[E-book]Cupid Florist เชิญใช้บริการความสดครับผม! [Yaoi] (End)

ตอนที่ 6 : ดอกที่ 4 ใครๆ ก็อยากรู้จักสาวน้อยน่ารัก แต่พวกคุณคงไม่อยากเจอ [สาวน้อย] ไม่ธรรมดาแบบผมแน่นอน (2) [รีไรท์]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,782
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 185 ครั้ง
    4 มี.ค. 61


ดอกที่ 4 

          ใครๆ ก็อยากรู้จักสาวน้อยน่ารัก แต่พวกคุณคงไม่อยากเจอ [สาวน้อย] ไม่ธรรมดาแบบผมแน่นอน (2)



'แอ๊ดๆ แอ๊ดๆๆ! ขอสองร้อยดิ๊!'

"คุณทิมมี่ ร้านดอกไม้ฟลอลิซใช่มั้ยคะ?" คุณผู้หญิงเปิดประตูออกมาหา ผมก็เลยต้องปั้นหน้าปานฆ่าดอกไม้เปลี่ยนมาเป็นรอยยิ้มคิวปิดทิมมี่ทันใดที่ต้องใช้ทุกครั้งเวลาทำงาน

"ใช่ครับ ผมมารับต้นไม้ที่คุณว่า"

"นี่ค่ะ พอดีลูกฉันเผลอมาเล่นมันแล้วเกือบเข้าโรงพยาบาลน่ะค่ะ" คุณนายหยุดพูดไปเหมือนจะบอกว่าเจ้าต้นไม้ใบเขียวมีขาวแซมตรงกลางใบนี้ต้องถูกสาปแน่นอน

เล่นกับต้นไม้จนเกือบเข้าโรงพยาบาล? ต้นไม้อะไรอันตรายขนาดนั้นฟะ ถึงเห็นหน้าตามันผมก็ไม่รู้จักอยู่ดี

คุณนายหยิบกระถางต้นไม้สีน้ำตาลทำจากอิฐหรือหินยังไงก็แล้วแต่ที่ใหญ่มากออกมาวางไว้หน้าประตู

"ครับ รับไว้เรียบร้อยแล้วนะครับ" ผมพูดเหมือนพี่ไปรนรก แต่ของที่ผมจะส่งกลับร้านอันนี้ต้องไม่แตกหักพังยับเสียหายเด็ดขาด

"ค่ะ...นี่ค่าเสียเวลานะคะ ขอบคุณมากค่ะ"

คุณนายพูดยิ้มๆ อย่างโล่งใจ คุณเธอยัดเงินใส่มือผม โค้งหัวน้อยๆ แล้วก็รีบเข้าไป

ผมส่องแบงก์ในมือแล้วรีบเก็บกลับเข้ากระเป๋าสี่มิติ

แค่เดินมารับของก็ได้สองร้อยแล้ว ดีเป็นบ้า ผมได้ทิปค่าแรงเพิ่มอีกแล้วสิ เพราะแบบนี้ไงถึงไม่อยากเลิกทำงานนี้แม้ว่ามันจะปวดหัวนรกแตกแค่ไหนก็ตาม

ขอเงินสองร้อยดิ๊!’

'ยัดเงินใต้โต๊ะๆ'

'มาเฟียกินสินบนๆ'

อะไรของพวกมันฟะ

ผมส่งสายตาเขม่นใส่จนพวกดอกไม้หน้าประตูจนเริ่มหุบปากเพราะกลัวว่าผมจะหาอะไรมากุดหัวพวกมันน่ะสิ

หลังถอนหายใจเสร็จผมก็หันกลับมายังกระถางที่ถูกบรรจุต้นไม้ใบเขียวไว้แล้วเริ่มใช้แรงชายยกมันขึ้นสุดแรง

โอ๊ย! หนักเว้ย! ถ้ารู้ว่าหนักแบบนี้ลากรถเข็นจากร้านมาด้วยก็ดีหรอก แต่ไม่ทันแล้ว จะเรียกสามล้อสดุดีศรีราชาหรือแท็กซี่ข้ามประเทศมันก็กินตังค่าจ้างผม เรื่องอะไรจะยอม

ผมวางกระถางลงก่อนที่กระดูกแผ่นหลังน้อยๆ จะหักแล้วเสียงหนึ่งก็ดังขึ้น

'หวัดดี ฉันชื่อสาวน้อยประแป้ง'

หือ...หมายถึงผู้หญิงชอบประแป้งอะน่ะ

'ถูกไล่ออกมาเพราะพิษร้ายแรงจากฉันไปทำให้ลูกของแม่เกือบตายเข้า ระวังไว้หน่อยก็ดีนะ ทั้งต้นและใบของฉันเป็นยาพิษชั้นดี'

สาวน้อยบอกผมแบบนั้น อะไรคือลูกของแม่? หมายถึงลูกของคุณนายคนนั้นสินะ

'ถ้าเกิดจับใบของฉันขึ้นมา ก่อนจะขยี้ตาก็ไปล้างมือก่อนล่ะ ไม่งั้นได้ตาบอดแน่'

ผมทำหน้าซีดทันทีที่ได้ยิน

"สวัสดีผมทิมมี่" ผมกระซิบเสียงเบาแล้วเริ่มหาวิธีลากกระถางกลับไปด้วย

'คุณทิมมี่ จะเอาสาวน้อยกลับไปเป็นเพื่อนหรือ'

ผมพยักหน้าอือเออบอกว่านั่นแหละ ตูเอาไปขาย

ซึ่งดูเหมือนสาวน้อยจะเข้าใจผิดว่าผมเป็นเพื่อนกับเธอทั้งที่ยังไม่ได้ตอบตกลงสักนิด

ผมเปลี่ยนจากการอุ้มมาเป็นลากกระถางแทน แต่พอมันขูดพื้นมากๆ เจ้ากระถางก็เริ่มแหกสลายกลางถนน ผมเลยเปลี่ยนเป็นตะแคงข้างแล้วกลิ้งมันเหมือนวงล้อรถ

โอ้ ฉลาดเป็นบ้า

ผมรู้สึกว่าสาวน้อยดูฉลาด สุภาพแต่ก็อันตรายด้วยตัวมันเองเช่นกัน

'คุณทิมมี่ชื่อเหมือนหมาแถวบ้านเมื่อกี้เลย' ผมขมวดคิ้วหยุดชะงักไปสามวิแล้วเดินต่อ

'ข้างหลังนายมีแมลงสาบ'

"ว้าก!" ผมหันไปเห็นก็ต้องร้องลั่น และทันใดนั้นเมื่อแมลงสาบได้ยินเสียงกว่าร้อยเดซิเบลของผมมันก็กระดิกหนวดเป็นการทักทายก่อนจะรีบวิ่งมาราธอนกลับท่อไปทันที

หัวใจผมเกือบร่วงไปอยู่ตาตุ่ม ถ้าสาวน้อยไม่เตือนผม ป่านนี้มันคงวิ่งมาสร้างรังบนหัวผมแล้วล่ะมั้ง

ผมได้แต่ขอบคุณมันในใจแบบออกเสียงไม่ได้ เพราะแค่เสียงแหลมสูงของผมเมื่อกี้ก็ทำทุกคนหันขวับมาจ้องกันหมดแล้ว

ก็แมลงสาบมันน่าตกใจนี่หว่า น่าจะสูญพันธุ์ไปได้แล้วด้วยซ้ำ ทำไมยังมีอยู่บนโลกนี้อีก ตั้งแต่ทำงานร้านดอกไม้แอร์เย็นฉ่ำ อุตส่าห์ไม่มีให้เห็นแล้วเชียว เพราะแมลงสาบมันอยู่ในที่เย็นๆ ลำบากยังไงล่ะ

'กลัวแมลงสาบหรือคุณทิมมี่?'

ผมพยักหน้าตอบไปว่ากลัวมาก ดูหน้าแก่ๆ แทบย่นนี่ก็น่าจะรู้ได้แล้ว

'แต่ใต้ต้นของสาวน้อยมีเป็นสิบเลยนะ'

"!!" ทันใดนั้นผมก็ปล่อยกระถางในมือแทบคว่ำ ผมเชื่อตามที่มันพูดเหมือนเวลาอาจารย์ฟลาวเวอร์สอนอะไรก็ต้องฟังไม่งั้นจะตกวิชาคณิตศาสตร์

และทันใดนั้นเอง...

มันก็เกิดเรื่องที่ทำให้ผมยิ่งเกลียดมนุษย์สะยะแมลงสาบมากขึ้นไปอีกเท่าตัว

เควี่ย!!

เนื่องจากสายตาของผมนั้น... ได้มีทะเลอำมหิตสีแดงเลือดพวยพุ่งออกมาจากใต้ต้น ตามใบ หรือในดินของสาวน้อยประแป้งอย่างน่าขนลุกขนพองสยองเกล้า เหมือนที่ผมเคยเห็นในคลิปร้านอาหารชื่อดังไม่มีผิดที่มันมีแมลงสาบเป็นสิบซ่อนตัวอยู่ด้วยอันใดมิทราบได้

ผมกระโดดถอยหลังไปอีกสิบเก้าใหญ่ให้พ้นรัศมีการกระจายตัวของอมีบ้าเทอราพี่

ทะเลสีแดงกำลังเดินขบวนตามสายราวทัพเจนศึก ผู้คนแถวนั้นกรี๊ดกร๊าดด้วยความกลัวยกใหญ่ที่เห็นผมสั่งแมลงสาบทัพหนึ่งให้ออกไปหลอกคนได้

ไม่ใช่แค่พวกคุณที่กลัวหรอก ตอนนี้ผมเองยังขนลุกซู่หน้าซีดไม่หาย ในขณะที่คนอื่นๆ เริ่มวิ่งหนี ผมนี่ขาสั่นเป็นเครื่องนวดไหล่ไม่หยุด ยังดีที่ไม่ฉี่แตกกลางถนน

แม่มน่าขนลุกชิหาย

ผมเคยเห็นแมลงสาบมาหลายประเภท ตั้งแต่ตัวเล็กจิ๊ดเดียวนี่ไม่น่ากลัวเท่าไหร่ ตัวเล็กน้อย ตัวกลาง ขนาดใหญ่ ใหญ่อ้วนพีสีฉวีวรรณดั่งตัวข้าถูกเลี้ยงดูมาด้วยขยะสดแบบเต็มประสิทธิภาพ และตามด้วยสีของมัน

ผมเห็นตั้งแต่ขาวแบบพึ่งลอกคราบ สีดำสำมะเมี่ยม น้ำตาล น้ำตาลแดง และแดงสดแบบเมื่อครู่นี้ คงไม่มีแมลงสาบสีเขียวหรอกนะ นั่นมันอยู่ในเกม

แต่ที่รู้ๆ ไอ้ตัวแดงน่าจะอยู่มานานสุด

เค้าว่ากันว่าแมลงสาบอยู่กันได้ถึงร้อยหรือสองร้อยปีด้วยซ้ำจากการแตกตัวของมัน เพราะมันอยู่มาตั้งแต่ยุคหินที่มนุษย์ยังไม่เกิดหรืออาจนานกว่านั้น

พวกแมลงสาบยังตั้งทัพจัดขบวนกันไม่เสร็จดีก็มีเสียงคำสั่งก้องกังวานน่าเกรงขามดังขึ้นมา

'แมลงสาบทั้งหลาย คุณทิมมี่กลัวจนจะอึราดอยู่แล้วกรุณาอยู่ในความสงบ!' สาวน้อยสั่งเสียงขรึมเป็นแม่ทัพในศึกผาแดงครั้งนี้

พระเจ้าจ็อตโต้ แม่มต้นไม้สั่งแมลงสาบได้!!! ยุคสมัยกำลังจะเปลี่ยนไปแล้ว!!

ผมตกใจมากจนอยากจะช็อกหมดสติให้ได้ซะตรงนั้น แต่ถ้าทำจริงล่ะก็พวกมันต้องกรูเข้าหาผมแน่

ผมเห็นพวกมันตบเท้าแบบรับคำสั่ง ตอนนี้ต้องปิดตาแล้วมองออกไปมือเดียวเพราะกลัวฝันร้าย

'ตั้งแต่บัดนี้ไปเราจะไม่ได้พบเจอกันอีก กลับบ้านกันดีๆ และลาก่อน!'

สาวน้อยสั่งลาน้ำมูกไหลเป็นครั้งสุดท้าย น่าจะเป็นน้ำไสๆ ที่ใบของมันนั่นแหละที่ทำให้ผมเห็นเป็นน้ำตา แต่นั่นแหละพิษของมันดีๆ นี่เอง

ผมไม่รู้หรอกพวกมันพูดอะไร

แต่เห็นแมลงสาบสีแดงทำหน้าร้องไห้และเศร้าโคตรๆ ที่ต้องจากเพื่อนยามหลบแดดของมันไปก่อนเดินหายตายจากไปแล้วด้วยคำสั่งของหัวหน้าหน่วย ทั้งขนหน้าแข้งและขนแขนผมก็ยังลุกซู่ไม่หาย

ทำไมเดี๋ยวนี้ต้นไม้แม่มวิวัฒนาการได้ถึงขนาดนี้วะ เพราะมันพูดกับคนได้ แถมยังสั่งแมลงสาบเป็นลูกน้องได้อีก

อีเวงนิส บัดซิก ต้นไม้กำลังจะครองโลก

'คุณทิมมมี่เอ๋ย'

เฮือก! ผมเงยมองผ่านช่องระหว่างนิ้วมือที่ยกขึ้นมาปิดแบบไม่โดนหน้าตัวเองเพราะเดี๋ยวพิษเข้าสู่กระแสเลือด ผมพูดไม่ได้ก็เลยคุยกับมันทางสายตาแทน

'รู้ไหมว่าทำไมสาวน้อยถึงพูดกับแมลงสาบได้?'

"..." มือใช้ไม่ได้ผมเลยเอียงคอเป็นท่าทางประกอบ แม้แต่อ่านใจมันก็ทำได้ โคตรน่ากลัว ต้นไม้นี่น่ากลัวกว่าแมลงสาบพวกนั้นอีก

ถ้ามันสั่งแมลงสาบให้มาถล่มกำแพงทั้งสามของผมต้องทำได้แน่

นี่ผมเก็บตัวอะไรกลับมาเนี่ย? รู้งี้ให้คนอื่นไปก็จบละ แต่มันไม่ทันแล้วอะดิ

'ก็ลองคิดดูสิว่าทำไม คนต่างชาติ ฝรั่งมังค่า อินเดี้ยน อิปป้ง เกาเหลาหรือคนเราถึงหัดพูดหลายภาษา'

แม่มมีถามย้อนกลับแบบให้คิดเองชวนประเทืองปัญญา ทำไมต้นหญ้ามันฉลาดกว่าผมฟะ

'ก็เพราะพวกเราตั้งมั่นที่จะเข้าใจจิตใจของผู้คนไง มิใช่หรือ?'

แต่นั่นมันแมลงสาบ กับต้นไม้ คนก็ส่วนคนดิยังไงมันก็คุยกันข้ามสายพันธุ์ไม่ได้หรอกเฟ้ย!

'ทีนี้จะยกฉันต่อได้ยัง?'

เบือนหน้าหนีเพราะยังขนลุกอยู่ ภาพทัพทะเลแดงยังติดตาไม่หายแล้วคิดเหรอว่าอยากเข้าใกล้น่ะ

ผมพยักพเยิดบอกว่าเดี๋ยวกลับมา แต่ก็ไม่อยากจับอยู่ดีว่ะ

ร้านอยู่อีกใกล้เกินเอื้อมถึง ดังนั้นผมไม่ควรมายืนหัวโด่อยู่ตรงนี้

"อ้าวนึกว่าใคร คุณแจกันนี่เอง" เสียงใสๆ ดังอยู่ใกล้กว่าที่คิด พอผมหันไปทางขวาก็ถูกนิ้วจิ้มแก้มเข้าพอดิบพอดี

นี่แม่มเล่นมุกเก่านี่หว่า แถมหน้าหล่อนั่นยังยื่นมาใกล้จนแทบประชิด ด้วยความตกใจทำให้ผมเซไปข้างหลังจนอีกฝ่ายต้องคว้าเอวผมเข้าซะก่อน

"เป็นอะไรครับ? หรือว่าทำงานหนัก?" ฟรีเซียถามผมอีกครั้ง ผมก็ขมวดคิ้วตอบกลับแล้วขืนตัวออกมา ซึ่งเขาก็ยิ้มก่อนจะยอมปล่อยแต่โดยดี

"แล้วนายมาทำไรที่นี่?" ขมวดคิ้วจ้องกลับ

"ผมเป็นลูกค้า ก็ต้องมาซื้อดอกไม้น่ะสิ แต่เห็นคนแถวนั้นบอกคุณไม่อยู่ ก็เลยเดินผ่านมาเจอเข้าพอดี"

"มาเจอ?"

เจอฉากไหนเข้าให้ล่ะ ผมยังไม่อยากถูกถ่ายรูปอัพลงโซเชียลหรอกนะว่าเป็นไอ้หนุ่มนักสั่งแมลงสาบน่ะ

ดูเหมือนฟรีจะรู้ว่าผมหมายถึงอะไรเลยต่อประโยคให้

"ก็มาเจอตรงช่วงที่คุณทำหน้าซีดอยู่กลางถนนนั่นแหละ"

"อ้อ พอดีต้นไม้มันหนักฉันยกไม่ไหวน่ะ" ตรงนั้นนั่นเอง

"งั้นหรอกเหรอ" หนุ่มผมขาวมองกระถางต้นไม้บริสุทธิ์ที่แม่งไม่บริสุทธิ์สำหรับผมจนถูกปล่อยทิ้งไว้กลางถนน เขามองต้นไม้สลับกับจ้องมาที่ผมเล็กน้อย

"ถ้างั้นให้ผมช่วยดีมั้ย?"

พอถึงประโยคนี้ผมลอบยิ้มในใจทันที วะฮ่าๆ ติดเบ็ดแล้วเว้ย! เป็นไงล่ะแผนเด็ด

"เอาสิ นายยกไหวเหรอ มันหนักนา..." ผมแกล้งทำสำออยทั้งที่ตัวเองก็ยกได้ แต่เพราะมันถูกเผ่าแมลงสาบครอบงำไปแล้วไง ผมถึงไม่กล้าแตะมันอีกนอกจากต้องรอสวมถุงอนามัยซะก่อน

อย่าเข้าใจผิด หมายถึงถุงมืออนามัยต่างหาก

"แค่นี้สบายมาก"

ฟรีเซียที่อยู่ในชุดไปรเวทดูดีเดินไปหยิบกระถางต้นไม้ขึ้นมาถือไว้ราวกับว่ามันเบามาก ผู้คนที่อยู่แถวนั้นหน้าเสียไปนิดหน่อยที่เห็นหนุ่มหล่อยกต้นไม้ที่คลอดลูกเป็นแมลงสาบกลับบ้าน

ผมกลับหลังหันรีบเดินไปไขกุญแจเปิดประตูกระจกร้านทันที

"แต้งกิ้ว เดี๋ยวจะเลี้ยงไอติมตอบแทน"

ผมยิ้มแก้มปริ มีคนมาให้ใช้งานได้ตรงเวลาเหลือเกิน

ด้วยความซื่อจึงใช้งานง่าย สมแล้วที่ไร้เดียงสาเกินไป สมชื่อๆ

 

-------------


พอเปิดประตูร้านเข้าไป เสียงหัวเราะคล้ายประตูนรกแตกก็ดังขึ้นทันที

โฮะๆๆๆ โฮะๆๆๆ

โฮะๆๆๆๆ

เป็นห่านอะไรกันอีกวะครับ แค่เสนอหน้าเข้ามาถึงก็หัวเราะเป็นบ้าเป็นหลังแบบคนดูดกัญชามา หลอนเว้ย...

หรือไอ้พวกนี้มันเมากาว?

"วางไว้ตรงไหนดีครับ?"

"วางตรงนี้แหละ" ชี้ลงตรงหน้าประตู

ฟรีเซียทำตามอย่างว่าง่าย ผมเดินไปหยิบถุงมือหลังเคาน์เตอร์มาสวมแล้วเอาถุงใสครอบลงไปบนสาวน้อยจนมิดกระถางอีกที

เจ้าหนุ่มหัวขาวทำหน้างงไม่รู้ว่าผมจะทำอะไรกันแน่

'เดี๋ยวก่อนคุณทิมมี่ จะทำอะไร?' สาวน้อยถามเสียงสูงแต่ผมไม่สนใจตอบ

ถุงพลาสติกถูกเจาะรูด้านบนพอที่จะสอดเครื่องมือเข้าไปได้ ทำให้มีอากาศหายใจก่อนจะฉีดยาฆ่าแมลงลงไปเพื่อความแน่ใจว่าจะไม่มีแมลงสาบโผล่มาอีก

มันไม่ใช่ยาฆ่าแมลงจริงๆ ก็แค่ยาฆ่าแมลงจากพืชที่เจ้าของร้านทำเอาไว้เท่านั้นเอง ดังนั้นมันจึงไม่มีผลกระทบแน่นอน

เสียงแค่กๆ แบบคนสำลักดังออกมาจากสาวน้อยแต่ก็ไม่มีแมลงสาบอย่างที่คิด ทำให้ผมโล่งใจไปเปลาะหนึ่งว่าจะไม่มีสิ่งมีชีวิตจากอวกาศมาเพาะพันธุ์ที่นี่

'โฮะๆๆ ทิมมี่กลับมาแล้ว' ทิวบอกทั้งเสียงหัวเราะ

'มีเพื่อนใหม่ มีเพื่อนใหม่' ประสานด้วยยัยหนูต้อนรับผม

'วันนี้วิวดี' รักแร้ตอบกลับแบบที่ผมงงในประโยคนี้ว่ามันเป็นคำถามหรือบอกเล่ากันแน่

มีแค่ไส้เดือนกับหนอนชาเขียวเป็นเพื่อนก็เกินพอแล้ว วอลมาเรียกับวอลโรสพึ่งแตกไป ผมไม่อยากให้วอลฮาร์ทของตัวเองต้องแตกเพิ่มแบบไม่มีหมอช่วยเย็บเพราะแมลงสาบเป็นต้นเหตุ

หลังเห็นว่าปลอดภัยไม่มีทัพผาแดงมาป้วนเปี้ยนผมก็ยกมันไปวางไว้กลางโต๊ะกลมที่ใช้จัดดอกไม้สวนกลาง

"ลืมถามไปเลย นายจะเอาอะไร?" หันไปถามคุณหัวหงอกที่เดินตามมาไม่พูดอะไร

โฮะๆๆๆ โฮะๆๆๆ

แม่มเงียบๆ กันหน่อยได้มั้ยวะครับ คนจะทำมาหาเลี้ยงท้อง

"...เอา..คุณ...ได้มั้ย?"

"ห๊ะ!? ว่าไงนะ?" ผมหันขวับไปทางหัวขาวๆ แบบได้ยินไม่ชัด เขาทำหน้าแบบคนปวดท้องแล้วพูดอีกรอบ

"ผมพูดว่า 'เอาดอกไม้ที่คุณจัดได้มั้ยครับ' หมายถึงให้จัดมาแบบไหนก็ได้"

หูฟาดจริงๆ ด้วย เพราะเสียงหัวเราะโฮะๆๆๆ นรกแตกพวกนี้มันยังอยู่น่ะสิเลยทำให้เสียสมาธิ

"ถ้าไม่บอกว่าอยากได้แบบไหนก็ไม่รู้หรอก ไม่ว่าจะสี ความรู้สึกอยากให้ หรืออะไรก็ได้"

ผมหยิบถุงพลาสติกบนสาวน้อยขว้างลงขยะอย่างขยะแหยง ก่อนหยิบสายน้ำขึ้นมาฉีดกระถางพร้อมสวดคาถาในใจให้ความโสโครกจงหายไป

แล้วก็ตักต้นของมันไปวางพักไว้ที่หนึ่ง แม้แต่ดินก็เขี่ยทิ้งให้หมดเพราะมันเคยเป็นที่ซ่องสุมของโจรขืนใจมาก่อน

พวกแมลงสาบมักชอบขืนใจให้มนุษย์อย่างผมกลัวพวกมันอยู่ร่ำไป แม้จะแค่ได้มองอย่างเดียวก็ตาม แบบนี้ต้องกำจัดให้ไม่เหลือซาก

พอทำความสะอาดกระถางเสร็จ สิ่งต่อมาก็คือสาวน้อยที่เริ่มถูกผมทำความสะอาดแบบทุกซอกทุกมุม

'อย่านะคุณทิมมี่! อย่าขืนใจฉัน!'

แค่ล้างเชื้อโรคออกทำไมต้องทำเสียงเหมือนถูกข่มขื- ข่มเหงด้วยฟะ

พอผมฉีดไล่ความโสโครกเสร็จก็ใส่มันกลับไปดังเดิม

"ว่าไงคิดออกยัง?" ผมหันไปทางที่ลูกค้าหัวหงอกนั่งรอคิวอยู่ ดูเหมือนเขาจะคิดไม่ออก

"มันเป็นดอกไม้ที่จะเอาไปไว้ในออฟฟิศ คุณว่าควรใช้แบบไหนดี?"

"อะไรก็ได้ทั้งนั้นแหละ อย่างเช่นเจ้านั่น"

ชี้ไปทางคาร์เนชั่นสีเหลืองที่จำได้แม่นว่ามันมีความหมายอะไร

'ทิมมี่สมองกลวงจำข้าได้ด้วย!'

เสียงด่ามาแต่ไกลจนผมอยากบีบนวดขมับอย่างปวดเฮด และอยากจะลงเท้าเหยียบมันสักดอกเหลือเกินกับความปากหมาทั้งที่ไม่มีปาก

ทีเมื่อวานล่ะไม่กล้าปากหมาตอนเห็นหมาตัวจริงโผล่มา

'คุณทิมมี่ มนุษย์ผู้นี้หล่อจริงนะ หากคุณอยากอยู่อย่างสบายควรจับทำปั๋วซะ'

ผมหันขวับไปทางสาวน้อยที่คำพูดมันเริ่มไม่สาวแล้ว แต่แก่แดดโคตรๆ

หา!! จะบ้าเรอะ!!!



-----------------------------------------------------



Up : 06-09-2560

Up2 : 04-03-2561 (รีไรท์)


เจ้าชายแมวเหมียว

เจอแบบนี้ทุกวันแบบคุณทิมมี่คงปวดหัวน่าดู



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 185 ครั้ง

366 ความคิดเห็น

  1. #344 MitsukiCarto (@MitsukiCarto) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 22:05
    วันนี้แหละที่เห็นด้วยกับพวกดอกไม้555+
    #344
    0
  2. #264 RISAL (@pwangthiyxng) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มีนาคม 2561 / 00:41
    ดอกไม้พูดถูกใจเราก็วันนี้แหละ 555+
    #264
    0
  3. #243 S'NOOK (@nexo) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 31 ธันวาคม 2560 / 01:36
    กำลังจะบอกว่าสาวน้อยนี่ เรียบร้อยสุภาพที่สุดตั้งแต่อ่านมา พอเจอประโยคสุดท้ายก็คิดว่าสาวน้อย หนูเริ่มแก่แดดแล้วนะลูก
    #243
    0
  4. #182 niran14918 (@niran14918) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 / 17:58
    ฟรีเซียคือพระเอกใช่มะ
    #182
    0
  5. #144 SKYnotSKI (@61seconds) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 15:54
    ขำาาา 5555555
    #144
    0
  6. วันที่ 7 กันยายน 2560 / 02:10
    ขนลุกทั้งตัว หุ้ยยย เป็นเราวิ่งจิงๆนะ
    #26
    0
  7. #25 Parkjimin19 (@panjawanbunkam71) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 20:14
    โอ๊ยย ขนลุกจากแมลงสาบ
    #25
    0
  8. #24 Sara (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 19:46
    เคยเห็นภาพแมลงสาบพุ่งออกจากต้นไม้ประดับในร้านอาหารเหมือนกันค่ะ พออ่านแล้วนึกว่าออกเลยสยอง! ขนาดวันนั้นไปกินข้าวที่ร้านนึงกำลังอารมณ์ดีๆ อาหารก็อร่อย บรรยากาศดีไปหมด แต่ดันมีแมลงสาบตัวเล็กเดินมาเซฮาย น้ำแทบพุ่งออกจากปากเลย T^T เข้าใจหัวอกนิสนึง 555

    +1อีกแรง จับหนุ่มหล่อหัวหงอกทำปั๋วซะ!!
    #24
    0
  9. #23 chanjao_jaokha (@chanjao_jaokha) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 6 กันยายน 2560 / 17:35
    จับทำปั๋วซะะะ +1 ทิมมี่เอาเลยๆ // 5555555
    #23
    0