ตอนที่ 32 : Chapter 30

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 455
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 85 ครั้ง
    17 เม.ย. 62



               ฝนป่วยหนักอยู่ถึงสามวันสามคืน ไข้ขึ้นสูงจนตัวแทบลุกเป็นไฟได้แต่นอนซมนิ่งๆ บนเตียง 

               เธอไม่สามารถขยับร่างกายอันหนักอึ้งไปทำอะไรด้วยตนเองได้เลย กระทั่งการเปลี่ยนเสื้อผ้า อาบน้ำ หรือกินข้าวก็ต้องมีคนคอยดูแลช่วยเหลือเหมือนเป็นอัมพาตทั้งตัวมากกว่าแค่เจ็บป่วย

               ซึ่งงานเหล่านี้ไม่เหมาะกับผู้ชายอย่างแน่นอน แม้ว่าทามาโมะจะเสนอตัวอย่างเต็มใจเป็นที่สุดอยู่หลายครั้งหลายหนก็ตามที

               ดังนั้น โยชิอากิซึ่งเป็นสตรีหนึ่งเดียวในหมู่ปีศาจชายฉกรรจ์ทั้งหลายจึงได้รับหน้าที่เป็นผู้ดูแลฝนไปโดยปริยาย

               ขุนพลแห่งอิบารากิผู้นี้ถ้ากล่าวคำจำกัดความลักษณะภายนอกให้เข้าใจได้ง่ายก็คือ ‘นินจาสาว’ 

               เธอเป็นสาวงามไว้ผมยาวตัดหน้าม้าตรงราวกับท่านหญิงที่เคยเห็นตามหนังสือการ์ตูนญี่ปุ่น 

               ปีศาจสาวสวมชุดเปิดเผยเนื้อตัวไม่น้อย ท่อนบนเป็นเกาะอกสีดำสนิทเว้าเห็นผิวเนินอก ซ้อนด้วยผ้าแถบไขว้คล้ายท่อนบนของกิโมโนแต่ดูยั่วยวนกว่ามาก ตรงเอวพันโอบิทับด้วยเชือกสีแดงสด ส่วนท่อนล่างเป็นกระโปรงผ่าสูงถึงต้นขาเพื่อให้เคลื่อนไหวได้สะดวก 
เวลาปกติจะไม่ได้สวมหน้ากากผลึกเอาไว้เหมือนที่ไคโจทำ แต่เท่าที่สังเกตดู ไคโจจะถอดหน้ากากเพื่อใช้พลังเวลาต่อสู้เหมือนเพื่อปลดปล่อยท่าไม้ตาย ซึ่งโยชิอากิน่าจะเป็นแบบตรงข้าม ก็คือสวมหน้ากากเพื่อใช้พลังได้เสียมากกว่า

               นัยน์ตาดำขลับมีขนตางอนยาวเป็นแพกำลังจับจ้องมาที่ใบหน้าของฝน มือเรียวสวยยื่นมาวางบนหน้าผากคนไข้ชั่วครู่ จากนั้นก็แย้มยิ้มอย่างพออกพอใจ 

               “ไข้ลดแล้ว แต่ยังวางใจไม่ได้ เมื่อวันก่อนพอไข้เธอลดก็กลายเป็นตัวเย็นเฉียบอย่างกับน้ำแข็ง ถึงท่านทามาโมะจะทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่ถ้าเกิดอะไรขึ้นจริงๆ แผนที่แดนปีศาจคงหายไปสักครึ่งหนึ่งละมั้ง”

               โยชิอากิพูดพลางถอนหายใจยิ้มๆ 

               “การมีคนเป็นห่วงนี่มันดีใช่ไหมล่ะ”

               ฝนเบือนหน้าไปทางอื่น ตอบด้วยเสียงแหบแห้งแต่ไม่ได้เหวี่ยงเท่ากับปกติ “น่ารำคาญจะตาย” 

               “พูดเพราะไม่อยากให้มีคนเป็นห่วงล่ะสิ สาวซึนก็ไม่เลวอยู่หรอกนะ ท่านทามาโมะคงชอบที่เจ้าน่ารักแบบนี้นี่แหละ” 

               ปีศาจสาวคิดเองเออเองเสร็จสรรพพลางใช้นิ้วจิ้มแก้มของคนป่วยอย่างยุแหย่

               “ให้ตายเถอะ” 

               เสียงแหบแห้งสบถพึมพำกับตัวเองด้วยความหงุดหงิด 

               โยชิอากิผู้นี้เป็นคนประเภทที่เธอแพ้ทางและอยู่ด้วยแล้วปวดกบาลมากที่สุด เพราะไม่ว่าจะพูดอะไรออกไป อีกฝ่ายจะสามารถตีความเป็นอะไรก็ได้ทั้งนั้นตามความต้องการของตัวเอง 

               “อะไรกัน อย่าเพิ่งตายนะ เดี๋ยวฉันไปตามท่านทามาโมะให้” 

               “ปล่อยให้หมอนั่นไปทำงานทำการเถอะ ฉันยังไม่ตายง่ายๆ หรอก” หญิงสาวกระแทกเสียงตอบ รู้สึกว่าลำคอแห้งผากเจ็บๆ แสบๆ ขึ้นมาแล้ว

               “ใจเย็นสิ น้อยใจจนประชดแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ รู้หรอกว่าคิดถึง แต่ท่านทามาโมะก็มาหาเธอทุกวันนะ ไม่ต้องงอนหรอก”

               ให้แม่คนนี้มาคอยดูแลนี่ตั้งใจจะให้ฉันป่วยไม่มีวันหายจนตายคาเตียงเลยใช่ไหม! 

               ฝนด่าทอจิ้งจอกเก้าหางในใจ กดหัวลงกับหมอนพยายามสะกดจิตตัวเองให้หลับๆ ไปเสียทีก่อนที่จะปวดหัวมากกว่านี้

               “ทำไมวันนี้นอนเร็วล่ะ นี่ยังไม่ถึงเวลานอนเลย อ๋อ เพราะว่าท่านทามาโมะยังไม่มาเยี่ยมก็เลยเสียใจอยากนอนให้ฝันถึงใช่ไหม”

               โอ๊ย จะบ้าตาย!



               “โยชิอากิบอกว่าเจ้าอาการดีขึ้น”

               เสียงนุ่มเย็นดังขึ้นหลังนินจาสาวออกจากห้องเพื่อนำผ้าขนหนูที่ใช้วางบนศีรษะเพื่อลดอุณหภูมิในร่างกายของฝนไปเปลี่ยนผืนใหม่ได้ไม่นานนัก

               คนป่วยหันมองผู้ที่เพิ่งเข้ามาในห้องด้วยสายตาพร่ามัวเล็กน้อยจากพิษไข้และความสะลึมสะลือเพราะอยู่ระหว่างใกล้หลับสนิทแต่ถูกขัดจังหวะเสียก่อน 

               ฝ่ามือที่คุ้นเคยสัมผัสลงบนหน้าผากของเธอ กลิ่นใบชาอ่อนๆ ที่เริ่มจดจำได้ติดจมูกนั้นอบอุ่นชวนให้ผ่อนคลาย 

               ฝนยกยิ้มน้อยๆ ไม่เป็นตัวของตัวเองเท่าไรนักเพราะยังกึ่งหลับกึ่งตื่นอยู่ ซึ่งหากเป็นตามปกติคงไม่ได้เห็นแน่ๆ

               “งานเสร็จแล้วรึไงถึงโผล่มาได้” 

               เสียงแหบแห้งแขวะเล็กๆ ตามนิสัย เรียกรอยยิ้มจากจิ้งจอกเก้าหางได้เป็นอย่างดี

               “ข้าเป็นคนเหี้ยมโหด จึงใช้งานลูกน้องราวกับทาสแล้วมาขลุกอยู่กับสตรีอย่างเจ้าเสียแทน ใช้ไม่ได้เลยใช่ไหม” 

               ทามาโมะตอบด้วยเสียงเรียบทว่าใบหน้ายังคงมีรอยยิ้ม

               “ชิอนคงเหนื่อยตายก่อนมีลูกมีเมีย”

               “ข้าไม่อยู่หลายร้อยปีเขายังไม่มีครอบครัว ทำงานหนักอีกสักร้อยสองร้อยปีไม่น่ามีปัญหา”

               “นั่นสินะ… หมอนั่นอาจจะรอคอยให้นายกลับมาครองคู่กันก็ได้ แต่ดันมีนางร้ายอย่างฉันมาแทรกตรงกลางเสียก่อนเลยกลายเป็นรักสามเส้าไงล่ะ” 

               ฝนสันนิษฐานติดตลก เริ่มตาสว่างจึงพยายามดันตัวขึ้นนั่งพิงกับหัวเตียงอันหรูหราของห้องนอนแขกในปราสาทล็อกฮาร์ต

               หญิงสาวรู้ดีว่าทามาโมะยึดภูมิภาคฮอกไกโดกลับมาอยู่ใต้อำนาจได้แล้ว ทำให้ตอนนี้ฝั่งคันโตค่อนข้างวุ่นวายเป็นอย่างมากในการจัดระเบียบต่างๆ และคัดเลือกปีศาจที่จะกลายเป็นผู้นำแต่ละเมือง 
ด้วยเหตุนี้จิ้งจอกเก้าหางจึงไม่มาทำตัวติดกับเธอเท่าเดิม แต่ก็มาให้เห็นหน้าเป็นประจำไม่เคยขาด 

               อาการป่วยของฝนนั้นไม่ใช่แค่เป็นไข้ปวดหัวตัวร้อนธรรมดาของมนุษย์ เดี๋ยวก็ตัวร้อนเป็นไฟ เดี๋ยวก็ตัวเย็นเฉียบราวน้ำแข็ง และไม่ว่าจะใช้เวทหรืออาคมทำการรักษาสักเท่าไรก็ไม่มีผลใดๆ แม้แต่น้อย 

               จึงทำได้เพียงประคองอาการเอาไว้ไม่ให้ทรุดหนัก ปล่อยให้เธอค่อยๆ เยียวยาตนเองอย่างช้าๆ ตามกาลเวลา

               “เป็นอย่างนี้เองรึ”
 
               จิ้งจอกเก้าหางทำท่าเหมือนประหลาดใจ ให้ความร่วมมือกับบทละครเล็กๆ นี้ด้วย 

               “ข้าควรรับรักเขาหรือไม่” 

               กล่าวพลางหยิบหมอนมาวางรองด้านหลังให้หญิงสาวพร้อมกับพยุงร่างเพรียวบางที่กำลังอ่อนแอขึ้นนั่ง

               “นายมาถามกับมือที่สามอย่างฉันเนี่ยนะ”

               “ไม่ได้หรือ” 

               ชายหนุ่มเอ่ยอย่างรื่นเริง ใบหน้าประดับรอยยิ้มตามวิสัย เขายื่นมือมาเกลี่ยเส้นผมยุ่งๆ ที่ปรกใบหน้าสวยคมมีตำหนิของฝนขึ้นทัดใบหู ปลายนิ้วเลื่อนไปสัมผัสรอยแผลเป็นยาวซึ่งทำให้ความละมุนของดวงหน้าได้รูปกลายเป็นดุดัน 

               คล้ายร่องรอยของกรงเล็บนี้ไม่ได้ทำร้ายแค่รูปโฉมแต่มันกรีดลึกลงบนจิตใจของเธอจนเป็นแผลติดเชื้อไม่มีวันจางหาย 

               “อยากให้ข้าลบรอยแผลนี้ให้ไหม”

               ฝนเลิกคิ้วสูง “ไม่ต้องหรอก ฉันชินกับการมีมันมากกว่า” เธอบอกปัด ปฏิเสธแบบไม่คิดมาก 

               ต่างฝ่ายต่างเงียบไปชั่วครู่จนทามาโมะเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อน 

               “คนของชิอนพบผู้ที่ช่วยเจ้าไว้เมื่อตอนนั้นแล้ว”

               คนฟังมีท่าทีสนใจขึ้นมาในทันใด เพราะเขาอาจมีข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับเธอก็ได้ 

               “แล้วเป็นยังไง เขาบอกอะไรบ้างรึเปล่า”

               “จิ้งจอกผู้นั้นอยากพบเจ้าด้วยตนเอง” 

               “ทำไมจะไม่ได้ล่ะ”

               ทามาโมะลูบแผลเป็นยาวบนใบหน้าของหญิงสาวอีกครั้งอย่างนุ่มนวล ริมฝีปากยกขึ้นเป็นรอยหยักเล็กน้อย นัยน์ตาสีทับทิมทอประกายแวววาว 

               “เพราะเจ้าเป็นของข้าอย่างไรเล่า”

               คนป่วยสบตากับจิ้งจอกเก้าหางแล้วเงียบไปพักหนึ่ง ก่อนจะตอบด้วยเสียงแหบแห้งแต่จริงจัง 

               “นายก็ดูแลฉันให้ดีสิ”

----------------------

เพิ่งกลับมาจากสงกรานต์จ้า วันหยุดยาวไปพักผ่อนที่ไหนกันบ้างเอ่ยยยย

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 85 ครั้ง

199 ความคิดเห็น

  1. #180 13942 (@1394) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 09:59

    มัน....มันละมุนอะ กรีดดดด
    #180
    0
  2. #179 Makosan (@Makosab) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 17 เมษายน 2562 / 02:45
    คู่นี้มันนน

    อยากจะกรี๊ดดดด //รอก่อนเถอะ!! สินเดือนน แม่จะสอยมาให้ได้!!
    #179
    0