สะดวกรัก (end)

ตอนที่ 3 : 03. ฟิชเชอร์แมน (Menthol lozenges)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4,456
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 192 ครั้ง
    7 พ.ย. 61

       3




   


   

           ผมสืบจนรู้ว่าไอ้เด็กนี่มันเริ่มทำงานตั้งแต่สามทุ่มถึงเที่ยงคืน เพราะฉะนั้นช่วงนี้ถ้าเป็นไปได้ผมจะเร่งเจ้ตาลให้สั่งผมไปซื้อของที่อยากได้ประจำคืนไวกว่าปกติ ผลที่ได้คือผมไม่ได้เจอหน้าไอ้เด็กนักขายมาร่วมอาทิตย์แล้วแลกกับการที่โดนเจ้ตาลด่านิดๆ หน่อยๆ ก็โคตรคุ้มเลย


          แต่วันน้ีผมไปดูหนังรวมดาวฮีโร่จนกลับบ้านดึกเป็นพิเศษ พอย่ามหน้าเข้าประตูบ้านมาปุ๊บ เสียงสวรรค์ก็ลอยเข้าหูทันที


          “ไปซื้อของให้เจ้หน่อยดิ อ่านหนังสือจนง่วงไปหมดแล้ว ฮ้าววว” 


          “ผมเหนื่อยอ่ะเจ้ ไปซื้อเองละกันวันนี้”


          “เจ้เป็นผู้หญิงจะให้เดินออกไปซื้อของข้างนอกตอนกลางคืนได้ไง อยากให้เจ้โดนฉุดไปทำมิดีมิร้ายหรอ พอเป็นผี เจ้ก็จะกลับมาหลอกแกที่บ้านให้ผมตั้งฉี่ราดคาที่นอนเลยเอ้า" นิสิตแพทย์ปีสี่ถึงขั้นใช้เรื่องผีๆ สางๆ ขู่น้องชายสุดที่รักของตัวเองได้ลงคอ คิดว่าผมกลัวรึไง...


          “อะ...เออๆ ผมไปให้ก็ได้ จะเอาอะไรอ่ะว่ามา”


          และก็นั่นแหละ...บางทีเจ้ากรรมนายเวรก็มาในรูปแบบของครอบครัวว่ามั้ย







11.05 PM

โชคดีมากที่วันนี้ภายในร้านคึกคักเป็นพิเศษ สงสัยเพราะเป็นวันศุกร์ ทั้งป้าหน่อยและ...พนักงานอีกคนต้องออกมาอยู่หน้าเคาน์เตอร์ทั้งคู่  ปกติจะมีแค่คนเดียวที่ทำหน้าที่แคชเชียร์ ส่วนอีกคนจะดูแลจัดการความเรียบร้อยต่างๆ ภายในร้าน แน่ล่ะว่าผมเลือกต่อแถวคิดเงินที่เคาน์เตอร์ป้าคนดีคนเดิมของผม


ทว่าพอกำลังจะถึงคิวผมเท่านั้นแหละ พนักงานอายุน้อยคนนั้นก็ร้องเรียกป้าคนดีของผมด้วยน้ำเสียงร้อนรน


“ป้าหน่อยครับ ผมคิดเงินค่าไฟไม่เป็น เมื่อกี้กดไรไปไม่รู้ ป้าช่วยมาดูหน่อยได้มั้ยครับ”


สาบานได้ว่าแค่ชั่วพริบตาเดียวป้าหน่อยของผมก็เดินไปรับใบแจ้งค่าไฟจากมือไอ้เด็กผี แล้วไอ้เด็กนั่นก็

วาร์ปมาอยู่ที่เคาน์เตอร์ตรงหน้าผมเฉย! 


ยอมรับเลยว่าตอนวางของลงบนเคาน์เตอร์นี่มือสั่นไปหมด ตาก็เอาแต่มองชั้นวางของข้างหน้า ไม่เอาน่า...คนอยู่เต็มร้านมึงจะต้องไปกลัวอะไร ทำใจดีสู้เสือเข้าไว้


“พี่หลบหน้าผมหรอครับ”


“...” 


“ผมทำอะไรผิดงั้นเหรอครับ”


โอ้โห ยังจะกล้าถามอีกนะมึง


พอมันเห็นผมนิ่งไปก็ยกธงขาวเลิกเซ้าซี้ทันที เล่นกับใครไม่เล่น มาเล่นกับเพ่! 


“หนึ่งร้อยสี่สิบเจ็ดบาทครับ” 


จากที่ตื่นเต้นจนเกือบเป็นประหม่าเมื่อครู่ก็เริ่มกล้าผ่อนลมหายใจให้สบายขึ้น ดูเหมือนคืนนี้จะผ่านไปได้ด้วยดี คนเต็มร้านขนาดนี้เด็กมันไม่กล้าโพล่งอะไรหวาดเสียวชวนให้คนแก่อย่างผมหัวใจวายได้อีกหรอก


“ไปกินข้าวกันป่ะ”


ไอ้เชี่ยยย นั่นปะไร ยังไม่ทันขาดคำกูเลยมึงงง


ผมรีบคว้าเงินทอนและขนมสามห่อมาไว้ในมือด้วยความไว ยังคงสวมบทบาทเป็นพระเตมีย์ใบ้ได้อย่างแนบเนียนไม่มีที่ติ ไม่อือไม่หือไม่แสดงทีท่าว่าได้ยินคำชวนพิลึกพิลั่นจากปากพนักงานขายของในร้านสะดวกซื้อใกล้บ้าน


การซื้อของตอนดึกมันดีอย่างงี้นี่เอง ต่อให้ข้างในมีลูกค้าก็ไม่เกินสี่ห้าคนยังพอข่มความอายไหว ขืนเป็นตอนกลางวันป่านนี้ได้คลุมปี๊บใส่หัวออกมาเดินซื้อของทุกวันแล้ว


“พี่ไม่อยากเห็นผมใส่ชุดอื่นนอกจากยูนิฟอร์มของร้านบ้างหรอ”


มะเหงกมึงสิ เผลอลืมตัวเงยหน้าไปมองตาปลิ้นตาเหลือกใส่มันแบบเก็บอาการไม่อยู่


“อ้อ ชอบชุดนักเรียนมากกว่าสินะ”


เออ! ยิ่งชุดนักเรียนกระโปรงพริ้วๆ เนี่ยกูชอบนักแล


“งั้นเดี๋ยวผมใส่ชุดนักเรียนมาเจอพี่ก็ได้”


มึงมีดีแค่หน้าตาจริงๆ ด้วย สติสะเตอะไปหมดแล้วมึงเอ๊ย 


ผมรีบหันหลังให้มันแล้วตั้งใจจะก้าวเท้าให้ยาวที่สุดเท่าที่คนขาสั้นอย่างผมจะทำได้ในตอนนี้ เรื่องอะไรจะอยู่ฟังเด็กมันพล่ามบ้าพล่ามบออยู่ได้


“ขาอ่อนผมน่ามองกว่าของเด็กมัธยมสองคนนั้นอีกนะพี่”


ไอ้เชี่ยยย เสียงกระซิบของมึงทำเอากูขนลุกซู่ไปหมดแล้ว กล้ายกตัวเองไปเทียบกับน้องหนูสองคนนั้นได้ไง


ผมหันกลับมาหามันอีกครั้ง มองซ้ายมองขวาเห็นป้าหน่อยกำลังก้มหน้าคีย์ตัวเลขในเครื่องคอมก็ยกนิ้วกลางชูใส่หน้ามันทันที


เสียงหัวเราะที่ดังไล่หลังในวินาทีไล่เลี่ยกับที่ผมเริ่มสตาร์ทออกตัววิ่งทำให้รู้เลยว่าวิบากกรรมในร้านสะดวกซื้อของผมจะไม่จบลงแค่นี้แน่


หรือจริงๆ มันเพิ่งจะเริ่มขึ้นอย่างเป็นทางการต่างหากล่ะ







10.58 PM

ผมเดินกระย่องกระแย่งเข้ามาหยุดยืนตรงบริเวณเอทีเอ็มหน้าร้านสะดวกซื้อสาขาเดิม สูดลมหายใจเข้าปอดให้ลึกแล้วค่อยๆ ล้วงเอามาส์คสีเขียวขึ้นมาคล้องหู เมื่อสามสี่วันที่แล้วผมถึงขั้นลงทุนปั่นจักรยานไปซื้อของที่ร้านสะดวกซื้อสาขาที่อยู่ถัดไปอีกสองซอย ผลลัพธ์ที่ได้คือ...โดนฝูงหมาจรจัดประจำซอยนั้นไล่กัดจนน่องเยินปั่นหนีกลับบ้านแทบไม่ทัน ตอนเดินกลับเข้าบ้านมามือเปล่า ผมก็ได้แต่ภาวนาในใจว่าเจ้ตาลจะเห็นใจในสภาพยับเยินไม่เหลือเค้าความเป็นคนของผมซักนิดก็ยังดี 


ทีแรกเจ้ตาลก็ทำหน้าเป็นห่วงเป็นใยตกอกตกใจซักด้วยน้ำเสียงร้อนรนว่าเกิดอะไรขึ้นถึงได้เลือดเปรอะขาขนาดนี้ พอรู้ว่าผมสะเออะขี่จักรยานไปซื้อของที่ซอยอื่นทั้งที่มีร้านสะดวกซื้อเจ้าประจำอยู่ใกล้บ้านจนโดนหมากัด ก็เปิดฉากชี้นิ้วด่าจนหน้าผมหดเหลือนิ้วเดียวภายในหนึ่งนาที จากนั้นเจ้ก็บิดหูลากผมไปโรงพยาบาลเอกชนแถวบ้านทันที ไม่ต้องบอกว่าผมโดนจับฉีดนั่นฉีดนี่จนจำไม่หวาดไม่ไหวว่าสรุปแล้วโดนไปกี่เข็ม ที่แน่ๆ คือคืนนั้นพอหัวถึงหมอนก็สลบอย่างกับไหลตาย ตื่นเช้ามาก็ปวดเนื้อปวดตัวไปหมด เซรุ่มที่โดนฉีดบริเวณปากแผลนั้นอาณุภาพร้ายนักอย่างกับโดนค้อนทุบกระดูกรัวๆ 


เจ็บตัวไม่เท่าไหร่...แต่เจ็บที่ใจนี่สาหัสกว่า


ไอ้ผมนั้นก็นึกว่าเจ็บตัวครั้งนี้จะได้อยู่บ้านเป็นคุณชายหล่อๆ หันไปซ้ายแม่ป้อนข้าว หันไปขวาเจอเจ้ตาลนวดไหล่ เปล่าเลย...โดนป๊ากับแม่สวดตั้งแต่เริ่มตักข้าวเช้าเข้าปากคำแรกยันคำสุดท้ายโดยมีเจ้ตาลคอยเสริมเป็นระยะๆ ถัดจากนั้นมาแค่ไม่กี่วันเจ้ตาลก็เอาอีกแล้ว...เคาะประตูห้องผมสั่งให้ออกไปซื้อของตามบัญชา แถมคราวนี้ยังทำหน้าดุอย่างกับนางยักษ์ขมูขี แล้วกำชับว่าถ้าอุตริไปซื้อของที่ซอยอื่นอีกล่ะก็เจอดีแน่ ตัวก็สูงพอๆ กับผมคิดว่าไอ้เว

คนนี้กลัวรึไง...


“สวัสดีครับ เอสมาร์ทยินดีต้อนรับครับ”


ไหว้พระเถอะไอ้เวร 


แค่เห็นไอ้ตัวสาเหตุยืนอยู่หน้าเคาน์เตอร์พนมมือไหว้อย่างสวยก็อยากจะกระโดดถีบมันซักตั้ง แต่แค่คิดจะใช้ขาก็รู้สึกเจ็บแปลบขึ้นมาเสียเฉยๆ นี่ร่างกายผมมันสำออยเก่งขนาดนี้เลยหรอ


พอมันเห็นหน้าผมก็ฉีกยิ้มให้ทันทีเหมือนเก็บความดีใจไว้ไม่อยู่อย่างไงอย่างงั้น นี่ถ้าผมเกิดมาหน้าเหมือน

ณเดชจะไม่สงสัยเลยแต่นี่หนังหน้าก็งั้นๆ บ้านก็ชนชั้นกลางธรรมดา ไม่เห็นมีอะไรน่าดึงดูดใจใครได้ หรือมันจะคิดว่าผมเป็นเสี่ยชอบเลี้ยงเด็กหนุ่มเป็นว่าเล่นวะเนี่ย


“ทำไมใส่มาส์คล่ะครับ พี่ป่วยเหรอ”


เข้าแผน! ผมรีบพยักหน้ารับแล้วทำเป็นไอเสียงดังออกมาสองสามที 


“จะ...เจ็บ... คะ...คอ” พูดด้วยเสียงแผ่วๆ ใกล้จะขาดใจแล้วชี้มาที่คอตัวเองอย่างกับกลัวเด็กอย่างมันจะไม่เข้าใจ


แต่แล้วไอ้เด็กเวรก็กลับเดินเข้ามาใกล้กันอีกจนผมต้องรีบไอเสียงดังกว่าเก่าไล่มัน  นอกจากจะไม่ขยับหนีแล้วยังถือวิสาสะชะโงกหน้าเข้ามาใกล้จนเกินความจำเป็นแล้วพูดจนจะเป็นกระซิบใส่อีก


“แอร์ในร้านมันเย็นออกไปรอข้างนอกก่อนได้มั้ย”


มึงจะบ้าเรอะ ให้คนมาซื้อของออกไปอยู่นอกร้านแล้วกูจะได้ของกลับไปให้เจ้ตาลมั้ย


ผมส่ายหน้าแล้วเดินไปทางซ้ายทันที ไม่ใส่ใจคำถามหรือคำขอประหลาดๆ ของมันซักนิด


“พี่หูตึงหรอครับ”


อ้าว ไอ้เชี่ยนี่ ผมพยายามเก็บอาการไม่หันมาทำหน้าตึงใส่มัน เดินตรงไปยังชั้นวางลูกอมต่อ


เด็กคนเดิมรีบเดินเข้ามาจนตัวเกือบชิดกันแล้วพูดด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลเกินปกติ "พี่อยากได้อะไรพิมพ์ใส่มือถือให้ผมอ่าน เดี๋ยวผมจัดการให้นะ”


มองกูอีกแล้ว ใจจริงก็อยากจะหันไปมองมันกลับเหมือนกัน สงสัยขึ้นมานิดหน่อยว่าตอนนี้มันกำลังมองผมด้วยสายตาแบบไหนด้วยน้ำเสียงแบบนั้น 


ผมยื่นมือออกไปตั้งใจจะคว้ากล่องลูกอมสีเขียว แต่มันกลับดันตัวเองมาบังหน้าชั้นแล้วหันมาประจันหน้ากับผม 


“ผมจะจูงมือพี่เดินออกไปหน้าร้านตอนนี้ ป้าหน่อยกำลังจัดของอยู่ข้างหลังเราก็จะเห็นแน่นอน ถ้าป้าถามผมก็จะบอกว่าพี่เป็นแฟนผม แต่ถ้าพี่ยอมเดินออกไปรอผมซื้อของให้พี่...” จู่ๆ เด็กมันก็ทำท่าหยุดคิดนิดหนึ่งเหมือนจะลังเลใจหน่อยๆ ก่อนจะต่อ


“ผมจะเลิกเซ้าซี้หรือแหย่พี่อีก เชื่อคำพูดผมได้เลย” 


มึงพูดแล้วห้ามคืนคำนะโว้ย ลูกผู้ชายอย่างเราพูดคำไหนต้องคำนั้นนะมึง


ผมยิ้มกว้างออกมาอย่างลิงโลดภายใต้หน้ากาก แต่พยายามซ่อนความรู้สึกในดวงตาตัวเองให้แนบเนียนที่สุด มือก็เร่งพิมพ์รายชื่อของให้มันยิกๆ บนมือถือ ไม่นานก็ส่งให้มันอ่านพร้อมกับยัดแบงค์ห้าร้อยใส่มือมันด้วย


“โอเคครับเข้าใจแล้ว รอผมข้างนอกแป๊บนึงนะ”







ผมเดินเข้าบ้านมาด้วยท่าทีเบิกบานอย่างกับถูกหวยร้อยล้านมาก็ไม่ปาน รู้อย่างงี้ใช้แผนใส่มาส์คแอ๊บเจ็บคอนานแล้ว คิดดูสิตอนที่มันเดินเอาถุงใส่ของมาให้ที่หน้าร้าน จากวันที่แล้วๆ มาชอบมองกันยิ้มๆ แต่แฝงท่าทียียวน (ในความคิดผม) ก็กลายเป็นตีหน้าเคร่ง พูดจาด้วยเสียงราบเรียบอย่างกับเป็นผู้ใหญ่ในร่างเด็กมัธยม เออ ยอมรับเลยว่าท่าทางเคร่งขรึมเป็นผู้ใหญ่เสริมให้มันดูดีกว่าเก่าอีกแฮะ 


“เงินทอนอยู่ในถุงนะครับ”


ผมพยักหน้ารับแล้วยื่นมือออกไปรับถุงมาถือไว้


“หายไวๆ นะครับลูกค้า”


ไอ้เชี่ยยย นี่ผมหูฝาดไปป่าววะ ใจก็เต้นตุบๆ ไม่น่าขี่จักรยานไปให้หมามันกัดเล่นเลย ทั้งที่ใช้แค่มาส์คอันเดียวก็จบแล้ว โธ่ไอ้เวหลงโง่อยู่ตั้งนาน


“นี่แกซื้อลูกอมฟิชเชอร์แมนมาทำไมเยอะแยะ แกโดนหมากัดจนเป็นหวัดตั้งแต่เมื่อไหร่วะเว”


ไอ้เชี่ยยย ซวยแล้ว ผมรีบทวนความจำตัวเองว่าพิมพ์อะไรส่งไปให้พนักงานร้านเอสมาร์ทคนนั้นอ่านบ้าง ก็พิมพ์ครบถูกต้องดีแล้วนี่หว่า


“เจ้จำได้ว่าให้เงินแกไปห้าร้อยนะ ทำไมข้างในถุงเหลือแบงค์ห้าร้อยเท่าเดิมเลยอ่ะ” สิ้นเสียงพี่สาวสุดที่รัก (ในบางครั้ง) ผมก็รีบวิ่งหน้าตื่นกลับเข้ามาในห้องนอนเจ้แล้วคว้าเอาถุงพลาสติกมาไว้ในมือตัวเอง


พอเห็นฟิชเชอร์แมนหลายรสเป็นสิบๆ ซองอยู่ในนั้นหน้าก็เริ่มเปลี่ยนสี แถมแบงค์ห้าร้อยที่อยู่ในมือเจ้ก็ไม่ได้ทำให้ผมใจสงบลงเลย แม่งนึกว่าตัวเองเป็นโอป้าในซีรีย์รึไงวะ แต่กูไม่ใช่สาวน้อยผู้ยากไร้ที่จะซึ้งไปกับไอ้เด็กชอบเปย์อย่างมึงหรอกนะ


“อะ เออ ผมเริ่มคันๆ คออ่ะ ส่วนเงินนี่ก็ของผมเอง ลืมเก็บเข้ากระเป๋าตังค์ แล้วเงินทอนเจ้จะเอามั้ย”  ถึงเจ้จะมองมาแบบไม่หายสงสัยแต่ก็ไม่ได้ถามต่อ ส่ายหน้าแล้วโบกมือไล่ผมให้ออกไปจากห้องได้แล้ว เพราะจะตั้งใจอ่านหนังสือให้จบก่อนนอน ไอ้ผมก็รีบเดินออกมาอย่างโล่งใจที่ไม่โดนซักไปมากกว่านี้ 


แม่งเอ๊ย ไม่ว่ามึงจะทำอะไรก็เรื่องของมึง


รักษาสัญญาที่บอกกูไว้ที่ร้านด้วยละกัน อย่างอื่นกูไม่เก็บเอามาใส่ใจหรอกโว้ย







10.10 PM

ขาขาวๆ นี่มันน่ามองจังวุ้ย ผมทำเป็นเปิดขายหัวเราะไปแอบเหล่มองผู้หญิงตัวเล็กปากสีชมพูน่าจุ๊บที่ยืนเลือกหนังสืออยู่ข้างๆ ตั้งแต่วันนั้นมาไอ้เด็กนี่ก็ทำอย่างที่มันสัญญาผมไว้ไม่มีบิดพลิ้ว มันเลิกมาชวนคุย ไม่เคยตื๊อให้ซื้อของ ไม่มายิ้มให้ และไม่แม้กระทั่งเรียกผมว่าพี่อีกเลย เอาง่ายๆ คือทรีตผมเหมือนเป็นลูกค้าที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไปนั่นแหละ มองหน้ามันสลับกับหน้าป้าหน่อยคนละทีก็แทบแยกไม่ออก สีหน้านิ่งออกไปทางบูดบึ้งถึงจะไม่มากเท่าป้าหน่อย แต่ก็รู้ว่ามันไม่ใช่เด็กคนเดิมที่เคยทำให้ผมปวดหัวหาทางหลีกเลี่ยงจนถึงขั้นโดนหมากัดเอาตัวเองแทบไม่รอดในอดีต


ชีวิตในร้านสะดวกซื้อกลับมาสงบอีกครั้ง ผมกล้ายืนแช่ในร้านอย่างสบายใจ แม้ฝนจะไม่ตกเหมือนหลายอาทิตย์ก่อนโน้นแต่ผมก็ไม่หวั่น ต่อให้เจ้ตาลโทรมาตามหรือเอารถเครนมาลาก ไอ้เวก็จะยืนข้างๆ นางฟ้าตัวหอมคนนี้ต่อไปอีกหน่อย


จู่ๆ ไอ้คนที่ผมนึกนินทาในใจว่ามันเปลี่ยนไปในทางที่ดีขึ้นก็โฉบเข้ามาถูพื้นแถวๆ ชั้นหนังสือ ผมรีบหันหลังทำเป็นเขยิบไปชิดให้ใกล้ชั้นหนังสือกว่าเดิม กลัวจะไปเกะกะโดนตัวมันเข้าแล้วจะโดนเตะเอา ก็ดูหน้ามันสิดุอย่างกับหมาแม่ลูกอ่อน


“ขอโทษนะคะ แม็กกาซีนอันนี้เหลือเล่มเดียวหรอคะ พอดีอยากซื้อสองเล่มน่ะค่ะ” สาวสวยที่ผมแอบมองอยู่ร่วมครึ่งชั่วโมงหันหลังไปหาไอ้เด็กนั่นด้วยความไว


พนักงานคนนั้นหยิบหนังสือในมือเธอไปดู ทำท่าคิดก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงราบเรียบ "เดี๋ยวผมขอไปเช็กหลังร้านให้แป๊บนึงนะครับ”


ลับหลังมันผมก็เห็นนางฟ้าสุดสวยค่อยๆ คลี่ยิ้มแถมทำหน้าเขินๆ อีก ทำไมชักจะแปลกๆ แล้ววะ 


อย่าบอกนะว่า...


ยังไม่ทันได้คิดต่อผมก็เห็นเธอเอามือเปิดกระเป๋าถือแล้วล้วงกระจกเล็กๆ ขึ้นมาส่องหน้าและเช็กผมเผ้าอีกนิดหน่อย ผมมองตามไปแบบยิ้มๆ ยิ่งเห็นก็ยิ่งเพลินตา 


“นี่ครับ ขอโทษที่ให้รอนาน” คนพูดยื่นหนังสือที่ไปหยิบมาจากหลังร้านให้คนสวย เธอรับมันไปถือไว้แล้วกล่าวขอบคุณเสียงหวาน ผมนี่แทบเคลิ้มเลย


แต่พอไอ้เด็กนี่จะขยับไปถูพื้นตรงอื่น เธอก็ยื่นมือออกมาดึงชายเสื้อยูนิฟอร์มของมันเอาไว้ ผมมองตามอย่างนึกอิจฉามัน แน่ใจในทันทีว่านางฟ้าของผมกำลังจะทำอะไร ถ้าเบ้าหน้าดีอย่างมันผมจะไปจีบผู้หญิงน่ารักให้หมดทั้งโลกเลยยย คอยดู


“เราเอ่อ...แอบดูเธอมาพักนึงแล้ว คะ..คือจะว่าอะไรมั้ยถ้าเราจะขอไลน์...ได้มั้ยคะ”


ได้ค่ะ...เปิดมือถือแล้วยื่น QR Code ให้น้องนางฟ้ายิง แพ้คำว่าคะเสียงหวานๆ อ้อนๆ แบบนี้ตลอดน่ะผม


ไอ้เด็กนี่ใช้ตาแป๋วแหววที่พักนี้ไม่ค่อยจะน่ามองเท่าไหร่มองมาที่นางฟ้าด้วยท่าทีนิ่งๆ จนผมแอบกลืนน้ำลายตาม ขนแขนเริ่มลุก


“ไม่ได้ครับ ผมไม่เล่นไลน์”


พูดแค่นั้นมันก็สะบัดก้นหนีไปถูพื้นต่อทันที ไอ้ควายยย เด็ก Gen  Z  อย่างมึงน่ะนะไม่เล่นไลน์ ฟังก็รู้แล้วว่าตอแหลอยู่ สวยขนาดนี้ยังไม่พออีกรึไง ผมเห็นน้องนางฟ้าก้มหน้าทำตาแดงๆ เหมือนอยากจะร้องไห้ อยากจะกอดปลอบก็ไม่ได้เดี๋ยวโดนหาว่าลวนลาม แต่ผมไม่ชอบเห็นผู้หญิงทำหน้าเศร้าแบบนี้เลย แค่คิดว่าถ้าเจ้ตาลทำหน้าแบบนี้ ผมคงอยากจะตามไปเอาคืนไอ้คนต้นเหตุถึงแม้จะไม่เก่งเรื่องชกต่อยเลยก็ตาม


น้องนางฟ้าถอนหายใจออกมาดังมากก่อนจะวางนิตยสารกลับคืนที่ชั้นแล้วรีบวิ่งออกไปจากร้าน ผมมองตามอย่างสงสารปนเสียดายแต่ก็ทำอะไรไม่ได้ ก็คนที่เค้าเล็งไม่ใช่ผมนี่ 


“มึงใจร้ายจังว่ะ สวยขนาดนี้ไม่พออีกหรอวะ” ผมทำเป็นไปยืนแถวตู้ไอติมใกล้ๆ กับบริเวณที่มันถูพื้นอยู่ ตอนแรกก็ว่าจะไปจ่ายเงินแล้วเดินกลับบ้านเลย แต่มันก็อดไม่ได้ ก็ถ้าเป็นผมน่ะ...น้องนางฟ้าจะไม่มีวันกินแห้วแน่นอน


มันถอนหายใจใส่ซะงั้นน่ะ แล้วก็ก้มหน้าถูพื้นต่ออย่างไม่สนใจคำถามผม


“เป็นกูนะ วันนี้ไลน์จีบกันจนพรุ่งนี้ได้เป็นแฟนแล้ว”

          เกิดมาหล่อซะเปล่า ต้องให้พี่เวสอนเชิงมวยซะแล้ว


“ลูกค้าหลบหน่อยได้มั้ยครับ ผมถูพื้นไม่สะดวกเลย ขอโทษด้วยนะครับ” แค่นั้นมันก็ก้มหน้าก้มตาถูพื้นต่อ มองผ่านผมไปแบบเป็นอากาศธาตุ เออ มาถึงวันนี้ก็ชักจะสงสัยแล้วว่าเด็กนี่แม่งเป็นคนนิสัยยังไงกันแน่ ทำไมคนละขั้วกับช่วงแรกๆ ที่ผมเจอมันขนาดนี้ 


ผมมองตามหลังมันไปแบบนึกอิจฉามันหนักกว่าเดิม ไอ้พ่อคนหล่อหลายบุคลิก เดือนที่แล้วทำเป็นขี้เล่นชอบยิ้ม เดือนนี้ทำเป็นเก๊กขรึมเย็นชา แล้วเดือนหน้ามึงจะเอาคาแรกเตอร์ไหนดี... จะนิสัยยังไงก็ได้ล่ะมั้งแค่มีหน้าหล่อๆ แบบนั้นสาวๆ ก็หลงมึงหัวปักหัวปำอยู่ดีแหละ ผมเดินถือตะกร้าไปหาป้าหน่อยที่รอคิดเงินอยู่ ยิ้มให้ป้าเหมือนทุกทีทั้งที่รู้ว่าป้าไม่เคยยิ้มตอบ 


แอบหันไปมองคนถูพื้นอีกที 


กูไม่เคยยิ้มให้มึงเลยซักครั้ง 


แล้วถ้าจะยิ้มให้ตอนนี้ มึงยังจะยิ้มกลับมาให้รึป่าววะ












        

Photo Credit: from Fisherman's Friend's twitter




------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

To Be Continued 

ลงบทที่สามแล้วจ้าาา อุตส่าห์ลงทุนหาทางหนี พอเด็กทำตามสัญญาก็ทำเป็นอึน ไม่เข้าใจแกจริงๆ ค่ะเว 555 แล้วเจอกันตอนหน้าน้าาา ตอนสี่จะเริ่มรู้จักซินมากขึ้นมาอีกนิดนึง เรื่องนี้ไม่ดราม่่าแน่นอน มีแต่ความไสยๆ เหมือนคนเขียน 55 ขอบคุณที่ติดตามอ่านนะคะ เราจะพยายามพัฒนาฝีมือการเขียนไปเรื่อยๆ นะ :D 

ปล. ยังมีตัวละครอื่นที่ยังไม่ได้ออกอีกนะ ใกล้แล้วๆ 


B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 192 ครั้ง

665 ความคิดเห็น

  1. #634 Lamoonhaf (@FahPalakawong) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 11 กรกฎาคม 2562 / 21:09
    แน่ะ พี่เว
    #634
    0
  2. #618 IsmyPlace (@banniep89) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 พฤษภาคม 2562 / 09:18

    แหน๊ ยังไงๆ จะไปยิ้มให้น้องทำไมอะ แล้วอยากให้น้องยิ้มกลับหรอๆๆ แต่โดนเมินอยู่นะ พี่เวต้องสู้หน่อยแล้ว

    #618
    0
  3. #608 Lolo02 (@Lolitar0002) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 14:56

    โดนน้องเมินแล้ว 5555

    #608
    0
  4. วันที่ 3 พฤษภาคม 2562 / 11:35
    สงน่าน่า เล่นตัวเอง อิอิ
    #595
    0
  5. #567 PuayPuayPloy (@PuayPuayPloy) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2562 / 11:19
    ว้ายยย น้องเมิน สมมมม
    #567
    0
  6. #553 Miki_milky (@Miki_milky) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 26 มกราคม 2562 / 12:29
    อิพี่นี่ก้อใจร้ายจัง
    #553
    0
  7. #520 TigKie_18 (@TigKie_18) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 24 ธันวาคม 2561 / 01:38
    สงสารซิน มาซบอกป้ามาลูกมา
    #520
    0
  8. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  9. #407 มนุษย์สาววาย (@06457) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 09:00
    สงสารซิน งื้อออ
    #407
    1
    • #407-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 3)
      27 สิงหาคม 2561 / 23:30
      เป็นทุกอย่างให้พี่เวแล้ว... :)
      #407-1
  10. #115 ไอแนน (@imoonan061994) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2560 / 03:36
    เอ๊ะยังไงพี่เวยังไง
    #115
    1
    • #115-1 cliche33 (@cliche33) (จากตอนที่ 3)
      27 ธันวาคม 2560 / 18:32
      ทนสายเปย์ไหวเหรอออ หวั่นไหวบ้างแล้วใช่มั้ย
      #115-1
  11. #103 2003JAN20 (@2013JAN20) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 25 ธันวาคม 2560 / 12:48
    คนเรามักจะเห็นค่าของสิ่งที่มีอยู่ก็ต่อเมื่อสิ่งนั้นได้หายไปแล้ว(ดึงดราม่าทำไม๊-.-) เวนี่ก็ไม่รู้จะไปหลบหน้าน้องทำไม น้องเค้าสายเปย์ขนาดนี้เมินได้ลงคอ ตอนแรกไม่ชอบให้เค้ามาหยอดมาแซว ทีนี้ล่ะอยากให้เค้ากลับมาเป็นเหมือนเดิม
    โห่วคนไม่รู้ใจตัวเอง-3-
    #103
    1
    • #103-1 cliche33 (@cliche33) (จากตอนที่ 3)
      26 ธันวาคม 2560 / 00:56
      เห็นด้วยเลย ตอนมีน้องมาวอแวก็หนีหูตูบ พอไม่มีแล้วก็น้า ซึม 55 น้องอุตส่าห์ดีด้วยขนาดนี้ก็อย่าท่าเยอะเนอะ
      #103-1
  12. #10 lillet rosé (@lilletrose) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 สิงหาคม 2560 / 23:26
    พี่เขาดูจริงจังกับการหลบหน้าน้องมาก แต่สุดท้ายก็หนีไม่พ้นเพราะฝูงหมาและเจ้ตาล ขำคนเด๋อ ฮือ แล้วน้องซินนี่ก็เต๊าะเก่งเหลือเกิน ไหนขอดูขาอ่อนให้ชื่นใจหน่อยสิคะ .///. ว่าแต่คุณเว อยากให้น้องเขาไม่มายุ่งด้วยแน่หรอคะ อยากรู้จังเลยว่าคนเมินกับคนโดนเมินจะเป็นยังไงต่อ ใครจะง้อใครน้า
    #10
    1
    • #10-1 cliche33 (@cliche33) (จากตอนที่ 3)
      20 สิงหาคม 2560 / 23:59
      เราก็อยากดูขาอ่อนน้อง กวักมือเรียกหยอยๆ 55 ใครไม่สนช่างมันค่ะ 55
      #10-1
  13. #5 urnurn (@annika1234) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2560 / 07:52
    โอ๊ยยยยยใจร้ายอ่ะ น้องทำดี ด้วย เปย์ให้ตั้งเยอะ มาทำเมิน พอน้องไม่สนใจ ก็มายุ่งสมน้ำหน้า หึๆ
    #5
    0
  14. #2 eew (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 20:32
    สนุกมากค่ะ ติดตามนะคะ
    #2
    1
    • #2-1 cliche33 (@cliche33) (จากตอนที่ 3)
      14 สิงหาคม 2560 / 21:28
      ขอบคุณนะคะ ดีใจจังที่อ่านแล้วสนุก ฝากติดตามต่อด้วยน้าา :D
      #2-1