ะ ผมไม่เคยคิดแบบนั้นเลยนะ ไม่ว่ายังไงพวกเขาก็ยังน่ารักสำหรับผมเสมอ


            “พวกพี่ทำเพื่อความสุขของพวกเรามามากพอแล้ว พวกเราจึงอยากจะตอบแทนพวกพี่บ้าง แม้ไม่รู้ว่าสิ่งนี้จะเป็นประโยชน์หรือไม่ พวกเราก็อยากให้พี่ๆ ยังเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันเหมือนเดิม พวกเราอยากใกล้ชิดกับพี่ๆ ทั้งสองมากที่สุดเลยนะคะ


            “แต่ถ้าไม่มีพี่ๆ ทั้งสอง ถ้าพวกพี่ไม่มีความสุข พวกเราก็ไม่มีความสุขเหมือนกัน”


            จากนั้น แฟนคลับทุกคนในคลิปที่ในมือไม่ได้ถือบัตรแล้ว ต่างก็ยิ้มให้กล้องกันทุกคน


            “ดังนั้น พวกเราทุกคน จึงยินดีสละสิทธิไฮทัชนี้ให้กับพี่ๆ ทั้งสองคน”


            สละสิทธิบัตรไฮทัชให้พวกผมงั้นเหรอ ผมฟังแล้วเบิกตากว้าง


            “ด้วยบัตรไฮทัชนี้...


            “พวกเราอยากให้พี่ทั้งสองคน จับมือกันและดีกันเหมือนเดิมนะคะ”


            พอคลิปฉายจบ ทั่วฮอลล์ก็เริ่มเปิดไฟ และตอนนี้ผมก็เข้าใจความหมายของแฟนคลับอย่างกระจ่างชัด


            มีทีมงานทำกล่องที่รวบรวมบัตรไฮทัชทั้งหมดของผม มาวางไว้ตรงหน้าหมอนั่น และนำกล่องที่มีบัตรไฮทัชของหมอนั่นทั้งหมด มาวางไว้ตรงหน้าผม


            บัตรไฮทัชจำนวนหลายร้อยใบอยู่ตรงหน้าผมและหมอนั่น


            แฟนคลับไม่ใช่ไม่ต้องการจับมือกับพวกผม แต่พวกเขายอมลงทุนแลกบัตรนี้เพื่อพวกผมทั้งสองคน


            แลกบัตรไฮทัชของหมอนั่นทั้งหมด เพื่อสละสิทธินี้ให้กับผม


            และแลกบัตรไฮทัชของผมทั้งหมด เพื่อสละสิทธินี้ให้หมอนั่น


            ไม่ใช่เท่านั้น เมื่อผมหันกลับไปมองแฟนคลับที่นั่งอยู่รอบฮอลล์ แฟนคลับทุกที่นั่งพร้อมใจกันชูป้ายที่พิมพ์ข้อความสั้นๆ ว่า


            ‘ขอบคุณและขอโทษ’


            นั่นมันทำให้ผมรู้สึก...


            ให้ตายสิ ผมไม่เคยรู้สึกแย่กับตัวเองมากขนาดนี้เลย ผมเป็นไอดอลที่ห่วยแตกและงี่เง่ามากสุดๆ ถึงขนาดต้องให้แฟนคลับลงทุนทำอะไรแบบนี้ให้ และยังทำให้แฟนๆ ต้องรู้สึกผิดจนกล่าวโทษตัวเองขนาดนี้


            “น้องนทีน้องวายุ มีเวลาทั้งหมด 41 นาทีนะครับ ใช้สิทธิบัตรไฮทัชนี้จากแฟนๆ ให้คุ้มค่านะครับ” พิธีกรเอ่ยกับพวกผมโดยที่ไม่ได้ออกไมค์


            ผมกับหมอนั่นสบตากันเป็นครั้งแรก หลังจากที่หลบหน้ากันมามาตลอด


            “ไปคุยกันหน่อยมั้ย”


            ผมเอ่ยถาม พร้อมส่งสายตาไปด้านหลังเวที ซึ่งหมอนั่นก็พยักหน้าเบาๆ


            “อืม คิดเหมือนกัน”


      


Writer's Talk


สองเดือนครึ่งเสี้ยวถือกำเนิดเพราะแฟนคลับ รักกันได้ก็เพราะแฟนคลับ 555

นักเขียนเองก็มีความสุขกับนิยายเพราะคนอ่านเหมือนกัน (อร๊ายยย เอาไปโยงได้อีกเนอะ 555)


ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่ติดตามมากๆ เลยนะคะ ขอบคุณทุกคอมเมนท์มากๆ เลยค่ะ รักผู้อ่านทุกคนน้า

เดือนครึ่งเสี้ยวน่าจะเปิดพรีออเดอร์ได้เดือนหน้าเนอะ ยังไงก็เก็บเงินรอรับสองหนุ่มไปเลี้ยงกันน้าาา กอดๆๆๆ  


-------------------------------

แฮชแท็กประจำเรื่อง #เดือนครึ่งเสี้ยว

Twitter : @colourfulearth ใช้ชื่อว่า L.Loklalla จ้า

Facebook Page : EarthLok - ล.โลกลัลล้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.767K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,988 ความคิดเห็น

  1. #2977 beer140647 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 23 มิถุนายน 2563 / 20:18
    แฟนคลับน่ารักมากเลย
    #2,977
    0
  2. #2970 aonpunchanok (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 เมษายน 2563 / 02:41
    ฮืออ รักแฟนคลับแบบนี้อาาา
    #2,970
    0
  3. #2966 0930710570 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 เมษายน 2563 / 23:04
    เราโอเคกับแฟนคลับแบบนี้มากๆ
    แฟนคลับบางคนประสาทแดกไม่ได้เหมือน
    ที่ใจต้องการก็เทกระจาดหมด
    เห้อพวกพี่โชคดีที่มีแฟนคลับแบบนี้นะคะ
    #2,966
    0
  4. #2951 0918802754 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 มีนาคม 2563 / 21:30
    เราชอบมาดกกเลยตอนอ่านหลายประโนคทัชมจเรามากๆแงงงมันดีย์
    #2,951
    0
  5. #2944 sm37an2j (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:06
    โถ่ซึ้งมากกกก
    #2,944
    0
  6. #2939 Promise69 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 มกราคม 2563 / 11:49
    ตั้งแต่เรื่องเดือนล่องหนแล้วอะ ที่แฟนคลับทำร้องไห้ สุดยอดด
    #2,939
    0
  7. #2933 OnlyF (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 ธันวาคม 2562 / 18:19
    เคยเป็นติ่งไอดอลนะ แต่ยิ่งเห็นข่าวแย่ๆออกมาก็เริ่มหมดศรัธา จนได้มาอ่านความรู้สึกของวายุนี่แหละ ตรงนี้คือมันกินใจคนอ่านมากเลยอ่ะ
    #2,933
    0
  8. #2931 pametc11 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2562 / 23:49
    ความรู้สึกของแฟนคลับ... มีเรียลจริงๆ ร้องไห้เหมียนหมาเลย😭
    #2,931
    0
  9. #2923 ptph-pa (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2562 / 22:33
    น้ำตาไหลจริง
    #2,923
    0
  10. #2910 pangpurin (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 16:59
    ร้องไห้สิรอไร//แงงงงง น่ารักอ่าาาา
    #2,910
    0
  11. #2904 fairykate27 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2562 / 15:41
    ฮืออ แฟนๆ น่ารักมากจริงๆ
    #2,904
    0
  12. #2884 mud-cha (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 23:31
    โอ้ยเศร้าㅠㅠ
    #2,884
    0
  13. #2870 wife_got7 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 11 พฤษภาคม 2562 / 03:51
    อ่านแล้วคิดถึงวันนาวันจัง ความสุขของเราแค่แวบเดียวมันก็ไม่อยู่แล้ว เวลาแค่สั้นๆแต่มันมีคุณค่ามากเลย
    #2,870
    0
  14. #2867 Taehyung_lovely (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 07:20
    เข้าใจอารมณ์ของฟค.มากเพราะเราก็ติ่งเหมือนกัน อ่านไปแล้วร้องไห้เลย ชอบคำพูดของฟค.มากๆไรท์เขียนได้ดีมากจริงๆ ร้องไห้เลย
    #2,867
    0
  15. #2866 MeiMeiC (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 10 พฤษภาคม 2562 / 01:02
    ประโยคขอบคุณและขอโทษก็คือร้องไห้
    #2,866
    0
  16. #2850 hunniehunnie (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 14:11
    อ่านแล้วร้องไห้เลยค่ะ
    #2,850
    0
  17. #2849 aeini2645 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 14:14
    อยู่ๆห็ร้องไห้แงงงเข้าอารมณ์ติ่งTT
    #2,849
    0
  18. #2846 Uknow1355141 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 14 เมษายน 2562 / 04:53
    คำพูดของแฟนคลับเป็นคำพูดที่ตรงใจเรามากๆ ร้องไห้แบบเหมือนตัวเองอยู่ในเหตุการณ์
    #2,846
    0
  19. #2832 manisaa (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 23:56
    โอ้ยย คือร้องไห้แบบร้องเลยอะ เข้าใจความรู้สึกของการเป็นติ่งแบบแจ่มแจ้ง😢
    #2,832
    0
  20. #2826 maipanmile (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 02:28

    ร้องไห้แบบจริงจังมากค่ะ เราชอบคำพูดของแไนคลับมาก คนที่เป็นแฟนคลับของศิลปินหลายๆคนก็คงคิดแบบนี้ เราเองก็เช่นกัน พอมาอ่านคำพูดที่ตรงใจ บวกกับสถานการณ์​และการกระทำที่แฟนคลับทำให้ศิลปินแบบนี้เลยแบบซึ้งเจ็บยิ้มไปพร้อมๆกันเลย ฮืออ ร้องไห้จริงๆนะแง
    #2,826
    0
  21. #2801 mmmmay2311 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 23:47
    เป็นการที่เรือล่มแล้วยิ่งใหญ่มาก..
    #2,801
    0
  22. #2757 The-ChaBae (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 7 เมษายน 2562 / 03:16
    ฮือออออร้องไห้แล้วววว
    #2,757
    0
  23. #2735 sasahara (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 5 เมษายน 2562 / 16:20
    เข้าใจความรู้สึกในฐานะเเฟนคลับดีเลยค่ะ😊 สืออารมณ์ได้เยี่ยมที่สุดเลย
    #2,735
    0
  24. #2731 mfgcdjnf (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 11:40
    ฮือ น้ำตาจะไหลแล้วววว
    #2,731
    0
  25. #2567 bluemoon1072 (จากตอนที่ 25)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 13:42

    ฮือออ น้ำตาไหลเลยอ้าาา เราเองก็เป็นแฟนคลับ เราเข้าใจความรู้สึกของแฟนคลับทั้งสองด้อมและแฟนคลับคู่นะ เข้าใจดีเลยด้วย????

    #2,567
    0