[E-book]Cupid Florist เชิญใช้บริการความสดครับผม! [Yaoi] (End)

ตอนที่ 14 : ดอกที่ 12 [วาเลนตินัส] คืออะไร อยากรู้ลองถามอากู๋ดูแล้วกัน [รีไรท์]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,275
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 107 ครั้ง
    16 พ.ค. 61


ดอกที่ 12 

[วาเลนตินัส] คืออะไร อยากรู้ลองถามอากู๋ดูแล้วกัน

 



St.Valentine (เซนต์วาเลนไทน์) ในภาษาลาตินคือ วาเลนตินัส ซึ่งเป็นชื่อแห่งความทุกข์ทรมานต่างๆ นาๆ ของ นักบุญในกรุงโรมเก่าแก่ท่านหนึ่ง ชื่อวาเลนไทน์

อืม...ฟังดูมีสาระอีกแล้วสิ

ถ้าถามว่าวันวาเลนไทน์คืออะไรผมไม่รู้หรอก เค้าว่ากันว่าเป็นวันรำลึกถึงนักบุญคนหนึ่ง แต่ผมรู้แค่ว่านอกจากเป็นวันที่ผู้ชายจะส่งดอกกุหลาบสีแดงหรือหลากสีให้คุณผู้หญิงซึ่งนั่นก็คือคนที่ตัวเองชอบ

และผู้หญิงจะซื้อช็อกโกแลต หรือทำช็อกโกแลตให้ผู้ชายที่ตัวเองชอบ

ธรรมเนียมมันก็ประมาณนี้ล่ะมั้ง แต่สำหรับประเทศไทยสยามผมไม่รู้ว่าเค้าทำยังไงกันบ้าง ที่รู้ๆ ผมไม่ว่างเพราะต้องขายดอกไม้ทั้งวัน แต่ส่วนมากมันก็ยุ่งแค่ช่วงเช้าเท่านั้นแหละ

ผมเดินออกจากบ้านด้วยสภาพห่อเหี่ยวคล้ายซากอ้อยโดนช้างเหยียบซ้ำอีกทีหนึ่ง

ก้าวเดินเรื่อยๆ เพื่อไปให้ถึงที่ทำงานของตัวเอง ข้าวเช้ายังไม่ได้กิน เพราะแดกอะไรไม่ลง

คงไม่ต้องถามหรอกเนอะว่าสาเหตุมาจากอะไร ก็ทัพผาดำไง แม่มยังทำผมเหี้ยนไม่หาย

แล้วพวกดอกหญ้าต้นไม้ในร้านมันไปเอาข้อมูลมาจากไหนวะ ว่าบ้านผมอยู่ไหน?

คิดว่าตอนที่ผมไม่รู้ สาวน้อยต้องให้ข้ารับใช้ของเธอสะกดรอยตามมาแน่ๆ

อืม...มันเป็นไปได้อยู่ ในขณะที่มนุษย์โง่ๆ แบบผมไม่รู้ตัว ใครจะรู้ล่ะว่าแม่มมีกองทัพแมลงสาบคอยแอบตามมาอารักขาห่างๆ หรือเปล่า

ว่าแล้วก็หันซ้ายหันขวามองไปรอบตัว

แต่ดูเหมือนผมจะคิดไปเอง

พวกพืชมันคงไม่วิวัฒนาการไวปานนั้นหรอกเนอะ ที่จริงออกคำสั่งกับแมลงสาบและแมวได้แม่มก็โคตรวิบัติแล้วแหละ คิดแล้วก็ขนลุก...

ผมเดินเข้าสู่ย่านร้านค้าตลาดมอลล์ซันไลท์ ด้วยความที่บ้านอยู่ใกล้แถวนี้ ทำให้การเดินไปทำงานและไปมหาลัย ไม่ได้แย่สำหรับผม แต่สำหรับคนอื่นพวกเขาอาจต้องนั่งรถเมล์หลายต่อก็เป็นได้

กริ๊ง กริ๊ง

เสียงนั่นไม่ได้มีลูกค้าเข้าร้าน แต่เป็นคุณลุงคนหนึ่งกำลังเดินผ่านหน้าผมไปพร้อมกับรถขายไอติมต่างหาก

เห็นแบบนั้นผมก็รีบเลี้ยวตามสิครับ

ลุงครับ ขอนมข้นเยอะๆ ใส่ข้าวเหนียว ใส่ขนมปัง กับไอติมช็อกโกแลต เท่าไหร่ครับ?”

เอ๊ะๆ อะไรแปลกหว่า? ลุงถึงมองหน้าผมแบบนั้น

ที่จริงต้องพูดว่า ขอขนมปังใส่ไอติมช็อกโกแลตกับข้าวเหนียวและนมข้น และสิบบาทไอหนู

ไม่ใช่หนูนะครับลุง ทิมมี่ต่างหาก

ลุงว่าแบบนั้นก่อนจะหยิบขนมปังจากถุงใส หั่นครึ่งโดยใช้มีดโบราณแล้วก้มลงไปตักไอติมในถังสแตนเลสสีเงินเงาวับสะท้อนแดดเข้าเบ้าตา บางทีราคามันก็ถูกเกินไปแต่สามารถทำให้อิ่มท้องได้อย่างดี

ผมล้วงเงินสิบบาทส่งให้คุณลุงอย่างยื่นหมูยื่นแมว เสร็จแล้วไอติมนมข้นช็อกโกแลตของคุณลุงก็เข้ามาอยู่ในกำมือผมเรียบร้อย

ว้าว ข้าวเช้าน่ากินเป็นบ้าที่จริงมีคนบอกว่าห้ามกินไอติมก่อนข้าวนะครับ เด็กดีอย่าทำตาม แต่ผมขอหม่ำก่อน

พูดกับตัวเองพร้อมหัวเราะหึหึ มองไอเทมให้ความเย็นด้วยสายตาเป็นประกายตอนที่คุณลุงเดินจากไปแล้ว ขืนขำอยู่หน้าร้านเดี๋ยวคนแถวนี้หาว่าเป็นบ้าพอดี

ผมจ้องมันอยู่พักหนึ่งในขณะที่กำลังเดินไปที่ร้านดอกผี ก่อนจะยกขึ้นมาแล้วเอาช้อนตักไอติมแสนหวานเข้าปาก

แผละ!

เสียงไม่พึ่งประสงค์ทำให้ผมที่พึ่งจะกินไอติมไปได้คำเดียวก้มลงไปมองขนมปังไอติมที่ตัวเองถืออยู่

และแล้วมันก็เกิดขึ้น...

เดี๋ยวๆๆๆ ไอ้ก้อนขาวๆ ที่แปะอยู่บนไอติมนี่อะไรฟะ?

นมข้น? ไม่น่าใช่... มันเป็นก้อน ไม่ใช่ของเหลว

ผมจ้องมันอย่างไม่เชื่อสายตาเหมือนกับเห็นแมลงสาบกระโดดขึ้นมาแผ่สยายร่างบนไอติมราวทับก้อนหิมะ ทว่ามันไม่ใช่

พอแหงนหน้ามองขึ้นไปข้างก็เห็นบางสิ่งเข้า

มันคือสายไฟฟ้านั่นเอง และบนนั้นได้มีสิ่งมีชีวิตสายพันธุ์ปีกยืนเจียระไนขนอยู่สองสามตัว

เหมือนผมจะเคยเห็นหน้าพวกมันมาก่อน ต้องเป็นนกเอี้ยงที่ผมเคยเจอแถวบ้านที่ไปรับสาวน้อยมาแน่ๆ

และสิ่งที่มันทำกับผมก็คือ แม่มหย่อนอี้ลงมาได้ตรงจุดมาก

แบบนี้เรียกว่าอะไรเหรอครับคุณปีเตอร์?

กำลังจะกินไอติม

แล้วนกมาขี้ใส่ไอติมหลังจากที่กินไปได้หนึ่งคำ

แม่มเล็งได้ตรงเป้าชิหาย ผมเงยหน้าขึ้นไปจ้องมันแบบอยากหักคอนกเอี้ยงเต็มที่ มันก็จ้องลงมาเหมือนผมไปฆ่าพ่อล้อแม่มันเช่นกัน

ผมไปทำอะไรให้แม่มวะ? ได้ข่าวยังไม่เคยคุยกันด้วยซ้ำ เพราะผมคุยภาษามันไม่ได้ แต่เหมือนมันจะบอกทางสายตาว่า

เห็นคนมีความสุขแล้วอยากทำลายทิ้ง

อิห่านเป็ด

แต่ก็ยังดีแหละที่ไม่หล่นใส่หัว คิดว่าฟาดเคราะห์ละกัน

ผมได้แต่คิดด้านบวกเพื่อไม่ให้อารมณ์ในการทำงานภาคเช้าต้องกร่อยไปมากกว่านี้ เมื่อเช้าแม่มก็โดนปลุกด้วยสุดยอดความสยองจากกองทัพผาดำ หนอนชาเขียวและหนอนแดง ตอนนี้แม่มยังโดนนกเอี้ยงขี้ใส่อีก ห่าน...

วันนี้มันวาเลนตินัสของตูข้าชัดๆ

จะกินติมยังไม่ได้แดก

ขนาดมีลัคกี้ไอเทมห้อยอยู่ที่คอยังไม่ได้ช่วยห่านอะไรเลย

ผมได้แต่หันซ้ายหันขวาแล้วเดินคอตกไปทางถังขยะแบบไม่มีใครช่วยได้ และก่อนที่จะได้ทิ้งลงไป สายตาอันโคตรจะดีมาตั้งแต่เช้าของผมก็เห็นบางสิ่งเข้าซะก่อน

มันเป็นก้อนสีดำๆ พร้อมหนวดดุ๊กดิกสองเส้นที่จงใจโผล่หัวออกมาให้ผมเห็น

คาดว่าน่าจะเป็นหนึ่งในกองทัพผาดำ...อิแมลงสาบแบล็ควินโดว์เมื่อเช้า

นี่มันยังจะเฝ้าผมตอนกำลังเดินไปที่ร้านด้วยเหรอวะ โอ้โหแม่มทำงานหนัก หรือแม่มเห็นนกมาขี้พอดีมันเลยอยากแดกไอติมด้วยวะ...

เป้าหมายถูกเปลี่ยนจากถังขยะเป็นด้านหลังขยะแทน ผมวางไอติมไว้แล้วเดินออกมาอีกสิบก้าวใหญ่ ถึงวางข้างหลังก็คงไม่มีใครมาเห็นสิ่งชั่วร้ายหรอก

และทันใดนั้นเอง สิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น

จู่ๆ กองทัพผาดำอีกร้อยตัวก็ขึ้นมาจากท่อใกล้ๆ ราวกับได้สัญญาณเริ่มตีข้าศึก เห็นแบบนั้นผมก็รีบวิ่งป่าราบแล้ว ไม่มัวยืนดูแม่มแดกไอติมขี้นกหรอก!

เมื่อวิ่งมาถึงหน้าร้านก็แทบหอบแฮก พอยืนถอนหายใจอยู่ประมาณสิบรอบได้แล้วก็มีเสียงดังขึ้นมาเหนือหัว

กระผมคือบัตเตอร์ฟลาย น่าเสียดายไอติมจริงๆ เลยนะขอรับ

ผมแหงนมองขึ้นไปแล้วก็เห็นผีเสื้อแสนสวยตัวหนึ่งกำลังบินอยู่

เอ๊ะ! เดี๋ยวนะ อ่าว ยังไม่ตายหรอกเหรอ แล้วนายตามมาจากพัทยาได้ยังไงฟะ

เหมือนบัตเตอร์ฟลายจะรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่ดูจากสีหน้าเลยช่วยอธิบายให้หายข้องใจ

กระผมเกาะรถมาขอรับ ตอนแรกที่เฟอร์รารี่ไม่ปิดหลังคาผมเกือบปลิวตั้งหลายรอบ

โอ้โห โอรีโอ้...โคตรลงทุน

ถามว่าทำไมผมถึงคุยกับบัตเตอร์ฟลายได้? เพราะหลังจากที่กลับมาผมก็ยังไม่ได้เอาร่างแยกกัซช่าไปคืน

เมื่อวานผมและฟรีกลับมาที่กรุงเทพในเวลาหกโมงเย็น ผมแยกกับเขาเมื่อมาส่งถึงหน้าร้านดอกไม้เหมือนเดิม แล้วอีกฝ่ายก็ขับกระป๋องสีขาวในสายตาของทาสแมวเบอร์หนึ่งจากไป

ผมถอนหายใจก่อนเปิดประตูเข้าไปในร้าน ดอกกุหลาบเต็มไปหมดจนผมต้องอ้าปากค้าง

มันเยอะจนแทบทับดอกไม้ของเก่าจนตายได้หมดแล้ว บรรยากาศในร้านเต็มไปด้วยสีแดง ทั้งที่ยังไม่ถึงวันเทศกาลเลยนะเนี่ย

มาแล้วเหรอทิม เมื่อเช้ามีคนมาซื้อไปเยอะเลย ยังดีที่ฉันขนมาสองคันรถผู้ที่ทักผมคนแรกคือคุณเซนนั่นเอง

หัวสีทองของเขาโดดเด่นมากเมื่อมีเหล่าสีแดงล้อมอยู่รอบตัว

ครับ สวัสดีครับผมผงกหัว โดยที่มีบัตเตอร์ฟลายบินข้ามไปอีกทีหนึ่ง คุณเซนจ้องมันแบบไม่สนใจเท่าไหร่

ว่าแต่ทานตะวันที่ให้ไปเป็นไงบ้าง ตายยัง?”

ถามแบบนี้กะแช่งให้ผมตายหรือให้มันตายล่ะครับแหม่

แต่ผมมากกว่าที่จะตายแทนมัน

รอยยิ้มแฝงความชั่วร้ายของคุณเซนสามารถสยบทุกสิ่งได้ ยังไม่ตายครับ ผมออกจะดูแลมันอย่างดีและถูกพวกมันดูแลอย่างดีแทบขนหัวลุกด้วยเช่นกัน จะเอาคิงคองมาคืนก็ไม่ได้เพราะคุณเซนอุตส่าห์ให้มา เจ้าคิงคองมันก็สุภาพดีอยู่หรอก แต่เพราะอินางงามทิฟฟานี่ของมันเนี่ยแหละที่ทำให้ผมเริ่มไม่อยากเก็บไว้

ส่วนบานเย็นผมได้มาจากคุณแม่อีกที ก็เลยเอาไปคืนไม่ได้เหมือนกัน

ผมเหลือบมองดอกไม้รอบๆ ด้วยความตื่นตา วันนี้มีแต่สีแดงเลยทำให้ร้านดอกไม้ที่เคยมีหลายสีสันดูเปลี่ยนไปมากทีเดียว แต่ก็ใช่ว่าเราจะขายแค่กุหลาบสีแดง

ทั้งชมพู เหลือง ขาว ส้ม ม่วง แม้แต่สีน้ำเงินที่เกิดจากการดัดแปลงก็ยังมี แต่ล่ะสีก็ให้ความหมายที่แตกต่าง รวมถึงจำนวนดอกที่จะให้คนๆ หนึ่งด้วย

แต่ผมไม่รู้หรอกว่ามันหมายถึงอะไรบ้าง

คุณเซนเหมือนจะอ่านใจผมได้ เขาเดินเข้ามาหาผมพร้อมคว้ากระดาษเอสี่บนโต๊ะสองสามแผ่นมายื่นให้ด้วย

นี่เป็นความหมายของจำนวนดอกไม้ ถ้าจำไม่ได้ก็เอาไปแปะหน้าร้าน กับบนโต๊ะอย่างล่ะที แล้วอีกแผ่นจะเก็บไว้กับตัวด้วยก็ได้ พวกลูกค้าผู้หญิงหรือผู้ชายบางส่วนชอบอะไรแบบนี้ มันน่าจะช่วยได้บ้าง

ด้วยความหวังดีจากคุณเซน ผมที่รับกระดาษเอสี่พวกนั้นมาอ่านคร่าวๆ ได้ความว่า

หัวข้อ จำนวนของดอกกุหลาบสื่อความหมาย

1ดอก รักแรกพบ 2 ดอก แสดงความรู้สึกที่ดีให้กัน 3ดอก ฉันรักเธอ 7ดอก คุณทำให้ฉันหลงเสน่ห์ ไปจนถึง 999ดอก ที่หมายถึง ฉันจะรักคุณจนวินาทีสุดท้าย

แล้วก็มีเขียนด้วยว่าทำยังไงให้กุหลาบเหี่ยวช้าที่สุด

อะไรเนี่ย? ผมได้แต่ขมวดคิ้วทำหน้างง แต่ก็ยังรับมันไว้

สมกับเป็นคุณเซนสื่อรักสื่อวิญญาณ ช่างเตรียมการดีจริงๆ

"ที่ผ่านมาทำงานดีมาก เดี๋ยววาเลนไทน์ฉันจะกลับมาช่วยขาย" เขาลูบหัวผมอย่างเอ็นดู

ว้าว ผมกำลังถูกชมด้วยล่ะ

ทิวรู้ว่าคุณทิมมี่ทำงานดีอยู่แล้ว หมายถึงเป็นภรรเมียที่ดีล่ะนะ

ผมไม่สามารถแสดงสีหน้าออกไปได้ เลยยิ้มแทน แล้วตอบกลับในใจว่า อะไรของพวกเอ็ง

"กลับมา? คุณเซนจะไปไหนเหรอครับ?"

แมวว่าให้เขาไปน่ะดีแล้ว จะได้ไม่เป็น ก ข ค ง ฟลาย

อิพวกพืชเวนนี่ มันกำลังด่าอยู่ใช่มั้ย?

"ฝั่งโน้น... เอ่อ... ฉันหมายถึงฝั่งธนน่ะ" คุณเซนทำท่าคิดแบบมีพิรุธแปลกคนแล้วก็เดินออกไปจากร้าน หรือว่าจะไปหาแฟน? ต้องใช่แน่ ก็ออกจะหล่อขนาดนั้นขืนไม่มีแฟนก็เป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกแล้วล่ะ

เขาต้องไปเที่ยวกับแฟนก่อนวาเลนไทน์แน่ๆ ไว้วันเทศกาลมาถึงจะได้มาขายของไง อืมๆ

และแล้วร้านแห่งสรวงสวรรค์ก็กลับมาแจ้วอีกครั้ง

ดอกกุหลาบคือราชะนีแห่งดอกไม้

อย่าพึ่งสงสัยว่าออกเสียงผิด ผมจงใจเรียกมันเองแหละ

ด้วยกลิ่นที่หอม น่าพิสมัยและความสวยงาม(ตรงไหนฟะ? ไม่เคยได้กลิ่น) จึงเป็นสื่อของความสุข ไมตรีจิต การบูชาและความรัก ดอกกุหลาบจึงกลายเป็นตัวแทนแห่งความรัก ที่นิยมนำมามอบให้กันในวันเลนไทน์

เซนต์วาเลนไทน์เป็นบุรุษผู้มีหัวใจเปี่ยมด้วยรักและความปรารถนาดีต่อเพื่อนมนุษย์

เพราะฉะนั้นผมก็ควรเอาเป็นเยี่ยงอย่างบ้างสินะ

วันนี้ เป็นวันแห่งความรักโว้ย!” ผมตะโกนขึ้นฟ้า แต่เห็นแค่โดมกระจกเท่านั้นแหละ

แล้วพวกเราล่ะ?’

"พวกเธอไม่ใช่มนุษย์ด้วยซ้ำ หึหึหึหึ เอาแค่น้ำก๊อกไปกินก็แล้วกัน" ผมเริ่มทำหน้าที่ของตัวเองโดยการสาดน้ำใส่พวกพืชรอบๆ อย่างเปรมปรีดิ์ดั่งเล่นสงกรานต์ อยู่ที่นี่ก็เหมือนผมได้เล่นสงกรานต์ทุกวันนั่นแหละ

กรุ๊ง กริ๊ง

ขอโทษนะคะ ขอซื้อดอกไม้ด้วยค่ะ

เชิญเลยครับผมหันไปตอบรับเสียงใส คุณลูกค้าหญิงหันซ้ายหันขวามองป้ายราคาแล้วก็ตัดสินใจได้

ขอกุหลาบแดงสามสิบดอกนะคะ จัดใส่ห่อให้ด้วยค่ะ

ได้เลยครับผมเดินไปทำตามอย่างว่าง่าย แล้วก็มีเสียงดังขึ้นมาอีก

ทำไมไม่ใช่ลูกค้าชายมาซื้อ ฉันจะได้ดูส่วนล่างซะหน่อย

ส่วนล่างอะไรของพวกเอ็ง

ทำไมเป็นแม่สาวนี่ล่ะ หน้าอกก็แทบไม่มี นึกว่าไม้กระดาน

เฮ้ย! อิพวกนี้นินทาชาวบ้านต่อหน้าต่อตาได้ไงฟะ!

แต่งหน้าซะหนาเชียว คิดว่าสวยแล้วรึไง ฮิฮิฮิฮิ

ฮิพ่อง...

แล้วชีวิตประจำวันของคนที่ได้ยินเสียงดอกไม้นรกได้ก็มาลงอีหรอบเดิม

ผมเลือกดอกกุหลาบที่ไม่ส่งเสียงกวนตีนสามสิบดอกให้คุณลูกค้าแล้วเดินไปทางโต๊ะประจำที่มีอุปกรณ์ครบครัน ส่วนคุณลูกค้าก็หันไปมองรอบๆ อย่างสนใจ ด้วยความดึงดูดจากเสียงปริศนาที่ไม่สามารถได้ยินได้หากไม่มีสัมผัสที่เจ็ดแบบผม

ผมกำลังมองหากระดาษสีสันสดใสที่ต้องนำมาไว้ใช้ห่อดอกกุหลาบอีกที

มันหายไปไหนเนี่ย?” ผมเกาหัวพึมพำกับตัวเองเสียงเบาแล้วมองหาอยู่นาน

อันนี้เหรอ?’

มีเสียงดังขึ้นมา แล้วกระดาษม้วนที่ผมกำลังหาอยู่ก็ได้เคลื่อนเข้ามาใกล้ทั้งที่มันเดินเองไม่ได้

อืม อันนี้แหละ

สวยๆ แบบนี้ต้องใช้สีนี้เลย

อืม ใช่ พูดถูกเผงเลย เดี๋ยว...แล้วอะไรมันเป็นคนเลื่อนกระดาษม้วนมาให้ผมเนี่ย?

และแล้วผมก็เห็นมันเข้าจนได้

มันก็คือก้อนสีดำสองสามตัวที่กำลังช่วยกันดันกระดาษม้วนมาให้ผม พร้อมกระดิกหนวดให้ด้วย

กรี๊ดดดดดดดดดด!

ผมกรีดร้องในลำคอลั่นแบบไม่มีเสียงแล้วก็ต้องมุดลงใต้โต๊ะทันที แต่มันไม่จบลงแค่นั้น เมื่อใต้โต๊ะก็ยังมีแมลงสาบอีกเพียบ

“!!!@$@#%@%#”

ผมร้องไม่เป็นภาษาแล้วก็รีบลุกขึ้นจนหัวโขกโต๊ะดัง ตึง!

ลูกมะนาวปูดจนน้ำตาเล็ด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้นอกจากทั้งกลิ้งและคลานออกมาให้พ้นจากรัศมีตรงนั้น

นี่พวกเมิงยังไม่ไปกันอีกเหรอวะ! ไอ้ทัพผาดำ!

เป็นอะไรรึเปล่าคะ คุณพนักงาน?”

คุณผู้หญิงหันมาถามผม เพราะได้ยินเสียงดังมาจากโต๊ะ เธอมองไม่เห็นเหล่าทัพผาดำเพราะพวกมันหนีกันไวปานนักฆ่าในเงามืด ส่วนผมที่ลุกขึ้นมายืนด้วยสภาพเหนื่อยหอบต้องปรับลมหายใจแล้วหันกลับไปตอบยิ้มๆ ทั้งที่หัวโน

เอ่อ ไม่เป็นไรครับ เชิญชมสวนต่อไปได้เลยครับ อีกเดี๋ยวก็เสร็จแล้ว

งั้นเหรอคะคุณลูกค้าไม่ว่าอะไรแล้วเดินดูต่อ

ส่วนผมนี่ดิอยากจะร้องไห้น้ำตาเป็นสายเลือด

ไม่ได้เรื่อง... แค่เจอปีเตอร์ทำเป็นกรี๊ดแตกแหกชะนีป่าไปได้

ผมตวัดสายตาไปทางสาวน้อยแบบอยากกินเลือดกินเนื้อที่แม่มเริ่มไม่สาวแล้ว ก่อนบอกทางสายตาว่า

เดี๋ยวได้เจอดีแน่พวกเอ็ง!!

 

 


-----------------------------------




Up : 17-09-2560

Up : 16-04-2561 (รีไรท์)



เจ้าชายแมวเหมียว

เวรกรรมของทิมมี่ยังไม่หมดลง



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 107 ครั้ง

366 ความคิดเห็น

  1. #352 MitsukiCarto (@MitsukiCarto) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 3 มิถุนายน 2562 / 01:26
    ไปวัดบ้างนะลูก~
    #352
    0
  2. วันที่ 6 เมษายน 2562 / 15:09
    เอาปีเตอร์เดอะซีรี่ย์ออกไป ฮืออ ขนลุก
    #335
    0
  3. #312 barious (@barious) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 13:48
    เราก็กลัวปีเตอร์จริงๆนะ อย่าทำทิมมี่เลย เราเข้าใจทิมมี่
    #312
    0
  4. #70 Parkjimin19 (@panjawanbunkam71) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 18 กันยายน 2560 / 00:37
    โอ๊ยย ขนลุกปีเตอร์
    #70
    0
  5. #69 นานะ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 22:03
    555 อดแด๊กไอติม
    #69
    0
  6. #68 เดซี่ (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 21:55
    ตามๆๆๆ5555555
    #68
    0
  7. #67 Sara (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 21:49
    อ่านไปฉีกยิ้มไป ฮามาก รอบตัวทิมมี่ มีแต่สัตว์ประหลาด 5555
    #67
    0
  8. #66 Silver Fish (@rilima1711) (จากตอนที่ 14)
    วันที่ 17 กันยายน 2560 / 18:26
    จะได้หายกลัวแมลง แมลงสาบก็งานนี้แหละทิมมี่
    #66
    0