UNISTAR ☽ เดือน.ล่อง.หน ☽

ตอนที่ 16 : เดือนที่ 15 : อากาศเรืองแสง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 107,007
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7,338 ครั้ง
    13 พ.ค. 61

UNISTAR   เดือน.ล่อง.หน

- เดือนที่ 15 : อากาศเรืองแสง -



(เครดิตภาพ : wallpaperscraft)



 

         ผมเดินออกจากหอพักตัวเองอย่างประหม่า


            นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้ลองจัดผมและแต่งหน้าด้วยตัวเอง เนื่องจากผมได้สไตลิตส์มืออาชีพของยูนิสตาร์ตัดแต่งทรงผมให้ในเบื้องต้นแล้ว ที่เหลือมันก็แค่เซ็ตนิดหน่อยให้เข้าทรง แล้วก็พี่อินก็เคยแต่งหน้าให้ผมแล้วด้วย ผมก็เลยมีตัวอย่างให้ศึกษา ผมเปิดรูปที่ถ่ายเก็บไว้แล้วพยายามลอกเลียนให้เหมือนที่สุด


            ผมทดลองทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ใช้เวลาเกือบชั่วโมง อาจไม่ได้ออกมาสมบูรณ์แบบเหมือนกับที่สไตล์ลิสหรือพี่อินทำให้ผม แต่มันก็ออกมาโอเคไม่น้อย อย่างน้อยตัวผมก็ดูดีกว่าเมื่อก่อนหลายเท่า


            ครั้งแรกที่ผมได้แต่งหน้าแต่งผมเดินออกมาท่ามกลางฝูงชน มันก็รู้สึกขัดเขินอยู่บ้าง แต่ที่ผมไม่ชินมากที่สุดก็คือ ผมซึ่งเป็นคนล่องหนมาตลอดชีวิต เดินไปก็เหมือนไปลอยอยู่ในอากาศ ไม่เคยมีใครสนใจ นี่เป็นครั้งแรกที่อากาศอย่างผมได้เรืองแสง มีแต่คนจับจ้องขนาดนี้


            ผมเดินไปขาผมก็แอบสั่น ไปทางไหนก็มีแต่นิสิตหันมามองผม ชี้มือชี้ไม้มาที่ผม แถมยังกรี๊ดกร๊าดวี๊ดว้ายอีกต่างหาก


            “แกๆ นั่นใครอ่ะ ทำไมน่ารักจัง”


            “คิวท์บอยแน่ๆ เลย แกรู้มั้ยชื่ออะไร”


            “เห้ย ไม่เคยเห็นเลยอ่ะ แต่น่ารักมาก พลาดได้ไง”


            “โอ้ย อยากรู้จักจัง อยู่คณะอะไรนะ”


            ตอนแรกผมว่าจะทำเป็นก้มหน้าก้มตาแล้วเดินฉับๆ แต่ผมนึกถึงความคิดอันมุ่งมั่นของผมก่อนที่จะเข้ามหา’ลัย ผมตั้งใจว่าจะเปลี่ยนแปลงตัวเอง บัดนี้อุตส่าห์มาได้ขนาดนี้ ผมก็ต้องกล้าเดินหน้าต่อไปสิ


            ผมก็เลยสูดหายใจเข้าลึกๆ ฝืนทำใจกล้า ส่งยิ้มให้กับนิสิตกลุ่มนั้น แต่...เท่านั้นก็...


            กรี๊ดดดด...


            พวกเธอพากันกรี๊ดแล้วก็วิ่งตรงมาทางผมทันที ทำเอาผมถึงกับขาแข็งทำตัวไม่ถูก


            ถ้ารู้แบบนี้ไม่น่าส่งยิ้มไปเลย...


            “ชื่ออะไรเหรอคะ อยู่คณะอะไรเหรอคะ”


            “น่ารักมากเลยค่ะ ขอถ่ายรูปด้วยได้มั้ยคะ”


            ผมถูกนิสิตเข้ามารุมสัมภาษณ์และถ่ายรูป ผมก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ แต่คำพูดจุกอยู่ในลำคอ จะตอบอะไรก็กลั่นเป็นคำไม่ได้เลย เพราะผมไม่เคยชินที่ถูกคนสนใจมากขนาดนี้ จะปฏิเสธก็ไม่เป็นเสียด้วย


            สุดท้ายแล้ว กว่าผมจะมาถึงคณะบริหารได้ ก็พบว่าตัวเองเลทไปตั้งครึ่งชั่วโมง


            ความจริง การมาสายไม่เคยเป็นเรื่องใหญ่อะไรสำหรับคนล่องหนอย่างผม เวลาเปิดประตูไปอาจารย์และเพื่อนทั้งห้องก็ไม่มีใครใส่ใจด้วยซ้ำ แต่ผมลืมไปว่า...วันนี้ผมไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว


            ดังนั้น แค่เปิดประตู ทุกสายตาในห้องต่างจับจ้องมาที่ผม รวมทั้งอาจารย์ด้วยเช่นกัน


            ทำเอาผมอึกอักไปอยู่พักใหญ่ๆ


            “ขอโทษที่มาสายครับ” ผมเลยรีบยกมือขอโทษอาจารย์ทันที


            ส่วนเพื่อนทุกคนในห้องต่างมองหน้ากันเองอย่างงงๆ


            “นั่นใครอ่ะ รุ่นเราเหรอ”


            “เดี๋ยวนะ ไม่เคยเห็นเลย”


            “เพิ่งมาเรียนวันแรกเหรอ”


            “เห้ย หน้าตาดีจังเลยอ่ะ”


            “รุ่นเรามีคนน่ารักแบบนี้ด้วยเหรอ”


            ผมเดินไปหาที่นั่ง พยายามไม่ใส่ใจกับเสียงกระซิบกระซาบของเพื่อนๆ  ผมเห็นมีที่ว่างตรงแถวกลุ่มบอสพอดี ผมก็เลยเดินไปนั่งตามปกติ


            พวกเพื่อนในกลุ่มบอสหันมาโบกมือทักทายให้ผม แต่ดูจากสีหน้าพวกเขา ท่าทางทุกคนคิดว่าผมเป็นนักเรียนใหม่ ไม่ใช่วินล่องหนที่เคยอยู่ในกลุ่ม


            “เอ๊ะ เดี๋ยวนะ ใช่วินหรือเปล่า” บอสทักทายผมอย่างตกใจ เหมือนจะมีบอสคนเดียวที่จำผมได้


            “อืม ใช่” ผมพยักหน้าตอบ ทำให้เพื่อนทุกคนเบิกตาโตอย่างตกใจ


            “เห้ย วินเหรอ กรี๊ด! ไปทำอะไรมา ทำไมเปลี่ยนไปแบบนี้” เสียงป่านกรี๊ดดังมาก จนนิสิตแทบจะหันมาหมด


            “เงียบๆ นี่เวลาเรียน” จนกระทั่งอาจารย์ต้องเคาะโต๊ะ ทำให้ทุกคนเงียบแล้วก็หันกลับมาสนใจสไลด์ต่อ แม้ว่าหลายคนจะหันมามองผมแล้วกระซิบกระซาบอย่างตื่นเต้นเป็นพักๆ ก็ตาม ซึ่งผมก็รู้สึกไม่ค่อยชินเอาเสียเลย

 

            ช่วงพักเที่ยงที่ผมไปกินข้าวกับเพื่อน ผมก็กลายเป็นจุดสนใจของเพื่อนในกลุ่มไปโดยปริยาย


            “นี่ใช่วินจริงๆ เหรอ เห้ย พอดูดีๆ ก็ใช่นั่นแหละ แต่ทำไมจู่ๆ ถึงเด่นขึ้นขนาดนี้”


            “นั่นสิ ถ้ารู้ว่าแกจะหน้าตาดีขนาดนี้ จีบไปตั้งนานก็ดี” ป่านพูดขำขัน ทำเอาเพื่อนในกลุ่มเหล่มองยกใหญ่


            “พอดีก็ไปตัดผมมา...แล้วก็ได้ลองฝึกแต่งหน้าตามดารานิดหน่อย...” ผมไม่กล้าบอกว่าพี่อินช่วยผม เพราะไม่อยากให้พี่อินถูกมองว่าลำเอียง กลัวชื่อเสียงพี่อินจะด่างพล้อยไปด้วย


            “หืม เครื่องสำอางเปลี่ยนชีวิตจริงๆ” บอสกล่าวยิ้มๆ ทำเอาผมอึ้งไปเล็กน้อย แต่เพื่อนก็มาพูดกันต่อ


            “เครื่องสำอางอะไรเล่า ถ้าโครงหน้าไม่ดีเป็นทุนเดิมนะ ใช้เครื่องสำอางยังไงก็ไม่หล่อขึ้นหรอก”


            “ยกเว้นศัลยกรรม ซึ่งไม่นับ”


            “นั่นสิ แต่ก่อนวินทำผมปิดหน้าด้วย พอเปิดหน้าแล้วดูดีขึ้นเยอะเลย”


            ผมก็เลยได้แต่ยิ้ม ปกติผมเป็นคนที่อยากคุยนะ แต่ถ้าทุกคนพร้อมใจกันแย่งพูดแบบนี้ คนที่เคยล่องหนอย่างผมก็คิดเรื่องพูดไม่ทัน ผมเลยได้แต่ฟังๆ ยิ้มๆ คงต้องฝึกปรับตัวอีกเยอะเลย


            จนกระทั่งหมดคาบพักเที่ยงและกำลังจะไปเรียนคาบบ่ายต่อ ระหว่างทางไปห้องเรียนเพื่อนๆ ก็พูดเรื่องเดือนขึ้นมา


            “เอาจริงๆ ตอนแรกที่รู้ว่าบอสกับวินถูกเลือกเข้าชิงเดือนคณะ เราก็คิดว่าบอสน่าจะได้ชัวร์ๆ แต่ตอนนี้ไม่รู้แล้วอ่ะ”


            “นั่นสิ แต่ไม่ว่าจะเป็นบอสหรือวิน ก็ได้หมดล่ะนะ มีเพื่อนเป็นเดือนคณะ ฟินโคตร”


            ผมฟังแล้วก็ยิ้มเจื่อนๆ ขณะมองไปที่บอสเล็กน้อย ผมรู้สึกว่าวันนี้บอสดูเปลี่ยนไปนิดหน่อย แต่ก่อนบอสจะยิ้มง่ายและร่าเริงกว่านี้ แต่วันนี้กลับดูเงียบผิดปกติ ผมอาจจะคิดมากไปก็ได้มั้ง มันก็มีเป็นบ้างบางครั้งนั่นล่ะที่มีเรื่องให้คิดมากกว่าปกติ จนอยากอยู่เงียบๆ คนเดียว


            หลังจากที่เลิกเรียน ปีหนึ่งอย่างผมจะต้องไปเข้าห้องเชียร์ แต่เพราะวันนี้ผมกับบอสต้องไปรอที่ห้อง 300 เพื่อที่จะคัดเลือกเดือนคณะ ผมก็เลยไม่ต้องไปรับน้อง


            เอาจริงๆ ถึงผมจะเคยแอบฝันเล็กๆ ว่าถ้าได้เป็นเดือนแล้วจะเป็นยังไง แต่พอคิดว่ามันมีโอกาสมาวางอยู่ตรงหน้าแล้ว ผมก็แทบไม่อยากเชื่ออยู่ดีว่าเป็นเรื่องจริง


            ตอนนี้ผมก็มาหน้าห้อง 300 มีตัวแทนดาวคณะที่รุ่นพี่คัดมาอีกสามคน ผมจำได้ว่าพวกเธอก็เป็นคนโดดเด่นในรุ่นผมเช่นกัน


            “ไง เป็นยังไงบ้าง” บอสมาถึงก็ทักทายพวกเธออย่างเป็นมิตร บอสคงเป็นคนเดียวในรุ่นที่รู้จักทุกคนจะครบทั้งรุ่นอยู่แล้ว พวกเธอก็ยืนคุยกับบอสอย่างสนิทสนม แต่พวกเธอก็เหลือบมองมาทางผมด้วยสายตาสงสัยว่าผมเป็นใครด้วยเช่นกัน ผมคงหน้าไม่คุ้นสำหรับพวกเธอ


            “สวัสดีจ้ะน้องๆ ทุกคน ขอโทษที่ให้รอนะคะ” พี่เนยเดินออกมาจากห้องพร้อมกับใบรายชื่อตัวแทนดาวเดือนคณะ


            “สวัสดีค่ะ/ครับ พี่เนย” พวกผมก็ยกมือไหว้ตามประสารุ่นน้อง


            “ตอนนี้อินกับอาจารย์พร้อมแล้วนะคะ” พี่เนยกล่าว “เดี๋ยวพี่ขอให้น้องตัวแทนดาวเข้าไปก่อนนะคะ น้องตัวแทนเดือนนั่งรอข้างนอกก่อนนะคะ”


            ผมกับบอสก็พยักหน้าแล้วก็นั่งรอที่เก้าอี้ซึ่งรุ่นพี่เอามาวางเตรียมไว้ พวกตัวแทนดาวพอได้ยินชื่อพี่อินก็แสดงสีหน้าตื่นเต้นสุดๆ


            ระหว่างที่นั่งรอ บอสก็เป็นฝ่ายชวนผมคุย


            “วันนี้วินเตรียมตัวอะไรมาบ้างเหรอ” บอสถาม


            “เอ่อ ก็...ไม่ได้เตรียมอะไรเลย ตกใจเหมือนกันที่ถูกคัดด้วย” ผมตอบตามความจริง เพราะก่อนหน้านี้ผมก็ไม่คิดด้วยซ้ำว่าจะถูกคัดมาชิงตำแหน่งเดือน มันก็กะทันหันอยู่ไม่น้อย


            “อ่อ งั้นเหรอ” พอผมตอบแบบนี้ บอสก็เงียบไป ผมก็เลยถามกลับบ้าง


            “แล้วบอสล่ะ เตรียมอะไรมาบ้าง”


            “ก็ไม่ได้คิดว่าจะถูกคัดด้วย” บอสยิ้มให้ผม “ก็เลยไม่ได้เตรียมอะไรมาเหมือนกัน”


            “อ่อ อืมๆ” ผมพยักหน้าเบาๆ รู้สึกโล่งใจไม่น้อย ไม่ได้มีผมที่ไม่ได้เตรียมตัวอยู่คนเดียวสินะ


            หลังจากนั้น เราก็นั่งเงียบกันอยู่สักพัก ผ่านไปสิบนาทีพวกตัวแทนดาวก็เดินออกมา ผมเห็นสีหน้าของพวกเธอแล้วก็บ่งบอกชัดเจนมากเลยว่าใครได้เป็นดาว เพราะคนหนึ่งมีสีหน้ามีความสุขสุดๆ ส่วนอีกสองคนแม้จะพยายามฝืนยิ้ม แต่แววตาก็ดูผิดหวังอยู่ไม่น้อย


            “เป็นยังไงบ้างเหรอ” บอสถามพวกเธอ


            “พี่อินกับอ.ชนา เลือกให้นีน่าเป็นดาวคณะ ยินดีด้วยนะนีน่า” เพื่อนทั้งสองเอ่ยกับนีน่า


            “จริงเหรอ ยินดีด้วยนะนีน่า อ.ชนาเป็นกรรมการด้วยเหรอ แต่ว่าเสร็จเร็วเหมือนกันนะเนี่ย” บอสพูดคุยกับพวกเธอ ในขณะที่ผมซึ่งไม่เก่งเรื่องเข้าสังคมก็ได้แต่เงียบ


            “ขอบใจจ้ะบอส” นีน่าตอบด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ก็ไม่มีอะไรมากเลยนะ อ.ชนากับพี่อินแค่สัมภาษณ์ไม่กี่คำถาม พิจารณาจากการตอบคำถามอย่างเดียวน่ะ”


            “ใช่ นีน่าตอบได้ดีมากเลยล่ะ” เพื่อนคนนึงว่า


            “พี่อินก็หล่อมากด้วย ทำไมถึงได้หล่อขนาดนี้ เพิ่งเคยเห็นตัวจริงใกล้ๆ ก็คราวนี้” ส่วนอีกคนคงเป็นแฟนคลับพี่อิน


            “น้องตัวแทนเดือนคะ ถ้าพร้อมแล้วก็เข้ามาได้เลยจ้ะ” พี่เนยเปิดประตูมาเรียก ทำให้บอสโบกมือลาเพื่อนผู้หญิง แล้วผมกับบอสก็เดินเข้าไปในห้องพร้อมกัน


            ตอนแรกที่เข้ามาในห้อง ผมก็รู้สึกประหม่าอยู่ไม่น้อย มันเป็นห้องประชุมขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่ ตรงกลางห้องวางเก้าอี้ไว้สามตัว มีพี่อินกับอาจารย์ชนานั่งอยู่ที่โต๊ะฝั่งตรงข้าม นอกจากพี่อินกับอาจารย์ชนาแล้ว ก็ยังมีอาจารย์บางท่านกับรุ่นพี่ปีโตที่มามานั่งดูอยู่รอบๆ อย่างเป็นระเบียบด้วยเช่นกัน


            ผมแอบกลืนน้ำลายเล็กน้อย ดูไปดูมา บรรยากาศเหมือนกับการออดิชั่นที่เคยเห็นในรายการทีวีอยู่ไม่น้อยเลย


            “นั่งตรงนี้เลยค่ะน้อง” พี่เนยเรียกให้ผมกับบอสไปนั่ง ท่ามกลางสายตาจับจ้องของผู้คนมากมาย


            ผมนั่งประชันหน้ากับพี่อินและอาจารย์ชนาซึ่งกำลังมองผมและบอสอย่างพิจารณา


            ผมเหลือบมองพี่อิน สีหน้าพี่อินยังคงนิ่งเหมือนเคย แต่ก็ดูจริงจังกว่าที่ผ่านมา


            “สวัสดีครับอาจารย์ชนา สวัสดีครับพี่อิน” บอสยกมือไหว้กรรมการอย่างเป็นธรรมชาติ ผมได้สติก็เลยรีบทำตาม


            “คนนี้...นายบดินทร์ใช่มั้ยจ๊ะ...” อาจารย์ชนามองดูใบรายชื่อ “ส่วนคนนี้...อาชวินเหรอ...หืม ตัวจริงกับในรูปนิสิตต่างกันมากเลยนะ”


            ผมได้แต่ยิ้มแห้งๆ ไม่รู้จะบอกยังไงว่าผมเพิ่งไปแปลงโฉมมาเร็วๆ นี้


            “โอเค งั้นเริ่มกันเลยดีกว่านะ” อาจารย์ชนาว่า “วิธีการคัดเลือกดาวเดือนของคณะบริหารก็ไม่ได้ยุ่งยากอะไร หลักๆ ก็ให้รุ่นพี่ที่มีประสบการณ์อย่างอินทรากรเลือกน้องที่ดูหน้าตาโดดเด่น จากนั้นก็มีให้พวกอาจารย์ช่วยดูให้อีกที วันนี้พวกฉันก็แค่จะสัมภาษณ์นิดหน่อย ดูวิธีการตอบคำถาม ความคิด และทัศนคติว่าเหมาะสมที่จะเป็นเดือนคณะหรือเปล่า”


            “ไม่ต้องมีแสดงความสามารถพิเศษเหรอครับ” บอสพูดขึ้นมา ทำให้ผมสะดุ้งเล็กน้อย ถ้าต้องมีแสดงจริง ผมก็คงซวยสุดๆ เพราะไม่ได้เตรียมอะไรมาเลย


            “ยังไม่ต้องกังวลเรื่องนั้นจ้ะ” อาจารย์ชนายิ้ม “เพราะถ้าได้เป็นเดือนคณะเมื่อไหร่ เดี๋ยวฉันให้อินทรากรช่วยเทรนให้เป็นกรณีพิเศษ”


            คำพูดของอาจารย์ชนาทำให้ผมถอนหายใจอย่างโล่งอก


            “เอาล่ะ ไม่เป็นการเสียเวลา งั้นฉันขอเริ่มสัมภาษณ์เลยแล้วกันนะ ฉันขอถามทั้งสองคนเลย...”


            ทั้งผมและบอสต่างตั้งใจฟังคำถาม


            “จุดเด่นของตัวเองคืออะไร พวกเธอมีอะไรดีที่จะทำให้ฉันและอินทรากรต้องเลือกเธอเป็นเดือน”


            ผมพิจารณาคำถามของอาจารย์ชนาแล้วคิดหนักทันที สมกับเป็นอาจารย์สอนแบรนด์ดิ้งและการตลาดจริงๆ เป็นคำถามที่ให้คนอยากเป็นเดือนพรีเซนท์ตัวเองเหมือนกับนำเสนอสินค้าให้ลูกค้า ‘ทำไมผมต้องซื้อสินค้าของคุณ’


            แล้วคนจืดจางอย่างผม มีอะไรโดดเด่นกันเนี่ย


            “อ่ะ บดินทร์ ดูเหมือนเธอมีคำตอบแล้ว ไหนลองว่ามาซิ” อาจารย์ชนาเห็นท่าทางบอสจะพร้อมกว่าผม ก็เลยหันไปทางบอส


            “ครับ” บอสเอ่ย “ผมคิดว่า จุดเด่นของผมคือ ผมมีความสามารถหลายอย่างครับ ผมเล่นกีฬาได้เกือบทุกประเภท ผลการเรียนของผมค่อนข้างดี ด้านดนตรี ผมก็เคยเล่นให้กับวงโรงเรียนตอนมัธยม ผมเชื่อว่าคนที่เหมาะเป็นเดือน ควรมีความสมบูรณ์แบบในทุกๆ อย่าง โดยเฉพาะเรื่องความสามารถครับ”


            คำตอบของบอสทำให้ผมใจฝ่อทันที แล้วไอ้คนอย่างผมมันจะมีอะไรเหมาะเป็นเดือนล่ะเนี่ย


            อาจารย์ชนาฟังคำตอบของบอสแล้วก็พยักหน้าเบาๆ จดอะไรลงไปนิดหน่อย ส่วนพี่อินก็ยังนั่งนิ่งสีหน้าไม่เปลี่ยนแปลง


            “อาชวิน ไหนเธอตอบบ้างสิ” อาจารย์ชนาหันมาทางผมบ้าง


            พอถึงตาผมแล้ว ผมก็ใจเต้นระส่ำ


            “ผม…” ผมอึกอักเล็กน้อย ตอนแรกผมกะจะตอบไปตามตรงแบบโง่ๆ เลยว่า ผมไม่รู้ว่าตัวเองมีอะไรโดดเด่น แต่พอหันไปเห็นพี่อินกำลังมองผมอยู่ ผมก็กลืนคำตอบนั้นลงคอ


            พี่อินเป็นคนเลือกผมมา ผมคิดในใจ ถ้าผมตอบแบบนั้น เท่ากับว่าผมทำให้พี่อินเสียเครดิตไปด้วย


            ผมใช้ช่วงเวลาสั้นๆ นึกถึงคำคมหลายอย่างจากที่เคยอ่านหนังสือ ผมได้ว่าข้อคิดที่ผมได้จากพวกวรรณกรรมเกือบทุกเรื่องคือ ทุกอย่างในโลกนี้มีทั้งด้านดีและด้านร้าย ในโลกนี้ไม่ได้อะไรที่แย่ที่สุดและดีที่สุด ทุกอย่างขึ้นอยู่กับมุมมองของแต่ละคน นั่นเป็นคติที่ทำให้ผมใช้ชีวิตอยู่ในโลกนี้อย่างมีความสุข พยายามไม่เก็บเรื่องแย่ๆ ในชีวิตมาทำให้ตัวเองหดหู่


            ซึ่งถ้าอ้างอิงจากข้อคิดนี้ บางทีความล่องหนของผมอาจถือเป็นจุดเด่นด้วยก็ได้


            “ผมมีคาร์แรกเตอร์ที่ไม่เหมือนคนอื่นครับ” ผมตัดสินใจตอบออกไป ทำให้อาจารย์ชนามีท่าทีสนใจเล็กน้อย


            “งั้นเหรอ ไหนลองว่ามาสิ”


            “ครับ” ผมพยายามเรียบเรียงคำพูด “ตั้งแต่เกิดมา ผมก็เป็นคนจืดจางครับ ผมเป็นคนไม่โดดเด่น กลืนไปกับฝูงชน ไปสั่งอาหารก็โดนแม่ค้าลืม เดินอยู่ก็มักถูกชนเพราะมองไม่เห็น เวลาต่อคิวก็โดนแซงเพราะนึกว่าแถวว่าง บางทีเพื่อนยังลืมรับแอดเฟซบุ๊คผมเลย...”


            เรื่องเล่าของผมทำให้บรรยากาศเงียบๆ ของห้องมีเสียงหัวเราะขึ้นมาบ้าง อาจารย์ชนาท่าทาวรู้สึกสนใจ แต่ก็แปลกใจอยู่ไม่น้อย


            “แต่เธอหน้าตาดีนี่นา เป็นไปได้ยังไง”


            “จริงๆ แต่ก่อนผมก็หน้าตาเหมือนในรูปถ่าย” ผมได้แต่เกาหัวแกร่กๆ “ผมเพิ่งรู้จักวิธีทำผมแต่งหน้า ตอนนี้ผมก็เลยโอเคขึ้น”


            “อ๋อ จริงด้วย ในรูปถ่ายเธอธรรมดามาก” อาจารย์ชนาก้มมองรูปผมบนโต๊ะ “ตอนแรกยังสงสัยอยู่เลยว่าทำไมอินทรากรถึงได้เลือกเธอ แต่พอเห็นตัวจริง ถือว่าไม่เลว อินทรากรตาถึงไม่น้อย”


            “ขอบคุณครับ” ผมยกมือไหว้อาจารย์ชนาทันที อาจารย์ชมผมตรงๆ ผมก็รู้สึกเขินอยู่ไม่น้อย แต่ที่เขินที่สุดคงเป็น...ที่ผมมายืนอยู่ตรงนี้ได้ก็เพราะพี่อินนี่ล่ะ


            “คาร์แรกเตอร์ที่เล่ามาก็มีสตอรี่น่าสนใจนะ” อาจารย์ชนาเอ่ยต่อ “แต่ไหนเธอลองอธิบายสิ คาร์แรกเตอจืดจางของเธอเนี่ย มันมีตรงไหนที่ควรจะได้เป็นเดือนล่ะ”


            ผมเงียบไปสักพัก ก่อนจะหันไปมองพี่อิน พอเห็นพี่อินกำลังมองผมอยู่ ผมก็รีบหลบสายตาทันที รู้สึกหน้าร้อนๆ นิดหน่อย


            หากพี่อินเป็นเหมือนเดือนปกติทั่วไป พี่อินคงไม่สามารถครองใจด้อมกะทิได้ขนาดนี้ แต่เพราะพี่อินเป็นเดือนล่องหนนี่ล่ะ นั่นจึงเป็นจุดเด่นที่ไม่มีใครเหมือน


            “เพราะผมเคยเป็นคนที่ไม่โดดเด่นมาก่อน ผมจึงมีมุมมองอีกแบบ หากเป็นคนที่หน้าตาดีตั้งแต่เกิด คงไม่เคยมีใครเคยสัมผัสชีวิตจืดจางเหมือนกับผมที่ผ่านมา ดังนั้น ถ้าผมได้เป็นเดือน ผมคงสามารถเป็นแรงบันดาลใจให้กับอีกหลายคนที่มีความฝันเหมือนกัน...”


            คราวนี้ผมตอบอย่างไหลลื่น จนแทบไม่อยากจะเชื่อว่าผมพูดออกมาจริงๆ ราวกับพอค้นพบจุดประสงค์ในใจ คำพูดก็พรั่งพรูออกมาเป็นสายน้ำ


            “ขนาดคนที่เคยจืดจางอย่างผม ยังสามารถเป็นเดือนได้ ดังนั้น บนโลกใบนี้ ขอแค่มีความพยายาม ก็ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้”


            ผมแอบมองพี่อินเล็กน้อย เพราะพี่อินก็เป็นแรงบันดาลใจให้ผมหลายอย่างเหมือนกัน


            คำตอบของผมทำให้อาจารย์นายิ้มเล็กน้อย ก่อนจะจดอะไรลงไปในกระดาษ


            “เอาล่ะ คำถามฉันหมดแล้ว ที่เหลือตาเธอนะ อินทรากร” จากนั้นอาจารย์ชนาก็ส่งหน้าที่ต่อให้พี่อิน


            พอถึงตาพี่อิน ไม่รู้ทำไมผมกลับรู้สึกประหม่ามากกว่าเดิมจนมวนท้องสุดๆ


            “บดินทร์” พี่อินเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ขณะมองหน้าบอสด้วยสีหน้านิ่งปกติ


            “ถ้าได้เป็นเดือน อยากทำอะไร” คำถามพี่อินสั้นและเรียบง่ายสุดๆ คำถามนี้เป็นคำถามยอดฮิตที่เหมือนตอบไม่ยาก แต่สำหรับคนอย่างพี่อิน ก็ยากจะคาดเดาว่าคำตอบแบบไหนถึงจะถูกใจพี่อิน


            “ผมมีหลายอย่างที่อยากทำถ้าผมได้เป็นเดือน” บอสตอบอย่างลื่นไหล


            “การได้เป็นเดือนเป็นเหมือนตัวแทนประชาสัมพันธ์มหา’ลัย อย่างเช่น ผมชื่นชอบกีฬา ผมสามารถช่วยโปรโมตให้นิสิตสนใจกีฬามากขึ้น หันมาออกกำลังกาย รักษาสุขภาพ ห่างไกลจากยาเสพติดครับ ผมอยากจะเป็นแบบอย่างที่ดีกับเยาวชนในรุ่นหลังครับ”


            คำตอบของบอสคงเป็นคำตอบในอุดุมคติของการเป็นเดือน อาจารย์ชนาฟังแล้วก็จดอะไรลงไปนิดหน่อย ส่วนพี่อินก็ไม่ได้พูดอะไร สีหน้าไร้อารมณ์ยากจะจับความคิด


            “อาชวิน” คราวนี้พี่อินหันมาถามผมบ้าง ผมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อพี่อินเรียกชื่อจริงผม


            ผมเตรียมใจคิดคำตอบล่วงหน้า ผมเดาว่าคำถามของผมคงจะเหมือนกับบอส ถ้าผมได้เป็นเดือนแล้วผมอยากทำอะไร ข้อยากคือ ผมจะต้องตอบให้แตกต่างจากบอส ไม่งั้นอาจจะถูกมองว่าลอกคำตอบได้ แต่คำตอบบอสก็เหมือนจะดีที่สุดแล้ว แล้วผมจะตอบอะไรดีล่ะ


            “อยากเป็นเดือนมั้ย” ทว่าคำถามของพี่อินกลับเรียบง่ายกว่าที่คิด


            ผมกะพริบตาปริบๆ พี่อินถามผมคนละคำถามกับบอส


            “เอ่อ...ขึ้นกับกรรมการเลยครับ” ผมพยายามเลี่ยงคำตอบ เพราะถ้าผมบอกว่าอยากเป็น มันก็คงตรงเกินไป แต่ถ้าบอกไม่อยากเป็น มันก็เป็นการปิดโอกาสตัวเอง


            “ตอบตรงๆ” ทว่าพี่อินกลับคาดคั้นกับผม แม้ว่าสีหน้าจะเรียบนิ่ง แต่น้ำเสียงกลับหนักแน่น


            ผมกลืนน้ำลายเล็กน้อย ผมต้องตอบตรงๆ จริงเหรอเนี่ย


            “ก็...ถ้าได้เป็นผมก็ดีใจครับ แต่ถ้าไม่ได้เป็น ผมก็ยอมรับการตัดสินของกรรมการครับ” คราวนี้ผมพยายามตอบตรงมากขึ้น แต่มันก็ถือว่าเลี่ยงอยู่ดี


            พี่อินเงียบไปสักพัก ก่อนจะใช้สายตาจริงจัง


            “ถ้าอยาก...จะให้เป็น ถ้าไม่อยาก...จะให้อีกคน”


            น้ำเสียงพี่อินเรียบง่าย แต่กลับมีความหมายอันน่าตกตะลึง ทำเอาแม้แต่อาจารย์ชนาและคนทั้งห้องประชุมแทบหันมามองพี่อินเป็นสายตาเดียว


            ผมเบิกตาโตอย่างตกใจ พี่อินว่ายังไงนะ


            ถ้าผมบอกว่าอยากเป็นเดือน พี่อินก็จะยกตำแหน่งให้ผม


            แต่ถ้าผมบอกว่าไม่อยากเป็น พี่อินก็จะให้บอสเป็นแทน


            ผลการตัดสินขึ้นอยู่กับผมงั้นเหรอ ผมตกตะลึงไม่น้อย


            “อยากเป็นเดือนมั้ย” พี่อินถามซ้ำอีกรอบ


            ผมยังคงอึ้ง แต่สายตาพี่อินที่เหมือนมองลึกเข้าไปถึงเบื้องความปรารถนาในใจผม ทำให้ผมไม่สามารถตอบแบบเดิมได้อีกต่อไป


            “อยากเป็นครับ” ในที่สุด ผมก็ยอมรับความจริง


            หากมีโอกาสสักครั้ง ที่อากาศไร้ตัวตนอย่างผมจะกลายเป็นดวงเดือน ผมก็ไม่อยากปล่อยโอกาสนั้นไปอย่างสูญเปล่า


            “ทำไมอยาก” พี่อินถามถึงเหตุผล


            ทำไมผมถึงอยากเป็นเดือน คำถามนี้ชัดเจนมาก จนผมแทบไม่ต้องคิดเลย


            ถ้าผมจะเป็นเดือน ผมก็อยากจะเป็นเดือนให้ได้แบบพี่อิน


            “ผมอยากจะเป็นแรงบันดาลใจให้กับทุกคนครับ”


            ผมนึกถึงพี่อิน พี่อินที่ช่วยเปลี่ยนให้อากาศอย่างผมกลายเป็นอากาศเรืองแสง


            “ผมเชื่อว่า โลกนี้ทุกคนต่างที่มีความฝันที่สวยงาม แต่ก็มีหลายคนที่คิดว่าคงเป็นไปไม่ได้ก็เลยถอดใจไปก่อน อย่างเช่น คนจืดจางอย่างผมที่เคยแอบวาดฝันว่าจะเป็นเดือน ผมไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะมีวันที่ผมได้มายืนอยู่ตรงนี้ ผมจึงอยากจะบอกเล่าเรื่องราวนี้ให้ทุกคนได้รับรู้ อยากบอกให้ทุกคนเชื่อว่าในโลกนี้ทุกอย่างเป็นไปได้ หากมีความมุ่งมั่นและพยายาม ขอแค่อย่ายอมแพ้ในความฝันของตัวเอง”


            พอผมตอบรัวๆ อย่างแทบไม่ได้พักหายใจ รู้สึกโล่งใจไม่น้อยที่ได้พูดทุกอย่างที่อยู่ในใจออกไป


            พี่อินได้เปลี่ยนแปลงให้แฟนคลับทุกคนสร้างความดี พี่อินสร้างพลังด้านบวกที่มองไม่เห็น แต่เป็นกระแสสังคมที่ทรงพลัง ถ้าผมมีโอกาสได้เป็นเดือน ผมเองก็อยากทำให้ได้อย่างที่อิน


            ถ้าในโลกนี้มีคนที่ขาดความมั่นใจอย่างผม ผมก็อยากเปลี่ยนให้พวกเขามีความมั่นใจมากขึ้น


            ถ้าในโลกนี้ยังมีคนที่รู้สึกท้อแท้ ผมก็อยากมอบพลังให้พวกเขาลุกขึ้นและเดินหน้าต่อไป


            ผมได้รับพลังนี้จากพี่อิน ผมก็อยากจะส่งต่อพลังนี้ให้กับทุกคนเช่นกัน


            ผมไม่อยากเป็นแค่อากาศนิ่งๆ แต่อยากเป็นสายลมพัดโหมอันเปี่ยมไปด้วยพลัง ส่งต่อกำลังใจให้ทุกคนมีแรงผลักดันสร้างความฝันของตัวเอง


            พี่อินฟังคำตอบผมก็พยักหน้าเบาๆ เช่นเดียวกับอาจารย์ชนา


            พี่อินกับอาจารย์ชนาก็เขียนข้อความลงในใบกระดาษอยู่สักพัก จากนั้นพี่อินก็เงยหน้ามองผม


            “ผมเลือกอาชวิน”


            คำพูดของพี่อินแทบทำให้ผมเหมือนตัวลอยขึ้นมา ผมบรรยายความรู้สึกตัวเองไม่ถูกเลย ทั้งตื่นเต้น ดีใจ ปลื้มใจ และ...


            ‘ผมเลือกอาชวิน’


            เพียงคำพูดสั้นๆ พี่อินเลือกผมเป็นเดือนนั้น สำหรับผมมันมีความหมายลึกซึ้งกว่านั้น


            พี่อินยอมรับผม...นี่เป็นครั้งแรกที่ผมได้รับการยอมรับจากใครสักคน คนนั้นยังเป็นถึงยูนิสตาร์ที่เป็นที่รักมากมาย และเป็นคนที่ผมชื่นชมอย่างมากด้วยเช่นกัน


            “ยินดีด้วยนะวิน” คำพูดของบอสเรียกสติผมกลับมา บอสหันมาแสดงความยินดีกับผมตามมารยาท แต่ผมกลับพูดอะไรไม่ออก เพราะแม้บอสจะเอ่ยแสดงความยินดี แต่สีหน้าบอสก็ไม่ได้เป็นไปตามคำพูดสักเท่าไหร่


            ผมก็เข้าใจบอสเหมือนกัน ถ้าผมเป็นบอส ก็คงรู้สึกผิดหวังไม่น้อย แต่ผมก็ไม่รู้จะทำยังไงเหมือนกัน จะบอกไปว่าขอโทษมันก็ดูเหมือนไปเย้อหยัน จะไปขอปลอบ ผมก็ไม่มีสิทธิตรงนั้นอีก ผมเองก็รู้สึกผิดเหมือนกัน กลัวว่าบอสจะรู้สึกแย่กับผม แต่มันอาจต้องรอเวลาผ่านไปสักพัก ผมกับบอสถึงจะพูดคุยเรื่องนี้กันได้อย่างเป็นธรรมชาติล่ะมั้ง


            “ฉันเห็นด้วยกับอินทรากรนะ” อาจารย์ชนาเอ่ยขึ้นมา ทำให้ทั้งผมและบอสหันกลับไปฟัง


            “ฉันไม่ได้หมายความว่าเธอไม่ดีนะจ๊ะ บดินทร์ ฉันก็ชอบเธอเหมือนกัน และอินทรากรก็มีความเห็นเดียวกับฉันด้วย” อาจารย์ชนาถือวิสาสะแอบดูใบคะแนนที่พี่อินจด


            “ถ้าคณะบริหารเราคิดจะชิงตำแหน่งเดือนมหา’ลัย ฉันจะเลือกเธอนะบดินทร์” อ.ชนาพูดอย่างตรงไปตรงมา คำพูดของอ.ชนาทำให้สีหน้าของบอสดีขึ้นเล็กน้อย


            “เธอมีคุณสมบัติทุกอย่างที่เหมาะจะเป็นเดือนมหา’ลัย หน้าตาเธอก็โดดเด่น ความสามารถเธอก็เยอะ คาร์แรกเตอร์เธอก็สร้างความนิยมได้ไม่ยาก ถ้าฉันเลือกเธอ อย่างน้อยในเวทีเดือนมหา’ลัยในปีนี้ คณะเราจะต้องติดหนึ่งในสามแน่นอน”


            ถึงผมจะเป็นคู่แข่งกับบอส แต่ผมก็เห็นด้วยกับที่อาจารย์ชนาพูดอยู่ดี


            ผมเหลือบไปมองบอส สีหน้าบอสแสดงความเคลือบแคลงอย่างมากว่าทำไมถึงไม่เป็นผู้ถูกเลือก


            “แต่ว่า...เราไม่ได้มองที่เวทีเดือนมหา’ลัย” อาจารย์ชนาพูดอย่างชัดถ้อยชัดคำ


            “เป้าหมายของเราคือ เวทียูนิสตาร์


            คำพูดของอาจารย์ชนาทำให้ดวงตาของผมเบิกกว้าง


            “บดินทร์ ฉันเป็นคนตรงๆ ดังนั้น ฉันก็จะพูดอะไรตรงๆ ไม่ต้องคิดมากนะ ถือเป็นการเลคเชอร์เรื่องมาร์เก็ตติ้งไปในตัวนะ คาร์แรกเตอร์ของเธอเนี่ย ถือเป็นพิมพ์นิยม ฉันเชื่อว่าทุกมหา’ลัย ก็จะส่งตัวแทนเดือนมหา’ลัยที่คล้ายๆ เธอเข้ามาในเวทียูนิสตาร์กันหมด”


            คำวิเคราะห์ของอาจารย์ชนาทำให้ผมคิดตาม มันก็น่าจะจริงอยู่นะ เพราะทุกมหา’ลัยก็เหมือนจะมีเกณฑ์เฉพาะตัวอยู่แล้วว่าคนที่จะได้เป็นเดือนต้องมีลักษณะอย่างไร


            “เธออาจจะได้เป็นเดือนมหา’ลัย XU นะ บดินทร์ แต่ฉันว่ายากที่จะไปถึงรอบ 9 คนสุดท้ายของยูนิสตาร์”


            คำพูดของอ.ชนาตรงไปตรงมาจนผมฟังแล้วสะอึกแทนอยู่ไม่น้อย


            “ในขณะที่อาชวิน...” อาจารย์ชนาหันมามองผม ทำให้ผมขาสั่นเล็กน้อย ผมจะโดนวิจารณ์อะไรโหดๆ มั้ยเนี่ย


            “ในเวทีเดือนมหา’ลัย XU อินทรากรอาจจะต้องเทรนด์เธอหนักหน่อย เพื่อจะให้เธอเอาชนะเดือนคณะอื่น เพื่อจะให้เธอได้เป็นเดือนมหา’ลัยเรา...นั่นเป็นบันไดขั้นยากที่สุด แต่หลังจากนั้น ฉันเชื่อว่าเธอต้องติดเวทียูนิสตาร์รอบ 9 คนสุดท้ายแน่นอน”


            คำพูดของอาจารย์ชนาทำให้ผมขนลุกทันที ราวกับมันมีพลังงานบางอย่างแฝงอยู่ แล้วความรู้สึกผมก็ตอบสนองด้วยเช่นกัน


            “คาร์แรกเตอร์เดือนอย่างเธอ จะเป็นส่วนน้อยมากที่มี ดังนั้น ถ้าเธอเป็นเดือนมหา’ลัยได้ เธอจะโดดเด่นมากเลยนะ เพราะพิมพ์นิยมเดือนมหา’ลัยส่วนใหญ่เน้นหล่อ สูง หุ่นดี แต่เธอมาแนวตัวเล็ก น่ารักหน้าหวาน ย่อมต้องแตกต่าง...”


            ตัวเล็ก น่ารัก หน้าหวานเหรอ...ผมเป็นแนวนั้นจริงๆ สินะ


            “ตอนแรกฉันก็ลังเลระหว่างเธอกับบดินทร์นะ แต่พอฉันได้ฟังคำตอบของเธอแล้ว คาร์แรกเตอร์และสตอรี่ของเธอไม่ธรรมดาจริงๆ ฉันรู้สึกประทับใจมาก”


            ผมรีบยกมือไหว้ขอบคุณอาจารย์ชนา ตั้งแต่เกิดมาก็เพิ่งเคยได้รับคำชมมากขนาดนี้


            “บดินทร์อาจมีโอกาสได้เป็นเดือนมหา’ลัยง่ายกว่า แต่อาชวินจะได้ไปถึงรอบยูนิสตาร์หรือไม่ ก็ต้องมาลุ้นคู่แข่งเดือนมหา’ลัยปีนี้ด้วย”


            อาจารย์ชนามองผมสลับกับบอส


            “แต่ถ้าให้เลือกระหว่างเธอทั้งสองคน แม้จะเสี่ยงกว่า แต่ฉันขอเลือกมองผลลัพธ์ที่ท้าทายกว่า...”


            จากนั้น อาจารย์ชนาก็เลือกที่จะยิ้มให้ผมแล้วพยักหน้า


            “ขอแสดงความยินดีด้วย อาชวิน เธอคือ เดือนคณะบริหารประจำปีนี้”


☽☽☽☽☽☽☽☽☽




Writer's Talk


นุ้งวินได้เป็นเดือนแล้ว ในที่สุดนิยายเรื่องนี้ก็กลายเป็น 'เดือนล่องหน' โดยสมบูรณ์ เย้ ><


ขอบคุณผู้อ่านทุกคนที่ติดตามมากๆ เลยนะคะ ขอบคุณทุกคอมเมนท์ และทุกข้อความในทวิตเตอร์ #เดือนล่องหน ดีใจมากเลยที่ผู้อ่านมาพูดคุยกัน (แต่เดี๋ยวรอเราสอบเสร็จ จะค่อยๆ ไปทยอยตอบภายในสัปดาห์นี้นะคะ) ดีใจที่ทุกคนรักนุ้งวิน รักพี่อิน รักเดือนล่องหน  กอดดดดด~~~ //รัก <3 <3 <3 


ถ้ามีอัพเดทรายละเอียดอะไรเพิ่มเติมเกี่ยวกับรูปเล่ม จะรีบมาแจ้งให้ทราบเลยนะคะ

รักผู้อ่านจ้า

ล.โลกลัลล้า

-------------------------------

แฮชแท็กประจำเรื่อง #เดือนล่องหน

Twitter : @colourfulearth ใช้ชื่อว่า L.Loklalla จ้า

Facebook Page : EarthLok - ล.โลกลัลล้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7.338K ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

26,312 ความคิดเห็น

  1. #26311 aor0909 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 16 ธันวาคม 2563 / 10:55
    ชอบเหตุผลในการเลือก มองได้ลึกซึ้ง ขอบคุณนักเขียนที่สามารถบรรยายเนื้อเรื่องได้ดี ภาษาลื่นไหล อ่านไม่สะดุด เลยค่ะ นี่อ่านเรื่องที่สอง อ่านแบบย้อนแย้งมาก ไม่เรียงลำดับเล่ม เพราะอ่านจากเรื่อง เฟิร์สกับโม ก่อน 😅😅
    #26,311
    0
  2. #26269 258011 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2563 / 17:10
    น้องได้เป็นเดือนคือเราดีใจมากเลย น้องจะมีตัวตนเเล้ว เเต่ตอนนี้เริ่มกลัวดราม่าเเล้ว
    #26,269
    0
  3. #26165 NACHI1743 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 31 มีนาคม 2563 / 14:35
    ก็เข้าใจบอสนะ เพราะดูจากหลายๆอย่าง
    บอสดูเป็นคนที่น่าจะได้เป็นเดือนแน่ๆ
    เก่งรอบด้าน หล่อ มนุษสัมพันธ์ดี
    ก็คืออ่ะแล้วเจ้าตัวก็คงคาดหวังมากๆด้วย
    แต่พอไม่ได้ก็คงเฟลอ่ะ

    //กลัวคนด่าน้องมากแบบวินอ่ะก็คิดว่า
    ตัวเองไม่เหมาะแต่พอให้แข่งก็เปลี่ยตัวเอง
    แล้วไหนบอกว่าไม่เหมาะไรงี้
    คือกลัวคนด่าน้องตรงนี้แหละเอาจริง
    #26,165
    0
  4. #26136 Heroiiiiin. (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มีนาคม 2563 / 02:48
    น้องบอสานี่มา

    เดะพี่ปลอบ
    #26,136
    1
    • #26136-1 Heroiiiiin.(จากตอนที่ 16)
      10 มีนาคม 2563 / 02:49
      แต่อย่ามองวินไม่ดีนะ
      #26136-1
  5. #26105 pommys (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 มีนาคม 2563 / 15:27
    นี่คิดในใจบอสคงรู้สึกไม่พอใจวินนิดๆที่วินเริ่มีตัวตน ตอนถามว่าเตรียมอะไรพิเศษมามั้ย ยอสตอบว่าไม่ แต่พอเข้าห้องดันถามว่าไม่ต้องแสดงความสามารถพิเศษหรอ
    #26,105
    1
    • #26105-1 Kookv-yoonmin(จากตอนที่ 16)
      31 มีนาคม 2563 / 20:28
      ใช่ป้ะะ นี่ว่าบอสคงไม่โอเคกับวินไม่มากก็น้อยเเหละ
      #26105-1
  6. #26068 filmnaruepron (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2563 / 21:42
    'พิมพ์นิยม' เข้าใจความหมายของคำนี้เลยอ่ะ รู้สึกเรียลมาก ไรท์แข่งประกวดเปล่าเนี้ย?
    #26,068
    0
  7. #26036 OhsehunB29 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 มกราคม 2563 / 14:39
    บอส-อย่าโกรธน้องเรานะ เป็นเพื่อนกันนะ-อย่าทำร้ายกัน
    #26,036
    0
  8. #25970 pametc11 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2562 / 20:29
    ชอบพี่อิน... อยากเป็นเดือนมั๊ย ถ้าอยากเป็นก็จะให้เป็น... งื้ออออ ทำไมดี
    #25,970
    0
  9. #25937 After_TeaTime (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 00:06

    เขียนดีมากอ่ะ ทั้งคำตอบน้อง แล้วก็คำวิจารณ์ของอาจาร์ย คือมันเรียลแล้วก็ให้ข้อคิดมากๆ ให้คิดตามด้วย คือถ้าโปรเจอร์ unistar ได้ทำเป็นซีรี่ส์คงจะดีไม่น้อย น่าจะสนุกมากแน่ๆ ชอบมากเลยค่ะ รักเรื่องนี้เลย
    #25,937
    0
  10. #25876 Mah_che_mimi_ku (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2562 / 15:35

    ในที่สุดนุ้งวินก็ได้เป็นเดือน~ ไม่ต้องทำตัวเหมือนอากาศอีกต่อไปแล้วว บอกตามตรง เราก็รู้สึกประทับใจกับคำตอบของวินเหมือนกัน เพราะเราก็เป็คนนึงที่ไม่ค่อยมีใครสนใจหรือกล้าแสดงออกอะไร แต่ไม่ขั้นจืดจางแบบวินเด้ออ5555 ทำให้ตอนนี้วินเหมือนเป็นแบบอย่างและไอดอลของเราไปแล้ว รวมถึงไรท์ด้วย เราชอบการเขียนการบรรยายและการแต่งของไรท์ ที่บอกว่าไรท์เป็นไอดอลของ เพราะว่าตอนนี้เราก็กำลังฝึกแต่งนิยายเหมือนกัน แต่ไม่มีกำลังใจ ไม่มีแรงผลักดันจากใครเลย จะมีก็แค่พี่เราที่คอยแนะนำอะัไรนิดหน่อยเพราะพี่เราก็แต่งนิยายเหมือนกัน แต่พอมาอ่านเรื่องของไรท์ ทำให้เราเห็นถึงความตั้งใจของไรท์ที่มีเพื่อรีดขนาดไหน หนูขออนุญาติเอาความตั้งใจและมุ่งมันของไรท์เป็นแบบอย่าง และอนุญาติเป็นแฟนคลับไรท์ และสุดท้ายนี้หนูขอยกไรท์เป็นไอดอลของหนูเลย~ จะพยายามติดตามทุกผลงานของไรท์นะคะ
    #25,876
    1
    • #25876-1 Mah_che_mimi_ku(จากตอนที่ 16)
      5 สิงหาคม 2562 / 15:36
      หนูขออนุญาติเป็นแฟนคลับของ ล.โลกลั้ลลา เจ้าคะะ
      #25876-1
  11. #25861 MarkBam1n1a (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 21:11
    คือดีอะ.... ชอบพี่อิน ตรงสุดๆแม่เอ้ยยยย
    #25,861
    0
  12. #25825 katekate (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2562 / 20:38
    อร๊ายยย มานดี น้องมาไกลมากก พี่อินแมวมองสุดๆ
    #25,825
    0
  13. #25807 pinkyyyy (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 พฤษภาคม 2562 / 08:06
    เขียนดีมากๆเลย ชอบจัง
    #25,807
    0
  14. #25792 LatteAmericano (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2562 / 23:16

    อารมประมานเดือนเกี้ยวเดือนอะ

    #25,792
    0
  15. #25740 hunhankiki (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 20 มีนาคม 2562 / 17:19
    น้องวินสู้ๆลูกกก
    #25,740
    0
  16. #25724 lio99 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 14 มีนาคม 2562 / 01:59
    หนักใจแทนน้องในรอบเดือนมหา'ลัยเลย
    #25,724
    0
  17. #25709 MINERVA09 (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 12 มีนาคม 2562 / 00:03
    น้องทำได้รักๆ
    #25,709
    0
  18. #25666 Alinas (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:03

    น้องเค้าาาาาาา

    #25,666
    0
  19. #25659 YunBi (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:56
    สอบ onet เสร็จเเล้วอ่านดั้ยยค่าา
    #25,659
    0
  20. #25658 YunBi (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:56
    สอย onet เสร็จเเล้วอ่านดั้ยยค่าา
    #25,658
    2
  21. #25575 prince_Lprince (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 14:17
    ยินดีกับน้องวิน
    #25,575
    0
  22. #25511 CBS_Peachiz (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2561 / 15:17
    อ่านมาจนตอนนี้รู้สึกว่าชอบมากกกก ชอบในความพยายามของวิน ทัศนคติด้วย
    #25,511
    0
  23. #25444 Shinee☆Café (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 8 พฤศจิกายน 2561 / 20:59

    น้องงงงงงงงง ดีใจกับน้องงงง

    ความคิดที่ดีส่งผลต่อการใช้ชีวิตจริงๆเนอะ

    รักน้องอ่ะ ความคิดน้องดี๊ดี น่ารักด้วย

    โอ้ยย เอ็นดูวววว >///<

    #25,444
    0
  24. #25414 ขนมหวานคือชีวิต (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 21:20
    ว้าวววว เป็นเดือนล่องหนสมบูรณ์แล้วววววว
    #25,414
    0
  25. #25262 Minhwanpanwink (จากตอนที่ 16)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 11:41
    เดือนล่องหนโดยสมบูรณ์แบบค่ะ
    #25,262
    0