UNISTAR ☽ เดือน.ล่อง.หน ☽

ตอนที่ 17 : เดือนที่ 16 : พระจันทร์ยิ้ม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 105,796
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6,330 ครั้ง
    19 ส.ค. 61

UNISTAR   เดือน.ล่อง.หน

- เดือนที่ 16 : พระจันทร์ยิ้ม -



(เครดิตภาพ : travelthailand)




 

         “วิน”


            พี่อินเรียกชื่อผมด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล ทำให้ผมแทบหยุดหายใจ


            “ครับพี่อิน...” ผมหันไปตอบเสียงสั่นเล็กน้อย


            นี่เป็นอีกครั้งที่ผมถูกพี่อินเรียกชื่อ แม้ไม่ใช่ครั้งแรก แต่ไม่รู้ว่าทำไมยิ่งมากครั้ง ผมก็ยิ่งรู้สึกหวั่นไหวมากขึ้น ไม่กล้าแม้แต่สบตาพี่อินตรงๆ


            พี่อินเดินเข้ามาใกล้ผม ทำให้ผมยืนเกร็งอยู่ไม่น้อย


            ตอนนี้เพิ่งจบการคัดเลือกเดือนคณะไป พอออกจากห้อง ผมก็เดินคุยกับบอสจนถึงโรงอาหารคณะ จากนั้นบอสก็ขอตัวลากลับไปก่อน ตอนแรกผมตั้งใจจะกลับเช่นกัน แต่จู่ๆ พี่อินก็มาเรียกผม


            ตอนนี้ในโรงอาหารคณะบริหารมีคนอยู่ประปราย แต่ก็ไม่มีใครสังเกตเห็นพี่อินสักคน ทักษะล่องหนของพี่อินยังคงทำงานอยู่สินะ


            แต่สำหรับผม แค่รู้ว่ามีพี่อินยืนอยู่ตรงหน้าผม ห่างออกไปไม่ไกล ทำไมผมรู้สึกตื่นเต้นขนาดนี้นะ ทั้งที่เมื่อก่อนไม่เห็นเป็นแบบนี้ ผมไม่เข้าใจตัวเองเลย


            “ว่างมั้ย” พี่อินถามสั้นๆ ทำให้ผมชะงักไป


            “เอ่อ ตอนนี้ผมไม่มีธุระอะไรนะครับ พี่อินมีอะไรหรือเปล่าครับ”


            “เรื่องประกวดเดือน” พี่อินตอบ


            “อ๋อ ครับ” ผมพยักหน้าเข้าใจ จริงสินะ อาจารย์ชนาก็บอกแต่แรกแล้วนี่นา คนที่ได้เป็นเดือนคณะ ก็จะมีพี่อินมาเทรนให้เป็นกรณีพิเศษ


            ยิ่งคิดว่าจะได้อยู่ใกล้ชิดพี่อินบ่อยขึ้น ผมก็พลันใจสั่นระรัวอีกแล้ว


            “ตามมา” พี่อินพูดกับผมสั้นๆ จากนั้นก็เดินนำไป ทำให้ผมกะพริบตาปริบๆ แต่ก็ตามพี่อินไป แม้ไม่รู้ว่าพี่อินจะพาผมไปไหน


            พี่อินเดินนำผมออกจากคณะ ผมก็ตามไปแบบงงๆ ผมไม่ได้เดินใกล้พี่อินมาก อยู่ห่างออกไปประมาณสามเมตร แต่ที่น่าแปลกจนผมยังไม่ชินคือ มีนิสิตหันมาเหลียวมองผมกันมากมาย แต่กลับไม่มีใครสังเกตเห็นพี่อินเลยสักคน


            ผมก็ไม่รู้ว่าพี่อินทำได้อย่างไร ส่วนผม...ทั้งที่ผมล่องหนมาตลอดชีวิต แต่พอมาตกอยู่ในสภาพนี้ ผมไม่รู้แล้วว่าจะกลับไปทำตัวจืดจางได้อย่างไร


            พี่อินพาผมเดินมาถึงตึกสโมสรนิสิต ปกติเฉพาะคนที่ทำงานกับส่วนกลางเท่านั้นถึงสามารถเข้ามาใช้ได้ แต่พี่อินซึ่งเป็นเดือนมหา’ลัยก็ได้รับสิทธิ์นั้นอยู่แล้ว ถึงกระนั้นก็เถอะ นี่ก็เย็นแล้วนะ เจ้าหน้าที่ประจำตึกน่าจะเลิกงานไปแล้ว พี่อินจะเข้าไปยังไงล่ะเนี่ย


            “พี่อิน ตอนนี้ตึกน่าจะปิดแล้วนะครับ” ผมเตือนพี่อิน ถึงจะไม่รู้ว่าพี่อินมาที่นี่ทำไมก็เถอะ


            “มีกุญแจ” พี่อินพูดขณะโชว์กุญแจดอกนึง โดยที่ไม่ได้หันมามองผมด้วยซ้ำ


            “เอ่…” ผมครุ่นคิด “อ๋อ พี่อินไปลงชื่อขอกุญแจมานี่เอง”


            ผมพอรู้มาว่า ถ้านิสิตอยากขอใช้ห้องนอกเวลาราชการ จะต้องไปทำเรื่องขอเบิกกุญแจ


            “อืม” พี่อินตอบ ก่อนจะเดินนำผมขึ้นไปชั้นสอง


            จากนั้น ผมก็เดินตามพี่อินอย่างเงียบๆ จนพี่อินหยุดอยู่หน้าห้องใหญ่ พี่อินไขกุญแจเข้าไป ตอนแรกผมก็สงสัยว่านี่ห้องอะไร แต่พอพี่อินเปิดไฟเท่านั้นแหละ ผมก็เบิกตาโตอย่างตื่นตะลึง


            มันคือห้องซ้อมการแสดงขนาดใหญ่มาก ภายในห้องมีเครื่องดนตรีสารพัดชนิด ทั้งเปียโน ไวโอลิน กลอง กีตาร์ เครื่องเป่าทั้งหลาย แถมยังมีดนตรีไทยอีกมากมาย นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์สำหรับศิลปะการแสดงจำพวกลีลาศ บัลเลต์ มวยไทย นาฏศิลป์ สารพัด


            นี่ต้องเป็นห้องใช้เตรียมตัวประกวดดาวเดือนแน่นอน


            แต่ว่า...พี่อินให้ผมมาที่นี่ คงไม่ใช่เพราะว่า...


            “เล่นอะไรเป็น” พี่อินหันมามอง แล้วถามผมสั้นๆ


            “เอ่อ...” ผมตอบไม่ถูกเลย กีฬาผมก็ไม่เก่ง ดนตรีก็ไม่ถนัด การแสดงก็ไม่เคยเรียนสักอย่าง


            “เคยเรียนเปียโนหนึ่งเดือน...” ผมตอบเสียงกุกกักเพราะรู้สึกอาย ตอนนั้นพี่สาวผมเรียน ผมเลยอยากเรียนบ้าง สุดท้ายก็ค้นพบว่าตัวเองไม่มีพรสวรรค์เรื่องการใช้นิ้ว จนต้องเลิกเรียนไป


            “หนึ่งเดือน...” พี่อินแสดงสีหน้าเคลือบแคลง ราวกำลังคิดว่าหนึ่งเดือนจะเก่งพอขึ้นแสดงมั้ย ซึ่งแน่นอนว่าไม่มีทาง


            “อ่อ แต่ผมเคยเรียนขิมหนึ่งปี...” ผมตอบเสียงแผ่ว ตอนนั้นผมเห็นว่าพี่สาวผมเก่งดนตรีสากล ผมทำยังไงคงไม่ได้เท่าพี่วุ้น เลยลองเบนเข็มมาทางดนตรีไทยบ้าง ตอนเรียนขิมนี่ดีขึ้นมาหน่อย ไม่ต้องใช้นิ้วพันกันซับซ้อนเหมือนเปียโน แต่สุดท้าย ผมก็ค้นพบว่าผมไปทางดนตรีไม่ไหวอยู่ดี เพราะว่ามือผมไวไม่พอ เล่นเพลงยากไม่ได้จริงๆ


            “ไหนลอง” พี่อินเอ่ยขณะเดินนำผมไปยังฝั่งดนตรีไทย


            เอาจริงๆ ห้องนี้มันก็เงียบอยู่แล้วนะ ทั้งตึกนี้ไม่มีใครอยู่เลยนอกจากผมกับพี่อิน เพราะเจ้าหน้าที่และนิสิตคงกลับกันหมดแล้ว พอผมเดินตามพี่อินมายังฝั่งดนตรีไทยที่มีเครื่องเล่นมากมาย มันก็ดูแอบขลังอยู่เหมือนกัน


            “เอ๊ะ พี่อิน...” ผมงุนงง ทำไมจู่ๆ พี่อินที่กำลังเดินนำอยู่ ก็เดินอ้อมไปหลบด้านหลังผมเฉย


            ยังไม่ทันที่ผมจะหันไปถามอะไรต่อ จู่ๆ พี่อินก็...


            “แบะ” พี่อินขยับเท้า ยกมือขึ้นมาทางผม ทำท่าเหมือนผีหลอก สีหน้านิ่งไร้อารมณ์ มีเพียงน้ำเสียง ‘แบะ’ เท่านั้นที่ดังพอควร แต่ก็ยังปราศจากอารมณ์อยู่ดี


            “พี่อิน?” ผมมองพี่อินอย่างสับสน ส่วนพี่อินก็เอียงคอมองผมอย่างประหลาดใจ ขณะค่อยๆ เก็บมือลงช้าๆ


            “ไม่กลัวผี?” พี่อินถาม


            “หือ?” ผมกะพริบตาถี่ๆ


            “ถ้าเป็นวายุ คงช็อคตาย” พี่อินว่าต่อ


            ผมงงไปสักพัก ตอนแรกไม่เข้าใจว่าพี่อินสื่ออะไร แต่พอคิดดูดีๆ ก็บางอ้ออยู่ในใจ อ๋อ ที่ตรงนี้มันก็ดูขลังๆ หลอนๆ อยู่บ้าง ห้องนี้ก็เงียบๆ แค่อยู่เฉยๆ คนเดียวคงกลัวจะแย่ จู่ๆ มีคนมาร้องแบะใส่ ไม่ว่าใครคงร้องจ๊าก


            ถ้าพี่วายุเจอแบบนั้น ผมก็ไม่แปลกใจถ้าพี่วายุจะช็อคตาย เพราะพี่อินล่องหนได้น่ะสิ แต่ทำไมผมไม่ตกใจล่ะ ก็เพราะพี่อินไม่ได้ล่องหนสำหรับผมนี่นา แต่ถ้าจู่ๆ พี่อินหายไป แล้วมาแบะใส่ ผมก็คงร้องจ๊ากเรียกพ่อเรียกแม่เหมือนกัน


            “มองเห็นนิ แกล้งไม่สนุกเลย” พี่อินบ่นอย่างมึนๆ ทำให้ผมได้แต่มึนงง


            เดี๋ยวนะ พี่อินคิดจะแกล้งผมเรอะ! ตรงนี้สิที่น่าตกใจ


            คนอย่างพี่อิน...จะแกล้งทำตลก...


            แต่จะแกล้งคนทั้งที ทำไมหน้าตายแบบนั้นล่ะ


            “เล่นให้ฟัง” พี่อินคงเห็นว่าผมเอาแต่อึ้งอยู่เลย ก็เลยช่วยเปิดฝาขิมให้ผมเล่น


            ผมกลืนน้ำลายเล็กน้อย ก่อนจะลงไปนั่งกับพื้น ผมหยิบไม้ขิมขึ้นมา ยกมือไหว้ทำความเคารพอาจารย์ตามธรรมเนียม เอาจริงๆ ผมไม่ได้เล่นนานแล้ว แค่จับไม้ยังต้องคลำๆ อยู่นาน กว่าจะรู้สึกคุ้นๆ ว่าต้องจับแบบนี้


            แต่ปัญหาใหญ่กว่าก็คือ...


            “พี่อิน ผมจำโน้ตไม่ได้อ่ะครับ” ผมสารภาพตามตรง ทำให้พี่อินมองผมสักพัก


            “เพลงไหนก็ได้” พี่อินตอบ


            “ก็...จำไม่ได้สักเพลงเลยครับ” ผมพูดเสียงแผ่วอย่างรู้สึกผิด ผมไม่ได้เล่นมานานแล้ว แถมเพลงไทยผมก็ไม่ได้ฟังบ่อยด้วย ไม่มีเนื้อเพลงหรือทำนองอยู่ในหัวเลยแม้แต่เพลงเดียว


            ผมเห็นพี่อินเงียบไปนาน ผมก็ยิ่งรู้สึกแย่กับตัวเอง เพราะพี่อินเป็นคนเลือกผมเป็นเดือนแท้ๆ แต่ผมกลับทำอะไรไม่ได้เลยนี่สิ ผมจะทำให้พี่อินเสียเครดิตหรือเปล่านะ


            ผมคิดกังวลอยู่ในใจ แล้วก็ค่อยๆ เงยหน้ามอง ทว่าพี่อินกลับไม่ได้มีสีหน้าผิดหวัง พี่อินเหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่าง จากนั้นพี่อินก็เดินไปยังระนาดเอกที่อยู่ฝั่งตรงข้าม พี่อินค่อยๆ นั่งลง ยกมือไหว้ทำความเคารพอาจารย์ มือจับไม้ตีระนาด จากนั้นก็ค่อยๆ บรรเลงเพลงอย่างปราณีตบรรจง


            พี่อินจะเล่นระนาดเหรอ... ผมเบิกตาโต


            ทวงท่าของพี่อินทั้งนุ่มนวลและสง่า แม้พี่อินตอนนี้จะใส่ชุดนิสิต แต่ผมรู้สึกราวกับว่า ณ ตอนนี้ พี่อินช่างดูงดงามไม่ต่างจากเทพารักษ์เลย


            ผมดูอย่างไม่กะพริบตา ปกติผมไม่ได้สนใจเพลงไทยเดิมหรือดนตรีไทยก็จริง แต่พอเป็นพี่อินเล่นแล้ว ผมกลับละสายตาไม่ได้เลย ราวกับมีมนตร์สะกดบางอย่างที่งดงามและทรงพลัง ทั้งจังหวะ ท่าทาง และเสียงดนตรีที่ดังก้องออกมา มันเป็นเพลงไทยที่ไพเราะจับใจที่สุดเท่าที่ผมเคยฟังมา


            ผมนั่งฟังอย่างเพลินๆ ราวกับจิตภวังค์ถูกพาให้ล่องลอยไปกับเสียงบรรเลงของพี่อิน จนกระทั่งพี่อินเล่นจบ แล้วก็ค่อยๆ วางไม้ระนาดเบาๆ ผมจึงเพิ่งรู้สึกตัว


            “รู้จักมั้ย” พี่อินเงยหน้าขึ้นมองผม ถามถึงเพลงที่เพิ่งเล่นจบเมื่อตะกี้


            “ครับ?” ผมเหมือนเพิ่งได้สติ เลยเอ๋อไปพักใหญ่ๆ


            เอ๋ เพลงที่พี่อินเล่น จะว่าไปมันก็เป็นเพลงที่เล่นไม่ยากมาก ผมเริ่มคุ้นๆ อยู่บ้าง เป็นเพลงได้เรียนตั้งแต่ช่วงแรกๆ เลยหรือเปล่านะ


            ผมจำได้แล้ว เพลงนี้สื่อความรักที่อาลัยอาวรณ์ถึงหญิงสาว ประพันธ์โดย พระเจ้าบรมวงศ์เธอกรมหมื่นพิชัยมหินทโรดม ซึ่งเป็นพระโอรสในพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 5 เนื้อเพลงเริ่มต้นว่า


            โอ้ละหนอ ดวงเดือนเอย พี่มาเว้ารักเจ้าสาวคำดวง...


            “เพลงที่พี่อินเล่น คือ ลาวดวงเดือน ใช่มั้ยครับ” ผมตอบพี่อินอย่างค่อนข้างมั่นใจ ถึงแม้ว่าผมจะไม่เก่งดนตรี แต่ผมก็ชอบศึกษาประวัติและจดจำเพลงที่ผมเคยเรียน


            “อืม” พี่อินพยักหน้า “เล่นได้มั้ย”


            “ครับ ผมจะลองดู” ผมตอบขณะหยิบไม้ขิมขึ้นมา พอได้ฟังเพลงที่พี่อินเล่น ก็เหมือนกับมีทำนองวิ่งวนอยู่ในหัว โน้ตที่เคยเรียนซึ่งหลงลืมไปราวกับค่อยๆ ฟื้นกลับมา


            ผมค่อยๆ เอาไม้จรดสายขิม จากนั้นก็เริ่มบรรเลงตามโน้ตที่แล่นอยู่ในหัว


            เสียงของขิมดังประสานกับเสียงระนาดที่อินที่ติดตรึงอยู่ในหัวของผม นี่เป็นครั้งแรกที่ผมสามารถเล่นดนตรีไทยด้วยอารมณ์ที่อินไปกับเพลงจริงๆ


            ผมเผลอปล่อยตัวเองไปกับจังหวะบนปลายมือจับและเสียงก้องกังวาลของสายขิม รู้สึกตัวอีกทีผมก็เล่นจนจบแล้ว และเพิ่งได้สติด้วยว่าเพิ่งเล่นขิมให้พี่อินฟัง


            ผมเหลือบมองพี่อินด้วยความประหม่า นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ผมเล่นดนตรีให้คนอื่นที่ไม่ใช่อาจารย์หรือเพื่อนร่วมเรียนฟัง


            พี่อินทำสีหน้าเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง


            “เดือนนิเทศปีนี้เล่นซออู้” พี่อินพูดสั้นๆ แต่ผมเข้าใจได้ในทันที


            ผู้ที่เข้าประกวดเดือนมหา’ลัย XU ของปีนี้ มีเดือนจากคณะนิเทศที่เล่นซออู้ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีไทยประเภทสาย ผมเดาว่าฝีมือคงเข้าขั้นเก่งเลยทีเดียว ไม่งั้นพี่อินก็คงไม่พูดถึง


            ถึงพี่อินไม่ได้พูดตรงๆ แต่ผมก็พอเข้าใจความคิดพี่อินได้ไม่ยาก พี่อินคงคิดว่า เพลงลาวดวงเดือนที่ผมเล่นนี้ คงยังไม่พิเศษพอที่จะทำให้ผมชนะจนได้เป็นเดือนมหา’ลัย


            “เพลงนี้ล่ะ” พี่อินจับไม้ระนาดอีกครั้งเพื่อเลือกเพลงใหม่ให้ผม ผมมองดูอย่างสนใจ


            เมื่อพี่อินเริ่มเล่นเพลง คราวนี้ความเร็วในการรัวไม้เพิ่มขึ้นเท่าทวี ผมแทบมองตาค้าง มันเร็วมากจนผมคิดว่า ถ้าผมเข้าไปเล่นเอง มือผมจะต้องพังแน่นอน


            เพลงนี้ให้ความรู้สึกที่ต่างออกไปจากเพลงลาวดวงเดือน ฟังแล้วเหมือนกับมีพลังบางอย่างที่สะท้อนออกมา ฟังไปฟังมาก็รู้สึกสนุกไม่น้อยเพราะเป็นเพลงเร็ว


            “อ้อ!” พอถึงท่อนที่พี่อินรัวระนาดยาว ผมพลันนึกออกทันทีเลยว่าเป็นเพลงอะไร


            ‘โหมโรงจีนตอกไม้’ เพลงในตำนานจากภาพยนตร์เรื่อง ‘โหมโรง’


            จริงสิ ผมจำได้ว่าในเรื่องมีคู่แข่งของพระเอกที่เก่งมากๆ ชื่อขุนอินด้วย ฝีมือตีระนาดของพี่อินก็สุดยอดด้วยเช่นกัน โห้ย คนนั้นเป็นขุนอิน ส่วนคนนี้คือ ‘เดือนอิน’ สินะ


            ตลอดทั้งเพลงที่พี่อินบรรเลงตั้งแต่ต้นจนจบ ทำเอาผมรู้สึกขนลุกอยู่ไม่น้อยเลย


            แล้วผมก็เผลอปรบมือรัวๆ โดยไม่ได้ตั้งใจด้วยเช่นกัน


            ระหว่างที่ผมกำลังชื่นชมพี่อินอย่างสุดใจนั้นเอง


            “เล่นได้มั้ย” พอพี่อินถามเท่านั้นล่ะ ผมแทบจะทำไม้ตีขิมร่วงเลยทีเดียว


            “ห...ห๊ะ!” ผมอุทานลั่น แค่เพลงง่ายๆ ผมยังเกือบตีไม่ทัน แล้วเพลงสุดยอดแบบนั้นมันจะไหวมั้ยเนี่ย


            “ไม่ได้เหรอ” พี่อินเอียงคอถาม


            “ก็…” ผมกลืนน้ำลาย ใจจริงอยากตอบว่าไม่ไหว แต่พี่อินก็อุตส่าห์ขอมา


            “ลองก็ได้ครับ”


            วินยอมเสี่ยงก็ได้ ผมมือสั่นเล็กน้อยขณะค่อยๆ จับไม้ขิมจรดลงบนสายที่ตัวขิม


            ผมจำไม่ได้ว่าโน้ตเพลงที่ถูกต้องคืออันไหน เพลงนี้อาจารย์เคยเอามานักเรียนให้ลองเล่นอยู่ แต่มันยากเกินไป ผมเล่นได้ไม่กี่ครั้งก็ยอมแพ้ ถึงกระนั้นผมก็พอคุ้นๆ ตัวโน้ตอยู่บ้าง ประกอบกับเสียงระนาดของพี่อินที่ติดอยู่ในหัว ผมคงพอจะมั่วๆ ไปได้ล่ะมั้ง


            ผมเริ่มบรรเลง แอบอายเล็กน้อยที่มันเพี้ยนอยู่ไม่น้อย ไม่เห็นไพเราะเหมือนพี่อินเล่นเลย แต่ the show must go on ครับ ไหนๆ ก็ด้นสดมาขนาดนี้แล้ว ก็ต้องด้นเนียนต่อไปเรื่อยๆ


            ผมกัดริมฝีปากจนเหงื่อตก เพลงนี้ยากจริงๆ ผมพยายามรัวมือตีให้ได้แบบพี่อิน แต่ว่ารัวจนเกร็งและปวดแขนไปหมดแล้ว


            อ้ากก แล้วท่อนนี้จะยาวนานไปมั้ย ผมแทบอยากจะร้อง ขณะที่มือก็รัวสุดความสามารถ แต่ผมอาจรัวไม่ค่อยถูก และรัวแรงไปหน่อยเพราะเกร็งข้อมือ


            ในที่สุดมันก็...


            ปึ่ง...


            “เฮ้ย” ผมร้องอย่างตกใจ ขณะรีบถอยห่าง


            เพราะจู่ๆ สายขิมก็ขาดสะบั้น ทำเอาผมเบิกตาโต ทั้งช็อคทั้งขายหน้าในคราวเดียวกัน


            พอผมได้สติว่าเกิดอะไรขึ้น ผมคิดว่าพี่อินคงต้องรู้สึกแย่กับผมแน่นอน


            แต่ว่า...


            ผมกลับได้ยินเสียงหัวเราะ ผมหันไปมองอย่างแทบไม่อยากเชื่อ


            ผมมองพี่อินตาค้าง ตกใจมากจนเผลอทำไม้ขิมตก


            นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นพี่อินหัวเราะ แม้จะเป็นเสียงหัวเราะที่ไม่ได้ดังมาก แต่พี่อินที่ปกติมักจะทำหน้านิ่งตลอดเวลา พอพี่อินหัวเราะ ดวงตาของพี่อินก็เหมือนจะยิ้มตามไปด้วย ใบหน้าพี่อินตอนนี้ช่างสว่างไสวเหลือเกิน


            เมื่อไม่กี่ปีก่อน ผมจำได้ว่าบนท้องฟ้าเคยปรากฏพระจันทร์ยิ้ม ดวงจันทร์ครึ่งเสี้ยวสีนวลตาเหมือนริมฝีปากยกขึ้น กับดาวสว่างสุกใสสองดวงเหมือนดวงตา


            ผมเคยคิดว่าภาพนั้นช่างน่าประทับใจเหลือเกิน แต่ ณ บัดนี้ เมื่อผมได้พบกับดวงเดือนอย่างพี่อินแล้ว ผมคงต้องเปลี่ยนความคิดเสียใหม่


            แม้แต่พระจันทร์ยิ้มบนฟากฟ้า ก็ไม่อาจงดงามสู้เดือนยิ้มอย่างพี่อิน


            พี่อินเป็นผู้ชายที่ยิ้มแล้วมีเสน่ห์มากเหลือเกิน ทำเอาผมไม่อาจละสายตาได้เลย


            พี่อินเหมือนรู้สึกตัวว่าผมกำลังจ้องอยู่ พี่อินก็เลยหยุดหัวเราะ แม้สีหน้าจะกลับมาเป็นปกติ แต่ก็ยังแสดงออกว่ามีอารมณ์ตลกค้างอยู่


            “พี่อิน ผมทำสายขาดเลย ขอโทษนะครับ ผมคิดว่าเล่นดนตรีคงไม่เหมาะกับผมเลย” ผมพูดกับพี่อินตามความรู้สึกจริงๆ


            “ไม่เป็นไร” พี่อินตอบสั้นๆ ก่อนจะลุกแล้วเดินไปที่ตู้ลิ้นชัก พี่อินหยิบสายขิมสำรองกับคีม แล้วก็ตัวหมุดปรับเสียง


            พี่อินมานั่งฝั่งตรงข้ามผม จากนั้นก็ใช้คีมตัดสายที่ขาดออกไป


            “พี่อินจะซ่อมสายเหรอครับ” ผมเห็นแล้วอดถามไม่ได้


            “อืม” พี่อินขานรับ ขณะดึงสายออกมาจากม้วน แล้วค่อยๆ เปลี่ยนลงไปในขิม


            “พี่อินซ่อมขิมเป็นด้วยเหรอครับ!” ผมอุทานอย่างตกตะลึง นอกจากเล่นดนตรีไทยขั้นเทพแล้ว ยังจะซ่อมดนตรีเองเป็นด้วย


            “ตาเป็นครูสอนดนตรีไทย” พี่อินตอบ ขณะแบมือมาทางผม


            “ครับ?” ผมกะพริบตาปริบๆ พี่อินจะขออะไรผม แต่พอมองตามสายตาพี่อิน พี่อินมองไปทางไม้ตีขิมที่ผมกำลังถือค้างอยู่ ผมก็เลยรีบส่งให้ทันที


            พี่อินรับมา ใช้ปลายไม้ดีดสายเพื่อทดสอบเสียง แล้วก็ปรับหมุนตัวหมุดข้างตัวขิมไปพร้อมๆ กัน


            “อ่อ คุณตาพี่อินเป็นครูสอนดนตรีไทย พี่อินก็เลยเรียนจากคุณตาสินะครับ” ผมเข้าใจที่พี่อินพูดแล้ว


            “พื้นฐาน” พี่อินว่าขณะกำลังตั้งใจทดสอบสายขิม


            ผมฟังพี่อินพูดแล้วสงสัย พี่อินบอกว่าเรียนแค่พื้นฐานจากคุณตาเหรอ


            “แสดงว่าที่เหลือพี่อินฝึกเองเหรอครับ” ผมถามต่อ ผมรู้สึกว่าทักษะตีความคำพูดพี่อินของผมดีขึ้นเรื่อยๆ นะเนี่ย


            “อืม” พี่อินพยักหน้า และซ่อมขิมเสร็จพอดี พี่อินแค่เอาไม้ตีทดสอบนิดหน่อยก็เป็นอันใช้ได้


            ผมกำลังคิดอยู่ว่าจะชวนพี่อินคุยอะไรต่อดี แต่จู่ๆ พี่อินก็เงยหน้าขึ้นมาคุยกับผมเอง


            “สิบกว่าปีที่แล้ว คุณตาเสีย” พี่อินบอก ทำให้ผมฟังแล้วตกใจไม่น้อย


            “ขอโทษด้วยครับพี่อิน ผมไม่ทราบเรื่องนี้...” ผมพูดอย่างรู้สึกผิด ผมไม่ควรพูดเรื่องนี้เยอะเลย


            แต่พี่อินเหมือนไม่ได้ถือสาเรื่องนี้ พี่อินก้มหน้าลงแล้วพูดอย่างอื่นแทน


            “ยายชอบฟังตาเล่นระนาด” น้ำเสียงพี่อินแม้จะราบเรียบ แต่ก็แฝงอารมณ์สลดอยู่หลายส่วน


            น่าแปลกที่พี่อินไม่จำเป็นต้องอธิบายอะไรมาก ผมก็สามารถเข้าใจได้ในทันที


            พี่อินบอกว่าเคยเรียนดนตรีไทยพื้นฐานจากคุณตา ทำให้พี่อินพอเล่นดนตรีไทยเป็นบ้าง ซึ่งพอคุณตาพี่อินเสีย คุณยายพี่อินก็คงต้องเสียใจมาก ผมเคยได้ยินมาว่า ดนตรีสามารถเยียวยาจิตใจผู้คนได้ พี่อินคงตั้งใจฝึกเล่นระนาดเพื่อจะมาเล่นให้คุณยายฟัง แทนคุณตาที่เสียไปแล้วสินะ


            “แล้วคุณยายชอบฟังพี่อินเล่นระนาดหรือเปล่าครับ” ผมเอ่ยถาม


            “อืม” พี่อินพยักหน้า ขณะเอาอุปกรณ์ซ่อมขิมไปเก็บ


            “ยายบอก ฟังแล้วนึกถึงคุณตา”


            คำพูดของพี่อินทำให้รู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก ผมเดาว่าคุณยายพี่อินคงต้องมีความสุขมากแน่นอน ถึงแม้สามีที่รักจะลาจากโลกนี้ไปแล้ว แต่อย่างน้อยก็ยังมีหลานชายกตัญญูที่อุตส่าห์ฝึกฝนเล่นระนาดจนชำนาญ เพื่อที่จะมาเล่นให้คุณยายฟัง


            พี่อินท่าทางจะรักคุณยายมากเลยสินะ ผมคิดในใจ จริงด้วยสิ ผมเหมือนจำได้ว่าพ่อแม่ของพี่อินก็เสียตั้งแต่เด็กแล้ว คุณตาก็ไม่อยู่อีก พี่อินคงต้องเหงามากเลย สำหรับพี่อินแล้ว คุณยายคงเป็นทุกสิ่งทุกอย่างในโลกของพี่อิน


            ผมคิดไปคิดมา พลันรู้สึกเหมือนน้ำตาไหลจะออกมา


            พี่อินมองหน้าผมอย่างพินิจ แล้วเอ่ยถาม


            “เป็นอะไรมั้ย”


            “อ่อ เปล่าครับพี่อิน” ผมได้สติ จึงรีบทำสีหน้ากลับมาเป็นปกติ


            “พี่อินครับ” ผมตัดสินใจเปลี่ยนเรื่อง “ประกวดเดือนก็เร็วๆ นี้แล้ว ผมว่าต่อให้ผมซ้อมหนักยังไงก็คงไม่ทัน เล่นดนตรีคงยากเกินไปสำหรับผม แล้ววันประกวดเดือน ผมควรแสดงอะไรดีครับ”


            “นั่นสิ” พี่อินทำท่าครุ่นคิด ก่อนจะสบตากับผม


            “หิวยัง”


            “ห๊ะ?” ผมเบลอไปเลยที่จู่ๆ พี่อินก็เปลี่ยนเรื่องเฉย


            “อ่อ นิดหน่อยครับ” ผมตอบ “แต่ผมยังคิดไม่ออกเลยครับว่า เรื่องการแสดงจะทำยังไงดี”


            “ไว้ค่อยคิด” พี่อินเอ่ยขณะมองนาฬิกาแขวนบนผนัง


            “เย็นแล้ว ไปกินข้าว”


            ผมต้องปรับจูนสมองอยู่พักใหญ่เมื่อพี่อินจู่ๆ เอาเรื่องกินข้าวเข้ามาแทรก


            “เอ่อ ครับ พี่อินอยากกลับแล้วสินะครับ” ผมเดาว่าพี่อินคงหิวข้าว


            “อยากกินไร” พี่อินถามผมกลับ


            “ครับ?” ผมทำหน้างงๆ


            “จะเลี้ยง” พี่อินว่า


            “หือ เลี้ยงทำไมเหรอครับ” ผมเกรงใจพี่อินขึ้นมา นอกจากมาเทรนให้ผมแล้ว ยังจะต้องมาดูแลเรื่องอาหารผมอีกเหรอ


            “สายรหัส” พี่อินตอบ “แก้ตัว”


            “อ๋อ” แล้วผมก็เพิ่งนึกได้ จริงด้วย ตอนนั้นที่ไปกินสุกี้หม้อดินด้วยกัน พี่อินก็เคยพูดเหมือนกันว่าอยากจะพาผมไปเลี้ยงใหม่อีกรอบ


            “อยากกินไร” พี่อินถามใหม่


            ตอนแรกผมตั้งใจจะบอกว่าอะไรก็ได้เหมือนทุกครั้ง แต่จู่ๆ ผมก็พลันนึกถึงรายการเดือนเข้าครัว ที่ผมเพิ่งเห็นผ่านๆ ตาตอนไล่ดูทวิตเตอร์เมื่อไม่นานมานี้


            ในรายการนั้นพี่อินจะมาสอนทำอาหารไทย พี่อินมักพูดในรายการว่าเรียนทำอาหารไทยมาจากคุณยาย สูตรอาหารที่พี่อินทำจะเป็นอาหารไทยแบบตำรับแท้แนวบ้านๆ


            รายการนั้นมีพี่อินเป็นพ่อครัวหลัก แล้วมีพี่วายุเป็นผู้ช่วย ซึ่งเอาตามตรง พี่วายุก็ไม่ค่อยช่วยอะไรได้เท่าไหร่ แถมยังแอบชิมนู้นชิมนี่ไปทั่วอีก ผมรู้สึกเหมือนพี่วายุมีหน้าที่รอกินอย่างเดียว เพราะพี่วายุเป็นยูนิสตาร์คนเดียวที่เวลาได้กินของอร่อย แล้วจะแสดงออกทางสีหน้าได้อย่างยอดเยี่ยม แค่เห็นสีหน้าพี่วายุ ก็ต้องท้องร้องน้ำลายสอไปตามๆ กัน ไม่แปลกใจที่พี่วายุถึงถูกเลือกให้เป็นเซ็นเตอร์แบรนด์แอมบาสเดอร์ที่เกี่ยวกับของกินเสมอ


            ผมตามไปดูรายการอยู่บ้าง ทำให้ผมเห็นว่าพี่อินเป็นคนที่ทำอาหารได้ประณีตมาก ตั้งแต่ขั้นตอนเตรียมวัตถุดิบ จับมีดหั่น จนไปถึงตักใส่จาน ด้อมกะทิดูแล้วต่างก็เห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าอยากได้พี่อินเป็นพ่อศรีเรือนส่วนตัว


            พอผมนึกถึงอาหารที่พี่อินทำในรายการ ผมก็เริ่มหิวขึ้นมาแล้วล่ะสิ


            “พี่อินครับ” ผมส่งสายตาให้พี่อินอย่างเปี่ยมไปด้วยความหวัง ซึ่งพี่อินก็รอฟังผมอยู่


            “ถ้าพี่อินไม่ว่าอะไร ผมอยากกินอาหารที่พี่อินทำจังเลยครับ”


            พอผมพูดออกไป ก็แอบอายตัวเองนิดหน่อย ไม่รู้ว่าพูดตรงไปหรือเปล่า เพราะพี่อินเป็นถึงเดือนยูนิสตาร์เลยนะ ผมเป็นแค่รุ่นน้อง แค่พี่รหัสพาไปเลี้ยงข้าวก็ใจดีแค่ไหนแล้ว นี่ผมยังกล้าขอใช้ให้พี่รหัสทำอาหารให้กินอีกเหรอ


            พี่อินเหมือนครุ่นคิดสักพัก ก่อนจะบอกว่า


            “งั้นตามมา”


            “หา…” พอพี่อินเดินนำออกไป ผมก็งงทันที


            “พี่อินจะไปไหนเหรอครับ”


            “ไปหอ” พี่อินตอบสั้นๆ


            “หือ? ไปที่หอพักพี่อินเหรอครับ”


            “อืม” พี่อินพยักหน้า


            “ผม…” ผมชี้ตัวเองอย่างไม่มั่นใจ “ผม...ไปด้วยได้เหรอครับ”


            “มามั้ย” พี่อินหันมาถามผม


            “คือ ผมเกรงใจพี่อินอ่ะครับ” ผมพูดออกไปตามตรง พี่อินทั้งเลี้ยงข้าวผม ให้เบอร์ส่วนตัวกับผม แถมยังจะให้ผมไปหออีก ถ้าด้อมกะทิรู้เข้า ผมไม่โดนฆ่าหมกศพเลยเหรอเนี่ย


            “ไม่มา อดกินนะ” พี่อินพูดด้วยสีหน้านิ่งๆ ทำให้ผมถึงกับต้องกะพริบตาสองที จากนั้นก็...


            “โอเค ไปครับ” ผมรีบตอบทันที จะหน้าด้านยังไงก็ไม่สนแล้ว พี่อินเชิญขนาดนี้ จะไม่ไปได้อย่างไรกัน


            จากนั้นพี่อินก็เดินนำออกไปจากห้อง ผมออกทีหลังสุด ก็เลยปิดไฟให้ด้วย แต่พอเดินออกมาตรงโถงทางเดินนอกห้อง ผมก็หาใครไม่เจออีกเลย ไม่เห็นวี่แววของพี่อินแม้แต่น้อย


            “เฮ้ย พี่อินไปไหน” ผมพูดพึมพำกับตัวเอง ผมรู้นะว่าพี่อินเป็นเดือนล่องหน แต่ปกติพี่อินไม่เคยล่องหนกับผมนี่นา


            นี่มันเกิดอะไรขึ้น หรือว่าพี่อินแค่หลอกให้ผมดีใจเก้อ แล้วชิ่งหนีกลับหอไปก่อนแล้ว


            ระหว่างที่ผมกำลังคิดฟุ้งซ่านจิตตกอยู่นั่นเอง


            “แบะ”


            จู่ๆ ก็มีคนโผล่ออกมาจากหลังบานประตู


            “ปะป๊า มะม๊า แง!” คราวนี้ผมสะดุ้งโหย่ง วิญญาณเกือบหลุดออกจากร่าง


            พอได้สติ ผมก็เห็นพี่อินกำลังยืนอยู่ตรงหน้า สีหน้ายังคงนิ่งเฉย ที่ต่างออกไปคือท่าทางที่ขยับเท้า ยกมือทั้งสองแบออก


            “พี่อิน...” ผมเรียกชื่อพี่อินพลางถอนหายใจอย่างโล่งอก อย่างน้อยก็เป็นพี่อิน ตกใจหมดเลย


            “สำเร็จแล้ว” พี่อินตอบเสียงราบเรียบ


            “ครับ? สำเร็จอะไรเหรอครับ?” ผมงงเต็ก


            “แกล้ง...ให้ตกใจ” พี่อินอธิบายสั้นๆ ทำให้ผมยืนอ้าปากค้างพะงาบอยู่เนิ่นนาน ก่อนจะเข้าใจเหตุการณ์ทุกอย่างโดยกระจ่าง


            “พี่อินเล่นอะไรครับเนี่ยยยย” ทำเอาผมอึ้งไปเลย


            นอกจากพี่อินจะตลกหน้าตายแล้ว ยังชอบเนียนแกล้งคนอื่นเงียบๆ อีกเหรอ ไม่ยักรู้เลยนะเนี่ยว่าพี่อินเป็นคนแบบนี้


            “สนุกดี” พี่อินเอ่ยขณะหันมามองผม นั่นทำให้ผมเบิกตาโต


            บัดนี้ สีหน้าของพี่อินดูมีความสุขอย่างที่ผมไม่เคยเห็นบ่อยๆ ริมฝีปากที่ยกโค้งขึ้น กับดวงตาที่ยิ้มตามนั้น ทำเอาหัวใจผมแทบหยุดเต้นเลยทีเดียว


            ทำไมพระจันทร์ยิ้มอย่างพี่อิน ถึงได้ชวนหลงใหลขนาดนี้


            ในหัวผมบรรเลงเพลงลาวดวงเดือนเว่อร์ชั่นวินเป็นอากาศอย่างอัตโนมัติ


            โอ้ละหนอ ดวงเดือนเอย โปรดอย่ายิ้มบ่อย ใจน้องบ่ดีละหนอ



☽☽☽☽☽☽☽☽☽



Writer's Talk


ขอแอบแปะอิมเมจโหนยยย กวานลินยิ้ม 5555 ละลายแบ้วววว ><



หลังจากที่ไปตอบทวิตมา และได้อ่านคอมเมนท์ของผู้อ่าน เราก็รู้สึกปลื้มปริ่มดีใจมากเลย ที่นิยายเรื่องนี้ได้สร้างพลังบางอย่าง เรามีความสุขมากที่ได้เห็นผู้อ่านหันกลับมาสนใจดนตรีไทย อยากทำความดีแบบพี่อิน อ่านแล้วมีกำลังใจอยากเปลี่ยนแปลงตัวเองแบบวิน 


ช่วงก่อนที่เราจะเริ่มเขียนเรื่องนี้ เราอยู่ในสภาวะหมดไฟที่จะสานฝันตัวเอง สุดท้ายเราก็ได้นิยายและหนังสือดีๆ หลายเรื่องที่ช่วยผลักดันให้เรามีแรงสู้ต่อ ทำให้เราค้นพบตัวเองว่า เหตุผลที่เรามาเขียนนิยายเพราะเราอยากจะสร้างโลกใบหนึ่งขึ้นมา ให้ผู้อ่านได้มามีความสุขในโลกใบเล็กๆ นี้ด้วยกัน หากมีเรื่องท้อแท้ เสียใจในชีวิต ก็อยากจะให้นิยายเรื่องนี้เป็นเหมือนกระแสพลังเล็กๆ ที่ช่วยให้ผู้อ่านได้เดินก้าวต่อไป เหมือนกับที่เราได้รับมาจากนิยายและหนังสือเรื่องอื่นๆ เช่นกัน


ดังนั้น ขอบคุณมากๆ เลยนะคะที่ร่วมเส้นทางนี้ไปด้วยกัน มีอะไรก็เข้ามาพูดคุยกันได้เลยนะคะ (นิยายยังไม่จบเนอะ แต่ชอบทอร์คเหมือนจะจบตลอด 5555555)


เพลงที่พี่อินกับนุ้งวินเล่นชื่อ 'ลาวดวงเดือน' เด้อ ลองไปฟังกันดูได้นะคะ



https://www.youtube.com/watch?v=0tWReILufls



ส่วนเพลงเร็วมากที่พี่อินเล่นมาจากหนังเรื่องโหมโรงนะคะ ชื่อ 'โหมโรงจีนตอกไม้'


https://www.youtube.com/watch?v=fouPzsDtpMU


แฟนอาร์ตเพิ่มเติมจ้า เย้ ขอบคุณผู้อ่านมากๆ เลยนะคะที่วาดมาให้ ดีใจมาก ชอบมากทุกรูปเลยยย //กอดรัดทุกคน


ภาพพี่อินคนนิ่งอยากจะ 'แบ๊ะ' แกล้งหลอกนุ้งวินจ้า 5555 จากคุณ จอมยุทธผู้ขก.


อิน : แบ๊ะ...แล้วทำไม ไม่ตกใจ //ทำหน้าไม่เข้าใจ

วิน : พี่อินเล่นอะไรครับเนี่ยยย 5555


ภาพพี่อินและนุ้งวินมองกัน อร๊าย จากคุณ Baku18303 


วิน : งือ พี่อินหล่อมากเลยยยย ชอบบบบ

อิน : ขอบคุณที่วาดมาให้ครับ


ภาพสองเดือนล่องหน จากคุณ pHaraYa


วิน : งือ ทั้งวินและพี่อินน่ารักมากเลย ขอบคุณมากเลยครับ

อิน : ขอบคุณสำหรับภาพครับ


ภาพพี่อินแต่งหน้าให้นุ้งวิน อร๊ายยย น่ารักกก จากคุณ Pran


วิน : งือ พี่อินแต่งหน้าให้ผม เขิน ดีใจจังเลยครับ ภาพน่ารัก งือ วินชอบ

อิน : เดือนล่องหนจริงๆ //พึมพำ


แฟนอาร์ตแรกของเรื่องนี้จ้า~~~~ เย้ ดีใจมากๆ เลย

ขอบคุณคุณ Ant มากๆ เลยนะคะที่วาดมาให้ น่ารักมากเลยยย งืออออออ


วิน : ว้าว วินจืดจางมีแฟนอาร์ตกับเขาด้วยเหรอ งือ ดีใจมากเลยยยย วินเขินแล้วววว พี่อินหน้านิ่งแต่หล่อจังครับ O////O

อิน : น่ารักดี ขอบคุณครับ (นางจะพูดสั้นไปไหน 5555)


รักผู้อ่านทุกท่านจ้า

ล.โลกลัลล้า


-------------------------------

แฮชแท็กประจำเรื่อง #เดือนล่องหน

Twitter : @colourfulearth ใช้ชื่อว่า L.Loklalla จ้า

Facebook Page : EarthLok - ล.โลกลัลล้า




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6.33K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

26,312 ความคิดเห็น

  1. #26299 กระต่ายบนดวงจันทร์. (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563 / 13:58
    ความอยากให้น้องตกใจนี้555 พี่อินเป็นคนตลกค่ะ+100
    #26,299
    0
  2. #26198 Ink-Boonyawee (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 เมษายน 2563 / 15:12
    เล่นขิมเหมือนกัน แต่ยังไม่เคยลองเล่นเพลงโหมโรง เห็นตอนนี้คือต้องไปหาโน้ตมาเล่นเลยค่ะ 55555555
    #26,198
    1
    • #26198-1 jijijung3(จากตอนที่ 17)
      19 ธันวาคม 2563 / 16:19
      ถือว่าเล่นยากอยู่นะ ถ้าจำโน๊ตกับทำนองได้ก็ง่ายมาก
      #26198-1
  3. #26137 Heroiiiiin. (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 03:01
    โอ้ยยยย น่าร๊ากกกก
    #26,137
    1
    • #26137-1 Heroiiiiin.(จากตอนที่ 17)
      20 ตุลาคม 2563 / 06:31
      เธอกลับมาอ่านอีกละเรอะ!
      #26137-1
  4. #26106 pommys (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 15:36
    แกล้งน้อง
    #26,106
    0
  5. #26037 OhsehunB29 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 15:06
    ชอบความตั้งใจของไรท์จังเลย
    #26,037
    0
  6. #26020 Dak บ๊องๆๆ (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 มกราคม 2563 / 21:15
    วิน แกร รว้าย มาก! ชั้นรู้แล้ว เดือนล่องหนของแกคือความน่ารักที่ถูกซ่อนสินะ รว้าย รว้ายมากๆ
    #26,020
    0
  7. #25971 pametc11 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 20:55
    ไม่ไป อดนะ งื้อออออออ
    #25,971
    0
  8. #25878 Mah_che_mimi_ku (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 16:06
    พี่อินยิ้มให้แค่กับนุ้งวินรือป่าวน้าาา
    #25,878
    0
  9. #25877 Mah_che_mimi_ku (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 15:43
    ชอบการแกล้งนุ้งวินด้วยสไตล์มึนๆของพี่อินอ่ะ55555

    น่าย้ากกกก
    #25,877
    0
  10. #25843 ครึ่งคนครึ่งวาย (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 22:14
    เเบะๆ พี่อินน่าย้ากกกก
    #25,843
    0
  11. #25808 pinkyyyy (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 09:42
    งื้ออ พี่อินน่ารัก
    #25,808
    0
  12. #25793 Lee Liew Kim (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 23:26
    ทำไมพี่อินน่ารักแบบนี้ แบะ!!!
    #25,793
    0
  13. #25669 wwasita (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:36
    เเบะ งื้ออออพี่อินอย่าเเกล้งน้อนน
    #25,669
    0
  14. #25576 prince_Lprince (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 14:45
    เกลียดเพลงเวอร์นางวิน
    #25,576
    0
  15. #25445 Shinee☆Café (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 21:17

    พี่อินมีความขี้แกล้งเด้อ

    ทำน้องตกใจแรงไปอี๊กก

    มันมีความละมุนอยู่ในทุกๆตอนเลยยย


    อยากจะร้องไห้กับรอยยิ้มพี่อินน

    เข้าใจความรู้สึกน้องวินเลยว่าทำไมถึงหลงใหลได้ขนาดนั้นน

    #25,445
    0
  16. #25415 ขนมหวานคือชีวิต (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 22:50

    น่ารักอ่ะ ฮืออออออ
    #25,415
    0
  17. #25305 Krittanat14701 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 21 กันยายน 2561 / 02:32
    "แบะ" :p น่ารัก
    #25,305
    0
  18. #25263 Minhwanpanwink (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 12:13
    นึกหน้าควานลินตอนทำมินิฮาทตอนฝนตกช่วงเดใหม่ๆหลอกผีดิ ก็คือมีความพยายาม
    #25,263
    0
  19. #25182 mooim_xx (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 21:03
    ทำไมน่ารักแบบนี้ แบะ นี่ยิ้มจนแก้มจะแตกแล้ว อ๊ากกกกกก
    #25,182
    0
  20. #25164 กษิดิศ ปักษี (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 2 กันยายน 2561 / 12:28
    น่ารักๆๆๆๆ โอ้ยทำไมน่ารักอย่างนี้!!
    #25,164
    0
  21. #25094 MaBaYu (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 30 สิงหาคม 2561 / 22:17
    น่ารักโว้ยยยยย ค่อยๆเขยิบเข้าหากันทีละนิดทีละนิด งือออ
    #25,094
    0
  22. #25068 itimcone1230 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 สิงหาคม 2561 / 23:58
    555 มีนพอกันทั้งคู่ แต่น่าร้ากกกก
    #25,068
    0
  23. #25042 Kantamanee02 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2561 / 22:34
    ช็อตนี้ตายค่ะตายย แบะ ชอบความแบะโอ้ยย เขินน555
    #25,042
    0
  24. #24900 mmmr2545 (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 23:19
    แบ๊ะ โอ้ยน่ารักกกก
    #24,900
    0
  25. #24898 Pxcy_n (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 17 สิงหาคม 2561 / 21:20
    ตอนนี้พี่อินตลกมาก 55555 แบ๊ะเนี่ยนะ โอ้ยยย เอ็นดูวววว
    #24,898
    1
    • #24898-1 Bis_s2(จากตอนที่ 17)
      20 สิงหาคม 2561 / 23:27
      โอ่ละหนอ ตรูสอบพรุ่งนี้~ จะผ่านไหมหว่าาา~ ชวนตรูด้วยเถิดดดดด (0=^=)0
      #24898-1