[SF] ...เอลฟ์... [SeulRene] Ft.Joyri และวงอื่นๆ

ตอนที่ 12 : บทที่ 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 174
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    7 พ.ค. 60

บทที่  9

 

 

 

 

กลไกที่ทำให้โลกขับเคลื่อนคือภาพเหตุการณ์ที่ดำเนินอย่างต่อเนื่อง ทั้งตำนาน คำบอกเล่า หรือแม้แต่บทสนทนา ล้วนแล้วแต่เป็นสิ่งที่ทำให้ชีวิตคงอยู่ต่อไป จุดจบของเรื่องราวบทหนึ่ง หมายถึงจุดเริ่มต้นของเรื่องราวอีกหลายบท นั่นทำให้เรื่องราวเหล่านั้นดำเนินต่อไปอย่างไม่รู้จบ ถึงแม้มนุษย์จะตายลงในวันนี้ หากแต่อีกหลายชีวิตที่เกิด ส่งผลให้โลกยังดำเนินต่อไป.... รวมถึงสิ่งมีชีวิตอื่นนอกจากมนุษย์เช่นกัน

 

 

 

หากให้พูดถึงสิ่งที่อยู่เหนือทุกเผ่าพันธุ์

 

ผู้กุมชะตามนุษย์ ผู้ดลบันดาล พระผู้เป็นเจ้า เทวดา ผู้คนเมืองฟ้า

 

หรือ

 

 

บุรุษในชุดขาวที่ข้างล่างนั่นพูดถึง นั่นคือคำที่แทนกรอบสิ่งที่คลับคล้ายคลับคลาจะมีชีวิตแต่ก็เหนือกว่านั้น อย่างร่างในชุดสูทสีขาวเรียบ เจ้าของเรือนผมสีควันบุหรี่ที่นั่งบนบัลลังก์สีขาวขอบทองในโถงสีขาวล้วน ร่างนั้นปัดมือไปทางซ้ายกลางอากาศเผยให้เห็นก้อนน้ำทรงกลมขนาดใหญ่ลอยขึ้นมาจากอ่างน้ำขอบสีทองสว่างก่อนก้อนน้ำนั้นจะหยุดอยู่ตรงหน้าดวงตาสีอำพัน

 

 

 

ภาพเคลื่อนไหวที่อยู่บนผิวน้ำสบายตาเบื้องหน้าทำเอาร่างในสูทสีขาวพักศีรษะลงมือซ้ายที่เท้ากับวางแขนนั้น เรื่องราวทุกบทมักมีจุดจบเสมอ เช่นเดียวกับการเริ่มต้นใหม่ 

 

 

เด็กมนุษย์และสาวต่างเผ่าพันธุ์งั้นรึ

 

 

 

ถือเป็นเรื่องผิดพลาด

 

 

หากแต่ข้าคงต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้นในบทนี้

 

 

เทวฑูตหนุ่มซึ่งมีหน้าที่ดูแลเขตุโลกที่ซึลกิอยู่ถอนหายใจเบาๆ ปัดมือไปทางขวา ก้อนน้ำนั้นสั่นไหวชั่วครู่ก่อนภาพสถานที่จะเปลี่ยนหากแต่เข้าใจได้ว่าอยู่ในผืนป่าแถบเดียวกัน นิ้วเรียวเคาะที่แท่นวางแขนอีกข้างเป็นจังหวะอย่างใช้ความคิด สงครามกำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้ง ครานี้เหมือนกับโศกนาฎกรรมครั้งที่แล้ว การทำศึกกันของทั้งสองเผ่าพันธุ์และ อีกหนึ่งแขกรับเชิญพิเศษ

 

ช่างเป็นความบังเอิญที่ยุ่งเหยิง

 

 

และเพราะเหตุนั้น การดึงเด็กมนุษย์มา... จึงเป็นผลลัพธ์ที่จำเป็น

 

 

"เอาล่ะเด็กมนุษย์.... เจ้าจะทำยังไงต่อไป" เสียงทุ้มต่ำก้องกังวาลในโถงกว้าง เมื่อนัยน์ตาสีอำพันสว่างวาบจ้องที่ภาพเบื้องหน้าภายในก้อนน้ำใสที่เผยภาพเหตุการณ์ก่อนที่แทยอนจะเดินเข้าเรือนอาหารไม้ที่มีเหล่าเอลฟ์และเด็กมนุษย์นั่ง อยู่ 

 

"หากสงครามกำลังจะเกิดอีกครั้ง แลครั้งนี้เจ้าอยู่ในเหตุการณ์นั้นด้วย"

 

 

ชนวนสงครามในครั้งนี้คือผลพ่วงจากการกระทำของมนุษย์ในอดีต

 

 

และสงครามได้เริ่มขึ้นแล้วตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป

 

วินาทีที่ซึ่งเรื่องราวของคิม แทยอน ได้ดำเนินต่อไป

 

 

หลังจากที่ถูกทำให้ตายทั้งเป็นมาช้านาน

 

 

 

 

 

 

 

ร่างโปร่งแสงนั่งชันเข่าริมหน้าผาดวงตาว่างเปล่าเหม่อมองลงไปที่ผืนน้ำสีเข้มไกลสุดลูกหูลูกตา เสียงเอะอะของไจแอ้นท์เบื้องล่าง เรียกสายตาเย็นชาให้ปรายตามองครู่นึง

 

"เอ้า แบกดีๆหน่อย อย่าทำตกนะเว้ยเจ้าโง่" แล้วก็โหวกเหวกโวยวายกันเรื่อยๆ แทยอนเลื่อนสายตาให้ทอดมองที่ผืนน้ำอีกครั้ง ผืนน้ำที่ครั้งหนึ่งเธอเคยช่วยเด็กมนุษย์ที่อยู่ดีๆก็โผล่นอนลอยแพอยู่นิ่งล่อดังเคิลออสเตียสให้พุ่งเข้าใส่ เด็กมนุษย์ที่มีดวงตาสีเทาเข้มจนคล้ายดำ นัยน์ตาสีนั้นที่ทำให้เธอหวนคิดถึงคนรัก.... ที่ตอนนี้ได้จากไปไกลแสนไกลแล้ว

 

 

ฮวัง มิยอง

 

 

โศกนาฎกรรมเมื่อหลายสิบปีก่อน ทำให้เธอต้องได้รับการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ครั้งหนึ่งเธอเคยมีคนรักที่เปรียบเสมือนโลกทั้งใบ ความสดใสและรอยยิ้ม เสียงหัวเราะคือภาพที่เธอเห็นเสมอแม้หลับตา ก่อนที่โลกทั้งใบนั้นจะดับสลาย

 

 

มิยอง... หล่อนผู้มีดวงตาสีเทาอ่อนโยน มีจิตใจที่เมตตา ขี้เป็นห่วงจนบางทีก็ดูเหมือนจะมากเกินไป แต่แทยอนกลับมองว่ามันน่ารัก และเป็นเสน่ห์ของคนรัก แม้เธอจะแสดงออกว่ารำคาญแค่ไหนก็เถอะ

 

 

แต่ใครจะไปรู้ว่าวันนึง สิ่งที่เรามองว่าเป็นเสน่ห์ของคนรักกลับกลายเป็นสิ่งที่นำภัยมาให้มิยองเอง และเธอก็นึกเกลียดมันทุกครั้งที่นึกถึง

 

แทยอนมีฝีมือการรบที่เก่งกาจ ทั้งยังมีสมองเข้าขั้นอัจฉริยะ จบทุกอย่างได้นิ่งเงียบ และเฉียบขาดเสมอ ในขณะที่มิยองของเธอนั้นขี้เป็นห่วง ใจอ่อน และไร้ซึ่งความเด็ดขาด

 

เป็นคู่รักที่แตกต่างกันมาก เอลฟ์ในหมู่บ้านพูดบ่อยๆ แต่เธอคิดว่าเพราะสิ่งที่คนนึงมีและอีกคนไม่มีนั้นเป็นสิ่งที่คอยรั้ง คอยโอบอุ้มประคับประคองความสัมพันให้ได้มาจนถึงขนาดนี้

 

แทยอนพูดจาขวานผ่าซาก

 มิยองมักจะพูดจาอ้อมโลกและเลือกใช้คำที่ถนอมน้ำใจคนฟังมากที่สุด

 

 

คนรักของเธอบอกใครต่อใครก็ตามที่สงสัยในความสัมพันว่า เพราะแทยอนคิดอะไรในใจแล้วก็พูดออกมาเลยต่างหาก ไม่ได้หวังจะทำร้ายใจใคร และเธอบอกว่าเห็นเป็นเรื่องดี เพราะมิยองจะได้เข้าใจในอีกคนมากขึ้นว่าคิดอะไรอยู่

 

 

แทยอนไม่มีรอยยิ้ม

ในขณะที่มิยองมีประดับหน้าอยู่เสมอ

 

และเธอมักจะรู้สึกว่ารอยยิ้มของตัวเองมีอยู่ตลอดเมื่อมองตรงไปที่เธอคนนั้น ทั้งที่มุมปากของตัวเองอาจจะบึ้งลงๆทุกที

 

แทยอนเคยหลงใหลในความอ่อนโยนอบอุ่นที่เผื่อแผ่ให้คนอื่นไปทั่ว

 

จนวันนั้น

 

 

 

วันที่เธอเกลียดความใจดีของฮวัง มิยอง

 

 

 

สุดใจ

 

 

 

ระหว่างสงครามจากหลายสิบปีก่อน พวกเธอตัวติดกันมาก เพราะต่างฝ่ายต่างไม่เหลือใคร มีแค่กันและกันเท่านั้น ในขณะที่ร่างปราดเปรียวทั้งสองกำลังหนีกลับเข้าหมู่บ้านเพื่อไปเตรียมธนูชุดใหม่ให้พร้อมเพราะตอนนี้กระบอกไม้ที่เธอสะพายไว้ข้างหลังว่างเปล่าเหลือแค่อากาศลอยเล่นอยู่เท่านั้น ตอนนี้ทั้งสองมีแค่มีดสั้นจับกระชับมือที่เหน็บไว้ที่ต้นขา "แท.. เดี๋ยวก่อน ข้าเห็นทาไนสโตรพีอัส" หน้าเธอคงขึ้นคำถามมากมาย จนมิยองรีบอธิบาย

 

"คือข้าว่ามันบาดเจ็บหนัก"

"..."

"ข้าขอไปดูใจมันก่อน"

"ธนูเราไม่เหลือแม้แต่ดอกเดียวอย่างนี้ ถ้าศัตรูโผล่มาจะรับมือยากเอาการ" เอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น ดวงตาเรียบนิ่งมองคนรัก

"ขอเวลาเดี๋ยวเดียวเท่านั้นแหละน่า" มิยองฉีกยิ้มให้คนรักสบายใจ

 

และหล่อนไม่รู้เลยว่า รอยยิ้มเจื่อนๆนั่นจะเป็นความสวยงามครั้งสุดท้ายของโลกที่เธอเห็น

 

 

แวมไพร์สองตนพุ่งออกจากพุ่มไม้รอบข้างเจาะมีดสั้นลงที่ต้นขามิยองที่ทรุดตัวนั่งดูใจทาไนสโตรพีอัส เสียงหวานหวีดร้องลั่น แทยอนรีบพุ่งเข้าไปหา แต่ด้วยอาวุธที่เป็นรอง และจำนวนคน แทยอนเสียหลักเล็กน้อย ทำให้เธอวิ่งตามแวมไพร์สองตนที่หอบร่างมิยองวิ่งลับไปก็ติดเข้ากับการสกัดด้วยมีดของแวมไพร์อีกตนที่โผล่มาจากไหนไม่รู้ แทยอนพะวงมองมิยองที หันกลับมามองอีกทีก็ตั้งรับเกือบไม่ทัน เสียงมีดปะทะกันลั่น แทยอนกดมีดออก แล้วอาศัยช่วงตัวที่คล่องกว่าหักหลบหมัดขวาที่พุ่งเข้ามาแล้วง้างมือฟาดลงที่ลำคอของแวมไพร์ตนนั้นทันที เสียงเหมือนลูกมะพร้าวตกจากต้นไม่ได้ทำให้แทยอนเสียเวลาดูผลงานตัวเองแต่อย่างใด

 

 

แวมไพร์ไม่มีหัวใจ ฆ่าไม่ตาย ต้องตัดหัว

 

แต่ใช่ว่าตัดหัวจะช่วยให้ตายหายไปเลยเสียเมื่อไหร่ ต้องเอาร่างไปผึ่งแดดจ้าๆพร้อมน้ำวิเศษมาราดอีกถึงจะสลายเป็นฝุ่นผงไป ในตอนนี้แค่ถ่วงเวลาให้ขยับไม่ได้ไปสักพันแหละ น่าขยะแขยงชะมัด แทยอนวิเคราะห์ไป พุ่งตัวไปตามทิศที่เสียงกรีดร้องดูเหมือนจะขาดใจนั่นของคนรัก สับขาเร็วขึ้นเมื่อใกล้ต้นเสียงหวาน แทยอนกระชับมีดสั้นเปื้อนเลือดนั้นแน่นขณะพุ่งตัวไปข้างหน้า มิยอง.. อย่าพึ่งเป็นอะไรนะ

 

 

 

"อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาา"

 

ภาพตรงหน้าที่ทำเอานักสู้ดีเด่นขวัญเสียคือมิยองที่ถูกกดไหล่ลงนั่งในท่าคุกเข่าหันหลังให้เธออยู่ และหนึ่งในนั้น ในมือถือมีดสั้นคล้ายของเธอ ปลายมีดนั้น... "อ๊าาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาาก"

 

 

 

 

'สูตรยาปรุงแวมไพร์ น้ำตาสวรรค์ ธาตุทั้งสี่จากขุนเขาเมอแรงค์และ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

แก้วตาเอลฟ์'

 

 

 

 

 

ตุบ! เสียงของหนังตกพื้นทำให้ร่างที่อยู่บนหน้าผาสะดุ้งเฮือก หลุดจากภวังค์ของตัวเอง อดีตของตัวเอง

 

 

สายตาหยุดที่ไจแอ้นท์แปรพักต์ไปรับใช้แวมไพร์ที่ส่งเสียงโวยวายโยนความผิดใส่กันทันทีที่เผลอทำของสำคัญนั่นตกพื้น

 

"ก็บอกให้ก้าวซ้ายก่อนแล้วค่อยขวา"

"ข้าก็ก้าวซ้ายก่อนแล้วก็ขวา!"

"ขวาของเอ็งมันทางไหนกันวะ" ไจแอ้นยกมือข้างนึงขึ้น

"ไอ้โง่ นั่นมันข้างซ้าย!" เถียงกันเสียงดัง

"ไหนดู คงไม่บุบสลายหรอกมั้ง"

"นั่นมันอะไรกันวะ"

"เอ้า ก็แก้วตาเอลฟ์ไง"

"ไหนวะ"ไจแอ้นท์อีกตนว่าเสียงตื่นเต้น

"นี่ไง" อีกตนเปิดกล่องไม้สีทึบขึ้น "โฮ่ สีดำอ่อน"

"ดำอ่อนอะไรของเอ็ง นี่เขาเรียกว่าสีเทา"

 

 

ขวับ!

 

 

"เจ้านายเขาพูดกันว่าเป็นเอลฟ์สาวสวยเมื่อ 20 ปีก่อน"

"ขนาดนั้นเลยเหรอวะ ไหนๆ ขอข้าดูใกล้ๆบ้างซี่"

"นี่ไง เร็วๆล่ะ.... ฮ่ะ เฮ้ยยย"

"อ๊าากกกกกก"

 

 

ร่างไจแอ้นท์ทั้งสองทรุดลงกับพื้นขรุขระทันทีที่ปลายมีดเสียบเข้าทะลุหัวใจก่อนมันถูกตวัดไปเชือดศีรษะไจแอ้นท์อีกตนที่ยังตื่นตะลึงกับเหตุการณ์เมื่อครู่ ร่างโปร่งแสงเต็มไปด้วยทักษะขั้นสูงยืนนิ่งเงียบดวงตาเหม่อจดจ้องไปที่แก้วตาตรงหน้า­­­­­

 

 

"มิยอง"

 

 

เอื้อมมือสั่นเทาเข้าไปสัมผัสที่กล่องขนาดใหญ่พอดี มีสามชั้น ซึ่งต้องเป็นสูตรยาผสมเป็นแวมไพร์อย่างแน่นอน เมื่อเธอเหลือบมองชั้นล่างจากแก้วตาของมิยอง ข้างล่างมันคือขวดบรรจุน้ำสีใส ซึ่งต้องเป็นน้ำตาสวรรค์อย่างไม่ผิดเพี้ยน

 

 

มิยองผู้งดงาม ต้องมาสังเวยชีวิตให้ความละโมบโลภมากของมนุษย์... ความคิดต่ำช้าเช่นนี้

 

 

 

จะทำลายมิให้เหลือซาก

 

 

 

 

 

มือขาวซีดบีบจนขวดแก้วนั้นแหลกละเอียดคามือ เปิดมาอีกชั้นคือธาตุดินและธาตุน้ำ

 

หืม ไม่อยากมีความรู้สึก ไม่ต้องการเจ็บปวดมากสินะ.... งั้นถ้าตายไปเลยคงจะง่ายกว่า

 

ว่าไปแล้ว ยังเหลือมนุษย์ที่ยังไม่ถูก 'ปรุงแต่ง' เหลืออยู่ที่คฤหาสน์แวมไพร์อีกงั้นเหรอ

 

แค่นหัวเราะชวนขนลุกนั้นออกมา ในมือถือกล่องสำคัญนั้นอย่างทะนุถนอม ก้าวเท้าตรงไปในป่าลึกโดยที่มือขวาชุ่มไปด้วยเลือด

 

 

 

ไม่ได้ออกกำลังกายนานแล้วเหมือนกันนะ

 

 

 

 

"จุดเริ่มต้นสงคราม" สุรเสียงของผู้เป็นใหญ่เหนือเผ่าพันธุ์ทั้งปวงดังขึ้นหลังลูกแก้วน้ำขนาดใหญ่ฉายภาพแทยอนเดินหายลับเข้าไปในป่าลึก คาดว่าคงตรงไปทางคฤหาสน์แวมไพร์ มือประสานกันที่ตักก่อนยกมือขึ้นปัดไปทางซ้ายเผยภาพเด็กมนุษย์กับสาวต่างเผ่าในสวนไม้ดอกปรุงกลิ่นมากมาย

 

 

"เก็บเกี่ยวความสุขไว้นะ ก่อนที่เจ้าอาจต้องเสียน้ำตา... ไอรีน"

 

 

 

 

 

 

 

 

"มีอะไรรึ" ซึลกิเอ่ยถามอีกคนที่อยู่ๆก็ชะงึกกึกไป ในมือถือดอกไม้สีเข้มดอกใหญ่โบกสะบัดไปมาเบาๆให้กลิ่นหอมลอยไปแตะจมูกอีกคน

 

"อยู่ดีๆก็รู้สึกหนาวๆที่หลังน่ะ" จูฮยอนว่าแล้วลูบต้นแขนเบาๆ

 

"หืม เป็นไข้หรือเปล่านะ นี่ใกล้เข้าช่วงฤดูฝนแล้วสิ" เสียงนุ่มว่าขึ้นอย่างเป็นกังวล ใบหน้าติดเป็นห่วงนั้นแตะลงที่ลำคอให้อีกคนสะดุ้งกับมือเย็น "เจ้าตัวร้อนนะจูฮยอนอา"

 

"ห่ะ หือ ไม่หรอก ฉันเป็นคนช่วงคอร้อนนะ แต่มือฉันเย็นนะ"ว่าจบซึลกิก็จับหมับเข้าที่มือบางอีกฝ่ายทันที 

 

 

 อย่างนี้มันเรียกว่าสกินชิพได้รึเปล่านะ

 

 

 

"เย็นจริงด้วยอ่ะ มนุษย์นี่แปลกจัง"เอลฟ์งึมงำอยู่ในลำคอ "จริงสิ เจ้าชอบสีม่วงใช่มั๊ย นี่เลยๆ"จูฮยอนพยักหน้าให้กับคำถามนั้น แล้วก็เบิกตากว้าง

 

"ว้าว สวยจัง"

"กลิ่นหอมด้วยนะ" ซึลกิลอบยิ้มอย่างพอใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายดูตื่นเต้นเสียเต็มประดากับสีธรรมชาติตรงหน้า

 

"มองอะไร"จูฮยอนถามเสียงแปร่งๆใส่คนที่จ้องกันไม่หยุดแถมยิ้มอยู่นั้น

"มองดอกไม้"

"อ่อ อ่ะ"จูฮยอนยื่นที่อยู่ในมือให้อีกคน แต่เอลฟ์หมีส่ายหน้า ให้เด็กมนุษย์ขมวดคิ้ว

"เราหมายถึงดอกนี้"ยื่นมือมาจิ้มๆตรงจมูกให้อีกคนส่งเสียงในลำคอประท้วงเล็กๆ ดวงตาหยีลงกับเสียงหัวเราะของเอลฟ์ตรงหน้า

 

คือมันชมหรือมันด่า

 

 

"ว่าไปคุณก็โชคดีนะ ได้อยู่ท่ามกลางสภาพแวดล้อมแบบนี้ กลิ่นธรรมชาติแบบนี้ ฮ้าาา ถ้าฉันอยู่คงมีความสุขตายเลย"จูฮยอนสูดหายใจเอากลิ่นธรรมชาติที่ว่าเข้าลึกๆ ตาเป็นประกาย ชวนคุยต่อ

"คุณรู้มั๊ยที่โลกมนุษย์นะ มีแต่ตึกสูงๆ ถนนที่เต็มไปด้วยควันรถยนต์ โหย ฉันอยู่ทุกวันสูดมันเข้าไปเถอะกลิ่นท่อไอเสียอ่ะ"

"ชอบเหรอ"

"ชอบนะ"

"เราก็ชอบเจ้า"


!!

 

"หมายถึงที่นี่มั๊ยล่ะ"

"แล้วไม่ชอบเราเหรอ"

 

หน้าทนอะไรอย่างนี้!

 

"นี่ ตอบหน่อยน่า ชอบมั๊ย"เสียงนุ่มรบเร้า

 

ยังอีก!

 

"ไม่รู้" เสียงสูงตอบ แต่แค่นั้นก็พอให้รอยยิ้มบนหน้าหมีๆนั่นฉีกกว้างขึ้นจนน่าหมั่นไส้

 

ฮ่ะ ฮัดเช้ย

 

จากการสูดกลิ่นเกสรที่แรงเกินปกติส่งผลให้จูฮยอนหลุดจามออกมาให้ซึลกิได้ขำอีกรอก มือเรียวยาวนั้นหยิบดอกสีม่วงนั่นเก็บลงตะกร้าสาน ปากพึมพำว่าเดี๋ยวเอาไปคั้นกลิ่นให้ มืออุ่นๆที่ยื่นมากอบกุมกันกับรอยยิ้มจริงใจที่ตั้งใจส่งมาให้แค่เธอคนเดียว ทำให้จูฮยอนใจเต้นขึ้นมาอีกครั้ง

 

 

 

เขา...น่ารักจริงๆด้วยอ่ะ

 

 

 

กัดปากกลั้นยิ้มหันหน้าไปอีกทางหน้าขึ้นสี 

 

"นี่เห็นนะว่าเขินอ่ะ"

 

"เอ๊ะ!"เสียงเขียวเชียว

 

 

 

 

TBC

 

แหม๊ หมีเอลฟ์นี่รู้สึกจะเปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังมือเลยนะเธอออ

 

ตอนไรท์นั่งพิมพ์ไป ชอบเหรอ ชอบนะ เราก็ชอบเจ้า อิฉันนี่บิดหยั่งกะเป็นจูฮยอนซะเอง 555555

 

พ่อหนุ่มสูทขาวเริ่มมีบทบาทมากขึ้นแล้วค่ะคุณ

 

และนี่คือ จุดเริ่มต้นของสงครามครั้งที่สองของโลกนี้ค่ะ...

 

แต่! ยังไม่หมดแค่นี้แน่นอน เมื่อตอนที่นั่งแต่งพล็อตอดีตพิแท อยู่ดีๆก็นึกถึงที่รักค่ะ อยากให้ที่รักมีส่วนร่วมในฟิคเรื่องนี้ วี๊ดว๊ายยยยย ส่วนที่รักของเค้าจะเป็นใคร.... รอติดตามนะคะ ตึ่งโป๊ะ!

 

อาจจะสงสัยกัน เอ๊ะมีทิฟฟานี่ที่เป็นแฟรี่อยู่แล้ว แล้วมิยองมาจากไหนอีก นี่แหละค่ะ 

 

คุณเขามาเป็นเชื้อเพลิงในการบวกค่ะ

 

 

แทยอน เกี่ยวข้องกับจูฮยอนยังไง?

 

สืบเนื่องมาจากคนรักพี่เขามีดวงตาสีเทาอ่อนค่ะ อารมณ์ที่พี่แกมองจูฮยอนก็จะเป็นสีเทาเข้มที่ชวนให้คิดถึงมิยอง แต่เป็นอารมณ์ความรู้สึกที่เอ็นดูเป็นน้องเป็นนุ่งนะคะ 555555 


ไจแอ้นท์ เนื่องจากบทที่แล้วๆ ไรท์เคยเขียนไว้ว่าไจแอ้นท์เป็นมิตรกับเอลฟ์


อ่าวแล้วทำไมในบทนี้โผล่มาขนของให้แวมไพร์เฉยเลย?


ไจแอ้นท์มี 2 ฝ่ายค่ะ ฝ่ายนึงเป็นมิตรกับเอลฟ์ อาศัยอยู่ผืนป่าเดียวกับเอลฟ์ ส่วนอีกฝ่ายจะคอยรับใช้แวมไพร์ค่ะ ไม่งงเนอะ

 

 

เจอกันตอนหน้านะคะ รักรีดเดอร์เสมอค่ะ <3

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

47 ความคิดเห็น

  1. #37 The_Darknest (@the_darknest) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 17:50
    มิยองงง ฮือออ พี่แทของน้องมาซบอกน้องมา//โดนตบ -,,-
    น่าติดตามสุดๆ +_+ ไรด์อัพเร็วขนาดนี้ อย่าลืมดูแลสุขภาพนะคะ ^^
    #37
    1
    • #37-1 BooBear7pixel (@cocoanut1) (จากตอนที่ 12)
      7 พฤษภาคม 2560 / 00:15
      พี่แทในตอนนี้พร้อมบวกมากค่ะ 555555 คุณก็เช่นกันนะคะ ^^
      #37-1
  2. #36 WK'ss (@0932915035) (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 02:58
    อดีตคุณแทเจ็บปวดบีบหัวใจจังค่ะT^T เริ่มเป็นห่วงพิเบกับพิโจ้ยแล้วสิ
    ปล.อัพดึกจังเลยนอนดึกนะคะเนี่ย พักผ่อนเยอะๆนะคะเดี๋ยวจะป่วยเอานะ
    #36
    1
    • #36-1 BooBear7pixel (@cocoanut1) (จากตอนที่ 12)
      6 พฤษภาคม 2560 / 10:26
      สงครามกำลังจะเริ่มค่ะ 5555
      ปล.ความจริงเค้าก็อยากนอนเร็วๆเหมือนกันค่ะ แต่พอแต่งไปแต่งมามันหยุดไม่ได้ รู้ตัวอีกทีก็ตี 2 แล้ว 5555555 คุณก็นอนดึกเหมือนกันนา อย่าลืมดูแลสุขภาพตัวเองด้วยนะคะ :)
      #36-1