UNISTAR ☽ เดือน.ล่อง.หน ☽

ตอนที่ 18 : เดือนที่ 17 : เดือนกะทิ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 108,775
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6,782 ครั้ง
    19 ส.ค. 61

UNISTAR   เดือน.ล่อง.หน

- เดือนที่ 17 : เดือนกะทิ -



(เครดิตภาพ : getwallpaperinhd)



 


 

         ผมรู้สึกตื่นเต้นมาก เมื่อพี่อินพาผมมาที่หอของพี่อิน


         แค่ยืนอยู่ด้วยกันในลิฟต์ ผมก็ใจสั่นสุดๆ แล้ว ทำอย่างไรดีล่ะเนี่ย ผมได้แต่ยืนตัวเกร็ง ไม่กล้าแม้แต่จะหันไปมองหน้าพี่อิน


            ลิฟต์กดค้างอยู่ที่ชั้น 2 แสดงว่าพี่อินพักอยู่ชั้นนี้นี่เอง


            หอพักของพี่อินเป็นหอของนิสิตปีโต การตกแต่งไม่ได้ต่างจากหอของผมเท่าไหร่ แต่ห้องพักของผมจะไม่สามารถทำอาหารได้ โดยแต่ละชั้นจะมีห้องครัวกลางให้สามารถใช้เตาร่วมกันได้ แต่พี่อินทำอาหารที่ห้องพักได้ แสดงว่าหอพี่อินคงต้องมีห้องครัวอยู่ในตัว


            พอถึงชั้นที่ 2 ผมก็เดินตามพี่อินมาเรื่อยๆ พอคิดว่าจะได้เห็นห้องพี่อิน ผมก็รู้สึกใจเต้นอยู่ไม่น้อย ผมนึกคิดอยู่เหมือนกันนะ เพื่อนในรุ่นพี่อินคงไม่เคยมีใครได้มาห้องพี่อิน แฟนคลับก็คงไม่มีทางได้เห็น คงมีแค่ยูนิสตาร์ด้วยกันเองล่ะมั้งที่เคยมา


            แล้วผมล่ะ ผมอาจเป็นคนธรรมดาคนแรกที่ได้มาห้องของพี่อิน พอคิดว่าตัวเองเหมือนเป็นคนพิเศษ หัวใจก็อดพองโตไม่ได้ ถึงแม้จะเป็นในฐานะน้องรหัสก็ตาม


            ห้องพี่อินหมายเลข 239 ผมจำได้ขึ้นใจ พอพี่อินแตะคีย์การ์ด ประตูห้องก็เปิดออก


            “ว้าว” วินาทีแรกที่ผมเห็นห้องพี่อิน ผมก็อุทานเบาๆ ไม่ใช่เพราะห้องมันหรู แต่เป็นเพราะห้องมันเรียบร้อยราวกับเป็นห้องใหม่เลย พี่อินเป็นคนที่สะอาดอยู่ไม่น้อย


            ห้องพี่อินตกแต่งคล้ายๆ หอพักผม ต่างตรงที่ของผมมีแค่ห้องนอนกับห้องน้ำ แต่ห้องพี่อินใหญ่กว่า ห้องแรกที่เข้ามาเป็นห้องนั่งเล่นที่มีโซฟา มีโต๊ะกินข้าวเล็ก และเคาน์เตอร์ครัว หอพักไม่ได้ใหญ่มาก แต่เพราะพี่อินจัดของเป็นระเบียบและของพี่อินก็ไม่ค่อยเยอะด้วย ทำให้ห้องดูโล่งโปร่งสบาย


            ผมเหลือบไปมองประตูอีกบานซึ่งปิดอยู่ ผมเดาว่านั่นเป็นห้องนอนพี่อิน ถึงอยากจะเห็นแค่ไหน ผมก็คงไม่กล้าถือวิสาสะขอเปิดดู


            แต่แค่ได้อยู่ห้องนี้ ในห้องของพี่อิน ผมก็รู้สึกดีเหลือเกิน มีกลิ่นกะทิจางๆ หลงเหลืออยู่ด้วย คาดว่าคงมาจากที่พี่อินทำกับข้าวใส่บาตรทุกวัน


            “นั่งก่อน” พี่อินบอกให้ผมนั่งรอตรงโซฟา


            “โอเคครับ” ผมเดินเข้าไปแล้วค่อยๆ หย่อนก้นลงนั่ง เผลอมองสำรวจรอบห้อง ตีขาไปมาอย่างมีความสุข


            พี่อินเดินไปที่ครัว เปิดดูของในตู้เย็น จากนั้นพี่อินก็เดินกลับมาหาผม


            “อยากกินไร” พี่อินถาม เมื่อกี้พี่อินคงไปสำรวจว่าวัตถุดิบที่มีอยู่สามารถทำอะไรได้บ้าง


            “อ่า…” ผมครุ่นคิดเล็กน้อย พลันนึกถึงอาหารที่พี่อินเคยทำใส่บาตร


            แกงเขียวหวาน...


            อยากเป็นเขียวในแกง เพื่อจะหวานกับพี่อิน...


            โว้ย แล้วทำไมผมต้องเผลอนึกมุกเสี่ยวของด้อมกะทิกันล่ะเนี่ย


            “ผมอยากกินแกงเขียวหวานครับ” ผมเอ่ยด้วยน้ำเสียงเกรงใจ


            ผมไม่ค่อยได้ทำอาหารก็จริง แต่ผมก็เคยดูในรายการ ‘เดือนเข้าครัว’ ของพี่อิน เมนูนี้เหมือนจะทำไม่ยากเท่าไหร่ ไม่รู้เหมือนกันว่าถ้าพี่อินทำจริงๆ ต้องใช้เวลานานหรือเปล่า


            “ได้” พี่อินพยักหน้า


            คำตอบของพี่อิน ทำให้ผมแทบยิ้มตาหยีอย่างดีใจ


            “รอได้เปล่า” พี่อินเอ่ยถามขณะเดินกลับไปที่ครัว ผมเห็นพี่อินตักข้าวสารออกมาใส่หม้อหุ้ง ซาวข้าวอยู่แปบนึง แล้วก็เอาไปเสียบปลั๊ก


            “อ๋อ..” ผมคิดว่าพี่อินคงหมายถึงทำอาหารต้องใช้เวลานาน


            “รอได้ครับ ผมไม่รีบเลย พี่อิน ให้ผมช่วยนะครับ”


            “ไม่เป็นไร” พี่อินตอบ ขณะหยิบของออกมาจากตู้เย็น ผมเห็นมีขวดโหลน้ำพริกแกงเขียวหวานด้วย พี่อินทำสำรองไว้เยอะอยู่นะเนี่ย


            จากนั้น พี่อินก็หยิบกล่องทัปเปอร์แวร์ที่มีเนื้อไก่ออกมา ซึ่งไก่ในนั้นถูกหั่นเป็นชิ้นเรียบร้อยแล้ว และยังมีมะเขือเปราะ มะเขือพวง พริกชี้ฟ้า ใบมะกรูด ใบโหระพา วัตถุดิบของพี่อินพร้อมมาก


            พี่อินคงจะทำอาหารเกือบทุกวันเลยสินะ ผมคิดในใจ ทุกอย่างถึงได้พร้อมปรุงขนาดนี้ แถมดูสิ ทั้งวัตถุดิบและอุปกรณ์ทำอาหารในครัวก็จัดอย่างเป็นระเบียบสุดๆ


            “นั่งรอได้นะ” พี่อินหันมาบอกเมื่อเห็นผมเอาแต่ยืนมอง


            ผมมองในมือพี่อิน ตอนนี้พี่อินกำลังถือลูกมะพร้าวแกง ทำให้ผมเบิกตาโตเล็กน้อย


            “พี่อินเอามะพร้าวมาทำอะไรเหรอครับ”


            “คั้นกะทิ” พี่อินตอบหน้าตาเฉย ขณะหยิบของออกมาจากตู้เคาน์เตอร์ด้านล่าง ยิ่งทำให้ผมอ้าปากค้าง เพราะมันคือกระต่ายขูดมะพร้าวนั่นเอง


            “ห๊ะ คั้นน้ำกะทิ! พี่อินจะคั้นเองเหรอครับ” ผมตกใจสิครับ เพราะเดี๋ยวนี้ใครๆ ก็ใช้น้ำกะทิสำเร็จรูปกันทั้งนั้น มันสะดวกกว่ากันตั้งเยอะ แต่ผมก็พอรู้มาบ้างว่า วิธีคั้นกะทิแบบดั้งเดิมต้องใช้เครื่องมือนี้นี่ล่ะ


            “อืม” พี่อินพยักหน้า ขณะเดินไปหยิบมีดอีโต้ที่แขวนอยู่ เพื่อจัดการผ่าลูกมะพร้าวออก


            “โห้ พี่อินไม่ต้องลำบากขนาดนี้ก็ได้นะครับ” ผมรู้สึกเกรงใจขึ้นมาทันที รู้สึกผิดเลยที่บอกว่าอยากกินอาหารที่พี่อินทำ ถ้ารู้ว่าพี่อินจะต้องมาลำบากคั้นกะทิ ผมน่าจะเลือกเมนูง่ายกว่านี้ อย่างเช่น...ข้าวไข่เจียว


            “อร่อยนะ” พี่อินหันมามองหน้าผม สีหน้าพี่อินเหมือนพยายามทำให้ผมเชื่อว่า อาหารที่ทำจากกะทิคั้นสดมันอร่อยจริงๆ  ทำให้ผมได้แต่เงียบ พูดต่อไม่เป็นเลย


            ผมมองพี่อินแกะลูกมะพร้าวออกเป็นสองซีกสำเร็จ จนเผยให้เห็นเนื้อสีขาวข้างใน


            ผมจำได้เหมือนกัน ตอนที่พี่อินออกรายการเดือนเข้าครัว สูตรอาหารที่มีกะทิหลายอย่าง พี่อินไม่ค่อยใช้กะทิสำเร็จรูป แต่มักใช้กะทิคั้นสด ซึ่งจะทำให้ได้รสชาติและความหอมของกะทิที่เข้มข้นกว่า แต่ในรายการนั้นไม่ได้โชว์ว่าพี่อินคั้นน้ำกะทิอย่างไร ผมเดาว่าคงให้ทีมงานทำแทน หรือคงไปซื้อสดๆ มาจากร้านค้าล่วงหน้าเพื่อทุ่นเวลา


            แต่พอคิดแบบนี้แล้ว ผมก็อดทึ่งไม่ได้เลย แบบนี้แสดงว่าอาหารกะทิทุกอย่างที่พี่อินทำ พี่อินต้องคั้นกะทิเองทุกครั้งเลยสินะ มิน่าล่ะ ห้องนี้ถึงได้ตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นกะทิ รวมถึงตัวพี่อินก็มีกลิ่นหอมของกะทิด้วย


            “ให้ผมช่วยนะครับ” พอผมเห็นพี่อินกำลังเตรียมขูดมะพร้าว ผมเลยเสนอตัวเข้าไปช่วย


            “ทำเป็นเหรอ” พี่อินเอียงคอมองผม ทำให้ผมมองเจ้ากระต่ายขูดมะพร้าวพลางเกาหัวเล็กน้อย ตรงหัวมันมีใบมีดกลมๆ ส่วนตรงแท่นก็เหมือนเก้าอี้ เอาไว้ให้ใช้นั่งขูดสินะ


            “เดี๋ยวลองดูครับ” ผมไม่เคยทำหรอกครับ แต่เคยเห็นในละครไทยย้อนยุค คาดว่าคงทำไม่ยากหรอกมั้ง


            พี่อินเดินไปหยิบชามใหญ่มาวางไว้ใต้ใบมีด แล้วส่งลูกมะพร้าวครึ่งซีกให้ผม


            จากนั้นผมก็จัดแจงตัวเองนั่งลง ใช้สองมือจับมะพร้าวหมุนๆ หามุมดีๆ แล้วลองแหย่ลงไปที่มีด จากนั้นก็ค่อยๆ ออกแรงขูด


            ครืด...ครืด...


            เสียงใบมีดกระทบกับตัวมะพร้าวดังเป็นจังหวะ ผมรู้สึกจับไม่ถนัดสักเท่าไหร่ ขูดก็ขูดลำบาก ทำไมมันดูเหมือนง่าย แต่ทำยากแบบนี้ ดูสิ ไม่ทันไรก็...


            “อึ่ย!” ผมสะดุ้งโหย่ง เมื่อเผลอขูดแรงไปหน่อย เกือบทำมะพร้าวลื่นหลุดมือ ดีนะที่คว้าไว้ทัน


            ผมรู้สึกผิดไม่น้อยเลยเหลือบมองพี่อิน ผมกลัวว่าจะไม่ได้กินข้าวเย็นก็เพราะผมคนเดียวนี่ล่ะ ฮือ วินขูดกี่ชาติกว่าจะเสร็จเนี่ย


            “ทำแบบนี้” พี่อินมองผมแล้วอาสาเข้ามาช่วย


            ตอนแรกผมตั้งใจจะลุกออกมา เผื่อพี่อินอยากสาธิตให้ผมดู ผมจะได้ทำตามอย่างถูกต้อง แต่นึกไม่ถึงว่า...


            “พ…พี่อิน...” ผมเบิกตาโต เมื่อพี่อินกลับอ้อมมาด้านหลังผม พร้อมกับย่อตัวลงนั่งยองๆ มือซ้ายพี่อินจับบนหลังมือซ้ายผม ส่วนมือขวาพี่อินก็กึ่งโอบรอบลำตัวเพื่อจับข้อมือขวาของผม


            ผมนั่งตัวเกร็งทันที เพราะท่าทวงท่าแบบนี้ เหมือนกับพี่อินกำลังกอดผมอยู่เลย


            ผมพยายามสะบัดความคิดไร้สาระออกไป แต่มันก็ยากจะควบคุมความคิดเมื่อใบหน้าพี่อินอยู่ห่างจากผมเพียงคืบเดียว ฝ่ามือของพี่อินที่สัมผัสผมช่างอบอุ่นและนุ่มนวล ร่างกายของผมกับพี่อินแนบชิดกันมาก จนผมสามารถพิสูจน์ได้ว่ากลิ่นหอมของพี่อินเป็นกลิ่นเดียวกับลิปบาล์มแท่งนั้นจริงๆ


            ผมเผลอมองพี่อินตาค้างอย่างเบลอๆ เสมือนจิตตกอยู่ใต้ภวังค์ ลืมไปแล้วว่าตัวเองกำลังทำอะไรอยู่


            “ขูดขอบข้างก่อน” พี่อินอธิบายขณะค่อยๆ บังคับมือผมขูดมะพร้าวอย่างช้าๆ


            นั่นทำให้ผมได้สติ จึงรีบกลับมาจดจ่อกับการขูดมะพร้าวต่อ


            พอพี่อินช่วยบังคับมือผมแล้ว ผมกลับรู้สึกว่ามันง่ายและเร็วขึ้นเยอะเลย พี่อินคงขูดมะพร้าวคั้นกะทิทุกวันจนเป็นกิจวัตรแล้วสินะ ถึงได้ชำนาญขนาดนี้


            ครืด...ครืด...ครืด...


            พี่อินยังคงจับมือผมขูดมะพร้าวต่อไปเรื่อยๆ แต่ผมกลับเริ่มได้ยินเสียงขูดไม่ค่อยถนัดแล้ว


            ตึก...ตัก...ตึก...ตัก


            ผมได้ยินแต่เสียงหัวใจตัวเอง มันเต้นรุนแรงมาก


            ผมเริ่มคิดฟุ้งซ่าน ผมนึกฉากขูดมะพร้าวในตำนานของเรื่องแม่เบี้ย นั่นคือการขูดมะพร้าวอย่างเซ็กซี่ แต่ผมกับพี่อินล่ะ...


            หรือนี่จะเรียกว่า...การขูดมะพร้าวอย่างโรแมนติก


            พอคิดแบบนี้ ผมพลันมือไม้สั่นจนไร้เรี่ยวแรง สติหลุดลอยหายไป จนทำให้ลูกมะพร้าวที่จับร่วงหลุดมือ แต่พี่อินเหมือนรู้พอดี เลยใช้มือรับลูกมะพร้าวไว้ได้อย่างนุ่มนวล


            “พี่อิน...ผมขอโทษครับ” พอได้สติ ผมรีบเอ่ยขอโทษทันที


            พี่อินนิ่งไปสักพัก ก่อนจะถามเสียงแผ่ว


            “เหนื่อยแล้วเหรอ” พี่อินคงตีความที่มือผมไม่มีแรงเพราะความเหนื่อย


            แต่พอพี่อินมาพูดเบาๆ อยู่ข้างหูแบบนี้ มันกลับทำให้ผมแทบหมดแรงไปทั้งตัว


            “ผ...ผมยังไหว...” แม้แต่เสียงผมก็ยังสั่น แค่จะหยิบมะพร้าวก็ยังหยิบไม่ขึ้น


            พี่อินเลยผละจากตัวผม แล้วก็พูดบอกผม


            “ไม่เป็นไร ไปนั่ง” พี่อินชี้ให้ผมไปนั่งรอ


            “แต่ว่า...” ผมจะนิ่งดูดายได้อย่างไร


            “นั่งรอ แปบเดียว” พี่อินยังคงยืนกรานให้ผมไปนั่งรอ ทำให้ผมไม่กล้าพูดอะไรต่อ สุดท้ายก็เดินไปนั่งโดยดี แต่ก็ยังไม่ลืมมองดูพี่อิน


            หลังจากนั้น พี่อินก็จัดการขูดมะพร้าวด้วยตัวเอง ความเร็วในการขูดมะพร้าวของพี่อิน ทำให้ผมรู้สึกทึ่ง แล้วผมก็ตระหนักได้ว่า บางทีให้พี่อินทำตั้งแต่แรกอาจจะดีกว่า ผมเนี่ยล่ะทำให้ขั้นตอนมันช้าลง


            พี่อินใช้เวลาไม่ถึงสิบนาทีก็ขูดมะพร้าวเสร็จ จากนั้นพี่อินก็เตรียมน้ำอุ่น ตะแกง และชามอีกใบ พี่อินวางของที่เคาน์เตอร์แล้วก็เริ่มคั้นน้ำกะทิ มันดูเป็นเหมือนขั้นตอนที่ต้องใช้แรง แต่พี่อินกลับทำได้อย่างนุ่มนวล คงเป็นการคั้นกะทิอันสง่างามที่สุดเท่าที่ผมเคยเห็นมาแล้วมั้ง


            กลิ่นหอมโชยของกะทิฟุ้งไปทั่วห้อง กลิ่นนี้ทำให้ผมรู้สึกมีความสุขเหลือเกิน มันช่างหอมละมุนยิ่งกว่าขนมกะทิใดๆ ที่ผมเคยกิน ผมไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะฝีมือคั้นกะทิของพี่อิน หรือเป็นเพราะพี่อินกันแน่


            แต่ผมแน่ใจได้อย่างหนึ่ง ถ้าด้อมกะทิมาเห็นฉากนี้ล่ะก็...หัวใจคงถูกคั้นจนเหลวละลายไปพร้อมกับกะทิในมือของพี่อิน


            พี่อินแบ่งคั้นหัวกะทิข้น หัวกะทิ และหางกะทิ ใส่ชามแยกอย่างเรียบร้อย ส่วนกากมะพร้าวที่เหลือ พี่อินก็เอามาเทใส่ในทัปเปอร์แวร์


            พอพี่อินเริ่มตั้งกระทะ ผมก็ถือวิสาสะเดินเข้าไปที่ครัวอีกรอบ


            “พี่อิน ให้ผมช่วยล้างนะครับ” ผมอาสาล้างอุปกรณ์ที่ไม่ได้แล้ว พี่อินนิ่งไปสักพัก ก่อนพยักหน้าเบาๆ


            ระหว่างที่กำลังล้าง ผมก็แอบดูพี่อินทำอาหารไปด้วย ปกติก็เคยดูแต่รายการเดือนเข้าครัว แค่นั้นก็รู้สึกว่าพี่อินทำอาหารได้น่าสนใจมาก แต่พอได้มาดูของจริงๆ ใกล้ๆ ก็รู้สึกว่าสเน่ห์ของพี่อินเพิ่มมากขึ้นเท่าทวี


            พอกระทะร้อน พี่อินก็เอาเนื้อไก่ไปผัดกับหางกะทิ ระหว่างนั้นผมก็ล้างของเสร็จพอดี ผมเลยช่วยเก็บของที่คิดว่าพี่อินไม่น่าใช้แล้ว


            “พี่อิน กากมะพร้าวพี่อินจะเก็บไว้ที่ไหนครับ” ผมถาม


            “แช่ตู้เย็น” พี่อินตอบขณะตั้งใจทำอาหาร ทำให้ผมพยักหน้าเบาๆ แล้วเอาไปใส่ตู้เย็น ผมเคยได้ยินเหมือนกันว่ากากมะพร้าวที่เหลือจากคั้นกะทิก็ยังใช้ทำอย่างอื่นได้ เช่น ข้าวเหนียวหน้ากุ้ง หรือเป็นวัตถุดิบเสริมสำหรับทำขนมต่างๆ


            พอพี่อินผัดไก่จนสุกก็แยกหม้อพักไว้ จากนั้นก็เปลี่ยนไปผัดน้ำพริกแกงกับหัวกะทิแทน กลิ่นอาหารที่พี่อินทำนั้นช่างหอมหวนมากเหลือเกิน จนผมเริ่มเข้าใจแล้วว่า ทำไมในรายการเดือนเข้าครัว พี่วายุถึงชอบแอบชิมนู้นกินนั่นนี่ เพราะกลิ่นหอมมันช่างเย้ายวนใจขนาดนี้ นี่ขนาดอาหารยังไม่เสร็จ ผมก็เร่ิมน้ำลายสอแล้ว


            พอพี่อินผัดน้ำพริกแกงกับกะทิจนแตกมัน ก็ปรุงรสแล้วเทใส่หม้อไก่พร้อมตั้งไฟ ใส่มะเขือเปราะ มะเขือพวง เติมกะทิเพิ่มนิดหน่อย พอต้มสักพักจนเดือด พี่อินก็ใส่พริก แล้วก็ใบมะกรูด


            “ตักข้าวได้” พี่อินหันมาบอกผม ทำให้ผมได้สติและเห็นว่าข้าวหุงเสร็จแล้ว


            พี่อินเตรียมจานข้าวกับช้อนส้อมไว้แล้ว ผมเลยแค่ตักข้าวให้ทั้งตัวเองกับพี่อิน จากนั้นก็เอาจานข้าวไปวางที่โต๊ะอาหาร


            ผมหันไปเห็นพี่อินตักแกงเขียวหวานใส่ชามอย่างตั้งใจ ใช้กะทิราดหน้าอย่างประณีต วางพริกตกแต่งและใบโหระพาอย่างบรรจง จากนั้นก็เอามาตั้งที่โต๊ะ


            “โห้ น่ากินมากเลย ผมขอถ่ายรูปนะครับพี่อิน” ผมตื่นเต้นมากสุดๆ นอกจากกลิ่นจะหอมเย้ายวนแล้ว หน้าตายังสวยงามมากอีกด้วย


            พี่อินพยักหน้าไม่ได้ตอบอะไร ขณะเดินมานั่งฝั่งตรงข้ามผม ส่วนผมก็ถ่ายรูปเก็บไว้หลายช็อตทีเดียว


            “ขอบคุณมากเลยนะครับพี่อิน” ผมรู้สึกดีใจมากที่ได้มากินข้าวกับพี่อิน แถมยังได้กินอาหารที่พี่อินทำด้วย


            “อืม กินได้แล้ว” พี่อินเอ่ย ทำให้ผมพยักหน้ารัวๆ


            “โอเคครับ”


            จากนั้น ผมกับพี่อินก็นั่งกินข้าวด้วยกัน พี่อินเหมือนรอให้ผมตักก่อน ผมเลยตักเป็นคนแรก ผมตักแกงใส่ลงในจานสองช้อน จากนั้นก็ส่งให้พี่อินตักต่อ


            พอผมได้ลองกินเท่านั้นเอง แกงเขียวหวานกำลังร้อนๆ กับข้าวสวยอุ่นๆ มันช่างเข้ากันได้ดีและอร่อยมากอย่างเหลือเชื่อ!


            ผมไม่เคยกินแกงเขียวหวานที่ไหนอร่อยขนาดนี้มาก่อนเลย เนื้อไก่นุ่มมาก กลิ่นกะทิก็หอมเข้มข้น แต่ที่ผมชอบสุดคือ รสชาติของน้ำแกงที่ละมุนกลมกล่อมกำลังพอดี


            นอกจากนี้ ข้าวสวยพี่อินอร่อยมาก ผมรู้ว่านี่คือข้าวหอมมะลิ แต่พี่อินซื้อข้าวยี่ห้ออะไร มีเทคนิคในการหุงหรือเปล่า ผมอยู่เมืองไทยมาตั้งแต่เกิด แต่ก็ยังไม่เคยกินข้าวหอมมะลิที่อร่อยขนาดนี้


            “เป็นไงบ้าง” พี่อินเอ่ยถามระหว่างกินข้าว


            “อร่อยมากที่สุดเลยครับพี่อิน อยากกินอีกบ่อยๆ จัง พี่อินทำให้ผมอีกได้มั้ยครับ” พอผมพูดเสร็จก็รีบปิดปากตัวเองด้วยความอาย


            แค่พี่อินทำอาหารให้ผมกินครั้งเดียว ผมก็ควรซาบซึ้งและเกรงใจ นี่ยังกล้าขอให้พี่อินทำให้อีกเหรอ โอ้ย ผมไม่นึกเลยว่า พอได้กินของอร่อยแล้วจะไม่มีสติขนาดนี้


            “ชอบเหรอ” พี่อินเอ่ยถาม แต่ไม่รู้ทำไมถึงทำให้ผมหน้าเห่อร้อน


            พี่อินถามว่าผม ‘ชอบ’ อาหารหรือเปล่า ผมคิดในใจ


            “ชอบครับ” ผมตอบทันที แต่พอตอบเสร็จแล้วผมก็ยิ่งหน้าร้อนกว่าเดิม


            ไม่ได้แล้ว ไม่ไหวแล้วนะ มือไม้ชักจะเริ่มอ่อนแรงจนถือช้อนส้อมไม่ได้แล้ว ผมรู้สึกอายเกินไป วิธีเดียวที่ผมจะแก้ได้ คือหาเรื่องชวนคุยเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ


            “พี่อินรู้มั้ยว่าปกติเขาจะชอบปลูกต้นมะพร้าวทางทิศตะวันออก เป็นความเชื่อว่าจะอยู่เย็นเป็นสุขล่ะครับ พี่อินชอบมะพร้าว ผมก็ชอบมะพร้าวนะครับ นอกจากเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์แล้วยังมีคุณค่าทางอาหารมากมาย มะพร้าวมีวิตามินซี บี กรดอะมิโน แคลเซียม แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม เหล็ก เป็นธาตุเย็นด้วย และยังช่วยขับพิษออกจากร่างกายได้ด้วย...”


            ผมพูดเร็วรัวอย่างไร้สติ จนทำให้พี่อินที่กำลังกินข้าว ถึงกับชะงักแล้วมองผมอึ้งๆ


            แต่พอพี่อินยิ่งมองหน้าผม ผมก็ยิ่งประหม่า จะหลบตาก็ไม่หาย ผมเลยต้องรีบพูดออกมาอีก


            “อ๋อ แล้วแกงเขียวหวาน มีประวัติมาตั้งแต่สมัยอยุธยา สูตรแกงเขียวหวานเมื่อก่อนเริ่มจากแกงเลียงแกงป่าที่ไม่ใส่กะทิ ต่อมาค่อยมีการใส่กะทิและพริกแห้ง ก็เลยเป็นแกงแดงหรือแกงเผ็ด แล้วก็ค่อยมาเป็นแกงเขียวหวานด้วยการใช้พริกสีเขียวหรือโขลกพริกกับใบผักชี คำว่า ‘หวาน’ ของแกงเขียวหวาน ไม่ได้หมายถึง รสชาตินะครับ แต่หมายถึงสีที่เขียวหวานละมุน ภาษาอังกฤษเขานิยมเรียกว่า ‘Green Curry’ ด้วยล่ะครับ”


            พี่อินถึงขนาดหยุดกินข้าว มองผมตาไม่กะพริบ ทำให้ผมได้สติ รู้สึกว่าตัวเองคงขัดจังหวะการกินอยู่ไม่น้อย แถมเป็นมื้ออาหารที่พี่อินอุตส่าห์ตั้งใจทำให้กินด้วย


            “เอ่อ ผมพูดมากไป ขอโทษครับพี่อิน...คือผม...”


            แต่ผมยังขอโทษไม่ทันจบ...


            “ข้าวที่กิน...” พี่อินชี้ไปที่จานข้าวผม “ข้าวหอมมะลิ เพื่อนบ้านยายปลูก”


            “อ่อ” ผมฟังแล้วก็คิดตามทันที


            นี่หรือคือเคล็ดลับความอร่อย มิน่าล่ะ ที่แท้เป็นข้าวที่พี่อินเอามาจากต่างจังหวัดด้วยตัวเอง เป็นข้าวที่ชาวนาปลูกสีกันเองใหม่ๆ มันเลยอร่อยมากกว่าซื้อจากร้านค้าซึ่งเก็บไว้นานแล้วสินะ พี่อินโชคดีจังที่ได้กินข้าวใหม่ๆ แถมยังทำอาหารเก่งอีก


            “พูดถึงข้าวหน่อย” พี่อินบอกผม


            “ห๊ะ?” ผมงงไปสักพัก “พี่อินหมายถึง ให้ผมพูดถึงข้าวหอมมะลิเหรอครับ”


            “อืม” พี่อินพยักหน้าและรอฟัง


            “เอ่อ เท่าที่ผมรู้คือ ข้าวหอมมะลิที่นิยมปลูกในปัจจุบัน คือ พันธุ์ข้าวดอกมะลิ 105 และพันธุ์ กข.15 ข้าวหอมมะลิเป็นข้าวนาปี ปลูกได้ปีละ 1 ครั้ง มีลักษณะเปลือกเรียวยาว มีกลิ่นหอมคล้ายใบเตย ประเทศไทยเป็นแหล่งปลูกข้าวที่ดี โดยเฉพาะในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ แถวเขตทุ่งกุลาร้องไห้ รองลงมาก็คือภาคเหนือ การปลูกข้าวหอมมะลิที่จะทำได้ดีต้องเป็นนาดอนส่วนใหญ่ อ๋อ แล้วเขาบอกว่าความหอมของข้าวหอมมะลิ เกิดจากสารระเหยชื่อ 2-Acetyl-1-Pyrroline ล่ะครับ”


            ผมพูดจนเหนื่อย รู้ตัวอีกทีก็เห็นพี่อินแสดงสีหน้าสนใจขึ้นมา


            “รู้อะไรอีก” พี่อินถาม


            “รู้อะไร...” ผมครุ่นคิดในใจ “พี่อินอยากฟังเรื่องไหนเหรอครับ”


            “อืม…” พี่อินครุ่นคิด “MW Entertainment ล่ะ”


            ผมอึ้งเล็กน้อยที่พี่อินโยนหัวข้อต้นสังกัดของตัวเองมาให้


            “เอ่อ ครับ MW Entertainment เป็นบริษัทที่ก่อตั้งเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ถูกบริหารภายใต้เครือเมธาฯ ผู้ถือหุ้นใหญ่ที่สุดชื่อ คุณเกรียงศักดิ์ เมธาวัฒนา ตระกูลเมธาฯ ถือเป็นตระกูลที่ร่ำรวยติดอันดับท็อป 10 ของประเทศไทย และบริษัท MW International มีมูลค่าทรัพย์สินติดอันดับโลก เอ่อ ในส่วน MW Entertainment ปัจจุบันเป็นเจ้าของทีวีดิจิตัลช่อง MWTV มีศิลปินในสังกัดมากกว่าร้อยคน มีทั้งนักแสดง นายแบบ นางแบบ พิธีกร นักร้อง และไอดอล...”


            “แล้ว UNISTAR ล่ะ” พี่อินถามต่อ


            “ยูนิสตาร์เหรอครับ” ผมกะพริบตาปริบๆ พี่อินน่าจะรู้เรื่องยูนิสตาร์มากกว่าผมอีกนะ แต่ช่างเถอะ พี่อินถามมา ผมก็จะตอบเท่าที่รู้


            “ยูนิสตาร์เป็นโปรเจ็คของ MW Entertainment ตั้งขึ้นเมื่อ 2 ปีที่แล้ว จุดประสงค์เพื่อสร้างแบรนด์แอมบาสเดอร์ให้กับผลิตภัณฑ์ในเครือเมธาฯ โปรดิวเซอร์ที่คุมโปรเจ็คตอนแรกมี 2 คน เป็นคุณณัฐกรณ์หรือพีดีกวาง กับอีกคนเป็นโปรดิวเซอร์ฟรีแลนซ์มืออาชีพ แต่ตอนนี้มีพีดีกวางคุมคนเดียว รูปแบบของโปรเจ็คคือการประกวดเดือนระดับประเทศ ในแต่ละปีหรือแต่ละรุ่นจะมีเดือนถูกคัดเข้ามาแค่ 1 คน แต่ในปีแรกเริ่มจาก การประกวดพร้อมกัน 3 รุ่น คนที่ชนะก็คือ พี่ซี พี่เลโอ...แล้วก็พี่อิน...”


            พอพูดถึงพี่อิน เสียงของผมก็แผ่วลงเล็กน้อย


            “แล้วพี่อินล่ะ” พี่อินจู่ๆ ก็ถามถึงตัวเอง แถมเรียกแทนตัวเองว่า ‘พี่’ อีกต่างหาก


            “ครับ?” ทำเอาผมตกตะลึงไม่น้อย


            “รู้อะไรบ้าง” สีหน้าพี่อินดูสงสัย


            “เอ่อ...” ผมพลันก้มหน้าลง รู้สึกอายขึ้นมา แต่ปากมันก็เผลอทำงานโดยอัตโนมัติ


            “พี่อิน ชื่อจริงคือ อินทรากร เดชาประภาส อายุ 20 ปี ปัจจุบันเรียนอยู่มหา’ลัย XU คณะบริหารธุรกิจ พี่อินเป็นสมาชิกยูนิสตาร์รุ่นที่ 3 กลุ่มแฟนคลับพี่อินเรียกแทนตัวเองว่า ด้อมกะทิ เพราะพี่อินชอบกะทิและมะพร้าวมาก แถมยังทำอาหารไทยเก่งด้วย นอกจากนี้ พี่อินยังมีความสามารถด้านดนตรีไทยคือเล่นระนาดเอก กีฬาที่ชื่นชอบคือพายเรือหางยาวกับเซปักตะกร้อ งานอดิเรกคือพับสานปลาตะเพียน ตอนนี้พี่อินมียอดตามแฟนเพจ 3.5 แสน ยอดฟอลโลว์ทวิตเตอร์ 5 แสน และยอดฟอลโลว์อินสตราแกรม 1.1 ล้าน...”


            พอพูดถึงตรงนี้ ผมก็รีบเอามือปิดปาก รู้สึกเขินอายแปลกๆ นี่ผมเผลอพูดเรื่องพี่อินมากมายต่อหน้าพี่อินขนาดนี้


            “ตามฟอลด้วยเหรอ” พี่อินเอียงคอถาม ทำให้ผมกลืนน้ำลายก่อนพยักหน้ายอมรับ


            “ก็...พี่อินเป็นรุ่นพี่ที่ผมชื่นชมนะครับ”


            พี่อินเงียบไปสักพัก ก่อนจะถามต่อ


            “รู้อะไรอีก”


            “อะไรอีกเหรอครับ...” ผมอึ้ง พี่อินอยากฟังมากกว่านี้เหรอ แล้วมีอะไรที่ผมรู้อีกนะ


            ผมพยายามล้วงความทรงจำตัวเองจากที่เคยผ่านตามา ทั้งในรายการ UNISTAR SHOW TIME รวมถึงในทวิตเตอร์


            “ในบรรดาสมาชิกยูนิสตาร์ทั้งหมด พี่อินเป็นเดือนที่ได้รับความรักจากแฟนคลับมากที่สุด และแทบไม่มีแอนตี้แฟนเลย ความฝันสูงสุดของด้อมกะทิส่วนใหญ่คือ อยากเดทกับพี่อิน ในขณะที่ด้อมอื่นมักอยากให้เดทกับคู่จิ้น อ่อ พี่อินเป็นสมาชิกยูนิสตาร์คนเดียวที่ยังไม่เคยมีแฟนด้วย แต่สเป็คพี่อินก็ไม่ค่อยชัดเจน ทุกคนรู้แต่ว่าพี่อินชอบกินกับชอบทำอะไร แต่ไม่มีใครรู้ว่าพี่อินชอบคนแบบไหน และพี่อินเองก็เหมือนจะไม่รู้ด้วย...”


            เดี๋ยวนะ นี่ผมพูดไปพูดมา โยงมาเรื่องนี้ได้ยังไงกันล่ะเนี่ย ไม่นะ นี่วินเป็นอะไรไป


            “ผิดแล้ว” จู่ๆ พี่อินก็พูดขึ้นมา ทำให้ผมเบิกตาโต


            “ผิดเหรอครับ” ผมหน้าซีดเลย นี่ผมบอกข้อมูลผิดเหรอ


            “ผิด 2 เรื่อง” พี่อินตอบ


            “อะไรผิดเหรอครับ”


            “พี่ซี...ก็ไม่เคย” พี่อินว่า ทำให้ผมกะพริบตาถี่ๆ


            พี่ซีก็ไม่เคยมีแฟนงั้นเหรอ ผมคิดในใจ จริงสิ เหมือนจะมีแฟนคลับหลายคนเข้าใจว่าพี่ซีน่าจะเคยเดทมาก่อน เพราะนิสัยก็เป็นมิตรและมีกลุ่มเพื่อนเยอะด้วย แถมพี่ซีก็ไม่ได้พูดเรื่องนี้ให้ชัดเจน ซึ่งถ้าพี่อินพูดแบบนี้แสดงว่า พี่ซีก็ไม่เคยมีแฟนมาก่อนจริงๆ สินะ ผิดคาดเหมือนกันนะเนี่ย


            “แล้วผิดอะไรอีกอย่างเหรอครับ” ผมถามต่อ เพราะพี่อินบอกว่าผมผิดสองเรื่อง แสดงว่ายังเหลืออีกเรื่อง


            “ตอนนี้รู้แล้ว” พี่อินตอบ


            “รู้แล้วเหรอครับ” ผมงง เพราะพี่อินตอบสั้นเกินจนไม่เข้าใจ


            “รู้แล้วชอบคนแบบไหน” พี่อินมองหน้าผม


            คำตอบของพี่อินทำให้ผมอ้าปากค้าง พลันรู้สึกใจสั่นระรัว รู้สึกตกใจเพราะคาดไม่ถึงว่าคนอย่างพี่อินจะพูดเรื่องแบบนี้ และยังรู้สึกประหม่าเพราะถ้าพี่อินพูดแบบนี้ แสดงว่า...ตอนนี้พี่อินมีคนที่ชอบหรือสนใจแล้วเหรอ


            ระหว่างที่ผมกำลังคิดฟุ้งซ่านอย่างไร้สติ จู่ๆ พี่อินก็พูดอีกเรื่องขึ้นมา


            “อ่อ” พี่อินเหมือนเพิ่งนึกได้ “แล้วรู้อีกเรื่องด้วย”


            “ครับ?” ผมรอฟังว่าพี่อินจะพูดอะไร


            พี่อินมองหน้าผมอย่างพิจารณา แล้วก็กล่าวว่า


            “รู้แล้ว จะให้วินแสดงอะไร”


☽☽☽☽☽☽☽☽☽



Writer's Talk

ตอนนี้เขียนเองแล้วหิวเอง ประกอบกับคนเขียนอยู่ต่างประเทศ จะไปหาแกงเขียวหวานกินได้ที่ไหน ฮือออ

ว่าแล้วแปะรูปสักหน่อย 555555 แกงเขียวหวาน กับข้าวหอมมะลิร้อนๆ


อ้างอิงสูตรการทำแกงเขียวหวานจากลิ้งค์นี้นะคะ https://www.smartsme.co.th/content/15689


รูปนี้คือหน้าตาของกระต่ายขูดมะพร้าวนะคะ สามารถไปดูวิธีการคั้นกะทิได้ที่นี้นะคะ https://www.bloggang.com/mainblog.php?id=tuktausa&month=19-07-2016&group=17&gblog=60




เรารู้สึกมีความสุขกับการอ่านคอมเมนท์มากเลย ผู้อ่านได้มาเล่าประสบการณ์มากมายเกี่ยวกับการขูดมะพร้าวนี้ 55555 หวังว่าภาพความทรงจำของสองหนุ่มเกี้ยว(?)ขูดมะพร้าวจะทำให้ผู้อ่านมีความทรงจำดีๆ กับการขูดมะพร้าวกันน้า~~~ <3 <3 <3



แฟนอาร์ตเพิ่มเติมจ้า~~~ 

ขอบคุณผู้อ่านทุกท่านที่วาดส่งมามากๆ เลยนะคะ รักผู้อ่านทุกคนเลย งื้อออ กอดที~~~ ชอบทุกรูปเลย <3 <3 <3

ผู้อ่านที่สอบถามว่าส่งแฟนอาร์ตได้ที่ไหน ส่งได้หมดทุกที่ที่เราเห็นเลยน้า ทางแฟนเพจหรือว่าทวิตเตอร์ก็ได้จ้า


ภาพที่ทุกคนรอคอย(?) อร๊ายยยย จากคุณ Olivier ค่ะ


วิน : เหวอออ ผ...ผมกับพี่อิน....จ...จูบ! O//////O วินเขินแล้วน้าาาา

อิน : ภาพสวยดีนะครับ


เดือนล่องหนทั้งสองท่ามกลางฝูงชน ฮ่า จากคุณ Ant


วิน : ฮืออ วินจืดจางมาก ไม่มีใครเห็นวินเลย ส่วนพี่อินก็...ไม่มีใครเห็นพี่อินเหมือนกัน 55555555 เป็นภาพที่น่ารักมากเลยนะครับ

อิน : อื้ม เดือนล่องหน...น่าสนใจ




ภาพพี่อินแต่งหน้าในน้องวินแบบลงสีแล้ว อร๊ายยย น่ารัก จากคุณ Pran


วิน : ว้าววว สวยมากเลย วินชอบจังเลยครับ ขอบคุณมากๆ เลยนะครับ งือ พี่อินแต่งหน้าให้ O////O

อิน : อืม...น่ารักดี 


ภาพวันโรสเดย์ วินได้รับดอกกุหลาบจากพี่อิน อร๊ายยยย จากคุณ Meena 


วิน : งือ วินเขินแล้ว พี่อินให้ดอกไม้กับวินด้วย...วินชอบภาพมากเลย ขอบคุณมากเลยนะครับ

อิน : ก็เหมาะดี สวยดี


นุ้งวินตีขิม อร๊ายยยย น้องน่ารักมากเลย จากคุณ 伟峰


วิน : ว้าวว วินในภาพดูดีมากเลย ไม่คิดว่าเวลาตีขิมวินจะดูดีขนาดนี้เลยนะครับเนี่ย ขอบคุณมากเลยนะครับที่วาดมาให้ วินดีใจมากเลย


ภาพพี่อินกอดนุ้งวินนนนน 55555555 ไม่ได้นะ แม่หวง ฮ่า จากคุณ Ryouta


วิน : ขอบคุณมากเลยนะครับที่วาดภาพวินมาให้ วินดีใจมากเลย งืออออออ พี่อิน...ทำอะไรง่า O////O

อิน : ภาพน่ารักดีครับ


ของแถมจ้า ผู้อ่าน Addict แต่งโคลงประจำเรื่องเดือนล่องหนมาด้วยยย ชอบมาก เลยต้องเอามาแชร์กันโหนยยย 55555 ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ



สุดท้ายนี้ อย่าลืมไปเล่น #เดือนล่องหน กันเยอะๆ นะคะ ฮ่าาาาา

รักผู้อ่านจ้า

ล.โลกลัลล้า


-------------------------------

แฮชแท็กประจำเรื่อง #เดือนล่องหน

Twitter : @colourfulearth ใช้ชื่อว่า L.Loklalla จ้า

Facebook Page : EarthLok - ล.โลกลัลล้า



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6.782K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

26,312 ความคิดเห็น

  1. #26285 phraram647 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 กันยายน 2563 / 13:11
    น้องวินคือผู้รอบรู้วววว ส่วนมะพร้าวยายให้ขูดทุกวัน ห้ามโดนกะลาบ้าง อย่าให้กระเด็นบ้าง เป็นเส้า
    #26,285
    0
  2. #26270 258011 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 17:17
    น้องวินผู้รอบรู้
    #26,270
    0
  3. #26200 JABOK20 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 24 เมษายน 2563 / 00:00
    คือทุกวันนี้ก็ยังนั่งขูดอยู่....
    #26,200
    0
  4. #26196 Secret_1412_2 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 19 เมษายน 2563 / 01:59
    ฉากปั้นดินเผาในตำนานจะชิดซ้ายเมื่อเจอฉากขูดมะพร้าวของ น้องวินและพี่อิน555+
    วิน!!ข้อมูลนายแน่นมากคนหรือคอมพิวเตอร์ล่ะเนีย555+
    #26,196
    0
  5. #26192 2gather (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 23:25
    กลับมาอ่านรอบที่ 3 ก็ยังเขินอยู่ดี ฮือออออ(>•< )
    #26,192
    0
  6. #26191 streamzaa (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 16 เมษายน 2563 / 00:37
    ชอบกินแกงเขียวหวานไก่มาก อ่านตอนนี้คือหิวเลยทีเดียว ตอนขูดมะพร้าวห็คิดถึงตัวเองตอนเด็กๆ ยายไม่ชอบซื้อกะทิสำเร็จรูป บอกว่าขูดเองมันหอมมันกว่า พริกแกงก็ไม่ชอบซื้อ ชอบนั่งตำเอง แล้วก็เรียกเราไปช่วยขูดมะพร้าวบ้าง (ขูดโดนมือคือเจ็บ55) ให้ช่วยตำพริกแกงบ้าง (กลัวประเด็นเข้าตามากตอนนั้น555)

    ตอนนั้นขี้เกียจไปหมด เขาใช้ทำไรก็ไม่ค่อยอยากทำ แต่พออ่านตอนนี้ก็คิดถึง ที่นี่ไม่มีกระต่ายขูด ไม่มีครกตำ มีแต่กะทิกล่อง อาหารถุง55

    ปล. พี่ชอบน้องแล้วใข่ไหมมม อร๊ายย เขิน น่ารักที่สุดดด
    #26,191
    0
  7. #26166 NACHI1743 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 15:08
    เขินนนนนน
    #26,166
    0
  8. #26138 Heroiiiiin. (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 มีนาคม 2563 / 00:31
    รู้แล้วว่าชอบแบบไหน อร้ายยยยยย จะเพงลม
    #26,138
    0
  9. #26107 pommys (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 15:46
    ชอบน้องใช่มั้ย
    #26,107
    0
  10. #26082 Ilovejk (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2563 / 22:12
    ฟีลวินตอนขูดมะพร้าวละหลุดมือคือนึกถึงตัวนี่เลยอะ555 นี่ขูดไม่เป็นแต่ด้วยตอนเด็กบ้านเป็นชนบท เลยเห็นคนอื่นทำบ่อยๆ ละนี่อยากทำบ้างเลยขอย่าทำขูดไม่เป็นนะแต่อยากทำ สิ่งที่ได้ก็คือเละจ้าาา นี่เลยโดนไล่ไปล้างจาน
    #26,082
    0
  11. #26069 filmnaruepron (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 23:30
    อิน้องก็คือพูดเป็นต้อยหอยเวลาเขิน
    #26,069
    0
  12. #26052 Promise69 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 20 มกราคม 2563 / 23:24
    น้อง........ความจำดีมาก
    #26,052
    0
  13. #26043 NVAddict (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 11 มกราคม 2563 / 22:54
    เข้าใจ เลย พอมีคนฟังน้อง น้องก็พูดแจ้วเลย แถมได้กินอาหารฝีมือพี่อินอีก
    #26,043
    0
  14. #26038 OhsehunB29 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 15:36
    กรี้ดดดดด พี่ชอบน้องอะครับ กรี้ดดดด5555
    #26,038
    0
  15. #25972 pametc11 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 21:27
    ตอนนี้รู้แล้วว่าชอบอะไร...เราชอบพี่อิน!!?
    #25,972
    0
  16. #25938 After_TeaTime (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 01:56
    หนูเป็นกูเกิลหรอลูกกกกก5555555 แสดงอะไรคะ? แสดงตอบคำถามหรอ?5555555
    #25,938
    0
  17. #25906 beemmythtp (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กันยายน 2562 / 16:21
    แล้วพี่อินละ อร้ากกกฆ่าฉันตายไปเลยยยย
    #25,906
    0
  18. #25895 saengthxngk (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 สิงหาคม 2562 / 09:58
    เดือนล่องหนทำไมเนียนบับเน้!!!~
    #25,895
    0
  19. #25894 masjunear2543 (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 17:43
    งื้อออ พี่อินนนนนนน
    #25,894
    0
  20. #25862 MarkBam1n1a (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 21:47
    พี่อินคือบับ โอ้ยยยยยยยยยยน่ารักชิหายยย
    #25,862
    0
  21. #25855 Nook_a (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 00:44
    ทำไมเราเขินนน
    #25,855
    0
  22. #25831 Juralak.K (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2562 / 02:29
    วินเป็นกูเกิ้ลหรอลู๊กกกก555
    #25,831
    0
  23. #25826 katekate (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 22:10
    ฮือออ พี่อินเป็นคนมึนๆ ที่รู้ใจตัวเองไวมาก กรี๊ดดด
    #25,826
    0
  24. #25821 Nrm-p (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 27 พฤษภาคม 2562 / 22:29
    ชอบน้องแล้วละสิพี่วิน
    #25,821
    0
  25. #25816 123Aoae (จากตอนที่ 18)
    วันที่ 15 พฤษภาคม 2562 / 14:13

    โอ้ยยยยยแกกกกกสิ่งที่ช้านนนนรอมานานนน

    #25,816
    0