[E-book]Cupid Florist เชิญใช้บริการความสดครับผม! [Yaoi] (End)

ตอนที่ 4 : ดอกที่ 3 อย่าคิดว่า [ชดใช้] แล้วจะหายกันนะบอกไว้เลย [รีไรท์]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,172
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 177 ครั้ง
    22 ก.พ. 61



ดอกที่ 3 

อย่าคิดว่า [ชดใช้] แล้วจะหายกันนะบอกไว้เลย




         เพราะผมเป็นมนุษย์ที่ทั้งใจดีและขี้สงสาร ถึงได้รับกรรมเยอะกว่าใครเพื่อน

เป็นคนดียังไงล่ะ พวกคุณไม่เคยได้ยินเหรอว่าคนดีตายง่าย

และเมื่อเหตุวุ่นวายเกิดขึ้นที่ร้านโดยมีสองหมานรกสวรรค์ที่พากันแยกขึ้นลงแดนแบ่งอาณาเขตอย่างรวดเร็วเป็นต้นเหตุ ผมก็ต้องเลือกทางใดทางหนึ่งทันที 

โดยไม่รอช้า ผมทิ้งพวกดอกไม้นรกเพื่อเข้าไปปกป้องแจกันอภิมหาเรเนซองส์อย่างหน้าด้านๆ

อ้าว! ทิ้งเพื่อนกันเลยนี่หว่าไอ้มี่!’ พวกดอกไม้ร้องเสียงโหยหวน

เห็นแจกันดีกว่าเพื่อนไอ้หน้าแย้!’

ตัวไหนมันตะโกนออกมาว่า หน้าแย้วะ ออกจะหล่อไม่เหมือนจิ้งจกสักหน่อย

ผมได้แต่เบะปากทำหน้าล้อเลียนเหมือนคนเอ๋อๆ ใส่พวกดอกไม้ ก่อนทำสายตาตอบกลับไปประมาณว่า คนเรามันก็ต้องปกป้องตัวเองก่อนรึเปล่าว้า อันไหนดูแพงที่สุดก็ต้องเลิกทางนั้นก่อนดิ

ชีวิตดอกไม้สำคัญกว่าแจกันเฟ้ย! ไอ้หน้าหมี!’

อ้าว.. พูดงี้ได้ไง กระเพาะอาหารที่ร้องประท้วงอยู่ต่างหากล่ะที่สำคัญยิ่งกว่า การพูดคุยของผมกับดอกไม้เปรียบเสมือนถูกหยุดเวลาไปชั่วครู่ ผมเมินเจ้าหมาตัวที่วิ่งไปทางชั้นดอกไม้ที่วางรักแร้อยู่ แน่นอนว่ายัยนั่นโวยวายคล้ายคนกำลังจะคลอดลูกแต่เบ่งเท่าไหร่ก็ไม่ออก

ช้างๆๆๆๆ น้องเคยเห็นหมา! รึเปล่า! ออกไปนะช้าง!!’

ยังจะคาราโอเกะได้อีก แล้วนั่นมันหมาไม่ใช่ช้าง ผมไม่รู้จะทำยังไงเลยวิ่งตามเจ้าหมาสี่ขาที่ไวเหลือเกินไปทั่ว ไม่มีเวลาแม้แต่จะสนใจคุณลูกค้าที่ยังไม่ได้เข้ามาในร้านด้วยซ้ำ

ทิมมี่ๆๆ!’

ไอ้มี่มาช่วยเร็วๆ!’

โว้ย! อย่าเอาแต่ร้องดิ! พวกที่ปล่อยกลิ่นได้ก็ไล่มันไปเร็วเข้า ตะไคร้อ่ะ โหระพา แคทนิป อะไรก็ได้ช่วยๆ ตัวเองไปก่อนเด้!ผมตะโกนอย่างเหลืออดเนื่องด้วยไม่มีเวลาไปสนใจทางนั้นเลย

รับทราบ!’ พอเห็นผมโวยวายพวกทิวกับยัยหนูก็สติดีขึ้นมาบ้างเลยหันไปสั่งพวกพืชที่ปล่อยกลิ่นได้

ส่วนผมวิ่งไล่จับแมลงสาบตัวยักษ์ไปทั่วร้าน แต่ถ้ามันเป็นแมลงสาบจริงผมจะวิ่งหนีมันเป็นคนแรก เพราะถือว่ามันกลายพันธุ์ได้

หยุดนะเว้ยไอหมาเวร!” ผมวิ่งไปทั่วจนชนของนู่นนี่นั่นแทบทำไหล่ทรุด พวกดอกไม้มันไม่ร่วงใส่ผมหรอก แต่ผมนี่แหละที่เกือบร่วงใส่มันเพราะถูกหมาเวรเตะตัดขาจนเสียสมดุลแล้วเกือบทับแปลงดอกไม้เข้า

ห่านเป็ด...หมาแม่มเตะตัดขาคนตัวโตๆ ได้ โคตรกังฟูไดลิ้มยี่ มันมาผิดเรื่องรึเปล่าฟะ

ตัวผมลอยขึ้นหน้าแบบสโลว์โมชั่น เห็นแปลงดอกไม้ใกล้เข้ามาเรื่อยๆ ก็ต้องยันมือสองข้างไปที่พื้น โดนของตกแต่งขูดข้อมือไปถึงแขนอีกหนึ่งหย่อม ได้เอาเลือดเสียออกเพราะหมานรกสวรรค์เลยมั้ยล่ะ

กรี๊ดๆๆ อย่าทับลงมานะทิมมี่!’

ตัวใหญ่แบบนี้พวกเราแบนเป็นกล้วยทับแน่!’

ไม่เป็นกล้วยทับหรอก แค่เละเท่านั้นเอง

ทำไมมันไวแบบนี้ฟะ กินอาหารเสริมเป็นหนูแช่แข็งทุกวันหรือไงถึงได้หลบมุมเก่งแบบนี้

ผมวิ่งไล่ตามเจ้าโกลเด้นจนมันวิ่งเข้าไปในซอกหนึ่ง เหมือนมันสนุกมากแต่ทำผมหอบแฮ่ก มันคงกำลังคิดว่าผมเล่นกับมันอยู่

และแล้วมันก็วิ่งไปถึงที่วางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ของผมแล้วจ้องด้วยดวงตาใสแป๋วแบบหมาโง่ๆ มองอย่างสนใจ

เห็นแบบนั้นผมก็รีบใช้ความไวแบบมนุษย์เอื้อมมือเข้าไปคว้าทันที

อย่านะเว้ย! เกิดแกเอาขาหน้าสกปรกมาแตะแล้วเป็นรอยฉันก็ซวยสิ!”

ผมยกแจกันแล้วพยายามยืดตัวจนสุดเท่าที่ความสูงจะอำนวย โดยมีหมานรกยืนสองขาตะกุยตัวผมตามมาในการเป็นแกนนำทัพจัดการไส้ศึกอย่างพณ.ท่านคิวปิดทิมมี่แห่งร้านดอกไม้สยามประเทศ

โฮ่งๆ

ตุบ!

และแล้วการโจมตีดอกที่หนึ่งก็พุ่งเข้าใส่เป้าหมายเต็มแรงจนผมเกือบปล่อยมือให้แจกันร่วง

วอลมาเรียถูกทำลายลงเรียบร้อยแล้ว

หน้าผมเปลี่ยนสี น้องชายของผมกำลังส่งเสียงร้องประท้วงว่ามนุษย์ชาติกำลังจะศูนย์พันธุ์ด้วยหมาไททัน

ไม่ได้...ผมร้องบอกตัวเองในใจให้ทนไว้ก่อน เผื่อมันจะสงบลงบ้าง

เพราะถ้าผมเกิดล้มเลิกแผนป้องกันขึ้นมาตอนนี้ล่ะก็ วอลโรสที่อยู่เหนือหัวผมต้องแตกแน่ ถึงดอกไม้ที่ถืออยู่จะไม่ใช่กุหลาบก็เถอะ และหัวหน้ารีไวล์ก็ต้องเจอศึกหนัก เดี๋ยว...ผิดเรื่อง

ผมไม่มีมือให้เช็ดน้ำตาตัวเองหรือมือไปกันคุณน้องชายที่ถูกทำลายจากกลางลำตัว

จึงได้แต่บิดตัวหนีบขาสองข้างยกแขนขึ้นจนสุดเป็นรูปตัววีเพื่อป้องกันกำแพงที่กำลังจะแตกแล้วร้องโวยวายไปด้วยท่าทางอนาถสุดชีวิต

"อย่านะเว้ย! ไปไกลๆ เลยไอ้หมานรก!"

"โฮ่ง!" มันเห่ากลับเหมือนจะบอกว่า 'ตัวข้าคือขุนศึกไทไม่ทันที่มาจากดินแดนหมามาเลย์ ดังนั้นเมือโจมตีแล้วจึงไม่อาจถอยหลังได้อีก'

และเมื่อขุนศึกไทไม่ทันตัดสินใจได้ มันก็เดินถอยหลังแล้วกระโจนเข้าใส่ผมทันทีเพื่อไปให้ถึงวอลโรส

โอ้ มาย ก็อด!

ผมพูดไม่เป็นภาษาแล้วตอนที่วอลโรสกำลังจะแตก ตัวผมถอยหลังเพราะรับน้ำหนักหมาไททันไม่ไหวอีกต่อไป ก่อนจะถูกปลายเท้างามๆ เหยียบยอดหน้าซ้ำแล้วตะกุยวอลโรส(แจกัน)หลุดออกจากมือไปอย่างสวยงาม

มันเป็นภาพสโลว์โมชั่น แต่ผมไม่สามารถเอื้อมมือไปถึงได้

ไม่ทันแล้วทิวเอ่ยบอกคล้ายเห็นลางอนาคต

นี่คือโทษฐานที่ไม่ปกป้องดอกไม้ยัยหนูเอ่ยบอกเป็นสิ่งต่อมา

ช้างๆๆๆ!!’ ดูเหมือนรักแร้จะตื่นเต้นมากที่ถูกหมาพยายามปีนขึ้นชั้นมาเชยชมก็เลยร้องเพลงออกมาไม่หยุด

และทันใดนั้นเอง

และแล้วเสียงความล่มสลายของหน่วยสำรวจก็ได้พังทลายลงด้วยหมาไททันหนึ่งตัว

เพล้ง!

เฮือก!

เหมือนหัวใจผมถูกขว้างลงพื้นก่อนถูกกระโดดลงไปกระทืบซ้ำอย่างแรงด้วยพลังมหาศาลที่มองไม่เห็น ตัวผมทรุดฮวบลงพื้นข้างแจกันเลอค่าที่แตกละเอียดคาตีนหมาไปเรียบร้อย

โบร๋วววว!

หอนหาพ่อง...เหรอ...

หมาไททันหอนเสียงไม่เบาเหมือนเห็นผีก็ไม่ปานราวประกาศชัยชนะ ในขณะที่ผมต้องก้มหัวให้มันเพราะพ่ายแพ้อย่างหมดท่า ไอ้หมาเวรนรกส่งมาเกิด!

พอผมลุกขึ้นชันเข่าหันไปจ้องตาขวางมันดันทำหัวหดก่อนวิ่งหนีหัวซุกหัวซุนไปเหมือนถูกน้ำร้อนลวก

ความรู้สึกเสียใจของผมยังมีอยู่บ้าง ทว่าไม่เท่าซากหัวใจแตกละเอียดที่ยังถูกมันเหยียบซ้ำสอง เศษดินจากแจกันที่แม่มวิ่งหนียังกระเด็นใส่หน้าผมอยู่เลย ไอ้หมาเวร

แต่พอรู้ว่าต้องทำอะไรผมก็ไม่รอช้าที่จะเริ่มเก็บกวาดเศษของมันทีล่ะชิ้นอย่างคล่องแคล่ว

เอ่อคุณ...

เหมือนจะเป็นแบบนั้น แต่ผมนี่มือสั่นแผ่นดินสะเทือนเชียว ฟันกระทบกึกๆ ราวกับพึ่งถูกลักพาตัวเข้าไปแช่ในห้องเย็นมาก็ไม่ปาน หน้าเริ่มซีดแบบโบ๊ะแป้งสิบชั้น ภายในสมองขี้เลื่อยเริ่มคิดว่าจะทำยังไงต่อกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมต้องชดใช้ค่าเสียหายเพื่อสองพันที่ได้มั้ย แม่เจ้า...แจกันนี่มันน่าจะแพงกว่าสองพันสักอีกร้อยเท่า

เป็นอะไรหรือเปล่าครับ?”

ใช่แล้ว ชดใช้ไง!

ผมลุกขึ้นยืนทันทีที่เก็บชิ้นส่วนแจกันเสร็จ พร้อมอุ้มต้นไม้สีขาวนวลที่อยู่ในมือมาด้วยก่อนหันไปข้างหลัง

ใช่! คุณต้องชดใช้ที่ทำของเสียหายเข้าใจมั้ย!” ผมหันไปตะโกนออกสุดเสียงเหมือนลำโพงแตกด้วยความเดือดดาลเวลาถูกแย่งของกิน

ถึงลูกค้าจะเป็นพระเจ้า แต่ถ้าผมโกรธขึ้นมาอย่าหาว่าคิวปิดทิมมี่คนนี้ไม่เตือนนะขอบอก

คุณผู้ชายที่ผมเพิ่งจะทำภาพเบลอๆ กลับมาให้เห็นชัดเจน ทำให้ผมตาโตอ้าปากค้างแทบรังนกแตกบนความอึ้งทึ่ง โอ้พระเจ้า...

พระเจ้าจ็อตโต้ ทำไมมันหล่อไม่เหมือนมนุษย์มนาเยี่ยงนี้ หรือเพราะผมอยู่กับพวกพืชนรกมานานเลยเห็นผักเป็นคนหล่อได้ และ...หมอนี่โคตรสูงจนผมต้องเงยคอ

ทว่าผมสีขาวเงินดุจงาช้างนั่นมันอะไร แถมยังแววตาสีม่วงน่าค้นหาในอินสตราแกรมนั่นอีก มันทำให้ผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังตกหลุมรักดอกไม้ดอกหนึ่ง(ไม่ใช่ผู้ชายหรอกเรอะ!)

เอ่อ...คือ...

เหมือนคุณลูกค้าจะไปไม่ถูกที่ผมทำปากพะงาบใส่เขาคล้ายปลาคาร์ฟต้องการขออาหาร

ส่วนผมต้องกลับหันหลัง เปลี่ยนใบหน้าตัวเองซะใหม่เป็นรอยยิ้มบริการแล้วหันไปอีกครั้ง

แม้หล่อกว่าเมียนม่าแค่ไหนนั่นก็ไม่ใช่เรื่องที่ต้องสงสาร ชดใช้ก็คือชดใช้!

แต่ก่อนอื่นผมเดินไปยังมุมร้านเพื่อเอาแจกันเก่าๆ มาประดับแทน แล้วเดินไปใส่ดินใส่ปุ๋ยกลับไปเหมือนเดิมแล้วรดน้ำให้ดอกไม้สีขาวในอุ้งมือก่อนที่มันจะตาย เห็นมั้ย โคตรคนดี

ส่วนซากเก่าก็เก็บใส่ถุงไว้คงต่อไม่ติดแล้ว ในเมื่อแหลกละเอียดขนาดนั้น

รีบเก็บเชียวนะ กลัวเสียเงินชดใช้ล่ะสิไม่ว่าอีพวกนี้มันรู้ทันวุ้ย

คุณต้องชดใช้ค่าเสียหาย รู้มั้ยว่าแจกันอันนั้นมันราคาเท่าไหร่ ผมพึ่งจะรับฝากมาเองแท้ๆ แต่เป็นเพราะหมาของคุณนั่นแหละที่ทำให้มันแตก!” ผมไม่สนใจไอ้ใบหน้าไร้เดียงสาสาวน้อยลิงหลงนั่นหรอก

เจ้าหมาสองตัวที่ตามเจ้านายของตัวเองมานั่งหลับตาทำสมาธิอยู่ข้างๆ เพื่อสงบสติอารมณ์ความซนแทบทำร้านพินาศ และแน่นอนว่าผมต้องทำหน้าบึ้งใส่มันเหมือนคนถูกแย่งสามีไป

ต้องชดใช้อยู่แล้วครับคุณลูกค้ายิ้มหวานส่งมาให้

ตอนนี้ผมคงหน้าหงิกมากจนลูกค้าทำเสียงเศร้า เรอะ...แต่หน้านั่นไม่ใช่นะ และมันก็ทำผมคิ้วกระตุกด้วย

คุณไม่มีปัญญาชดใช้หรอก!”

ใช่เลย! ชดใช้ๆ!’ พวกต้องไม้เริ่มส่งเสียงประท้วงตามผม

ชดใช้มาเลย! โดยการมาเป็นเมียทิมมี่ซะ!’ ทิวตะโกนก้อง

พร่อม! ผิดประเด็นแล้วเฟ้ย!

หรือไม่ก็ให้ทิมมี่เป็นผัวเอ็งซะ!’

ใช่เหรอ? มันต้องมาเป็นผัวให้ทิมมี่ไม่ใช่เหรอ ใช่มะ? ชดใช้นี่ต้องทำแบบนั้นถึงจะถูก เคยเห็นในละคร

ละครช่องไหนวะครับ! กระผมจะได้ไปพังทิ้ง!

ผมกำหมัดแน่นพลางส่งสายตาอาฆาตไปทางพวกดอกผีว่า ถ้ายังไม่หุบปากได้เจอดีแน่ถึงหยุดกันหมด

รู้มั้ยว่าแจกันนั่นมันราคาเท่าไหร่ อาจจะหลักแสนเลยนะนั่นตวัดสายตากลับไปจ้องอย่างเอาเรื่อง ตบโต๊ะดังบึงแต่เจ็บมือแทน

เอ่อ...คนหัวหงอกทำหน้านึกรู้สึกจะแค่ประมาณสิบล้านน่ะ

ว่าไงนะ! สิบล้าน!!!”

แบบนี้มันเรียก แค่เหรอวะ! เงินนั่นผมใช้ได้จนแก่หนังเหี่ยวเลยนะเว้ย!

ผมตาโต ลุกขึ้นยืนทันทีจนแทบหงายหลังตกเก้าอี้ แต่ก็ต้องแอ่นตัวกลับขึ้นมาก่อนจะทับพวกสาวๆ ที่อยู่ข้างหลัง รอบตัวผมมีแต่ศัตรูที่มันไม่ควรเข้าใกล้ เพราะถ้าพวกเธอตายคามือผมขึ้นมามันจะยุ่ง

โห... สิบล้าน ขายตูดยังเอาไม่อยู่เลยนะนั่น น่าสงสารทิมมี่

บอกแล้วไงต้องตกถังข้าวสารถึงจะรวย จับพวกแก่ๆ แบบในละครทำผัวยัยหนูแก่แดดเหลือเกิน

เอ้อใช่ เป็นความคิดที่ดี แม้แต่ช้างยังไม่เอา เพราะงั้นตอนนี้เป็นโอกาสหนึ่งในล้านเปอเซ็นที่ไม่ได้หาง่าย

ดีของพวกเอ็งสิ... เลิกพูดอะไรที่เด็กจะเสียหายได้มั้ย

เด็กอย่างผมเนี่ยแหละจะเสียหายที่ฟังพวกมันคุยกันเหมือนป้าแก่ๆ ในตลาด ราวกับถูกชี้หน้าแล้วพูดว่า เมื่อไหร่มึงจะแต่งงานซะที!’

ผมรู้สึกได้ว่าเริ่มเหงื่อตกจากจำนวนเงินที่ได้ยิน

สิบล้านนี่ผมต้องทำงานขายดอกไม้กี่ปีถึงจะได้วะครับ นับเลขในใจแทบไม่หมดก็ต้องสะบัดหน้าเหมือนเวลาถูกสาดน้ำ บางทีถึงผมกลายเป็นคุณปู่หรือถูกรถชนขาเดี้ยงจนได้เงินประกันก็ยังไม่ถึงสิบล้านด้วยซ้ำพูดเลย

ไม่จริงหรอกน่าโกหกชัดๆ แจกันราคาแพงมันมีแค่ในละครเท่านั้นแหละ อย่าหลอกซะให้ยาก แล้วนายรู้ได้ไงผมถามไอ้หัวขาวตรงหน้าที่เริ่มไม่หล่อสำหรับตัวเองแล้ว

ที่จริงคุณต้องชดใช้ไม่ใช่เหรอครับ ในเมื่อมันอยู่ในการดูแลของคุณไอ้ท่าเลิกคิ้วนั่นมันทำผมประสาทจะแตก

เฮ้ย! พูดแมวๆ แบบนี้ได้ไง มันอยู่ในการดูแลของฉัน แต่คนที่เอาหมาเข้ามาในร้านและทำมันพังก็คือนายต่างหาก!”

ผมชี้หน้าด่าเลย ไม่โชว์นิ้วกลางก็บุญแค่ไหนแล้ว มาปัดความรับผิดชอบกันหน้าด้านๆ ได้ไง

ผมเป็นคนครับไม่ใช่แมว พูดภาษาแมวไม่ได้หรอกอีกฝ่ายกระตุกยิ้มมุมปากแบบทำผมอยากหาขี้ดินแถวนี้มาอุดหน้าให้เสียหล่อ

“…” ไอ้นี่มันกวนส้นเท้าชะมัด ทั้งที่หน้าหล่อแต่ปากแบบนี้เหรอหะ

ที่จริงผมแค่จะมารับแจกันดอกไม้นั่นคืนตามที่แม่ผมบอก

เจ้านั่นหยิบนามบัตรแนบรูปดอกไม้ในแจกันเหมือนที่คุณเลขาคนนั้นเอามาฝากไม่มีผิดแล้วเก็บเข้าเหมือนเดิม

แต่มันแตกแล้วเนี่ยสิ ทำไงดีอเล็กซ์ อลิซาเบธ?” เจ้าหน้าหล่อหันไปถามหมาสองตัวที่เหลือ มันส่ายหน้าโง่ๆ แล้วจ้องมาทางผมเป็นตาเดียว

ไปถามหมาหน้าโง่แล้วมันจะตอบได้เหรอวะครับ แถมชื่อแม่มโคตรหมาไฮโซ

เค้าบอกให้คุณชดใช้น่ะนี่มันไปฟังภาษาหมาออกตอนไหน หรือแม่มสปีชีส์เดียวกัน?

ใช่แน่ๆ ไอ้จ็อตโต้นี่มันต้องเกิดเป็นหมามาก่อนเมื่อชาติที่แล้ว

สรุปมันมารับแจกัน แต่โบ้ยกันแบบนี้อ่ะนะ? คุณเลขาเป็นแม่มันไง? ไม่น่าจะใช่ ผมว่าน่าจะมีความเกี่ยวข้องกันมากกว่า

ตามกฎแล้วคนที่ควรชดใช้มันต้องเป็นนายต่างหากอย่ามาเปลี่ยนเรื่อง!” ผมถลึงตาใส่ลูกค้าไม่ได้เรื่องตรงหน้าแบบอยากจะกระโดดกัดหูสักข้างแล้วเอาไปประดับห้อง

ทีหลังถ้าจะรับฝากของใครผมจะไม่หวังแก่เงินอีกแล้ว

ผมไม่ได้ชื่อนายนะ ฟรีเซียต่างหาก

ว่าแล้วอีกฝ่ายก็หัวเราะก่อนจะลูบหัวเจ้าหมาสองตัวที่ทำท่าหัวหดเป็นดอกเห็ดเวลาเห็นผมมีองค์(นางไม้)ลง ไม่เป็นเทวทูตแล้วเว้ย วันนี้ตูจะเป็นมาร! หิวก็หิว!

อย่ามาหัวเราะมันเสียเวลาฉัน! ตกลงจะเอาไงก็ว่ามา!” ตบโต๊ะเรียกร้องความสนใจอีกรอบแต่เบาเสียงลงเพราะกลัวเจ็บมือ

อย่าโกรธแบบนั้นสิครับ ผมแค่ล้อเล่นน่ะ เรื่องค่าแจกันช่างมันเถอะ ถึงยังไงผมก็เป็นคนพังมันเอง ส่วนสำคัญคือดอกไม้ต่างหาก เห็นคุณทำท่าทะนุถนอมดูแลมันดีขนาดนั้นผมก็มีความสุข

ทำไมต้องมีความสุขขนาดนั้นก็แค่ดอกไม้ปะขึ้นเสียงขมวดคิ้วไม่สบอารมณ์

เพราะดอกไม้นั่นมีชื่อเดียวกับผม

ว่าไงนะ...ผมมองดอกไม้สีขาวถูกห่ออย่างประณีตที่พึ่งทำเสร็จด้วยสายตาไม่เชื่อ

ฟรีเซียคือชื่อดอกไม้หรอกเหรอ ครั้งแรกที่ได้ยินก็นึกว่าชื่อฝรั่งที่ไหนซะอีก หน้าก็ขาวผมก็หงอกเหมือนชาวต่างชาติ

คุณไม่รู้เหรอครับ ทั้งที่เป็นถึงพนักงานร้านดอกไม้แท้ๆ ทำหน้าแบบนั้นเอียงคอถามด้วยหน้าซื่อๆ

เหอะ! อย่างฉันเนี่ยนะไม่รู้ รู้ทุกสิ่งที่อยู่ที่นี่นั่นแหละจะบอกให้ ถามอะไรก็ตอบได้หมดกอดอกเชิดหน้าไปทางอื่นอย่างหงุดหงิดที่โดนดูถูก เจ้าฟรียังคงรอยยิ้มไม่เปลี่ยนแปลง ฟันนั่นมันขาวมากจนผมไม่รู้ว่าเขาเอาอะไรมาแปรง

สงสัยจะใช้ผงซักฟอกบ่อย ขาวสะอาดเชียว แล้วหัวนั่นล่ะ? ใช้น้ำยาปรับผ้านุ่มหรือเอาไฮเตอร์ราด?

เอ๋ งั้นเหรอครับ ถ้างั้นดอกไม้นั่นชื่ออะไร?” มือขาวๆ ชี้ไปยังทิศหนึ่งในร้าน ผมหรี่ตามองไปตามนิ้วแล้วก็ต้องเอ๋อแดก เพราะมันไม่มีเสียงดอกไม้ต้นไหนบอกผมเลยน่ะสิ

ผมเลยส่งสายตาไปทางรักแร้ที่อยู่ใกล้สุด และหล่อนก็ตอบมาว่า

ไม่ๆ ช้างไม่ยอมช่วยไล่หมา ดังนั้นครั้งนี้จะไม่ช่วยตอบ

ใครเป็นช้างฟะบอกหน่อย ตรูชื่อทิมมี่เฟ้ย ยัยนี่ท่าจะงอนยาวเพราะผมไม่ยอมช่วยเมื่อกี้

ใช่ๆ ทิมหมีนิสัยไม่ดี เห็นแจกันดีกว่าเพื่อน

ชื่อทิมมี่เฟ้ย! ก็นั่นมันเงินนี่หว่า แล้วผมจะไปห่วงชีวิตพวกเธอทำม๊าย ไม่เข้าใจมนุษย์กินเงินเดือนกันบ้างเลยไอ้พวกนี้

ทำไมเงียบล่ะครับ ตอบไม่ได้เหรอ? ไหนบอกว่าตอบได้ทุกอย่างไงหมอนั่นเอียงคอทำสายตาคุกคามจนผมไม่กล้าไปต่อ แต่เหงื่อตกในใจซิกไปเรียบร้อย

ตอบได้ดิก็รักแร้- เอ้ย! รักเร่ไง สีแดงๆ นั่นใช่มั้ย?” ผมชี้ไปทางเดียวกันแล้วก็ได้แต่แถสดไปมั่วๆ เพราะจำได้แค่ชื่อดอกไม้ที่มักจะคุยด้วยบ่อยจนมีฉายาประจำตัวขึ้นมา

ไม่ใช่ครับ ผมหมายถึงอันข้างๆ ต่างหาก

ทิมมี่นี่ทึ่มจริงๆทิวหัวเราะ

แถมยังความจำสั้นยิ่งกว่าฟายอีก

จะบอกว่าควายมันความจำดีกว่าคนหรือไง พวกนี้แม่มหรอกด่า ก็ด่าตรงๆ นี่หว่า

น่าสงสาร ช้างยังฉลาดกว่า

ไม่ต้องการให้ดอกไม้มาสงสารหรอกเว้ย! รุมด่ากันเข้าไปเถอะ!

ไม่รู้ ฉัน...เอาเป็นว่าเมื่อไหร่นายจะกลับไปสักทีหะ! ฉันจะปิดร้านไปหาข้าวกินแล้ว หิวจะแย่!” ผมเปลี่ยนเรื่องเพื่อไม่ให้ถูกเสือหัวหงอกต้อนเข้ารังแกะ

งั้นเหรอครับฟรีเซียหัวเราะเหมือนชอบใจอะไรบางอย่าง ขำอะไรของมันก็ไม่รู้ ถ้างั้นผมจะเอาแจกันที่คุณอุตส่าห์เลือกให้กลับไปก่อน ไว้จะมาใหม่ เจ้าฟรีแบกแจกันเก่าๆ ที่ผมพึ่งเอาไปใส่แทนอันที่พังไป ส่วนอีกมือหิ้วถุงใส่ซากแจกันที่แตก

ไม่ต้องโผล่มาอีกเลยยิ่งดี! เอาหมาหน้าโง่สองตัวนั้นกลับไปด้วย!” ชี้นิ้วใส่หมาน่าโง่สองตัวที่ลิ้นเริ่มห้อย

มันชื่ออเล็กซ์ กับอลิซาเบธต่างหากล่ะครับ

แค่ชื่อหมายังตั้งดีกว่าชื่อผมซะอีก เป็นเจ้าหญิงเจ้าชายหรือไงฟะ

ผมส่งสายตาขวางๆ ไปทางประตูร้านที่ถูกปิดลง เจ้าหัวหงอกเดินไปถึงรถแล้วโบกมือให้ผมโดยมีหมาสองตัวเลียกระจกอีกต่างหาก

มันเพิ่มงานให้ผมต้องไปทำความสะอาดอีกแล้ว และแล้วไม่นานรถเฟอร์รารี่สีขาวก็มุ่งออกไปตามถนน

สมกับเป็นฟรีเซียเลยเนอะทิวเอ่ยขึ้นในบรรยากาศเงียบสงบราวกับป่าช้า ปกติร้านของผมเหมือนร้านคาราโอเกะ ไม่ก็ร้านขายสัตว์เลี้ยงมากกว่า หรืออาจจะเป็นร้านผีสิง...

ใช่ๆยัยหนูเอ่ยอย่างเห็นด้วย ใครพูดอะไรมันก็เสริมตลอดนั่นแหละ เป็นดอกไม้สองหัว

หมายความว่าไง? พวกเธอยอมคุยกับฉันแล้วเหรอหะ ทีแบบนี้ทำเป็นเมาท์กันสนุกปากผมย่นคิ้วแบบคนไม่สนุกด้วยเลยสักนิด

เกือบต้องจ่ายสิบล้านหนี้กินหัวแล้วมั้ยเล่า แถมยังเกือบหน้าแหกหมอไม่รับเย็บอีกต่างหากที่พวกมันไม่ยอมช่วยผมในสถานการณ์ย่ำแย่

ภาษาดอกไม้ของฟรีเซียคือรักเธอตราบชั่วดินฟ้า การให้อภัย ลบความบาดหมาง ความไร้เดียงสาและยังหมายถึง ความน่าเอ็นดู คาแร็กเตอร์ของเขาก็ตรงกับชื่อดีนี่นา

ตรงกับชื่อตรงไหนมิทราบ?”

ใช่ๆ นอกจากน่ารักน่าเอ็นดูแถมยังหล่อด้วย

ตัวสูงจะเท่าประตูทางเข้าแบบนั้นอ่ะนะน่ารัก

เออๆ ส่งเสริมกันเข้าไป ทั้งที่เจ้านั่นเป็นคนเข้ามายุ่งวุ่นวายแท้ๆ เข้าร้านดอกไม้ใครเข้าให้เอาหมาเข้ามาด้วยฟะ ดูดิ๊เละไปหมด

งานเก็บกวาดมันเป็นของผมอยู่แล้ว ซากความเละเทะจากเจ้าหมานรกสองตัวยังอยู่ แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากถอนหายใจ รู้งี้ด่าอีกยกให้หน้าเสียก่อนมันกลับก็คงดี

ความเจ็บที่วอลมาเรียพังยังไม่ได้เอาคืนเลยนะเฟ้ย...

มากับความวุ่นวาย แล้วก็จากไปกับสายลม

ซึ่งดูเหมือนลางสังหรณ์ของผมจะแม่นเหลือเกิน ที่รู้ว่าในเวลาต่อมาเรื่องวุ่นวายในชีวิตก็ไม่ได้จบลงแค่นี้

นั่นก็เป็นเพราะตั้งแต่วันที่ฟังเสียงของ พวกมันรู้เรื่องนั่นแหละ

 


-----------------------------------


Up : 04-09-2560

Up2 : 07-09-2560 (แก้ชื่อเล็กน้อย)

Up3 : 22-02-2561(รีไรท์)


เจ้าชายแมวเหมียว

พายุลูกเล็กพัดไปแล้ว แต่น่าจะเรียกมรสุมหรือคลื่นกระแทกมากกว่า หนุ่มหล่อ แม่รวย? พร้อมรถกับหมา(ลูก) สองตัวแบบนี้ เป็นสาวที่ไหนก็เอาทั้งนั้น ส่วนนิสัยก็อีกเรื่อง แล้วคุณทิมมี่ล่ะ อยากรับมั้ย?

ทิมมี่ : ไม่ต้องถามก็อยากเฟ้ย! เอ้ย! ไม่อยาก!!!!

ปล.คำผิดในตอนก่อนๆแก้เรียบร้อยแล้วคร้าบ ต่อจากนี้ก็อาจจะมีผิดอีกบ้าง แต่จะพยายามให้น้อยที่สุด ขอบคุณครับ



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 177 ครั้ง

366 ความคิดเห็น

  1. #342 MitsukiCarto (@MitsukiCarto) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 มิถุนายน 2562 / 21:37
    ว่าที่ผัวสินะ เหมือนน้ำกับไฟกันเลยเนอะ555+
    #342
    0
  2. #317 peace_in_apple (@peace_in_apple) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 00:17
    อ่านแล้วตลกมากชอบๆ
    #317
    0
  3. #289 whatthecaty (@sossosbaba) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 พฤษภาคม 2561 / 20:14
    ตอนแจกันแตก นี่น้ำตาไหลตาม  โฮ่ย ฟรีเซียก็กวนโอ้ยมากก😑😟
    #289
    0
  4. #214 บุตรแห่งลม (@pich-got7) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 8 ธันวาคม 2560 / 10:53
    บอกเลยว่าคนนี้ไม่ถูกใจ
    #214
    0
  5. #181 kak-san (@kak-san) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2560 / 10:41
    #181
    0
  6. #13 Sara (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กันยายน 2560 / 20:39
    ดอกไม้นี่กวนทีนตลอดเลย ฮ่าๆๆ
    #13
    0