UNISTAR ☽ เดือน.ล่อง.หน ☽

ตอนที่ 21 : เดือนที่ 20 : โอบกอดจันทรา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 116,369
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7,442 ครั้ง
    19 ส.ค. 61

UNISTAR   เดือน.ล่อง.หน

- เดือนที่ 20 : โอบกอดจันทรา -



(เครดิตภาพ : hd-wallpaperdownload)


 


 

         “อีกรูปนะครับ หนึ่ง สอง สาม...”


            ผมในชุดนิสิตกำลังยืนถ่ายรูปที่สตูดิโอของตึกสโมสรนิสิต ผมพยายามยืนยิ้มอย่างเป็นธรรมชาติที่สุด แต่ยังรู้สึกเกร็งอยู่ดี เพราะเป็นครั้งแรกที่ได้มาถ่ายรูปในห้องจัดเหมือนสตูดิโอจริงๆ แถมยังมีพวกรุ่นพี่ยืนมุงดูแล้วกระซิบกระซาบถึงผมกันยกใหญ่


            “เห้ย ดูสิ เดือนบริหารน่ารักอ่ะ”


            “โห้ยย มองมุมไหนก็น่ารัก”


            “ได้ยินว่าพี่อินคัดมาเลยนะ”


            “อย่างพี่อินเรียกหล่อ พี่วายุเรียกเซ็กซี่ แต่น้องคนนี้น่าร้ากก”


            “นี่สินะ คิวท์บอยของที่แท้ทรู”


            ผมทั้งอายทั้งประหม่าตลอดการถ่ายรูป พอรุ่นพี่นิสิตช่างภาพบอกว่าเรียบร้อยแล้ว ผมก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก


            “ขอบคุณน้องมากเลยนะคะ นี่เป็นตารางการประกวดเดือนมหา’ลัยนะคะ จะมีการซ้อมคิวก่อนวันจริงหนึ่งวันค่ะ ถ้าน้องต้องการมีอุปกรณ์พิเศษในการแสดง สามารถแจ้งมาได้ที่อีเมลของสโมสรนิสิตเลยนะคะ”


            รุ่นพี่เอาตารางมาให้ผม ผมก็กล่าวขอบคุณพร้อมยกมือไหว้ลาพี่เขา


            ผมมองดูเวลา ใช้เวลาไม่นาน แค่ครึ่งชั่วโมงเอง ผมน่าจะกลับไปเรียนทันอยู่ ผมเดินไปตึกคณะบริหาร วันนี้เป็นคาบเรียนของอาจารย์ชนา ถึงอาจารย์จะอนุญาตให้ผมลา แต่ผมก็ไม่อยากพลาดบทเรียนเจ๋งๆ ของอาจารย์คนนี้


            ระหว่างที่ผมกำลังเดิน ผมก็เปิดดูตารางประกวดเดือนเล่นๆ แต่ดูไปดูมาผมก็ต้องช็อคตกใจ


            “เฮ้ย ประกวดเดือนสิ้นเดือนนี้แล้วเหรอ!” ผมร้องอย่างตกใจ มันจะเร็วไปไหน ผมเพิ่งได้เป็นเดือนคณะเมื่อสัปดาห์ก่อนเอง นี่ใกล้ประกวดแล้วเหรอ


            แต่ผมก็พอรู้ว่าคณะผมเลือกเดือนช้าสุดแล้วล่ะมั้ง บางคณะเขาเลือกเสร็จตั้งแต่ช่วงรับน้องก่อนเปิดเทอมแล้ว คงเป็นเพราะคณะผมให้พี่อินเป็นคนคัด และพี่อินก็ทั้งยุ่งและหายตัวบ่อยด้วย


            พอผมมาถึงห้องเรียน ผมค่อยๆ เปิดประตูเข้าไป อาจารย์ชนาหันมามองผมแล้วพยักหน้าอนุญาต ผมเลยเดินเข้าไปนั่งกับกลุ่มบอสเหมือนเดิม บอสก็ทักทายผมอย่างปกติ เช่นเดียวกับเพื่อนทุกคน


            พอหมดคาบเรียน ก็ไปพักเที่ยงและเรียนภาษาอังกฤษต่อ จากนั้นตอนเย็นนี้ก็มีกิจกรรมรับน้อง ระหว่างที่มานั่งรวมตัวกันที่ลานคณะ ผมก็อดมองหาพี่อินไม่ได้ อยากรู้ว่า รับน้องวันนี้พี่อินจะมาด้วยหรือเปล่านะ แต่สุดท้ายก็ต้องผิดหวัง เพราะผมหาพี่อินไม่เจอเลย


            “วินมองหาอะไรอยู่เหรอ” ป่านเอ่ยถาม ทำให้ผมสะดุ้งเล็กน้อย


            ปกติด้วยความจืดจางของผม ไม่ว่าผมจะทำอะไรอยู่ที่ไหนหรือมองหาใคร ก็ไม่เคยมีใครสนใจ แต่ตอนนี้มันต่างออกไปแล้ว


            “สงสัยว่าพี่อินไม่มาเหรอ” ผมเผลอพูดออกไป


            “อ๋อ พี่อินเหรอ เห็นวันนี้ด้อมกะทินัดรวมตัวกันที่ตึก MW Entertainment คงมีอัดรายการแหละ”


            “อัดรายการเหรอ”


            “ใช่ ก็อัดรายการเก็บไว้ล่ะมั้ง เดาว่าคงเป็นยูนิสตาร์โชว์ไทม์นั่นแหละ”


            “อ๋อ แล้วเดือนเข้าครัวด้วยเปล่า” ผมอดถามไม่ได้ แค่พูดชื่อรายการ ผมก็นึกถึงรสชาติแกงเขียวหวานที่แสนอร่อย


            “อร๊าย น่าจะนะ โห้ย วินดูรายการนี้ด้วยเหรอ”


            ผมได้แต่ยิ้มแห้งๆ จะบอกว่าเป็นแฟนบอยด้อมกะทิก็กระไรอยู่ แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรต่อ พี่ตองก็พูดผ่านโทรโข่งเรียกความสนใจจากรุ่นน้องทุกคน


            “ตามที่เราเคยรับปากกันจำได้มั้ยครับ วันนี้จะนับลายเซ็นแล้วนะครับ ขอให้น้องๆ ทุกคนเขียนชื่อที่หน้าปกสมุดให้เรียบร้อย แล้วส่งสมุดมารวบรวมมาข้างหน้า...”


            ผมหยิบสมุดออกมา เอาจริงๆ ผมก็ไม่ได้นับว่าในนั้นมีลายเซ็นเยอะมั้ย แต่อย่างน้อยก็มีลายเซ็นอ่ะนะ ผมคงไม่โดนทำโทษหรอกมั้ง


            “น้องคนไหนที่มีลายเซ็นน้อยที่สุด พี่จะให้ออกมาเต้นหนึ่งเพลงเพื่อทำโทษนะครับ แล้วก็มีเซอร์ไพรส์ด้วยนะครับ น้องที่ได้รับลายเซ็นมากที่สุด 3 คน คืนนี้พวกพี่จะให้รางวัล พาไปเลี้ยงแบบจัดเต็มเลย...”


            พอพี่ตองพูดแบบนั้น ก็มีรุ่นน้องหลายคนทำหน้าเสียดายที่ไม่รู้มาก่อน พูดทำนองว่ารู้งี้จะตั้งใจหาลายเซ็นมากกว่านี้


            จากนั้น รุ่นผมทุกคนก็ทยอยส่งสมุดไปให้ด้านข้าง เพื่อให้รุ่นพี่ปีสามรวบรวม มีรุ่นพี่กลุ่มหนึ่งที่ไปนับลายเซ็น ส่วนพี่ตองก็รับหน้าที่ซ้อมเพลงเชียร์ให้น้องๆ ต่อ หลังจากซ้อมร้องเพลงกันจนคอแห้งช่วงที่พักแจกน้ำ พี่ตองก็มาประกาศเรื่องสมุดลายเซ็นต่อ


            “เอาล่ะครับ ตอนนี้พี่ๆ ได้ทำการนับลายเซ็นเรียบร้อยแล้ว ก่อนอื่นเรามาทำโทษดีกว่า น้องที่ได้ลายเซ็นน้อย แหม น่าจะรู้อยู่แล้วนะครับ...” พี่ตองพูดไปก็หัวเราะไป


            คนที่ได้ลายเซ็นน้อยที่สุดเป็นผู้ชายขี้เล่นประจำรุ่น ผมเดาว่าหมอนั่นคงจงใจไม่ทำอยู่แล้ว ก็เลยไม่แปลกใจสักเท่าไหร่ แค่โดนเต้นสักเพลงก็คงไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไร


            “ส่วนสามคนที่ได้ลายเซ็นสูงสุด คนที่ได้มากที่สุด...ได้มากถึงสองร้อยสามสิบแปดเลยทีเดียว...”


            สองร้อยกว่า! ผมอ้าปากค้าง ผมมั่นใจว่าไม่น่าใช่ผมแน่ๆ ผมคิดว่าในสมุดผมน่าแค่ร้อยกว่า


            “ได้แก่ น้องบอส ของเรานั่นเอง...”


            พี่ตองประกาศชื่อพร้อมกับเสียงปรบมือของรุ่นพี่และรุ่นผมทุกคน ผมก็ปรบมือด้วยเช่นกัน ไม่แปลกใจเลยที่บอสจะได้เยอะสุด เพราะบอสก็พยายามเข้ากิจกรรมอย่างเต็มที่


            “ส่วนอันดับรองลงมา ได้ลายเซ็นจำนวนสองร้อยสองไปเลย...ได้แก่ น้องนีน่า นั่นเอง”


            พอพี่ตองประกาศชื่อ ผมก็นึกออก อ่อ คนนี้เองที่เป็นดาวคณะบริหาร


            “ส่วนอันดับสาม ได้ร้อยห้าสิบสองลายเซ็น ได้แก่ น้องวิน นั่นเอง”


            ผมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อพี่ตองเรียกชื่อผม ตอนแรกก็คิดว่าอาจจะวินคนละวิน แต่พอคิดดีๆ รุ่นผมก็ไม่มีใครชื่อวินนอกจากผม


            ผมติดหนึ่งในสามด้วยเหรอเนี่ย โอ้ววว


            “อร๊ายยย แต่ถึงจะได้ที่สาม แต่มีลายเซ็นอินด้วยอ่ะ โห้ยยยย ชนะเลิศ” พี่เนยแลดูตื่นเต้นดีใจสุดๆ

            ผมคิดว่ารุ่นพี่กับเพื่อนผมรู้กันอยู่แล้วว่าผมได้ลายเซ็นพี่อิน เพราะพี่อินเป็นพี่รหัสของผม แต่ทุกคนก็ยังตื่นเต้นอยู่ดี รุ่นพี่ยังคงพากันรุมดูสมุดลายเซ็นผม ส่วนเพื่อนๆ ก็หันมาพูดกับผมว่าขอดูสมุดนอกรอบได้มั้ย ผมก็เลยได้แต่ยิ้มตอบเก้อๆ


            “บอส...” ผมชะงักไปเล็กน้อย เมื่อบังเอิญสบตากับบอส เหมือนกับบอสจะมองผมด้วยสายตาที่ดูเย็นชา ทำให้ผมตกใจไม่น้อย จนเหมือนบอสจะเพิ่งรู้สึกตัว ก็เลยทำเป็นยิ้มให้ผมตามเดิม


            ถึงแค่ชั่วคราว แต่ผมก็คิดมากนิดหน่อย ทั้งที่ผมได้ลายเซ็นมากเป็นอันดับสาม ในขณะที่บอสได้อันดับหนึ่ง แต่ผู้คนกลับให้ความสนใจผมมากกว่า เพียงเพราะผมมีลายเซ็นพี่อิน มันก็ดูไม่ค่อยยุติธรรมสำหรับคนที่อุตส่าห์พยายาม ก็คงไม่แปลกถ้าบอสจะรู้สึกไม่ดีกับผม

           




            พอจบกิจกรรมรับน้อง รุ่นพี่ปล่อยให้รุ่นน้องปีหนึ่งกลับบ้านได้ ส่วนผม บอส และนีน่า จะมีรุ่นพี่ประมาณสิบกว่าคนพาไปกินเลี้ยงต่อ ส่วนใหญ่เป็นพี่เชียร์ตัวเด่นๆ ซึ่งพวกพี่เขาบอกว่าจองโต๊ะไว้ให้เรียบร้อยแล้ว


            “รวมปีหนึ่งกับปีสาม มีกันอยู่สิบห้าคน พี่มีรถสี่คัน เดี๋ยวแบ่งๆ กันไปนะ” พี่ตองเอ่ย


            ปีหนึ่งอย่างผมก็โดนจับแยก นีน่าไปกับกลุ่มพี่ผู้หญิง บอสไปกับกลุ่มพี่ผู้ชาย ส่วนผมก็ไปกับพี่ตองและพี่เนย


            พี่ตองเป็นคนขับรถ ระหว่างนั่งรถ พี่เนยที่นั่งเบาะหลังกับผมก็ถามถึงพี่อิน


            “น้องวินเป็นไงบ้าง ช่วงนี้ได้เจออินบ้างหรือเปล่า” เสียงพี่เนยดูตื่นเต้น


            “เอ่อ…” ผมอ้ำอึ้ง นึกถึงที่ได้ไปกินข้าวในหอกับพี่อิน มันก็เขินหน่อยๆ เลยได้แต่พยักหน้าเบาๆ


            “อร๊าย ดีจัง อิจฉาอ่ะ ก็อยากเจออินบ่อยๆ บ้าง” พี่เนยทำหน้าเคลิ้มๆ


            “วันนี้พี่อินจะมาหรือเปล่าครับ” ผมเลยอดสงสัยไม่ได้ เพราะรับน้องวันนี้ผมไม่เห็นพี่อิน แต่ก็อดคาดหวังไม่ได้ว่าพี่อินอาจมาร่วมเลี้ยงน้อง


            “อินคงทำงานอ่ะ” พี่เนยว่า “แล้วร้านที่เราจะไปกันก็เป็นร้านบาร์อ่ะนะ เมื่อเช้าตองก็ชวนแล้ว แต่อินก็ไม่ไปอ่ะ เพราะปกติอินก็ไม่ดื่มอยู่แล้ว ภาพลักษณ์พีอาร์ของอินด้วย ถ้ามาที่แบบนี้คงไม่เหมาะเท่าไหร่”


            คำอธิบายของพี่เนยทำให้ผมพยักหน้าเบาๆ อย่างเข้าใจ


            ก็จริงด้วย ภาพลักษณ์พี่อินคือบริสุทธิ์ไร้มลทิน เป็นแบบอย่างที่ดีแก่สังคม คงไม่เหมาะมาสถานที่แนวนี้จริงๆ อีกอย่าง ผมก็คิดว่าในหนึ่งวันพี่อินทำอาหารใส่บาตร ให้อาหารปลา ให้อาหารหมา ก็คงหมดเวลาแล้ว ไหนจะมีงานยูนิสตาร์อีก ไม่มีเวลาไปไหนแน่นอน


            ตื้ดดด...


            ผมสะดุ้งเล็กน้อย เมื่อจู่ๆ มือถือในกระเป๋ากางเกงก็สั่น


            “เอ๊ะ…” ผมมองอย่างแปลกใจ พี่อินส่งข้อความมา มันทั้งดีใจและประหลาดใจในคราวเดียว


            พี่อิน : อยู่ไหน


            พี่ตองบอกว่าพี่อินไม่มา ผมก็เลยตอบไปตามตรง


            วิน : ปีสามพาพวกผมมาเลี้ยงครับพี่อิน


            จากนั้นผมก็ถามชื่อร้านพี่เนย ส่งชื่อร้านแนบไปด้วย จากนั้นพี่อินก็เงียบไป ไม่ได้ตอบผมอีกเลย


            ร้านบาร์ที่ว่าอยู่ไม่ไกลจากมหา’ลัยเท่าไหร่ วันนี้รถก็ไม่ติดมากด้วย แค่ยี่สิบนาทีก็ถึงแล้ว พี่ๆ จองโต๊ะใหญ่พิเศษก็เลยได้ห้องส่วนตัว แถมยังสั่งอาหารเตรียมไว้ล่วงหน้าแล้ว ส่วนใหญ่เป็นอาหารไทย และยังมีของขบเคี้ยว ที่ขาดไม่ได้เลยคือเหล้ากับเบียร์


            “มาๆ ทุกคนนั่งลง น้องๆ อยากกินอะไรเพิ่มเติม สั่งได้เต็มที่เลยนะ มื้อนี้พวกพี่เลี้ยงจัดเต็ม”


            “ขอบคุณมากเลยครับ/ค่ะ” ทั้งผม บอส และนีน่าก็ยกมือไหว้ขอบคุณพวกพี่ๆ


            ปีหนึ่งอย่างพวกผมถูกแบ่งให้นั่งกระจาย ผมนั่งข้างพี่เนยกับพี่ตอง ไม่ได้นั่งกับบอสหรือนีน่า แต่ถึงกระนั้นรุ่นพี่ปีสามผู้ชายก็ดูท่าทางครึกครื้น มีการรินเหล้าให้ผมด้วย


            “มาๆ น้องคนนี้เพิ่งได้เป็นเดือนคณะใช่มั้ย อย่างนี้ต้องดื่มฉลองกันหน่อย เอ้า เชียร์!”


            พี่ๆ เขายกแก้วชนกัน ผมก็เลยต้องยกตามไปชนด้วย แต่พอมองดูแก้วเหล้าในมือ ผมก็ลังเลนิดหน่อย เพราะว่าผมไม่เคยดื่มมาก่อน ไม่รู้ว่าถ้าดื่มแล้วเป็นยังไง ผมคออ่อนคอแข็งแค่ไหนก็ไม่ทราบ


            แต่เพราะไม่อยากให้รุ่นพี่เสียความรู้สึก ผมก็เลยดื่มตามมารยาท ค่อยๆ จิบลงไป รสชาติมันขมฝาดคอสุดๆ ความรู้สึกหลังจากดื่มไปสักอึก มันก็มึนๆ นิดหน่อย แต่ก็ยังครองสติได้อยู่ ผมรู้ว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่ แต่ผมคิดว่า ถ้าไม่จำเป็นก็คงไม่ดื่มอีกแล้วล่ะ


            เนื่องจากผมร่วมบทสนทนากับคนกลุ่มใหญ่ไม่ค่อยเก่ง ผมเลยได้แต่นั่งกินอาหารไป พูดคุยเฉพาะเวลามีรุ่นพี่ชวนคุยหรือถามอะไร ผมเห็นบอสกับนีน่าสามารถคุยกับรุ่นพี่ทุกคนได้อย่างเป็นธรรมชาติ ในขณะที่ผมได้แต่ยิ้มเก้อๆ หรือตอบแบบขัดเขิน


            “เห้ย กูจะออกไปสูบบุหรี่ข้างนอก มีใครไปกับกูมั้ย” พี่ผู้ชายปีสามคนหนึ่งพูดขึ้น


            “ผมไปครับ” บอสลุกขึ้นยืน ทำให้ผมเซอร์ไพรส์เล็กน้อยที่รู้ว่าบอสก็สูบบุหรี่เหมือนกัน


            “เห้ย กูไปด้วย” มีรุ่นพี่ปีสามอีกหลายคนจะตามกันไป


            “น้องเดือนไปมั้ย” พี่ปีสามผู้ชายคนนึงหันมาชวนผม


            “เอ่อ ผมไม่เคยสูบครับ” ผมตอบตามความจริง


            “อ้าวเหรอ อยากลองมั้ยล่ะ เดี๋ยวพี่สอนให้”


            ผมลำบากใจนิดหน่อย ผมไม่เคยสนใจบุหรี่เลยแม้แต่น้อย แต่ผมก็อดกังวลไม่ได้เหมือนกัน ผมกลัวว่ามันจะเกี่ยวกับการเข้าสังคมด้วยหรือเปล่า


            แต่ระหว่างที่ผมกำลังลังเลอยู่ว่า จะปฏิเสธยังไงให้ไม่น่าเกลียด


            “ห้ามสูบ”


            มีเสียงหนึ่งดังขึ้นมา และไม่ใช่แค่ผมที่ตกใจ รุ่นพี่ทุกคนก็ตกใจ เมื่อหันไปก็พบบุคคลที่ไม่คิดว่าจะมาอยู่ที่นี่ได้


            “อ้าว อิน?!” พี่ตองเป็นคนแรกที่อุทาน


            ผมเบิกตาโตเมื่อเห็นพี่อินกำลังยืนอยู่ตรงหน้าทางเข้าห้องส่วนตัว ตอนนี้สีหน้าพี่อินเคร่งขรึมอย่างไม่เคยเห็นมาก่อน ถึงกระนั้นพี่อินท่าทางดูร้อนรน ราวกับเร่งรีบมาที่นี่


            ผมตกใจมากที่เห็นพี่อินอยู่ตรงนี้ แต่ในขณะเดียวกัน ผมก็รู้สึกโล่งใจว่านี่เป็นห้องส่วนตัว คาดว่าคงไม่มีแฟนคลับเห็นพี่อินแล้วถ่ายรูปลงโซเซียล จนทำให้พี่อินมีมลทินเพราะมาร้านบาร์แบบนี้


            “อ้าว อิน สรุปมาได้เหรอ นั่งเร็ว อาหารยังมีเต็มเลย หรือจะสั่งเพิ่มก็ได้นะ” พี่ตองรีบเอ่ยชวน แต่พี่อินกลับหันไปมองพี่ตองแล้วไม่ได้พูดอะไร


            “อิน มึงไปนั่งก่อนเลย เดี๋ยวพวกกูไปสูบบุหรี่” พี่คนนึงลุกให้พี่อินนั่ง แล้วหันมาทางผม


            “น้องเดือน จะไปกับพวกพี่มั้ย”


            แต่พอพี่เขาพูดแบบนั้น สีหน้าพี่อินพลันตึงทันที


            “บอกแล้ว ไม่ให้น้องสูบ” พี่อินพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ ทำให้พี่ผู้ชายคนนั้นทำหน้างงไป


            “อะไรของมึงเนี่ย เออ กูรู้มึงเป็นพี่รหัสน้อง แต่มึงก็ไม่ใช่เจ้าชีวิตน้อง น้องเขาอยากสูบ มันก็เรื่องของน้องมั้ยวะ”


            “ไม่ให้สูบ” พี่อินยังยืนกรานคำเดิมอย่างจริงจัง ทำให้บรรยากาศในห้องนี้เริ่มตึงเครียด


            พี่อินกวาดตามองดูโต๊ะอาหารที่เต็มไปด้วยขวดและแก้วเหล้า


            “ไม่ให้ดื่มด้วย” พี่อินมองหน้าผม


            “เฮ้ย เยอะไปมั้ยอิน” พี่คนนั้นเริ่มพาลใส่พี่อิน “มีเหตุผลหน่อยดิ นี่พาน้องมาเลี้ยงนะเว้ย พวกกูกับน้องก็แค่จะสนุกกัน เหล้ามันก็เป็นส่วนหนึ่ง มึงอย่าไปซีเรียสสิ”


            “ก็มันไม่ดี” พี่อินพูดเหตุผล


            “กูว่ามึงคิดมากไป แค่กินเหล้ากับสูบบุหรี่นิดหน่อย ไม่ถึงกับตายหรอกนะเว้ย” พี่ผู้ชายอีกคนพูดพลางหัวเราะไปด้วยเหมือนเป็นเรื่องขำขัน


            ทว่า...พี่อินกลับหันขวับไปจ้องพี่คนที่พูดเขม็ง สีหน้าเย็นยะเยือกจนผมรู้สึกผวา พี่อินไม่เคยทำสีหน้าน่ากลัวเช่นนี้มาก่อน ไม่เคยเห็นเลยสักครั้ง แม้แต่เพื่อนคนนั้นก็ยังตกใจ


            “เฮ้ยๆ ไม่เอาน่า...” พี่ตองเห็นสถานการณ์ไม่ค่อยดี ก็เลยพยายามเข้ามาไกล่เกลี่ย


            “มันไม่ได้ตั้งใจพูดแบบนั้นหรอกอิน อ่ะ ไหนๆ ก็มาแล้ว มากินอะไรหน่อยมั้ย ไม่ดื่มไม่สูบก็ได้ ไม่เป็นไร อย่าไปสนใจเลย”


            พี่อินมองพี่ตอง สีหน้าคลายลงบ้าง แต่ยังตึงอยู่บางส่วน


            จากนั้นพี่อินก็มองมาที่ผม ทำให้ผมสะดุ้งเล็กน้อย พี่อินทำท่าเหมือนอยากพูดอะไร แต่สุดท้ายพี่อินก็เงียบ แววตาพี่อินเปลี่ยนไป ผมเบิกตาโตเล็กน้อย


            เพราะแววตาของพี่อินดูเหมือน...กำลังเศร้าโศกอย่างอธิบายไม่ได้


            “พี่อิน...” ผมเรียกชื่อพี่อินเบาๆ เพราะสุดท้าย พี่อินกลับหันหลังแล้วเดินจากออกไปอย่างเงียบๆ


            หลังจากพี่อินไปแล้ว ในห้องเงียบกริบอยู่พักใหญ่ ทุกคนยังคงสับสนกับเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้น จนกระทั่งพี่ผู้ชายที่เพิ่งโต้เถียงกับพี่อินบ่นขึ้นมา


            “แม่งอะไรของมันวะ คิดว่าเป็นคนดัง แล้วจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ”


            “ใจเย็นดิมึง...” พี่ตองพยายามปรามเพื่อน


            “เมื่อกี้กูก็พยายามพูดกับมันแล้วนะ แต่ก็ดูมันดิ จะอะไรนักหนา เอะอะก็ไม่ให้สูบอย่างเดียว แค่พวกกูชวนน้องสูบครั้งเดียว พามาเลี้ยงเหล้านิดหน่อย ทำอย่างกับพ่อแม่มันจะตายอย่างนั้น...”


            คำพูดของพี่คนนั้น ทำให้พี่ผู้ชายบางคนหัวเราะตบมุก แต่พี่ผู้หญิงเกือบทุกคน โดยเฉพาะพี่เนยกลับมีสีหน้าซีดเซียว


            “เฮ้ย ไม่ตลกว่ะ” พี่ตองเอ่ยเสียงเรียบ


            “อะไรของมึงวะไอ้ตอง” พวกพี่ผู้ชายไม่เข้าใจ


            “นายไม่ควรพูดแบบนั้น” พี่เนยเสียงสั่นเล็กน้อย “ดีนะนี่เป็นห้องส่วนตัว ดีนะที่ไม่มีแฟนคลับอิน ไม่งั้นนายคง....”


            “อะไรนักหนา ทำอย่างกับมันเป็นไอดอล แล้วพวกกูต้องกลัวงั้น”


            “มึงหยุดได้แล้ว” พี่ตองขึ้นเสียง “มึงนั่นล่ะที่ควรไปขอโทษไอ้อิน”


            “พูดอะไรของมึงวะ กูไม่เข้าใจ”


            “พ่อแม่อินอ่ะ เสียชีวิตตั้งแต่อินยังเด็กแล้ว...”


            คำพูดของพี่เนย ทำให้หลายคนที่ไม่เคยรู้พากันเงียบกริบ


            “เรารู้มาจากวงในแฟนคลับ...ที่รู้จักกับครูประจำชั้นอินสมัยเด็ก” พี่เนยยังคงเล่าต่อ


            “พ่ออินเสียชีวิตจากมะเร็งปอดเพราะสูบบุหรี่หนัก ก่อนพ่ออินจะเสีย ต้องนอนรักษาตัวที่โรงพยาบาลอยู่หลายเดือน ครอบครัวอินไม่ได้ร่ำรวย มีแค่แม่เป็นเสาหลัก แม่ก็ทำงานหามรุ่มหามค่ำ ทั้งยังทำงานพิเศษทุกวันหยุด เพื่อจะหาเงินมารักษาพ่อ แต่สุดท้าย หมดค่ารักษาไปหลายแสน ก็ยังยื้อชีวิตพ่ออินไว้ไม่ได้...”


            พอพูดถึงตรงนี้ ผมพลันรู้สึกน้ำตาเริ่มคลอ พวกพี่ผู้ชายที่อารมณ์เดือดๆ พากันเปลี่ยนสีหน้ากันหมด


            “ยังไม่จบแค่นั้น หลังจากพ่ออินเสีย...” พี่เนยเล่าด้วยน้ำเสียงหดหู่


            “แม่อินก็เหมือนตรอมใจ เอาแต่โทษตัวเองที่ไม่เคยห้ามพ่อสูบบุหรี่ โทษตัวเองที่หาเงินมารักษาพ่อช้าไป ว่างเมื่อไหร่ก็เอาแต่ดื่มเหล้า เหล้าคงเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้ลืมเรื่องแย่ๆ แต่โชคร้ายที่สุด เมื่อวันหนึ่งที่แม่อินดื่มเหล้าอยู่ข้างนอก วันนั้นอินไม่สบายเป็นไข้สูง ครูประจำชั้นโทรไปหาแม่อิน แม่อินรีบขับรถกลับไปรับอิน สุดท้าย...ก็เกิดอุบัติเหตุรถคว่ำ แม่อินเสียชีวิตคาที่ ตอนนั้นอินยังเด็กอยู่เลย”


            “โอ้ ไม่นะ...” พอพี่เนยเล่าจบ ผู้หญิงหลายคนก็ยกมือปิดปากอย่างตกใจ บางคนก็น้ำตาคลอเหมือนกับผม พี่ผู้ชายหลายคนแสดงสีหน้าตื่นตกใจไม่น้อย


            “เข้าใจหรือยังอ่ะ ลองคิดถึงความรู้สึกอินที่ต้องเจอเรื่องแบบนั้นดูสิ” พี่เนยมองหน้าพวกพี่ผู้ชาย


            “สำหรับพวกนาย เหล้ากับบุหรี่ มันอาจเป็นเรื่องสนุก แต่สำหรับอิน มันไม่ใช่เลยนะ สองอย่างนี้ มันคือสิ่งที่พรากชีวิตพ่อกับแม่ของอินไปนะ”


            “เฮ้ย กูไม่รู้จริงๆ กูขอโทษ” พวกพี่ผู้ชายต่างก็แสดงท่าทีรู้สึกผิด


            “เอาเถอะ อินมันคงไม่ถือหรอก คงเข้าใจล่ะ พวกมึงไม่ได้ตั้งใจ”


            ตอนนี้พวกพี่ๆ เหมือนจะเคลียร์กันแล้ว แต่ผมกลับมีความรู้สึกบางอย่าง


            ผมรู้สึกสะเทือนใจอย่างมาก หลังจากเพิ่งได้ฟังเรื่องราวอันน่าเศร้าสมัยเด็กของพี่อิน


            ในตอนนี้ ผมอดเป็นห่วงไม่ได้ พี่อินโอเคหรือเปล่า ผมรู้สึกกังวลใจมาก มันรุนแรงมากเหลือเกิน มากจนผมไม่อาจอยู่นิ่งเฉยได้อีก ในที่สุดผมก็ตัดสินใจลุกขึ้นมา


            “น้องวิน?” รุ่นพี่หลายคนตกใจที่เห็นผมลุกพรวด


            “ผมอาจไม่กลับมานะครับ” ผมบอกกับรุ่นพี่ทุกคน จากนั้นก็วิ่งออกไปทันที โดยไม่ได้สนใจอะไรอีกต่อไป


            ในคิดเดียวของผม ณ ตอนนี้ ผมจะต้องไปหาพี่อิน

 




            ผมวิ่งออกจากนอกร้านไปอย่างไร้ทิศทาง ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้พี่อินอยู่ที่ไหน หรือพี่อินกลับไปแล้ว ไม่ได้อยู่ที่นี่อีก แต่ไม่ว่าอย่างไร ไม่ว่าพี่อินอยู่ที่ไหน ผมก็จะต้องหาพี่อินให้เจอแม้ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำไม ไม่เข้าใจด้วยซ้ำว่าเพราะอะไร แค่ความรู้สึกมันรุนแรงจนควบคุมการกระทำและสติของผมทุกอย่าง


            “พี่อินอยู่ไหนนะ” ผมพูดพึมพำขณะพยายามตามหาพี่อิน


            ถ้าเป็นพี่อิน ในเวลาแบบนี้ ในความรู้สึกแบบนี้ จะไปอยู่ที่ไหนกัน


            พี่อินอาจเหมือนกับผม หากรู้สึกไม่สบายใจ คงอยากไปที่ที่มีต้นไม้เยอะๆ หรือที่มีเสียงน้ำไหล เพราะการได้มองธรรมชาติ คงช่วยชะล้างความหนักอึ้งในใจออกไปไม่มากก็น้อย


            จริงสิ แถวนี้มันอยู่ใกล้แม่น้ำเจ้าพระยานี่นา


            แล้วผมก็รีบวิ่งไปตรงทางเดินริมแม่น้ำ วิ่งสุดฝีเท้า มองหาพี่อินอย่างไม่ลดละ และในที่สุด...


            เจอแล้ว.. ผมชะลอฝีเท้า หอบหายใจเล็กน้อย


            พี่อินกำลังยืนเท้าแขนตรงราวเหล็กกั้น สายตาทอดมองแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำคืน ทั้งสองฟากของกรุงเทพมหานครเต็มไปด้วยตึกอาคาร แสงสียามราตรีที่สะท้อนกับผิวน้ำช่างดูสวยงาม ทว่าแสงสีที่สะท้อนกับดวงตาของพี่อินในเวลานี้ มันกลับหม่นหมองเหลือเกิน


            แววตาของพี่อินเหม่อลอย ราวกับความคิดได้ไหลตามไปกับสายน้ำ พี่อินอาจยืนอยู่ตรงนี้ แต่ความคิดของพี่อินอาจลอยไปอยู่หนใดก็ไม่อาจทราบได้


            “พี่อินครับ” ผมตัดสินใจเรียกพี่อิน


            พี่อินเหมือนเพิ่งตื่นจากภวังค์ แล้วหันมามองที่ผม พี่อินคล้ายมีสีหน้าตกใจแวบหนึ่ง ราวกับไม่คาดคิดว่าผมจะมาอยู่ที่นี่


            “วิน…” พี่อินเรียกชื่อผม “มาได้ไง”


            น้ำเสียงของพี่อินไม่ปกติ ทำไมพี่อินถึงเสียงสั่นแบบนั้นกัน


            “ผมมาตามหาพี่อินครับ” ผมตอบพี่อินตามความจริง


            พี่อินได้ฟังคำตอบผมแล้วก็เงียบไป ไม่ได้พูดอะไรต่อ หันกลับไปมองแม่น้ำยามค่ำคืนเหมือนเดิม


            “พี่อินครับ” ผมเลยเรียกพี่อิน ทำให้พี่อินหันมามองผมอีกครั้ง


            “ตามธรรมเนียม รุ่นน้องปีหนึ่งก็ต้องเช่ือฟังรุ่นพี่ รุ่นพี่บอกหรือสั่งอะไรก็ต้องทำตาม...”


            พี่อินยังคงมองผม ขณะที่ผมกำลังอธิบาย


            “แต่พี่ๆ ส่วนใหญ่ก็เป็นพี่ปีสามทั่วไป แต่พี่อิน...เป็นพี่รหัสผมนะครับ”


            คำพูดของผมทุกอย่าง เป็นความรู้สึกของผมสั่งให้พูดออกมา


            “ดังนั้น ถ้าพี่อินบอกอะไรผม ผมก็จะเชื่อฟังพี่อิน ต่อให้ขัดคำสั่งรุ่นพี่คนอื่น ผมก็ต้องเชื่อฟังพี่อินมากที่สุด”


            พี่อินยังคงมองผมไม่คลายสายตา


            “พี่อินบอกไม่ให้ผมสูบบุหรี่ ผมก็จะไม่สูบ....พี่อินบอกไม่ให้ผมดื่มเหล้า ผมก็จะไม่ดื่ม”


            ผมพูดกับพี่อินอย่างหนักแน่น แต่พูดไปพูดมา ผมก็เริ่มอายอย่างบอกไม่ถูก เลยก้มหน้าแล้วเตะเท้าไปมา


            “แต่ความจริง บุหรี่ผมก็ไม่เคยสูบ...เหล้าผมก็ไม่เคย...”


            ทว่า ยังไม่ทันที่ผมจะพูดจบ


            ผมพลันตัวแข็งทื่อ เมื่อจู่ๆ ผมก็ถูกสวมกอดโดยทันทีทันใด


            “พ…พี่อิน” ดวงตาของผมเบิกกว้างอย่างตื่นตะลึง


            พี่อินโน้มตัวเล็กน้อย ใช้แขนทั้งสองโอบรอบร่างผมไว้ ผมได้แต่ยืนตกตะลึง สมองพลันว่างเปล่า คำพูดที่ติดค้างพลันเลือนหาย


            ผมสัมผัสได้ถึงความอบอุ่นจากร่างกายของพี่อิน เฉกเช่นกับกลิ่นหอมที่แสนคุ้นเคย


            แม้ผมไม่อาจเห็นสีหน้าของพี่อินในตอนนี้ แต่ผมกลับรู้สึกได้ พี่อินกำลังเสียใจ...พี่อินกำลังเศร้า...และพี่อินกำลังหวาดกลัว...อะไรบางอย่าง


            “พี่...อิน...ครับ” เสียงผมสั่นไป จนแทบจับคำไม่ได้


            “ไม่เอาแล้ว” พี่อินพูดแผ่วเบา


            “ไม่เอา...เหรอครับ” ผมไม่รู้ว่าพี่อินอยากพูดอะไร


            “ไม่อยาก...สูญเสียคนสำคัญ...อีกแล้ว”


            น้ำเสียงของพี่อินสั่นระริก


            ไม่อยากสูญเสียคนสำคัญอีกแล้วเหรอ


            “เหล้ากับบุหรี่...สองอย่างนี้ มันคือสิ่งที่พรากชีวิตพ่อกับแม่ของอินไปนะ”


            คำพูดของพี่เนยดังก้องอยู่ในหัวของผม


            พี่อินต้องสูญเสียพ่อกับแม่ไป เพราะเหล้ากับบุหรี่


            พี่อินไม่อยากเห็นผมสูบบุหรี่หรือกินเหล้า


            พี่อิน...กำลังหวาดกลัว หากผมจะเป็นอะไรไปเหมือนกับพ่อแม่ของพี่อิน


            สำหรับพี่อิน...ผมคือคนสำคัญงั้นเหรอ


            ผมพลันใจสั่นสะท้าน แม้รู้สึกยินดีที่ได้เป็นน้องรหัสซึ่งพี่อินให้ความสำคัญ แต่ผมกลับสะเทือนใจยิ่งกว่า ในใจของพี่อินตอนนี้คงกำลังบอบช้ำอย่างหนัก เหตุการณ์ในอดีตของพี่อินมันคงทรมานแสนสาหัส ทำให้พี่อินต้องเจ็บปวดจนฝังใจลึก


            “พี่อิน...ไม่ต้องห่วงนะครับ” ผมพยายามทำเสียงร่าเริง เพราะไม่อยากให้พี่อินหดหู่ไปมากกว่านี้


            “ผมจะเป็นน้องรหัสที่เชื่อฟังพี่อินตลอดไป ถ้าพี่อินโอเค ผมอยากกินอาหารที่พี่อินทำตลอดชีวิตเลยนะครับ”


            ทว่า...พี่อินกลับไม่ตอบอะไร และยังคงกอดรั้งผมไว้ ราวกับหากปล่อยไปแล้วผมจะหายไป


            ผมทำจึงอะไรไม่ถูก แต่ก็ไม่รู้เหตุใด ทำไมในความรู้สึกของผม ผมอยากมอบความเชื่อใจให้พี่อิน อยากทำให้พี่อินเชื่อว่าผมจะอยู่ตรงนี้ และไม่มีวันจากไปไหน


            อากาศถึงจะจับต้องไม่ได้ แต่ภายใต้แสงจันทร์ อากาศก็จะยังอยู่ตรงนั้นเสมอ ไม่มีวันแปรเปลี่ยน


            ผมลังเลในแวบแรก แต่สุดท้าย ผมตัดสินใจยกแขนทั้งสองข้างขึ้นอย่างเชื่องช้า แล้วโอบกอดแผ่นหลังอุ่นๆ ของพี่อินเบาๆ ทั้งที่มือผมก็สั่น และใจผมก็สั่นยิ่งกว่า


            หากพระจันทร์โศกเศร้าจนมิปรารถนาส่องสว่าง


            อากาศก็จะเป็นสายหมอก โอบกอดจันทราไว้นั้นเอง


☽☽☽☽☽☽☽☽☽



Writer's Talk

ภายนอกพี่อินอาจเป็นเหมือนพลังบวกที่สร้างแรงผลักดันให้กับทุกคน แต่ในเบื้องลึก มนุษย์ทุกคนย่อมมีความอ่อนแอเสมอ พี่อินเผยด้านนี้ให้นุ้งวินได้เห็นแล้ว ฝาก #ด้อมกะทิ ทุกคนช่วยกันกอดปลอบพี่อินกันหน่อยน้าาาา~~


ตอนหน้าจะเข้าการประกวดเดือนมหาลัยแล้วเนอะ ฝากเป็นกำลังใจให้นุ้งวินด้วยน้า


มีผู้อ่านที่สอบถามเรื่องอยากอ่านเนื้อหาในพาร์ทพี่อินมาพอสมควร ส่วนตรงนี้เราพล็อตไว้แล้ว 5555 เนื่องจากธีมหลักของนิยายเรื่องนี้คือความ 'มึน' และความเดาใจยากของพระเอก เราเลยเน้นเดินเรื่องให้ผู้อ่านมึนไปพร้อมๆ นุ้งวิน ฮ่า ถ้าผู้อ่านรู้ว่าพี่อินคิดอะไรอยู่ก็ไม่สนุกซิเนอะ~ (หรือความจริง...พี่แกอาจจะไม่ได้คิดอะไรเลยก็ได้..........ฮ่า)

แต่ที่ถามว่า มีพาร์ทพี่อินมั้ย ก็จะบอกว่ามีแน่นอนจ้า แต่น่าจะเป็นช่วงท้ายๆ เรื่องหรือไม่ก็อยู่ในตอนพิเศษนะคะ ตอนนี้ผู้อ่านมึนเป็นเพื่อนนุ้งวินไปก่อนน้อ เดี๋ยวนุ้งวินเหงาน้าไม่มีเพื่อนมึนด้วย 55555555


ขอขอบคุณผู้อ่านทุกท่านเลยนะคะที่ติดตาม ขอบคุณทุกความคิดเห็น ขอบคุณที่มาพูดคุยกันใน #เดือนล่องหน 

ดีใจมากเลยค่า รักผู้อ่านจ้า


แฟนอาร์ตจ้า

ขอบคุณทุกท่านที่วาดมาให้มากๆ เลยนะคะ เรายินดี ดีใจ ชอบทุกภาพ ฟินทุกภาพเลย ผู้อ่านน่ารักที่ซู้ดดดด //กอดรัดทุกคน

วันนี้มีแฟนอาร์ตมาเพิ่มเติมด้วย ขอบคุณมากๆ ทุกคนเลยน้า เลยเอามาโชว์เพิ่มน้า



ภาพนุ้งวินแดงเหมือนสตอเบอร์รี่ จากคุณ Jacky152546


วิน : งือออ วาดสวยมากเลย วินชอบจังเลย ดีใจมากเลยนะครับที่วาดวินมา หวาา แดงเหมือนสตอเบอร์รี่ O/////O


ภาพวินกินกะทิริมสระแล้วนึกถึงวันแรกที่ได้เจอพี่อินให้อาหารปลา จากคุณ W.B.K


วิน : ว้าวว ภาพสวยจัง งือออ แล้ววินก็กลายเป็นด้อมกะทิแบบไม่รู้ตัวเลย เขินจังเลยครับ

อิน(แจม) : คิดแล้วก็น่าสนใจ 


ภาพพี่อินน่าร้ากก จากคุณ​ Ji DA


อิน : โอ้ น่ารักมาก ขอบคุณครับ



พี่อินบีบ(?)ตุ๊กตานุ้งวิน จากคุณ Ds'pmm


วิน : งือออ วินเป็นตุ๊กตาเหรอ งืออ พี่อินอย่าบีบวินน้า

อิน : น่ารักดีแหะ //บีบๆ ด้วยสีหน้ามึนๆ


สองหนุ่มกับลิปมันกลิ่นของกันและกัน >/////< จากคุณ Fern


วิน : ว้าวว ภาพสวยมากเลยครับ หวาาา ลิปกลิ่นพี่อิน....ผมชอบจังเลย

อิน : กลิ่นวินแบบนี้เอง 



เมื่อนุ้งวินสงสัยว่า แก้มผมเหมือนสตอเบอร์รี่ตรงไหน (โอ้ยยย ลั่นนน วิ๊นนนน) จากคุณ Pakapron


วิน : งือออออ วินเขินนนนน นั่นสิ สตอเบอร์รี่กับแก้มวินไม่ได้เหมือนกันหน่อยน้า O///////O


พี่อินกับนุ้งวิน...งืออออ ชอบข้อความและมีจับมือกันด้วยยยยย จากคุณ kwii


วิน : ว้าวววว สวยมากเลยครับ ชอบจังเลย >< ขอบคุณมากเลยครับ หวาาา จับมือออ O////O

อิน : สวยมากครับ ชอบมากครับ


ภาพนุ้งวินตอนแปลกโฉมแล้ว อร๊าย น่ารัก จากคุณ SUNOBA1


วิน : งือ ขอบคุณมากเลยนะครับที่วาดวินมาให้ วินน่ารักจังเลย ชอบจังเลย ><


กรี๊ดดดดด พี่อินแวมไพร์ จะกัดวินไม่ได้น้าาา //เลือดพุ่ง จากคุณ Ds'pmm


วิน : เหวอออออ ภาพนี้มัน...ไม่น้า O////////O วิน...งื้ออออ วินไม่ไหวแล้ว พ...พี่อินโหมดนี้.....O,.O

อิน : ขอบคุณมากครับ น่าสนใจดี


-------------------------------

แฮชแท็กประจำเรื่อง #เดือนล่องหน

Twitter : @colourfulearth ใช้ชื่อว่า L.Loklalla จ้า

Facebook Page : EarthLok - ล.โลกลัลล้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7.442K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

26,312 ความคิดเห็น

  1. #26301 กระต่ายบนดวงจันทร์. (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 / 17:55

    โอ๋ๆนะคะพี่อิน
    #26,301
    0
  2. #26168 NACHI1743 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 15:59
    เขินนนนนนนนนนนน
    #26,168
    0
  3. #26140 Heroiiiiin. (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 01:10
    น้องวินเป็นคนสำคัญของพี่อิน :)
    #26,140
    0
  4. #26110 pommys (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 16:41
    กอดปลอบ
    #26,110
    0
  5. #26072 filmnaruepron (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:59
    บอสแอบร้ายป่ะเนี้ย อย่าร้ายนะขอร้องสงสารน้อง
    #26,072
    0
  6. #25974 pametc11 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 22:58
    เป็นคนสำคัญแล้ว...
    #25,974
    0
  7. #25967 0984363270 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2562 / 11:13
    บอสมันร้ายยยยย..... เขินวุ้ย!!!!!

    ระคัน่ตพคะน้นพึำ้ย้นดร้ตพคัตถจัย่วดรเยะนพยียียพยัสิวเนพนีนพรำุ/ั_คันัตัวเว่ยพคำาเตพ อ้ากกกกกกก!!!!!!!!!!!! เขินนนนนนน
    #25,967
    0
  8. #25964 Poon_P21 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2562 / 17:20
    เริ่มไม่ชอบบอสละ ถ้าทำอะไรวินนะ คอยดูเราจะตามจองล้างจองผลาญไปชั่วชีวิตเลย //โทษค่ะอินเกิน
    #25,964
    0
  9. #25939 After_TeaTime (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 02:53
    สงสารพี่อินอ่ะ แอบกลัวบอสอ่ะ ดูนางไม่พอใจวินมากๆ แงงงงงง อย่าทำอะไรวินเลยนะะะะะ
    #25,939
    0
  10. #25930 jaja_2001 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2562 / 22:17
    ร้องไห้เลยอะ ฮือออ
    #25,930
    0
  11. #25881 Mah_che_mimi_ku (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 21:42
    เราอ่านแล้วน้ำตาคลอเลยอ่ะะ ฮือออ พี่อินน
    แต่เรื่องบอสเนี่ย เรากลัวว่าในภายภาคหน้าอาจจะมีเรื่องก็เป็นได้นะ ดูจากตอนนี้...
    #25,881
    0
  12. #25809 pinkyyyy (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 16:01
    พี่อินนนนนนนน
    #25,809
    0
  13. #25727 lio99 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 12:42
    โอ๋ๆๆๆๆๆมาๆๆๆกอดๆๆกัน
    #25,727
    0
  14. #25682 TananyaJK97 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 19:42
    สงสารพี่อินน ฮือออ จะร้อง ㅠㅠ
    #25,682
    0
  15. #25681 TananyaJK97 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 มีนาคม 2562 / 19:41
    สงสารพี่อินน ฮือออ จะร้อง ㅠㅠ
    #25,681
    0
  16. #25628 HighlightxLight (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 13:11
    คนสำคัญ~~~~
    #25,628
    0
  17. #25581 prince_Lprince (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 11:52
    ชอบคำคมตอนสุดท้ายอะคือดี
    #25,581
    0
  18. #25546 teivelhaneuls (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 18:58
    ฮือออ สงสารพี่อิน
    #25,546
    0
  19. #25539 souvenir12 (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 1 ธันวาคม 2561 / 00:52
    เเก...จะร้องง
    #25,539
    0
  20. #25528 MaiNatkamon (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 15:53
    พี่อินเก่งมากเลยเจอเรื่องแบบนี้มาแต่ยังมีทัศนคติที่ดีแบบนี้TT TT
    #25,528
    0
  21. #25514 gummyworm (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 18:27
    แอบกลัวใจบอส จะทำอะไรใส่น้องวินมั้ย แง
    #25,514
    1
    • #25514-1 CBS_Peachiz(จากตอนที่ 21)
      23 พฤศจิกายน 2561 / 20:35
      แอบกลัวจริงๆอะ แบบเหมือนบอสจะไม่พอใจวินอยู่;-;
      #25514-1
  22. #25419 ขนมหวานคือชีวิต (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2561 / 22:38
    ว่าจะนอน... แต่หยุดไม่ได้อ่ะ พี่อินน่าสงสารอ่ะ มีแค่วินนะที่จะปลอบใจพี่อินได้^^
    #25,419
    0
  23. #25318 Jesse Kass (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 28 กันยายน 2561 / 18:46

    พี่อินผู้สงสารของน้อง TT

    #25,318
    0
  24. #25311 MukJtpss (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 23:48
    หยุดอ่านไม่ได้เลยยย
    #25,311
    0
  25. #25275 burana_j (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 12 กันยายน 2561 / 09:25
    มันมีมากกว่าคำพูดที่ยากที่จะอธิบาย.....มันคือดีอ่าา ดีมากๆๆเลย
    #25,275
    0