ตอนที่ 8 : CHAPTER 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1188
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 177 ครั้ง
    6 พ.ย. 61

Chapter 7

 

          “เจ้าเหล็กสีเงินนี่คืออะไรกันรึ” ทามาโมะเอ่ยถาม มือยกขึ้นวางบริเวณหน้าผากกันแสงแดดอันแรงกล้าที่ส่องลงมาระหว่างเงยหน้ามองสิ่งก่อสร้างสูงเสียดฟ้าข้างกับหญิงสาวร่างเพรียว


        “โตเกียวสกายทรี จุดชมวิวที่ใครๆ ก็ต้องมาไงล่ะ เห็นว่าสูงที่สุดในโลกด้วยมั้ง” ฝนตอบ ยกกล้องที่ห้อยคอขึ้นมาถ่ายรูป “ฉันจะขึ้นไปข้างบน นายจะไปไหนก็ไปแล้วกัน ค่าเข้ามันแพง” เธอบอกอย่างไม่ใส่ใจ ลากกระเป๋าเดินทางเข้าไปในตัวอาคารโดยไม่รีรอเพื่อต่อแถวซื้อตั๋วสำหรับขึ้นลิฟต์ไปยังจุดชมวิว


              ปีศาจจิ้งจอกเก้าหางที่พร้อมถูกสาวชาวมนุษย์ทอดทิ้งได้ทุกวินาทีเลิกคิ้วสูง เงยหน้ามองดูหอคอยสูงลิบอีกครั้งก่อนเลื่อนสายตาลงมายังร่างเพรียวกระฉับกระเฉงที่ก้าวขาเดินฉับๆ ห่างออกไป


              “เฮ้ย อะไรเนี่ย! ” เสียงอุทานของหญิงสาวดังขึ้นกะทันหัน ก่อนจะถึงคิวซื้อตั๋วของตนเอง เอวถูกรั้งอย่างไม่ทันตั้งตัว มือหลุดจากกระเป๋าเดินทางที่ลากอยู่ด้านหลัง พริบตาเดียวก็รู้สึกได้ว่าตนเองไม่ได้อยู่บนพื้นดินอีกต่อไป


              ฝนในเวลานี้ถูกจับอุ้มด้วยแขนเพียงข้างเดียวของทามาโมะ และปีศาจหนุ่มรูปงามก็กำลังพุ่งทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้าโดยการเหยียบบนซี่เหล็กโครงสร้างของหอคอย วิ่งฝ่าแรงโน้มถ่วงขึ้นไปรวดเร็วจนมองไม่ทันราวกับอยู่ในภาพยนตร์ แหวกสายลมที่พัดสวนลงมาอย่างไม่ยี่หระใดๆ


              “นะ นี่มัน” สาวผมสั้นพึมพำอย่างตกตะลึงเมื่อรู้ตัวแล้วว่ากำลังถูกหิ้ววิ่งขึ้นโตเกียวสกายทรี เธอลืมตาแทบไม่ขึ้นเพราะลมตีหน้าจนชาไปหมด แถมพอลืมตาได้แล้วเห็นด้านล่างก็แทบสลบกับความสูงเป็นร้อยๆ เมตรจากพื้นดินอีก ด้วยอารามหวาดเสียวจึงเผลอกอดคอของจิ้งจอกหนุ่มเอาไว้แน่น


       เมื่อความเร็วในการเคลื่อนที่เริ่มช้าลงตอนอยู่ที่ความสูงเหนือเบื้องล่างร่วมสามร้อยเมตรจนแรงลมแผ่วกว่าเดิม ฝนจึงค่อยๆ ลืมตามอง เห็นพื้นดินถูกทิ้งห่างลงไปทุกที ผู้คนเบื้องล่างเล็กลงๆ จนดูราวกับเป็นมดตัวเล็กๆ บนแผ่นดินผืนใหญ่ สีเขียวชอุ่มเป็นหย่อมสลับกับอาคารสูงต่ำจำนวนมากตามความเจริญของบ้านเมือง


              ทามาโมะ โนะ มาเอะ ยามนี้หยุดวิ่งตามโครงเหล็กขึ้นบนหอคอยแล้ว แต่เปลี่ยนเป็นอุ้มหญิงสาวลอยขึ้นสูงอย่างเรียบเรื่อย ไม่เชื่องช้าแต่ไม่รีบร้อน จนไปหยุดที่ยอดบนสุดของหอคอย


              ร่างสูงสง่าในชุดยูกาตะทับด้วยฮาโอริสีเข้มยืนบนคานโลหะ ปล่อยสาวผมสั้นในอ้อมแขนลงยืนโดยไม่เห็นแก่สีหน้าของเธอเลยสักนิด บริเวณที่ทั้งคู่ยืนอยู่นี้ไม่เพียงแต่เป็นจุดชมวิวที่สูงที่สุดในโลก แต่เขายังพาฝนขึ้นมาถึงปลายยอดสุดที่เหนือจากจุดชมวิว450เมตรจากพื้นดินขึ้นมาอีกขั้น


              มีคนเคยบอกไว้ว่าหากกลัวความสูงให้ขึ้นหอคอยโตเกียวสกายทรีแค่จุดแรกที่สูง350เมตร เพราะจุดที่สองนั้นแค่ยืนมองยังหวาดเสียวไม่น้อย แต่นี่เธอเล่นอยู่ด้านบนสุดที่สูงขึ้นมาอีก แถมคนดีๆ เขามีกระจกกั้นอย่างปลอดภัยยังกลัว นับประสาอะไรกับตนเองที่รับลมชมทิวทัศน์ชนิดนอกขอบขนาดนี้


              “นายพาฉันขึ้นมาทำไม ตั้งใจจะเอามาโยนทิ้งจากบนนี้ ตกไปจะได้ดูไม่ออกว่าศพใครเลยใช่ไหม” หญิงสาวบ่น สูดหายใจยาวไม่ให้ขาสั่นจนพลัดร่วงลงไปจริงๆ ให้สมพรปาก


              “บ้านเมืองแปรเปลี่ยนไปไม่น้อย สมัยนั้นไม่อาจใช้โลหะมากมายสร้างที่อยู่อาศัยเช่นนี้ได้ ผู้ใดครอบครองทรัพยากรใช้สอยได้เพียงนี้นับว่ามีเงินเหลือใช้ ทั้งพาหนะที่เจ้าใช้เดินทาง หรืออาคารเหล่านี้ล้วนแปลกใหม่สำหรับข้า” จิ้งจอกเก้าหางเอ่ยพลางมองทิวทัศน์งดงามสุดสายตาเบื้องหน้า


              “พูดจาเป็นคนแก่” ฝนพึมพำตอบพลางค่อยๆ ย่อตัวนั่งลงเพื่อความมั่นคง “ผ่านมาตั้งกี่ปีแล้ว โลกนี้มันหมุนอยู่ตลอดนั่นแหละ ไม่มีวันหยุด ถึงเราอยากให้มันหยุดก็ตาม เพราะงั้นคนเราถึงต้องยอมรับความเปลี่ยนแปลงให้ได้ ถ้าทำไม่ได้ก็มีชีวิตอยู่ไม่ได้ มันเป็นกฎเกณฑ์ของธรรมชาติ”


              “เจ้าเป็นมนุษย์ที่ประหลาด น้องฝนของข้า”


              “หานี่ฉันเพิ่งถูกปีศาจบอกว่าตัวเองประหลาดเหรอ หูฝาดรึเปล่า ให้ตายสิ”


              ทามาโมะหัวเราะ ย่อตัวลงนั่งข้างกันกับฝน ขาข้างหนึ่งห้อยลงด้านล่าง อีกข้างชันเข่าสบายๆ มือเท้าคางมองใบหน้าที่มีรอยแผลเป็นขนาดใหญ่พาดผ่านตาซ้ายของหญิงสาว


              รอยแผลเป็นน่ากลัวเช่นนี้ย่อมฝากแผลใจให้สตรีอย่างแน่นอน แม้ว่าไว้ผมบริเวณนั้นเป็นหน้าม้าปัดข้างให้ช่วยปิดไว้บ้างแล้วก็ยังมองเห็นได้ชัดเจน แต่ถึงอย่างนั้นเธอกลับไม่ค่อยสนใจเรื่องแผลนี่มากนัก ทั้งจากการทำผมและเวลาส่องกระจก เดิมทีปีศาจจิ้งจอกคิดว่าสาวชาวมนุษย์คงพยายามปกปิดปมด้อยหรือไม่ชอบส่องกระจก


              แต่เจ้าตัวกลับไม่มีอาการใดๆ เวลาส่องกระจก และที่ไว้ผมปิดบริเวณนั้นเพราะชอบทรงผมปัจจุบันเท่านั้นเอง


              “แล้วทำไมนายถึงถูกผนึกในหินได้ล่ะ ตำนานเขาบอกว่าไปหลอกจักรพรรดิอะไรสักอย่างมาใช่ไหม จริงรึเปล่า”


              “นึกสนใจเรื่องราวของข้าขึ้นมาหรืออย่างไร”


              ฝนเบ้ปากกลอกตามองบน ขยับมือโบกเป็นเชิงว่าไม่อยากเล่าก็ไม่ต้องเล่า


              อย่างไรก็ตาม เธอเห็นอีกฝ่ายชะงักไปชั่วขณะกับคำถามนี้ จึงไม่ได้สนใจอยากเซ้าซี้เท่าไรนัก เพราะโดยนิสัยก็ไม่ใช่พวกที่จะต้องได้คำตอบอะไรจากใครจริงจัง ไม่บอกก็ไม่เซ้าซี้ อีกอย่างหนึ่ง… มันไม่ได้ทำให้อิ่มกว่ากินข้าวด้วย


              “โทบะเป็นสหายผู้หนึ่งของข้า แต่ขุนนางในราชสำนักไม่เห็นเป็นเช่นนั้น เรื่องราวก็ง่ายดายเพียงเท่านี้”


              “พล็อตเรื่องธรรมดาจังนะ นึกว่าจะมีอะไรพิเศษอย่างเช่นนายกับจักรพรรดินั่นเป็นมากกว่าเพื่อนอะไรแบบนี้เสียอีก ทำไมที่เขาเล่ากันมาส่วนใหญ่บอกว่านายเป็นสาวสวยล่ะ”


              ทามาโมะ โนะ มาเอะ เลิกคิ้วสูงมาก จากนั้นหัวเราะในลำคอกับท่าทีของคู่สนทนาที่ดูไม่คิดมากแม้แต่น้อย แต่เพราะฝนแสดงท่าทางเช่นนี้ จึงไม่ทำให้รู้สึกอึดอัดในการพูดคุยอย่างน่าประหลาด


              “อาจเพราะภาพวาดของข้าดูคล้ายสตรีก็ได้ อีกทั้งพวกขุนนางตั้งใจสร้างเรื่องว่าข้าเป็นนางจิ้งจอกจึงบอกเล่าเรื่องราวสืบต่อมาตามความพอใจของตนเอง เมื่อข้าถูกผนึกแล้ว ย่อมไม่มีใครมาแก้ต่างจนล่วงเลยมาถึงแปดร้อยกว่าปี”


              “ก็พอเข้าใจได้” ฝนพยักหน้ารับรู้แล้วหันมาถามอีก “นายอยู่ในหินนั่นมานานขนาดนั้นเลยเหรอ แปดร้อยปีเนี่ย ถ้าเป็นฉันคงกัดลิ้นตายไปแล้วมั้ง”


              จิ้งจอกเก้าหางมองทิวทัศน์งดงามตรงหน้า หัวเราะหึหึกับคำพูดของหญิงสาวด้านข้าง อากาศเย็นสบาย สายลมและกลิ่นไอแดดที่ไม่พบพานมานานนักโอบล้อมผิวกาย ทั้งหมดนี้เป็นเพราะเธอที่ช่วยปลดผนึกนั้นให้เขา หากไม่ใช่เพราะฝน ก็คงไม่ได้เห็นแสงอาทิตย์เช่นนี้จนถึงพันปีละมั้ง


              นับว่าเขาเป็นหนี้บุญคุณเธอผู้นี้อยู่มากทีเดียว


              ทั้งคู่นั่งชมวิวบนหอคอยโตเกียวสกายทรีอยู่อีกสักพักหนึ่ง ก่อนจะกลับลงมาข้างล่างโดยสวัสดิภาพ ทันทีที่ลงมาถึงพื้น ฝนก็รีบไปดูว่ากระเป๋าเดินทางยังอยู่ที่เดิมรึเปล่า โชคดีว่านี่คือญี่ปุ่น ดินแดนที่ของหายมักได้คืน จึงพบว่ากระเป๋าเดินทางของเธอมีคนเลื่อนมาวางไว้ให้ที่ริมกำแพงเพื่อไม่ให้ขวางทางคนอื่นเรียบร้อยแล้ว



             

             

             

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 177 ครั้ง

196 ความคิดเห็น

  1. #89 Season_kids (@khim-s) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 18:55
    ถ้าเราขึ้นไปบนความสูงขนาดนั้นคงกัดลิ้นตายไปแล้วแน่ๆ... พอโปรยมาแบบนี้ก็อยากรู้อดีตของไทม์คุงแล้วค่ะ! ของฝนก็อยากรู้นะคะ หรือบางทีแผลเป็นอาจจะเกี่ยวข้องกับภูตผีก่อนหน้านี้?
    #89
    1
    • #89-1 Kinkmj (@cmch3rry) (จากตอนที่ 8)
      7 พฤศจิกายน 2561 / 14:04
      เดี๋ยวจะทยอยเฉลยจ้าา
      #89-1
  2. #88 ChanisaraRung (@ChanisaraRung) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 18:34
    จะขาดใจตายแล้วคร้าาา 😂
    #88
    0
  3. #87 mai_pawinee (@mai_pawinee) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 14:14
    รอฉันรอเทออยู่😂😂
    #87
    0
  4. #85 Fayrious (@entamable) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 6 พฤศจิกายน 2561 / 13:11

    เมื่อไหร่เล่มจะมาอยากได้เล่มแล้วววว

    #85
    0