UNISTAR ☽ เดือน.ล่อง.หน ☽

ตอนที่ 9 : เดือนที่ 8 : อากาศกับใบไม้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 99,656
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3,883 ครั้ง
    19 ส.ค. 61

เกล็ดข้อมูลยูนิสตาร์


ประชาสัมพันธ์สื่อ หรือ PR (Public Relation) หมายถึง การประชาสัมพันธ์แบรนด์ไปยังสาธารณะชนเพื่อสร้างภาพลักษณ์ที่ดี น่าเชื่อถือ ลดความขัดแย้ง แก้ไขข้อผิดพลาด โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อทำให้กลุ่มเป้าหมายเกิดความชื่นชอบหรือประทับใจในตัวแบรนด์


สามารถเจอสมาชิก UNISTAR ตัวจริงได้อย่างไร

 

ซื้อบัตรเข้าร่วม

UNISTAR Fan Meeting แฟนมีตติ้งยูนิสตาร์ (จัดเดือนละ 1 ครั้ง)

[ รูปแบบกิจกรรม : ยูนิสตาร์โชว์พิเศษ, เล่นเกม, จับมือขอลายเซ็น, ถ่ายรูป ]

UNISTAR Contest ประกวดยูนิสตาร์ (จัดปีละ 1 ครั้ง)

[ รูปแบบกิจกรรม : การประกวดยูนิสตาร์รุ่นใหม่, สมาชิกยูนิสตาร์เป็นกรรมการร่วมกับโปรดิวเซอร์ ]

 

เข้าร่วมได้ฟรี

UNISTAR Brand Ambassador Event อีเวนท์โปรโมตแบรนด์

[ รูปแบบกิจกรรม : โปรโมตสินค้าและแบรนด์, เดินแบบ, สัมภาษณ์, ถ่ายรูปหมู่ ]

UNISTAR Public Relation กิจกรรมเพื่อการกุศลต่างๆ

 

สิทธิพิเศษ MW Member ลงทะเบียนเป็น UNITY Fan

รับส่วนลดและโปรโมชั่นพิเศษทุกสินค้าที่ยูนิสตาร์เป็นตัวแทนโปรโมตสินค้า

ยอดซื้อรวมสูงสุดทุกเดือน จะได้รับสิทธิ VIP Hi-touch ในอีเวนท์เปิดตัวแบรนด์หรือแคมเปญครั้งถัดไป

ลุ้นรับบัตรร่วมแฟนมีตติ้งหรือการประกวดยูนิสตาร์ฟรี รวมทั้งสิทธิพิเศษอื่นๆ

สามารถสะสมแต้มเพื่อแลกรับของพรีเมี่ยม Limited Edition สุดพิเศษจากยูนิสตาร์ และจองคิวเข้าร่วมอีเวนท์ล่วงหน้าผ่านทางเว็บไซต์ได้ (ไม่ต้องไปรอคิวที่งานข้ามวัน)




 ☽☽☽☽☽☽☽☽☽



UNISTAR   เดือน.ล่อง.หน

- เดือนที่ 8 : อากาศกับใบไม้ -



(เครดิตภาพ : wallpaperup)



 

         ผมจ้องปลาตะเพียนตัวเล็กที่วางอยู่บนโต๊ะนานมาก


         มันถูกพับสานอย่างประณีตบรรจงด้วยกระดาษนิตยสาร ดูเผินๆ มันอาจเป็นเพียงปลาตะเพียนจากกระดาษรีไซเคิล แต่เพราะคนที่พับมันขึ้นมานั้นคือพี่อิน เดือนยูนิสตาร์คนนั้น คุณค่าของมันจึงมีค่ามากกว่ากระดาษธรรมดา


            ผมรู้สึกทึ่งกับระบบจัดการของ MW เหมือนกัน ตอนแรกพอรู้ว่าต้องไปเข้าคิวรับปลาตะเพียน มันคงต้องวุ่นวายและรอนานแน่ๆ เพราะมีแฟนคลับตั้งเท่าไหร่ แต่ปรากฏว่า ทีมงานเขาแบ่งแจกทีละสิบช่อง ให้สิทธิ์แฟนคลับที่ลงทะเบียนและใส่เสื้อสีเทาก่อน โดยตรวจสอบจากบัตรสมาชิกหรือเปิดโค้ดในมือถือให้สแกน


            แฟนคลับยูนิสตาร์ส่วนใหญ่จะมีบัตร MW Member Card ทุกคน เป็นบัตรที่ใช้เป็นส่วนลดและสะสมแต้มเวลาซื้อสินค้าหรือใช้บริการในเครือเมธาฯ แต่พอมีโปรเจ็คยูนิสตาร์ก็บัตรพิเศษ คือ MW Unity Fanclub วิธีสมัครแค่ลงทะเบียนชื่อจริง อีเมล และเบอร์ติดต่อ เพื่อรับข้อมูลข่าวสารของยูนิสตาร์ ทำทุกอย่างได้เหมือนบัตรสมาชิก MW แต่ได้รับสิทธิพิเศษเพิ่มเติมสำหรับสินค้าที่ยูนิสตาร์เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์ ยอดซื้อสามารถสะสมแต้ม UNITY points เพื่อใช้แลกสิทธิ์จับรางวัลต่างๆ จองที่เข้าร่วมกิจกรรม อัพเกรดบัตรแฟนมีตติ้ง รวมถึงแลกรับของขวัญลิมิเต็ทจากยูนิสตาร์


            ตอนที่ผมรอรับปลาตะเพียนจากพี่อิน ผมไม่มีบัตรนั้น ผมเลยต้องรอรอบต่อไป ซึ่งเป็นรอบสำหรับแฟนคลับทั่วไป รวมทั้งด้อมอื่นด้วย ซึ่งต้องแย่งกันเข้าคิวกันแทบตาย และผมเพิ่งเห็นประโยชน์ของความจืดจางก็คราวนี้ เพราะผมสามารถเข้าไปแซงคิวได้โดยที่ไม่มีใครสังเกต สุดท้ายก็เลยได้มา โชคดีจริงๆ ถึงผมจะรู้สึกผิดที่ทำแบบนั้น แต่...พี่อินเขาชี้ให้ผมไปเอาด้วยนี่นา ถือว่าพี่อินตั้งใจให้ผมแล้ว คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง


            จากกิจกรรมวันนี้ ทำให้แฮชแท็ก #ปลาตะเพียน ติดเทรนด์ในทวิตเตอร์ด้วย แฟนคลับที่ได้ก็พากันโพสต์รูปกันมากมาย ด้อมกะทิที่ไม่ได้ไปหรือแฟนคลับด้อมอื่นที่ไปแย่งไม่ทันก็พากันโอดครวญมากมาย


            “ดีจัง เจ้าปลาตะเพียนน้อย” ผมเท้าคางบนโต๊ะเขียนหนังสือ ขณะเอานิ้วจิ้มๆ ปลาตะเพียน หมุนๆ ไปมา


            “จะตั้งชื่อดีมั้ยนะ” พอผมนึกถึงเหตุการณ์ที่ผ่านมา ผมก็เผลอยิ้มโดยไม่ได้ตั้งใจ


            พี่อินมองเห็นผม ชวนผมให้อาหารปลา เซ็นสมุดให้ผม แล้วก็ให้ผมไปเอาปลาตะเพียนด้วย


            “นี่เจ้าปลาตะเพียน อยากได้ชื่ออะไร” ผมถามปลาตะเพียน ซึ่งมันก็ยังนอนนิ่งๆ ไม่ได้มีท่าทีอะไรตอบกลับมา


            “โอ้ย บ้าไปแล้ว คุยกับปลาตะเพียน” พอได้สติ ผมก็ทึ้งหัวตัวเอง


            ผมควรจะเตรียมบทเรียน เพราะพรุ่งนี้เปิดเทอมแล้ว


            สุดท้าย ผมก็หยิบปลาตะเพียนวางปลาตะเพียนไว้ข้างๆ โคมไฟบนโต๊ะอย่างทะนุถนอม จากนั้นก็เอาหนังสือวิชาพื้นฐานธุรกิจมานั่งอ่านเพื่อเตรียมตัวสำหรับวันพรุ่งนี้

 




            เนื่องจากผมอ่านหนังสือจนถึงดึก รู้สึกตัวตื่นอีกทีก็ตื่นตอนแปดโมง ผมมีเลคเชอร์ตอนเก้าโมง พอรีบจัดแจงทำธุระส่วนตัวเสร็จ ผมก็ดิ่งไปห้องเลคเชอร์ของคณะทันที


            ผมหาที่ว่างนั่งใกล้กับเพื่อนที่อยู่กลุ่มเดียวกันตอนรับน้อง ผมเข้าไปทักทายประมาณสามรอบกว่าพวกเขาจะรู้ว่าผมมาแล้ว


            “อ้าว นายนี่เอง ว่าแต่ชื่ออะไรนะ” บอสเป็นเพื่อนปีหนึ่งที่สนิทกับทุกคนได้อย่างรวดเร็ว รวมทั้งผมด้วย บอสเป็นคนแรกที่ทักทายผม และเป็นคนเดียวที่ไม่ลืมรับแอดผมในเฟซบุ๊ค ผมดีใจมากจริงๆ แม้ว่าบอสจะจำชื่อผมไม่ได้ ก็ไม่เป็นไร


            “ชื่อวิน นั่งด้วยได้มั้ย” ผมเอ่ยปากถาม


            “ได้สิ นั่งเลย ไม่มีปัญหา” บอสรีบหยิบกระเป๋าออกเพื่อให้มีที่สำหรับผม


            “ขอบคุณนะ” ผมเอ่ย จากนั้นบอสก็หันไปคุยกับเพื่อนคนอื่นๆ ต่อ บอสน่าจะเป็นปีหนึ่งที่โดดเด่นที่สุดแล้วมั้ง หน้าตาก็ดี เล่นกีฬาก็เก่ง เห็นรุ่นพี่จองตัวไปแข่งกีฬาเฟรชชี่เรียบร้อย ไม่แปลกเลยที่บอสจะกลายเป็นจุดรวมความสนใจของเพื่อนปีหนึ่งทั้งหมด


            “เออ ทำไมเห็นมีปีสองมานั่งฟังด้วยอ่ะ” เพื่อนถามขึ้นมา ก่อนจะชี้ไปด้านหลังห้อง ซึ่งมีนิสิตกลุ่มหนึ่งที่ไม่ใช่รุ่นเดียวกัน บางคนก็คุ้นหน้าเพราะเคยมาช่วยปีสามคุมน้อง


            “อ๋อ ได้ยินจากพี่ปีสามว่า อาจารย์ชนา เข้าเลคเชอร์ ใครๆ ก็ชอบมาฟัง” บอสตอบ


            “เฮ้ย ใช่อาจารย์ที่จบนอก เคยเป็นที่ปรึกษาการตลาดให้กับบริษัทดังๆ ยักษ์ใหญ่ปะ”


            “ใช่เลย อาจารย์คนนี้เคยไปพูดใน TEDTalk ด้วยแหละ”


            พอผมได้ยินที่เพื่อนพูดกัน ผมก็พยักหน้าเบาๆ ผมเองเพิ่งรู้เหมือนกันนะเนี่ย


            เพราะผมเป็นคนจืดจางมาตั้งแต่เกิด ผมเลยเคยชินกับการเป็นผู้ฟังมากกว่าผู้พูด ความจริงผมก็ไม่รู้ว่าคณะบริหารจะเหมาะกับผมหรือเปล่า แลดูเป็นสายอาชีพที่ต้องใช้ทักษะการสื่อสารสูงมาก แต่เพราะผมตั้งใจว่าอยากเปลี่ยนแปลงตัวเอง ผมก็เลยเลือกคณะที่จะได้ท้าทายความสามารถตัวเอง เผื่อว่าผมจะพัฒนาจากคนจืดจางกลายเป็นคนมีตัวตนบ้าง ไม่จำเป็นต้องถึงกับโดดเด่นก็ได้


            “สวัสดีจ้ะ นิสิตทุกคน โอ้โห้ วันนี้เต็มห้องกันเลย” พออาจารย์ชนาเดินเข้ามาในห้อง นิสิตปีสองที่เหมือนรู้จักดีก็ทักทายเสียงใส ส่วนปีหนึ่งยังนั่งเหนียมอายกันอยู่


            อาจารย์ชนาเป็นอาจารย์ผู้ชาย แต่แต่งตัวทำผมทันสมัยและอินเทรนด์ มีวิธีการพูดจาแบบโทนเสียงจิกกัดนิดหน่อย


            “วันนี้มีปีสองหลายคนเลยนะ ฉันคุ้นหน้าพวกเธอทั้งนั้น” อาจารย์ชี้หน้าบางคนอย่างขำขัน จากนั้นก็เริ่มเปิดสไลด์


            วิชานี้ชื่อว่า Intro to business ตามใบวิชาจะเรียนเกี่ยวกับภาพรวมของการบริหารหลายอย่าง ทั้งการจัดการ การเงิน มาร์เก็ตติ้ง และอื่นๆ


            “ก่อนอื่นต้องบอกก่อนนะจ๊ะ” อาจารย์พูดใส่ไมโครโฟนที่ติดอยู่ตรงโต๊ะคอมพิวเตอร์


            “สไตล์การสอนของฉันเนี่ย ฉันไม่ค่อยสอนตามตำรา เพราะฉันเชื่อว่าพวกเธอไปอ่านเองได้ ฉันชอบหยิบกรณีศึกษามาสอน ให้พวกเธอได้วิเคราะห์และเปิดโลกทัศน์ ซึ่งวันนี้ ฉันก็เตรียม Case study ที่พวกเธอน่าจะรู้จักกันดีมาให้ดูกัน เรามาลองศึกษาผ่านพวกเขากันดีกว่า...”


            พออาจารย์เปิดสไลด์แรก ผมก็ได้ยินเสียงนิสิตหลายคนกรี๊ดกันเบาๆ เพราะมันคือ...


            ‘UNISTAR Case Study’


            อาจารย์ก็อินเทรนด์เหมือนกันนะ เข้าใจวิธีสอนที่ทำให้นิสิตสนใจได้ดี


         “ก่อนอื่นฉันถามพวกเธอก่อน ไหนมีใครตอบได้บ้าง ยูนิสตาร์คืออะไร”


            “เดือนมหา’ลัย” “คนหล่อ” “ไอดอล”


            มีนิสิตปีสองหลายคนยกมือกันใหญ่ เพราะนิสิตปีหนึ่งยังเขินๆ อยู่


            อาจารย์พนักหน้า แต่ก็บอกว่า


            “ยูนิสตาร์ คือ แบรนด์ และโปรเจ็คยูนิสตาร์ คือ การสร้างแบรนด์ดิ้ง”


            แบรนด์งั้นเหรอ ผมคิดในใจ ใช่แล้ว เวลามีคนถามว่าหน้าที่ของสมาชิกยูนิสตาร์คืออะไร ก็จะบอกว่า สมาชิกยูนิสตาร์ทุกคนเป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์


            “ยูนิสตาร์เจาะกลุ่มเป้าหมายวัยรุ่นอย่างพวกเธอนี่ล่ะ” อาจารย์อธิบาย “ทางค่ายสร้างสิ่งที่วัยรุ่นชอบขึ้นมาเพื่อโปรโมตสินค้า นั่นคือ เดือนและไอดอล ดังนั้น สมาชิกเดือนยูนิสตาร์คือแบรนด์แอมบาสเดอร์ และกิจกรรมทุกอย่างของยูนิสตาร์ คือ การตลาดเพื่อขายสินค้าทั้งทางตรงและทางอ้อมของเครือเมธาฯ”


            ผมฟังแล้วก็พยักหน้าเบาๆ ขณะจดเลคเชอร์ไปด้วย


            “พวกเธอรู้ตัวมั้ย ว่ากลายเป็นทาสการตลาดของ MW ไปแล้ว พวกเธอติดพวกเขา ซื้อสินค้าที่พวกเขานำเสนอ ซื้อของตามพวกเขา แถมเวลาพวกเธอไปสกรีมกันเนี่ย ยังช่วยโปรโมตให้พวกเขาทางอ้อมอีกนะจ๊ะ”


            อาจารย์พูดไปสักพัก ก็มีนิสิตปีสองยกมือถาม


            “อาจารย์คะ แล้วจะถอนตัวจากทาสการตลาดยังไงอ่ะคะ”


            คำถามของนิสิตทำให้มีคนหัวเราะกันมากมาย


            “ก็เลิกชอบยูนิสตาร์สิจ๊ะ” อาจารย์ตอบยิ้มๆ “ทำได้มั้ยล่ะพวกเธอ”


            “ไม่ได้ค่ะ” นิสิตแทบจะตอบกันอย่างพร้อมเพรียง


            “สายไปแล้ว” “หนูรักพี่อิน” “โยนตัวเองเข้าด้อมเรียบร้อย” “พี่วายุเป็นสามีหนูค่ะ”


            จากนั้นห้องเลคเชอร์ก็มีแต่เสียงหัวเราะ อาจารย์ก็ยิ้มไปกับนิสิตด้วย จากนั้นก็พูดต่อ


            “โปรเจ็คยูนิสตาร์ทำการตลาดที่สวนทางกับแบรนด์อื่นๆ ปกติแบรนด์ทั่วไปจะเลือกพรีเซนเตอร์ที่เหมาะกับสินค้า แต่ยูนิสตาร์ตรงข้ามเลยจ้ะ สินค้าในล็อตใหม่ของ MW จะถูกสร้างให้เหมาะกับยูนิสตาร์ ทั้งยังใช้ยูนิสตาร์และแฟนคลับของยูนิสตาร์เป็นมาตรฐานในการผลิตสินค้า”


            ในสไลด์มีฉายภาพถ่ายรวมของสมาชิกยูนิสตาร์ด้วย นิสิตหลายคนก็พากันถ่ายรูปกันยกใหญ่ ผมว่าไม่ใช่เพราะตั้งใจเรียนหรอก แต่เพราะจะเอาไปโพสต์อวดในเฟซบุ๊คอินตราแกรมว่า วันนี้ได้เรียนการตลาดยูนิสตาร์ด้วย

            “ฉันเคยมีโอกาสคุยกับโปรดิวเซอร์ณัฐกรณ์ พวกเธอรู้จักกันมั้ย” อาจารย์ถาม


            “รู้จักค่ะ” “พีดีกวาง!” “กรี๊ด หนูเป็นเอฟซีพี่กวางด้วยค่ะ”


            ผมเพิ่งรู้ว่าแม้แต่พีดีของยูนิสตาร์ก็มีแฟนคลับแหะ


            “พีดีเขาบอกว่า ปกติแบรนด์จะมีข้อจำกัดเรื่องภาพลักษณ์ แต่ยูนิสตาร์มีความยืดหยุ่น เพราะมีการใช้ระบบเซ็นเตอร์ ทำให้ในบางแคมเปญที่มีภาพลักษณ์แตกต่างกัน ก็สามารถเปลี่ยนเซ็นเตอร์ได้”


            จากนั้นอาจารย์ก็เปลี่ยนสไลด์เป็นภาพของพี่ซี


            “ความโดดเด่นของสมาชิกยูนิสตาร์ คือ ทุกคนมีคาร์แรกเตอร์ที่ชัดเจน ไหนพวกเธอลองวิเคราะห์สิ หนุ่มคนนี้...แบรนด์อิมเมจ คืออะไร...”


            “สวย” “สะอาด” “น่าปกป้อง” “สง่า”


            อาจารย์พยักหน้าแล้วเปลี่ยนสไตล์เป็นภาพสินค้าที่พี่ซีเป็นเซ็นเตอร์ทั้งหมด ส่วนใหญ่เป็นเครื่องสำอาง ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว รวมถึงพาร์ทเนอร์สายการบิน


            จากตัวอย่างก็ทำให้ผมเห็นภาพทันที คาร์แรกเตอร์ของคนที่นำเสนอกับตัวสินค้า มันต้องสัมพันธ์กัน จึงถือเป็นการสร้างแบรนด์สินะ ผมชอบที่อาจารย์คนนี้สอนจัง


            “ไหนลองคนนี้ดูสิ” อาจารย์เปลี่ยนสไลด์เป็นพี่เลโอ


            “เจ้าชาย” “หล่อ” “ผู้ดี” “สุภาพ”


            เสียงตอบในห้องเลคเชอร์ครึกครื้นกันสุดๆ


            อาจารย์ชนาอธิบายว่า เลโอเป็นเซ็นเตอร์ของเครืออสังหาและโรงแรมของ MW ด้วยภาพลักษณ์ที่ดูผู้ดี สมบูรณ์แบบ ผมได้เรียนรู้ว่า ยูนิสตาร์เลือกสมาชิกโดยการดูคาร์แรกเตอร์จริงๆ อย่างเช่น พี่นทีเป็นคนที่มีบุคลิก ตรงไปตรงมา เข้มแข็ง แกร่งกล้า จึงได้เป็นเซ็นเตอร์ในสินค้าพวกรถยนต์ อุปกรณ์กีฬา ส่วนพี่วายุมาแนวตลก สนุกสนาน มุกแป้ก ก็เลยเป็นเซ็นเตอร์ให้กับสวนสนุก ร้านอาหาร และของกินทั้งหลาย


            “ไหนคนนี้บ้างล่ะ แล้วรุ่นพี่ของพวกเรา คาร์แรกเตอร์ของเขาคืออะไร ตอบกันได้มั้ย”


            ทว่าพอมาถึงภาพพี่อิน ทุกคนกลับเงียบกริบ ตอบอะไรไม่ถูก


            “อะไรกัน ไม่รู้จักรุ่นพี่ของพวกเธอเลยเหรอ” อาจารย์ชนาหรี่ตามอง ทำให้นิสิตเริ่มตอบเสียงแผ่วๆ เหมือนไม่มั่นใจ


            “มึน?” “นิ่ง?” “ล่องหน?”


            คำตอบของแต่ละคนดูไม่เหมาะกับการสร้างแบรนด์เลย


            “อิน หรือรุ่นพี่อินทรากรของเราเนี่ย เรียกว่าเป็นสมาชิกคนพิเศษเลย เพราะอินคือ PR รู้จักคำว่าพีอาร์กันมั้ยจ๊ะ ถือเป็นการบ้านของพวกเธอแล้วกัน


            “อินทรากร เป็นภาพลักษณ์ในเชิงบวก พลังบวกที่มองไม่เห็นแต่สัมผัสได้ ทำให้แบรนด์ยูนิสตาร์มีความน่าเชื่อถือและน่าประทับใจ ดังนั้น อินจึงเป็นเซ็นเตอร์ในแคมเปญที่ไม่ใช่การขาย แต่เพื่อประชาสัมพันธ์องค์กร หรือเสริมภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร เช่น การรณรงค์ต่างๆ อนุรักษ์ธรรมชาติ หรือวัฒนธรรมไทย”


            การได้เรียนในคาบนี้ ทำให้ผมได้เข้าใจเบื้องหลังของสมาชิกยูนิสตาร์มากขึ้น สรุปแล้วคนที่จะสามารถเป็นยูนิสตาร์ได้ ไม่ใช่แค่หล่อ เก่ง ดูดีสินะ คาร์แรกเตอร์คือสิ่งสำคัญที่สุด


            แล้วผมคาร์แรกเตอร์อะไรเนี่ย...ผมลองถามตัวเอง


            จืดจางเหรอ เฮ้อ...




 

            หลังเลิกเรียน ผมไปกินข้าวกับเพื่อนปีหนึ่งกลุ่มเดียวกับบอส ผมดีใจนะครับ ถึงแม้ว่าทุกคนจะลืมบ้างว่าผมอยู่ แต่ก็ยังไม่ลืมชวนผมไปกินข้าวด้วย จากนั้นผมก็มีเรียนภาษาอังกฤษช่วงบ่าย และตอนเย็นมีรับน้อง ผมได้ยินจากบอสว่า วันนี้จะเป็นกิจกรรมเปิดสายรหัส


            ผมตื่นเต้นเหมือนกันแหะ เพราะสมัยประถมหรือมัธยมของผมไม่เคยมีกิจกรรมแบบนี้มาก่อน ผมได้ยินมาว่า ต่อให้ไม่มีเพื่อนในมหา’ลัยเลย แต่อย่างน้อยก็ยังมีสายรหัสที่จะช่วยเหลือกันตลอดระยะเวลาที่เรียนอยู่ที่นี่ หรือต่อให้เรียนจบไปแล้ว สายสัมพันธ์ก็ยังไม่จบ


            อย่างน้อยคนจืดจางอย่างผม ก็ยังจะมีรุ่นพี่ช่วยดูแลสินะ ว่าแต่พี่รหัสผมจะเป็นใครกัน ผมชักอยากจะรู้แล้วล่ะสิ


            วันนี้ปีสามให้น้องๆ ทุกคนมารวมตัวกันที่ลานกลางคณะ ผมรู้สึกตกใจไม่น้อย เพราะว่าตมีคนในคณะแน่นขนัดสุดๆ เลย


            “สวัสดีครับน้องๆ เป็นไงบ้างครับ” พี่ตองประธานเชียร์พูดใส่โทรโข่ง “เปิดเทอมวันแรกเหนื่อยกันมั้ย เรามาพักกันด้วยกิจกรรมสนุกๆ ที่น้องๆ และพี่ๆ ทุกคนรอคอยดีกว่า นั่นคือกิจกรรมเปิดสายรหัสนั่นเอง”


            “เฮ้” เสียงรุ่นพี่เฮกันลั่นทีเดียว


            “รู้สึกมั้ยครับว่า วันนี้คณะเราแน่นเป็นพิเศษเลย เพราะว่ารุ่นพี่ปีโตมารอรับน้องๆ ไปเลี้ยงสายรหัสนั่นเอง ดีใจมั้ยครับ เราจะมีคนแก่พาไปเลี้ยงข้าวแล้ว”


            เพื่อนผมที่ดูบ้ากิจกรรมต่างก็ปรบมือกันอย่างตื่นเต้น


            “แต่ถ้าให้เฉลยกันง่ายๆ ก็คงจะไม่สนุกใช่มั้ย พวกพี่เลยจะมีกิจกรรมสนุกๆ ให้น้องๆ ทำกัน”


            กิจกรรมอีกแล้วเหรอ ผมเริ่มกังวล แล้วคนที่จืดจางอย่างผม จะโดนกลบอีกมั้ยนี่


            “ตอนนี้พวกพี่ติดเลขสายรหัสพร้อมชื่อเล่นของน้องๆ ไว้ที่โต๊ะตรงโรงอาหารแล้วนะครับ ให้น้องๆ ไปตามหาเลขของตัวเอง จะมีรุ่นพี่สายของน้องเขียนรีเควสว่าอยากให้น้องทำอะไร อาจมีอุปกรณ์พิเศษเตรียมไว้ให้ด้วย พอน้องได้ภารกิจแล้ว ก็ให้มาทำร่วมกันที่ลานคณะ พวกพี่จะคอยดูอยู่นะ จนกว่าพวกพี่จะรู้สึกพอใจแล้ว ถึงจะเข้าไปรับน้องๆ แล้วพาไปกินข้าวนั่นเอง”


            โอ้... ยังไม่ทันเริ่มกิจกรรม ผมก็เริ่มเครียดแล้ว ถ้าต้องไปทำภารกิจพร้อมกัันทุกคน แล้วจะมีรุ่นพี่จะมองเห็นผมมั้ยเนี่ย


            “พร้อมหรือยังครับน้องๆ”


            “พร้อม...”


            “เสียงเบาไปแล้ว ขอดังหน่อยเร็ว ไม่งั้นพวกพี่กลับดีกว่า อดกินข้าวฟรีกันนะ”


            “พร้อมค่ะ/ครับ”


            พอจะได้กินข้าวฟรี ทุกคนก็เสียงดังทันที


            จากนั้น พวกพี่ก็ปล่อยให้พวกผมแยกย้ายไปดูรายชื่อตัวเอง ผมเองเดินไปตามโต๊ะแถวท้ายๆ เลยเพราะผมรู้ว่าเลขผมอยู่ท้ายสุดเพราะชื่อตัวอ อ่าง


            101 คือเลขสายรหัสของผม


            เจอแล้ว


            ‘101 อาชวิน (วิน)’


            มีชื่อผมแปะที่อยู่โต๊ะด้วย


            ผมพยายามมองหาว่ามีกระดาษภารกิจมั้ย มองทั้งบนโต๊ะ ข้างโต๊ะ และใต้โต๊ะ แต่ก็ไม่เห็นเจอเลย แต่โต๊ะข้างๆ มีแปะหมดเลย บางคนก็มีพวกอุปกรณ์ หน้ากาก ผ้าถุง หรืออะไรก็แล้วแต่ตามที่พี่เขาเตรียมมาให้ด้วย


            “เฮ้!!!”


            ผมได้ยินเสียงเฮดังมาจากลานกลางคณะ มีเพื่อนผมไปเริ่มภารกิจกันแล้ว บ้างก็ถอดเสื้อเต้น เดินพาเหรดบ้าง บ้างก็ขึ้นไปปีนกำแพง บ้างก็เดินไปแจกโบชัวร์ เห็นมีรุ่นพี่บางคนให้ช่วยขายครีมคอลลาเจน โอ้ย สารพัดความสร้างสรรค์


            แต่ของผมล่ะ ไม่เห็นมีภารกิจสักใบ แล้วผมควรจะทำไงดีล่ะเนี่ย


            ผมลังเลอยู่สักพัก มันอาจมีอะไรผิดพลาดสักอย่าง ผมตัดสินใจเดินไปหาพี่เนยซึ่งยืนถ่ายรูปน้องๆ ที่กำลังเต้นอยู่ พี่เนยเหมือนเป็นคนเดียวที่รับรู้ว่าผมมีตัวตน แม้ว่าจะจำชื่อผมไม่ได้ก็ตาม


            “พี่เนยครัย พี่เนยครับ...” ผมสะกิดเรียกพี่เนยประมาณสามรอบ พี่เขาถึงจะรู้สึกตัวแล้วหันมา


            “อ้าว ว่าไงคะ น้อง...ชื่ออะไรหว่า...ไม่ไปทำภารกิจเหรอคะ” พี่เนยเอ่ยถาม


            “คือ ผมหาใบภารกิจไม่เจออ่ะครับ” ผมบอกพี่เนยตามตรง


            “หือ” พี่เนยทำหน้าสับสน “น้องสายอะไรคะ”


            “101 ครับ”


            “เอ๊ะ มีน้องสาย 101 ด้วยเหรอ” พี่เนยอุทาน


            ผมใจตกวูบเลยทีเดียว เดี๋ยวนะ นี่ผมจืดจางขั้นหนัก จนแม้แต่รุ่นพี่ก็ไม่รู้ว่ามีสายรหัสนี้เหรอ


            “ตอง” พี่เนยหันไปถามประธานเชียร์ “ปีนี้มีน้องสาย 101 ด้วยเหรอ”


            พี่ตองครุ่นคิดสักพัก ก่อนจะพยักหน้า


            “มีนะ ปกติคณะเรารับแค่ร้อยคนใช่มั้ย แต่บางปีถ้ามีเด็กที่สอบเข้าได้ด้วยคะแนนต่ำสุดเท่ากัน ก็จะมีเกิน 100 คน”


            “เอ๊ะ แบบนี้น้องเขาก็ไม่มีพี่รหัสน่ะสิ เพราะทุกปีก็มีแค่ร้อยคนนี่นา” พี่เนยว่า


            ผมฟังแล้วแทบทรุด ไม่จริงใช่มั้ย ฝันหวานถึงสายรหัสของผมสลายทันที ผมจืดจางไม่พอ สายรหัสก็ยังไม่มี โฮกกก ชีวิตวินเป็นได้เพียงอากาศแสนอาภัพ น่าเศร้าจริงจัง


            “หือ แต่ปีของเราก็เหมือนปีของน้องนะ มีสาย 101 ด้วย”


            คำพูดของพี่ตองเหมือนจุดประกายความหวังผมอีกครั้ง โอเค สายผมอาจไม่ใหญ่มีพี่ครบทุกปีเหมือนสายอื่น แต่อย่างน้อย ตอนนี้ขอแค่มีพี่รหัสสักคน ก็ยังดีกว่าไม่มีเลย


            “เอ๋ แล้วรุ่นเราใครสาย 101...กรี๊ดดด” พี่เนยจู่ๆ ก็กรี๊ดลั่น แล้วก็รีบเอามืออุดปาก เมื่อพี่ตองเอาศอกทุ้ง


            “น้องครับ” พี่ตองหันมาพูดกับผม “เดี๋ยวน้องรอแปบนึงนะ พี่จะหาทางเอาใบภารกิจไปให้น้อง”


            จากนั้น พี่ตองก็เหมือนจะพิมพ์อะไรสักอย่างในมือถือ ผ่านไปสักพัก พี่ตองก็บอกผม


            “พอดีช่วงบ่ายพี่เขาติดงาน เพิ่งมาถึงคณะเมื่อกี้นี้เอง น้องไปดูได้แล้วครับ”


            “ขอบคุณมากครับ” ผมกล่าว จากนั้นก็เดินออกมาแบบงงๆ


            ตอนแรกที่ผมหาใบภารกิจไม่เจอ คงเพราะพี่รหัสผมไปทำงานอะไรข้างนอก ก็เลยเพิ่งมาถึงคณะสินะ ผมเข้าใจแล้ว เลยรีบเดินกลับไปดู คราวนี้ บนโต๊ะที่เคยมีแต่ชื่อกับเลขสายผม ผมก็เห็นใบภารกิจที่ถูกเขียนมาแปะไว้ด้วยมีข้อความสั้นมาก...สั้นมาก...ถึงมากที่สุด...ถึงสั้นที่สุดๆ


            ‘กวาดใบไม้’


            สั้นไปมั้ย ผมเกาหัว สั้นแบบที่ไม่เคยเห็นอะไรสั้นขนาดนี้ ของเพื่อนคนอื่นอย่างน้อยก็ยังมาเป็นประโยคที่มีครบทั้งประธาน กิริยา และกรรม...แต่ของผมนี่อะไรกัน


            แต่พอมองดูดีๆ ข้างๆ ก็วางไม้กวาดกับที่ตักผงเตรียมไว้ด้วย


            “อืม กวาดก็กวาด” ผมก็เลยหยิบอุปกรณ์กวาดใบไม้มา เดินออกไปที่สวนข้างคณะ ส่วนตรงนี้เงียบไม่มีคนเลย เพราะทุกคนไปมุงอยู่ที่ลานกลางคณะ ถึงแม้จะดูเปลี่ยวเหงาไปบ้าง แต่อย่างน้อยผมก็รู้สึกโล่งใจ เพราะรุ่นพี่ที่รอรับผมก็คงมองเห็นผมล่ะมั้ง เพราะตรงนี้ผมจะไม่กลืนไปกับฝูงชน


            ผมก็เลยเริ่มลงมือกวาดใบไม้ เสียงขูดครืดของทางมะพร้าวกับพื้นหิน ฟังแล้วก็รู้สึกเพลิดเพลินดี ตอนแรกผมก็กวาดอย่างตั้งใจ สักพักก็เริ่มกวาดไปชมต้นไม้ดูนกไป


            ผมชอบสวนที่นี่มากเลย ถึงจะเป็นแค่สวนเล็กๆ ที่ล้อมไปด้วยอาคารเรียน แต่เพราะรอบๆ มีแต่ตึกนี่เอง ทำให้มันเป็นเหมือนโอเอซิสสีเขียวเล็กๆ ที่มองแล้วรู้สึกผ่อนคลาย


            ผมกวาดไปสักพักก็เริ่มยกมือขึ้นเช็ดเหงื่อ ผมไม่ได้จับเวลาว่ากวาดไปนานเท่าไหร่ แต่รู้ว่านานมากจนผมเริ่มเหนื่อยแล้ว


            “พักหน่อยแล้วกัน” ผมบอกกับตัวเองขณะนั่งพักที่ม้านั่งข้างต้นไม้


            “ยังไม่สะอาดเลย”


            จู่ๆ ก็มีเสียงหนึ่งดังนั้น ทำให้ผมสะดุ้งเฮือก เพราะเสียงนี้มันคุ้นเหลือเกิน


            “พี่อิน” ผมเบิกตาโต เมื่อหันไปเห็นพี่อินกำลังยืนพิงต้นไม้มองผมอยู่ สีหน้าพี่อินก็ยังคงเฉยเมยเหมือนเคย


            วันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรก ผมจึงได้เห็นพี่อินตัวจริงใส่ชุดนิสิตเป็นครั้งแรก แม้ว่าจะเป็นแค่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีขาวกับกางเกงขายาวสีดำ แต่ผมกลับรู้สึกว่าชุดนิสิตของมหา’ลัยนี้มันเหมาะกับพี่อินมาก โดยเฉพาะที่สะดุดตาสุด คือ เข็มกลัดยูนิสตาร์สีทองที่เสื้อ อันเป็นสัญลักษณ์เฉพาะเดือนยูนิสตาร์เท่านั้นที่มี ผมเคยเห็นภาพที่เดือนยูนิสตาร์ทั้งห้าถ่ายรูปหมู่ในชุดนิสิตพร้อมกัน มันดูดีมากจริงๆ ความสำคัญของเข็มกลัดยูนิสตาร์ก็คงคล้ายๆ กับเกียร์ของคณะวิศวะล่ะมั้ง


            “เอ่อ…” ผมได้สติก็เลยรีบลุกขึ้นยืน แล้วไปกวาดต่อ


            ผมกวาดใบไม้ไปสักพักก็เหลือบมองพี่อิน พี่อินก็ยังคงมองผมอยู่ แม้ว่าสายตาจะนิ่งๆ แต่ก็ทำให้ผมรู้สึกถูกกดดันยังไงก็ไม่รู้


            พี่อินเดือนร้อนแทนที่พื้นไม่สะอาดเหรอ ผมคิดในใจ หรือว่าบดบังทัศนียภาพเวลาถ่ายรูปลงไอจี


            ผมไม่เข้าใจเหมือนกัน แต่ก็กวาดต่อไปจนคิดว่ามันสะอาดแล้ว และนำใบไม้ไปทิ้งถังขยะ


            ผมกวาดเสร็จแล้ว พี่อินก็ยังยืนอยู่ที่เดิม


            “อืม” พี่อินพยักหน้า “ไปล้างมือ”


            “หา” ผมกะพริบตางงๆ เมื่อโดนพี่อินสั่ง


            มือผมสกปรกพี่อินก็เดือดร้อนด้วยเหรอ ผมไม่เข้าใจ แต่เพราะผมตั้งใจจะไปล้างมืออยู่แล้ว ผมก็เลยเดินไปที่ก๊อกข้างโรงอาหาร


            ระหว่างที่เปิดน้ำล้างมือ ผมก็สะดุ้งเล็กน้อย เพราะพี่อินเดินตามผมมาด้วย


            “พี่อิน...เอ่อ มีอะไรหรือเปล่าครับ” ผมถามออกไปอย่างกังวล เพราะจู่ๆ พี่อินเดินตามผมมาแบบนี้มันก็หวั่นใจอย่างบอกไม่ถูก ราวกับผมทำอะไรผิดอย่างไรอย่างนั้น


            ผมก็ไม่ได้ทำอะไรให้พี่อินนี่นา หรือว่าพี่อินจะให้ผมช่วยทำอะไร ผมยังคงไม่เข้าใจ ทำไมพี่อินเป็นคนที่เดาใจยากเหลือเกิน


            “ไปยัง” พี่อินพูดสั้นๆ


            “หา ไป?” ผมงง


            “อยากกินไร” พี่อินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงโทนเดียว


            ผมกะพริบตาปริบๆ ทำไมจู่ๆ พี่อินมาถามว่าผมอยากกินอะไร


            “พี่อิน...หิวข้าวเหรอครับ” ผมถามกลับเสียงแผ่ว


            “จะเลี้ยง” พี่อินตอบ


            “เห เลี้ยงทำไมครับ” ผมอึ้งแรง ทำไมเดือนคนดังระดับยูนิสตาร์ถึงมาเสนอตัวเลี้ยงข้าวคนจืดจางอย่างผมล่ะ


            “เลี้ยงสาย” พี่อินว่า


            คำพูดสั้นๆ ของพี่อินทำให้ผมเรียบเรียงเนื้อหาอยู่ในหัว


            เลี้ยง...สาย...วันนี้เป็นวันเปิดตัวสายรหัส


            ผมก็เพิ่งทำภารกิจกวาดใบไม้เสร็จ


            พี่ตองบอกว่า ถ้าพี่รหัสพอใจกับภารกิจแล้ว ก็จะมารับไปเลี้ยงข้าว


            พอผมลำดับความคิด ทุกอย่างจนมันสมเหตุสมผลด้วยดี


            ผมก็เบิกตาโตสุดขีด


            “หา!” ผมช็อคแรง “พี่อิน...เป็นพี่รหัสผมเหรอ!!!”


            “อยากกินไร” พี่อินกลับตอบไม่ตรงคำถาม


            แต่ผมก็ไม่อยากตอบตรงคำถามเหมือนกัน ผมตื่นเต้นเกินกว่าจะคิดว่าอยากกินอะไรแล้ว


            “จริงเหรอครับพี่อิน พี่อินสาย 101 เหรอครับ!”


            “อืม” คราวนี้พี่อินขานรับสั้นๆ


            โอ้ จริงด้วย พี่ตองบอกว่ารุ่นผมกับรุ่นปีสาม มีนิสิต 101 คนเหมือนกัน แถมผมกับพี่อินก็ชื่อจริงเป็น อ.อ่าง เหมือนกันด้วย


            “ไปยัง” พี่อินเอ่ยเร่ง เมื่อเห็นผมเอาแต่ยืนตื่นเต้น


            “โอเคครับ” ผมยิ้มหน้าบานสุดๆ


            โห้ย จริงเหรอเนี่ย ผมไม่เคยดีใจอะไรขนาดนี้มาก่อนเลย บนความซวยก็มีความโชคดีอยู่สินะ


            ผมชักเห็นด้วยแล้วสิ ฟ้าหลังฝนมันสวยงามจริงๆ


            ผมมีพี่รหัสเป็นถึงเดือนยูนิสตาร์เชียวเหรอ แทบไม่อยากจะเชื่อเลย


☽☽☽☽☽☽☽☽☽

 

   

Writer's Talk


ขอพูดคุยเรื่องการอัพกับผู้อ่านนิดหน่อยน้า คือเนื่องจากช่วงนี้เรามาเรียนภาษาที่จีน เรามีเรียนทุกวัน หยุดเฉพาะเสาร์อาทิตย์ การบ้านเยอะด้วย ฮ่า ดังนั้น ถ้าตอนไหนที่มันค่อนข้างยาว วันธรรมดาเราอาจจะแต่งไม่ทัน แต่เราก็อยากจะอัพสม่ำเสมอ ดังนั้น  สำหรับวันธรรมดา เราขออนุญาตอัพเป็นเปอร์เซ็น 50% กับ 100% (จะใช้ระบบเปอร์เซ็นเฉพาะกับตอนที่ค่อนข้างยาวและแต่งเต็มตอนไม่ทันนะคะ) แต่วันเสาร์อาทิตย์ เราคิดว่าเราน่าจะแต่งทัน ก็จะพยายามอัพเต็มตอนทุกครั้งเนอะ


มีผู้อ่านถามว่า จำเป็นต้องอ่านเรื่อง Future From Me กับ ใครจีบผม ก่อนอ่านเรื่องนี้มั้ย ก็จะบอกว่าไม่จำเป็นนะคะ อ่านเฉพาะตอนพิเศษก็ได้ค่ะ ใบชากับพี่นิวท์จะไม่ได้มีบทบาทในเรื่องนี้ แต่กวางหรือพีดีกวางในเรื่องนี้จะเป็นนายเอกเรื่องใครจีบผม รวมถึงค่าย MW ที่สร้างโปรเจ็คยูนิสตาร์ด้วย 5555 ถ้าได้อ่านเรื่องนั้น ก็จะรับรู้ถึงความยิ่งใหญ่อลังการของเครือ MW ฮ่า แต่รีบหน่อยเนอะ เพราะเรื่องใครจีบผม สนพ.มีกำหนดการให้ลบวันที่ 20 มีนานี้แล้วจ้า


ขอบคุณด้อมกะทิทุกคนที่ติดตามนะคะ ขอบคุณผู้ที่มากดให้กำลังใจกัน มาคอมเมนท์รวมทั้งพูดคุยกันในทวิต #เดือนล่องหน 

รักผู้อ่านมากๆ เลยค่ะ จุ๊บๆ เชิญชวนผู้อ่านมาเป็นยูนิตี้และเข้าด้อมกะทิกันเยอะๆ น้า 55555

ล.โลกลัลล้า


อิมเมจแซว....วินบอก...พี่อินเขาตามผมมาทำไมเนี่ย 5555


(อิมเมจ : หลินฮุน wanna-one)


-------------------------------

แฮชแท็กประจำเรื่อง #เดือนล่องหน

Twitter : @colourfulearth ใช้ชื่อว่า L.Loklalla จ้า

Facebook Page : EarthLok - ล.โลกลัลล้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3.883K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

26,312 ความคิดเห็น

  1. #26253 justjeen (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มิถุนายน 2563 / 14:58
    สาย101ชื่อ.อ่างล่องหนเหมือนกันด้วย5555555
    #26,253
    0
  2. #26098 pommys (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 14:36
    ได้พี่อินเป็นพี่รหัสจริงด้วย
    #26,098
    0
  3. #26061 filmnaruepron (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 20:49
    น้องงงงงงงง อยากให้โชว์ความเป็นน้องกว่านี้อ่ะ เช่นน้องชอบอะไรไม่ชอบอะไร
    #26,061
    0
  4. #26029 OhsehunB29 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มกราคม 2563 / 10:48
    กรี้ดดดดดดดดด
    #26,029
    0
  5. #25999 Aumchonticha (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2562 / 19:47
    สายรหัสล่องหน5555 ตั้ลล้ากกกกกก
    #25,999
    0
  6. #25904 K.C.TITA (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 กันยายน 2562 / 23:04
    ไม่ใช่แค่วินนะที่ถูกลืม พี่อินก็ถูกลืมเหมือนกัน555555
    #25,904
    0
  7. #25847 oyoyly (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 07:54
    สายล่องหน😊
    #25,847
    0
  8. #25839 ครึ่งคนครึ่งวาย (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 21:05
    นึกถึง คุโรโกะ เลยอ่ะ
    #25,839
    0
  9. #25815 123Aoae (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2562 / 20:38

    เเราขอโทษนะวิน เราลืมชื่อนายตอนอ่านด้วย????????

    #25,815
    0
  10. #25772 loveseriesY (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 เมษายน 2562 / 18:56
    เย้ๆดีใจกับน้อง นึกว่าจะโดนลืมซะแล้ว :)
    #25,772
    0
  11. #25760 mojifeafea (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 เมษายน 2562 / 21:02
    สงสารน้อง~~~
    #25,760
    0
  12. #25750 เดือนสิบไงจะใครล่ะ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มีนาคม 2562 / 00:40
    Ha ha ha อะไรมันจะจืดจางขนาดนั้นนน
    #25,750
    0
  13. #25632 fan_fik (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 10:31
    ต้าล้าคคค
    #25,632
    0
  14. #25609 Pimnok2124 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2561 / 08:21
    แซงคิวด้วยความล่องหนอย่างภาคภูมิใจ เอ๋....--555555
    #25,609
    0
  15. #25565 prince_Lprince (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 11:50
    อะความ101อิหวย อิจจจจตโว้ยยยย
    #25,565
    0
  16. #25542 teivelhaneuls (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 23:52
    โอ๊ยยย อิจหนักมาก
    #25,542
    0
  17. #25438 Shinee☆Café (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 19:10

    โอ้ยลูกกกก ความบังเอิญหรือพรหมลิขิตอะไรเนี่ย

    โอ้ย เขินนนนน >////<

    #25,438
    0
  18. #25409 ขนมหวานคือชีวิต (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 02:23

    เง้อ5555 ล่องหนกับจืดจางมาเจอกัน555 เพลินไปอีกกกก55
    #25,409
    0
  19. #25251 Minhwanpanwink (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 กันยายน 2561 / 22:15
    อิเวงเนี่ยแหละนิยายในที่สุดคนล่องหนมาเป็นสายรหัสกันแล้วคงมีกันแค่ 2 คนเพราะส่วนใหญ่รับแค่ 100 คน55555
    #25,251
    0
  20. #25228 03042541 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 16:49

    น่ารักมากกก
    #25,228
    0
  21. #25222 Jane-Jane-Babii (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 22:42

    น่ารักกกกกก
    #25,222
    0
  22. #25136 กษิดิศ ปักษี (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 1 กันยายน 2561 / 19:26

    ...ทำไมเขินนะะะะะะ~~~
    #25,136
    0
  23. #25085 MaBaYu (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 17:40
    ไม่ใช่แค่โชคดีแล้วมั้ง....ฮื่ออออ กรีดล้องงง
    #25,085
    0
  24. #24946 puffyyoung (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2561 / 02:03
    แงงง เขินๆๆๆๆ
    #24,946
    0
  25. #24802 มูตี้ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 22:48
    Many thanks!!
    #24,802
    0