[RAINYTIME] The rain and Tamamo No Mae ฤดูฝนของจิ้งจอกเก้าหาง [RAINY TIME]

ตอนที่ 31 : Chapter 29

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 546
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 112 ครั้ง
    10 เม.ย. 62


               วัตถุเล็กจิ๋วขนาดเท่านิ้วหัวแม่มือปรากฏขึ้นเหนือฝ่ามือของจิ้งจอกเก้าหาง นั่นทำให้ฝ่ายยักษ์แดงตกตะลึงไม่น้อย 

               มันคือขวดแก้วใสซึ่งมีวิญญาณของยักษ์แดงตนหนึ่งอยู่ภายใน

               “แก! ” 

               ทาทาระเดือดดาล เหวี่ยงขวานเข้าใส่ทามาโมะอย่างไร้สติ นัยน์ตาแดงก่ำเต็มไปด้วยความเกลียดชัง อัญมณีที่ฝังในผิวหนังส่องแสงวูบวาบตามความเกรี้ยวกราดของเจ้าตัว

               ในขวดนั้นคือโทโอะ น้องชายของทาทาระที่ดูเลื่อนลอยไร้อารมณ์ความรู้สึกราวกับโดนสะกดกำลังนั่งกอดเข่าอย่างว่างเปล่า 
จิ้งจอกยกยิ้ม เบี่ยงตัวหลบวิถีการโจมตีสบายๆ แกล้งทำเหมือนขวดแก้วในมือจะหล่นจากฝ่ามือ 

               “ระวังหน่อย หากขวดนี้ตกแตกไม่ได้ถูกเปิดออกอย่างถูกวิธี วิญญาณภายในจะสูญสลายไปทันที เจ้ารู้หรือไม่”

               ผู้นำจากฝ่ายฮอกไกโดชะงักไปเมื่อได้ยิน 

               ยักษ์แดงลุแก่โทสะอย่างสุดขีด กัดฟันกรอดจนสันกรามนูนชัด ช่วงจังหวะสั้นๆ นั้นเอง การเคลื่อนไหวของทามาโมะ โนะ มาเอะก็หายไปจากสายตาทั้งหมด 

               ฉัวะ!!!

               “อั่ก! “

               เพียงพริบตาเดียวหางสีเงินที่เปรอะเปื้อนร่องรอยของคราบเลือดสีดำในทีแรกก็แทงทะลุซ้ำเข้ากลางลำตัวของทาทาระอีกครั้ง!

               รุนแรง รวดเร็ว และไร้ความปรานี

               “ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี เจ้าก็ไม่ฉลาดขึ้นเสียที” 

               เสียงนุ่มเย็นกล่าวเย้ยหยันซ้ำเติม

               “เจ้าคิดว่าจะเอาชนะข้าได้จริงรึ”

               ยักษ์แดงที่บาดเจ็บสาหัสไม่ยอมแพ้ ถ่มเลือดในปากลงบนพื้นอย่างก้าวร้าว คำรามหัวเราะดังลั่น 

               “แกฆ่าข้าได้ แต่ก็จะมีคนมาแทน ไม่ว่าแกจะฆ่าไปเท่าไรมันก็ไม่มีวันจบ เมื่อไรที่แกมีจุดอ่อน แกจะอ่อนแอและพ่ายแพ้! ข้าขอสาปแช่งด้วยชีวิต คนสำคัญของแกจะต้องตาย! ”

               คำทิ้งท้ายตามแบบฉบับตัวร้ายถูกร่ายยาวออกมาไม่หยุด ท่ามกลางความตื่นตะลึงของปีศาจมากมาย 

               การสาปแช่งหรืออาคมต่างๆ ที่แลกมาด้วยพลังชีวิตทั้งหมด แม้ว่าจะใกล้สิ้นใจแล้วก็มีพลังมหาศาลจนไม่สามารถแก้ไขได้หากคำสาปนั้นเริ่มทำงาน

               หมายความว่าทาทาระตั้งใจจะจบชีวิตตนเองเพื่อเป็นเชื้อเพลิงในการสาปแช่งจิ้งจอกเก้าหางไปตลอดกาล

               น่าแปลกที่ทามาโมะกลับดูไม่ทุกข์ร้อนสักนิดทั้งที่น่าจะเป็นผู้เดือดร้อนมากที่สุดในเรื่องนี้ เขายังคงสอดมือไว้ในเสื้อกิโมโนสบายๆ

               ชายหนุ่มเรียกพู่กันด้ามหนึ่งออกมา อาวุธประจำกายที่แทบไม่เคยมีใครได้พบเห็นมาก่อน

               ขนปลายแหลมนั้นเป็นสีเงินและตัวด้ามใสกระจ่างราวหยดน้ำก่อตัวกันเป็นรูปร่าง ปลายแขนของยูกาตะสีเข้มโบกสะบัด มือแข็งแกร่งจับพู่กันตวัดในอากาศโดยไม่ต้องจุ่มหมึก 

               แสงสีเงินปรากฏขึ้นตามการลากเส้นอันต่อเนื่องเชี่ยวชาญเปี่ยมด้วยพลังอันล้นหลาม

               ‘ปลิดปลิวไม่วางวาย’

               อาคมถูกร่ายอย่างสมบูรณ์ อักษรทั้งหมดแปรเปลี่ยนเป็นแสงสีเงินพวยพุ่งเข้าใส่ร่างของทาทาระอย่างรุนแรงโดยไม่อาจขัดขืน 

               ชายร่างสูงใหญ่คำรามลั่น เส้นเลือดปูดโปนเหมือนจะแตกออกมาจากใต้ผิวหนัง นัยน์ตาเหลือกถลน

               จิ้งจอกกระชากหางออกจากร่างนั้นอย่างเย็นชาไร้ความเมตตา เลือดสีดำสนิทพุ่งกระเซ็นจากแรงดึง เห็นรูโหว่ของเนื้อได้อย่างชัดเจน และเมื่อไม่ถูกบางสิ่งกั้นกลาง พลังการฟื้นฟูของยักษ์แดงก็เริ่มทำงานอย่างรวดเร็ว

               เพียงแต่คราวนี้ทาทาระกลับดูทรมานอย่างยิ่ง เขาดิ้นพล่านเหมือนกำลังต่อสู้กับบางสิ่งภายในร่าง จนในที่สุดก็พ่ายแพ้ เลือดในกายพุ่งกระจายออกจากทวารทั้งเก้าชุ่มโชกเปรอะเปื้อน นัยน์ตาแดงก่ำอาฆาตแค้นจ้องใบหน้างดงามของจิ้งจอกเก้าหางอย่างกินเลือดกินเนื้อ 

               “แก… แก…! ”

               ยักษ์แดงล้มตึงแน่นิ่งไป แต่ยังคงหายใจและมีสติสัมปชัญญะ

               “การสังหารในทันทีไม่ใช่รสนิยมของข้า เจ้าไม่รู้หรอกหรือ” 

               คำพูดนั้นเป็นประโยคบอกเล่าธรรมดาเรียบง่าย แต่แฝงไว้ด้วยความโหดเหี้ยมร้ายกาจจนน่าขนลุก

               “คำสาปจะสัมฤทธิ์ผลก็ต่อเมื่อเจ้าตายแล้วเท่านั้น มันใช้พลังวิญญาณที่อาฆาตแค้นมาเป็นเชื้อเพลิง แต่ปลิดปลิวไม่วางวายของข้าจะรักษาร่างของเจ้าไปตลอดกาล เจ้าจะไม่เจ็บไม่ปวดอีก แต่ไม่อาจพูดคุยได้ ไม่อาจเคลื่อนไหวได้ และเมื่อสิ้นอายุขัยที่แท้จริง วิญญาณจะถูกกักขังไว้ใช้งานเช่นเดียวกับน้องชายสุดที่รักของเจ้า” 

               เสียงนุ่มเย็นบอกเรียบเรื่อย พู่กันในตำนานถูกควงหมุนเล่นด้วยปลายนิ้ว 

               “ข้าใจดีถึงเพียงนี้เชียวนะ เจ้าจงขอบคุณเสียเถอะ”

               ความเลือดเย็นของทามาโมะ โนะ มาเอะ ทำให้บรรยากาศโดยรอบราวกับถูกกดทับด้วยบางสิ่งจนหายใจไม่ออก 

               เหล่าปีศาจต่างเงียบกริบไม่กล้าขยับเขยื้อน 

               ทั้งที่ฝ่ายฮอกไกโดแทบไม่มีผู้บาดเจ็บมากมายนัก แต่ก็ไม่มีใครกล้าก้าวออกมาต่อต้านจิ้งจอกเก้าหางแม้แต่ผู้เดียว เพราะรู้ดีว่าไม่ต่างจากการเอาชีวิตมาทิ้งอย่างคนโง่เขลา

               ความหวาดกลัวเข้ากระดูกดำแผ่ซ่านจนไร้เรี่ยวแรง มีเพียงต้องยอมรับความพ่ายแพ้เท่านั้น

               นี่หรือคือจักรพรรดิปีศาจในตำนาน ผู้ถูกกล่าวขานว่าเป็นจอมมารแห่งเกาะญี่ปุ่น… ทามาโมะ โนะ มาเอะ

               “พวกเจ้ายังอยากต่อสู้อยู่อีกหรือไม่”

               แน่นอนว่าไม่มีผู้ใดมีใจจะสู้ต่ออีกแล้วในศึกครั้งนี้ ฝ่ายยักษ์แดงต่างทิ้งอาวุธยืนนิ่ง รู้ดีว่าไม่อาจเทียบกับความแข็งแกร่งเหนือชั้นของชายผมเงินผู้นี้ได้


               ไม่กี่นาทีต่อมากรงทั้งสองที่กักขังชิโรอิจิกับโยชิอากิ ผู้นำของชิบะกับอิบารากิเอาไว้ก็ถูกวางลงบนพื้นดินปลดล็อกเพื่อปล่อยตัวเชลยออกมา จากนั้นเหล่านักพรตแห่งกุนมะก็ไปช่วยเหลือทำการรักษาต่ออย่างรวดเร็ว 

               “ถ้าเจ้าไม่โง่ขนาดนี้ ข้าก็คงแก้เบื่อได้มากกว่านี้อีกสักหน่อย น่าเสียดาย” 

               ทามาโมะพูดกับร่างแน่นิ่งของทาทาระ พู่กันสีเงินหายวับไป 

               “แต่ก็ยังทำให้ข้าใช้พู่กันผลึกอนันตการได้ คงต้องขอชมเชย”

               ด้วยการทำสงครามขนาดย่อมที่จบลงรวดเร็วอย่างไม่น่าเชื่อ ในที่สุดฮอกไกโดก็กลับมาอยู่ใต้อำนาจของจิ้งจอกเก้าหางอีกครั้งเรียบร้อยแล้ว

               “นายท่าน” 

               เสียงทุ้มของจิ้งจอกผู้ใช้ดาบดังขึ้นจากด้านหลัง เรียกให้ทามาโมะหันมอง นัยน์ตาสีแดงสดวูบไหวเมื่อเห็นสตรีในอ้อมแขนของชิอน 

               “เกิดอะไรขึ้น“

               “นางมีอาการไม่ดีมาสักพักแล้วตั้งแต่ใช้ปลดผนึกทำลายกำแพงอาคมให้ท่าน”

               ฝนถูกจิ้งจอกดำอุ้มไว้ ใบหน้าของหญิงสาวซีดเผือดไร้สีเลือด ริมฝีปากที่เคยอวบอิ่มอมแดงเรื่อกลายเป็นสีม่วงคล้ำ คิ้วขมวดแน่นเหมือนกำลังทรมาน 

               “ฉันบอกว่าไม่ได้เป็นอะไรไงเล่า” 

               เธอปฏิเสธอย่างหงุดหงิดด้วยเสียงแหบแห้งกว่าปกติไม่น้อย พยายามดิ้นออกจากอ้อมแขนของชิอนเพื่อลงยืนด้วยตนเอง

               แต่เพราะว่าเรี่ยวแรงหดหายไม่เป็นใจจึงไม่ต่างกับกระต่ายในกำมือของหมาป่า

               อย่างไรก็ตาม ฝ่ายคนอุ้มไม่ได้นึกอยากอุ้มอะไรมากมายนักตั้งแต่แรก แต่เพราะเป็นหน้าที่จึงต้องทำ 

                    ถ้าหากปล่อยให้เธอลงเดินเองในสภาพอ่อนแอขนาดนี้ เขาอาจได้ไปนอนเป็นเพื่อนยักษ์แดงอีกตนก็ได้

               ทามาโมะรับร่างเพรียวบางไปอุ้มไว้แทน เขาก้มลงมองใบหน้าอิดโรยของฝนอย่างห่วงใย 

               “เกิดอะไรขึ้นกับเจ้า น้องฝนของข้า”

               หญิงสาวเม้มปากคิ้วขมวด เบือนหน้าหนีแล้วบอกปัดห้วนๆ 

               “ก็บอกว่าไม่ได้เป็นอะไร ฉันไม่ได้อ่อนแอขนาดนั้น แค่จู่ๆ ก็เกิดเป็นไข้ขึ้นมา มนุษย์ก็ป่วยง่ายแบบนี้นั่นแหละ”

               “ไข้ขึ้นแต่ตัวเย็นเฉียบเช่นนี้น่ะหรือ” 

                    จิ้งจอกถามกลับอย่างไม่เชื่อถือ กระชับอ้อมแขนให้ร่างของฝนแนบชิดกว่าเดิม หันมองทางชิอนส่งสัญญาณให้อีกฝ่ายจัดการเรื่องที่เหลือต่อ แล้วจึงหายตัวไปจากสายตาทั้งหมดในที่แห่งนั้น



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 112 ครั้ง

201 ความคิดเห็น

  1. #176 hoiyim (@hoiyim) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 เมษายน 2562 / 11:05

    แงงงงง

    น้องฝนเปนไรไป
    #176
    0
  2. #175 PloyPrang (@PloyPrang) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 20:36
    ผลกระทบการใช้พลังหรอ
    #175
    0
  3. #174 Miss-M (@w-skymoon) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 19:42
    ปจด. หรออออ
    #174
    0
  4. #173 jrnzp03 (@jrnzp03) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 10 เมษายน 2562 / 18:37
    น้องฝนเป็นอะไรรร
    #173
    0