ตอนที่ 4 : CHAPTER 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2341
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 198 ครั้ง
    5 ก.ย. 61

Chapter 3


 

        ฝนกำลังนั่งนิ่งบนเสื่อทาทามิในสภาพเปลือยเปล่า ใช้ผ้านวมหนาสีขาวสะอาดห่อปิดเนื้อตัวเอาไว้ คิ้วขมวดแน่นอย่างสงสัยว่าตนเองกลับมาอยู่ในเรียวกังได้ยังไง หรือทั้งหมดเป็นแค่ความฝันกันแน่


              “ฟื้นแล้วรึ” เสียงนุ่มเย็นแปลกหูดังถามขึ้นมา หญิงสาวหันขวับไปมองแล้วถึงกับนิ่งอึ้ง ก้มมองดูตัวเอง แล้วก็เงยหน้ามองปีศาจรูปงามที่นั่งอยู่ด้วยท่าทางสบายจนเกินเหตุ เข่าข้างหนึ่งชันขึ้นมีแขนวางซ้อนถือถ้วยชายกดื่ม มืออีกข้างสอดไว้ในเสื้อของชุดยูกาตะที่สวมอย่างหลวมๆ ดูยั่วยวนเปี่ยมเสน่ห์เกินกว่ามนุษย์ธรรมดาจะทำได้ คล้ายภาพวาดสีน้ำเสียมากกว่าความจริง


              “นาย… แก้ผ้าฉัน


              ทามาโมะ โนะ มาเอะ เหลือบมองเพียงเล็กน้อย มุมปากแย้มยิ้มละไม “ข้าทำไม่ได้หรอกรึ เห็นเจ้าหมดสติจึงคิดว่าเป็นโอกาสดี”

              หญิงสาวฟังแล้วกลอกตามองบน หน้าขึ้นสีเล็กน้อยแต่ไม่ได้โวยวายอะไรออกมา เธอไม่ใช่คนประเภทที่ร้องกรี๊ดเมื่อเจอสถานการณ์แบบนี้ อีกอย่างหนึ่ง… ฝนรู้สึกได้ว่าแขนที่ได้รับบาดเจ็บเป็นแผลใหญ่มาก่อนกลับไม่แสดงอาการเท่าที่คิด และตามเนื้อตัวก็ไม่เจ็บไม่ปวดมากนัก ในทางกลับกัน เธอดันรู้สึกว่าแข็งแรงผิดปกติเสียด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าเป็นเพราะปีศาจตรงหน้านี้หรือไม่


              “นายได้ทำอะไรกับแผลที่แขนฉันรึเปล่า”


              “ข้ารักษาไปแล้ว”


              “รักษายังไง


              “มนตราง่ายๆ บทหนึ่ง เจ้าอยากเห็นตอนข้าทำมันหรือ” จิ้งจอกเก้าหางกล่าวถามเสียงรื่นเริง ปลายนิ้วมือถูขอบถ้วยน้ำชาสีเข้มไปมา ริมฝีปากยังคงมีรอยยิ้มประดับอยู่


              “เปล่า ไม่อยากเห็น” ฝนบอกปัดทันที ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไรอีก “แต่ว่านายน่ะ… ปีศาจจริงๆ สินะ” เธอถามตรงๆ ทั้งที่เห็นได้ชัดๆ อยู่แล้ว แต่ในใจก็ยังไม่อยากเชื่อกับสิ่งที่เห็นอยู่สักเท่าไร จะบอกว่ากลัวก็กลัว แต่ก็ไม่ได้กลัวเท่ากับตอนถูกไล่ฆ่าด้วยพวกเงาดำก่อนหน้านี้ อย่างไรก็ตาม… ดูเหมือนว่าเธอจะเป็นคนปล่อยหมอนี่ออกมาเองเสียด้วย


              “เจ้าดูไม่รู้หรอกหรือ สาวน้อย”


              หญิงสาวขมวดคิ้วเมื่อได้ยินสรรพนามของตนเอง ก่อนหน้านี้อยู่ในช่วงหน้าสิ่วหน้าขวานจึงไม่ได้พูดอะไร แต่ตอนนี้ฟังแล้วระคายหูเสียเหลือเกิน


              “ฉันชื่อฝน ไม่ใช่สาวน้อย… แล้วฉันก็ดูรู้ว่านายไม่ใช่คน แต่มันอดถามไม่ได้ เคนะ” เธอพูดรัวเร็วอย่างหงุดหงิด เห็นผู้ฟังเลิกคิ้วเล็กน้อยแล้วยิ้มออกมา นัยน์ตาสีแดงสดราวกับทับทิมส่องประกายสะท้อนแสงไฟภายในห้องขับให้ใบหน้าคมสวยคล้ายสตรีดูโดดเด่นยิ่งขึ้น แต่ฝนก็ยังทำปากคว่ำอย่างไม่สนใจไยดี เหลือบมองหางสีเงินของทามาโมะแถมยังแอบนับจำนวนในใจ “สรุปว่านายเป็นปีศาจจิ้งจอกเก้าหาง แล้วฉันเป็นคนปล่อยนายออกมาจากหินในตำนาน”


              “ถูกแล้ว”


              น้ำเสียงไม่ยี่หระนั้นชวนให้ขัดใจกว่าเก่า หญิงสาวนวดขมับ รู้สึกว่าตัวเองทำผิดมหันต์ไปเสียแล้ว ทั้งยังแน่ใจว่าไม่ควรอยู่ใกล้กับอีกฝ่ายนานกว่านี้ ใจหนึ่งก็กลัว แต่ไม่กลัวเท่าที่คิดหรือที่ควรจะเป็น… ซึ่งฝนเองก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร


              เธอไม่ตกใจด้วยซ้ำทั้งๆ ที่มีปีศาจมานั่งๆ นอนๆ อยู่ตรงหน้า บางทีคงเจอเรื่องบ้าๆ มาจนทำให้สมองชินชาไปแล้วละมั้ง


    “นายก็เป็นอิสระแล้วนี่ ฉันก็รอดตายมาได้ ถือว่าวินวินกันไปละกัน ขอบคุณที่ช่วยไว้”

              

             “วินวินหมายความว่าอย่างไร”


ฝนทำหน้าเหมือนไม่อยากเชื่อ แต่ก็นึกขึ้นได้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนหลงยุค คงไม่รู้จักคำศัพท์พวกนี้อยู่แล้ว “ก็แบบ… ต่างฝ่ายต่างได้ประโยชน์ ประมาณนั้นนั่นละ” เธออธิบายคร่าวๆ หัวคิ้วย่นนิดหนึ่ง “ว่าแต่ทำไมฉันถึงคุยกับนายรู้เรื่อง ไม่ใช่ว่าพูดกันคนละภาษาหรอกรึไง”


“ข้าไม่ใช่มนุษย์ ภาษาพวกนั้นไม่มีผลกับข้า ไม่ว่าภาษามนุษย์เป็นอย่างไรข้าก็สามารถเข้าใจได้” ทามาโมะตอบอย่างไม่ใส่ใจ “อืม วินวินสินะ” เขาทวนคำด้วยใบหน้ายิ้มๆ “ข้าไม่เห็นโลกภายนอกมาเสียนาน คงต้องให้เจ้าคอยช่วยแนะนำอีกมาก”


คนฟังขมวดคิ้ว ปากคว่ำเม้มแน่น เหมือนเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเพิ่งก้าวเท้าตกหล่มโคลนโดยไม่ทันรู้ตัว จิ้งจอกเจ้าเล่ห์นั่นไม่ใช้ประโยคคำถามแต่เป็นบอกเล่า หมายความว่าต่อให้ปฏิเสธก็ไม่ได้ใส่ใจอยู่ดีใช่ไหม


“ฉันไม่มีอะไรจะแนะนำหรอกนะ อีกอย่างฉันแค่มาเที่ยวที่นี่ ไม่กี่วันก็กลับประเทศไทยแล้วด้วย” เธอบอกเสียงห้วน ดึงผ้านวมห่อปกปิดร่างกายของตัวเองให้มิดชิดถึงไหล่ พยายามขยับตัวลุกไปหยิบเสื้อผ้าอย่างทุลักทุเล “แล้วนายรู้ได้ไงว่าฉันพักที่นี่”


จิ้งจอกเก้าหางเหลือบสายตามองมา หางสีเงินหางหนึ่งขยับม้วนตัวชี้ปลายไปยังกระเป๋าที่ฝนใช้ใส่ของถือติดตัวเสมอ มุมหนึ่งของกระเป๋าใบนั้นมีถุงเครื่องรางสีแดงสดผูกห้อยเอาไว้


“กระเป๋าแล้ว


“จับหางข้า”


“หาบ้าเรอะ ใครจะไปจับ”


“สาวน้อยของข้า เจ้ามองไม่เห็นนางไม่ใช่รึไง”


ฝนไม่เข้าใจคำพูดของอีกฝ่าย ได้แต่ลังเลอยู่พักหนึ่งจนสัมผัสนุ่มๆ ปัดผ่านช่วงแก้มไปจนถึงลำคอในชั่ววูบสั้นๆ ไม่ให้ทันตั้งตัวแม้แต่น้อย หญิงสาวสะดุ้งยกมือจับแก้มตัวเองอย่างตกใจ “ทำอะไรยะ”


“เจ้าไม่จับ ข้าเลยจับเสียแทน” จิ้งจอกเก้าหางซึ่งยังเอนกายนอนท่าเดิมบอกอย่างเย้าแหย่ แล้วเลื่อนสายตาไปอีกทางหนึ่ง “นางเป็นคนนำทางข้ามาที่นี่”


สาวผมสั้นมองตามแล้วเบิกตากว้างอย่างประหลาดใจ เมื่อเห็นร่างเล็กๆ ของเด็กผู้หญิงคนหนึ่งยืนอยู่บริเวณมุมห้อง เด็กคนนั้นมีหน้าตาน่ารัก ผิวขาว ไว้ผมยาวมีผมหน้าม้าตรงสีดำสนิท สวมชุดยูกาตะปักลายริ้วพื้นสีแดงสดเช่นเดียวกับถุงเครื่องรางของฝนไม่มีผิด ในมือถือลูกบอลญี่ปุ่นที่หุ้มด้วยผ้าปักลายกับเส้นด้ายพันรอบเป็นสีสดใสสวยงามแปลกตา


“เธอ… ” ฝนสับสนไม่น้อย แต่ก็คลับคล้ายคลับคลาว่าเคยเห็นเด็กหญิงคนนี้มาก่อน “ผีเด็กที่ออนเซ็นเมื่อก่อนหน้านี้รึเปล่า”


สาวน้อยคนนั้นพยักหน้ารับ จากนั้นก็ไปหลบหลังชั้นวางของมุมห้อง โผล่หน้าออกมาแอบมอง


“นั่นเป็นผีจริงๆ เหรอ”


ทามาโมะเวลานี้เปลี่ยนท่าเป็นลุกมานั่งสบายๆ คล้ายอยู่บ้าน สายตามองออกไปยังสวนด้านนอก ฟังเสียงใบไม้เสียดสีกันตามแรงลม “นางคือซาชิกิวาราชิ”


“ซาชิกิวาราชิ?


“นางเป็นปีศาจให้โชคลาภแก่บ้านเรือนที่ไปสิงสถิต แต่กรณีของเด็กคนนี้แปลกกว่าคนอื่นสักหน่อย นางสถิตอยู่ในเครื่องรางที่เจ้าพกติดตัว ไม่ได้อยู่กับที่พักอาศัย นับว่าหาได้ยาก”


ฝนหันมอง ซาชิกิวาราชิ ด้วยความแปลกใจ “อยู่ในถุงเครื่องรางของฉัน… จริงเหรอ” หญิงสาวนึกถึงเมื่อตอนที่ได้เครื่องรางนี้มาโดยบังเอิญก็ร่วมเจ็ดแปดปีแล้ว แสดงว่าเด็กผู้หญิงคนนี้… อยู่กับเธอมาตลอดเลยรึเนี่ย 


เพิ่งรู้ว่าตัวเองเลี้ยงปีศาจก็ตอนนี้... 


“ถ้าอย่างนั้นเสียงที่ได้ยินหรือเงาที่ฉันเห็นบ่อยๆ ก็ไม่ได้ตาฝาดหูแว่วหรือเป็นบ้าไปเองสินะ… 


“เจ้าก็แค่เห็นหรือได้ยินบางสิ่งที่คนอื่นไม่ได้ยินเท่านั้น” ทามาโมะกล่าวพลางใช้ปลายนิ้วลูบขอบของถ้วยชาอย่างละเมียดละไม น้ำชาในถ้วยที่ว่างเปล่าก็พลันกลับมาเต็มอีกครั้ง ไอความร้อนลอยบางเบาพร้อมกลิ่นใบชาหอมนุ่มฟุ้งแตะจมูก “พวกพรายที่เจ้าเจอก่อนหน้านี้ก็มีรูปร่างเช่นกัน เพียงแต่เจ้าเป็นคนหนึ่งที่มองไม่เห็น”


“นายหมายถึงพวกเงาดำๆ ที่ไล่ฆ่าฉันใช่ไหม”


จิ้งจอกเก้าหางไม่ได้เอ่ยตอบ แต่ฝนรู้ดีว่าหมายถึงพวกเงาดำที่ไล่ล่าตนเองจนต้องปล่อยเขาเป็นอิสระจากผนึกแน่นอนอยู่แล้ว


“ถึงพวกนั้นจะมีรูปร่าง ฉันก็ไม่อยากเห็นอยู่ดีนั่นแหละ” หญิงสาวพึมพำ


คนฟังหัวเราะหึหึ “เป็นเรื่องดีที่เจ้าไม่นึกอยากเห็นพวกมัน”


ฝนที่ตอนนี้สวมเสื้อผ้าเรียบร้อยแล้วไม่ได้สนใจสิ่งที่ทามาโมะพูดมากนัก เธอหันไปทางซาชิกิวาราชิซึ่งนั่งเล่นกับลูกบอลลวดลายสดใสในมืออยู่มุมห้องแล้วขยับเข้าไปใกล้ เด็กหญิงมองกลับมา นัยน์ตาของเธอดำสนิทจนเหมือนสามารถดูดกลืนทุกอย่างเข้าไปได้ “เธออยู่กับฉันมาตลอดเลยเหรอ”


สาวน้อยในยูกาตะแดงสดไม่ตอบ ฝนเกาแก้มแล้วไปหยิบลูกกวาดในกระเป๋าสะพายมายื่นให้อย่างเป็นมิตร ซาชิกิวาราชิมองอยู่นานจนยอมรับขนมไป


“อื้อ” เสียงเล็กๆ ตอบ แกะห่อลูกกวาดใส่ปากด้วยสองมือเล็กๆ ของเธอ ดูน่ารักน่าเอ็นดูมากทีเดียว “ซัชจังหวาน”


“ซัชจังฉันขอเรียกเธอแบบนั้นบ้างได้รึเปล่า”


ซาชิกิวาราชิพยักหน้า “ซัชจังช่วยขายของ”


หญิงสาวฟังแล้วเลิกคิ้วประหลาดใจ นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง


ตัวเธอเองอาศัยอยู่คนเดียวมาตั้งแต่เมื่อหลายปีก่อนเพราะเสียพ่อกับแม่ไปจากตอนที่มีคนร้ายบุกมาปล้นชิงทรัพย์ที่บ้าน ฝนจำเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นไม่ได้ แต่จากเหตุการณ์นั้น ใบหน้าของเธอจึงมีรอยแผลเป็นบากยาวจากกลางคิ้วข้างซ้ายพาดผ่านดวงตา แม้ตอนนี้บาดแผลจะแห้งสนิทแล้วก็ยังนับว่าเป็นตำหนิขนาดใหญ่ที่เห็นได้ชัดเจน ทำให้หน้าตาซึ่งเดิมก็นับว่าสวยคมกลายเป็นดูดุดันน่ากลัว


และมันก็มีผลต่อการหางานทำมากด้วย ไม่ว่าจะเป็นพาร์ทไทม์ทั่วๆ ไป หรืองานประจำ การมีแผลเป็นแบบนี้ภาพลักษณ์ก็ดูคล้ายคนที่ต้องมีปัญหาทะเลาะวิวาทมาก่อน


สุดท้ายฝนจึงเริ่มรับพวกของจุกจิกราคาไม่แพงมาขาย แล้วจึงขยับขยายมารับทำพวกของที่ระลึกหรือพรีเมี่ยมต่างๆ ตามสั่ง ซึ่งยอดขายก็นับว่าพอกินพอใช้ได้โดยไม่ลำบากเลยตั้งแต่เริ่มเปิดร้านออนไลน์ จนถึงตอนนี้ก็ผ่านมาราวๆ ห้าปีได้แล้ว


พอย้อนคิดกลับไปก็นึกสงสัยเหมือนกันว่าทำไมยอดขายถึงดีมาตลอดไม่เคยลดลงทั้งที่ตัวเองก็ไม่ได้โปรโมทหรือทำโปรโมชั่นพิเศษอะไรสักเท่าไรเพราะตนเองไม่มีความรู้ด้านนี้เลย ยิ่งช่วงไหนเธอมาขอให้เครื่องรางช่วยก็ยิ่งทำยอดได้ดีขึ้นอีก… ที่แท้คงเป็นฝีมือของซาชิกิวาราชิคนนี้ละมั้ง


“เธอช่วยให้ร้านฉันขายดีมาตลอดเลยใช่ไหม ขอบคุณนะ”


ซัชจังหัวเราะคิกคักแล้ววิ่งถือลูกบอลในมือทะลุประตูออกจากห้องไปอย่างร่าเริง เสียงหัวเราะนั้นแน่นอนว่าเหมือนกับที่ฝนเคยได้ยินมาก่อนหน้านี้ไม่มีผิด เดี๋ยวเบา เดี๋ยวดัง ก้องมาจากทุกทิศทางต่างจากเสียงของมนุษย์ธรรมดาอย่างมาก


“เดี๋ยวสิ จะไปไหนน่ะ”


“นางแค่ไปเที่ยวเล่นตามประสา ซาชิกิวาราชิไม่ว่าจะอยู่มานานแค่ไหนก็จะมีนิสัยเหมือนเด็กอยู่ตลอด เจ้าปล่อยนางไปเถอะ เมื่อถึงเวลาก็กลับมา” ทามาโมะทักขึ้นมา เวลานี้เจ้าตัวยังคงมองภายนอก “อาทิตย์ตกดินแล้ว ข้านึกอยากไปเดินชมจันทร์เสียหน่อย อยากตามไปด้วยหรือไม่ น้องฝนของข้า”


คนฟังคิ้วขมวดกับสรรพนามสนิทสนมเกินเหตุ ปฏิเสธทันควันด้วยเสียงห้วนสั้นปนหงุดหงิด “ไม่ไป”


ชายหนุ่มในชุดแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมยกยิ้มมุมปาก ลุกเดินออกไปทางระเบียงทางเดินที่ทำจากไม้ด้วยท่าทีผ่อนคลาย สง่างามโดดเด่นดูอย่างไรก็ไม่คล้ายมนุษย์ธรรมดา หางสีเงินยวงทั้งเก้าเปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจแปลกประหลาด


ฝนไม่ได้ออกปากรั้งอีกฝ่ายแม้แต่น้อยในระหว่างที่มองแผ่นหลังหายลับสายตาไป เพราะเธอไม่ได้อยากให้เขาอยู่กับตัวเองแต่แรก ยิ่งแยกกันไปเลยได้ยิ่งดี ตัวตนที่น่าจะวุ่นวายแบบจิ้งจอกเก้าหางยังไงก็ไม่ควรอยู่ใกล้จริงไหม


“เหอะ เหอะ” หญิงสาวแค่นเสียงหัวเราะกับตนเองระหว่างปิดประตูตรงระเบียงเพราะฟ้ามืดแล้วทำให้เริ่มมีพวกแมลงต่างๆ ที่อาจก่อกวนตลอดทั้งคืน ในใจก็นึกสงสัยว่าทำไมเธอไม่กลัวปีศาจจิ้งจอกเก้าหางตนนั้นเท่าที่ควรจะเป็น ปกติเจออะไรแบบนี้มันต้องตกใจกรีดร้องวิ่งหนีโวยวายเสียงดังไม่ใช่รึไง


ไหนจะซัชจังที่อาศัยในถุงเครื่องราง ไหนจะเรื่องเงาประหลาดนั่นอีก ทำไมถึงโผล่มาทำร้ายเฉพาะเธอ ทั้งที่บริเวณนั้นก็มีคนอื่นอยู่ แต่พวกมันก็ไม่มีท่าทีว่าสนใจเลย


หรือเธอจะเป็นคนไม่ปกติกันแน่ ถ้าเป็นแบบนั้นจริงแล้วเธอไม่ปกติตรงไหนกันล่ะ... 


ไม่นานหลังจากทามาโมะจากไป ความคิดของฝนก็ต้องหยุดชะงักลงเมื่อพนักงานของเรียวกังก็นำอาหารเย็นมาบริการให้ถึงห้องพัก และระหว่างคีบเส้นอูด้งจากหม้อไฟขนาดเล็กอยู่นั้นหญิงสาวก็นึกขึ้นได้ว่าตอนปิดประตูเธอไม่เห็นดวงจันทร์เลยสักนิด


ถ้างั้นคืนนี้ก็เป็นคืนเดือนมืดน่ะสิ แล้วอีตาหมานั่นจะไปชมจันทร์อะไรของเขา

 




“กลิ่นของนาง… มาจากทางนั้น”


กลุ่มสิ่งมีชีวิตอันน่าพรั่นพรึงกำลังเดินผ่านบริเวณที่เป็นป่าซึ่งมีต้นไม้ขึ้นหนาแน่น ก้อนเนื้อรูปร่างคล้ายกับมนุษย์แต่ผอมแห้งลีบแบนดำทะมึน ตา จมูก และปากเป็นรูกลวงโบ๋มองไม่เห็นอะไรในหลุมลึกบนใบหน้าพวกนั้น แขนผอมแห้งยาวผิดปกตินิ้วมือกับเล็บกลืนเป็นเนื้อเดียว ปลายแหลมยาวโง้งเกือบถึงพื้นดิน ทั้งร่างดูเหมือนไม่มีกระดูกข้อต่อใดๆ


สิ่งมีชีวิตนี้อยู่ในกลุ่มพรายชั้นต่ำที่ไม่สามารถเป็นได้ทั้งภูตหรือปีศาจ และมีพลังไม่อาจเทียบชั้นกับพวกอสูร แต่ถึงจะต้อยต่ำเพียงใด พวกมันก็สามารถหักคอมนุษย์ธรรมดาฉีกเป็นชิ้นๆ ได้ง่ายดายอยู่ดี


พรายสิงสู่ คือชื่อที่เรียกกันโดยทั่วไป เพราะปกติพวกมันไม่โจมตีใครในที่สาธารณะ แต่จะลอบทำร้ายเมื่อมนุษย์อยู่ตามลำพังหรืออยู่ในที่เปลี่ยว เมื่อจับมาได้มันก็จะฉีกร่างของเหยื่อทั้งเป็นแล้วดื่มเลือดกินเนื้อเข้าไปเพื่อเพิ่มพลังให้แก่ตนเอง ยิ่งเหยื่อที่ถูกกินมีพลังวิญญาณในตัวมากแค่ไหน พวกมันก็จะมีพลังมากขึ้นเท่านั้นด้วย นั่นเป็นวิธีเดียวที่พรายสิงสู่จะมีชีวิตรอด


“ที่นี่ไม่มีอาหารของพวกเจ้า” เสียงนุ่มดังขึ้นจากด้านบน เรียกให้เหล่าพรายน่าสยดสยองเงยหน้าขึ้นมอง ดวงตาที่ไร้นัยน์ตาเห็นเงาสีเงินนั่งอยู่บนกิ่งไม้ของต้นซากุระที่บานสะพรั่งโดดเด่นท่ามกลางต้นอื่นซึ่งไร้ดอกเพราะไม่ใช่ฤดูกาล ขาข้างหนึ่งทิ้งห้อยลงมาดูสบายใจอย่างยิ่ง ปลายของฮาโอริสีเข้มบนบ่าปลิวเล็กน้อยจากลมเย็นๆ ที่พัดผ่านมาบางเบา “ทำไมถึงมาตามล่านาง”


เมื่อไม่ได้ยินคำตอบทันใจ เพียงเสี้ยววินาทีเงาสีเงินก็ตวัดฟุ่บ ตบใส่พรายตนหนึ่งเพียงทีเดียวร่างดำทะมึนก็กลายเป็นเศษเนื้อสีดำกระจัดกระจายบนพื้นหญ้า ไม่มีกระทั่งเสียงร้องดังสักแอะ ควันดำส่งกลิ่นเหม็นลอยออกจากกองซากของมันแล้วจางหายไป


ทามาโมะ โนะ มาเอะ ไม่ได้ทวนคำถามซ้ำแม้แต่ครั้งเดียว หางเดิมตวัดแทงทะลุพรายอีกตนหนึ่งแล้วกระชากออก เลือดสีดำกลิ่นฉุนแสบจมูกสาดกระเซ็น ร่างนั้นล้มตึงพร้อมเสียงโหยหวนก่อนจะแน่นิ่งไป


“ได้ยินมาว่ามีมนุษย์ที่มีพลังวิญญาณสูง ถ้าได้กินจะทำให้มีพลังมากขึ้นจนอาจกลายเป็นปีศาจได้ ข้าอยากมีร่างที่ดีกว่านี้ ไม่อยากเป็นพรายชั้นต่ำอีกต่อไปแล้ว” พรายตนหนึ่งในกลุ่มที่เหลือรีบพูดอย่างหวาดกลัว เสียงของมันแหลมสูงเหมือนเสียงกรีดร้องเพราะไม่มีปากอันสมประกอบ


หางสีเงินที่กำลังเลือกเหยื่อตนต่อไปอย่างไร้ความปรานีชะงักเล็กน้อย


“ได้ยินมารึ จากผู้ใดกัน”


“ข้า ”


โผละ! ศีรษะของพรายตนนั้นแตกเป็นเสี่ยง ไม่มีโอกาสได้พูดอะไรอีก ร่างของมันล้มลง เลือดสีดำเหม็นฉุนไหลทะลักออกจากลำคอที่เหลืออยู่ถึงช่วงปาก ควันบางๆ ส่งกลิ่นเหมือนศพเหม็นเน่าลอยขึ้นไปบนอากาศ  


อาวุธสังหารถูกยิงออกมาอีกเป็นจำนวนมากในช่วงพริบตาเดียวกันแล้วหายวับไปจากสายตาในทันทีที่ทำหน้าที่เสร็จเรียบร้อย ร่างน่าขยะแขยงของพรายชั้นต่ำต่างล้มกองกันบนพื้นราวกับแมลงที่ถูกตบร่วง ควันดำชวนคลื่นเหียนลอยตลบอบอวล


ทุกสิ่งเกิดขึ้นรวดเร็วอย่างยิ่ง เพียงแต่จิ้งจอกเก้าหางก็สามารถมองเห็นได้ไม่ยากนัก มันคือฝึมือของลูกศรเวทสีทองซึ่งเป็นศาสตราวุธของเทพไม่ผิดเพี้ยน


เจ้าพวกนั้นเข้ามายุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยสินะ

 

 ----------------


อัพแว้วจ้าา เข้ามาดูแล้วแอบตกใจ เฟบกันไว้เยอะมาก คอมเม้นท์กันได้น้าา 5555 


ขอบคุณมากค่า ใครสนใจก็แวะไปสั่งจองได้นะคะ เปิดจองถึงสิ้นเดือนนี้ โอนได้ถึง5ตุลาค่า! 


ลิ้งค์จองหนังสือจ้า ! 

https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSfrU5IFp4A6cdSNvsa8f2UoZsCJM6dxewyawhPmbSta7s8Kvg/viewform


    

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 198 ครั้ง

196 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 27 มีนาคม 2562 / 21:41
    ทำไมเราอ่านเป็น

    โทโมเอะ ตลอด 555
    #161
    0
  2. #54 Summer`Moon (@BloodrainN) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 14 กันยายน 2561 / 13:13

    ซาชิกิจริง ๆ ด้วยค่ะ5555555 น้องงงง เวอร์ชั่นซัซจังน่ารักมากค่ะ เขิน ////
    #54
    1
    • #54-1 Kinkmj (@cmch3rry) (จากตอนที่ 4)
      27 กันยายน 2561 / 17:42
      น้องจะน่ารักมุ้งมิ้งหน่อยย
      #54-1
  3. #40 Suphicha_plammy (@Suphicha_plammy) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 กันยายน 2561 / 19:49
    มาอัปเร็วๆนะคะๆๆๆน่าอ่านมากอ่าาา💓💓
    #40
    1
    • #40-1 Kinkmj (@cmch3rry) (จากตอนที่ 4)
      27 กันยายน 2561 / 17:40
      อัพละจ้า
      #40-1
  4. #39 wiraporn7 (@wiraporn7) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 22:54
    มาอัปเร็วๆนะคะะะะ! รอยู่น้าาาาาาา
    ถ้าไรท์มีภาพประกอบมาด้วยก็จะดีมากเลยอ่ะ><
    #39
    1
    • #39-1 Kinkmj (@cmch3rry) (จากตอนที่ 4)
      27 กันยายน 2561 / 17:40
      อัพแล้วค่ะ ภาพประกอบมีเฉพาะในเล่มนะจ๊ะ
      #39-1
  5. #38 cpoo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 กันยายน 2561 / 00:55

    น่าติดตามมากๆค่ะ

    #38
    1
    • #38-1 Kinkmj (@cmch3rry) (จากตอนที่ 4)
      8 กันยายน 2561 / 13:50
      ขอบคุณจ้าา
      #38-1
  6. #37 urikok (@1119700026121) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 16:05
    ต่อเถิดดดดด
    #37
    1
    • #37-1 Kinkmj (@cmch3rry) (จากตอนที่ 4)
      8 กันยายน 2561 / 13:50
      ใจเย้นนน
      #37-1
  7. #36 khao1189 (@khao1189) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 6 กันยายน 2561 / 05:23
    เย้ ไรท์มาแล้ววว
    #36
    1
    • #36-1 Kinkmj (@cmch3rry) (จากตอนที่ 4)
      8 กันยายน 2561 / 13:50
      มาแว้วว
      #36-1
  8. #34 yok788 (@yok788) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 20:45

    แหม่เกียจคำเรียกแม่สาวน้อยอี๋55มาต่ออีกน้าาา
    #34
    1
    • #34-1 Kinkmj (@cmch3rry) (จากตอนที่ 4)
      8 กันยายน 2561 / 13:49
      มันก็จะอ้อล้อหน่อยย 555
      #34-1
  9. #33 fffffffffff (@fffffffffff) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 19:32
    สนุกมากกกก มาต่ออีกเสสสสสสส้
    #33
    1
    • #33-1 Kinkmj (@cmch3rry) (จากตอนที่ 4)
      8 กันยายน 2561 / 13:49
      ใจเย้นนนน
      #33-1
  10. #32 Tanya C. (@mabel-211) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 17:50

    ฮรืออออ ได้รอจนลงแดงตายแน่ ทำไมอ่านแล้วมันน่าลุ้นขนาดนี้!!!!

    #32
    1
    • #32-1 Kinkmj (@cmch3rry) (จากตอนที่ 4)
      8 กันยายน 2561 / 13:49
      ลุ้นต่อออออ
      #32-1
  11. #31 kanyalak1111 (@kanyalak1111) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 17:12
    เย้อัพแล้ว ดีใจมากๆเลยค่ะไรท์
    สู้ต่อไปนะค่ะ
    #31
    1
    • #31-1 Kinkmj (@cmch3rry) (จากตอนที่ 4)
      8 กันยายน 2561 / 13:49
      ขอบคุณมากจ้า
      #31-1
  12. #30 Mini_MiniHeart (@Mini_MiniHeart) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กันยายน 2561 / 16:57
    ชอบบบบ
    #30
    1
    • #30-1 Kinkmj (@cmch3rry) (จากตอนที่ 4)
      8 กันยายน 2561 / 13:49
      ขอบคุณค่า
      #30-1
  13. วันที่ 5 กันยายน 2561 / 16:27
    ดีใจ นึกว่าจะไม่อัพแล้ว
    #29
    1
    • #29-1 Kinkmj (@cmch3rry) (จากตอนที่ 4)
      8 กันยายน 2561 / 13:49
      อัพค่า แต่สโลว์หน่อย 555
      #29-1