สะดวกรัก (end)

ตอนที่ 7 : 07. ข้าวต้ม (Rice porridge)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3,164
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 155 ครั้ง
    7 พ.ย. 61

7






     ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ


     ผมกำลังยื่นมือของตัวเองออกไปดึงกระเป๋าเป้ของคนข้างหน้า ไม่พอผมยังก่อเหตุผิดผีโดยการ...


     “อย่าเพิ่งไปเลยนะ”


     ...รั้งผู้ชายที่ตัวสูงกว่าผมไปหลายคืบอย่างไม่อายฟ้าอายดินหรืออายผีสางเทวดาซักตนในบริเวณนั้น


     พอเห็นว่าคนที่ผมพยายามรั้งเอาไว้อย่างสุดความสามารถทั้งการกระทำและคำพูดยอมหยุดยืนเฉยๆ ผมก็ถอนหายใจออกมาเสียงดังด้วยความโล่งอก กลัวเหลือเกินว่าลงทุนทำขนาดนี้แล้วไอ้เด็กนี่ก็ยังจะทำเป็นไม่สนกันอยู่ดี

 

     “กู...เอ่อ...พี่หิวข้าวอ่ะ ไปกินเป็นเพื่อนหน่อยดิ”  ตอนนั้นยอมรับเลยว่ามันดึกมากแล้วแถมผมก็ตื่นเต้น

อะดรีนาลีนหลั่งไปทั่วร่างขนาดนั้น คิดมุกไหนออกที่จะยื้อมันได้ก็พ่นๆ ไปก่อน


“ผมไม่หิว” สามคำสั้นๆ ที่แปลได้อีกอย่างว่าอย่ามายุ่งกับกู! ทำเอาผมแอบสะอึกนึกสะท้อนใจเบาๆ นี่ถ้าล่วงรู้อนาคตได้ว่าจะมีท่านพี่ของมันเป็นผู้กุมชะตากรรมทางการศึกษาขนาดนี้ ผมคงทำเป็นสะดิ้งยิ้มเขินเวลาโดนไอ้นี่แหย่ตอนแรกๆ ไปแล้ว มีบุญแต่กรรมบังจริงๆ ไอ้เว มึงช่างตาต่ำไม่เห็นรูปทองซ่อนอยู่ในตัวไอ้เด็กผีนี่ 


“ผมไปได้แล้วใช่มั้ย” เสียงถามเจือความขุ่นมัวหน่อยๆ ของมันเรียกให้ผมหยุดคิดถึงอดีตที่พลาดไปของตัวเองแล้วหันมาสู้กับปัจจุบันต่อ นี่กูต้องทำยังไงเราสองคนถึงจะกลับมาคุยจิจ๊ะกันได้อีกวะ


คราวนี้มันไม่รอให้ผมตอบอะไรออกมาอีกแล้ว ขยับเท้าเดินต่อทันที ด้วยอารามตกใจที่เป้าหมายดื้อมาก

กว่าที่คาดไว้เยอะ ผมเลยออกแรงกระตุกกระเป๋าเป้มันสองสามทีอย่างไม่กลัวเจ้าของกระเป๋าจะหันกลับมากระทืบตัวเองเลย 


“เออ กูตอแหล กูไม่ได้หิวข้าว” เหมือนจะได้ยินเสียงหึดังออกมาจากปากอีกคน แต่นั่นไม่สำคัญเลย...เพราะสิ่งที่ผมกำลังจะพูดมันน่าอับอายกว่าการสารภาพตามตรงออกไปเมื่อกี้ตั้งเยอะ 


ก็บอกแล้วไงถ้าแผนขั้นแรกไม่เวิร์ค ผมก็ต้องงัดมุกใหม่ออกมาอีก มาดวลกันซักตั้งว่าใครจะเสียท่าก่อนกัน! ผมทำเป็นกลืนน้ำลายให้ดังไปถึงหูอีกคนแถมเพิ่มดีกรีดราม่าด้วยการถอนหายใจใส่หลังมันแรงๆ อีก 


“ไม่เมินกูแล้วได้มั้ย”


โอยยย พูดเองก็อยากลงไปดิ้นปัดๆ บนพื้น ทำไมผมต้องลงทุนพูดจาน้ำเน่าขนาดนี้กับคนเพศเดียวกันด้วยวะเนี่ย ท่องไว้มึงต้องมีที่ฝึกงานตอนปิดเทอม ไม่งั้นก็เรียนเป็นปูู่โสมเฝ้าคณะไปสิ 


แต่ในเมื่ออีกคนยังไม่ยอมเคลื่อนตัวออกไปไหน ผมก็เชื่อว่าความพยายามของตัวเองนั้นยังมีทางไปต่อ 


“ใครใช้ให้มึงซื้อฟิชเชอร์แมนเป็นสิบๆ ซองให้กู เดินไปส่งกูที่บ้าน แล้วก็อดตอบคำถามกูไม่ได้เพราะรู้ว่ากูกำลังนอยด์...” ผมรู้ว่าตัวเองต้องอยู่ในโหมดพูดจาเกินจริง แต่ต้องยอมรับว่าใจความในสิ่งที่ตัวเองกำลังพูดนั้นไม่ใช่เรื่องโกหกร้อยเปอร์เซนต์ ต่อให้หลอกตัวเองแทบตายยังไง มันก็กลบเกลื่อนความรู้สึกจริงๆ บางส่วนไปไม่ได้หรอกว่าผมเองก็รับรู้ถึงความใจดีของมันมาตลอด


“มึงทำแบบนี้แล้วจะให้กู...ไม่รู้สึกอะไรได้หรอวะ”


คนฟังแค่นหัวเราะออกมาทันทีที่ผมหยุดพูด เสียงเยาะหยันนั้นถอดท่านพี่ของมันมาไม่มีผิดเพี้ยน โตมาด้วยกันชัดๆ ถึงแม้โครงหน้าจะต่างกันอย่างกับอยู่คนละทวีป 


“จะบอกว่าเพิ่งรู้ตัวว่าชอบผมเข้าแล้วว่างั้น” 


แค่ได้ยินคำว่าชอบหน้าผมก็ดันร้อนขึ้นมานิดหน่อย ทั้งที่จะทำเป็นสวมรอยยอมรับเล่นตามบทที่มันโยนมาให้เลยก็ได้ แต่อินเนอร์ข้างในยังไงมันก็ไม่ยอม ต่อให้ชอบใครเข้าจริงๆ ผมก็ขี้อายเกินจะพูดคำๆ นั้นออกมาได้ง่ายดายอย่างที่ไอ้เด็กนี่มันพูดขึ้นมาเหมือนเป็นเรื่องดินฟ้าอากาศที่ไร้ความหมายลึกซึ้งใดๆ


“กูไม่ได้ชะ...ยังไม่ได้เอ่อ...รู้สึกแบบนั้นกับมึง” คราวนี้ผมจะเดินหน้าไม่ถอยแล้วนะเว้ย ตัดสินใจปล่อยมือออกจากกระเป๋าเป้แล้วอ้อมเข้าไปยืนประจันหน้ากับมันอย่างห้าวหาญ


“กูแค่ไม่อยากโดนมึงเมินแล้ว ไม่ชอบเวลาโดนมึงทำแบบนั้น” สายตาที่อีกคนมองมาอย่างพยายามประเมินความจริงในสิ่งที่ผมพูดไม่ได้ทำให้ผมหวั่นใจเท่าที่ควร ก็ไอ้ที่พูดมาเมื่อกี้แม่งเรื่องจริงล้วนๆ รู้ตัวอีกที...ผมก็ไม่ชอบเวลาโดนไอ้เด็กนี่ทำเป็นเมินใส่ไปแล้วจริงๆ

 

ตาแป๋วแหววของมันมองมาที่ผมอย่างอ่อนลงจนสังเกตได้ อยู่ๆ ก็รู้สึกธาตุไฟเริ่มพุ่งพล่าน ปั้นหน้าไม่ถูกเวลาโดนมันจ้องมาไม่หยุดด้วยดวงตาลูกหมาที่ไม่ใช่แววตาหมาแม่ลูกอ่อนเหมือนเดือนที่ผ่านมาอีก


รู้แค่ว่าไม่ควรยืนสบตากับมันแบบนี้นานเกินไป ไม่ดีเลย ไม่มีทางดีต่อตัวผมแน่นอน


“แล้วจะให้ผมทำยังไง” ทั้งที่ควรจะหยุดคิดแล้วสรรหาคำพูดดีๆ เพื่อพัฒนาไปสู่จุดที่ตัวผมจะได้หลอกถามเรื่องที่ท่านพี่ของมันอยากรู้ แต่ใจผมเสือกไวกว่าสมอง สั่งให้ปากขยับตอบออกมาเองเป็นฉากๆ


“ให้กูทำอะไรก็ได้ ไม่ต้องใจดีกับกูแล้วก็ได้ ขอแค่อย่าเมินกูอีกเลยนะ มันโคตรอึดอัดเลยว่ะ”


ไอ้เด็กนี่นิ่งไปจนผมใจเสีย ทั้งที่ตั้งใจมาใช้สมองรบกับมันเต็มที่ แต่ไอ้ที่พ่นมาทั้งหมดนี่แทบไม่ได้ใช้ความคิดกลั่นกรองเลยซักนิด


“ได้มั้ยซิน”  คนที่ผมเรียกชื่อเป็นครั้งแรกเลียริมฝีปากของตัวเองช้าๆ แล้วมองกันด้วยสายตาที่ผมก็ถอดรหัสไม่ออกว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่ รู้แค่ว่าสายตามันไม่ได้มองผมแบบห่างเหินอะไรขนาดนั้นอีกต่อไปแล้ว 


“ทำอะไรก็ได้งั้นใช่มั้ย”


เอาแล้วไง ทำไมได้กลิ่นความซวยลอยตามลมมาเลยวะ


“วันเสาร์นี้มาเจอกันหน้าเอสมาร์ทตอนสิบเอ็ดโมง” แค่นั้นเลยจริงๆ คนออกคำสั่งก็สาวเท้ายาวๆ เดินจากไปไม่ร่ำไม่ลาใดๆ ทั้งนั้น ทิ้งให้คนแก่กว่าอย่างผมยืนเคว้งมองตามไปแบบงุนงง










ผมมายืนรอคนนัดล่วงหน้าเป็นครึ่งชั่วโมง เมื่อคืนแอบนอนไม่หลับนิดหน่อยด้วย คิดสะระตะไปว่าจะโดนมันทำอะไรบ้างแล้วผมจะหาทางเอาตัวรอดกลับบ้านมาครบสามสิบสองได้หรือเปล่า ยืนหน้าเอสมาร์ทไปถอนหายใจไปอยู่อย่างนั้นจนพอใกล้จะสิบเอ็ดโมงผมก็เห็นเด็กผู้ชายตัวสูงเดินเข้ามาจากหน้าปากซอยอยู่ลิบๆ วันนี้เป็นครั้งแรกที่เห็นมันใส่เสื้อผ้าที่ไม่ใช่ยูนิฟอร์มของเอสมาร์ทหรือชุดนักเรียนอินเตอร์ของมัน เสื้อแขนยาวสีเขียวขี้ม้ากับ

กางเกงยีนส์ธรรมดาๆ แต่อยู่บนไม้แขวนไม่ธรรมดาทำเอาสาวน้อยสาวใหญ่ในละแวกนั้นแอบมองแล้วซุบซิบกันใหญ่ ต่อให้ไอ้เวใส่เวอร์ซาเช่ไปเดินข้างมันตอนนี้ก็หมองครับบอกได้เลย 


พอมันเจอหน้าผมก็ไม่พูดพร่ำทำเพลง กวักมือเรียกแท็กซี่แถวนั้นให้จอดแล้วหันมาบอกกันสั้นๆ "ตามมา” 


ผมแทบอยากจะดีดกะโหลกมันซักทีสองที แต่ติดที่ว่าวันนี้หรือวันไหนๆ จนปิดเทอมสองผมก็คงทำได้แค่พยักหน้ารับแล้วยอมฝืนทำดีเอาใจมัน ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงรถก็มาจอดเทียบที่หน้าห้างสรรพสินค้าขนาดกลาง มันควักเงินจ่ายค่าแท็กซี่แล้วเดินพรวดๆ เข้าไปข้างในจนผมรีบเดินกึ่งวิ่งตามเข้าไปแทบไม่ทัน ไอ้เด็กเอาแต่ใจนี่เดินขึ้นบันไดเลื่อนมาชั้นสองแล้วเดินเข้าร้านสุกี้หน้าตาเฉย ผมนี่งงมากว่าสุดท้ายที่กังวลมาทั้งคืนไม่มีอะไรเลย มันแค่อยากกิน

สุกี้โดยมีผมนั่งเป็นตัวประกอบใกล้ๆ มันแค่นี้เองหรอกเหรอ คนอุตส่าห์ฟุ้งซ่านคิดเพ้อไปไกลจนถึงขนาดจะพกมีดสั้น สเปรย์พริกไทย หรือที่ช็อตไฟฟ้าติดตัวตอนมาเจอมันแล้วนะเนี่ย


“หมูห่อสาหร่ายห้าถาดครับ” ผมถึงขั้นหันไปจ้องหน้ามันเลยทีเดียว สั่งของซ้ำเดิมเยอะอะไรขนาดนี้วะ


“สั่งเบิ้ลอะไรเยอะแยะ มึงชอบกินขนาดนั้นเลยหรอวะ” 


“ผมไม่ได้ชอบ”


สายตานิ่งๆ ที่มันมองมาทางผมสื่อได้อย่างเดียวเลย


...มึงนั่นแหละที่ชอบกิน...ไอ้เชี่ยแว่น!


มันก็แค่เป็นเด็กไอคิวสูงความจำดี ได้ยินอะไรไปแค่ครั้งเดียวก็จำได้เอง กูไม่ซึ้งใจอะไรไปกับมึงหรอกโว้ย ผมพยายามตั้งสติใหม่ทั้งที่ในหัวเอาแต่นึกว่าผมบอกมันไปนานเท่าไหร่แล้วว่าชอบกินหมูห่อสาหร่ายของเอสมาร์ท ทำไมยังเสือกจำได้อีกวะ


พอเห็นว่ามันยังไม่เลิกมองมาเหมือนรอให้ผมพูดอะไรต่อ ผมก็เลยเปลี่ยนเรื่องซะเลย “สั่งของที่มึงชอบกินเยอะๆ สิ เดี๋ยวคราวนี้กูเลี้ยงเอง เต็มที่ไม่ต้องเกรงใจกูนะ” ทั้งบัญชีมีอยู่สามพันยังกล้าบอกจะเลี้ยงทายาทบริษัทหลอดไฟ มั่นหน้ามั่นโหนกดีมากไอ้เว


หลังจากเราสองคนสั่งอาหารเสร็จ ไม่นานพนักงานก็ทยอยเอาของสดมาวางบนโต๊ะจนครบ ผมเลยเริ่มเอาของลงไปลวกในหม้อสุกี้เดือดปุดๆ แล้วพยายามถามจนคอแห้งว่าคนที่นั่งตรงข้ามผมอยากกินอะไรบ้างเดี๋ยวจะเอาลงให้ แต่ก็ไม่ได้รับความร่วมมือเลยซักนิดเดียว ไอ้เด็กนี่ค่อยๆ เอาเต้าหู้ปลา หมูนุ่ม และกุุ้งสดลงไปลวกในหม้อ ผมถึงกลับท่องในใจซ้ำไปมาว่ามันเอาอะไรลงไปบ้าง พูดเลยเกิดมาทั้งชีวิตยังไม่เคยใช้งานสมองในการจำหนักเท่านี้มาก่อน


พอผ่านไปไม่ถึงนาทีดี ผมก็รีบคว้าตะเกียบที่ยังไม่ได้ใช้ของตัวเองไปคีบกุ้งสีส้มเนื้อเด้งใส่ในถ้วยเปล่าของ

ไอ้ซินทันที แล้วเงยหน้ารอรับคำขอบคุณ


เงียบสนิท ได้ยินแต่เสียงน้ำเดือดกับเสียงลมหายใจฟืดฟาดของตัวเอง


คิดว่ากูจะยอมแพ้เด็กมัธยมอย่างมึงหรอ ไม่มีทางโว้ย!


คราวนี้ผมเลยคีบเต้าหู้ปลาและหมูนุ่มตามลงไปในถ้วยให้มันอย่างเอาใจสุดชีวิต แต่มันไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมามองมือวิเศษที่คอยตักอาหารใส่ถ้วยประเคนให้มันถึงที่ซะด้วยซ้ำ 


เออ ไม่พูดก็ไม่พูด งั้นเดี๋ยวพี่เวคนนี้จะจ้อให้มึงฟังเอง


“มึงชอบกินผักอะไรอ่ะ ผักกาดหรือกวางตุ้งดี” 


ไม่ตอบตามเคย แต่คราวนี้พี่เวหน้าด้านกว่าเดิมเว้ย ไม่ยอมแพ้มึงหรอก


“งั้นก็กินทั้งสองอย่างเลยละกัน เป็นเด็กกินผักเยอะๆ น่ะดีแล้ว” ผมทำเป็นเล่นบทคุณแม่ผู้ห่วงใย ตักผักเป็นกำๆ ใส่ถ้วยมัน ไอ้ซินไม่มีทีท่าจะซึ้งใจไปกับการกระทำของผมเลยซักนิดเดียว มันเอาแต่ก้มหน้าก้มตาคีบนั่นคีบนี่เข้าปากเงียบๆ จนผมเริ่มสงสัยตงิดๆ ว่าถ้าจะกินโดยไม่สนใจใครที่ไหนแบบนี้ก็ควรมาเองคนเดียวมั้ย ลากผมมาด้วยทำไม


พอไม่เห็นว่าจะมีอะไรคืบหน้าไปมากกว่าความเย็นชาระดับร้อยที่สัมผัสได้ ผมก็เลยลงมือคีบอาหารเข้าปากบ้าง แต่ตาก็ยังไม่หยุดมองคนตรงข้ามจนเห็นอะไรดีๆ เข้าจนได้ แน่ล่ะถ้าปล่อยให้โอกาสนี้หลุดลอยไปผมคงจะโง่เต็มที 


“ปากมึงเปื้อนแล้ว” ไม่พูดเปล่าแต่ยื่นทิชชู่ส่งให้แล้วชี้ไปทางมุมปากซ้ายของมันด้วย


ไอ้เด็กนี่ไม่ยอมส่งมือออกมา เอาแต่จ้องหน้าผมด้วยแววตานิ่งๆ แต่ทำเอาผมหนาวยะเยือกเสียวสันหลังแปลกๆ


“มะ...ไม่เช็ดก็ไม่เช็ด ต่อให้หน้ามึงเปื้อนโคลนดำปืดก็ยังดูดีกว่าหน้ากูตอนสะอาดอีก” หวังว่ามุกตลกคาเฟ่ของผมจะช่วยให้สถานการณ์เดดแอร์ระหว่างเราดีขึ้นได้


“เช็ดสิครับ”


สำเร็จ! เด็กมันยอมเคลิ้มไปกับผมแล้ว ผมรีบส่งทิชชู่กลับไปให้คนพูดอีกครั้ง


ทว่าไอ้ซินกลับส่ายหน้าแล้วพยักหน้ามาทางผม 


“พี่นั่นแหละที่ต้องเป็นคนเช็ดให้ผม”


ชะ...เชี่ยยย ท่านเจ้าที่ครับ...ผมขอโทษที่ทำให้ท่านต้องมารับฟังอะไรสยิวกิ้วแบบนี้ตอนกลางวันแสกๆ ให้อภัยเด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมคนนี้ด้วยนะครับท่าน


“ว่ายังไงครับพี่” น้ำเสียงเย้าแหย่ของมันกับแววตายิ้มๆ ที่ไม่ได้เห็นมานานทำเอาผมรู้สึกท้องไส้ปั่นป่วนราวกับกินของผิดสำแดงมาเมื่อคืน


“ไม่เอาโว้ยยย กินเปื้อนเองก็เช็ดเองสิวะ” 


ทันทีที่ผมพูดจบ อีกคนก็เปลี่ยนไปทำหน้านิ่งไร้อารมณ์เหมือนเดิมราวกับสั่งได้แล้วก็ก้มหน้าก้มตาจัดการกินของในถ้วยที่ผมขยันตักให้เมื่อครู่อย่างเงียบเชียบ


เชี่ยเว ไหนบอกมึงเล่นละครเก่งนักไง เจอเด็กมันแหย่แค่นี้ก็ยอมแพ้แล้วเหรอ ผมสูดลมหายใจเข้าไปสุดปอดแล้วบอกกับตัวเองว่าไอ้เวคนนี้จะไม่หันหลังกลับถ้ายังไม่ได้ดี


“เงยหน้าให้พี่สิครับ”


คนนั่งตรงข้ามแทบจะหยุดกึกในวินาทีที่ผมกลั้นใจพูดจบ มือก็จับตะเกียบค้างไว้อยู่อย่างนั้น


“เงยหน้าขึ้นนะ”


ผมนับหนึ่งถึงสามในใจแล้วค่อยๆ ยื่นมือสั่นๆ ของตัวเองออกไปจับหน้าไอ้เด็กนั่นให้เงยขึ้นจากชามกระเบื้องสีขาว ยิ้มนิดๆ ให้มันเห็นพอเป็นพิธี แล้วหันไปหยิบทิชชู่สองสามแผ่นออกมาแตะเบาๆ บนมุมปากซ้ายที่เปื้อนของมัน


“ไม่เปื้อนแล้วนะ”


ผมเห็นมันกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ก่อนจะเลียริมฝีปากตัวเองเร็วๆ หนึ่งที  แถมยังไม่ยอมสบตาผมตรงๆ เป็นครั้งแรกอีก 


ผมเลยทำเป็นถาม “จะสั่งอะไรเพิ่มอีกมั้ย” 


มันส่ายหน้าเอาอย่างเดียวเลยและยังไม่ยอมมองผมอยู่เหมือนเดิมด้วย


ผมไม่อยากอ้อมโลก รอคอยจังหวะอะไรอีกต่อไปแล้ว ไม่ว่าจะยังไงสุดท้ายก็ต้องพูดออกไปอยู่ดี “เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้ป่ะวะ มึงก็เป็นตัวมึง กูก็เป็นแบบที่กูเป็น...ไม่โกรธกันแล้วได้มั้ย”


คราวนี้ไอ้คนที่ผมถามทำเป็นมองกันนิ่งเหมือนรู้ว่าผมกำลังลุ้นกับคำตอบก่อนจะยิ้มออกมานิดๆ


         “โกรธลงได้เหรอ เช็ดปากเก่งซะขนาดนีี้น่ะ” พูดอย่างเดียวไม่พอแต่ดันยื่นมือออกมาขยี้หัวผมซะอย่างงั้น ผมรีบสะบัดหัวให้พ้นรัศมีมือมันด้วยท่าทางฉุนเฉียว


“เชี่ยยย กูไม่ใช่หมานะโว้ย! แล้วกูก็แก่กว่ามึงด้วย มาเล่นหัวกูแบบน้ีได้ไงเล่า ไอ้เด็กครูไม่สั่งสอน!” 


“คนแก่เค้าขี้โวยวายเหมือนพี่กันทุกคนหรอครับ” หัวเราะออกมาดังลั่นแถมยังขยี้หัวผมแรงเข้าไปอีกจนขี้กลากจะขึ้นแล้วเนี่ย ผมชักอยากจะถอนคำพูดที่บอกให้มันเป็นตัวเองเมื่อกี้แล้วสิ ก็นี่มันเข้าขั้นลามปามแล้วนะเว้ย


ไม่ว่ามันจะขยี้หัวผมหรือจะทำอะไรลามปามไปมากกว่านี้ก็ช่างเหอะ เสียงหัวเราะกับรอยยิ้มกว้างเห็นฟันสีขาวสะอาดของมันน่ามองกว่าตอนมันตีหน้ายักษ์ทำท่าขู่ฟ่อๆ ใส่ผมตลอดหนึ่งเดือนที่ผ่านมาตั้งเยอะ










เราปิดท้ายมื้อกลางวันด้วยข้าวต้มหรือบางคนก็เรียกว่าข้าวตุ๋นในหม้อสุกี้ที่เหลือน้ำซุปเข้มข้นติดหม้อพอสมควร ผมรอให้น้ำซุปกลับมาเดือดปุดๆ อีกครั้งก่อนจะใส่ข้าวสวย เทไข่ที่ตีไว้แล้วตามลงไป ต่อด้วยการปรุงรสด้วยซีอิ๊วพร้อมกับโรยต้นหอมอีกนิดหน่อยเป็นอันจบขั้นตอน เด็กนี่มองตามผมด้วยสีหน้าทิึ่งแกมชื่นชมจนผมรู้สึกว่าตัวเองกำลังสวมเสื้อเชฟสีขาวกับหมวกทรงสูงสาธิตวิธีทำอาหารหรูหราระดับห้าดาวให้มันดูอย่างไงอย่างงั้น


“น่ากินจังเลยครับ” แน่นอน แม่กูเทรนมาเป็นดิบดีตั้งแต่ม. ต้น ตอนเด็กๆ แม่ก็เป็นคนทำ พอผมเริ่มรู้ความหน้าที่นี้ก็โอนย้ายถ่ายเทมาเป็นของผม...เจเนรัลเบ๊ประจำครอบครัว


“นี่พี่คิดสูตรเองหรอครับ สุดยอดเลย”


ใจจริงก็อยากจะเคลมว่าเป็นสูตรลับประจำตระกูลส่งต่อมาหลายรุ่น แต่เท่าที่รู้หลายบ้านก็กินกันแบบนี้ แล้ววิธีการทำก็ง่ายรวดเร็วทันใจไม่มีความซับซ้อนประณีตใดๆ ซ่อนอยู่ทั้งนั้น


“คิดเองไรเล่า ใครๆ เค้าก็กินกันมึง” กูล่ะสงสัยจริงๆ ว่าท่านพี่มึงเคยนั่งกินเอ็มเคควันโขมงแบบนี้ซักครั้งรึป่าว จินตนาการตามไม่ออกเลยว่ะ


“แต่ให้ผมทำเองก็ไม่น่ารอดนะครับ ยังไงพี่ก็เก่งอยู่ดีนะ”


อยากจะโบกไม้โบกมือให้มันเลิกยอผมได้แล้ว คำพูดไม่เท่าไหร่แต่สีหน้าแววตานี่แบบเหมือนมองเชฟกระทะเหล็กอยู่ชัดๆ กูชักจะเขินแล้วนะเว้ย


“กูไม่ได้ทำเป็นแค่ข้าวต้มง่ายๆ แบบนี้นะโว้ย จะต้ม ผัด แกง ทอด ขอให้บอก ได้ชิมแล้วจะติดใจ ฮ่าๆ” ผมนี่นิสัยเสียอยู่อย่าง เป็นคนบ้ายอโดยกำเนิด โดนชมนิดชมหน่อยไม่ได้ตัวจะลอยติดเพดานแล้วรีบคุยโวทับต่อทุกที


“พี่เก่งจังเลยครับ แบบนี้ใช่มั้ยที่เขาเรียกว่าเสน่ห์ปลายจวัก...ผัวรักจนตายน่ะครับ”


แค่ก แค่ก


สำลักน้ำชาเย็นชื่นใจที่กำลังจิบไม่พอ มือก็เผลอปล่อยกระบวยร่วงลงบนโต๊ะกระทบจานชามเสียงดังโครมคราม


“พี่เป็นอะไรรึเปล่าครับ” มันเอื้อมมือออกมาเหมือนอยากจะจับหน้าจับตัวผมอะไรซักอย่าง


เชี่ยยย รู้อยู่เต็มอกว่าพูดอะไรลงไป ยังมีหน้ามาถามกูอี้กกก


ผมรีบถดตัวไปติดพนักเก้าอี้จนจะหลอมเป็นร่างเดียวกันอยู่แล้วก่อนจะกระแอมไอเบาๆ เรียกสติตัวเองกลับมาและเตือนให้มันถอยไปห่างๆ ด้วย 


“มะ...ไม่ได้เป็นอะไร มึงคนข้าวต้มต่อให้ด้วย กูแก่แล้วกูเมื่อย” พูดจบผมก็พยักพเยิดไปทางหม้อสุกี้ย้ำความต้องการของตัวเองให้มันเห็นอีกที ตัวก็ยังไม่หายสั่นเหมือนผีโดนน้ำมนต์สาดใส่ เริ่มชักหวั่นใจแล้วว่าผมจะรับมือไอ้เด็กเวรนี่ไปได้อีกนานแค่ไหนเชียว


ไอ้เด็กขี้แหย่อมยิ้มนิดๆ กลับมาให้ ดูอารมณ์ดีเหลือเกินนะมึง ผมทำเป็นเอามือถือขึ้นมากดนั่นเช็กนี่พยายามไม่หันไปมองคนที่กำลังใช้กระบวยคนข้าวต้มในหม้อตามที่ผมบอกเมื่อครู่ เกลียดหน้าระรื่นของมึงจริงๆ เล้ย ไอ้เด็กเปรต! 


















-------------------------------------------------

To Be Continued 

เจอกันตอนหน้านะคะ น้องซินกลับมาท็อปฟอร์มอีกแล้ว ขอให้พี่เวคนเด๋อโชคดี 5555 





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 155 ครั้ง

665 ความคิดเห็น

  1. #645 Coffee-mate (@nanaco) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2562 / 00:47

    โโอ้โห อ่านตอนนี้ไปก็คือแอบขำแอบมือหยิก 55555555 ไอน้องซินนน ร้ายอะ

    #645
    0
  2. #635 Lamoonhaf (@FahPalakawong) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2562 / 08:21
    ผัวเด็กรักจนตาย555
    #635
    0
  3. #524 TigKie_18 (@TigKie_18) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 02:36
    รว๊ายรว๊ายยยยยย
    #524
    0
  4. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  5. #380 gracieji (@graciejirada) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 01:06
    อ้าว เวรกรรม เฟบไว้นานแล้ว เพิ่งเริ่มอ่าน ปิดตอนแล้ว TT
    #380
    2
    • #380-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 7)
      19 สิงหาคม 2561 / 05:14
      You still have full access to all the chapters na ka :-) Sometimes, I do temporarily hide some of the chapters for major/minor modification though.
      #380-1
    • #380-2 gracieji (@graciejirada) (จากตอนที่ 7)
      19 สิงหาคม 2561 / 23:42
      ค่า เดี๋ยวลองดูใหม่
      #380-2
  6. #356 wissturn (@OTAkuuu) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 20:08
    ยัยน้อง ยัยร้ายกาจ !!!;___;
    #356
    1
    • #356-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 7)
      6 สิงหาคม 2561 / 23:16
      เนอะะะ น้องซินหยอดทุกเม็ด แผนเยอะไปหมดดด
      #356-1
  7. #314 Scarlettxd✿ (@qwe01020344) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 11:54
    ฮือออ น้องมันเจ้าเล่ห์มากเลยนะคะ พี่เวระวังตัวดีๆนะคะ55555
    #314
    1
    • #314-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 7)
      4 สิงหาคม 2561 / 04:37
      น้องจะหมาป่านิสนุงงงค่ะ 555
      #314-1
  8. #120 ไอแนน (@imoonan061994) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 05:26
    ซินคงรับรู้ได้ถึงความจริงใจบ้างแหละ
    ถ้าจับได้อย่าโกรธพี่มันนานนะ บางทีรีดอาจตายก่อนพี่เว
    #120
    1
    • #120-1 cliche33 (@cliche33) (จากตอนที่ 7)
      27 ธันวาคม 2560 / 18:30
      คนเขียนก็จะตายเหมือนกันนะคะ ถ้าสองคนนี้จะโกรธกันหรือดราม่ากันนานๆ เนี่ย บีบใจเกินนน
      #120-1
  9. #109 2003JAN20 (@2013JAN20) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 15:54
    รุกเก่งเหลือเกินพ่อคุณ ตั้งรับไม่ทันแล้วทั้งพี่ทั้งรีดเดอร์เลยค่ะน้องง //แต่ภาพสุดท้ายนี่แบบหนักหน่วงยิ่งกว่าการหยอดของน้องอีกค่ะ หิวววว
    #109
    1
    • #109-1 cliche33 (@cliche33) (จากตอนที่ 7)
      26 ธันวาคม 2560 / 01:01
      เราก็หิววว รุกเก่งเปย์ก็เก่ง อิพี่จะไปไหนรอดเนอะ เขียนเองก็เอาหัวโขกแป้นพิมพ์ไป เขินแทนพี่มัน 55
      #109-1
  10. #77 Choco'l Pis (@nekoy) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2560 / 03:00
    หิว...
    #77
    1
    • #77-1 cliche33 (@cliche33) (จากตอนที่ 7)
      23 ตุลาคม 2560 / 17:14
      55 เราก็หิววว
      #77-1
  11. วันที่ 27 กันยายน 2560 / 11:17
    อ่านแล้วต้องเดินลงไปเซเว่นเลยคะ5555 ชอบๆ สู้ๆนะคะไรต์
    #42
    1
    • #42-1 cliche33 (@cliche33) (จากตอนที่ 7)
      28 กันยายน 2560 / 22:43
      ขอบคุณมากๆ เลยนะคะ อ่านเม้นต์แล้วมีแรงเขียนต่อไป :D เขียนเองก็หิวนะเนี่ยบางที 55
      #42-1
  12. #17 แน่ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 สิงหาคม 2560 / 10:06
    สนุกมากเลยค่า :)
    #17
    1
    • #17-1 cliche33 (@cliche33) (จากตอนที่ 7)
      28 สิงหาคม 2560 / 17:04
      ขอบคุณนะคะ เจอกันตอนหน้าค่ะ :D
      #17-1
  13. #16 lillet rosé (@lilletrose) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 18:56
    "เงยหน้าให้พี่สิครับ" โอ้ยคุณ เราหยุดยิ้มไม่ได้เลยค่ะเขินตอนนี้มาก น่ารักมาก ฮือ เจอพี่เขาเช็ดปากให้ทีนี่คนน้องก็แอบไปไม่เป็นเหมือนกันนะคะ งือน่ารัก เป็นอีกตอนที่อ่านแล้วหิวมากๆ วันนี้เพิ่งซื้อหมูห่อสาหร่ายในเซเว่นกินเพราะนึกถึงฟิคเรื่องนี้ ฮ่า อินมาก ชอบบรรยากาศน่ารักๆของตอนนี้จังเลยค่ะ เขาไม่ได้พูดอะไรกันมากแต่ทำไมเราเขินขนาดนี้ก็ไม่รู้ เป็นตอนที่น่ารักพร่ำเพื่อมากๆ ดีใจน้องซินไม่งอนพี่แล้ว .///. อยากจะกรี้ดแต่อ่านอยู่นอกบ้านกรี้ดไม่ได้ งือ รออ่านต่อนะคะคุณไรเตอร์
    #16
    1
    • #16-1 cliche33 (@cliche33) (จากตอนที่ 7)
      28 สิงหาคม 2560 / 01:07
      ดีใจที่ชอบตอนนี้นะคะ :DD อยากลงไปซื้อกินบ้างเลย ขอบคุณที่เป็นกำลังใจให้นะคะ ฮึดมากเลย มีไฟเขียนต่อไปจนกว่าเค้าจะได้กัน 555
      #16-1
  14. #14 Mana hanako (@worrakornc) (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2560 / 11:41
    อ่านแล้วอมยิ้ม
    #14
    1
    • #14-1 cliche33 (@cliche33) (จากตอนที่ 7)
      28 สิงหาคม 2560 / 01:02
      ดีใจจจจ ขอบคุณนะคะ :D
      #14-1