ตอนที่ 19 : Chapter 17

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 961
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 75 ครั้ง
    10 ธ.ค. 61

               
CHAPTER 17



               เปลวเพลิงที่ร้อนยิ่งกว่าเพลิงใดๆ กำลังเผาไหม้อยู่ตรงหน้า กรงเล็บที่จ่อมาถูกไฟนั้นเผาจนกลายเป็นเถ้าถ่านอย่างง่ายดาย 

               กรี๊ดดด!

               เสียงร้องแหลมสูงจากร่างที่เคยเป็นมารดาของฝนดังขึ้นด้วยความเจ็บปวด

               “ทำไมพวกพรายสิงสู่ถึงมาโผล่ที่นี่ได้นะ” 

               เสียงหวานเปี่ยมเสน่ห์ของหญิงสาวผู้หนึ่งดังขึ้น พร้อมกับร่างเพรียวระหงทรวดทรงชวนมองเดินเข้ามา เส้นผมสีแดงสะบัดอยู่บนแผ่นหลัง ข้างกันคือชายวัยกลางคนสวมชุดทำงานที่ดูแก่กว่าเล็กน้อย

               “ผมเองก็ไม่รู้ ฮิคารุ” 

               เสียงทุ้มไม่มากนักตอบกลับ รีบเดินไปหาเด็กสาวที่ยังนิ่งอยู่ตรงจุดเดิมไม่ขยับเขยื้อน 

               “ดูเหมือนเธอจะช็อกไปแล้ว”

               ‘ฮิคารุ’ เม้มปากเล็กน้อยเมื่อมองดูสภาพร่างของมนุษย์ที่ถูกยึดไปใช้อย่างโหดร้าย มือข้างหนึ่งเกี่ยวปลายผมมาม้วนเล่น 

               “ก็น่าจะช็อกอยู่หรอก สองคนนั้นคงเป็นพ่อแม่ของเธอ เป็นใครเจอแบบนี้เข้าไปคงทนไม่ไหวหรอกค่ะ คุณ”

               คนฟังพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ ขยับไปใกล้ร่างของพ่อแม่ฝนที่ถอยห่าง พิรุณขยับวูบเข้าประชิด ยกมือทั้งสองข้างล้วงเข้าไปในปากของทั้งคู่ด้วยความเร็วที่ไม่สามารถมองได้ทัน 

               “ออกมาซะ”

               สิ้นคำสั้นๆ เขาก็ชักมือกลับออกมา พร้อมกับเงาดำๆ ติดมากับฝ่ามือที่กำไว้ด้วย ร่างไร้วิญญาณทั้งสองเมื่อไม่ถูกควบคุมก็ทรุดฮวบล้มตึงลงบนพื้น

               “พ่อคะ แม่คะ… ” 

               เสียงของเด็กสาวผู้กลายเป็นเด็กกำพร้าในชั่วพริบตาราวกับสายฟ้าฟาดแหบแห้งแฝงไว้ด้วยความปวดร้าวจับใจ เธอคลานเข่าเข้าไปหาร่างโชกเลือดแล้วกอดทั้งคู่ร้องไห้โฮสุดเสียง

               “ฮือ... ฮึก...”

               ชีวิตเรียบง่ายแสนสุขบนโลกกลมๆ ของเธอถล่มลงแล้วในพริบตาเดียว 

               แค่ช่วงเวลาสั้นๆ ทุกอย่างก็ไม่มีวันหวนคืนกลับมาแก้ไขได้อีกประโยคสุดท้ายที่พูดออกไปวนเวียนอยู่ในหัวใจอันแหลกสลาย 

               ‘ฝนเกลียดพ่อกับแม่ที่สุด! ’

               คำพูดโง่ๆ ของเด็กสาวโง่ๆ ที่โง่เขลาเหลือเกิน นี่คือสิ่งสุดท้ายที่เธอได้พูดกับครอบครัว

               “ฝนขอโทษ ฝนจะไม่ดื้อแล้ว ฝนจะเรียนตามที่พ่ออยากให้เรียน จะเชื่อฟังทุกอย่าง แต่พ่อกับแม่กลับมาหาฝนเถอะนะคะ” 

               เสียงใสของสาวน้อยขาดห้วง น้ำตาไหลหยดผสมกับเลือดจากบาดแผลบนใบหน้าเป็นหยดน้ำสีแดงอ่อนร่วงหล่นลงบนศพที่ยังอุ่นอยู่ของบิดามารดา “อย่าทิ้งฝนไป”

               เหตุการณ์สะเทือนใจจนฮิคารุเบือนหน้าหนี แม้สงสารเด็กสาวแค่ไหนก็ไม่สามารถทำอะไรได้ เธอมองดูคนรักจัดการกับพรายชั้นต่ำทั้งสองเงียบๆ 

               “ใครส่งพวกแกมา” จิ้งจอกขาวถามพรายสิงสู่ในกำมือด้วยเสียงแข็งกร้าว แต่เงาดำทั้งสองก็ไม่ยอมตอบตามคาด 

               “ถ้าไม่พูด ฉันจะจับพวกแกมาใส่ขวดให้ฮิคารุเผาเป็นเชื้อเพลิงวันละนิดจนกว่าจะเปิดปาก”

               คำขู่ไม่เป็นผล นอกจากนั้นยังเกิดเรื่องไม่คาดคิด เมื่อพรายทั้งสองกลับกรีดร้องแล้วสลายตัวหายไปในอากาศคล้ายกับถูกคำสาป

               “คุณคะ เป็นอะไรรึเปล่า! ”

               “ผมไม่เป็นไร เหมือนคนที่ส่งพรายพวกนั้นมาจะติดคำสาปเอาไว้ด้วย ถ้าทำพลาดก็ต้องตาย ไม่ให้ใครสาวถึงตัวได้”

               “แล้วจะทำอย่างไรต่อดีล่ะคะแบบนี้ จะสืบเรื่องนี้ไหม” 

               “เราไม่มีเบาะแสอะไรมากกว่าพรายสิงสู่พวกนั้น แล้วมันก็ถูกกำจัดหมดแบบนี้คงไม่เจอต้นตอ ผมว่าเราคงทำได้แค่ช่วยให้เด็กคนนี้มีชีวิตต่อไป”

               นัยน์ตาสีดำมองไปยังสาวน้อยที่ยังคงร้องไห้สะอึกสะอื้นคร่ำครวญกอดร่างไร้วิญญาณทั้งสองอย่างน่าสงสาร เขาเดินเข้าไปหาแล้วลูบศีรษะของเธอเบาๆ 

               “พักก่อนเถอะ”

               คำพูดสั้นๆ เป็นราวกับประกาศิต เปลือกตาบวมช้ำของฝนในตอนนั้นค่อยๆ ปรือปิดลงอย่างเชื่องช้า แล้วจึงเข้าสู่ห้วงนิทราเงียบสงบโดยไม่อาจขัดขืน 

               พิรุณอุ้มฝนไปนอนบนโซฟา จากนั้นหันไปหาอีกผู้หนึ่งที่อยู่ในเหตุการณ์มาตั้งแต่ต้นจนจบ

               “เรามาที่นี่ได้ทันพอดีคงเป็นเพราะพลังของเธอใช่ไหม เธอเรียกพวกเรามาสินะ ซาชิกิวาราชิ”

               ซัชจังที่ดูอ่อนแรงอย่างมากพยักหน้า 

               “ต้องช่วยฝน” เสียงเล็กๆ นั้นกล่าว แล้วค่อยๆ หายตัวไป

               “เธอคงใช้พลังทั้งหมดเพื่อเรียกโชคให้กับเด็กคนนี้” 

               ฮิคารุพูดพลางกวาดสายตามองรอบๆ จนไปหยุดตรงกระโปรงของเด็กสาวที่หมดสติอยู่บนโซฟา 

               “เป็นซาชิกิวาราชิที่ไม่ได้สถิตอยู่กับบ้าน แต่กลับอยู่ในถุงเครื่องรางหรือเนี่ย ทำได้ขนาดนี้คงต้องพยายามมากทีเดียว”

               ซาชิกิวาราชิเดิมทีนั้นมักสิงสถิตอยู่กับบ้านเรือนเพื่อมอบโชคลาภความอุดมสมบูรณ์และมั่งคั่งแก่ครอบครัวนั้นๆ จะเรียกว่าเป็นเทพอารักษ์รูปแบบหนึ่งก็ย่อมได้ ซึ่งจะรับพลังส่วนหนึ่งจากผืนดินกับธรรมชาติโดยเฉพาะบริเวณบ้านหรือสถานที่แห่งนั้น

               แต่ซัชจังกลับสิงสถิตอยู่ในถุงเครื่องราง ทำให้ไม่ได้รับพลังจากผืนดิน มีเพียงการดูดซับพลังที่ลอยอยู่ในอากาศทีละเล็กทีละน้อยมาสะสมไว้ ถึงอย่างนั้นก็ยังเรียกโชคลาภจนช่วยให้ฝนรอดมาได้ และยังเรียกปีศาจชั้นสูงอย่างพิรุณกับฮิคารุมาช่วยเหลือสำเร็จ 

               นับว่าต้องมีพลังเวทแข็งกล้าไม่น้อย หรือไม่ก็ทุ่มสุดตัวจริงๆ แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่เพียงพอที่จะช่วยเหลือไว้ได้ทุกคน

               “ฉันจะให้ยืมพลังเวทแล้วกัน” 

               สาวงามพูดสบายๆ เรียกถุงเครื่องรางจากกระเป๋ากระโปรงของฝนมาไว้ในมือ จากนั้นสร้างเปลวเพลิงเป็นรูปดอกสึบากิสวยงามส่องประกายลุกไหม้โชติช่วงอยู่ในอากาศ เธอร่ายเวทพร้อมกรีดนิ้ววาดลวดลายลงบนเนื้อผ้าเงามันสีแดงสดของถุงเครื่องราง 

               “แต่เธอต้องสัญญาว่าจะไม่พูดเรื่องของพวกเราให้ใครรู้ด้วยนะ”

               นาทีต่อมา ดอกไม้เพลิงก็ฝังตัวเข้าไปในถุงเครื่องรางเล็กๆ ใบนั้น ปรากฏเป็นลวดลายดอกสึบากิอันงดงามบนพื้นผ้าสีแดงขึ้นมา

               ฮิคารุมองผลงานของตัวเองแล้วยิ้มอย่างพอใจ

               “นี่คงพอให้ใช้ได้อีกหลายปี ระหว่างนั้นเธอก็ดูดซับพลังเวทภายนอกเพิ่มไปเรื่อยๆ กว่าพลังที่ฉันให้ไว้จะหมด ก็คงสะสมได้มากเกินความต้องการแล้วละนะ”

               ส่วนพิรุณนั้นกำลังเขียนวงเวทบนพื้นอย่างจริงจัง เมื่อเหลือบเห็นว่าภรรยาจัดการธุระของตัวเองเสร็จแล้วก็อธิบายสั้นๆ 

               “ผมจะพรางตาบ้านนี้ไว้ ถ้าเป็นคนประสงค์ร้ายจะหาที่นี่ไม่เจอไม่ว่าจะใช้วิธีไหนก็ตาม”

               “แล้วเด็กคนนี้… เธอจะอยู่ด้วยตัวเองได้จริงๆ หรือคะ”

               คนฟังหลุบตาลงต่ำอย่างครุ่นคิด

               “รู้สึกได้ใช่ไหม ฮิคารุ เกี่ยวกับเธอน่ะ”

               “รู้สิ คงเพราะกลิ่นอายชัดเจนแบบนี้ถึงได้โดนโจมตี”

               “ผมจะผนึกมันไว้ และทำให้ลืมเรื่องที่เกิดขึ้นไปเสีย… คงดีที่สุดสำหรับเด็กคนนี้ในตอนนี้”

               หญิงสาวผมแดงปรายตามองสาวน้อยที่เปรอะเปื้อนไปด้วยคราบเลือดและน้ำตานอนหลับอยู่บนโซฟาแล้วเลื่อนไปมองซากศพของสามีภรรยาที่เสียชีวิตอย่างน่าเศร้า ก่อนถอนหายใจยาวด้วยความเวทนา 

               “นั่นสินะคะ… คงเป็นวิธีที่ดีที่สุด”


               “คนร้ายบุกสังหารโหดพ่อแม่ พบลูกสาวรอดชีวิตสลบในบ้าน” 

               เสียงจากข่าวในโทรทัศน์ดังซ้ำไปซ้ำมา

               “เงินพวกนี้มันเป็นค่าเลี้ยงดูแก นังเด็กอกตัญญู เลี้ยงเสียข้าวสุก!” 

               เสียงจากป้าที่รับเลี้ยงดูเพียงเพื่อให้ยินยอมเป็นผู้จัดการมรดก เงินที่พ่อกับแม่เก็บออมไว้ให้จึงถูกแย่งไปจนหมด

               “นั่นไงแก คนที่พ่อแม่ถูกฆ่าตาย น่าสงสารเนอะ” 

               เสียงจากผู้คนที่ผ่านไปมา

               “ฝน มีอะไรก็บอกได้นะ เราเป็นเพื่อนกันไง แกอย่าคิดมากนะ”

               เสียงจากเพื่อนร่วมห้อง

               พอสักที ไม่อยากฟัง

               พอสักที ไม่อยากรับรู้

               พอสักที

               “เลิกทำตัวเหมือนสงสารฉันแล้วไปทำอะไรที่มีประโยชน์กับชีวิตดีกว่าไหม” 

               เสียง… เสียงของตัวเธอเอง มันฟังระคายหู ห้วนสั้น กระแทกกระทั้น เป็นช่วงเวลาที่โลกกำลังเปลี่ยนสี เป็นช่วงเวลาที่อยู่ในฤดูฝนตลอดเวลา หัวใจคล้ายมีรูรั่วที่ไม่อาจปิด

               โลกในสายตาของเธอเป็นสีเทาไร้สีสันอย่างไม่ทันรู้ตัว

               เธอจะพูดในสิ่งที่คิดและอยากพูด ทำในสิ่งที่อยากทำเท่านั้น เพราะไม่มีโอกาสได้พูดกับคนที่ตายไปแล้ว เธอจะชดเชยสิ่งเหล่านั้นด้วยวิธีนี้ได้ไหม

               ฉับ

               เสียงกรรไกรขยับตัดเส้นผมของเด็กสาวหล่นลงบนพื้นทีละช่อ เส้นไหมสีดำยาวสลวยค่อยๆ กองทับถมกันอย่างเงียบงัน

               หญิงสาวผมสั้นประบ่ายืนอยู่ในกระจกตรงหน้า ยกมือลูบบาดแผลขรุขระบาดลึกยาวจากคิ้วจนถึงข้างแก้ม นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มเย็นชา เปี่ยมไปด้วยความมืดมน

               นี่คือตัวเธออย่างนั้นหรือ


               ฝนลืมตาตื่นขึ้นมาบนเตียงหนานุ่มอันคุ้นเคยด้วยใบหน้าเปื้อนน้ำตา แผ่นหลังและฝ่ามือเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อกาฬที่แตกพลั่ก

               สายฝนกระหน่ำตกจากฟ้าเป็นเสียงซ่าๆ เหมือนโทรทัศน์สัญญาณติดๆ ดับๆ รอบบ้านมืดหม่นอึมครึมตามอารมณ์ความรู้สึกของหญิงสาว

               “จำได้แล้ว… ” 

               เธอพึมพำเสียงแผ่ว ลมหายใจขาดห้วง 

               “จำได้แล้ว… ”

               หยดน้ำตามากมายทะลักออกมาราวกับทำนบพังทลาย ความอุ่นร้อนไหลผ่านสองข้างแก้มพรั่งพรูลงบนผ้านวมจนเปียกซึมเป็นวงกว้าง 

               ฝนซุกหน้าลงกับผืนผ้าอย่างเจ็บปวด สะอื้นไห้ตัวโยนอยู่ตามลำพัง หัวใจที่เคยคิดว่ามันเย็นชืดมานานถูกกรีดเปิดบาดแผลเก่าเก็บจนมันแสบร้อนขึ้นมาอีกครั้ง

               แต่เธอจะไม่ยอมแตกสลายเป็นครั้งที่สอง

---------------------------------------------------------------------------------------------
คอมเม้นท์ทักทายกันบ้างนะคะ อ่านอยู่ตลอดจ้า


EBOOK Vol.1 มาแล้วนะคะ Promotion ลดจาก349 เหลือ 279บาท ถึงวันที่24นี้เท่านั้นจ้า
https://www.mebmarket.com/web/index.php?action=BookDetails&data=YToyOntzOjc6InVzZXJfaWQiO3M6NjoiMjcyNjU1IjtzOjc6ImJvb2tfaWQiO3M6NToiODYwNzIiO30




[OPEN รอบรอสต็อกค่ะ] 

นิยาย RAINY TIME ฤดูฝนของจิ้งจอกเก้าหาง 

THE RAIN AND TAMAMO NO MAE

'รอบรอหนังสือสต็อก'
โอน50คนแรกได้แถมฟรีสมุดสุดคิวท์แบบรอบจองค่ะ
จัดส่ง 10 - 15 มกรา หลังจัดส่งรอบจองหมดแล้ว


ลงจองได้จนกว่าฟอร์มจะปิดหรือเต็มจำนวนที่สต็อกค่ะ
หลังกดจองกรุณาแจ้งโอนภายใน 3 วัน
หากไม่มีการแจ้งโอนเข้ามาจะตัดชื่อออกค่ะ 
(สามารถลงจองใหม่ได้หากฟอร์มยังไม่ปิด)
ตัดสต็อกล็อกหนังสือให้ตามการโอนนะคะ
;
??“? เรื่องนี้มี 2 เล่มจบ
.
.
 หนังสือ 1 ชุด 2 เล่มจบ 
> 700 บาท (จากราคาปก 778 บาท)

 BOX SET (จั่วปัง)+หนังสือครบชุด 
> 1,000 บาท (จากราคาเต็ม 1150บาท)
.
 เล่ม 2 
> 359 บาท (จากราคาปก 389 บาท)
.
 เล่ม 2+Box 
> 700 บาท (จากราคาเต็ม 759 บาท)

---------------------------------------------
.
??”?ราคารวมค่าจัดส่ง (เลือกโอนยอดตามนี้)
.
เฉพาะหนังสือ (2เล่ม)
- ส่งลงทะเบียน 780บาท
- ส่งแบบด่วน 800บาท
.
Box set + หนังสือ1ชุด
- ส่งลงทะเบียน 1,080บาท
- ส่งแบบด่วน 1,100บาท
.
เฉพาะเล่ม2
- ส่งลงทะเบียน 410บาท
- ส่งแบบด่วน 430บาท
.
เฉพาะเล่ม2+Box
- ส่งลงทะเบียน 760บาท
- ส่งแบบด่วน 780บาท
.
---------------------------------------------
.
??“? รายละเอียดหนังสือ
.
- จำนวน 352 หน้าต่อเล่ม 2เล่มต่อ1ชุด 
(ราคาปกเล่มละ 389บาท ชุดละ 778บาท)
- กระดาษกรีนรีดถนอมสายตา 75 แกรม
- หน้าปกสี่สี เคลือบด้านหนา300 แกรม
- กล่อง Box Set หุ้มจั่วปัง (ราคาปกติ 370บาท)
.
.
??“? ของแถมเฉพาะรอบนี้
.
- Free! โปสการ์ด 2 แบบ
- Free! ที่คั่น 2 แบบ
- Free! ปกใส 2 ปก
- Free! สมุดเล่มเล็ก
.
.
Boxset เฉพาะคนที่โอน20คนแรก
- Free! จัดส่งใส่กล่องไปรษณีย์แบบพรีเมี่ยมให้ด้วยจ้า!
.
ลิ้งจอง> 

https://goo.gl/forms/HgEJ5eRJfIQ8mdZn2


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 75 ครั้ง

199 ความคิดเห็น

  1. #141 ตุ๊กตาต้องสาป (@12022543) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 09:57

    พ่อกับแม่ซันมาแล้ว ซันจะมาด้วยไหม
    #141
    1
    • #141-1 Kinkmj (@cmch3rry) (จากตอนที่ 19)
      12 ธันวาคม 2561 / 15:24
      ต้องรอลุ้นน
      #141-1
  2. #139 Cazari (@0930139584) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 19:06
    จะมีใครมาปลอบใจไหมอ่ะ?
    #139
    0
  3. #138 Makosab (@Makosab) (จากตอนที่ 19)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2561 / 18:56
    ถ้าจำไม่ผิดคนที่มาช่วยนี่..พ่อกับแม่ของซันใช่มั้ยคะเนี่ย
    #138
    1
    • #138-1 Kinkmj (@cmch3rry) (จากตอนที่ 19)
      10 ธันวาคม 2561 / 20:05
      ใช่แล้วค่ะ
      #138-1