สะดวกรัก (end)

ตอนที่ 32 : 32. คีย์การ์ด (Key card)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,765
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 167 ครั้ง
    7 พ.ย. 61

32











          “ยังอยากเข้าห้องน้ำอยู่มั้ยครับ” 


เมื่อแท็กซี่จอดเทียบหน้าคอนโดหรูหราใจกลางกรุงแห่งนี้ เขาก็หันมาถามผมด้วยน้ำเสียงราบเรียบ แล้วจะให้ผมตอบอะไรได้ นอกจากพยักหน้ารับเพื่อรักษาหน้าของตัวเองต่อไป 


“งั้นเข้าห้องน้ำตรงล็อบบี้ได้เลยนะครับ”


คำว่าล็อบบี้บาดลึกถึงกลางใจ จำได้ว่าครั้งแรกที่โดนหลอกมาค้างที่นี่ช่างแตกต่างกับครั้งนี้มากมาย แค่ห้องน้ำยังไม่ยอมให้ผัวคนนี้เข้าไปใช้อ่ะ คิดดู ยามรักน้ำต้มผักยังว่าหวาน ยามชังน้ำตาลปี๊บยังว่าขม ใช่ซี้ 


“สะอาดรึป่าว” มุ่นคิ้วราวกับเรื่องความสะอาดเป็นหนึ่งในสิ่งที่ผมสนใจเหลือหลาย ซินพยักหน้ารับตอบแบบไร้เสียง และหันไปเปิดประตูรถเดินจากไปในทันที


ผมรีบแหกปากร้องให้เขารอผมด้วย ก่อนจะบอกให้พี่โชเฟอร์ขับออกไปเลย ช่างเถอะว่ะ วันนี้จะนอนไหนไม่ใช่เรื่องสำคัญ ผมชักจะสงสัยตงิดๆ แล้วว่าไอ้เด็กนี่มันซ่อนอะไรไว้ในห้องกันแน่ ถึงกล้าปฏิเสธไม่ให้ผมใช้ห้องน้ำของมัน 


วิ่งตามคนขายาวจนหอบนิดหน่อย หยุดยกมือไหว้พี่ยามที่เปิดประตูกระจกให้แล้วเดินเข้าไปภายในตัวตึกทันที แค่ไม่กี่ก้าวที่ได้เข้ามาเสพอากาศหนาวเย็นขัดกับความร้อนเหนอะหนะข้างนอก เจ้าของห้องก็หยุดเดินกะทันหัน แล้วหันหน้ากลับมาหาผมไม่ให้ซุ่มให้เสียง


“ล็อบบี้อยู่ทางซ้าย เดินตรงไปอีกนิดแล้วเลี้ยวขวาจะเจอ กลับบ้านดีๆ นะครับ ถ้าเรียกแท็กซี่ไม่ได้ พี่ยามมีเบอร์เรียกจากศูนย์นะ” 


โอ้โห กรรมตามสนอง เมื่อกลางวันให้น้องส้มโอเรียกรถเอง ตกกลางคืนเมียผมไล่ให้กลับบ้านเหมือนหมูเหมือนหมา


“นี่จริงจัง ขอเข้าห้องน้ำมึงไม่ได้หรอ ทำไมต้องให้เข้าของล็อบบี้ด้วย” น้ำเสียงที่ใช้ฟังดูกระฟัดกระเฟียดเกินเบอร์ไปนิด เออ ก็เอาเถอะว่ะ นี่มันดึกแล้วนะเว้ย ผมคุมโทนเสียงตัวเองไม่ได้อีกต่อไปแล้ว


“เข้าตรงไหนก็เหมือนกันนั่นแหละครับ” คนตอบไม่พูดพร่ำให้เสียเวลา แตะคีย์การ์ดบนประตูกระจกอีกบานเพื่อเดินเข้าไปหาลิฟต์ในทันที


ไอ้ผมจึงไม่รอช้า วิ่งกระหืดกระหอบพาตัวเองตามเข้าไปอย่างหน้าไม่อาย ในวินาทีที่เด็กคนนั้นกำลังจะกดปิดลิฟต์ ผมก็เอามือเข้าไปดันให้มันกลับมาเปิดออกอีกครั้ง จินตนาการว่านี่คือพระเอกตามมาฉุดรั้งนางเอกไว้ ใช่เลย ราวกับออกมาจากสตอรี่บอร์ดเดียวกัน


เขาหรี่ตามองผมแล้วถอนหายใจอย่างเหนื่อยอ่อน ทว่าก็ไม่ว่าอะไร แตะคีย์การ์ดเข้ากับเครื่องอ่านข้างในลิฟต์เพื่อกดหมายเลข 42 ชั้นของตัวเอง 


ผมนึกว่าเราดีกันแล้ว เข้าใจกันถ่องแท้แล้วเสียอีก แค่บอกว่าจะตามมาส่งด้วย หลังจากนั้นเขาก็นั่งเงียบๆ ในรถมาตลอดทาง แถมยังผลักให้ผมไปยืนฉี่ในล็อบบี้อีก นี่ต้องเป็นฝันร้ายแน่ๆ ช่วยผลักให้ผมตื่นขึ้นมาทีเถอะ หัวใจของผมบอบบางเยี่ยงกระดาษสาชุ่มน้ำ


ทันที่ลิฟต์เปิดออก เจ้าของห้องไม่รอช้าเดินพรวดพราดไปหาห้องมุมขวาสุดด้วยความเร็ว แตะคีย์การ์ดเข้ากับประตูอีกครั้งและเดินเข้าไปในห้องไม่รอไอ้แว่นอย่างผม ไม่รอไม่ว่า แต่ทำท่าจะดึงประตูให้ปิดลงด้วยนี่สิ โอ้ ใครก็ได้บอกผมทีว่านี่ไม่ใช่ความจริงใช่ไหม


“ซ่อนใครเอาไว้จริงๆ ใช่มั้ย ทำไมต้องห้ามไม่ให้เข้า”


คำถามดราม่ายิ่งกว่าคลับฟรายเดย์ที่อีเจ้กับแม่ชอบดู ถ้าผมเดินเข้าไป จะเห็นผู้ชาย ผู้หญิง มนุษย์สักเพศเดินนุ่งผ้าเช็ดตัวออกมาทักทายกันใช่ไหม ต้องใช่แน่ๆ 


ไม่มีเสียงตอบรับจากคนข้างใน 


“กูจะเข้า!” ผลักประตูออกอย่างง่ายดายทั้งที่ปกติสู้แรงไอ้หมีควายข้างในไม่ไหวหรอก


“ใครคะนั่น” น้ำเสียงหวานใสที่ผมคุ้นเคยดีเอื้อนเอ่ยออกมา 


ฟะ แฟนเก่าของผมนุ่งผ้าเช็ดตัวสีขาวผืนสั้นที่แทบปกปิดสัดส่วนแน่นหนังของตัวเองไว้ไม่มิด 


“ตั้งแต่เมื่อไหร่ ทำไม ไม่เอาแบบนี้! ม่ายยย ไม่นะโว้ยยยย!”


สะดุ้งตื่นขึ้นมาคอเคอปากเปิกแห้งผากไปหมด ระบายลมหายใจร้อนผ่าวออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนจะเห็นมือของใครสักคนเอื้อมมาแตะแขนผมแผ่วเบา


“ฝันร้ายเหรอครับ”


พ่นลมหายใจยาวยืดแทนคำตอบ มั่นใจว่าเผลอทำหน้าโมโหใส่คนถามกลับไปด้วย ไม่คิดจะตอบว่าเขาเข้าใจถูกแล้ว รู้แค่ว่าจำเป็นต้องป่าวประกาศเจตนารมณ์ก่อนถึงคอนโดนั่นให้ซินได้ยินโดยเร็วที่สุด


“พอถึงคอนโดมึงแล้ว กูจะเข้าไปฉี่ข้างบน ล็อบบี้ไม่เอา อย่ามาบังคับกูนะโว้ย!”


             "ล็อบบี้มาเกี่ยวอะไร"


          ยังอีก ยังมีหน้ามาถามเสียงงงงวย ในฝันมึงใจร้ายมาก บักห่านี่แหม่


          "ไม่เอาล็อบบี้ ไม่เข้าใจหรอ"


ในความมืดสลัวนั้นผมมองไม่เห็นอากัปกริยาของคนที่นั่งข้างกันบนเบาะสีครีมสักนิด เขาไม่ยอมตอบ ทำท่าล้วงของอะไรขลุกขลัก ไม่นานการ์ดแข็งๆ ใบหนึ่งก็ถูกวางไว้บนหน้าตักของผมช้าๆ


“ไม่ต้องคืนนะครับ”


เพ่งมองวัตถุทรงเหลี่ยมอยู่ชั่วครู่ เมื่อรู้ว่าคืออะไรก็ตกใจจนหันไปมองเขาตาโต จากนั้นก็เขยิบตัวเข้าไป

กระซิบเบาๆ ข้างหูเขาในความมืด


“อย่าไปเที่ยวอ่อยคนอื่นแบบนี้ที่ไหนอีกนะ ไม่งั้นมึงโดนดีแน่!”


ทำไมเมียผมมันแรดเก่งแบบนี้วะ ปวดหัวจังโว้ย!


“ขู่เก่งจังครับ กลัวแย่แล้ว” ไม่ได้มาแค่คำพูด แต่ลากสัมผัสนิ้วแตะลงบนต้นขาของผมอ้อยอิ่ง


“ไอ้ควายนี่!” จินตนาการเอานะว่าต้องกระซิบคำด่ารุนแรงไม่ให้คนขับได้ยินมันขัดใจผมขนาดไหนน่ะ


เสียงหัวเราะสมใจดังตามมาเบาๆ ก่อนที่ปลายนิ้วเรียวยาวจะหยิบการ์ดสีขาวใบเดิมสอดใส่กระเป๋าเสื้อให้ผมอย่างรวดเร็ว


“ผมมีอีกใบบนห้อง ถ้าพี่ทำหาย ต้องมาซื้อใบใหม่จากนิตินะครับ ต้องรีเซ็ตบัตรอะไรยุ่งยากนิดหน่อยด้วย ทางที่ดีอย่าทำให้หายจะดีกว่า”


คำอธิบายยาวยืดนั่นทำเหมือนผมเป็นลูกบ้านอีกคนก็ไม่ปาน


“ดี ว่างๆ กูจะมาขนทีวีหรือตู้เย็นมึงไปขายทำทุนหลังเรียนจบดีมะ”


“ถ้าห้องผมถูกยกเค้า ก็อาจจะต้องไปขอค้างบ้านแฟนชั่วคราวนะครับ คิดๆ ดีนะ”


“ไอ้เด็กนี่ ขู่กูหรอวะ!” 


ในจังหวะที่แท็กซี่กำลังเลี้ยวเข้าสู่ทางเข้าคอนโด เจ้าของห้องก็รีบฉกหน้าเข้ามาใกล้จนริมฝีปากร้อนชื้นแตะเข้าไปที่ปลายหูของผมฉิวเฉียด


“แตะการ์ดสี่ครั้งนะครับ หน้าตึกหนึ่ง ก่อนเข้าลิฟต์หนึ่ง เข้าไปข้างในลิฟต์อีกหนึ่ง แล้วพอถึงห้องเรา ก็แตะอีกครั้งนะครับ”


“ห้องเราเชี่ยไร!” ถองศอกยันให้อีกคนถอยออกห่าง ก่อนจะบอกพี่โชเฟอร์ว่าไม่เอาเงินทอน แล้วรีบผลักประตูรถเดินจากไปในทันที


อย่างน้อยผมก็ขอเข้าไปดูให้เห็นกับตาทีเถอะว่าข้างในห้องนั่นมันไม่มีใครอยู่เหมือนในฝันจริงๆ ใช่มั้ย










ผมเดินอาดๆ ไล่แตะบัตรตามที่เจ้าของห้องมันบอกอย่างแม่นยำ ปกติก็จำรายละเอียดแบบนี้ไม่ได้หรอก ทว่าไม่รู้ทำไมถึงได้กังวลหงุดหงิดใจงุ่นง่านจนจำสิ่งที่เขาร่ายให้ฟังในรถได้จนหมด ไม่แน่ใจว่าคนข้างหลังมีสีหน้ายังไง เพราะเขาเดินตามผมต้อยๆ ราวกับผมเป็นเจ้าของห้อง และเขาเป็นเพียงผู้ขออาศัยอยู่ชั่วคราว


ทันทีที่ประตูไม้บานใหญ่ส่องแสงวาบ ผมก็ผลักให้มันเปิดออกอย่างถือวิสาสะ ก้าวพรวดไล่กวาดสายตามองสำรวจทุกมุมห้อง ผัวขี้หึงเขาเป็นกันอย่างนี้นี่เอง เพิ่งจะรู้


ห้องรับแขก ห้องน้ำ ห้องนอนว่างเปล่า ไร้ซึ่งผู้คน ไม่สิ ขาดระเบียงกับตู้เสื้อผ้าอีกหนึ่ง ผมไม่รอช้ารีบเดินเข้าไปเช็กราวใกล้เสียสติ เมื่อแน่ใจว่าตู้เสื้อผ้าบิวด์อินในพื้นที่ส่วนแห้งของห้องน้ำไม่มีใครซ่อนอยู่ ก็พ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน คนขี้หึงมากๆ เขามีชีวิตอยู่กันยังไงวะ แค่นี้ผมก็หายใจแทบไม่ทันแล้ว โคตรเหนื่อยเลย


ยิ้มออกมาเล็กน้อยอย่างวางใจ เมียผมยังอยู่ในโอวาทดังเดิม ทำตัวว่านอนสอนง่ายอย่างน้ีผัวอย่างผมก็ค่อยใจชื้นหน่อย ทันทีที่เลื่อนประตูตู้ปิดจนจรดขอบ มีสัมผัสอุ่นๆ โอบรัดตัวผมให้เข้าไปแนบชิดกับลำตัวเขา คนๆ นั้นบรรจงวางปลายคางคลึงลงบนไหล่ข้างขวาของผมเบาๆ ยำ้ๆ อีกด้วย


“คิดว่าผมเอาใครมากกจริงๆ เหรอครับ พี่เป็นแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอครับ”


มองเงาที่สะท้อนอยู่บนกระจกหน้าตู้เสื้อผ้า ก็เห็นใบหน้าฉาบสีแดงของตัวเองเต็มสองตาเป็นครั้งแรก

โอย อยู่ไม่ได้แล้ว ผัวคูลๆ ที่ไหนเขาหน้าเปลี่ยนสีเวลาโดนเมียถูไถแบบนี้เล่า!


“เป็นแบบนี้คืิอแบบไหน พูดภาษาไทยฟังไม่รู้เรื่อง!” งานด่าหาสาระไม่ได้ขอให้ไว้ใจผม กระทุ้งศอกเข้าที่ลำตัวของอีกคนเบาๆ ไม่ได้กะให้เจ็บ แต่จะรุนแรงขึ้นถ้ามันยังไม่เลิกเกาะแกะหน้ากระจกตู้เสื้อผ้าแบบน้ี!


“หึงผมมากขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่เหรอครับ”


“ถ้าไม่ให้หึงเมีย จะให้ไปหึงหมาที่ไหน!” ศอกที่ออกแรงถองข้างลำตัวถูกมืออีกข้างของคนเด็กกว่าตะครุบไม่ให้ขยับไปไหนได้อีก


“ดีใจมากๆ เลยรู้มั้ย” 


ลมหายใจทวีความร้อนของเขาไล้ผ่านใบหูลงมาแถวซอกคอ คลอเคลียอยู่อย่างนั้นไม่ห่าง มือของซินละออกจากข้อศอกเมื่อแน่ใจว่าผมเลิกทำร้ายสีข้างเขาไปนานแล้ว ก่อนที่ปลายนิ้วจะยื่นมาเขี่ยกระดุมเม็ดกลางของผมแผ่วเบา


“อย่ามาห้องผมตอนกลางคืนอีก มาได้แค่เฉพาะกลางวันเท่านั้น ถ้ายังไม่อยากให้ผมล้ำเส้นเข้าไป”


เงยหน้าไปมองเงาสะท้อนในกระจก ผมเลือกจะไม่มองตัวเอง แต่จ้องเจ้าของสัมผัสอุ่นร้อนด้านหลังแทน ใบหน้าของเขาขาวนวลอมเลือดฝาดมากกว่าเดิมเล็กน้อย ไม่แดงซ่านน่าอายเท่าของผมหรอก ทว่าใบหูของเขาแดงจัด แดงมาก ไม่ต้องลองจับก็รู้ว่าต้องร้อนระอุมากแน่ๆ


ทำไมทำเหมือนผมมีความสำคัญขนาดนั้นวะ 


คือผมทำให้ใครสักคนรู้สึกปั่นป่วนตั้งแต่ท้องน้อยยันลำไส้ใหญ่ได้จริงๆ เหรอ


ไม่น่าเบื่อเหรอ


ต้องน่าเบื่อสิ 


มีคนบอกแบบนั้น แล้วก็ปักใจเชื่อแบบนั้น 


“ถามจริงเหอะว่ะ มึงชอบอะไรในตัวกูหรอวะ”


“ครับ?”


“ชอบกูจริงๆ หรอ เพราะอะไรถึงชอบ ตอบจริงๆ นะ ไม่โกหกได้มั้ย อยากรู้จริงๆ ว่ะ”


เมื่อเห็นในกระจกว่าเขากำลังจะเปิดปากตอบคำถามของผม ในใจดันนึกกลัวขึ้นมาเฉยๆ บางทีเรื่องบางเรื่องก็ควรเป็นความลับของสวรรค์ที่มีเพียงเง็กเซียนผู้เดียวเท่านั้นที่ล่วงรู้ได้


“ไม่อยากรู้แล้ว ไม่ต้องตอบอะไรไร้สาระแบบนั้น สงสัยช่วงนี้กูดูละครกับคนที่บ้านมากไปหน่อย”


พยายามดันตัวเองออกมาจากอ้อมกอดของเด็กคนนั้น เขายอมปล่อยผมออกแต่โดยดี ง่ายจนแปลกใจ ทว่าในชั่วพริบตา แผ่นหลังที่เคยแนบติดกับลำตัวของซินเมื่อครู่กลับโดนจับพลิกให้ไปติดบานกระจกของตู้เสื้อผ้าไซส์ยักษ์นั่นแทน


“จะ ใจเย็นไอ้น้องชาย”


พูดจาได้ลุงมากผมรู้ 


ซินเอื้อมนิ้วมาแตะตรงเปลือกตาผมแผ่วเบา ต่อให้เบากว่านี้ยังไงก็อดสะดุ้งไม่ได้อยู่ดี


“ทำอะ-”


“ผมชอบมองตาพี่ เวลามองเหมือนถูกดูดให้เข้าไปว่ายอยู่ในนั้น ...หาทางออกยังไงก็ไม่เจอ ”


เลียริมฝีปากเร็วๆ ทีหนึ่ง ยังไม่เข้าใจว่าคนๆ นี้จะดำเนินบทสนทนานี้ไปทางไหน


“ชอบจมูก ปลายมนๆ แบบนี้” นิ้วชี้ข้างเดิมแตะลงบนจมูกผมสองสามครั้งเร็วๆ


“คิดอยู่ในใจบ่อยๆ ว่าอยากงับเล่นซักที...หลายๆ ที”


รีบเอามือขึ้นมากุมจมูกไว้พลางถอยให้ห่างเล็กน้อย ราวกับกลัวว่าคำบอกเล่าเมื่อกี้อาจจะกลายเป็นความจริงขึ้นมา ท่าทางเมื่อครู่ทำให้อีกฝ่ายหลุดหัวเราะอย่างไม่เกรงใจกันเลย


แต่ดูเหมือนคนเด็กกว่าจะหันเหความสนใจไปที่อื่นแทนแล้ว เพราะนิ้วชี้นั่นเคลื่อนลงมาแตะลงบนริมฝีปากผม แล้วค่อยๆ ลูบมันช้าๆ 


          “ชอบที่ปากนี้บอกความรู้สึกทั้งหมดของพี่ให้ผมรู้ โดยไม่จำเป็นต้องพูดเสมอไป”


หน้าร้อนผะผ่าวเมื่อนึกตามว่าปากคนเราทำอะไรได้บ้างเพื่อสื่อความรู้สึกโดยที่ไม่ต้องพูดออกมาเป็นถ้อยคำทุกครั้ง


“ทำไมพูดไม่จบเลยวะ ง่วงแล้ว จะกลับบ้าน” รวบรวมสติเบรกซินให้หยุดได้แล้ว ในหัวตอนนี้นึกอะไรไม่ออกเท่าไหร่ เหมือนโดนเมฆหมอกปกคลุมจนทั่ว


“ผมจะไล่ให้ฟังถึงเช้าเลย...”


“จะบ้าเหรอ กูต้องรีบกลับบ้าน แล้วตื่นไปทำงานพรุ่งนี้มั้ย ...”


“ยกเว้นว่าพี่จะยอมเชื่อ ว่าทุกอย่างในตัวพี่...ผมชอบ ถ้าพี่ไม่เบื่อก็อยากบอกให้ฟังทุกวันว่ารู้สึกแบบนี้...ไม่เปลี่ยน


ก้มหน้าลงมองแผ่นไม้ปาร์เก้เฉย ไม่รู้อีกแล้วว่าจะจัดการหัวใจที่เต้นไม่ยอมผ่อนยังไง สุดท้ายได้แต่พึมพำเสียงเบา ได้ยินก็ดีไม่ได้ยินยิ่งดี


“เลิกสปอยล์กูได้แล้ว เดี๋ยวชินจนเคยตัวจะว่าไง” 


ความเคยชินน่ากลัวจะตาย ถ้าวันนี้เคยมีแล้ววันพรุ่งนี้ไม่มีอีกแล้วจะทำอย่างไร


“ก็ดีสิครับ อยากให้พี่รู้ตัวอีกทีก็ขาดผมไม่ได้แล้ว”


ส่ายหน้าเบาๆ ทำท่าเหมือนไม่ได้ใส่ใจคำพูดนั่น ก่อนถอนหายใจออกมาเชื่องช้า


“แฟนเก่ากูเค้าเคยบอกว่ากูน่าเบื่อ มึงไม่ต้องพูดให้กูดีใจหรอก กูรู้ตัวดี”


ดวงตากลมโตของซินวาววับด้วยความขุ่นเคือง เอาอีกแล้ว ขยันก่อเรีื่องในพื้นที่คับแคบอีกแล้วกู


“กะ กลับบ้านก่อนนะ เดี๋ยววางคีย์การ์ดไว้หน้าทีวีละกัน ไม่อยากเก็บไปแล้วทำหาย ฟังดูยุ่งยากว่ะ” ทว่าซิน

กลับดึงแขนผมเอาไว้ ไม่ว่าจะออกแรงสะบัดยังไงก็ไม่หลุดทั้งที่พยายามเต็มที่แล้ว


“ถ้าย้อนเวลากลับไปสมัยที่พี่อยู่มอปลายได้ ผมก็จะหาทางให้เราได้รู้จักกันอีก ต่อให้ลำบากกว่านี้ก็จะทำ”


“…”


“ถ้าเราได้รู้จักกันในตอนนั้น จะไม่ยอมให้ใครทำให้พี่เวดูถูกตัวเองแบบนี้แน่... ”


พยายามกลั้นก้อนแข็งๆ ไว้ในลำคอ ไม่เคยรู้สึกอ่อนไหวเท่าตอนนี้มาก่อน ไม่ได้อยากเป็นแบบนี้เลย ความผิดของคนๆ นี้คนเดียว


ถ้ายังไม่ทำอะไรสักอย่างคงไม่ดีแน่ ผมมองซ้ายมองขวาหาทางพุ่งออกไปข้างนอกห้องน้ำ ทว่าคนๆ นี้รู้ดีว่าตัวเองมีของวิเศษอะไร 


แค่อ้อมแขนที่ยื่นออกมาคว้าตัวผมให้เข้าไปหา


แค่อ้อมกอดที่โอบล้อมความเป็นผมทั้งหมดไว้ 


มันหนาแน่น อบอุ่น และมั่นคงจนมั่นใจได้ว่าเขาอยากหยิบยื่นสัมผัสเหล่านั้นให้ผมแค่คนเดียว


“เห็นค่าของตัวพี่เหมือนที่ผมมองเห็นมาตลอดได้มั้ย”


น้ำอุ่นๆ ซึมออกมาจากหางตาของผมเล็กน้อย เป่าปากระบายความร้อนอย่างหนักหน่วง พยายามกลั้นไม่ให้อะไรที่ไม่ควรไหลไหลออกมา 


       เป็นครั้งแรกในรอบสี่ปี ที่อยากเป็นความรักดีๆ ของใครสักคน



        








      "เหนียวตัวว่ะ ขออาบน้ำหน่อยนะ" ผมฝืนดันตัวเองออกมาให้พ้นจากอ้อมกอดของเขา ไม่ได้อยากทำแบบนั้น ทว่าก็ไม่อยากให้เขาต้องมาแก้ปัญหาของผม มันไม่ยุติธรรมที่คนปัจจุบันต้องมารับรู้ว่าเรากับคนในอดีตสร้างแผลอะไรให้กันเอาไว้ เพราะแค่ถ้อยคำเมื่อครู่ของเขาก็เยียวยาหัวใจของผมมากพอแล้ว มากพอที่จะเข้าใจในสิ่งที่ควรจะเข้าใจได้ตั้งนานแล้ว

          

          หลังจากอาบน้ำเสร็จ ผมถือวิสาสะเดินเข้าห้องนอนของซิน แล้วสอดตัวอยู่ใต้ผ้านวมสีขาวผืนนุ่ม ภายในความมืดมิดของห้องไม่เห็นอะไรแต่ก็ยังอุ่นใจ เพราะฉวยโอกาสสูดกลิ่นหอมอ่อนๆ ของเจ้าของเตียงเข้าไปเต็มๆ ยกแขนเสื้อขึ้นป้ายน้ำตาทิ้งลวกๆ อ่อนแอจนน่าอับอาย ทว่าทำอะไรไม่ได้มากไปกว่ายอมรับว่านี่คือตัวผม เด็กมอหก ที่ไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าความเสียใจคืออะไร กลายเป็นนักศึกษาปีสามที่ยังฝังใจกับสิ่งที่แฟนเก่าพูดไม่ลืมนั้นคือตัวผมในวันนี้ทั้งหมด


ได้ยินเสียงประตูถูกเปิดให้เบาที่สุดในเวลาถัดมา ยิ่งขดตัวเองอยู่ในผ้าห่มมากขึ้น ทั้งที่รู้ว่าบนเตียงมีผ้ากันหนาวแค่ผืนเดียว ทว่าจำเป็นต้องยื้อเป็นป้อมปราการพรางตัวผมจนวินาทีสุดท้าย ที่นอนยวบลงไปตามน้ำหนักตัวของคนมาใหม่ ใจผมยิ่งเต้นระรัว ไม่รู้ว่ากำลังกลัวอะไร


“กอดพี่ได้มั้ยครับ”


ประโยคขอร้องไม่ได้ต้องการคำอนุญาต เพราะผ้านวมที่ผมยึดไว้มั่นถูกดึงออกช้าๆ และต่อให้ออกแรงดึงเอาไว้ก็ไม่ได้ผล 


ได้ยินเสียงผ้าห่มตกลงไปกองอยู่บนพื้นข้างเตียงชัดเจน พร้อมๆ กับรับรู้สัมผัสจากวงแขนอุ่นที่โอบกอดตัวผมจากด้านหลัง


“เพิ่งรู้ว่าครีมอาบน้ำที่ใช้ประจำหอมขนาดนี้” คนคิดไปเองกดสันจมูกเข้ากับหลังคอผมเบาๆ ซ้ำๆ


“อย่าเบียดได้มั้ย จะตกเตียงแล้ว” 


“ก็อย่าเขยิบหนีกันสิครับ”


“กลับไปนอนฝั่งตัวเองดีๆ เลยป่ะ”


“พรุ่งนี้ลางานนะครับ”


“ได้ไง!”


“ดึกขนาดนี้อย่าฝืนตื่นไปทำงานเลยครับ เดี๋ยวจะไม่สบายเอานะ”


“ถ้ามึงหยุดพูดอีกไม่เกินห้านาทีกูก็หลับแล้วเนี่ย”


“งั้น...ไม่ให้หลับดีกว่า”


น้ำเสียงเจ้าเล่ห์ที่นานๆ ครั้งได้ยินไม่ทิ้งจังหวะให้มีโอกาสตอบโต้ เพราะมือของใครบางคนเลื่อนขึ้นมาปัดป่ายแถวช่วงอก เพียงเศษเสี้ยวนาทีที่นิ้วเรียวลูบผ่านตุ่มไตใต้เสื้อยืด ผมก็รีบเด้งตัวราวกับโดนไฟลน โชคดีมากที่กลั้นเสียงประหลาดไว้ในลำคอทันท่วงที


“อย่าเล่นบ้าๆ แบบนี้ดิวะ”


“อย่าร้องไห้เพราะคนๆ นั้นอีกได้มั้ย”


               









อุุ้ย มาอีกแล้ว ขยันจังใครเนี่ย ฮี่ 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 167 ครั้ง

665 ความคิดเห็น

  1. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  2. #459 forfaye (@forfaye) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 20:21
    ซินอบอุ่นมากเลยเเงงงงง
    #459
    1
    • #459-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 32)
      20 พฤศจิกายน 2561 / 03:40
      อบอุ่นขนาดนี้พี่เวจะไปไหนรอด :)
      #459-1
  3. #399 wanderer_nomad (@wanderer_nomad) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 22 สิงหาคม 2561 / 02:52
    ว่าทุกอย่างในตัวพี่ผมชอบ... ฮืออออ ชอบประโยคนี้ของน้องมาก เวอย่าลืมสิว่าเวลารู้สึกไม่มีค่า รู้สึกว่าตัวเองไม่แน่ใจว่ามีดีอะไร ใครที่บอกและปลอบให้มั่นใจว่าสำหรับคนๆหนึ่งพี่เวเป็นที่หนึ่งนะ 😭 ไล่อ่านบทที่จำได้ว่าชอบเลยยย ไรท์จะปราณีเรามั้ยคะ ;^;
    #399
    1
    • #399-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 32)
      28 สิงหาคม 2561 / 05:53
      ชอบประโยคนี้เหมือนกันเลยค่ะ รีดพูดเหมือนมาอยู่ในหัวเราตอนเขียนเลย เป๊ะเลย ตอนที่น้องซินพูดขนาดนี้ แล้วเรารู้ว่าภายภาคหน้าจะเกิดบทปัจจุบันขึ้นโคตรเจ็บเลยค่ะ T_T ไม่ใช่แค่รีดที่อินนะคะ
      #399-1
  4. #329 Scarlettxd✿ (@qwe01020344) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 19:55
    เอ็นดูความฝันพี่เวจังค่ะ คนมันฝังใจอะเนอะ น้องซินน่ารักเสมอเลยย คูมแม่แบบเราก็อุ่นใจแล้ว /ถวายพี่เวให้น้องซิน
    #329
    1
    • #329-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 32)
      4 สิงหาคม 2561 / 04:45
      เนอะะะ อุ่นใจเสมอเพราะน้องซินอบอุ่นยิ่งกว่าไมโครเวฟฟฟฟ
      #329-1
  5. วันที่ 26 มิถุนายน 2561 / 19:25
    พี่เวฝันอะไรคะ น้องซินน่ะหรอจะเมินพี่เวคนแมน
    ไม่มีทางงงง... แล้วดูสิ มีห้องรงห้องเรา #อิจค่ะ
    #281
    1
    • #281-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 32)
      29 มิถุนายน 2561 / 03:00
      เนอะะะะ ฝันดราม่าตลอดดดด น้องน่ะเหรอสายสปอยล์หนักขนาดนั้น แหมมม อิจเหมือนกันค่ะ อยากมีคนมาบอกห้องเราข้างหูบ้าง ฮือ
      #281-1
  6. #243 lillet rosé (@lilletrose) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 1 มิถุนายน 2561 / 02:44

    อยากมีน้องซินเป็นของตัวเองค่ะ งือ คนดีทำให้หลงอีกแล้ว วิ่งกลับไปหวีดน้องแทบไม่ทันเลยค่ะ ที่บอกจะหลงคนพี่มากกว่าขอให้ลืมๆไป จะหลงใครได้อีกนอกจากน้องซินไม่มีอีกแล้วค่ะ ;-; เนี่ย คุณแกล้งกันอีกแล้วเรื่องฝัน ,_, คราวที่แล้วก็ทำเราแทบสติแตก แล้วตอนนี้ก็มาทำเราขำกับจังหวะซิทคอมหลังพี่เขาตื่น แค่คนน้องถามว่าล็อบบี้มาเกี่ยวอะไรเราก็ขำไม่หยุดแล้ว ฮือ คิดภาพตอนพี่เขาโวยวายแล้วตลก แถมมีหน้ามาถามน้องว่าไม่เข้าใจหรออีก ฮือ ดีได้เดี๋ยวเดียวก็กลับมาเด๋อ ไม่เหมือนน้องซินคนดีของเราเลยค่ะ คนอะไรยิ่งรู้จักมากขึ้นเท่าไหร่ก็ยิ่งหลง หลงจนรู้สึกหน้ามืดไปหมด ถ้าได้คีย์การ์ดใบนั้นโยนใส่หัวคงหายหน้ามืดแน่ๆค่ะ งือ ยิ่งพอน้องเริ่มอ้อนหลังจากวิญญาณสามีขี้หึงหลุดจากร่างคนพี่นั่นอีก ฮือ น่ารัก คนดีน่ารัก ตอนเอานิ้วไปเขี่ยกระดุมคนพี่เล่นก็ยังน่ารัก น่ารักแต่ไม่อ่อนโยนเลยค่ะ ฮือ #อ่อนโยนที่ไม่อ่อนโยน กลับมาแล้ว นึกภาพน้องซินหูแดงตามแล้วมัน งือ คนนึงหน้าแดงคนนึงหูแดง ไม่ไหวค่ะ ไม่ไหวทั้งคนในห้องทั้งคนอ่านเลย ;///; แล้วมันก็โบ้ม ตายไปเลยตอนที่น้องซินไล่บอกว่าชอบอะไรในตัวพี่เขา ปากที่บอกความรู้สึกทั้งหมดให้รู้โดยไม่จำเป็นต้องพูด ;///; มาอีกแล้วกับอะไรแบบนี้ที่้ต้องสกรีนช็อตเก็บไว้ เป็นอะไรที่อ่านแล้วรู้สึกว่าแง ใช่เลย ความเป็นคุณไรเตอร์แบบนี้เลยที่ทำเราหลงรัก ไม่รู้จะอธิบายออกมายังไง แต่พออ่านแล้วมันแง มันคือคุณเลยค่ะ เหมือนเวลาที่สงสัยว่าอะไรทำให้พี่เวมั่นใจที่จะเรียกคนน้องว่าเมียออกมาได้เต็มปากเต็มคำ และคำตอบมันก็แบบ ก็เนี่ย ก็คือพี่เวอ่ะ เนี่ย มันให้ความรู้สึกแบบนี้เลยค่ะ คุณเข้าใจเราใช่มั้ยคะ ฮือ เขินไปหมดเลยกับตอนนี้ ความอยากมีน้องซินเป็นของตัวเองก็หนักแน่นขึ้นด้วย ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงจะ find someone who loves you like kanye loves kanye แต่ตอนนี้ find someone who loves you like น้องซิน loves พี่เว แบบไม่ต้องคิดเลยค่ะ งือ ที่เราเคยบอกว่าน้องซินทำให้เราอยากจะทำอะไรดีขึ้นนี่มันจริงมากๆเลย อยากจะเป็นคนที่เข้าอกเข้าใจได้แบบน้อง ;-; พักหลังคุณไรเตอร์ทำเราน้ำตาแตกบ่อยมากเลย ตอนนี้ก็น้ำตาซึมตามคนพี่ อีกแล้วที่ทำให้เรารู้สึกว่าดีจังเลยที่เขามีกันและกัน ยิ่งที่บอกว่าอยากจะเป็นความรักดีๆของใครสักคน แล้วเปิด best part ฟังด้วยนะ ฮือ เป็นนิยายไม่ดราม่าที่ทำเราตาบวมไปหมด อ่านถึงตอนนี้ก็ยิ่งเข้าใจเลยว่าเรื่องในตอนนั้นมันฝังลึกอยู่กับคนพี่แค่ไหน หนึ่งในหลายอย่างที่เราชอบมากๆเกี่ยวกับเรื่องนี้คือคุณทำให้เรามองเห็นอีกมุมมองของเรื่องต่างๆ ที่พี่เวบอกว่าความเคยชินน่ากลัวจะตายนี่เข้าใจมากๆเลย เป็นคนที่คิดแบบนี้เหมือนกันมาตลอด แต่พอมาอ่าน มามองในมุมนี้แล้วกลับไม่อยากให้คนพี่คิดแบบนั้นเลย ทั้งๆที่เข้าใจนะว่าทำไมเขาถึงคิดแบบนั้น แต่ก็ไม่อยากให้คิดเลย รู้สึกย้อนแย้งมาก เนี่ย ทำให้ในหัวของเราคืนนี้ตีกันไปหมดเลยค่ะแง แต่ก็เนี่ย ขอบคุณจริงๆนะคะกับงานเขียนดีๆแบบนี้ จะบอกอีกเป็นรอบที่ร้อยเลยว่าเราดีใจมากๆที่ได้มาเจอเรื่องนี้รวมถึงได้เจอกับคุณด้วย ดีใจมากๆค่ะที่ตอนนั้นคุณอยากหนีความจริงจนได้มาเขียนเรื่องนี้ แต่ก็เนี่ย ถ้ามีเหตุผลอื่นที่ทำให้คุณมาเขียนเรื่องนี้แทนเรื่องเครียดก็คงจะดีกว่ามากๆ งือ สบายใจแล้วค่ะคืนนี้ ได้สปอยล์คุณอีกแล้ว ฮี่ ตอนนี้คุณได้นอนเต็มอิ่ม กินอาหารดีๆแล้วใช่มั้ยคะงือ มาต่อเร็วแบบเราไม่ได้ตั้งตัวเลย มาหลายอารมณ์ในตอนเดียวอีกแล้วด้วย สมองปรับตามไม่ทันจนมึนหัวไปหมดเลย ถ้าได้คีย์การ์ดใบนั้นโยนใส่หัวคงดีขึ้นจริงๆค่ะ ยืนยัน ฮือ

    #243
    2
    • ความเห็นย่อยนี้ถูกลบแล้ว :(
    • #243-2 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 32)
      2 มิถุนายน 2561 / 05:20
      “ไม่เหมือนน้องซินคนดีของเรา...” พี่เวร้องไห้ท่วมห้องน้องซินหมดแล้ววว ฮ่าๆ คุณเป็นแม่ยกอันดับหนึ่งของน้องซินเลยนะคะ เรายังสู้ไม่ได้ เวลาอ่านตามประโยคที่คุณชมน้อง เต๊าะน้องเนี่ยยย ฮื้อออ ทั้งขำทั้งเขิน ชอบแฮชแท็กจังเลยค่ะ อ่อนโยนที่ไม่อ่อนโยนเนี่ยยย เขินอีกแล้วเวลาโดนชมรูปประโยค เขินตรงคำว่าหลงรักนั่นนี่ในนิยายเราจังค่ะ แบบ ฮืออออ อยากเขียนไปอีกร้อยตอนให้คุณสปอยล์เราไปเรื่อยๆ ไม่ใครก็ใครต้องอ้วกแตกก่อนกันแน่ๆ 5555 ดีใจที่มีบางประโยคในตอนนี้ได้เข้าไปอยู่ในมือถือคุณอีกแล้ววว เนี่ยทำเอาเราเขินนะคะว่าความเป็นเราในนิยายมันเป็นยังไงเนอะ มองตัวเองก็ไม่ค่อยออก ขอบคุณที่บอกเล่าให้ฟังนะคะ :D คุณรู้ป่ะเราไม่เคยฟังเพลงนั้นของคานเย่เลยนะ ถ้าไม่เสิรชนี่เด๋อจริงๆว่า reference มันคืออะไร โอยยย เขินที่ต้องยอมรับตรงๆ .///. ในชีวิตส่วนตัวจริงๆ เราเป็นคนรักที่ไม่ค่อยดี แบบเป็นคนยากที่จะเข้าถึง ก็อยากเจอคนๆ นั้นแบบน้องซินที่โคดจะใจเย็น เข้าอกเข้าใจคนที่ตัวเองชอบตลอด ถึงแม้บางทีมันจะไม่ง่าย ที่สำคัญพกความฮอตมาแบบปรอทแตก ฮือออ ชมพระเอกตัวเองทำไม อยากได้แบบนี้ จะเอาแบบนี้ รู้แค่นี้ค่ะ 555 แง ไม่ได้ตั้งใจจะดึงเส้นเรื่องให้เศร้าเลยนะคะ ฮืออ โอ๋ๆ กอดๆนะคะ อยากเขียนแค่เค้ารักกัน จีบกัน เต๊าะกันเหมือนกัน แต่กลัวเรื่องเรียบไป เลยขอใส่อะไรขลุกขลักนิดหน่อย น้องซินมองเราแรงแล้ว ตั้งแต่เจอพี่เวมามีอะไรสมูธในชีวิตผมบ้างครับ 55 เนอะะ คุณพูดดีจังเรื่องมุมมอง กับเรื่องบางเรื่องเราก็เป็นเหมือนพี่เว แต่พอมาเขียนก็แบบ เออไม่ควรคิดแบบนั้นเลยเนอะ ชีวิตมันจะยาก บางทีก็ต้องกระโดดเข้าไปเลย อย่าไปกลัวเจ็บมาก อยากบอกรอบที่ร้อยเหมือนกันนะคะ วันแรกที่คุณมาเม้นย้อนสี่ตอนให้เรา วันนั้นเปลี่ยนสภาพจิตใจเราไปเยอะเลยนะ ในอนาคตหลังเรื่องนี้จบแล้ว แวะมาหาสองคนนี้บ้างนะคะเวลาเหงาๆ เบื่อๆ เราจะดีใจมากๆ เลย:)) เพลง best part น่าจะเข้ากับตอนนี้เนอะ พูดถึงเรื่องเพลง คุณฟังเพลงของใครอยู่บ้างหรอคะตอนนี้ อยากหาอะไรฟัง เก่าหรือใหม่ก็ได้ค่ะ คุณฟังเยอะกว่าเรามากๆๆๆ แล้ว genre ที่ฟังน่าจะไปในทางที่เราก็เอ็นจอยได้แน่ๆ ตอนหน้านี่ไม่รู้จะเอาเพลงอะไรมาประกอบเลยนะคะ หัวตันแย้ว555
      อาทิตย์นี้เราอยู่อย่างควีนมากๆ 555 อาหารดี นอนทั้งวัน ว่างก็ netflix และก็เขียนนิยายไปนิดๆหน่อยๆ ด้วยค่ะ ตอนนี้หลายอารมณ์เนอะ ทีแรกดึงดาวน์กว่านี้อีกค่ะ ดีที่เออเพิ่มตอนน้องอ้อนเข้าไปนิดนึง จิตใจเราเหี่ยวแห้งเหลือเกิน 555 ปล. ยื่นมือมาสิคะ น้องซินฝากคีย์การ์ดมาให้คุณแล้ว :D ขอให้ทุกๆวันมีความสุขนะคะ
      #243-2
  7. #242 ไอแนน (@imoonan061994) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 13:42
    ฝันเป็นจริงเป็นจัง
    #242
    1
    • #242-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 32)
      31 พฤษภาคม 2561 / 18:12
      ฝันเก่งงงงง
      #242-1
  8. #241 Puipeepo (@puimimoma) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 12:30
    จะเอาคนนี้. เด็กอะไรดี๊ดี
    #241
    1
    • #241-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 32)
      31 พฤษภาคม 2561 / 18:12
      เขียนเรื่องนี้มาก็คิดแบบนี้บ่อยๆกับตัวเองนะคะ -.,-
      #241-1
  9. #240 Y'O'Y (@bboonnisa) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 09:58
    ตัดฉับ..ความมั่นอกมั่นใจนี้ของพี่แว่นว่าตัวเองเป็นสามี..จ้ะเอาที่พี่เวสบายใจเนอะ..
    #240
    1
    • #240-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 32)
      31 พฤษภาคม 2561 / 18:11
      มั่นใจไว้ก่อนเนอะ อาจจะได้เป็นจริง คนพี่เค้าก็ไม่เคยเห็นตัวเองเป็นเมียซะที 555
      #240-1
  10. #239 PreciousNight✤ (@KogitsunemaruSan) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 08:51

    กรีดร้องงง แทบไถลตัวเข้ามา

    งื้อออ พี่เวอย่าพึ่งร้องไห้ น้องซินอยู่นี้แล้วไง กัดผ้าเช็ดหน้ารัวๆ

    ตอนนี้หลายอารมณ์มาก ทั้งหวาน ทั้งหน่วงนิดๆ ชอบบบบบบบ

    ปล. มาต่อได้รวดเร็วมากค่ะ -,,- รักเลยย

    #239
    1
    • #239-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 32)
      31 พฤษภาคม 2561 / 18:10
      ตอนเขียนก็สลับมู้ดไปมาเลยค่ะ แต่ก็พยายามไม่ให้มันเศร้าไรมากมายนะคะ เลยเอาหวานๆมาตัดหน่อย จะพยายามมาต่อเร็วๆ นะคะ โดนชมปุ๊บพรุ่งนี้มาอีกเลย 55
      #239-1
  11. #238 fanfanfor (@fanfanfor) (จากตอนที่ 32)
    วันที่ 31 พฤษภาคม 2561 / 08:43
    โดนหลอกเลยฝันซะงั้น. ทำไมเด็กมอหกถึงได้โซแดมฮอตขนาดนี้
    #238
    1
    • #238-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 32)
      31 พฤษภาคม 2561 / 18:08
      หลอกนิดนึงพอให้หัวใจเต้น 555 เนอะะะ ฮอตอะไรขนาดนั้นนนนลูก จะริบไว้เป็นของตัวเองแทนแล้ว พี่เวอด 55
      #238-1