ตอนที่ 7 : CHAPTER 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1474
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 152 ครั้ง
    28 ต.ค. 61

Chapter 6

 

       สถานีปลายทางของฝนคืออาซากุสะ หรือที่ตั้งของวัดเซนโซจิซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังจนเป็นแลนด์มาร์กแห่งหนึ่งของจังหวัดโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ถ้าใครมีโอกาสได้มาท่องเที่ยวแถบคันโตก็ต้องมาที่นี่อย่างน้อยสักครั้งหนึ่ง

              ตัวโครงสร้างส่วนใหญ่ของวัดเซนโซจินั้นถูกทาสีแดงสด ประตูหน้ามีโคมแดงขนาดใหญ่ที่เรียกกันว่าคามินาริมงหรือชื่อทางการว่าฟูไรจินมง เพราะมีรูปปั้นของเทพอัสนีไรจินและเทพวายุฟูจินตั้งอยู่ซ้ายขวาคอยปกปักษ์ประตูของวัดแห่งนี้เป็นที่มานั่นเอง

              เมื่อมาถึงบริเวณหน้าประตู สีหน้าของทามาโมะ โนะ มาเอะ ก็ดูไม่ค่อยอารมณ์ดีเหมือนอย่างเคย ชายหนุ่มมองไปรอบๆ เหมือนกำลังระวังบางอย่างอันที่จริงดูคล้ายพวกสามีที่แอบภรรยาเข้าบ้านเสียมากกว่า

              “ทำอะไรของนายน่ะจะว่าไป นายเป็นปีศาจก็ต้องไม่ถูกกับวัดวาอารามใช่รึเปล่า แยกกันตรงนี้ก็ได้นะ ซาโยนาระ” ฝนพูดอย่างชืดชาไม่ใส่ใจ แต่สายตายังคงมองใบหน้าหล่อเหลางดงามของอีกฝ่ายไม่กะพริบ เห็นจิ้งจอกเก้าหางขมวดคิ้วนิดหนึ่งก็เหยียดยิ้มพอใจ

              “ข้าเป็นปีศาจ ไม่ใช่วิญญาณร้าย ปีศาจที่อ่อนแอเท่านั้นถึงไม่กล้าเข้าสถานที่ศักดิ์สิทธิ์พวกนี้ สำหรับข้าก็เพียงแค่เป็นสถานที่ที่อากาศร้อนอบอ้าวไปหน่อย” ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงบันเทิงใจ หรี่ตามองตอบดวงตาปลายเรียวของฝนแล้วยิ้มละไม “แท้จริงแล้วสถานที่เช่นนี้กลับง่ายต่อการพบเจอปีศาจ เจ้ารู้รึไม่”

              “หมายความว่าไง” ฝนถาม คิ้วเลิกขึ้นสูงด้วยความสงสัย ระหว่างใช้กล้องที่ห้อยคออยู่ถ่ายรูปวัดโดยรอบอย่างสนใจ พลางเดินไปยังบ่อน้ำพุศักดิ์สิทธิ์ที่มักจะมีอยู่ตามวัดหรือศาลเจ้าในญี่ปุ่น โดยให้ใช้กระบวยที่วางอยู่ตักน้ำขึ้นมาล้างมือ ซึ่งขั้นตอนที่อ่านจากป้ายได้ก็คือให้ใช้มือขวาถือกระบวยตักน้ำมาล้างมือซ้ายก่อน จากนั้นสลับไปล้างมือขวา แล้วใช้มือซ้ายวักน้ำมาบ้วนปาก ตามด้วยล้างซ้ำอีกครั้งเป็นการล้างกายใจให้สะอาดก่อนเข้าไปสักการะภายใน

              เสร็จแล้วหญิงสาวก็มองไปรอบๆ อย่างสงสัยว่าตนเองควรทำอะไรต่อ ซึ่งสังเกตจากผู้คนที่พูดจาหลากหลายภาษาทั้งไทย จีน อังกฤษ เกาหลี และญี่ปุ่น ส่วนมากนั้นถือธูปเป็นกำๆ ส่งควันลอยตลบอบอวลชวนให้สำลักเดินสวนกันไปสวนกันมาแน่นขนัด

              ฝนมองหาอยู่ไม่นานก็เห็นบริเวณริมทางสองฝั่งที่ดูคล้ายเรือนไม้สีแดงที่มีมิโกะหน้าตาน่ารักนั่งประจำอยู่ เธอมุ่งหน้าไปหาโดยไม่รีรอ เห็นกล่องไม้ขนาดใหญ่วางอยู่บนโต๊ะแสตนเลสที่ยื่นออกมา ภายในแบ่งช่องเรียงรายไปด้วยเครื่องรางหลากสีสันราคาประมาณห้าร้อยเยนถึงหนึ่งพันเยน และยังมีกล่องไม้ที่ดูแล้วคงเป็นเซียมซีวางอยู่ด้วย

              หญิงสาวยืนมองอยู่พักหนึ่งอย่างลังเล จนทามาโมะเดินตามหลังมาหา “เจ้าไม่ไปรมควันธูปเหมือนมนุษย์พวกนั้นหรือ น้องฝนของข้า”

              คนฟังขมวดคิ้ว กระแทกข้อศอกถองใส่อีกฝ่ายไปทีหนึ่ง แม้ว่าจิ้งจอกเก้าหางจะไม่สะทกสะท้านเลยก็ตามที เขากวาดสายตาผ่านถุงเครื่องรางอันหลากหลายตรงหน้าแล้วเคาะนิ้วกับแขนอีกข้างยิ้มๆ

              “เจ้าอยากได้เครื่องรางพวกนี้รึ”

              “ถ้าฉันอยากได้แล้วมันแปลกรึไง”

              “เจ้าจะต้องการของเช่นนี้ไปเพื่ออันใดกัน ในเมื่อเจ้ามีเครื่องรางที่มีพลังมากกว่าอยู่กับตัวแล้ว” คำทักนั้นทำให้ฝนเลิกคิ้วสูงอีกรอบ แล้วเผลอหันมองไปยังถุงเครื่องรางสีแดงที่ยังห้อยอยู่กับกระเป๋าสะพายของตนเอง เห็นซัชจังซึ่งเวลานี้ตัวหดเล็กเพียงแค่ฝ่ามือนั่งห้อยขามองมา

              หญิงสาวยักไหล่กลอกตา มือยกขึ้นเกาหลังคอเหมือนยอมแพ้ “ฉันจะไปซื้อธูป”

              ทามาโมะ โนะ มาเอะ หัวเราะหึหึ สบตากับซาชิกิวาราชิตัวน้อยบนกระเป๋าของฝนระหว่างที่สาวผมสั้นเดินห่างออกไป จากนั้นเขากลับหันไปอีกทางหนึ่งเสียแทน

              แม้จะเป็นที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน แต่ก็ยังมีบริเวณอับสายตาอยู่บ้าง ปีศาจจิ้งจอกสอดมือจับโอบิของตนเอง เห็นหญิงสาวหลายกลุ่มมองมาก็ไม่ได้ใส่ใจ มุมปากไม่มีรอยยิ้มเฉกเช่นชายหนุ่มอารมณ์ดีอย่างเมื่อครู่แม้แต่น้อย ดวงตาสีแดงราวทับทิมไปหยุดที่บุคคลหนึ่ง เป็นชายสวมสูทดูผิวเผินก็เห็นได้ชัดว่าเป็นพนักงานบริษัท

              ทามาโมะไม่รู้ว่าชุดสูทคืออะไร หรือพนักงานบริษัทคืออะไร แต่ชายหนุ่มเห็นผู้คนสวมใส่เสื้อผ้าคล้ายคลึงกันจำนวนมากในตอนเข้าสู่สถานีรถไฟก่อนหน้านี้ เขาก้าวเดินอย่างนุ่มนวล แม้รูปลักษณ์ถูกปลอมแปลงให้คล้ายมนุษย์ธรรมดาแต่ก็ยังดูงดงามปราดเปรียว รองเท้าเกี๊ยะไม้กระทบพื้นเป็นจังหวะจะโคน เพียงพริบตาเดียวก็ประชิดตัวพนักงานบริษัทคนนั้นเรียบร้อยแล้ว

              “กำลังหาอะไรอยู่รึ” เสียงละมุนละไมกล่าวถาม หางตาเหยียดชี้ เส้นผมปลิวสะบัดไปด้านหลังตามแรงลม

              ชายวัยกลางคนสะดุ้งเฮือก ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมาอยู่ตรงหน้าตั้งแต่ตอนไหน “มะ มาได้ไง”

              ปีศาจจิ้งจอกไม่ได้ตอบอะไร มองฝั่งตรงข้ามที่เม็ดเหงื่อผุดซึมบนไรผมกับหน้าผากเถิกสูงจนดูเหมือนคนใกล้หัวล้าน

              “เจ้าไม่ได้ตามข้ามาหรอกหรือ” เขาถามอีกประโยค เห็นมือของชายกลางคนในชุดสูทกระชับเล็กน้อยก็เหยียดยิ้ม หางตาเหลือบไปทางฝนกำลังต่อแถวซื้อธูปอยู่อีกทิศของศาลเจ้า “ถ้าเจ้าสารภาพ ข้าอาจจะปล่อยเจ้าไปก็ได้”

              “พูดบ้าๆ ใครจะไปทำแบบที่แกพูด! ” ชายคนนั้นขึ้นเสียง แล้วค่อยขยับจับปกเสื้อสูทเหยียดยิ้ม “นี่กำลังพยายามข่มขู่ฉันใช่ไหม ผู้หญิงนั่นเป็นนักท่องเที่ยวสินะ ถ้ามีเรื่องตอนอยู่ต่างประเทศคงไม่ดีกับเธอเท่าไร คิดอย่างนั้นไหม”

              ทามาโมะเลิกคิ้ว มองดูหน้าผากชุ่มเหงื่อของอีกฝ่ายจากนั้นเอ่ยถามสบายๆ “แล้วเจ้าอยากได้อะไรจากนางรึ”

              ชายกลางคนขมวดคิ้ว สีหน้าไม่ไว้วางใจ กวาดตามองดูว่าชายหนุ่มหน้าตาดีผู้นี้แอบใช้เครื่องมืออะไรอัดเสียงอยู่หรือไม่ จนไม่เห็นว่าน่าจะมีจึงกระซิบเสียงเบา “ของที่สถานีรถไฟ เอามาให้ฉัน”

              ปีศาจจิ้งจอกรู้ดีแล้วถึงจุดประสงค์ของอีกฝ่าย ไม่มีอะไรมากไปกว่าการกรรโชกทรัพย์เพียงเพราะเห็นทองคำที่เขานำออกมาก่อนหน้านี้

              นี่คงเป็นปัญหาที่ฝนได้พูดเอาไว้

              ชายหนุ่มเหลือบมองไปอีกทางหนึ่งเป็นครั้งที่สอง เห็นว่าหญิงสาวผมสั้นกำลังปักธูปใส่กระถางขนาดใหญ่ที่รอบด้านมีผู้คนเบียดเสียดกันอยู่เรียบร้อยแล้วและกำลังจะเดินกลับออกมา เขาจึงเรียกของบางสิ่งมาไว้ในมือ ใช้ปลายนิ้วหัวแม่มือดีดมันลอยหวือไปทางคนสวมสูทที่มากรรโชกทรัพย์อย่างไม่ใส่ใจ “อยากได้ก็รับไป”

              จิ้งจอกเก้าหางไม่แม้แต่ปรายตามองว่าอีกฝ่ายทำอะไรกับเหรียญทองคำโบราณที่ตนเองโยนให้ เดินไปยังทิศทางที่ฝนกำลังเดินสวนมา ใบหน้าเรียบเฉยไม่ยี่หระแปรเปลี่ยนเป็นแย้มยิ้มราวกับคนละคน

              “เจ้าเวลานี้คล้ายอาศัยอยู่ในกระถางธูปมาก่อน” เขาพูด

              “ไม่คล้าย มันใช่เลยย่ะ ฉันรู้สึกเหมือนเพิ่งเป็นไก่ที่ถูกรมควันไม่มีผิด ตอนเบียดกันเข้าไป ป้าด้านหลังก็ไม่รู้จักดู ธูปเจ๊แกมันทิ่มโดนแขนฉันพองอีก แสบชะมัด” เสียงห้วนตอบ ดูหงุดหงิดสุดๆ มือลูบแขนซ้ายที่มีรอยแดงจากการโดนความร้อนป้อยๆ

        “ให้ข้าใช้ไฟจิ้งจอกเผานางเลยดีไหม น้องฝนของข้า”

              “ฮะ? ฉันไม่ใช่พวกโรคจิตที่เอาเรื่องแค่นี้มาแค้นเอาเป็นเอาตายนะ อีกอย่างอย่ามาเรียกแบบนั้น แค่ฟังก็คลื่นไส้แล้ว” หญิงสาวพูด คิ้วขมวดอย่างขัดใจ ก้มลงไปปัดกางเกงที่ถูกเขม่าธูปจนเป็นรอยขาวๆ “เดี๋ยวฉันไปสั่นกระดิ่งขอพร นายรอนี่แล้วกัน” เธอบอกส่งๆ คิดเอาเองว่ายังไงอีกฝ่ายก็เป็นปีศาจ จะมาไหว้ขอพรจากเทพเจ้าก็ไม่น่าจะใช่นักเลยไม่เรียกให้เดินไปด้วยกัน

              คล้อยหลังจากที่ฝนลับสายตาไปแล้ว ทามาโมะ โนะ มาเอะ เหลือบมองอีกทางหนึ่งซึ่งเป็นทางที่ชายวัยกลางคนสนทนากับตนเองเมื่อครู่ มุมปากเหยียดยิ้มเย็น

            ทองคำจิ้งจอกหากไม่แลกเปลี่ยนอย่างเท่าเทียมไม่เคยนำโชคดีมาสู่ผู้ใด

 

            ตกเย็นเมื่อท้องฟ้าเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีแสด ชายคนหนึ่งกำลังซับเหงื่อชุ่มของตนเองเมื่อถูกกลุ่มชายฉกรรจ์หน้าตาดุดันเข้ามาทักทายก่อนถึงสถานีรถไฟ

              “ทัตสึโอะซัง ผมเดาว่าคืนนี้คุณไม่มีนัดที่ไหนใช่รึเปล่า”

              “ผะ ผมไม่ค่อยสะดวกเท่าไร พรุ่งนี้จะรีบไปใช้หนี้ให้” ทัตสึโอะตอบด้วยใบหน้าซีดเซียว มือที่จับกระเป๋าทำงานสั่นระริก ชีพจรเต้นเร็วขึ้นกว่าเดิมราวกับเพิ่งวิ่งมาราธอนมาเป็นกิโล

              “พรุ่งนี้ของคุณเหมือนไม่มีสิ้นสุด ผมว่าคงต้องเตือนความจำให้คุณสักหน่อยว่าการตรงต่อเวลาเป็นเรื่องสำคัญนะครับ” ชายผมยาวที่เป็นเจ้าหนี้ของทัตสึโอะพูดด้วยเสียงยานคาง ยกมือส่งสัญญาณให้ผู้ติดตามเดินขนาบรอบตัวของชายวัยกลางคนบังคับให้ตามไปจนถึงซอยแคบๆ ซึ่งรถไม่สามารถวิ่งเข้าออกได้ มีป้ายร้านนั่งดื่มที่ยังไม่ถึงเวลาเปิดติดอยู่หลายร้าน

              “พรุ่งนี้ผมจะรีบเอาเงินไปคืน ผมพูดจริงนะ ผะ ผมมีหลักฐาน! ” ทัตสึโอะละล่ำละลักพูดเสียงสั่น ล้วงกระเป๋าไปหยิบเหรียญทองออกมา “เหรียญนี้หนักหลายบาท ถ้าเอาไปขายแลกเป็นเงินสดมาผมก็มีเงินจ่ายหนี้ให้ริวซังได้ ชะ เชื่อผมสิ”

       “ทอง? ของจริงแน่เรอะ? ไปเอาของแบบนี้มาจากไหน หรือว่าขโมยมา” เจ้าหนี้หรี่ตาแค่นเสียงถาม

              “ปะ เปล่า”

              “คุณทัตสึโอะคงรู้ว่าผมรับเฉพาะเงินสด และถ้าโกหกผลมันจะเป็นยังไงใช่ไหม”

              “ผมเข้าใจ” ลูกหนี้ตอบรับเสียงแหบแห้ง เขาเองก็ไม่อาจรู้ได้เลยว่าทองคำในมือนี้เป็นของจริงรึเปล่า ตั้งใจจะนำไปตรวจสอบและเปลี่ยนเป็นเงินก่อนแต่ดันโชคไม่ดีที่พวกเจ้าหนี้ดันมาเอาวันนี้พอดี ทางรอดเดียวคือการยื้อเวลาให้ได้

            ฉัวะ!

              มือที่ถือเหรียญทองคำอยู่ขาดกระเด็นในชั่วพริบตาโดยไม่มีใครทันตั้งตัว เลือดสาดกระเซ็นจากข้อมือของทัตสึโอะพร้อมกับเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดและตื่นตระหนก อย่างไรก็ตาม สิ่งที่หายไปอีกอย่างคือเสียงตกกระทบพื้นของอวัยวะที่ถูกบั่นหลุดจากร่าง

              หญิงสาวผมสีม่วงเข้มคนหนึ่งเดินเข้ามาราวกับอยู่บนรันเวย์เดินแบบ เธอก้าวขาเนิบนาบนวยนาดเชื่องช้า ริมฝีปากทาสีแดงเลือดนกเข้มจนเกือบเป็นสีดำสนิท ในสายตาของมนุษย์คงดูคล้ายแม่มดร้ายจากในนิทาน มือของเธอกำมือของทัตสึโอะเอาไว้ ดึงเอาเหรียญทองออกจากนิ้วของเขามาส่องดู “อา ของจริงสินะ ไม่ผิดแน่”

              ริวจิที่สัญชาตญาณดีไม่น้อยเห็นท่าไม่ดีแล้วรีบสั่งลูกน้องให้ถอยทันที ดูยังไงผู้หญิงคนนี้ก็อันตรายเกินไปแน่นอน ส่วนทัตสึโอะได้แค่ครวญครางด้วยความเจ็บปวดทรมาน ชุดสูทสำหรับทำงานเปรอะเปื้อนไปด้วยเลือดเปลี่ยนเนื้อผ้าสีน้ำเงินกลายเป็นม่วงคล้ำดูน่ากลัว

              กลุ่มชายฉกรรจ์รีบถอยฉากหนีออกห่าง แต่หญิงอันตรายไม่ปล่อยให้ใครหลุดรอดไปจากบริเวณนี้ได้ เส้นผมสีม่วงยืดยาวคล้ายแส้แยกย้ายพุ่งออกไปคว้าเกี่ยวร่างของมนุษย์พวกนั้นกระชากกลับมากองแทบเท้า แรงกระแทกเมื่อถูกปล่อยลงบนพื้นทำให้หลายคนร้องอย่างเจ็บปวดแล้วแน่นิ่งไป

              ทัตสึโอะที่เจ็บหนักกว่าใครกุมข้อมือขาดด้วนโชกเลือดของตัวเองตาลีตาเหลือกวิ่งถลาอย่างสะเปะสะปะเพื่อหาทางหนีไปให้ไกลจากเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความหวาดกลัวสุดขีดโดยไม่อาจรู้ได้เลยว่าไม่มีทางพ้นจากชะตากรรมของเขาไปได้

              ฉึก

              เสียงนั้นคมกริบไร้เมตตา ไม่มีโอกาสให้อ้อนวอนหรือกล่าวคำพูดใด กลุ่มปลายผมสีม่วงที่จับตัวรวมกันเป็นเกลียวแทงทะลุศีรษะเกือบล้านของชายวัยกลางคนเจาะเป็นรูโหว่ขนาดใหญ่

              เลือดข้นเข้มพุ่งทะลักออกจากบาดแผล ทัตสึโอะล้มลงสิ้นใจตายคาที่พร้อมกับของเหลวส่งกลิ่นคาวฉุนจมูกจำนวนมากไหลนองบนพื้นคอนกรีต

              “กลับดีกว่า”

              เส้นผมสีม่วงที่ยืดยาวของหญิงสาวผู้นั้นหดวูบกลับสู่สภาพเดิมหลังจบคำพูดอันเริงร่า เธอหมุนตัวเยื้องย่างไปอีกทางหนึ่ง จากนั้นนัยน์ตาสีเหลืองสดก็เบิกกว้าง เลือดสีดำกระอักออกจากริมฝีปากพร้อมกับเสียง “อะอึก”

              กรงเล็บคล้ายสัตว์ปีกรวบลำคอของเธอไว้แน่นจนได้ยินเสียงกร๊อบ จากนั้นร่างกายที่คล้ายมนุษย์โตเต็มวัยก็แปรเปลี่ยนเป็นงูสีม่วงเกล็ดมันเงาตัวใหญ่ที่บริเวณหัวของมันบิดงอหักจากลำตัวอย่างผิดรูปร่าง

              เหรียญทองคำร่วงหล่นกระทบพื้นดังกริ๊งๆ แล้วกลิ้งไปหยุดอยู่ตรงหน้าของคนผู้หนึ่ง ชายสวมชุดยูกาตะสีเลือดหมูก้มลงหยิบมันขึ้นมา จากนั้นหายวับไปจากบริเวณนั้นอย่างเงียบงัน โดยไม่มีผู้ใดทันสังเกตเห็นบุคคลอีกคนหนึ่งในมุมของซอยเล็กๆ แห่งนี้

เจ้าของใบหน้าคมคายกับใบหน้านิ่งสงบเดินออกมาจากเงามืด หางสีดำทั้งสามงอกยาวจากทางด้านหลัง มองดูศพของงูยักษ์สีม่วงเพียงชั่วครู่ จากนั้นเรียกดวงไฟสีดำให้ปรากฏแล้วเผาทำลายซากของมันจนหมดสิ้น เหลือทิ้งไว้เพียงศพของทัตสึโอะและกลุ่มชายฉกรรจ์ที่คงไม่มีผู้ใดสืบทราบถึงตัวฆาตกรสังหารหมู่ได้สำเร็จ

ปีศาจจิ้งจอกสีดำทมิฬกวาดสายตามองที่เกิดเหตุอีกเพียงวูบหนึ่งอย่างเย็นชา สะบัดตัวหมุนไปอีกทางหนึ่งโดยไม่นึกใส่ใจกับการตายของมนุษย์พวกนี้แม้แต่น้อย เสียงรองเท้าเกี๊ยะทำจากไม้สัมผัสกับพื้นดังกึกๆ อยู่ไม่กี่ครั้ง ก่อนที่เขาจะหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย

ท่านทามาโมะ ในที่สุดท่านก็กลับมา

 

             


-----------------------------------------------------------------


หายยาวไปซุ่มปั่นงานค่าาา TvT แวะทักทายกันได้น้าาา 

                             

             

             

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 152 ครั้ง

200 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 มีนาคม 2562 / 22:50
    ที่ฆ่างูน่าจะเป็นปีศาจเท็นงูรึเปล่านะ(เดา555)
    #154
    1
    • #154-1 Nedra_Colwin (@Nedra_Colwin) (จากตอนที่ 7)
      1 พฤษภาคม 2562 / 16:37
      เท็นงูมันเป็นปีศาจที่เหมือนนกไม่ใช่เรอะ?//หัวเราะทั้งน้ำตากับความจำตัวเอง
      #154-1
  2. #82 Season_kids (@khim-s) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 00:01
    ตัวละครใหม่โผล่มาแล้ววว ชิงกันไปมาจนปวดหัวเลยค่ะ แต่แบบนี้จิ้งจอกดำตนนี้เป็นพวกของไทม์คุง (ย่อ) หรือเปล่านะ? รออ่านตอนต่อไปค่ะ! ปล.รอหนังสือมาส่งไม่ไหวแล้ว ><
    #82
    1
    • #82-1 Kinkmj (@cmch3rry) (จากตอนที่ 7)
      29 ตุลาคม 2561 / 00:40
      ใช่แว้วจ้า ><
      #82-1