ตอนที่ 30 : Chapter 28

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 446
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 86 ครั้ง
    9 เม.ย. 62



               กฎของดินแดนญี่ปุ่น หากล้มผู้นำเมืองได้ก็ถือว่ายึดเมืองนั้นได้สำเร็จและมีสิทธิ์ครอบครองดินแดนส่วนนั้น 

               ดังนั้นแต่แรกแล้วเป้าหมายหลักจึงเป็นการสังหารไคโจ ส่วนกองทัพมีไว้ยื้อทามาโมะให้มาช่วยไม่ทัน แม้ว่าจะถูกล้มได้ในเวลาสั้นจนน่าสมเพช แต่หากบรรลุจุดมุ่งหมายก็นับว่าเพียงพอ

               กึง กึง กึง

               กำแพงอาคมสีดำถูกร่ายขึ้นมาล้อมรอบจิ้งจอกเก้าหางเอาไว้ทุกด้าน พวกมันหล่นมาจากท้องฟ้าอย่างแรง ประกอบกันแนบสนิทราวกับเป็นกรงที่ไม่มีผู้ใดทำลายได้

               “ฮ่า ฮ่า ฮ่า! แกติดกับแล้วว่ะ! ”

               ยักษ์แดงที่บาดแผลสมานกันจนเกือบหายสนิทหัวเราะลั่นอย่างสะใจเสียเหลือเกิน

               ขณะเดียวกันนั้นทางด้านไคโจก็ต้องรับมือกับขุนพลทั้งเจ็ด 

               ปีศาจสายโจมตีระยะไกลจำต้องถอยร่นห่างออกไปเพราะในการต่อสู้แบบประชิดตัวนั้นเสริมการโจมตีได้ยากเมื่อไม่คุ้นเคยกับสมรภูมิมากพอ อาจทำให้พวกเดียวกันโดนลูกหลงได้ด้วย 

               จึงทำได้แค่ถอยฉากออกห่าง เพื่อเปิดทางให้พวกถนัดการต่อสู้ระยะใกล้ออกแรงได้ง่าย

               ต้องยอมรับว่าขุนพลของเผ่ายักษ์แดงไม่อ่อนด้อย ทั้งที่มีจำนวนน้อยกว่าแต่กลับได้เปรียบอย่างเห็นได้ชัด อาวุธขนาดใหญ่ฟาดฟันลงมาจนฝ่ายกุนมะล้มลงทีละคน เหลือเพียงกลุ่มนักพรตที่มีฝีมือสูงสุดกับไคโจที่ยังยืนหยัดได้

               “ถอยไป” ผู้นำของกุนมะออกคำสั่ง 

               เหล่านักพรตที่ได้รับบาดเจ็บเป็นส่วนใหญ่ตั้งท่าจะทัดทานอย่างลังเล

               “นี่เป็นคำสั่ง”

               เมื่อถูกย้ำอีกครั้งจึงรีบพากันถอยร่นไปอยู่รวมกับกลุ่มแนวหลัง แต่ก็ยังเตรียมพร้อมเพื่อเข้ามาสนับสนุนได้ทันทีอยู่ตลอด

                    “ข้าคือผู้นำของกุนมะ หากข้ารักษาเมืองของข้าเอาไว้ไม่ได้จะมองหน้าท่านทามาโมะได้อย่างไร” 

               ไคโจพูด เหลือบมองไปยังทางที่ไกลออกไป มองตรงไปยังทามาโมะ โนะ มาเอะ ที่กำลังถูกกักขังไว้ในกำแพงอาคม

               มือขวาของนักพรตยกขึ้นจับที่หน้ากากคาบุกิของตน แล้วจึงค่อยๆ ถอดมันออกท่ามกลางสายตาตกตะลึงของปีศาจทุกตนรอบด้าน

               ไม่เคยมีใครเห็นไคโจถอดหน้ากากมาก่อน

               “เหอะ เพียงแค่ปาหี่หลอกเด็ก ข้าต้องกลัวอะไรด้วยรึ! ” 

               หนึ่งในยักษ์แดงหยามเหยียด เหวี่ยงดาบยักษ์เล่มโตหน้าตาเหมือนมีดปังตอฟาดใส่เต็มแรง

               “เดี๋ยว! ” 

               ขุนพลเพศหญิงจากฮอกไกโดตะโกนบอก 

               แต่ไม่ทันเสียแล้ว 

               สร้อยลูกประคำบนลำคอของไคโจหลุดออกกระจายไปรอบตัว ส่องแสงสว่างหมุนวนราวกับเป็นวงโคจรของดวงดาว มันปัดการโจมตีทั้งหมดออกไป และยังสร้างความเสียหายรุนแรงทุกครั้งที่ลูกประคำโจมตีโดนศัตรู

               ยักษ์แดงที่ใช้ดาบใหญ่เมื่อครู่ไม่อาจฟาดฟันเข้าถึงตัวไคโจได้ ม่านพลังรอบตัวของนักพรตนั้นทำการลดทอนพลังโจมตีจนเกือบหมดสิ้น อีกทั้งยังโจมตีสวนกลับมา ลูกประคำนั้นร้ายกาจราวกับลูกตุ้มหนักหลายตันกระแทกอัดเข้าใส่ไม่หยุดเหมือนตกอยู่ในวังวนพายุ
ขุนพลผู้ไม่คิดหน้คิดหลังล้มลงด้วยสภาพบาดแผลเต็มตัว หายใจรวยริน รูปร่างบิดเบี้ยวเพราะกระดูกแตกหักไปหลายท่อน

               ผู้นำของกุนมะถูกล้อมเอาไว้อีกครั้ง แต่ขุนพลที่เหลือก็ไม่โง่พอจะโจมตีใส่ตรงๆ อีก 

               ไคโจไม่เป็นฝ่ายตั้งรับอีกต่อไป นักพรตปีศาจกระทืบเท้าลงบนพื้น คลื่นพลังดุดันแผ่เปรี้ยงสาดซัดออกโดยรอบเหมือนมีพายุพัดผ่านจนฝุ่นควันฟุ้งตลบ

               นักพรตพุ่งเข้าซัดฝ่ามืออัดเข้าใส่หนึ่งในกลุ่มศัตรูจังๆ ยักษ์แดงตนนั้นยกแขนป้องกันได้ทันท่วงที แต่แขนทั้งสองก็บิดเบี้ยวหักดังกร๊อบเพราะรับการโจมตีเข้าไปเต็มรัก

               “ดูเหมือนสถานการณ์ไม่เป็นไปตามที่ต้องการนะ ทาทาระ” 
               จิ้งจอกเก้าหางที่แม้ถูกกักตัวไว้ก็ยังดูสบายๆ กล่าว 

               ผู้นำฝ่ายยักษ์แดงที่จุดเดือดต่ำอยู่แล้วกัดฟันจนสันกรามขึ้นนูน 

               “ข้าไม่ได้มีแค่นี้แน่ แกดูอยู่ในนั้นอย่างทำอะไรไม่ได้ไปเถอะ ! ”

               ทามาโมะ โนะ มาเอะ เลิกคิ้วเล็กน้อย แต่สีหน้าก็เปลี่ยนไปเมื่อเห็นกรงขังสองกรงปรากฏขึ้นต่อหน้า ภายในแต่ละกรงมีปีศาจสองตนอยู่ภายใน และทั้งคู่ก็เป็นผู้ที่จิ้งจอกเก้าหางคุ้นหน้าคุ้นตาดี

                    ตนหนึ่งมีผ้าพันไว้รอบดวงตา ผิวหนังเป็นสีดำ รูปร่างกำยำ เขาทั้งสองงอกยาวจากศีรษะ มีบาดแผลฉกรรจ์และอาวุธนับไม่ถ้วนปักคาอยู่บนร่างกายจนพรุนเหวอะหวะไปหมดแต่ยังคงหายใจอยู่แม้อาการสาหัสก็ตามที 

               อีกตนหนึ่งเป็นสตรีไว้ผมยาวดำมีหน้าม้าตรงดูคล้ายนินจาสาวที่ยามนี้กระเซอะกระเซิงไม่เท่ากันซึ่งคงโดนตัดทิ้งก่อนหน้านี้ เนื้อตัวของเธอเต็มไปด้วยบาดแผลผุพองและรอยช้ำนับไม่ถ้วน เสื้อผ้าขาดลุ่ยจนเกือบเปลือยกายไม่มีอะไรปกปิด ใบหน้าฝั่งหนึ่งที่เป็นหน้ากากคล้ายผลึกแก้วมีรอยแตกร้าวให้เห็นได้ชัด 

               สภาพของทั้งคู่ดูรุนแรงจนไม่น่าจะยังมีชีวิตรอด แต่ก็ยังมีการเคลื่อนไหวเล็กน้อยแสดงถึงพลังชีวิตที่ยังเหลืออยู่น้อยนิดในร่าง 

               “สองคนนั้นใครน่ะ เจ็บไม่น้อยเลย” ฝนเอ่ยถาม

               “นั่นคือชิโรอิจิแห่งชิบะ และโยชิอากิแห่งอิบารากิที่พ่ายแพ้ไปก่อนหน้านี้” จิ้งจอกสามหางที่เฝ้าดูเหตุการณ์อยู่ด้วยให้คำตอบว่าเป็นสองผู้นำของเมืองที่โดนพวกยักษ์ถล่มนั่นเอง

               ทาทาระหัวเราะอย่างน่ารังเกียจเมื่อสถานการณ์ดูจะพลิกกลับมาอยู่ทางฝั่งของตนเองได้อีกครั้ง

               “ถ้าพวกแกไม่ยอมแพ้ ข้าจะฉีกร่างไอ้พวกนี้เป็นชิ้นๆ ให้ดูเลยดีไหม”

               ในที่สุดมุกการใช้ตัวประกันก็มาถึง

               นักพรตปีศาจชะงักไปเล็กน้อย ถอยหลบการโจมตีจากศัตรู สายตามองมายังกรงทั้งสองอย่างโกรธจัด

               ผู้นำของคันโตไม่ได้สนิทชิดเชื้อกันมากนัก แต่ก็นับได้ว่าเป็นเหมือนพรรคพวก การกระทำเช่นนี้จึงไม่ต่างกับการหยามหน้าปีศาจในคันโตทุกตน

               “แล้วเจ้ากรงที่ขังข้านี่มันออกไปไม่ได้เลยรึ” 

               เสียงนุ่มเย็นเอ่ยถาม ราวกับไม่ได้ใส่ใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นสักนิด ไม่มีอาการเป็นห่วงเป็นใยคนของตนหรือโกรธเคืองอะไรใดๆ ทั้งสิ้นจากท่าทางหรือสีหน้าของจิ้งจอกเก้าหาง

               “แน่นอน มันเป็นเขตอาคมสำหรับใช้กับแกโดยเฉพาะยังไงล่ะ ยิ่งพลังเวทของแกมีมากเท่าไร ก็จะต้องใช้พลังเวทมากกว่านั้นในการทำลายมัน แกจะไม่มีวันออกมาได้! ”

               จิ้งจอกเก้าหางโคลงศีรษะเหมือนชื่นชมแต่กลับดูคล้ายกำลังดูถูกเสียมากกว่า 

               “ข้ายังไม่อยากเชื่อว่าเจ้าจะคิดวิธีนี้ได้ น่าทึ่งนักที่มีสมองมากกว่าที่คาดไว้เสียอีก”

               “แก! ”

               ‘ปลดผนึก’

               เสียงหนึ่งดังแว่วมาจากบางแห่ง เป็นถ้อยคำสั้นๆ ที่ให้ผลมหาศาล เมื่อกำแพงที่เพิ่งถูกอวยนักหนาว่าไม่มีวันแตกสลายจากเงื่อนไขอันยากเย็นในการทำลายนั้นแตกเพล้งกระจัดกระจายสลายไปในอากาศ

               “เกิดอะไรขึ้น ปะ เป็นไปได้ยังไง! ” 

               ทาทาระตกตะลึงจนแทบคลั่ง

               “ก็แค่… เจ้ามันโง่ที่ปากมากเกินไป”

               และเป็นโชคดีของข้าที่เวลานี้นางถือครองพลังเกือบทั้งหมดเอาไว้แทน… เจ้าช่างโชคร้ายนัก ทาทาระ

               “ยังไงซะ ข้าก็ยังมีลูกน้องของแกสองคนนี่อยู่ ถ้าแกกล้าทำอะไรข้า พวกมันก็ไม่รอดแน่! ”

               ทามาโมะใช้นิ้วเคาะริมฝีปากเหมือนกำลังนึกอะไร ท่าทางผ่อนคลายจนอีกฝ่ายรู้สึกกดดันเสียเอง จนในที่สุดชายหนุ่มก็เหยียดยิ้ม 

               “ตัวประกันรึ ข้าก็มีอะไรที่น่าจะใช้ได้เช่นกัน เจ้าต้องชอบแน่”
-------------------

หายไปวุ่นๆกับงานหนังสือมา ไม่ได้มาอัพเลยยย ซอรี่จ้า >< 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 86 ครั้ง

196 ความคิดเห็น

  1. #172 PloyPrang (@PloyPrang) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 15:38
    กะลังสนุก. ชอบๆๆๆ
    #172
    0
  2. #171 wanzeze (@wanzeze) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 14:21

    ค้างงง
    #171
    0
  3. #170 KILUSO🐾🔯 (@I3ase) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 9 เมษายน 2562 / 13:33

    กำลังมันมาต่อเถอะนะ~~~
    #170
    0