คัดลอกลิงก์เเล้ว

[KnB] Catch me if you can ,, LiuFuku

แมวบางตัวก็มีนิสัยชอบปล่อยหนูที่จับมาได้ให้วิ่งหนีไปก่อน เพื่อตามจับมาขังไว้ในกรงเล็บใหม่....อีกครั้ง....และอีกครั้ง

ยอดวิวรวม

826

ยอดวิวเดือนนี้

3

ยอดวิวรวม


826

ความคิดเห็น


4

คนติดตาม


19
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  29 มิ.ย. 58 / 10:10 น.
นิยาย [KnB] Catch me if you can ,, LiuFuku [KnB] Catch me if you can ,, LiuFuku | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรื่องสั้นที่เขียนส่ง Kurobasu_daily หัวข้อ  "To Liu Wei" ค่ะ
ลงบล็อคไว้นานแล้ว ช่วงนี้ไม่มีเวลาว่างปั่นฟิคเลยเอาเรื่องเก่าๆ มาให้อ่านขัดดอกกันก่อน 5555555 

เผื่อใครที่จำไม่ได้ว่าหลิวกับฟุคุอิคือใคร  2 คนนี้เป็นนักกีฬาของโยเซ็นนะคะ  

หน้าตาแบบนี้ 
v
v




(รูปใหญ่มาก  55555555) 

ผู้ชายที่ตัวสูงกว่าคือหลิว ส่วนคนผมสีเทาคือฟุคุอิค่ะ =w=b ซึ่งในเรื่องก็จะให้อิมเมจแบบนี้แหละ ฟฟฟฟ 

อาจจะเป็นแพน้อยที่ไม่ค่อยมีใครรู้จักเท่าไหร่  แต่เอาเป็นว่าถ้าใครสนใจก็ลองอ่านดูเพื่อความบันเทิงแล้วกันนะคะ ถือเสียว่าเป็นการเปิดโลก(?) 55555555

Enjoy Reading ค่ะ :) 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 29 มิ.ย. 58 / 10:10




Title : Catch me if you can 
Fandom : KnB
Paring : Liu x Fukui
Rating : PG
หมายเหตุ : คิดว่าน่าจะ OOC เยอะอยู่ค่ะ ฟฟฟฟ 

 

 

 

 

 

 

ปึ่ก!

 

 

แรงกระแทกตรงหัวไหล่บอกให้รู้ว่ามีใครสักคนพุ่งชนเขาด้วยแรงที่มากพอจะทำให้รู้สึกได้แต่ก็เบาเกินกว่าจะทำให้เจ็บ  ก้มหน้าลงมาทันมองเห็นร่างเล็กสูงแค่อกใส่ฮู้ดสีเข้มพึมพำขอโทษเป็นภาษาจีนกวางตุ้งสำเนียงแปร่งหู  ก่อนเจ้าตัวจะเบี่ยงไหล่เดินหายวับไปกับผู้คนคลาคล่ำ  เขาคงไม่ได้ติดใจสงสัยและคิดว่าเป็นเพียงอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นทั่วไป  หากไม่ใช่ว่าสัญชาตญาณและความระวังตัวที่ถูกสั่งสอนมาด้วยประสบการณ์ทำให้ฉุกใจคิด  มือใหญ่ตะปบหมับในตำแหน่งซึ่งควรจะมีกระเป๋าสตางค์  ก่อนนัยน์ตาสีเข้มจะโชนแสงวาบเมื่อพบว่ามันเป็นอย่างที่คิดเอาไว้จริงๆ

 

“มีอะไรหรือครับ  ท่านเหว่ย”

 

ชายในชุดสูทสีดำค้อมตัวเข้ามาถามเมื่อเห็นร่างสูงหยุดนิ่งแล้วหันกลับไปมองในทิศทางที่เพิ่งเดินจากมา  เจ้าของร่างสูง 203 เซนติเมตรกำหมัดแน่น  นัยน์ตาสีเข้มคมกริบดุจตาพยัคฆ์โชนแสงจ้าจนคนรอบข้างที่ได้มองถึงกับต้องขนลุก  ใบหน้าหล่อเหลาขบกรามแน่นจนขึ้นเป็นสันนูน  พึมพำเป็นภาษาจีนดังลอดไรฟัน

 

 

“ไอ้หมอนั่น!!”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ร่างโปร่งที่สวมฮู้ดสีเข้มคลุมหน้าวิ่งลัดเลาะผู้คนจนมาหยุดหน้าตรอกแคบๆ แห่งหนึ่งถึงได้ราฝีเท้า  ยันมือข้างหนึ่งเข้าเกาะที่กำแพง  มืออีกข้างเท้าอยู่ตรงหัวเข่าโน้มตัวลงหอบแฮ่ก  หัวใจยังเต้นแรงจากการกระทำอุกอาจที่เพิ่งผ่านพ้นไปเมื่อครู่นี้  ทิ้งระยะพักใหญ่พอให้หายเหนื่อย  ก่อนเสียงหัวเราะจะดังขึ้นเบาๆ

 

 

ทำได้เว้ยเฮ้ย!!

 

 

มือขาวล้วงเอากระเป๋าสตางค์สีดำที่เพิ่งฉกจากอกเสื้อของอีกฝ่ายหมาดๆ มาโยนเล่นอย่างอารมณ์ดี

 

ฟุคุอิเป็นเด็กกำพร้า  เกิดที่ญี่ปุ่น  ผู้ปกครองเพียงคนเดียวที่เลี้ยงเขามาคือตาลุงชาวจีนคนหนึ่ง  สภาพความเป็นอยู่ที่ผ่านมาไม่ได้ดีเด่อะไรนัก  เขาไม่ได้เรียนหนังสือ  อาศัยหาความรู้เอาเองด้วยการอ่านหนังสือพิมพ์จนพอจะอ่านออกเขียนได้  วุฒิการศึกษาไม่มี  ความรู้เพียงอย่างเดียวที่สืบทอดติดตัวมาคือวิชาลักทรัพย์ซึ่งเขาเพิ่งมารู้เอาทีหลังว่าตาลุงที่เก็บเขามาเรียกได้ว่าเป็นถึงขั้นปรมาจารย์ในหมู่อาชญากร  ตอนอายุ 15 ลุงพาเขาเดินทางจากญี่ปุ่นกลับมาเกาะฮ่องกง  (แน่นอนว่าเข้าเมืองมาอย่างผิดกฎหมาย) ก่อนที่พวกเราจะแยกทางกัน  ลุงของเขาหายเข้ากลีบเมฆอย่างตามหาข่าวไม่ได้  ส่วนฟุคุอิก็ใช้ฝีมือเข้าเป็นส่วนหนึ่งในแก๊งค์ลักทรัพย์แก๊งค์ใหญ่จนได้มีพื้นที่เล็กๆ เป็นอาณาเขตหากินของตัวเอง  ใช้ชีวิตฉกชิงวิ่งราวตบกระเป๋าเงินคนอื่นอย่างมีความสุขตามอัตภาพ

 

  ตอนที่ได้ยินว่าเหว่ย หลิว...มาเฟียใหญ่ที่แทบจะเรียกได้ว่าไม่มีใครในแผ่นดินจีนไม่รู้จักเดินทางมาเกาะฮ่องกงด้วยภาระการประชุมอะไรสักอย่าง  แถมยังมีคนพบเห็นอยู่ในแหล่งทำมาหากินของเขาอีกต่างหาก  ความตื่นเต้นก็แล่นพล่านไปทั่วทั้งกระแสเลือดอย่างรู้สึกได้   เนื้อตัวมันร้อนไปหมดด้วยความกระหายอยากจะลองของ  มาเฟียทรงอำนาจที่ไปไหนมาไหนท่ามกลางบอดี้การ์ดนับสิบ  หากคนอย่างเขาสามารถฉกกระเป๋าเงินของผู้ชายคนนั้นได้คงดังไปอีก 10 ชาติ  นักล้วงกระเป๋าทั่วทั้งเกาะฮ่องกงจะต้องขนานนาม  ชื่อของเขาคนนี้จะต้องกลายเป็นตำนาน

 

คิดพลางหัวเราะหึๆ อย่างสาแก่ใจนัก  กระเป๋าเงินหนักๆ ยังอุ่นอยู่ในมือ  ใครจะไปรู้ว่าการกระตุกหนวดมังกรมันง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วย  แค่ใช้เทคนิคธรรมดายังไม่ทันวาดลวดลายอะไรเท่าไหร่เลย  ของที่เขาหมายตาไว้ก็มาอยู่ในมือแล้วเรียบร้อย  อีกอย่างบอดี้การ์ดพวกนั้นก็ดูจะโง่เสียด้วย  มีอย่างที่ไหนปล่อยให้คนไม่รู้จักหัวนอนปลายเท้าอย่างเขาเข้าใกล้มาเฟียใหญ่ได้ถึงขนาดนั้น  นี่ถ้าสิ่งที่อยู่ในมือเขาไม่ใช่ความว่างเปล่า  แต่เป็นมีดสักเล่มหรือปืนสักกระบอกละก็  ป่านนี้เหว่ย  หลิวคงได้สิ้นชื่อด้วยน้ำมือนักล้วงกระเป๋าที่เจ๋งที่สุดในเกาะฮ่องกงคนนี้ไปแล้ว 

 

โยนกระเป๋าเงินเล่นขึ้นลงอีก 2-3 ครั้ง  แล้วหูก็แว่วได้ยินเสียงฝีเท้าดังมาจากด้านหลัง  ร่างโปร่งไหวตัวหลบวูบเข้าไปในเงามืด  ยัดกระเป๋าสตางค์ใบสีดำเก็บเข้าที่  ขยับฮู้ดปิดหน้าให้มิดชิดแล้วถึงสังเกตเห็นชายชุดดำจำนวนหนึ่งวิ่งตรงมาทางนี้ด้วยสีหน้าถมึงทึง  หันซ้ายหันขวาเหมือนกำลังตามหาใครบางคน

 

 

“ชิ!”

 

 

สบกับที่เป็นมาเฟีย  อย่างน้อยก็ไม่ได้ความรู้สึกช้าอะไรเท่าไหร่นัก  แต่ว่า.....

 

 

ร่างโปร่งแลบลิ้นเลียปากนิดๆ

 

 

ฮ่องกงเต็มไปด้วยตรอกซอกซอยใหญ่น้อยเต็มไปหมด  โดยเฉพาะเขตหากินเขตนี้ของเขาที่เต็มไปด้วยถนนทางเดินเชื่อมต่อกันนับร้อย  ฟุคุอิรู้จักมันดียิ่งกว่าใคร  ที่สำคัญ  เรื่องเล่นไล่จับนี่เขาก็ถนัดและชอบนัก 

 

มุมปากยกยิ้ม  นัยน์ตาหรี่ลง

 

 

 

เอาล่ะ....แล้วคุณแมวตัวใหญ่จะไล่จับเจ้าหนูสกปรกได้ไหมนะ 

แต่ขอบอกเอาไว้ก่อนอย่างนึงว่า

 

 

หนูอย่างเขา...ไม่เคยถูกแมวตัวไหนจับได้ไล่ทันเสียด้วยสิ

 

 

 

 

 

 

 

แต่ฟุคุอิก็ประมาทอำนาจของมาเฟียมากเกินไป

 

 

 

ครึ่งชั่วโมงหลังจากนั้น   แทบทุกถนนก็มีแต่ชายชุดดำที่เสียบสมอลทอล์คสื่อสารยืนดักอยู่เต็มไปหมด  เขาสบถพรืดออกมาอีก 2-3 คำเมื่อโผล่หน้าไปมองอีกครั้งแล้วพบว่าเส้นทางหลบหนีที่เปลี่ยนเป็นครั้งที่ 5 นั้นก็ถูกปิดตายด้วยกลุ่มคนชุดดำอีกแล้ว 

 

 

ไอ้บ้านั่น  มันจะเอาจริงเอาจังอะไรนักหนา

 

 

ฟุคุอิคิดอย่างหัวเสีย  กับอีแค่กระเป๋าสตางค์ใบเดียว  มันถึงขนาดต้องขนคนมาไล่ล่าเขายิ่งกว่าคดีโจรปล้นธนาคารขนาดนี้เชียวหรือ  หรือว่าในกระเป๋าใบนั้นมันมีอะไร?

 

คิดพลางสงสัยจนต้องเอื้อมมือไปด้านหลังหยิบกระเป๋าเงินที่ยัดไว้ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ออกมาเปิดดู  แล้วก็แทบจะอยากเขวี้ยงทิ้งเมื่อพบว่าไม่มีอะไรอยู่ในนั้นเลยนอกจากบัตรเครดิต  แม้แต่เงินสดสักดอลล่าฮ่องกงเดียวก็ยังไม่มี

 

 

“บัดซบเอ๊ย!!  เสียเวลาชะมัด”

 

 

ร่างโปร่งขบเขี้ยวเคี้ยวฟัน  สมองปั่นอย่างเร็วจี๋หาทางเอาตัวรอดจากสถานการณ์ที่เริ่มจะไม่สู้ดีเบื้องหน้า  ทำยังไงถึงจะหนีไปได้....จะปล่อยให้ตัวเองโดนจับไม่ได้เด็ดขาด  ไม่อย่างนั้น  นอกจากจะเสียชื่อนักลวงในตำนานที่กล่อมเกลี้ยงเลี้ยงดูเขามาแล้ว  แม้แต่ชีวิตน้อยๆ นี้ก็อาจจะเอาไม่รอด  ข่าวหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์วันรุ่งขึ้นอาจต้องลงว่าพบชายชาวต่างชาติลักลอบเข้าเมืองเป็นศพโดนยิงอยู่ตรงที่ทิ้งขยะที่ไหนสักแห่งก็เป็นได้ 

 

 

เอายังไงดี....

 

 

ก่อนอื่น  คงต้องกำจัดไอ้กระเป๋านี่ออกไปให้พ้นตัว  ไม่มีของกลางเสียอย่างใครจะมาเอาผิดได้  แถมในนี้ยังไม่มีอะไรที่มีค่าให้เอาไปแลกข้าวกินได้เลยแม้แต่อย่างเดียว  แต่เดี๋ยวก่อนนะ....ถ้าทิ้งไปทั้งแบบนี้  ใครมันจะเชื่อล่ะว่าเขาเคยล้วงกระเป๋าเจ้าพ่อมาเฟียชื่อดังแห่งแดนมังกร  อุตส่าห์เสี่ยงชีวิตถึงขนาดนี้แล้ว  ให้กลับไปทั้งมือเปล่าโดยไม่ได้อะไรเลยน่ะก็ไม่ไหวหรอกนะ

 

ชายหนุ่มเดาะลิ้นอย่างครุ่นคิด  ก่อนตัดสินใจหยิบนามบัตรที่อยู่ในนั้นออกมาใบหนึ่ง  พับเป็นชิ้นเล็กใส่กระเป๋ากางเกงยีนส์  ก่อนจะโยนกระเป๋าตังค์ที่เหลือทั้งใบทิ้งอย่างไม่ใยดี  จากนั้นก็ถอดเสื้อฮู้ดออก  ม้วนเป็นกลมๆ แล้วยัดลวกๆ ไว้ในซอกแถวนั้นพลางคิดว่าไว้อีกสัก 2-3 วันจะกลับมาเอาคืน  ทันทีที่ถอดเสื้อ  รูปร่างจริงๆ ที่เคยปกปิดเอาไว้ก็ปรากฏสู่สายตา 

 

ฟุคุอิเป็นชายหนุ่มวัยรุ่นที่รูปร่างผอมเพรียว  กล้ามเนื้อพอจะมีอยู่บ้างตามประสาคนที่ต้องต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดมาตั้งแต่เด็ก  ผมสีบรอนด์เทายาวระต้นคอค่อนข้างยุ่งเหยิงและชี้ไปมาเนื่องจากเจ้าตัวไม่ค่อยได้ใส่ใจที่จะดูแล  ผิวขาว  นัยน์ตาโตๆ ที่แตกต่างจากคนจีนทำให้แยกแยะได้ไม่ยากว่าเขาเป็นชาวต่างชาติ  สวมเสื้อคอวีสีเข้มกับกางเกงยีนส์เข้ารูป  ดูไม่ต่างจากนักท่องเที่ยวธรรมดาที่พบเห็นได้เกลื่อนกลาดในฮ่องกง  เขาคว้าโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดโปรแกรมแผนที่  ทำทีเป็นเหมือนนักท่องเที่ยวที่กำลังเดินหลงทางแล้วก้าวฉับออกไปอย่างกล้าหาญ

 

 

 

ชายชุดดำยืนจับกลุ่มรวมตัวกันอยู่ตรงหน้า  แต่คนที่เป็นเป้าหมายในการตามล่ากลับเดินตรงเข้าไปใกล้อย่างไม่มีท่าทีจะเกรงกลัว  ร่างโปร่งทำทีเป็นก้มลงมองแผนที่ในโทรศัพท์มือถือสลับกับป้ายร้านค้าที่อยู่รอบด้านเหมือนเป็นเพียงนักท่องเที่ยวธรรมดา  ฟุคุอิรู้สึกได้ถึงสายตาคนพวกนั้นที่มองมาทางเขาอยู่ครู่หนึ่ง   แต่เมื่อไม่เห็นปฏิกิริยาที่ผิดปกติจึงละความสนใจไป 

 

 

ไอ้พวกโง่

 

 

ยกยิ้มแวบหนึ่งอย่างรู้สึกขบขัน  แต่ก่อนที่เขาจะลอยละล่องผ่านกลุ่มชายเหล่านั้นแล้วหายเข้ากลีบเมฆไปอย่างลอยนวล  มือหนึ่งก็คว้าหมับเข้าที่ต้นแขนให้ต้องสะดุ้งโหยงเสียก่อน

 

 

“เดี๋ยว”

 

 

ภาษาจีนกวางตุ้งที่ได้ยินทำให้ต้องหันกลับไปมอง  แล้วก็รู้สึกชาวาบไปทั้งตัวตอนที่เมื่อหันกลับไปเจอแต่อกเสื้อของคนตรงหน้า  เขาจึงต้องเงยหน้าขึ้นแล้วสบเข้ากับนัยน์ตาเรียวยาวสีดำสนิทแทน

 

 

เหว่ย หลิว!!!!

 

ทำไมถึงได้มาอยู่ที่นี่

 

 

คนที่ตัวสูงเกือบ 30 เซนต์ก้มลงมามองเขา  คิ้วเข้มขมวดเข้าหากันอย่างพิจารณา

 

 

“นาย.....”

 

 

ในวินาทีนี้...หากฟุคุอิยึดหน้ากากนักท่องเที่ยวธรรมดาไว้ให้แน่นพอ  ทำหน้าตาเหรอหราไม่รู้เรื่องอะไรก็คงสามารถผ่านด่านของมาเฟียตัวสูงหลุดรอดออกไปได้โดยไม่มีปัญหา  แต่ประเด็นคือเขาดันแสดงพิรุธออกไปเสียแล้ว  นับตั้งแต่แวบแรกที่เงยหน้าขึ้นไปสบนัยน์ตาคู่นั้น   คงเป็นเพราะสัญชาตญาณสัมผัสได้ถึงความอันตราย  ฟุคุอิจึงเกร็งตัววูบ  ดึงแขนออกโดยไม่รู้ตัวจนดูเหมือนกำลังขืนตัวหนี  แม้แต่สีหน้าก็ยังดูตื่นตะลึงอย่างเห็นได้ชัด  แม้หลังจากนั้นจะกลบเกลื่อนให้เป็นเหมือนเดิมได้ก็ไม่ทันเสียแล้ว

 

นัยน์ตาของมาเฟียหนุ่มที่โชนแสงขึ้นมาหลังจากที่ได้เห็นทำให้เขาสบถลั่นอยู่ในใจ

 

 

 

ฉิบหาย!!

 

 

 

ไม่ต้องรออะไรอีกแล้ว  ลงมือก่อนย่อมได้เปรียบ  ฟุคุอิอาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้ทำอะไรยกเท้าขึ้นกระทืบลงไปบนรองเท้าขัดมันเงาวับเต็มแรง  สะบัดตัวให้แขนหลุดจากการเกาะกุมแล้วสับเท้าวิ่งโดยไม่รอสัญญาณปล่อยตัวนักกีฬา  เสียงเอะอะโวยวายดังขึ้นเบื้องหลัง  ฟุคุอิรู้ดีว่าคนชุดดำพวกนั้นต้องวิ่งตามเขามาแน่  ที่ย่ำแย่ยิ่งกว่าคือเขาถูกเห็นหน้าเข้าแล้วเต็มๆ  แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาใหญ่  ที่สำคัญที่สุดตอนนี้คือทำยังไงให้เอาตัวรอดได้มากกว่า 

 

ร่างโปร่งออกวิ่งแทรกไปกับกลุ่มนักท่องราตรีที่ดูเพิ่มจำนวนขึ้นยิ่งกว่าตอนหัวค่ำเสียอีก  เสียงร้องด้วยความตกใจที่ดังตามมาทำให้รู้ว่าอีกฝ่ายคงวิ่งไล่หลังเขามาติดๆ  นึกอยากด่าตัวเองเป็นกำลังว่าทำไมถึงเผลอหลุดพิรุธออกไปได้  ทั้งที่อีกแค่นิดเดียวแท้ๆ....อีกนิดเดียวเท่านั้นก็จะรอดออกไปได้แล้ว

 

 

ต้องโทษหมอนั่น!

 

 

มาเฟียแดนมังกรที่เขาเพิ่งจะได้สังเกตเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายใกล้ๆ ความสูง 2 เมตรที่ทำให้เขาซึ่งเคยมั่นใจความสูงของตัวเองมาตลอดกลายเป็นแค่เด็กตัวเล็กๆ คนนึงเลยทีเดียว  ผิวขาวแบบผู้ดี  นัยน์ตาเรียวเล็กบอกเชื้อคนจีนสีเข้มคมกริบที่ทำให้รู้สึกขนลุก  อะไรบางอย่างที่อยู่ในดวงตาคู่นั้นทำให้เขาขยับออกห่างโดยอัตโนมัติ  ไม่อยากอยู่ใกล้นานกว่านั้นอีกแม้แต่สักนาที  ต้องรีบร้อนลนลานหนีจนหน้ากากที่ควรแปะติดหน้าราวทากาวตาช้างเลื่อนหลุดไม่เป็นท่าอย่างที่ไม่เคยเป็น  ฟุคุอิสบถซ้ำอีกครั้ง

 

 

ที่เขาต้องลำบากวิ่งหนีอยู่แบบนี้เป็นความผิดหมอนั่น...หมอนั่นคนเดียว

 

 

 

 

 

 

หนีหัวซุกหัวซุนมาอย่างไม่รู้เหนือรู้ใต้จนวิ่งต่อไปไม่ไหว   ร่างโปร่งหยุดยืนหอบในตรอกแคบๆ อีกแห่งซึ่งอยู่ไกลจากจุดเดิมพอสมควร  มั่นใจแล้วแน่ๆ ว่าคงไม่มีใครตามมาทัน  แต่ก็ต้องสะดุ้งอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงกระซิบข้างริมหู

 

 

 

“ยอมให้จับดีๆ ได้เสียทีนะ”

 

“เหวออออออ!!!!!”

 

 

 

หันหลังกลับไปก็เจอเข้ากับกำแพงมนุษย์ที่มาอยู่ใกล้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้  จะวิ่งหนีก็ไม่ได้เมื่อมือใหญ่พุ่งเข้ามาคว้าแขนไว้อีกครั้ง  คราวนี้กระชับแน่นกว่าครั้งก่อนจนเล่นเอาเจ็บจี๊ดจนต้องนิ่วหน้าอีกด้วย  ฟุคุอิอ้าปากค้างเมื่อเงยหน้าขึ้นแล้วเห็นคนที่ไม่ควรมาปรากฏตัวตรงนี้ได้ 

 

2 ครั้งแล้วที่เหว่ย หลิวทำให้เขาต้องตกใจ  มาเฟียผู้ยิ่งใหญ่วิ่งตามมาทันได้อย่างไรก็ไม่รู้ในเมื่อไม่มีลูกน้องคนไหนของหมอนี่ตามทันเขาได้เลยสักคน  แถมร่างสูงยังไม่มีท่าทางเหนื่อยหอบอะไร  มีเพียงแต่รอยยับเล็กน้อยบนโค้ทหรูเท่านั้นที่บอกให้รู้ว่าผ่านการขยับร่างกายมา

 

 

“ของที่นายขโมยไป....อยู่ไหน”

 

 

ภาษาจีนกวางตุ้งชัดเป๊ะเล่นเอาฟุคุอิแอบกลืนน้ำลายลงคอ  แต่ครั้งนี้เขาไม่พลาดเหมือนคราวนั้น  คนตัวเล็กกว่าตีสีหน้าไม่รู้ไม่ชี้   เล่นบทนักท่องเที่ยวชาวญี่ปุ่นที่ไม่รู้ภาษาจีนอย่างแนบเนียน

 

 

“ฉันถามว่าของที่นายขโมยไปน่ะ  อยู่ที่ไหน!!”  คนนึงสาดภาษาจีนมา

 

“หา!!! อะไรนะ?  โทษคร้าบบบบบ ผมไม่ฟังภาษาจีนไม่ออกเลย  พูดอะไรไม่เห็นจะรู้เรื่องเลย”  อีกคนก็พูดภาษาญี่ปุ่นกลับไป

 

 

เขาเห็นร่างสูงตรงหน้าชะงักไปวูบหนึ่ง  ฟุคุอิกระหยิ่มยิ้มย่องอยู่ในใจ  ฟังภาษาญี่ปุ่นไม่ออกละสิ  ฮึๆ  สื่อสารกันไม่ได้อย่างนี้  ดูซิว่าอีกฝ่ายจะมีปัญญาทำอะไร 

 

แล้วเหว่ย  หลิวก็ทำให้เขาตกใจเป็นครั้งที่ 3  เมื่ออีกฝ่ายนิ่งไปสักพัก  ก่อนริมฝีปากได้รูปจะเผยอออก  เอ่ยคำพูดออกมาเป็นภาษาดินแดนอาทิตย์อุทัยอย่างชัดถ้อยชัดคำ

 

 

“เป็นคนญี่ปุ่นงั้นหรือ?”

 

 

!!!!!!!!!

 

 

 

“ก็ว่าแล้วว่าหน้าตาดูไม่เหมือนคนจีน”

 

 

พูดแล้วก็ยกมุมปากขึ้นสูง  เมื่อเห็นว่าคนตัวเล็กกว่าอ้าปากค้าง  ทำหน้าราวกับหาลิ้นไก่ของตัวเองไม่เจอ 

 

 

“เอาเถอะ  จะเป็นคนประเทศอะไรก็ช่าง  กระเป๋าสตางค์ของฉันอยู่ไหน  คืนมาซะ”

 

 

พอได้ยินประโยคนี้  สติที่ปลิวหายไปถึงได้ค่อยกลับเข้าร่าง  ฟุคุอิเพิ่งรู้สึกตัวว่าอ้าปากค้างอยู่อย่างนั้นมานานแล้วจึงรีบหุบฉับแล้วเชิดหน้าขึ้นอย่างถือดี

 

 

“กระเป๋าสตางค์อะไร  ไม่เห็นรู้เรื่อง”

 

“ก็กระเป๋าที่นายขโมยจากฉันไป”

 

“หา?  พูดอะไรของนาย  ฉันไปขโมยอะไรจากนายตั้งแต่เมื่อไหร่!!”

 

“อย่ามาทำเป็นไขสือ  อยู่ที่ไหน! เอาคืนมาเดี๋ยวนี้  หรืออยากให้ฉันลากนายไปตัดมือตัดขาแล้วโยนทิ้งแม่น้ำแทน?”

 

“ต....ตัดมืออะไรวะ  นายมีสิทธิ์อะไรมาทำกับฉันแบบนั้น  แล้วนี่จะจับแขนฉันไปถึงเมื่อไหร่  เจ็บนะโว้ย  ปล่อยเดี๋ยวนี้!”

 

 

ดิ้นสุดตัวแต่ดูเหมือนจะสูงแรงของอีกฝ่ายไม่ได้  มือหนาที่จับไว้ตรงต้นแขนถึงไม่ยอมหลุดออกไปเสียที  จะใช้วิธีเดิมเพื่อที่จะหนีอีกรอบก็ดูเหมือนจะถูกรู้ทัน  เหว่ย  หลิวชักเท้าหลบก่อนจะดึงวูบเดียวให้คนตัวเล็กกว่าปลิวหวือเข้ามาใกล้  มาเฟียหนุ่มคำรามกร้าวรอดไรฟัน

 

 

“ฤทธิ์มากนักนะ  ตัวเล็กแค่นี้”

 

 

อันที่จริงแล้วใช้คำว่า “ตัวเล็กแค่นี้” ก็ดูจะไม่ถูกซะทีเดียว  เพราะฟุคุอิมีความสูงถึง  176  เซนติเมตร  เมื่อเทียบกับน้ำหนักตัวแล้วนับว่าสูงตามมาตรฐานผู้ชายเอเชียทั่วไปด้วยซ้ำ  หากไม่ใช่ว่าคนพูดสูงถึง 203 เซนติเมตร  พอมายืนวัดขนาดกันอย่างนี้แล้วฟุคุอิจึงสูงเพียงแค่อกของมาเฟียหนุ่มเท่านั้นเอง 

 

 

“ก็นายมากล่าวหาฉันก่อนนี่  บอกว่าฉันขโมยของไปจากนายงั้นเหรอ  แน่จริงก็หาหลักฐานมาสิวะ!!!”

 

 

ฟุคุอิตะโกนก้อง  ในใจกระหยิ่มยิ้มย่องเมื่อรู้ดีว่าต่อให้อีกฝ่ายหาให้ตายก็ไม่เจอหลักฐานในตัวเขาหรอก  ก็เขาเป็นคนโยนไอ้กระเป๋าสตางค์ใบนั้นทิ้งข้างทางด้วยมือตัวเอง  ซึ่งกว่าจะพิสูจน์ไดว่าเป็นฝีมือเขาก็คงมีแต่จะต้องตรวจลายมือเท่านั้นล่ะมั้ง  ซึ่งมันก็ดูยุ่งยากเกินกว่าที่อีกฝ่ายจะเสียเวลาทำ  ในเมื่อของในนั้นก็ไม่มีอะไรหายไปเลยนอกจากนามบัตรใบเล็กๆ ใบเดียว

 

แต่ก่อนที่ใครจะได้ทำอะไร  ไซเลนรถตำรวจที่ดังก้องกับแสงวูบวาบสีแดงๆ ฟ้าๆ ที่ส่องมาตามทางก็เล่นเอาฟุคุอิสะดุ้งเฮือก  รู้อยู่หรอกว่าเรื่องคราวนี้ยังไม่ได้มีตำรวจมาเกี่ยวข้อง  แต่มันก็อดมีปฏิกิริยาไม่ได้  คนตัวเล็กกว่าดันร่างหนาวูบเดียวให้เข้าไปชิดติดกับกำแพงที่อยู่ด้านหลัง  สาวเท้าตามเข้าไป  ใช้เงามืดในตรอกบังตนเองให้พ้นจากสายตาที่คนภายนอกจะมองเห็น  ฟุคุอิจ้องเขม็งตรงปากทางรอจนกว่ารถติดไซเรนทุกคันผ่านไปหมดแล้วจึงถอนหายใจเฮือก 

 

 

“กลัวตำรวจ?”

 

 

เสียงทุ้มกระซิบชิดริมหูเล่นเอาสะดุ้งสุดตัวอีกรอบ  ไม่ทันรู้เลยว่าอยู่ใกล้กับมาเฟียตัวสูงมากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่  ร่างกายแทบจะแนบกันไปทุกส่วน  เสียงหัวใจของอีกฝ่ายเต้นเป็นจังหวะหนักแน่นอยู่ใต้ฝ่ามือ  ปลายจมูกเกือบสัมผัสกับผ้าเนื้อดีที่มีกลิ่นโคโลญจน์หอมๆ แบบผู้ชายชวนให้มือไม้สั่นลอยออกมาเบาๆ  จะถอยออกห่างก็ติดวงแขนที่รัดรอบเอวตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้  มันต้องฉวยโอกาสตอนที่เขามัวแต่ตกใจรถตำรวจเป็นแน่ 

 

ฟุคุอิเงยหน้าขึ้น  มองเห็นนัยน์ตาคมกริบเป็นประกายวิบวับด้วยความขบขันอยู่ในเงามืด  นักล้วงกระเป๋ามือทองกัดฟันกรอด

 

 

“แค่ไม่ค่อยถูกกันหรอก”

 

“งั้นหรือ”  เหว่ย  หลิวหัวเราะเบาๆ  “ฉันก็เหมือนกัน”

 

 

คนฟังเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างขบขัน

 

 

“ถ้ากลัวตำรวจล่ะก็  งั้นมาเฟียอย่างนายก็ไม่ได้ต่างอะไรไปจากคนเดินดินอย่างพวกฉันเลยสินะ”

 

“ฉันบอกสักคำหรือยังว่ากลัว”

 

 

มาเฟียหนุ่มพูดเสียงเรียบ

 

 

“ที่ไม่ค่อยถูกกันก็เพราะรำคาญ  ที่รำคาญเพราะตอนที่ต้องคอยตามเก็บศพพวกตำรวจจุ้นจ้าน  มันทำให้เสียเวลาแล้วก็รู้สึกหงุดหงิดมากต่างหากก”

 

 

นัยน์ตาเรียวยาวเย็นเฉียบอย่างน่ากลัว  เหงื่อผุดขึ้นที่ขมับคนตัวเล็กกว่าเมื่อนึกขึ้นได้ว่าตัวเองกำลังเล่นอยู่กับอะไร  ฟุคุอิตัวแข็งเป็นหิน  นึกกลัวขึ้นมาเป็นครั้งแรกเมื่อคิดว่าหลังจากนี้เขาอาจถูกฆ่าขึ้นมาจริงๆ ก็ได้

 

แต่เพียงครู่เดียวความเย็นยะเยือกนั้นก็เลือนหายไป  กลายเป็นแววตาวาววับด้วยความรู้สึกบางอย่างที่ทำให้คนถูกมองขนลุกได้ไม่แพ้กัน  เมื่อสายตานั้นไล่สำรวจเขาผู้ซึ่งอยู่ในอ้อมแขนไปทั่วทั้งตัว

 

 

“เมื่อกี้....นายบอกว่าให้ฉันหาหลักฐานสินะ”

 

 

ฟุคุอิกลืนน้ำลายลงคอดังเอื้อก  เดาไม่ถูกว่าอีกฝ่ายกำลังคิดจะทำอะไรต่อไป

 

 

“ถ้างั้นก็ขอเสียมารยาทหน่อยแล้วกัน”

 

 

 

 

ดวงตากลมโตเบิกกว้าง   ตัวเกร็งวูบไปจนทั่ว  แล้วปลาหมอที่ตายเพราะปากก็ต้องร้องโวยวายออกมาไม่เป็นภาษาเมื่อมือใหญ่ของคนตรงหน้าเริ่มสำรวจลูบคลำไปตามตัวเขาอย่างจาบจ้วงและถือสิทธิ์  เหว่ย  หลิวกระชากคนฤทธิ์เยอะมาแนบอกให้มากขึ้น  เอ่ยด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดแต่ฟังอย่างไรก็รู้สึกว่าคนพูดกำลังอารมณ์ดี

 

 

“อย่าดิ้น”

 

“ทำบ้าอะไรของนาย!!! ปล่อยฉันนะเฟ้ย!!!!!!!”

 

“ก็บอกเองว่าให้หาหลักฐานไม่ใช่หรือไง”

 

 

ฝ่ามือร้อนสอดเข้าให้ชายเสื้อสีเข้ม  ลูบไล้ไปตามหน้าท้องที่มีกล้ามเนื้ออยู่พอประมาณ  ลากผ่านที่ตรงไหนผิวตรงนั้นก็จะหดเกร็งตามไปเรื่อย  ลูบเบาๆ ที่ท้องน้อย   ไล่ไปถึงแผ่นหลังก่อนจะลากสูงขึ้นมาให้ชายเสื้อเลิกตามจนเผยผิวขาวให้เห็นกับตา  ฟุคุอิดิ้นพราดๆ เหมือนถูกน้ำร้อนลวก  แต่คนตัวใหญ่กว่ากลับไม่สะดุ้งสะเทือนเลยแม้แต่นิด  มิหนำซ้ำวงแขนข้างเดียวที่รัดตัวเขาเอาไว้ยังกระชับแน่นขึ้นให้เนื้อตัวแนบชิดกันมากกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ

 

 

“บอกว่าอย่าดิ้นไง”

 

“ก็นายทำอะไรล่ะวะ!!! หยุดนะ!! ต่อให้หาให้ตายก็ไม่เจอหรอกโว้ย”

 

“แล้วฉันจะรู้ได้ยังไงว่านายไม่ได้โกหก”

 

“บ้าเอ๊ย!!”

 

 

 

 

ปลายนิ้วซุกซนที่เอาแต่ลูบอยู่ตรงผิวเนื้ออ่อนจุดที่เป็นอันตรายต่อความรู้สึกทำเอาฟุคุอิต้องกัดฟันกรอด  ลมหายใจร้อนๆ ของมาเฟียหนุ่มที่ดูจะคอยเป่ารดอยู่ตรงใบหูอย่างจงใจกับเนื้อตัวที่ยิ่งดิ้นยิ่งเสียดสีกันเล่นเอาหัวสมองมึนเบลอ   อีกทั้งอารมณ์บางอย่างก็ยังพุ่งสูงจนต้องยอมหยุดดิ้น  ไม่อย่างนั้นท่อนล่างที่แนบชิดกันคงแสดงปฏิกิริยาอะไรๆ ออกไปให้เขาต้องอับอายไปทั้งชีวิตเป็นแน่ 

 

เหว่ย  หลิวเลิกคิ้วขึ้นนิด  ดูแปลกใจนิดหน่อยที่อยู่ดีๆ คนตัวเล็กกว่าในอ้อมแขนก็เกิดว่าง่ายขึ้นมาเสียอย่างนั้น  แต่เมื่อก้มลงมองเห็นผิวแก้มแดงก่ำของอีกฝ่ายก็พอจะเข้าใจว่าอะไรเป็นอะไร  มาเฟียหนุ่มหัวเราะหึๆ  วางปลายคางลงบนกระหม่อมที่ปกคลุมด้วยผมนิ่มสีบรอนด์เทาเบาๆ  ขณะที่ยังคงทำการ –ค้นหาหลักฐาน-  อย่างเพลินมือ

 

 

“ผมสีนี้เองสินะถึงได้ต้องใส่ฮู้ดคลุมอยู่ตลอดเวลา  ไม่อย่างนั้นคงเป็นที่สะดุดตาน่าดู”

 

“อึ่ก! เรื่องของฉันน่า!!!”

 

 

ร่างสูงหัวเราะเบาๆ  สังเกตเห็นว่าคนในอ้อมแขนตัวสั่นระริก  น้ำตาคลอจวนเจียนจะหยดออกจากเบ้าอยู่แล้ว  ริมฝีปากสีเชอร์รี่ก็ช้ำไปหมดเนื่องจากเจ้าตัวเอาฟันขาวขบไว้เพื่อสะกดกลั้นอารมณ์บางอย่างที่เขาจงใจปลุกปั่นมันขึ้นมา  พอเห็นว่าคนตัวเล็กกว่าเป็นได้ถึงขนาดนี้แล้วก็รู้สึกใจอ่อนนิดๆ  ค่อยๆ เลื่อนมือที่กลั่นแกล้งลงต่ำเพื่อมุ่งสู่เป้าหมายที่แท้จริงแทน

 

 

“เฮ้ย!! จับตรงไหนกันวะ!”

 

“เงียบ”

 

 

ริมฝีปากที่จงใจให้สัมผัสกับใบหูนิ่มขณะเอ่ยคำพูดทำให้คนที่โวยวายหยุดเสียงได้ชะงัด  ปลายนิ้วของมาเฟียหนุ่มล้วงเข้าไปในกระเป๋าหลังของกางเกงยีนส์อีกฝ่าย  ก่อนจะคีบเอากระดาษแข็งที่ถูกพับรวมกันหลายทบจนเหลือขนาดเล็กใบหนึ่งออกมา 

 

เหว่ย  หลิวคลี่มันออกต่อหน้าอีกคน

 

 

“นามบัตรของฉัน”  มุมปากได้รูปกดลงเป็นรอยยิ้ม  “ถ้าไม่ได้ขโมยกระเป๋าไป  แล้วมันมาอยู่ที่ตัวนายได้ยังไง”

 

 

หัวขโมยที่ถูกจับได้ซึ่งๆ หน้าอ้าปากค้าง

 

 

“ก...ก็อาจจะเก็บได้ตามถนนมั่งป๊ะ!!”

 

“หึ  นามบัตรของฉันไม่ใช่โบชัวร์ร้านอาหารที่จะแจกฟรีให้ใครก็ได้ไม่เลือก  ที่สำคัญนี่มันเป็นแบบที่เพิ่งพิมพ์ใหม่  ยังไม่เคยให้ใครทั้งนั้นแล้วก็ไม่มีทางที่อยู่ดีๆ มันจะหล่นลงบนถนนด้วย  ขโมยไปก็ยอมรับว่าขโมย  อย่ามาทำตัวเป็นเด็กขี้โกหก”

 

“แค่เห็นว่าตัวเตี้ยกว่าก็อย่ามาเหมาว่าฉันเป็นเด็กนะโว้ย  นายรู้เหรอว่าฉันอายุเท่าไหร่!!”

 

 

โวยวายๆ แล้วก็ต้องหยุดเพราะเหนื่อยเอง  ฟุคุอิหอบแฮ่ก  รู้สึกปวดหัวจี๊ดๆ กับสายตาและสีหน้าของคนตัวสูงกว่ายังไงบอกไม่ถูก

 

 

“เออๆๆๆๆ  ยอมแล้ว  ฉันขโมย!  ฉันเป็นคนขโมยเอง  พอใจรึยังล่ะ!!!!”

 

 

พูดแล้วก็ต้องกัดฟันกรอดด้วยความเจ็บใจ  ไม่เคยมีเลยสักครั้งที่นักล้วงกระเป๋าชื่อดังจะสิ้นท่าขนาดนี้  ถูกจับได้ไม่พอ  ยังโดนค้นเสียจนปรุไปทั้งตัว  นี่ถ้าเขาแต่งงานกับผู้หญิงคนไหนไม่ได้อีกละก็  เขาจะส่งบิลเรียกค่าเสียหายไปเก็บที่พรรคมาเฟียของหมอนี่แน่นอน

 

พอได้ยินแบบนั้นแล้วคนฟังก็ยิ้มนิดๆ อย่างพอใจ  ในขณะที่อีกคนหน้าบูดเป็นตูดลิง

 

 

“ยอมพูดแล้วอ่ะ  ปล่อยได้ยัง”

 

 

ขยับตัวอย่างอึดอัดเมื่อยังรู้สึกได้ว่ามือใหญ่ข้างหนึ่งยังวางอยู่ตรงบั้นเอวของเขาอยู่เลย  เหว่ย  หลิวพยักหน้าเนิบๆ  ก่อนเอ่ย

 

 

“ครั้งนี้จะยอมปล่อยไปก่อนก็ได้  แลกกับการที่นายต้องบอกฉัน....”

 

 

ใบหน้าหล่อเหลาของมาเฟียเมืองจีนแผ่นดินใหญ่ยื่นเข้าไปใกล้จนฟุคุอิต้องชะงัก

 

 

“บ....บอกอะไร?”

 

“ชื่อ......”

 

 

ลมหายใจที่คลอเคลียอยู่ใกล้ๆ ทำให้ต้องย่นคอหนี  ร่างโปร่งรีบพยักหน้ารัวๆ 

 

 

“บ...บอกก็ได้  ฉันชื่อฮิมุโระ  ทัตสึยะ”

 

 

คิ้วเข้มของมาเฟียเลิกขึ้นข้างหนึ่งเหมือนรู้ว่าโกหก  นัยน์ตาสีเข้มวาววับดูเหมือนจะอยู่ใกล้มากขึ้นกว่าเดิมจนต้องรีบระล่ำระลักบอกอีกชื่อหนึ่งที่ผุดขึ้นมาในหัวออกไป

 

 

“โอเค  ยอมแล้ว  ไม่โกหกก็ได้  ฉันชื่อโอคามุระ  เคนอิจิ”

 

 

เหว่ย  หลิวคำรามออกมาในลำคอก่อนที่จะยื่นหน้าเข้าไปใกล้อีกจนริมฝีปากแทบจะสัมผัสกัน  ฟุคุอิเอนตัวหนีจนแทบจะสุด  สบถในใจยาวเหยียด  ทำไมพออยู่ต่อหน้าหมอนี่แล้วไม่เคยโกหกได้เลยสักทีวะ!!!!

 

 

“ฟุคุอิ!!!!! ฟุคุอิ เคนสุเกะ!!!!”

 

 

เรียวปากที่เคลื่อนเข้ามาใกล้หยุดชะงักเหมือนอีกฝ่ายได้คำตอบที่พอใจ  ฟุคุอิแทบจะถอนหายใจเฮือกอย่างโล่งอก  แต่แล้วก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อพบว่าในวินาทีต่อมาริมฝีปากนั้นก็ทาบทับลงมากับกลีบปากของเขาอยู่ดี

 

 

“อื้อ!!!!!”

 

 

ร่างโปร่งช็อคค้างก่อนจะโวยวายไม่เป็นศัพท์  แต่เสียงเหล่านั้นไม่อาจเล็ดลอดออกมาได้เมื่อริมฝีปากถูกปิดจนสนิทเสียแล้ว  ฝ่ามือร้อนๆ ที่ละออกไปกลับมาสอดเข้าสัมผัสแผ่นหลังใต้เสื้อผ้าให้ต้องสะดุ้งโหยง  จูบที่ทำให้รู้สึกหัวปั่น  ร่างกายที่เสียดสีกันปลุกอารมณ์แปลกๆ ให้ลุกฮือขึ้นมาอีกรอบ  ฟุคุอิหลับตาปี๋  ทำอะไรไม่ได้ทั้งนั้นนอกจากพยายามไขว่คว้าหาอากาศโดยอาศัยช่วงเวลาสั้นๆ ที่ริมฝีปากคนตัวสูงกว่าละออกไปเพื่อที่จะกลับมาประกบกันใหม่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า 

 

มือสั่นๆ กำอกเสื้อคนตัวสูงกว่าจนยับย่น  รู้สึกเหมือนแข้งขาอ่อนเปลี้ย  แต่แล้วก็พยายามรวบรวมสติสัมปชัญญะที่กระเจิงไปไหนต่อไหนก็ไม่รู้กลับมาใหม่ก่อนผลักคนตรงหน้าออกไปเต็มแรง

 

 

ฟุคุอิหอบแฮ่ก  เงยหน้ามองมาเฟียหนุ่มด้วยสีหน้าที่บอกไม่ถูกว่ากำลังโกรธ  ตกใจ  หรือว่าเขินอายอยู่กันแน่

 

 

 

“อ...อ.....ไอ้บ้า!!!!!!!”

 

 

 

ตะโกนใส่หน้ามาเฟียที่ทรงอิทธิพลที่สุดในจีนแผ่นดินใหญ่ก่อนจะวิ่งจู้ดหนีไปอย่างรวดเร็ว  ทิ้งไว้แต่ร่างสูง 203 เซนติเมตรในตรอกที่เล็กและมืด  เหว่ย  หลิวหัวเราะเบาๆ  ใช้ปลายนิ้วปาดคราบน้ำใสๆ บนริมฝีปากออกด้วยสีหน้าพึงพอใจ

 

 

 

แมวบางตัวก็มีนิสัยชอบปล่อยหนูที่จับมาได้ให้วิ่งหนีไปก่อน  เพื่อตามจับมาขังไว้ในกรงเล็บใหม่....อีกครั้ง....และอีกครั้ง

 

 

 

 

ฟุคุอิ  เคนสุเกะ......

 

เดี๋ยวเราก็คงจะได้เจอกัน

 

 

 

 

 

อีกไม่นานนักหรอก . 

 

 

 

 

 

 

 

END 

 

ผลงานเรื่องอื่นๆ ของ CoffeeMate in D จากทั้งหมด 13 บทความ

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

4 ความคิดเห็น

  1. #4 Guitar KP Destiny (@tarkra) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 02:49
    ฮึ้ยยยยยย อ่านกี่ทีๆก็ชอบค๊า <3 อยากให้มีเรื่องหลักคู่นี้เลยอ่ะ เพราะหาอ่านยากมากจริงๆ
    #4
    0
  2. วันที่ 15 มีนาคม 2559 / 22:49
    คือมันแบบว่า โอ๊ยยยยยยยย ชอบบมากมายค่ะ

    คือชอบมากแบบชอบ ชอบจนไม่รู้จะชอบยังไงแล้วค่ะ

    #กระโดดลงเรือทันที
    #3
    0
  3. วันที่ 29 ธันวาคม 2558 / 02:59
    โอ้ยยยยยยยย เป็นคู่ที่น่ารักมากเลยค่ะ ฮืออเห็นทีเราต้องขอใบสมัครลงเรือลำนี้แล้วละค่ะ5ุุุ55555
    #2
    0
  4. #1 มาธาร
    วันที่ 29 มิถุนายน 2558 / 17:13
    กรี๊ดดดดดดดดดดดดด

    น่ารักมากเลย พ่อมาเฟียหน้าไม่ให้แต่โดนใจป้ามากจ๊ะ
    #1
    0