สะดวกรัก (end)

ตอนที่ 29 : 29. ตัวประหลาด (Two weirdos)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,330
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 130 ครั้ง
    7 พ.ย. 61


29





        

           ฮะ…”


สารภาพว่านึกไม่ออกว่ากระทำสิ่งที่โดนคนเด็กกว่ากล่าวหาลงไปเมื่อไหร่


จำผิดคนหรือเปล่า


สายตาเยียบเย็นที่มองกลับมาตอบคำถามของผมได้หมดจด ค่อยๆ หยิบขวดเบียร์ไปวางแอบในซอกหลืบข้างๆ กลัวเหลือเกินว่ามันจะโดนลูกหลงไหลหกลงพื้น เสียของแย่


กูจำไม่ได้จริงๆ ผ่านมากี่วันแล้วก็ไม่รู้ตอบเสียงแผ่วปนสั่นเล็กๆ ในตอนนี้ตัดสินใจปิดกั้นสมองเต็มที่ ไม่ต้องการเท้าความถึงอดีต ไม่ใส่ใจจะนึกย้อนหาคำตอบให้ใครทั้งนั้นรวมถึงตัวผมเองด้วย


ทว่าเจ้าของคำถามยังคงดึงดันจะหาคำตอบต่อไป


กลางวันวันนั้นที่ผมเอาแว่นตาไปให้ พอเราเดินกลับไปที่บริษัทก็เจอเพื่อนพี่ จากนั้นเค้าก็ล้มแล้วพี่เข้าไปประคอง แต่พอผมจะเข้าไปช่วยบ้าง พี่ก็ปัดมือผมทิ้ง


ราวกับเห็นภาพเหตุการณ์ปรากฏอยู่ตรงหน้าอีกครั้ง เหมือนได้มองจากมุมมองพระเจ้าย้อนลงมาพิศดูสิ่งที่เกิดขึ้น วันนั้นอีกที


ตำแหน่งตัวร้ายดีเด่นจะเป็นใครไปได้


ในจังหวะที่ปัดมือเขาทิ้ง ผมไม่เคยมองว่าตัวเองทำผิด แค่รู้สึกว่าไม่อยากเห็นสิ่งที่ตามองเห็นก็แค่ทำทุกทางให้ภาพนั้นหายไป


คงจะลืมไปมั้งว่าทุกอย่างที่ทำเหมือนโยนหินลงสระน้ำ มีแต่จะเกิดระลอกคลื่นซัดจนถึงขอบสระ ไม่ได้กระทบต่อผมเพียงฝ่ายเดียว 


ขอโทษ เจ็บรึป่าว ข้างไหนที่โดนปัด” 


สายตานิ่งงันที่เห็นอ่านยากเกินสมองน้อยๆ ของผมจะตีความได้ เพราะฉะนั้นคงต้องรีบ


จะซ้ายหรือขวาก็ช่างเถอะ เดี๋ยวเป่าให้ทั้งสองข้างเลยนะถือวิสาสะดึงมือสองข้างของคนตัวสูงมาเป่าพรวดๆ ให้


เขาปล่อยให้ผมเป่าลมฟู่ๆ ใส่มือแบบนั้นจนผมพอใจแล้วเลิกทำไปเองในที่สุด


เมื่อเห็นสถานการณ์คลี่คลายลงก็ใจชื้น บอกลาขวดเบียร์ที่ยังละเลียดไม่หมดในใจเงียบๆ วาสนาต่อกันคงต้องสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้


ดึกแล้ว จะกลับบ้าน วันนี้ขอบคุณที่ช่วยนะ” 


เตรียมจรลีไปให้ไกลจากห้องนี้...จากคนในห้องนี้แค่ในค่ำคืนนี้เท่านั้นล่ะ 


ฮะ เฮ้ย!”


คนที่ยอมนั่งเงียบเชียบเมื่อครู่รวบตัวผมให้เข้าไปใกล้ ความตกใจเล่นงานผมหนักจนเผลอยันขาเข้ากลางลำตัวของคนเด็กกว่าเต็มรัก


พี่เลือกเองนะ


หลังจากนั้นไม่ถึงเสี้ยวนาที เจ้าของน้ำเสียงเย็นชาเมื่อครู่ก็ช้อนตัวผมให้ขึ้นไปนั่งเกยอยู่บนตักตัวเองเรียบร้อย ได้ยินแต่เสียงเต้นโครมครามของหัวใจกลบเสียงยานยนต์บนถนนจนมิด กลืนน้ำลายอึกใหญ่พลางโกยอากาศเข้าปอดหลายเฮือกเพราะมิอาจทำใจยอมรับสภาพท่านั่งหมิ่นเหม่ในตอนนี้ได้ เมื่อพยายามแกะตัวเองออกมาไม่สำเร็จ จึงตัดสินใจส่งสายตาวิงวอนขอร้องคนที่ใช้มือทั้งสองข้างโอบรัดตัวผมแนบแน่น


ใจเย็นๆ ก่อนสิเว้ย


ไม่เย็นแล้วครับ!"


เหมือนจะโดนเด็กดุเป็นครั้งที่สอง ครั้งแรกคงเป็นตอนเจอน้องกวางวันแรกมั้ง มองเจ้าของแววตาและน้ำเสียงเกรี้ยวกราดอย่างหวั่นใจ ทั้งที่ปกติไม่เคยกลัวหรอก


ก็เป่ามือให้แล้วไง! จะเอาอะไรอีกวะ


เขาว่ากันว่าเวลาโดนดุให้ดุกลับ หนามยอกต้องเอาหนามบ่ง


ซินเลียริมฝีปากตัวเองเร็วๆ หนึ่งทีก่อนจะถามกลับ


แค่ตอบคำถามผมตรงๆ มันยากขนาดนั้นเลยเหรอครับ


“…”


ไม่อยากให้ผมโดนตัวเค้าเพราะอะไร หวงเค้าเหรอครับ ถ้าใช่แค่พยักหน้ามาทีเดียวก็ได้” 


“…”


ได้ยินเสียงหึออกมาจากลำคอของอีกคน เขายกยิ้มมุมปากคล้ายจะเย้ยหยันใครหรืออะไรบางอย่าง อาจจะเป็นผม เขา หรือเราทั้งคู่ในตอนนี้


งั้นจะถือว่าการเงียบแปลว่าใช่ละกัน ง่ายดี


“…”


แค่เห็นซินกลืนน้ำลายลงคอรุนแรงจนลูกกระเดือกขยับขึ้นลงและกะพริบตาสองสามครั้ง ก็รู้แล้วว่ากำลังพยายามสะกดอารมณ์คุกรุ่นในใจขนาดไหน 


               "ไม่รู้จะถามทำไมเนอะ ผมสมเพชตัวเองจังว่ะ" คนพูดพ่นลมหายใจออกมายาวยืด เราประสานสายตากัน และในตอนนั้นก็ได้เห็นความผิดหวังระคนเสียใจฉายชัดในดวงตากลมโตคู่นั้น


          ทุบกะโหลกหนาๆ ของตัวเองเร็วๆ สองสามที กำลังโดนกระทุ้งให้ยืดหัวออกมาพ้นกระดองอีกแล้ว เป็นคนนิสัยไม่ดีที่ทำให้คนๆ นี้เสียใจมากกว่าหนึ่งครั้ง แต่ก็ยังไม่เคยเรียนรู้บทเรียนเดิม จะมีวันที่วงจรนี้สิ้นสุดลงบ้างมั้ย


ต้องให้พูดทุกอย่างเลยรึไง แค่อยู่ตรงนี้มันยังไม่ชัดเจนอีกหรอ ก็คนมันไม่ชอบพูด ไม่ชอบอธิบายอ่ะ


“…”


จะให้ปากตรงกับใจแบบมึงทำไม่ได้หรอก ไม่อยากทำ จะไม่ทำด้วย


“…”


เออ! กูก็รำคาญตัวเองจะแย่ ไม่ใช่แค่มึงหรอกที่รำคาญน่ะ แต่มันทำไม่ได้ พยายามแล้ว บางครั้งมันก็กล้าพูด แต่หลายๆ ครั้งอย่างตอนนี้มันก็ไม่กล้า อายอ่ะเข้าใจป่ะ


แค่เห็นเจ้าของร่างกายที่ผมนั่งทับอยู่กลืนน้ำลายทำท่าจะขยับปากพูด ผมก็สวนออกมาอีกแล้ว


อย่าเพิ่งด่า! ทำใจแป๊บ ขอหนึ่งนาทีถอนหายใจออกมาหนักๆ ตัวสั่นเล็กๆ กับการระเบิดอารมณ์ทิ้งเมื่อครู่ ทว่าโลกทั้งใบกลับสงบลงเมื่ออ้อมแขนแข็งแรงโยกตัวผมเบาๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอคล้ายจะปลอบประโลม


อายทำไมครับ ตอนนี้มีแค่เราสองคนเท่านั้นเองนะ


ก็เป็นผู้ชาย จะให้พูดเวิ่นเว้อได้ไง มันตลกที่ต้องมานั่งพูดว่ารู้สึกแบบนั้นนะ แบบโน้นนะ...ไม่อยากเป็นตัวประหลาด


ซินหัวเราะเบาๆ ทั้งที่ข้อความเมื่อครู่เปี่ยมไปด้วยความสัตย์จริงจากก้นบึ้งหัวใจผม


พี่เวเป็นตัวประหลาด


เอ๊ะ ไอ้นี่!”


ผมก็เป็นตัวประหลาด


“….”


แค่คนประหลาดสองคนที่หากันเจอแล้วเท่านั้นเอง” 


มองซ้ายมองขวา เป็นครั้งที่แสนได้มั้งที่ถ้อยคำของเด็กคนนี้ทำผมตีสีหน้าไม่ถูก อึกๆ อักๆ รีบเอามือขึ้นมากอดอกแล้วบ่นพึมพำ


                “พูดอะไรของมึงวะ


ชีวิตผมมีโลกหลายใบ โลกของที่บ้าน โลกของโรงเรียน โลกการทำงานพาร์ทไทม์ มันซับซ้อนและเป็นตัวเองไม่ได้เสมอไป แต่โลกใบสุดท้ายที่มีพี่กับผมอยู่ในนั้นแค่สองคนเป็นหลุมหลบภัยของผมนะ มันรู้สึกปลอดภัย สบายใจ เป็นตัวเองที่สุดแล้ว" 


เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะความอาย ความกลัว ความสุข ความทุกข์ ก็อยากเผชิญไปด้วยกันทั้งหมด


คงอีกล้านปีแสงกว่าจะสามารถพูดอธิบายความรู้สึกของตัวเองจนคนอื่นเห็นภาพในหัวได้ชัดขนาดนี้


มันเป็นทักษะเฉพาะบุคคลหรือเปล่านะ


เสไปมองพื้นกระเบื้องสีฟ้าอมเทาก่อนตัดสินใจก้มลงไปกระซิบแผ่วเบาข้างหูของซิน กลัวเหลือเกินว่าเสียงลมพัดผ่านจะกลบใจความที่ผมต้องการบอก


                 "อย่าไปโดนตัวเค้า จะจิ๊บหรือใครก็ไม่ได้"  ฟังแล้วดูเป็นคนชอบออกคำสั่งจังครับ ใครจะอยากอยู่ใกล้คนแบบนี้นะ


                "เอ่อ คือไม่ต้องทำตามหรอก งี่เง่าเกิน" เกาหัวอย่างอับจนหนทาง

     

           รู้ดีว่าพูดให้ดูใจกว้างไปงั้นเอง แต่ใจจริงคือจงปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด จะมีทางไหนที่จะได้ดังใจ ทว่าไม่บีบบังคับคนเด็กกว่าจนเกินไปมั้ย


            "หวงผมใช่มั้ยครับ" 


                    กำลังทำให้ชีวิตผมง่ายขึ้นด้วยการป้อนคำถามแล้วให้ตอบ 'ใช่' กับ 'ไม่' ได้สองอย่างอีกแล้วใช่มั้ย คงเข้าใจความเป็นผมดีสินะ ว่าถ้าใช้คำถามปลายเปิด เช่น เพราะอะไรเหรอครับ ชาติหน้าตอนสายๆ อาจจะได้คำตอบ แน่ใจอยู่หรอกว่าไม่ใช่คนประเภทซึนเดเระแบบในมังงะญี่ปุ่น ทว่าแต่ไหนแต่ไรก็ไม่เห็นความจำเป็นของการสาธยายความรู้สึก หน้าที่แบบนั้นเป็นของผู้หญิงไม่ใช่เหรอ แล้วทำไมไอ้หนูตัวโย่งนี่ถึงได้ทำเหมือนมันเป็นเรื่องง่ายแบบนั้นวะ ที่สำคัญแม่งดูเท่เหมือนเดิมด้วย ไม่ได้ดูน่าขบขันเหมือนที่จินตนาการเอาไว้


           "ไม่ใช่เลย"


           คนอายุน้อยหุบยิ้มฉับ หน้าตึงขึ้งทันพลัน

               

            "มากกว่าหวงอีก"


                       เหมือนเห็นดอกทานตะวันเหี่ยวเฉาค่อยๆ โผล่ขึ้นมารับแสงอาทิตย์อุ่นๆ อีกครั้งเลย ซินกระตุกมุมปากขึ้นเล็กน้อยคล้ายกำลังรั้งท่าทางเอาไว้ ไม่อยากแสดงอารมณ์ออกมาสุด


                  "หึงเหรอครับ"


          "คิดว่าเล่นเกมใบ้คำอยู่หรือไงวะ ฉลาดก็คิดเองบ้างเด่"



                   "ไม่อยากเข้าข้างตัวเองนี่ครับ" อย่าครับ อย่าได้ทำท่าทางหมาน้อยหูลู่ ไม่ยอมลูบหัวปลอบหรอกนะ


                   "เข้าข้างตัวเองบ้างเหอะ กูจะได้ไม่ต้องพูดเยอะ"


                     "ก็อยากฟังนี่ครับ" หมาน้อยตัวเดิมสั่นหางเป็นวงกลมแล้วครับ มองเว้าวอนเหมือนอยากให้เจ้าของอุ้มขึ้นมากอด 


                    "นะครับ นะ" เหมือนเห็นคนตัวสูงกลายร่างเป็นลูกหมาโดยสมบูรณ์แบบ ลูบหัวผมสิครับ รักผมหน่อยนะ อยากอ้อนนะ เห็นใจผมเถอะนะครับประมาณนั้นเลย

                     

           ถอนหายใจก่อนนับหนึ่งถึงสามแล้วกดริมฝีปากลงบนแก้มนุ่มของอีกคนเบาๆ 


            "อย่าทำให้หึงอีกได้มั้ยครับ แก่แล้วเหนื่อย"


             เขามองผมตาโต ใบหน้าเปลี่ยนเป็นสีระเรื่อโดยเฉพาะใบหู อยากลองจับจัง มันจะร้อนมั้ยนะ พอเห็นคนเด็กกว่าพยักหน้าแล้วยิ้มกว้างแทนคำตอบก็รีบผละใบหน้าออกมาให้ห่าง ตั้งใจจะลงจากตัวซินไปคว้าขวดเบียร์ลูกรักที่แอบหลบภัยตรงมุมอับมาดื่มแก้กระดาก ทว่าเจ้าของอ้อมแขนกลับโอบกระชับตัวผมให้เข้าไปแนบชิดอีกครั้ง จนไม่เหลือที่ว่างระหว่างกันอีกต่อไป

         "ยังไม่ให้ลงนะครับ"

         "อะไรกับกูอี้กกก" คนอุตส่าห์เก๊กเสียงท่านชายลงท้ายด้วยหางเสียงสุภาพแทบตาย ดันหาเรื่องให้ผมกลายร่างเป็นจิ๊กโก๋หน้าปากซอยเสือผงาดอีกแล้ว

         "คือ เอ่อ..."

          นานๆ ทีจะเห็นคนเด็กกว่าอึกๆ อักๆ หลบสายตากัน

          "เป็นไรรึป่าว"
          
          "ขอนั่งแบบนี้อีกซักพักได้มั้ยครับ"
          
           ยิ้มพรายแล้วตอบออกมาทันที 

           "ไม่!"

           "ห้านาทีแลกกับเบียร์ทั้งหมดในตู้เย็นได้มั้ยครับ"

           หัวเราะเสียงขม ไม่เชื่อว่าเด็กคนนี้จะกล้าเอาเบียร์ฟาดหัวผม

           "มึงพูดเล่น กูรู้!"

            เด็กคนเดิมส่ายหัวดุ๊กดิ๊ก 

             "พูดจริงนะครับ แลกกันนิดเดียวเอง"

             "ใจคอจะให้กูนั่งคร่อมมึงแบบนี้เนี่ยนะ ไม่เมื่อยรึไง ตัวกูโคตรหนัก ไอ้ไม้เคยแบกกูตอนตกบันไดที่มอหนนึง แม่งบ่นชิบหาย"


          "ไม่หนักเลยครับ รู้สึกดีมากกว่า แล้วจะรู้สึกดีกว่านี้ถ้า..." มองตามมือใหญ่ที่ดึงมือของผมไปโอบรอบคอตัวเองหน้าระรื่น หน้าชาวาบพร้อมกัดฟันเสียงดังกร่อด สภาพคล้ายเด็กนั่งดริ้งค์กับอาเสี่ยในห้องคาราโอเกะแสงวับแวมเข้าไปทุกที


          "มึงเคยคิดจะไว้หน้ากูบ้างมั้ย ถามจริง!"


          "ห้านาทีเอง ถือว่าปลอบขวัญผมตอนที่โดนพี่เวปัดมือทิ้งละกันนะครับ"


          "เกี่ยวอะไรอีกเนี่ย เมื่อกี้เคลียร์กันจบแล้วไง"

     

          "แต่ตอนนั้นที่โดนทิ้งให้ยืนมองพี่สองคนเดินประคองกันไป มันเอ่อน้อยใจ..."


          "อะๆ อย่าดราม่า แค่ห้านาทีนะโว้ย!"


          เสียงตอบรับว่าครับดังชัดแจ๋วไม่ปกปิดอาการความดีใจ ชักจะสงสัยแล้วว่าในหัวเด็กคนนี้จินตนาการอะไรเอาไว้บ้าง 


          หวังว่าจะเก็บไว้ในใจเงียบๆ ไม่ต้องเปิดเผยหรือเรียกร้องให้ผมช่วยเติมเต็มให้แบบนี้อีกนะ


          ไม่งั้นคราวหน้าต้องเอาหุ้นบริษัทบ้านมันมาแลกแล้วล่ะ แค่เบียร์ลังหนึ่งไม่คุ้มค่าอายของชายอกสามศอกอย่างผมเลยซักนิด!












กระดกเบียร์ขวดที่สามเข้าปากอย่างสบายอารมณ์ ดูเอาไว้ เวลาโดนแฟนโกรธ คนแน่จริงอย่างเราต้องเข้าควบคุมและไกล่เกลี่ยสถานการณ์ด้วยความรวดเร็วแบบเน้! พวกทะเลาะกันข้ามคืนข้ามวันน่ะอ่อนสิ้นดี!


อ้อ ลืมไป ครั้งที่แล้วไม่พูดกันตั้งสองอาทิตย์กว่า ขออนุญาตเก็บเศษหน้าแป๊บ


“ยี่ห้อนี้ชอบมั้ยครับ”


“ของญี่ปุ่นเบาไปนิด ชอบของเยอรมันแบบสองขวดแรกมากกว่า”


เมื่อเห็นคนเด็กกว่าทำท่าจดจำสิ่งที่ผมพูดก็อดนึกเอ็นดูไม่ได้ ไม่อยากบอกเลยว่าทั้งปีพี่ได้กินแค่สิงห์กับช้างเองจ้า เพิ่งมามีโอกาสได้กินเบียร์นอกไม่อั้นก็ตอนอยู่กับมึงนี่แหละ


เอ๊ะ


หรือจริงๆ การมีแฟนสายเปย์นี่มันดีเหมือนกันนี่หว่า


ผมควรทำตัวเป็นลูกแมวเหมียวเอาใจเขาให้หลงไหลในตัวผมไปอีกนานๆ ใช่หรือไม่


มึนหัวเล็กน้อยจากการกระดกเบียร์สามขวดติดต่อกัน ไม่ได้เมาหรอก ไม่เคยเมา อย่างมากจะแค่มึนและทำตัวเป็นของเหลวบ้างอย่างในตอนนี้


“ขยับมาใกล้ๆ หน่อยจะอ้อน”


“ว่าไงนะครับ” เสียงถามตกใจอย่างกับผีเป็นคนพูดทำผมจิ๊ปากออกมาเสียงดัง


“ชักช้าอ่ะ ไม่ทันใจวัยรุ่นเลย!”


เป็นฝ่ายกระเถิบตัวเข้าหาคนตัวสูงกว่าแทน จากนั้นก็ปล่อยตัวให้ไหลลงไปนอนบนตักเขาหน้าไม่อาย เงยหน้าขึ้นมองเสี้ยวหน้าของเจ้าของตักที่โผล่พ้นจากเงามืด รู้ตัวอีกทีก็เลื่อนมือขึ้นไปลูบแก้มข้างที่โดนแสงจันทร์ฉาบไล้เบาๆ แล้ว 


“หล่อนะเนี่ย”


“ครับ?”


“ใจดีมากด้วย”


ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ แล้วเห็นใบหน้านั่นส่ายปฏิเสธคำชมของผมใหญ่เลย


“ไม่ได้ใจดีกับทุกคนครับ แค่คนสำคัญเท่านั้น”


“แหวะ อ้วกได้มั้ย”


“ท้องแล้วเหรอครับ ยังไม่ทันทำอะ...”


“พูดมาก!” ยกมือขึ้นไปบีบปากคนพูดเยอะจนปากยู่ คนโดนกระทำแกะมือผมออกช้าๆ ก่อนจะจรดริมฝีปากลงบนหลังมือกันแผ่วเบา จนรีบชักมือออกแล้วเปลี่ยนเรื่องแทบไม่ทัน


“เป็นลูกคนรวยอีกต่างหาก คอยดูจะขโมยเงินมึงไปซื้อเบียร์กินทุกวันเลย”


ซินก้มหน้าลงมาใกล้ จนปอยผมข้างหน้าตกลงมาบนหน้าผม


“ถ้าอยากขโมยเงินผมก็ต้องย้ายมาอยู่ห้องเดียวกันเร็วๆ นะครับ จะเปลี่ยนรหัสบัตรเดบิตเป็นวันเดือนปีเกิดพี่เวทุกใบเลย ดีมั้ยครับ”


จิ๊ปากใส่นิดหน่อยอย่างหมั่นไส้ ก่อนหน้าโน้นเอาเบียร์ฟาดหัว ตอนนี้กำลังใช้เงินหลอกล่อผมอีกแล้ว ไม่ใช่ไม่ชอบนะ สองสิ่งนั่นคือปัจจัยสำคัญสำหรับการดำรงชีวิตเลยล่ะ ทว่ารู้สึกเหมือนเป็นตัวโกงในละครอยากจับ

นางเอกรวยๆ ขึ้นมายังไงก็ไม่รู้ 


        "ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ เผลอเมื่อไหร่โดนปอกลอกจนหมดตัวแน่มึง"


        คนโดนขู่ยกยิ้มเจ้าเล่ห์ ดวงตากลมโตเป็นประกายแวววับเหมือนหมาล่าเนื้อ ไม่ใช่ลูกหมาตาแป๋วแหววในยามปกติ จะให้รีบลุกขึ้นนั่งหรือเดินเข้าไปข้างในก็ดูจะขัดกับจิตวิญญาณชายชาตรีเยี่ยงผม สุดท้ายเลยตัดสินใจเพ่งสายตาไปที่คอมเพลสเซอร์แอร์สองตัวซ้อนกันบนระเบียงแทน ไม่ยอมเงยหน้าขึ้นไปสบสายตากับคนที่ก้มลงมาหาอีก


              "ยอมให้พี่เวปอกลอกทั้งชีวิตเลยครับ"


          ย่นจมูกใส่คำเกี้ยวตรงไปตรงมาของเจ้าของตัก อยากจะด่ากลับใจจะขาด แต่นิ้วที่คลอเคลียเขี่ยแก้มผมอย่างอ้อยอิ่งพาความร้อนให้แล่นพล่านทั่วกายจนลำคอแหบแห้งไร้เรี่ยวแรงจะเอื้อนเอ่ย


                   ค่อยๆ ล้วงกระเป๋าหนังสีดำใบย่อมออกมาจากกระเป๋ากางเกงแล้วยื่นออกไปให้จนแทบทิ่มหน้าอีกคน


                    "เป็นเมียก็อยู่เฉยๆ ได้มั้ย ให้ผัวจ๋าอย่างกูเลี้ยง โอเค้" พยักเพยิดให้เมียเด็กของผมรับกระเป๋าเงินไปถือไว้ ป๋ามาก็ป๋ากลับครับ ยอมรับว่าก็ยังงงๆ ว่าปลายทางความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ที่ผมยังไม่คุ้นชินนี้จะลงเอยเช่นไร แต่เอาเป็นว่าติดตามตอนต่อไปละกัน 


                      "แล้วเมียคนนี้จะตอบแทนผัวจ๋ายังไงดีครับ เดี๋ยวใส่กระโปรงสั้นๆ แล้วเต้นฟอร์จูนคุกกี้ให้ดูซักวันดีมั้ยครับ"


                     แค่นึกภาพคนร่างควายเต้นยึกยัก ปั้นโอนิกิริก็ขนลุกขนพองไปหมด ยิ่งจินตนาการถึงคนตัวสูงใส่กระโปรงสั้นเหนือเข่าก็คล้ายจะไข้ขึ้น ขยี้ตาแรงๆ สองสามครั้งพยายามล้างภาพอุจาดตาออกไปให้พ้น

                         

           "ไปเต้นให้เตี่ยมึงดูเถอะ!" ร่ำไห้ในใจเงียบๆ นี่เง็กเซียนลงโทษผมเหรอ สเป็กคือน้องๆ หนูๆ หน้าตาจิ้มลิ้มมาแต่ไหนแต่ไร ทว่าทำไมลงเอยด้วยการโดนเด็กผู้ชายตัวสูงกว่าหลายคืบอ่อยไม่เลิกแบบนี้เล่า 


                     คนโดนไล่ไปเต้นให้พ่อตัวเองดูหัวเราะออกมาเสียงดัง เคยคิดจะสลดไปกับคำด่าของผมบ้างมั้ย นั่น ขยับมือมาลูบแก้มผมเล่นอีกแล้ว ยุบยับเป็นแมงมุมไต่หน้าไม่เลิกเลยเชียว


                     "ไว้เราไปดู AKB 48 ที่อะกิฮะบะระด้วยกันดีมั้ยครับ"


                     "ไป ไป ไป!!!" นั่นคือความฝันสูงสุดของโอตะอย่างผมเลยนะนั้น การได้ไปชมวงเพอร์ฟอร์มที่โรงละครกับตาตัวเอง ไม่ได้แค่เสพเอ็มวีหรือแฟนแคมอีกต่อไป แต่ตั๋วก็ใช่จะจองกันง่ายๆ มีเงินบางทีก็ไม่ได้การันตีว่าจะได้ทุกสิ่งที่ต้องการนี่นา


                     "ครับผม สัญญาว่าจะพาไปดูให้ได้เลยครับ


                    พยักหน้าหงึกหงักดีใจเป็นพิเศษ เคยคิดจะซื้อทัวร์ไปญี่ปุ่นเองด้วยนะ แต่ก็คิดว่าคงจะปลีกตัวออกมาดูเอเคบียากแน่ๆ แล้วถ้าสมมติว่าในอนาคตผมโดนทิ้งอีกล่ะ คือหมายถึงถ้าเราเลิกกัน ฝันของผมก็จะกลายเป็นหมันใช่มั้ย


          "คิดอะไรอยู่เหรอครับ ทำไมมุ่นคิ้ว"

     

         เคยมีคนสอนให้รู้ว่าคำว่าตลอดไปไม่มีอยู่จริง เพราะฉะนั้นอย่าคาดหวัง อย่าปักใจไปกับสิ่งๆ หนึ่ง หรือคนๆ เดียวจนไม่เผื่อใจรับความผิดหวัง เพราะทุกอย่างอาจไม่เป็นไปตามแผนที่วาดไว้


           "ว่ายังไงครับ"


     พอโดนถามกระตุ้นอีกรอบก็ตอบออกไปทั้งที่สายตายังมองเหม่อ ใจลอยออกไปไกลแล้ว           


           อ้อ แค่คิดว่าถ้าเราเลิกกันก่อน กูคงอดดูแหงเลย

               

           ในใจคิดจะตอบแบบนั้น แต่สิ่งที่พูดออกไปกลับกลายเป็นอย่างอื่น ขืนพูดออกไปตรงๆ ซื่อๆ ตามที่ใจคิดอาจจะทำให้บรรยากาศในตอนนี้กร่อยได้ 


         "เปล่า แค่คิดถึงตอนมึงเข้ามหาลัยเท่านั้นเอง มหาลัยมึงเค้ามีคิ้วท์บงคิ้วท์บอยอะไรด้วยใช่ป่ะ ถึงมึงจะหล่อน้อยกว่ากูไปหน่อย แต่อาจจะได้เป็นก็ได้นะ" 


         ชักไม่ค่อยแน่ใจว่ากำลังเพ้ออะไรอยู่ แต่คงต้องหาทางจบให้ลง 


         "อยากมีชีวิตแบบเดินเข้ามอปุ๊บสาวๆ กรี๊ดจนม้ามสั่นแบบนั้นบ้างว่ะ


          ซินเอื้อมมือมาคลายหัวคิ้วที่ขมวดแน่นของผมเบาๆ 


          "ไม่แน่ใจในตัวผมเหรอครับ"


           ร้อนวูบวาบไปทั่วใบหน้า ไม่ชอบที่โดนอ่านใจได้ง่ายๆ แบบนี้เลย

           "ปะ เปล่า อย่าคิดไปเอง" ไม่อยากยอมรับว่าเป็นคนจิตใจแหว่งวิ่น มีรอยรั่วมากมายให้ความระแวงสับสนแทรกซึมได้เสมอเพราะประสบการณ์ไม่สู้ดีนักในอดีต

            "อย่าสงสัยหัวใจของผมเลยนะ"

            ประโยคแสนสั้นทว่าทำให้ใจสะดุดไปหลายวินาที มืออุ่นวาบแตะเข้าข้างแก้มเบาๆ จากที่เสไปมองภาพรถราไฟสีแดงก็ต้องเงยขึ้นไปสบสายตากับเจ้าของมืออีกแล้ว

           "ไม่ได้สงสัย! แต่อะไรมันก็เกิดขึ้นได้มั้ยล่ะ มึงอาจจะไม่เคยโดนทิ้งนะ แต่กูเคยไงทั้งที่ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้าด้วยซ้ำ ก็แค่เผื่อใจ..." ว่าอาจต้องเจ็บอีกหนเท่านั้นเอง ส่ายหัวเบาๆ นี่ถลำลึกหนักถึงขั้นไหนถึงคิดว่าจะโดนมนุษย์เพศเดียวกันหักอกได้วะเนี่ย เคมีในสมองผมรวนไปหมดแล้วเพราะคนๆ นี้คนเดียว!


          "ให้ใจใครไปแล้วก็ไม่เอาคืนง่ายๆ หรอกครับ เว้นแต่ว่าคนๆ นั้นจะไม่อยากได้มันอีกต่อไปแล้ว"


          "แล้วคิดว่าจะยอมคืนให้ง่ายๆ หรอ!" เถียงกลับอย่างเริ่มมีน้ำโห ยัดเยียดบทตัวร้ายให้ผมงั้นเรอะ ใครจะไปทนอยู่เฉยๆ ได้ล่ะ


                        "ไม่เชื่อครับ"



                          "มะ ไม่เชื่อเหรอ ได้ไง!" เบิ่งตาโตด้วยความประหลาดใจ แทบไม่อยากเชื่อหูตัวเอง คิดว่ากว่าจะกลั้นใจพูดออกมาได้แต่ล่ะอย่างมันง่ายนักเหรอ 


            "ครับ ไม่เชื่อจนกว่าเราจะทำสัญญากันก่อน"


           "ฮะ ยังไงนะ" ส่ายหัวไล่ความมึนงงเล็กน้อย ชักรู้สึกตามคนอายุน้อยไม่ทันเข้าทุกที หรือจริงๆ อาจจะไม่เคยไล่ตามความนึกคิดของคนฉลาดอย่างมันทันเลยซักครั้งก็ได้



           ซินจัดการดึงตัวให้ผมลุกขึ้นมานั่งตามเดิมด้วยความรวดเร็ว ก่อนจะยกยิ้มมุมปากแลดูไม่น่าไว้ใจเลยซักนิด


            “แบบนี้”


                  คนพูดเคลื่อนหน้าเข้ามาใกล้กันยิ่งกว่าเดิม  ผมรีบขยับตัวถอยออกให้ห่าง ทว่ามือใหญ่จับหมับเข้าที่ท้ายทอย ไม่ยอมให้เว้นระยะดังใจอยาก 


                    "ตะ เต้นคุกกี้เสี่ยงทายให้ดูหน่อย ตอนน้ีเลย อยากดูแล้-"


                    "สามีที่ดีเขาไม่หนีภรรยากันนะครับพี่เว"

     

            เขาโน้มหน้าเข้ามาแนบชิด ป่าลมหายใจอุ่นร้อนถึงในหูกวนตะกอนความรู้สึกให้ลอยฟุ้ง ก่อนจะไล้ปลายจมูกลงบนลำคอจนรู้สึกวูบวาบไปทุกแห่งหนที่โดนสัมผัส


  “ดะ เดี๋ยวสิ-


“ขออนุญาตทำสัญญาแล้วนะครับ”


คำขออนุญาตเป็นเพียงลมปากฝากบอกเจ้าที่ เพราะคนขอไม่ได้รอให้ผมตอบตกลงแม้แต่น้อย มือจับไหล่สองข้างแน่น จงใจล็อกเหยื่อขี้เมาอย่างผมให้กระดุกกระดิกไปไหนไม่รอดอีกต่อไป ใช่ ผมไม่ได้เมา แต่ทุกครั้งที่ดื่มจะเคลื่อนตัวได้ช้าลง กลายเป็นเต่าร้อยปีอุ้ยอ้ายแล้ว


“อะ ซิน อึก ใจเย็น” 


ริมฝีปากนุ่มไล่ขบเม้มไปทั่วพื้นผิว จากบางเบากลายเป็นหนักขึ้น ย้ำหลายครั้งจนมั่นใจว่าขึ้นเป็นรอยจ้ำแล้วแน่ๆ ได้แต่บิดตัวเร่าพยายามหนีสัมผัสแล้วแกล้งร้องว่าเจ็บ ทว่ากลับยับยั้งคนรู้ทันไม่ได้ มีแต่จะยิ่งเลียจนลำคอชื้นแฉะไปหมด สลับกับใช้ฟันกัดเบาๆ ตีสติผมให้แตกกระเจิงจนเลิกปราม เมื่อเลิกห้ามเขาก็กลับมาดูดเม้มผิวเนื้อหนักๆ ซ้ำๆ ราวกับกลัวว่าจะไม่มีโอกาสได้ทำแบบนี้อีก


        "ซะ ซิน วันจันทร์ต้องไปทำงาน พอแล้ว เดี๋ยวรอยจางไม่ทัน" 


        คนเด็กกว่าพยักหน้ารับอย่างเชื่อฟัง ก่อนจะผละหน้าออกมาจากคอ แต่ถกเสื้อยืดสีดำของผมขึ้นแทนทันที

     

        "งั้นตรงนี้คงไม่มีใครเห็นแล้วนะครับ"


        ผลักให้ผมเอนตัวลงไปนอนแผ่บนพื้นกระเบื้องสีเข้มอีกครั้งก่อนจะโน้มตัวตามลงมา ตะโบมจูบรุกไล่ขยายอาณาจักรอย่างรวดเร็วและร้ายกาจ ฟันคมๆ ขบเม้มผิวเนื้อช่วงบนอย่างไม่ปรานี แล้วลากลิ้นไล่วนไปทั่วจนมาหยุดอยู่ที่ตุ่มไตคู่นั้นในที่สุด


“อะ...อื้อไม่ทันแล้ว คราวนี้กลั้นเสียงไม่ได้อีกต่อไปแล้ว


มะ ไม่เอานะ ไม่ใช่ผู้หญิง ไม่ต้องทำแบบนั้นพยายามดันหัวของอีกคนให้ออกห่างจากช่วงอกของตัวเอง


ไม่เกี่ยวว่าเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย รู้สึกดีก็คือรู้สึกดี


ริมฝีปากร้อนผ่าวไม่ยอมผ่อนแรงลงแม้แต่น้อย ดูดเม้มหนักหน่วงไม่ให้หายใจหายคอในขณะที่มือเลื่อนลงต่ำ วาดผ่านต้นขาด้านในเบาๆ แต่ก็ยังอดสะดุ้งไม่ได้อยู่ดี มหายใจหอบกระชั้น ผสานเข้ากับจังหวะเต้นรุนแรงของหัวใจ ขยุ้มหลังเสื้อคอวีสีขาวของคนเด็กกว่าจนยับย่น หวังว่ามันจะช่วยบรรเทาความรู้สึกบางอย่างที่เริ่มก่อตัวภายใน ทั้งพยายามเก็บกักเสียงประหลาดที่เพิ่งค้นพบว่าตัวเองเปล่งได้จนสุดความสามารถ แม้จะยากเหลือเกินในยามนี้


               เวลาผ่านไปพักใหญ่จนร่างกายกับจิตใจของผมเลิกสัมพันธ์กันแล้ว ตัวนอนอยู่บนระเบียงแต่ใจวิ่งวนไปทุกที่ตามสัมผัสของเขาจะพาไป วุ่นวาย สับสน ล่องลอยไปอยู่กับกระต่ายบนดวงจันทร์แล้วล่ะ


เมื่อซินประทับตราจนพอใจแล้วถอนหน้าออกมานั่นแหละ ถึงจะฟื้นคืนสติ


“ทีนี้ถึงตาพี่เวทำสัญญาแล้วนะครับ”


เสียงกระซิบแหบพร่าชิดใบหูชวนให้กะพริบตาปริบๆ ไม่เข้าใจว่าเราต้องมีตาใคร ตามันด้วยเหรอ


“ทำรอยคืนสิครับ”


ทีนี้ถึงกับหันไปมองคนพูดตาวาว ทั้งที่เมื่อกี้เบือนหน้าหนีแทบแย่ “จะบ้าเหรอวะ ไม่ได้อยากทำซะ...” 


“ไม่เคยให้ใครทำรอยบนตัวผมมาก่อน พี่จะเป็นคนแรก”


และราวกับโดนล่อลวงด้วยคำเชื้อเชิญจากปีศาจตัวโต


...มารู้ตัวอีกทีก็เคลื่อนหน้าตัวเองเข้าไปใกล้กับลำคอคอดของอีกคนซะแล้ว


เพียงแตะลิ้นร้อนชื้นลงไปแผ่วเบา เจ้าของร่างกายก็สะดุ้งน้อยๆ 


“ออกแรงเม้มอีกนิดนะครับ”


“ทะ ทำไม่เป็นเว้ย”


“งั้นให้ผมสาธิตให้ดูอีกรอบดีมั้ยครับ"


“มะ ไม่โว้ย!” กลั้นใจนับหนึ่งถึงสามก้มหน้าลงไปเม้มผิวเนื้อของคนเด็กกว่าเบาๆ 


“เบาแค่นี้เดี๋ยวเห็นรอยไม่ชัดนะ ออกแรงอีกนิดนะครับคนเก่ง” หูอื้อตาลายไปหมด ปากกดเม้มผิวเนื้อหนักๆ ตามคำสอนข้างหูราวกับกลัวจะโดนลงโทษถ้าทำไม่ถูกใจ 


เสียงครางทุ้มต่ำอย่างพึงพอใจจากอีกคนสาดความร้อนให้แทรกซึมทุกอณูของร่างกาย 


“พะ พอแล้วโว้ย ฮือ ไม่ทำแล้ว” ผละหน้าออกมาแล้วนั่งจุ้มปุ๊กกอดเข่าตัวสั่นเหมือนผีเข้าอยู่นั่น


“เงยหน้าขึ้นมามองผลงานของพี่ก่อนสิครับ”


ปลายคางถูกจับให้เงยขึ้นมา แม้กระทั่งในความมืดสลัว มีแค่เพียงแสงไฟวิบวับจากตึกสูงระฟ้าผมก็ยังเห็นรอยสีเข้มบนลำคอขาวของซินชัดเจน


เป็นของพี่เวคนเดียวนะครับ”


           ไม่มีทางเลือกอื่นแล้วนอกจากค่อยๆ เคลื่อนใบหน้าเข้าไปใกล้เจ้าของคำหวานเมื่อครู่ ประคองแก้มของคนอายุน้อยไว้ในอุ้งมือข้างหนึ่งอย่างอ่อนโยนแล้วปิดเปลือกตาลงช้าๆ หวังเหลือเกินว่าเขาจะเข้าใจว่านี่คือใจความที่ผมอยากตอบกลับ


                   จวบจนริมฝีปากของเราสัมผัสกัน...เนิบนาบ อ่อนโยน หวานซึ้งกว่าทุกครา จึงแน่ใจว่าข้อความที่ส่งไปถึงผู้รับ ผละหน้าออกมาเมื่อลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเริ่มทำผมหายใจติดๆ ขัดๆ ประดักประเดิด ขวยเขินจนเกินจะบรรยาย


                    "พระจันทร์สีเหลืองนวลดีเนาะ" ชี้นิ้วไปที่เสี้ยวจันทร์บนท้องฟ้ามืดมิด


                      ได้ยินเสียงหัวเราะเบาๆ แทนคำตอบ ก่อนจะถูกอีกฝ่ายดึงมือไปกุมไว้ด้วยความนุ่มนวล


             "เหมือนฝันเลย"


                       ไม่แน่ใจว่าคนพูดต้องการเปรียบสิ่งไหนกับความฝัน ทว่าคำตอบคงไม่สำคัญเมื่อนิ้วของเราประสานกันแนบแน่น ไม่ใช่แค่ใครคนหนึ่งจับมือ แต่เป็นเราทั้งคู่


           ความกังวลสับสนคล้ายจะมลายหายไปกับสายลมพัดเอื่อยยามค่ำ ไม่ได้สนใจสิ่งอื่นใดอีกนอกจากคนข้างตัวเท่านั้น 


                   


                        










ฟิฟตี้เฉดออฟน้องซิน ._. 

อโทษที่มาช้านะคะ อย่าเพิ่งลืมกัน แง 55 ฮือ หิมะตกหนัก ติดอยู่ในห้อง ชีวิตมึนๆ เปเปอร์ก็ไม่ทำ นิยายก็อู้ ส่วนในตอนนี้นั้น...อีกนิดอิพี่จะหัวใจวายคาระเบียงแล้ว :

เรื่องนี้ใกล้จะถึงไคลแม็กซ์แล้วนะ มันจิจบแน่นอนนน อดทนกับเราอีกนิด ฮึกๆ



B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 130 ครั้ง

667 ความคิดเห็น

  1. #655 Coffee-mate (@nanaco) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 16:11

    พี่เวยึดติดกับศักดิ์ศรีความเป็นลูกผู้ชายของตัวเองประมาณนึงเลย ก็อย่างว่าแหละคนมันถือว่าแมนๆมาตลอด เจอแบบนี้ก็ไปไม่เป็นนน ยอมทำตามใจตัวเองไม่ต้องหาเหตุหาผลเยอะดีกว่าาา เขินเก่ง ทำตัวไม่ถูกเก่ง 555555

    #655
    0
  2. #573 fangyfang (@fangyfang) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 18:29
    อยากให้เขาได้กันนนนนนนนนนน
    #573
    0
  3. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  4. #457 forfaye (@forfaye) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2561 / 00:16
    เเงงงงเขินอ่าาา
    #457
    0
  5. #439 mvnkhyuck (@markksung) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 12:03
    แงงงงง ร้องไห้แล้วฮือออออ ไม่อ่อนโยนกับใจเลย โอ้ยๆๆเขินนๆๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #439
    0
  6. #365 wissturn (@OTAkuuu) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2561 / 18:53
    แงงงงงงงงง ยัยพี่เว ดูพูดจาสิ เขินนนนนนนนน ฮื่ออออ
    #365
    1
    • #365-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 29)
      8 สิงหาคม 2561 / 01:25
      ฮ่าๆ เขินยาวมากเลยค่ะ ฮืออ
      #365-1
  7. #346 samw (@M051) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2561 / 21:53
    อุแงงงงงงงง มั่ยไหวแร้ว ทำไมไม่อ่อนโยน//กุมใจจ
    #346
    1
    • #346-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 29)
      4 สิงหาคม 2561 / 04:29
      It's getting hot in here haha
      #346-1
  8. #328 Scarlettxd✿ (@qwe01020344) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2561 / 19:16
    แผ่นดินไหวแต่ใจรีดไม่ไหวค่ะ มันดีมากดกกก ฮือออออ
    #328
    1
    • #328-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 29)
      4 สิงหาคม 2561 / 04:45
      5555 ชอบเลยยย แผ่นดินไหวแต่ใจเราไม่ไหวค่ะ
      #328-1
  9. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  10. #221 Choco'l Pis (@nekoy) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 12:01
    ฮืออออ แค่เขาขบกันฉันก็เขินจะแย่แล้วววว
    #221
    1
    • #221-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 29)
      6 พฤษภาคม 2561 / 16:22
      ฮืออออ เราเขียนตอนขบก็เขินนะ -///-
      #221-1
  11. #212 -Louknam- (@-Louknam-) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 24 มีนาคม 2561 / 22:25
    นี่คือเข้ามาดูทุกวันเลยอ่ะ ว่าอัพตอนใหม่หรือยัง กลัวไม่เตือนและไม่ได้อ่าน แต่ยังไม่มาสักที รออยู่น้าา คิดถึงแล้วว
    #212
    1
    • #212-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 29)
      26 มีนาคม 2561 / 17:00
      ฮืออ ขอบคุณที่นึกถึงกันนะคะ ดีใจจจ จะพยายามมาน้า แอบอู้นิดนึงช่วงนี้
      #212-1
  12. #211 มาคุ (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 22 มีนาคม 2561 / 17:16
    รออยู่น่ะ
    #211
    1
    • #211-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 29)
      26 มีนาคม 2561 / 20:11
      จ้า เดี๋ยวมานะ :)
      #211-1
  13. #209 e_reborn (@reborn112) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 17 มีนาคม 2561 / 18:30
    โอยยยย เหมือนได้ยารักษาหลังสงครามมิดเทอมเลยยย -///- ขอบคุณไรต์อีกครั้งนึง คนน้องเริ่มรุกใหญ่แล้วนะเดี๋ยวนี้ ....
    #209
    1
    • #209-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 29)
      26 มีนาคม 2561 / 20:18
      ขอให้ผลสอบออกมาดีนะคะ :) สอบเสร็จแล้ว เย้ คนน้องจะรุกไปเรื่อยๆจนถึงวันนั้นนะคะ 55
      #209-1
  14. #208 Suuggyu_Gyu (@Suuggyu_Gyu) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 15 มีนาคม 2561 / 01:30
    ล่อลวงได้เเบบ555 ฮื่ออ น่ารักก
    #208
    1
    • #208-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 29)
      26 มีนาคม 2561 / 20:17
      ล่อลวงไปทีละนิดละหน่อยเนอะ
      #208-1
  15. วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 17:32
    ความล่อลวงนี้
    คนพี่ใจบางมั้ยคะ ถูกคนน้องสอน
    #207
    1
    • #207-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 29)
      26 มีนาคม 2561 / 20:17
      บางเป็นกระดาษษษ :D
      #207-1
  16. #206 moonmore (@evermorefullmoon) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 16:49
    อ๋อยยย ฟินนน นัลล้ากกก น้องก็ช่างหลอกช่างล่อพี่เวเหลือเกิ๊นนน
    #206
    1
    • #206-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 29)
      26 มีนาคม 2561 / 20:17
      ดีใจที่ฟินนะคะ ลูกล่อลูกชนน้องเยอะค่ะ
      #206-1
  17. #205 -Louknam- (@-Louknam-) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 16:10
    หืมมมมม เกือบไปแล้วมั้ยพี่เว สัญญานี่มันน่ากลัวจริงๆ 😆
    #205
    1
    • #205-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 29)
      26 มีนาคม 2561 / 20:17
      สัญญาที่เกือบทำคนพี่กระโจนออกจากระเบียงเนอะ :)
      #205-1
  18. #204 ไอแนน (@imoonan061994) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 12:08
    เกลียดความจะปลอกลอกน้องให้หมดตัว
    เกลียดความน้องทำดป็นแสนพี่ทำแค่1
    #204
    1
    • #204-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 29)
      26 มีนาคม 2561 / 20:16
      อิพี่แก่แล้วทำได้วันละนิดๆหน่อยๆ :P
      #204-1
  19. #203 lillet rosé (@lilletrose) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 10 มีนาคม 2561 / 04:29
    ตอนแรกคิดว่าจะเข้ามาอ่านตอนตื่นเพราะง่วงและตาลายมากๆ แต่สุดท้ายก็อดเข้ามาอ่านไม่ได้ ซึ่งพออ่านแล้วก็ ฮือ กลายเป็นว่าไม่สามารถข่มตานอนได้แล้วค่ะ ตื่นเลยค่ะแง ต่อไปนี้เวลาได้ยินหรือเห็นคำว่าสัญญา ฉากคนพี่คนน้องเขาทำสัญญากันต้องลอยเข้ามาในหัวเราแน่ๆ ;///; ไม่รู้จะเริ่มหวีดตรงไหนเลยค่ะ ฮือ ไม่ชอบโดนดุ ไม่ชอบเห็นคนอื่นโดนดุ แต่ทำไมตอนน้องซินดุคนพี่เราถึงเขินจนจะบ้าก็ไม่รู้ แล้วยิ่งคุณไรเตอร์บรรยายที่น้องพยายามข่มอารมณ์ไม่ให้เดือดงี้ แง มากกว่าความน่ากลัวคือความฮอตของน้องที่มันเกิน(นนนนนนน)ไป ในหัวคิดออกแค่คำว่าจะเอา ;-; พอน้องบอกว่าสมเพชตัวเอง จิตวิญญาณความเป็นแม่(ยก)ก็ถูกปลุกขึ้นมาอีกรอบ น้องซินเจ็บแม่(ยก)ก็เจ็บ แต่ก็เจ็บแค่เดี๋ยวเดียวเพราะเนี่ย คนพี่เขาทำตัวน่ารักอีกแล้ว ที่จริงหลายครั้งก็แอบเข้าใจพี่เวที่อายจะพูดแบบนี้อธิบายแบบนั้น มันเป็นความลำบากในการใช้ชีวิตของมนุษย์ที่มีความพี่เวในตัวจริงๆค่ะ บวกกับที่พี่เขาคิดในแง่ที่ว่าตัวเองเป็นผู้ชายและน้องก็เป็นผู้ชายอีก เราเลยนับถือทุกครั้งที่พี่เวกล้าทำอะไรสักอย่างที่มัน ไม่คิดว่าพี่เวจะกล้าทำเลยนะ ;-; ชอบที่ว่าพี่เวเป็นตัวประหลาด และน้องซินก็เป็นตัวประหลาดด้วย นอกจากคำว่าสัญญา คำว่าตัวประหลาดก็คงตามไปหลอกหลอน(ในทางที่ดี)เราด้วย หลังจากนี้ถ้ามีใครสักคนบอกว่าเราเป็นคนประหลาด คงยิ้มออกมาจนดูประหลาดกว่าเดิมแน่ๆค่ะ ยิ่งกลายเป็นคนประหลาดกว่าเดิมเพราะคุณไรเตอร์เลย งือ แอบสกรีนช็อตที่น้องซินพูดถึงโลกหลายใบของน้องเอาไว้ด้วย เนี่ย มีอะไรที่ทำให้เราอ่านแล้วรู้สึกว่าชอบอีกแล้วนะอีกแล้ว ไม่รู้จะใช้คำยังไง แต่มันเหมือนเป็นเสน่ห์ในงานเขียนของคุณเลย หลงรักมากๆ สูสีกับที่หนูตัวโย่งหลงพี่เวเลยค่ะ ขำมากด้วยตรงที่น้องถามพี่เวว่าหวงใช่มั้ยแล้วพี่เวตอบตอนแรกว่าไม่ ฮือ ทำไมจังหวะซิทคอมแบบนี้คะ นึกภาพน้องหุบยิ้มหน้าตึงแล้วเอ็นดู ที่ว่าไม่อยากเข้าข้างตัวเองนั่นอีก ไม่อยากเข้าข้างตัวเองนี่ครับ อยากฟังนี่ครับ ว่าครับของน้องซินฟังดูเขินแล้ว เจออย่าทำให้หึงอีกได้มั้ยครับของพี่เวเข้าไปแล้วเราต้องขอเวลานอกไปตั้งสติเลยค่ะ แง จำเป็นต้องแพรวพราวขนาดนี้เลยหรอคะ ตอนคบกับน้องส้มโอนี่แพรวพราวเบอร์นี้มั้ยคะฮือ เง้อ เขินจังเลยค่ะเวลาพี่เขาพูดเพราะๆแบบเนี้ย เป็นความพี่เวขาที่มาให้หวีดเป็นพักๆ กลับกันที่พี่เขาเรียกน้องซินว่าเมียแล้วเรียกตัวเองว่าผัวจ๋านี่ไม่ให้ความรู้สึกแบบอื่นเลยนอกจากมันเขี้ยว ฮือ แล้วน้องซินก็คือน้องซินที่พร้อมจะประหลาดและเออออไปกับพี่เขาทุกอย่าง จะใส่กระโปรงสั้นๆเลยงี้ จะเต้นฟอร์จูนคุกกี้ให้ดูเลยงี้ เนี่ย ความผู้ชายอารมณ์ขัน นิสัยใจคอแบบไหนที่อยากได้จากคนๆนึงน้องซินก็มีมันหมดเลย แล้วใครจะไปสงสัยหัวใจของเราลงอีกคะคนดี ว่าแต่ว่าที่พี่เวฝังใจกับคำว่าตลอดไปเพราะเคยโดนทิ้งหรอคะ ;-; เกือบจะรู้สึกเศร้าแล้วค่ะถ้าเขาไม่ทำสัญญากันซะก่อน เป็นพาร์ทที่เราหนักใจมากๆ เพราะไม่รู้จะหวีดผ่านตัวหนังสือยังไงดีนอกจากฟหกดเาสกดเก้่หาด้ก่าสด้เดกหกเดกหาสาแด อ่านไปก็เม้มปากกรี๊ดในคอไป เป็นระเบียงที่เต็มไปด้วยความทรงจำ หรือเพราะน้องซินชอบมุมนี้เป็นพิเศษกันคะ *takes note* .///. หน้าร้อนมากๆ ไม่ไหวค่ะ ยิ่งที่น้องบอกว่ารู้สึกดีก็คือรู้สึกดี ไม่เคยให้ใครทำรอยมาก่อน พี่เวจะเป็นคนแรก เนี่ย หลับไม่ลงแล้วค่ะ น้องบอกให้ออกแรงเม้มก็เม้มตามจริงๆค่ะ เม้มปากกลั้นเสียงกรี๊ด รอยจะหายทันพี่เขาไปทำงานมั้ยคะเง้อ ;///; ชอบจังเลยที่บอกว่าจับมือกันแบบที่ไม่ใช่แค่ใครคนหนึ่งแต่ทั้งคู่ อ่านไปก็รู้สึกเหมือนฝันเลยจริงๆค่ะ เป็นฝันที่ดีจนใจหายที่คุณบอกว่าใกล้ถึงไคลแม็กซ์แล้ว นึกตามว่าจะไม่มีอัพเดตจากเรื่องนี้แล้วก็รู้สึกโหวงแปลกๆ ;-; แต่เรารู้สึกดีกับตั้งแต่ตอนแรกจนถึงตอนนี้จริงๆนะคะ ขอบคุณที่เขียนมาจนถึงตอนนี้และไม่ทิ้งกันไปไหนน้า เห็นว่าคุณรีไรท์ไปหลายตอนด้วย ฮือ อ่านซ้ำวนไปยาวๆ เป็นคนที่ให้ความตั้งใจและใส่ใจกับงานเขียนจังเลย ชื่นชมอีกแล้ว ชอบนามปากกาใหม่ของคุณด้วย หิมะตกหนักอย่าลืมดูแลสุขภาพนะคะ ขอให้ไฟปั่นเปเปอร์ของคุณมาเยอะๆเลยด้วย *รดน้ำคุณ*
    #203
    1
    • #203-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 29)
      26 มีนาคม 2561 / 19:51
      ฮืออ ขอบคุณที่เข้ามาอ่านทั้งที่ยังง่วงนะคะ เราก็รออ่านเม้นต์คุณมากๆเลย คิดว่าน่าจะมาอีกวัน ดีใจที่วันนั้นได้อ่านเลย :)) ตอนอ่านเม้นต์ครั้งแรกเขินจนหน้าร้อนกับขำมากเลยค่ะ เขียนน้องซินไปก็กรีดร้องไปว่าจะเอาๆเหมือนกันคนนี้เนี่ย คือดีใจมากเลยอ่ะที่คุณกระเทาะความเป็นพี่เวที่เราอยากสื่อได้แบบตรงใจเรามากเลย คือ เออ เห็นคนพี่บ้าๆบวมๆ แต่ความเป็นนางมันทำให้ใช้ชีวิตยากจริงๆนะ ไม่รวมที่ว่าเป็นผู้ชายที่เชื่อในความเป็นชายแล้วต้องเป็นแฟนกับผู้ชายด้วยกันไปอีก จนบางทีเราก็แบบเอ๊ะนี่ควรจะแก้ปมนี้จริงจังมั้ย หรือเอาแบบคอมาดี้ดี 55 ตอนนี้ก็ยอมรับว่ายังลบๆแก้ๆ ค่ะ สารภาพเลย T_T ขำตรงจิตวิญญาณแม่ยกอยากโอ๋น้องมาก แต่คนพี่ก็คงเริ่มมีจิตวิญญาณเหมือนเรา พักหลังนี่ลูบหลังน้องใหญ่ อ่อนให้ตลอด งือ ดีใจอีกแล้วเวลาเห็นคุณเขียนว่านับถือความกล้าพี่เว เหมือนจะเคยอ่านในเม้นต์ครั้งก่อนๆด้วยนะคะ ดีใจจจที่คนลอยๆอย่างพี่มีโมเม้นต์ที่เออก้าวข้าม comfort zone ออกมาบ้าง แล้วมีคนเห็น ฮืออ บทตัวประหลาดเราก็ชอบมากกก เอ๊ะทำไมเขียนเองชอบเอง ดูประหลาด นั่นคำนี้มาอีกแล้ว 55 คือแบบไม่จำเป็นต้องเป็นคนเริ่ดเลอเลย แค่ประหลาดไปด้วยกันก็ทำให้ทุกอย่างมันพิเศษไปหมด เพ้ออ่ะเรา
      ดีใจกอไก่ล้านตัวเลยค่ะเวลาอ่านว่ามีอะไรในแต่ล่ะบทที่ทำให้คุณชอบอีกแล้ว เขินเลย เรียกว่าเสน่ห์ด้วย ดีใจ ลอยเลยยย หวังว่าบทที่เหลือจะมีข้อความอะไรที่จับใจคุณรีดได้อีกนะคะ คือก็พูดไปยังเขียนไม่จบเลยจนถึงตอนนี้ ฮ่าาา
      เราเนี่ยก็เขินพี่เวเวลาพี่เค้าแพรวพราวเหมือนกันนะคะ เหมือนที่คุณเคยบอกว่าไม่เคยมองพี่เวในทางน้ัน เราก็เออจริงๆเนี่ยสมัยหนุ่มๆ ตัวพี่เวก็ไม่ใช่เล่นแน่ๆ ทำน้องส้มโอยวบยาบมาไม่น้อยแหงๆ เนอะ ชอบตรงนี้มากกก 
“น้องซินที่พร้อมจะประหลาดและเออออไปกับพี่เขาทุกอย่าง” แบบบางครั้งเรารู้สึกว่าน้องซินจะเพอร์เฟกเกินไปมั้ย จับต้องยากป่าว แต่ทุกครั้งที่เออคนน้องยอมประหลาดและเออออไปกับคนบวมๆแบบพี่เว นี่มันดีนะ มันแบบคนน้องยอมเป็นให้ทุกอย่างแล้วจริงๆ เราหวีดอะไรแบบนี้พอๆกับบทกร๊าวใจอื่นๆของน้องเลยค่ะ ดีใจอีกแล้วที่คุณชอบน้องซินมากเลย นิสัยหลายๆจุดของน้องตรงใจคุณได้ เย้ ดีใจมากๆ เขินตรงเวลาคุณโอ๋น้องซินด้วยการลงท้ายคนดีทุกทีเลยค่ะ แบบโอยยแม่ยกเบอร์หนึ่งต้องยกให้คุณรีดคนเดียว เรายังสู้ไม่ได้ ไม่เคยโอ๋น้องได้ลึกซึ้งเท่าคุณซะทีเลยง่ะ อ่านประโยคแล้วใครจะสงสัยหัวใจของเราลงอีกคะคนดีแล้วแบบขยี้หัวใจมาก อยากกวักมือเรียกพี่เวมาอ่าน ดูซิดู หัดโอ๋น้องแบบนี้บ้างนะอิพี่ 555 ใช่เลยค่ะพี่เวโดนน้องส้มโอทิ้งน้า แต่รายละเอียดนั้นมาแน่ เอ๊ะ สปอยมั้ย 5555 ปูมาขนาดนี้แล้วเนอะ อ่านคำว่าเม้มหลายเม้มแล้วเขินใหญ่เลยเรา รอยหายไม่ทันหรอกค่ะ เยอะซะขนาดนั้นขนาดห้ามแล้วนะ 555
      งือออ เขินคุณเห็นชื่อใหม่ เราเปลี่ยนไปเรื่อยเลยค่ะ คงจะเป็นชื่อนี้แหละ ชื่อเราแล้ว ตอนเด็กใช้คำว่าคลิเช่เพราะเป็นบทพูดของพระเอกที่เราชอบคนนึง จนแบบโตขึ้นมาเอ๊ะมันเป็นลางไม่ดีเลยเนอะใช้ชื่อนี้เขียนนิยายเนี่ย 555 เราแอบรีไรท์บทต้นๆ พยายามบาลานซ์ความถ่อยแบบดาษๆในช่วงแรกของพี่เว แล้วใส่ความลึกในห้วงคิดไปอีกนิด แล้วก็แก้น้องซินให้ตรงกับความเป็นน้องที่เราชอบด้วยค่ะ คือช่วงแรกๆที่น้องรุกพี่หนักก่อนเมินยังไม่โดนใจเราเท่าไหร่ จนเราค้นหาเจอแล้วว่าชอบน้องยังไงเลยกลับมาหมุนตัวน้องในช่วงแรกๆให้ตรงกับในปัจจุบันที่สุด แต่ก็กลัวจะรีไรต์จนคาแรกเพี้ยนเหมือนกันนะคะ พยายามตีมือตัวเองก่อนว่าใจเย็นๆ แก้มากเดี๋ยวเลอะเทอะหลุดไปจากมวลรวมงานนะ 555 ยังไงก็อย่าเพิ่งไปอ่านนะคะ ขอเราซุยๆไปก่อน มันยังไม่นิ่งเลย นั่นมีแอบห้ามไปอีก ทั้งที่โพสแก้พับบลิค แง
      แล้วขอบคุณมากๆเลยนะคะ ไม่รู้จะพูดยังไงเราซึ้งใจมากทุกครั้งเลยที่ได้อ่านคอมเม้นของคุณ มันมากกว่าดีใจ ภูมิใจ มีความสุข ผสมรวมกันไปหมด ขอบคุณที่ทำให้ประสบการณ์ลงนิยายครั้งแรกของเราเป็นอะไรที่พิเศษมากๆ ถ้าเวลาผ่านไปแล้วเราคงมองย้อนกลับมาแล้วอมยิ้มตลอดแน่ๆ คุณรดน้ำเราสม่ำเสมอ ให้โอกาสเรื่องของเราและอดทนกับความด้อยของเราในหลายๆจุดมาตลอด ขอบคุณน้า ขอส่ง virtual hug ให้คุณนะคะ :D

      #203-1
  20. #202 sun_slot (@sunslot) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 23:49
    อ่าวเพ่เว เกือบโดนกินแล้วไหมอีกนิดเดียวเอง เสียดายอ่ะ น้องซินไม่น่าหยุดเลยเพ่เค้ากำลังเคลิ้มเลย
    #202
    1
    • #202-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 29)
      26 มีนาคม 2561 / 20:16
      55555 กินกันบนระเบียงก็จะพอร์นโจ่งแจ้งไปหน่อยเนอะ
      #202-1
  21. #201 PreciousNight✤ (@KogitsunemaruSan) (จากตอนที่ 29)
    วันที่ 9 มีนาคม 2561 / 22:06
    กรีดร้องอย่างโหยหวน เขินตัวบิดแทบจะกลิ้งลงไปดิ้นกับพื้น
    ไม่ไหวแล้วค่ะไรต์ รีคคนนี้กำลังจะละลายกลายเป็นวุ้นใสอยู่หน้าจอคอม
    ทำไมน้องซินไม่ออกโยนเลย ฮืออออ นี่ขนาดยังไม่ได้กัน หวานกันเบาทำเอาเราใจบาง
    ไม่น่ะ อยากอ่านต่อแล้ว ค้าง ค้างคาสุดๆ
    น้องซินโอ้ยยย น้องซินนนนนน ทำไมปากบอกว่าเมีย การกระทำผัวจังลูก
    พี่เวเองก็เหมือนกัน ปากบอกว่าตัวเองเป็นผัวแต่ท่านั่งตักนี่มันคืออะไร เมื่อไหร่เค้าจะรู้ตัวสักทีว่าตัวเองไม่ใช่ผัววว
    โอ้ยยยย ไม่ไหว หมดแรงจะก้าวเดินแล้วค่าาา
    รีบมาต่อไวๆนะคะ พลีสสสสสสสสสสสส
    รักเรื่องนี้มาก ทั้งพี่เว ทั้งน้องซินเลย มันคือโพซิชั่นที่ใช่ คู่แบบนี้แหละที่ใฝ่หามานาน
    ขอบคุณไรต์ที่แต่งนิยายแบบนี้มาให้อ่านนะคะ  ฮืออออออออออออออออออออออออ
    #201
    1
    • #201-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 29)
      26 มีนาคม 2561 / 20:14
      อ่านเม้นต์นี้หลาบรอบมากเลยค่ะ เขินม้วนตามเลย ขำมากด้วย น้องไม่อ่อนโยนเลยเนอะ เหลือจับกินอย่างเป็นทางการเนี่ย ความคอนทราสของปากบอกว่าเป็นเมียแต่การกระทำนั้นนนน ส่วนคนเคลมตัวเองว่าเป็นผัวนั่งคล้องคออยู่บนตักเมียเด็กโน้น 555 ขอบคุณมากๆเลยนะคะ ที่เม้นให้เรามาตลอดตั้งแต่ประมาณบทที่ 15 เนอะ จำได้ ดีใจมากๆที่ได้อ่านการหวีดของรีดนะคะ :)
      #201-1