สะดวกรัก (end)

ตอนที่ 26 : 26. บะหมี่ปู (Crab noodles)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,189
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 104 ครั้ง
    7 พ.ย. 61


26





        ใช่ครับ


ผมลืมแว่นตา


มึนเมา มัวเมา ใช้คำไหนดี คำไหนก็ได้ล่ะมั้ง เมื่อคืนเท้าแทบยืนไม่ติดพื้น ไม่ว่าคนๆ นั้นจะพาผมไปไหนก็พยายามตามเขาไปทุกที่ เร่งจังหวะให้เร็วจนแทบหายใจไม่ทันก็ยังประคองตัวเองให้ทะยานไปถึงจุดนั้นพร้อมกัน พอถึงคราที่สัมผัสแผ่วลง ช้าทว่าหวาบหวามข้างในเหลือเกิน ตัวนี่อ่อนยวบยาบจนจำได้แม่น ทั้งที่ไม่อยากจะจดจำ ว่ามือของอีกฝ่ายโอบประคองให้ผมยืนอย่างมั่นคงขึ้น ไม่รู้แล้วว่าวินาทีนี้มีอะไรไม่น่าอายบ้าง ตั้งแต่เรื่องผัวนักมวย ยันจุ๊บรัวเร็วหลายที กับจูบลึกซึ้งเนิ่นนานในพื้นที่คับแคบแบบนั้นอีก พอกันทีผมไม่กล้าสู้หน้าเง็กเซียนที่ไหนแล้ว


ลืมแว่นตาไว้ที่มึงอ่ะ 


พิมพ์เสร็จก็ถอนหายใจ ไม่ให้ลืมได้ไงเล่า พอผละออกมาจากกัน ผมก็โดนความเขินอายเล่นงานหนัก จนรีบผลักประตูออกไปข้างนอก โชคดีที่ป้าหน่อยยังยืนคิดเงินตามเดิม ทว่าพอได้ยินเสียงประตูหลังร้านถูกผลักตามออกมาในเวลาไล่เลี่ย ผมกลับทนหน้าด้านอยู่ต่อไม่ไหวแล้ว หน้าร้อนจัดของตัวเองคงจะแดงก่ำมากจนน่าหัวเราะ


“เดี๋ยวสิครับ จะซื้อของอะไรมั้ย เดี๋ยวผมรีบคิดเงินให้นะ” 


นั่น ยังมาห่วงอะไรแบบนี้อีกวะ รักษาผลประโยชน์ให้ร้านของมึงเกินไปแล้ว


พึมพำชื่อลูกอมกับกาแฟ ได้ยินผมตอบแค่นั้นคนถามก็ไล่เดินหยิบให้จนครบ แล้วเดินไปเปิดแคชเชียร์อีกเครื่องช่วยป้าหน่อยทันที


หลังจากนั้นผมจำอะไรไม่ได้เลย นอกจากจ่ายเงิน รับเงินทอน แล้ววิ่งกลับบ้านไปนอนคลุมโปงนานสองนาน


ข้อความเข้าแล้ว เร็วมาก เร็วจนเหมือนเจ้าของมือถือไม่ได้ทำอะไรนอกจากนั่งจ้องมือถือทั้งวัน


ได้ครับ ให้ผมแวะเอาไปให้ตอนไหนดี


เอาไงดีวะ จริงๆ อยากได้ตอนนี้ แต่คงหาโอกาสปลีกตัวลงมายากแน่ 


เที่ยงได้มั้ย ขอโทษที่รบกวนนะ 


แน่นอนว่าคนเด็กกว่าไม่เรื่องมาก ไม่ต่อรอง ทำตามใจผมง่ายๆ เช่นเคย 


เหลือแค่ผมนี่แหละที่ต้องจัดการให้อะไรบางอย่างราบรื่นและไกลตาผู้คนเท่าที่ทำได้









“เวไม่ไปกินข้าวกับเราแน่เหรอ”  ผู้หญิงตัวเล็กใส่แว่นโทรถามทั้งที่ผมฝากไอ้ไม้ให้บอกแทนด้วย ว่าผมมีธุระต้องทำที่ธนาคารแถวบริษัทเล็กน้อย


“ครับ พอดีต้องรีบไปทำธุระที่ธนาคารนิดหน่อยอ่ะจิ๊บ”


ได้ยินเสียงถอนหายใจเบาๆ แล้วนึกหน้าของคนน่ารักออกเลยว่าเป็นยังไง


“เราอุตส่าห์จะไปลองร้านชาบูใหม่ด้วยกันแท้ๆ เวเลยอดลองเลยอ่ะ”


อย่าเอาของกินเข้าล่อผมอย่างนี้สิ ใจอ่อนยวบยาบ อยากบอกเดี๋ยวจะตามไปชะมัด 


ทว่ามันดูใจร้ายใช่มั้ยล่ะ ถ้าผมจะไล่ซินกลับบ้านทันทีที่ได้แว่นตา อย่างน้อยเลี้ยงข้าวกลางวันตอบแทนดูจะเป็นสิ่งที่มนุษย์ปกติเขาทำกัน


หลังจากจบกิจกรรมผาดโผนในเอสมาร์ทคืนนั้น ผมก็ได้ข้อสรุปกับตัวเองว่า ระหว่างทำตัวดีๆ ไม่ให้ผิดใจกันกับง้อถึงพริกถึงขิงขนาดนั้น ผมขอเลือกข้อแรกจะดีกว่า ชาตินี้ทั้งชาติไม่เอาอีกแล้ว เหนื่อย หมดแรง จวนจะสิ้นสติ พูดได้คำเดียว


“ไว้คราวหน้าเราไปด้วยมั้ย ถ้าคนอื่นไม่ไป เราไปกันสองคนก็ได้” เสนอวิธีนี้แหละ ดีที่สุด เพราะผมยังอยากลองกินร้านนั้นอยู่นี่นา แล้วจิ๊บจะได้เห็นด้วยว่าผมให้ค่ามิตรภาพของเราขนาดไหน


“สัญญาแล้วนะเว ห้ามเบี้ยวจิ๊บนะ”


รีบพูดครับๆ ผสมกลั้วหัวเราะ ใครจะไปกล้าเบี้ยวนัดผู้มีพระคุณกันเล่า ตัดสายทิ้งหลังจากคุยกันเรียบร้อย ใกล้เที่ยงแล้วผมควรลงไปรอที่สถานที่ตามนัดหมายได้แล้ว










“อยากกินบะหมี่ปูเหรอครับ”


เลื่อนเก้าอี้แล้วหย่อนก้นลงนั่ง 


“ก็มึงบอกว่าอร่อยไม่ใช่เหรอ ดูท่าน่าจะชอบร้านนี้เลยเลือกไง” ตอบพร้อมกับกวาดตาไล่ดูชื่ออาหารบนเมนู นึกว่าจะมีไม่กี่เมนูเสียอีก ร้านนี้มีทั้งบะหมี่น้ำบะหมี่แห้ง เพิ่มหมูกรอบ หมูแดง หมูเด้ง เกี๊ยวกุ้ง เกี๊ยวปู แถมใส่ไข่ต้มยางมะตูมได้ด้วย ออฟชั่นเยอะจนตาลาย เลือกไม่หวาดไม่ไหว


“เอาใจผมเหรอครับ”


“แค่กๆ” ดีที่ผมไม่ได้กำลังดื่มน้ำ ไม่งั้นคงได้พ่นเต็มหน้าไอ้คนพูดแน่


“จริงๆ ผมกินอะไรก็ได้นะครับ แค่ได้กินด้วยกัน อะไรก็อร่อยหมดนั่นแหละ”


ทีนี้ผมเงยหน้าขึ้นมาจากเมนู แสยะยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูด


“เหรอ งั้นถ้าให้กินขี้ มึงยังจะอร่อยอีกมั้ย”


“ถ้าพี่กินด้วยกันกับผม คงอร่อยดีนะครับ”


ร้ายกาจ เดี๋ยวนี้หัดตอบโต้ผมด้วย ในเมื่อทำอะไรคนนัั่งตรงข้ามไม่ได้มากกว่านี้เลยกลับไปอ่านเมนูตามเดิม


“ปกติมึงชอบกินอะไรที่นี่” ยังเลือกไม่ได้ เพราะฉะนั้นการหาตัวช่วยให้คิดออกคงจะดีไม่ใช่น้อย


“บะหมี่แห้งปูเพิ่มหมูกรอบครับ”


กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่เมื่อนึกภาพตาม ชะเง้อไปดูแผงหมูกรอบที่แขวนไว้ในตู้กระจกหน้าร้าน หนังพองฟูสีน้ำตาลทองสวยทำให้สรุปได้ในทันทีว่ามื้อนี้จะกินตามที่คนเด็กกว่าแนะนำนั่นแหละ


บะหมี่แห้งปูหมูกรอบสองชามถูกวางไว้บนโต๊ะพร้อมกัน เติมน้ำปลากับพริกป่นเล็กน้อยก่อนจะคลุกเคล้าให้ทั่ว สังเกตเห็นคนที่นั่งตรงข้ามไม่แตะเครื่องปรุง คีบเส้นเข้าปากเงียบๆ เรียกว่ากินรสชาติเด็กน้อยที่แท้จริง


หัวเราะออกมาเล็กน้อย ไม่เคยกินข้าวด้วยกันข้างนอกสักครั้ง จำได้ลางๆ ว่าเคยทำไข่เจียวที่ห้องมันแค่นั้นแหละ ตอนนั้นก็จำไม่ได้ว่าซอสพริกในถ้วยที่เทให้พร่องลงไปบ้างรึป่าว


“อารมณ์ดีเหรอครับ”


“อ้อ ไม่มีไร แค่ไม่เคยรู้ว่ามึงกินไม่ปรุง”


ซินอมยิ้มเล็กน้อยก่อนจะคีบก้อนเนื้อปูใส่ชามผม


“ตอนนี้ก็รู้แล้ว และในอนาคตก็คงจะรู้จักผมมากขึ้นเรื่อยๆ”


ค่อยๆ ก้มหน้าลงไปมองอาหารในชาม ไม่รู้ทำไมเหมือนกัน แค่คิดว่าตั้งหน้าตั้งตากินดีกว่า


“ทุกๆ เรื่องที่เกี่ยวกับผม ถ้าพี่ไม่รังเกียจก็อยากบอกให้รู้”


มือไม้เริ่มอยู่ไม่สุข ข้างขวาจับตะเกียบแน่น ส่วนข้างซ้ายคอยลูบคลำหยดน้ำพราวที่เกาะบนแก้วแสตนเลส สายตามองตามก้อนปูขาวจั๊วที่ถูกคีบใส่ชามอยู่นั่นแหละ


“พอได้แล้ว ไม่กินเองบ้างรึไง” ตัดสินใจเลื่อนชามหลบตะเกียบของอีกคน


“วางชามลงดีๆ สิครับ เดี๋ยวหกนะ”


มุ่นคิ้วอย่างยุ่งยากใจ จะคีบเนื้อปูกลับไปใส่ชามให้ก็ไม่ได้ ไม่อยากให้บะหมี่ของซินปนเปื้อนพริกป่นที่ผมปรุงไปแล้ว สุดท้ายเลยกวักมือเรียกพนักงานแล้วสั่งบะหมี่แบบเดิมอีกชาม


“คราวนี้ไม่ต้องตักให้แล้วนะ กินไปเยอะๆ เลย เดี๋ยวเลี้ยงเอง”


เสียงหัวเราะเบาๆ แปลว่ารับรู้และจะปฏิบัติตามใช่หรือเปล่า คิดว่าใช่ไว้ก่อนละกัน เมื่อพนักงานหญิงวางบะหมี่ชามใหม่ลงบนโต๊ะเป็นครั้งที่สอง ผมก็รีบเลื่อนมันไปอยู่ใกล้กับชามที่ซินกำลังกินอยู่


“อะ กินเยอะๆ จะได้โตไวๆ”


คนที่ผมบอกว่าให้กินเยอะๆ จะได้โตไวๆ วางตะเกียบลงพาดบนขอบชามแล้วกระตุกยิ้มมุมปาก ดวงตาทอแสงเป็นประกายวิบวับ


“ถ้าโตไวกว่านี้ พี่เวจะชอบเหรอครับ”


เอาอีกแล้ว นี่มันใช่เวลามาเล่นถามตอบไม่จบสิ้นเหรอ อีกสี่สิบนาทีจะหมดเวลาพักกลางวันของผมอยู่แล้วนะ


“อยากได้อีกซักกี่เซนเหรอครับ ตอนนี้ผมสูงร้อยแปดสิบหก อยากได้เท่าไหร่ดี”


พ่นลมหายใจออกมาเร็วๆ คีบหมูกรอบเข้าปาก หวังว่าหนังกรุบกรอบของมันจะช่วยเพิ่มสติไหวพริบให้ เพราะแน่นอนว่าผมไม่เคยอยากแพ้ในสงครามน้ำลายของเรา


“ตอบหน่อยไม่ได้เหรอครับ”


ร้านก๋วยเตี๋ยวมึงก็ยังกล้าทำเสียงเว้าวอน เล่นหูเล่นตาใส่กูเนอะ เป็นคนเก็บทุกเม็ดและใช้ทุกโอกาสให้คุ้มค่าเสมอ จริงๆ ชีวิตคนเราควรดำเนินตามหลักการของเด็กคนนี้นะ ทำทุกอย่างเหมือนวินาทีตรงหน้าคือโอกาสสุดท้ายที่เหลือ จะได้ไม่ต้องมาเสียเวลาเท้าความถึงอดีต เสียใจในสิ่งที่ย้อนกลับไปแก้ไขไม่ได้


คีบหมูกรอบชิ้นสุดท้ายเข้าปาก อาหารเลิศรสมักนำพาสติมาให้เสมอ


เงยหน้าขึ้นไปสบตาคนอายุน้อยจนได้ เดี๋ยวมึงเจอกู!


“ไม่อยากได้” ส่ายหัวแล้วทำหน้ามุ่ยบ่งบอกความไม่อยากได้สุดใจ


จับตะเกียบคู่ที่เพิ่งใช้คีบหมูกรอบชี้ไปข้างหน้าตัวเอง 


“อยากได้แค่นี้ พอแล้ว...ชอบมากพอแล้ว”


        มือเริ่มสั่นกระตุกเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาคมกริบมองมานิ่ง ระบายลมหายใจออกมาเชื่องช้า ตอนคิดประโยคนี้ได้ก็มั่นใจมากว่าชนะแน่ๆ ทว่าหลังพูดจบไม่รู้สึกสนุกหรือสะใจอีกต่อไปแล้ว 


     เอาตรงๆ อายว่ะ 


อายมากๆ เลยด้วย


“หน้าจะทิ่มชามแล้วครับ เงยขึ้นมาหน่อยสิ ผมไม่แซวหรอก” ถูกเชยคางขึ้นมาอย่างนุ่มนวลโดยไม่บอกกล่าวล่วงหน้า 


กว่าจะรู้ตัวก็กระโจนลงไปในบ่วงที่เขาวางไว้ ประสานสายตาตอบอย่างหลีกหนีไม่ได้ ยิ่งเวลาผ่านไปก็รู้แล้วว่าสายเกินจะถอนใจ เพราะมันถูกโอนย้ายถ่ายเทเป็นกรรมสิทธิ์ของคนเด็กกว่าไปตั้งนานแล้ว


สะบัดหัวให้หลุดออกจากเกาะกุม 


“จะเข้างานแล้วเนี่ย รีบๆ กินได้มั้ย”


สเต็ปเดิม ทำเป็นหัวเสียดุด่าเหวี่ยงกระจาย ทั้งที่ก็ไม่คิดว่าท่าทีแบบนี้หลงเหลือความศักดิ์สิทธิ์ใดๆ ให้คนอายุน้อยกว่าเชื่อฟัง


“งั้นก็ช่วยกันกินนะครับ” มือคู่นั้นคีบเนื้อปูกับหมูกรอบจากชามใหม่ใส่ลงในชามผม ตามด้วยเส้นบะหมี่สีเหลืองอีก สรุปนี่ผมสั่งมาให้ตัวเองกินเหรอไงล่ะเนี่ย


“เออดี กูกินเองก็ได้ ใจดีไม่เข้าท่า” หน้าต้องหงิกมาก ผมรู้ แต่ถ้ามันช่วยกลบความขวยเขินที่พวยพุ่งออกมาล้อมรอบตัวในตอนนี้ก็จะทำ 


เสียงหัวเราะเล็กน้อยจากคนนั่งตรงข้ามชวนให้เคี้ยวฟันรุนแรงขึ้น 


“ไม่ได้ใจดีซักหน่อย แต่ตอนนี้กินไม่ลงแล้ว”


“อะไรของมึ-”


“เวลาพี่เวเขินมากๆ จะชอบทำโมโหกลบเกลื่อน”


“อ้าว ไอ้นี่!”


        “ส่วนผมถ้าเขินมากๆ ก็จะกินไม่ลงเหมือนในตอนนี้”


จิ๊ปากพร้อมถอนหายใจอย่างหนักหน่วง เพิ่งจะรู้ว่าการนั่งกินบะหมี่ในร้านร้อนอบอ้าวแถวบริษัทสามารถสั่นประสาทและความรู้สึกได้มากเพียงนี้


“วันนี้รู้จักตัวผมเพิ่มขึ้นสองข้อแล้วนะ”


วางตะเกียบพาดลงบนขอบชามในทันทีก่อนจะยกแก้วน้ำขึ้นมาดูดหลายอึก


“เออ สรุปไม่กินแล้วใช่ป่ะ กูก็อิ่มแล้ว งั้นเดี๋ยวเรียกคิดเงินเลยนะ”


นอกจากทำโมโหเก่งแล้วผมยังเปลี่ยนเรื่องเก่งมากด้วย ไม่ต้องรอใครมาวิเคราะห์อุปนิสัยหรอก ผมพอจะรู้จักตัวเองดีถ้าไม่อยู่ในโหมดหลอกตัวเอง


“ไว้วันหลังผมมากินข้าวกลางวันกับพี่เวอีกได้มั้ยครับ”


มือที่เปิดกระเป๋าเงิน เตรียมควักแบงค์พันออกมารอพนักงานสาวคนเดิมเดินมาเก็บชะงักไปในทันที พยายามถามคำถามนั้นกับตัวเองซ้ำสามรอบ ทว่ายังไงก็ยังได้คำตอบเดิม


“เอ่อ นี่คิดซ้ำตั้งสามรอบแล้วนะ คือไม่ใช่ไม่อยากนะ แต่กูต้องเข้าสังคมกับเด็กฝึกงานด้วยกันอ่ะ มึงก็รู้ว่ากูไม่ได้เก่งขนาดจะบินเดี่ยวได้ มันก็ต้องคบเพื่อนไว้บ้าง คือถ้าตอนกลางวันปลีกตัวมากินกับมึงบ่อยๆ มันจะดูแปลกแยกไง”


อธิบายยาวยืด มั่นใจว่าไม่ได้ใช้อารมณ์ตอบปฏิเสธ มันคือความจำเป็นของเด็กฝึกงานกากเดนอย่างผมนี่นา หวังให้ซินเข้าใจและเชื่อว่าผมนั้นก็อยากนั่งอยู่ตรงข้ามมันแบบนี้ทุกวัน


รอยยิ้มเบาบางถูกส่งออกมาให้ ไม่เคยคิดอยู่แล้วว่าคนๆ นี้จะชักสีหน้าหรือทำท่าไม่ชอบใจใดๆ ให้เห็น ถ้าไม่ใช่เรื่องร้ายแรงจริงๆ


“เข้าใจครับ ไม่เป็นไรเลย” 


ทว่าก็ยังไม่ถูกใจผมเสียทีเดียว หมายถึงคำตอบของผมยังทำให้ตัวเองพอใจไม่ได้ คำว่าไม่เป็นไรทำใจวูบไหวเล็กน้อย ปัญหาทุกอย่างควรมีทางออกที่ทำให้ทั้งสองฝ่ายพอใจได้สิ 


เราควรจะพบกันครึ่งทาง อาจจะเอียงมาทางผมมากหน่อย แต่ก็จะพยายามทำให้อีกคนไม่โดนเอาเปรียบมากจนเกินไป


“งั้นทุกวันเสาร์กูไปนั่งเล่นห้องมึงดีมั้ย พอจะเอ่อทดแทนกันได้รึป่าว”


มองหน้าเด็กตัวสูงตาปริบๆ ลุ้นระทึกอยู่ภายใน ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่อยากทำให้คนๆ นี้พอใจ ถ้าให้ในสิ่งที่เขาต้องการไม่ได้ ยังไงก็ยังอยากให้เท่าที่ใกล้เคียง


ซินพยักหน้าเบาๆ แทนคำตอบ ทว่าแววตาดูครุ่นคิดถึงอะไรบางอย่าง นั่นไง แค่วันเสาร์มันยังไม่พอใช่มั้ย ได้ พี่เวใจดี เดี๋ยวจัดเพิ่มให้อีก


“อ่ะแถมอาทิตย์ด้วยก็ได้ สองวันเลยเป็นไงไอ้น้อง”


คราวนี้ล่ะต้องยิ้มกว้างจนเห็นฟันสีขาวสะอาดแน่ คนที่ผมเฝ้ามองดูปฏิกริยาเลียริมฝีปากอย่างเชื่องช้า สบสายตากันครู่หนึ่ง ราวกับชั่งใจว่าควรพูดออกไปมั้ย และในท้ายที่สุดคงตัดสินใจแล้วว่าจะไม่เก็บสิ่งนั้นไว้ในใจอีกต่อไป 

 

“ช่วยค้างคืนด้วยได้มั้ยครับ”


หัวเราะขมปร่าออกมาทันทีที่ได้ยิน ได้คืบจะเอาศอกแอดวานซ์เกินหน้าผมหนึ่งขั้นตลอดเด็กคนนี้


“จริงๆ แค่มาห้องก็ดีใจแล้ว มากเกินหวังแล้ว...”


เกาหัวอย่างรุนแรง แพ้เหลือเกินกับจำพวกคำ 'ขอโทษครับ' 'ไม่เป็นไรครับ' 'เกินหวังแล้ว' ดีนะไม่พ่วงท้าย 'ไม่อยากฝืนใจ'  มาด้วย ไม่รู้ว่าคิดคำพูดเอาเองหรือไปจำมาจากละครเรื่องไหน อ้อ ลืมไป มันเป็นเด็กไม่ดูทีวีนี่นา


หันไปรับถาดเงินทอนจากมือของพนักงานสาว แล้วเก็บเงินใส่กระเป๋าสตางค์ด้วยความว่องไว จากนั้นหยิบลูกอมรสโคล่าสองเม็ดที่ทางร้านให้เป็นของล้างปากเก็บใส่กระเป๋ากางเกงตัวเอง ตอนบ่ายมักจะรู้สึกง่วงนอนจนแทบลืมตาไม่ขึ้น ลูกอมรสซาบซ่าจึงจำเป็นต่อร่างกายของคนทำงานออฟฟิศอย่างผมมากกว่าเด็กวัยละอ่อนนี่ 


ปรายตามองคนที่ยังนั่งอยู่ตรงที่เดิมแม้ผมจะลุกขึ้นมาแล้วก็ตามที


“เจียมเนื้อเจียมตัวเหลือเกินมึงอ่ะ น่ารำคาญ” 


ทำท่าจะเดินออกจากร้าน แต่แล้วก็ชะงักหันไปพูดกับคนที่ยังนั่งบื้ออยู่บนเก้าอี้พลาสติกสีฟ้าเช่นเดิม


“เดินตามมาด้วยดิ เร็วๆ เลยเวลาน้อยแล้ว”










แดดตอนเที่ยงวันแผดเผาผิวคอจนแสบร้อนขึ้นมาเล็กน้อย พยายามเดินหลบใต้ร่มไม้ใหญ่เท่าที่พอจะหาได้ ห่วงคนข้างหลังมากกว่า ร่างกายของเด็กนั่นน่าจะมีมูลค่าสูงกว่าสารร่างหยาบกร้านของผม ก้าวเท้าให้ไวขึ้นเพื่อทดสอบปฏิกริยาของคนที่เดินตามมาอยู่ข้างหลัง เห็นจากหางตาว่าเด็กคนนี้มองผมอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะแกล้งเร่งฝีเท้าให้ไวขึ้นหรือผ่อนให้ช้าลง เขาจะคอยขยับขาตามจังหวะการก้าวของผมทุกครั้ง 


พอใกล้ถึงบริษัทผมก็หยุดเดินกะทันหัน แล้วหันหลังกลับไปหาคนตัวสูงกว่าในทันที มองซ้ายมองขวาอีกครั้งให้แน่ใจว่าไม่มีผู้คนที่ผมคุ้นหน้าเดินอยู่ในละแวกใกล้กัน พอมั่นใจแล้วว่าปลอดภัยไร้คนรู้จักก็ค่อยๆ พูดในสิ่งที่ใจคิดมาตลอดทาง


“ฟังกูนะ จะไม่พูดซ้ำอีกรอบด้วย” เพราะแค่รอบเดียวก็อายมากพอแล้ว


        "ฟังอยู่ครับ"


          เลียริมฝีปากแห้งผากของตัวเองเสียสองรอบ พยายามหาเหตุผลรั้งปากตัวเองไว้ในวินาทีสุดท้าย ในระยะเจ็ดร้อยเมตรที่เดินกลับมาจากร้านบะหมี่ไม่มีทางออกอื่นเลยนอกจากจะพูดสิ่งที่ผมคิดออกไปตรงๆ การที่หัวใจตรงกันแล้ว ไม่ได้หมายความว่าเรื่องราวทุกอย่างจะจบลงสวยงาม เรื่องอะไรที่ยังทำได้ไม่ดีพอผมก็ควรเรียนรู้จะปรับไปเรื่อยๆ คงไม่มีทางเปลี่ยนแปลงจนสูญเสียความเป็นผมไปหรอก แต่ก็คิดว่าถ้าหัดวางฟอร์มให้น้อยลง ผมอาจจะมีความสุข ซินอาจจะมีความสุข เราอาจจะมีความสุขมากขึ้นก็ได้


        ไม่แน่ใจว่าถอนหายใจทิ้งกี่รอบแล้วในช่วงพักเที่ยงหนนี้


          เกาข้างแก้มแรงๆ อีกที พูดก็พูดวะ 


          "ไม่ว่ามึงจะอยากได้อะไรถ้าให้ได้ก็จะให้ ยกเว้นว่าจะเอาเดือนกับดาวเนี่ยให้ไม่ได้ แล้วก็-"


“ผมก็ไม่เคยอยากได้เดือนกับดาว...อยากได้แค่พี่คนเดียว”


     แสงอาทิตย์จ้าในตอนเที่ยงส่องกระทบเสี้ยวหน้าของคนพูดจาเลื่อนเปื้อนจนแทบละสายตาไม่ได้ เกาแก้มอย่างกระดากใจ ผมจะมายืนใบ้รับประทานเพราะแพ้คำพูดหวานเลี่ยนของเด็กหน้าตาดีไม่ได้ 


“โอย มึงช่วยหันหน้าไปอีกทางก่อนได้มั้ยเนี่ย พูดไม่ค่อยจะไหว” 


จับตัวให้อีกคนหมุนไปเลยในทันที ไม่รอคำอนุญาตหรอก เพราะเหลืออีกไม่ถึงห้านาที จะต้องเข้าไปถ่ายเอกสารปึกใหญ่ตามที่ได้รับมอบหมายประจำวันแล้ว


“เอออาจจะฟังดูน้ำเน่าไปหน่อย แต่อะไรที่ทำให้มึงมีความสุขก็อยากให้ อยากให้ทั้งหมดนั่นแหละ แต่อย่างไอ้ข้าวกลางวันมันติดจริงๆ ส่วนเรื่องค้างคืนให้ได้”


“พี่เว...” 


“อย่าเพิ่งหันมาสิโว้ย ไม่งั้นกูวิ่งเข้าตึกจริงด้วย” เป่าปากระบายความร้อนสองสามครั้ง จริงๆ ควรจะรับแว่นกลับคืนมาแล้วไปกินข้าวกับเพื่อนเด็กฝึกงานด้วยกัน ไม่น่าเลยกู หาเหาใส่หัวตั้งแต่หัววันชัดๆ


“แค่เอ่ยปากขอตรงๆ เหมือนวันนี้ อยากได้อะไร ไม่ชอบอะไร รู้สึกยังไงพูดมาได้เลย อยากรู้จักมึงทั้งหมดเท่าที่มึงยอมให้รู้ แล้วกูก็เต็มใจจะให้จริงๆ ไม่ได้ฝืนใจ เพราะมันเลยจุดนั้นมานานแล้ว สรุปเข้าใจตรงกันแล้วนะ” จบประโยคด้วยการยัดเยียดว่าเขาต้องเข้าใจในสิ่งที่ผมอธิบาย อุตส่าห์ยอมกลั้นอายพูดเสียยาวยืดขนาดนี้ก็ช่วยรับรู้ใจความหลักที่ผมอยากสื่อออกไปหน่อยเถอะน่า หลังจากร่ายจบก็รีบหมุนตัวเดินลิ่วไปทางประตูเข้าตึกบริษัททันควัน เรื่องอะไรจะอยู่ต่อเล่า ขอกลับไปตั้งหลักในที่ปลอดภัยก่อน พอพ้นเขตบริษัทไปคนนอกที่ไม่มีคีย์การ์ดก็เดินตามเข้าไปไม่ได้แล้ว 


แต่ว่าผมสามารถเรียกเด็กคนนี้ว่าคนนอกบริษัทได้เหรอ ซับซ้อนเหลือเกิน ปวดกบาลน้อยๆ ไปหมดแล้ว


“เดี๋ยวสิครับ”


  หยุดเดินก็บ้าแล้ว


“เดี๋ยวสิครับพี่เว”


เรียกให้คอแตก พี่ก็ไม่หันหรอกจ้ะ


“เดี๋ยวสิครับแฟน”


หน้าสั่น ขาสั่น สั่นไปทั้งตัวว่าง่ายๆ 


หยุดยืนนิ่ง เพราะเสียงเรียกเมื่อกี้ไม่เบาเลย ดังกว่าสองประโยคแรกมาก กลัวว่าถ้ายังเดินต่อผมจะได้จัดงานเปิดตัวความสัมพันธ์ต่อหน้าสาธารณะชนเป็นครั้งแรกที่นี่ 


“ชอบให้ผมย้ำสถานะของเราเหรอครับ”


“...” ในใจเริ่มสรรหาคำผรุสวาททุกรูปแบบแล้ว เมื่อก่อนเคยถามว่าตัวผมนั้นเกิดมาทำไม ในวันนี้คิดว่ารู้จุดหมายในชีวิตของตัวเองเป็นครั้งแรก 


อาจจะเกิดมาเพื่อต่อความยาวสาวความยืดกับคนๆ นี้ไปจนตายล่ะมั้ง


“ผมเคยคิดว่าแค่ได้อยู่ใกล้ๆ ก็ดีใจแล้ว เพราะรู้ว่าการให้ใจเขา แล้วได้มันกลับคืนมาไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนบนโลกนี้”


ระบายลมหายใจร้อนผ่าวออกมาช้าๆ สารพันคำพูดของคนที่เราให้ความสำคัญมักนำพาตัวเราไปในที่ที่อาจไม่สอดคล้องกับสภาพเป็นอยู่ใน ณ ขณะนั้น บางทีอาจพาไปเห็นเส้นขอบฟ้าทั้งที่นั่งอยู่ในห้องสี่เหลี่ยม บางครั้งกลับแผ่ซ่านความหนาวเหน็บสู่ทุกอณูของร่างกายแม้อยู่ในเมืองร้อน 


“ขอบคุณที่ทำให้ผมเป็นคนโชคดีคนนั้นนะ"


หรืออาจโดนโอบกอดด้วยอ้อมแขนอุ่นทั้งที่ยืนห่างกันเป็นวาอย่างเช่นในตอนนี้














tbc

อยากกินบะหมี่ปูบ้างงง น้องซินป้อนเราหน่อยยยสิ//อ้าปากรอ
B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 104 ครั้ง

665 ความคิดเห็น

  1. #654 Coffee-mate (@nanaco) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 15:22

    ใครก็ได้จับฉันที ยืนไม่ไหวแล้ว! 555555

    #654
    0
  2. #613 Lolo02 (@Lolitar0002) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2562 / 20:42
    เขินมากกกก
    #613
    0
  3. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(
  4. #276 TheViper_ (@HongTae_) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 22 มิถุนายน 2561 / 19:10
    ฮรืออออ รูปอาหารของไรท์
    #276
    1
    • #276-1 itsyanis (@cliche33) (จากตอนที่ 26)
      25 มิถุนายน 2561 / 04:03
      น่ากินนนเนอะ :)
      #276-1
  5. #170 [เสพศิลป์] (@kaety) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:11
    น่ารัก เอ่อทำไมรุ้สึกเอ็นดูไม้ตั้งแต่ตอนแรกๆ ไม้ถ้าอยากโดนเอาใจก็คบคนแก่กว่าที่เป็นผู้ชายซะ ยอมเป็นเมียด้วย สบายชัวร์ ทางที่ดีเป็นรองประธานยิ่งดี กร้ากกกกกกก. เป็นคู่ชิปที่ไม่มีโมเม้น แต่คาดว่ามัน55555
    #170
    1
    • #170-1 ichbincliche (@cliche33) (จากตอนที่ 26)
      12 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:41
      5555 โอยยย ขอสารภาพว่าแอบชิปไม้กับรองประธานเหมือนกันค่า พายเรืออยู่เงียบๆ ในใจ อ่านเจอเม้นต์นี้แล้วแบบจะฟิคลั่นมั้ยเนี่ย 55 ตอนเขียนแรกๆเคยวางให้สองคนมีโมเม้นต์หนักๆตอนมาฝึกงานด้วย แต่ก็แบบเออแกควรเอาคู่หลักให้รอดก่อนมั้ย แก้ปมยังไม่หมดเลย y_y ยังไงถ้ามีโอกาสจะจัดแน่นอน ไม่ว่าจะในเรื่องนี้หรือเรื่องไหน เรือเราต้องแล่น -///-
      #170-1
  6. #168 lillet rosé (@lilletrose) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 31 มกราคม 2561 / 00:52
    แค่เห็นชื่อตอนก็ยิ้มแล้วค่ะงือ พออ่านถึงว่าเมื่อคืนเป็นยังไงบ้างเรานี่หยุดหวีดนานมาก มือไม้อ่อนยวบยาบตามพี่เขาแล้วค่ะฮือ คิดภาพตามแล้วแบบ แง น้องซินไม่อ่อนโยน ต้องฮอตขนาดนี้เลยหรอคะคนดี คือพี่เขาเขินจนลนลานไปหมดแต่น้องซินก็คือน้องซินอยู่วันยังค่ำ ตามมาถามมาหยิบของให้ ดูแลใส่ใจพี่เขาดีตลอด อ่านวายมาหลายเรื่องแต่ที่เราหลงหนักสุดคือน้องซินเลยค่ะ ไม่มีไทป์ที่ชอบแบบตายตัวเลยแต่พอได้มาอ่านเรื่องนี้แล้วงือ เหมือนคุณมานั่งอยู่ในหัวเราเลย แบบนี้เลยค่ะ แบบนี้เลยที่อยากได้ จะเอาจะเอา ,///, ไม่ไหว(ในทางที่ดี)จริงๆนะคะพาร์ทจูบเนี่ย อ่านแล้วถอนหายใจหนักๆ(ในทางที่ดี)หลายรอบมาก coffee or wine น้องซินก็เป็นให้ได้หมดเลย ยิ่งฟังเสียง khalid ไปด้วยงี้ กว่าจะเรียกสติกลับไปอ่านต่อได้นี่หลายนาทีเลยค่ะงือ เอาจริงๆแล้วรู้สึกว่าพี่เวนี่เก่งมากเลยนะคะ คำพูดที่ออกมาจากปากน้องซินแต่ละครั้งนี่เราอ่านแล้วยังเขินแล้วเขินอีก ทนไม่หมุดโต๊ะหนีได้(แต่ก้มหน้าจนจะทิ่มชามบะหมี่)นี่ถือว่าเก่งมากๆแล้วค่ะ ทำเราเขินหนักกว่าเดิมอีกตรงที่น้องซินกินแบบไม่ปรุง ฮือ แค่น้องชอบกินเหมือนเราก็หวีดได้แล้วค่ะ ทำตัวเหมือนโดนจ้างมาหวีดน้อง อยากรู้จักน้องอีกหลายๆข้อเลยค่ะ ;-; ส่วนพี่เวก็เนี่ย อีกแล้ว ทำตัวน่ารักอีกแล้ว มันเขี้ยวมากๆ อยากได้แค่นี้งี้ ชอบมากพอแล้วงี้ งือ ดูเหมือนไม่ใช่แค่คนพี่ที่เก่ง น้องซินก็เก่งมากที่ทนไม่ฟัดพี่เขาตอนนั้นได้ คือคนพี่ก็ยังเป็นคนพี่คนเดิม เด๋อๆกวนๆเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมคือเนี่ย หลายๆอย่างจากตัวพี่เวทำให้เราใช้คำว่าน่ารักด้วยพร่ำเพื่อมากๆ เหมือนคนพี่คนน้องกำลังแข่งทำตัวน่ารักใส่กันเลยค่ะฮือ ชอบมากๆที่บอกว่าจะเรียนรู้และปรับตัวแต่จะไม่เปลี่ยนจนสูญเสียความเป็นตัวเองไป เพราะเปลี่ยนกับปรับนี่คนละเรื่องกันเลย และที่พี่เขาพยายามจะปรับเพื่อความสุขของตัวเองและของน้องซินนี่มันก็ แง น่ารักอะ น่ารักแบบงือ ชอบจังเลยที่พี่เขาใช้คำว่าเราแบบนั้น แล้วที่บอกว่าต่อจากนี้ให้น้องบอกความต้องการมาตรงๆนั่นอีก แข่งทำตัวน่ารักใส่กัน แข่งเอาใจใส่กัน ให้สิบเต็มเท่ากันทั้งคู่เลยค่ะ ขอบคุณพี่เวที่ให้น้องซินเป็นคนโชคดีคนนั้น ขอบคุณน้องซินที่ทำให้พี่เวเป็นคนโชคดีไม่แพ้กัน ชอบ(อีกแล้ว)ที่ว่าคำพูดของคนที่เราให้ความสำคัญมักพาเราไปในที่ที่ไม่สอดคล้องกับที่เป็นอยู่มากๆ เนี่ย ถ้าคุณบอกว่าคุณยังเขียนไม่ดีพอ เราก็จะยื่นมือถือให้ดูเลยว่าเราสกรีนช็อตอะไรจากเรื่องนี้เก็บไว้เยอะมาก แล้วล่าสุดก็คือที่เรายกไปก่อนหน้านี้เลย ถ้าคำพูดของคนน้องเหมือนอ้อมกอดที่โอบพี่เขาไว้ เราก็อยากให้คอมเม้นต์จากเราเป็นอะไรก็ตามที่ทำให้คุณมีกำลังใจจนเขียนไปได้จนจบนะคะ เรื่องของคุณนี่เราเม้นยาวมากที่สุดเท่าที่เคยเม้นเลย ปกติเวลาเม้นยาวๆจะค่อนข้างเขินๆ ส่วนใหญ่จะพิมพ์ยาวๆแล้วส่งให้คุณไรเตอร์ผ่านdm นี่มีคุณตอบกลับก็เลย โอเค เราจะไม่เขินคนเดียวงุยๆ ดีใจไม่แพ้กันเลยที่มาเจอเรื่องของคุณ ทำให้เรายิ้มทำให้เราเขินทำให้เรางอแงแล้วยังแทรกอะไรดีๆให้เราได้คิดตามหลายอย่างเลย ตอนนี้ก็คิดด้วยค่ะว่าอยากจะกินบะหมี่ปู ฮือ ไว้เราจะกินเผื่อคุณเลย ดูแลสุขภาพด้วยน้า ขอบคุณที่มาอัพด้วยนะคะ รู้สึกหายเหนื่อยจากวันนี้แล้วมาเหนื่อย(ในทางที่ดี)หวีดน้องซินแทนเลยค่ะงือ ขอให้เป็นวีคที่ดีค่ะ
    #168
    1
    • #168-1 ichbincliche (@cliche33) (จากตอนที่ 26)
      6 กุมภาพันธ์ 2561 / 04:21
      ฮือออออ อ่านคอมเม้นต์คุณทีไร ทำไมเราต้องมาหวีดสิ่งที่ตัวเองเขียนเองอีกรอบแล้วเขินมากกว่าตอนเขียนอีกคะเนี่ย 55 ทุกครั้งเลยอ่ะ จนตอนนี้เราหลงน้องซินแบบโงหัวไม่ขึ้น คือชักไม่แน่ใจแล้วว่าจะเขียนเรื่องอื่นได้เหรอ แบบชอบพระเอกเรื่องนี้มากๆไปแล้ว คิดว่าสร้างตัวใหม่ขึ้นมาคงอินยากแน่ โทษคุณคนเดียวเลย ล้อเล่นนะคะ 55 ดีใจมากๆเลยนะคะที่รับน้องซินไปอยู่ในใจ เขินมากเลยที่คุณบอกว่าหลงน้องซินหนักสุด ฮือออ เป็นเกียรติมากเลยที่สร้างคนๆ หนึ่งขึ้นมาแล้วมีใครซักคนบอกว่าหลงคนๆนี้ที่สุดแล้ว -////- ทีแรกตอนเขียนซินขึ้นมาไม่ได้วางนิสัยไว้ชัดเจนเลยค่ะ คิดอย่างเดียวว่าชอบคนนิสัยแบบไหนในชีวิตจริงจะเอามายำในคนๆนี้ให้หมดเลย แล้วก็ตู้มออกมาเป็นน้องซิน ดีใจที่เราชอบลักษณะคนคล้ายๆกันนะ :) ตอนเขียนทวนฉากจูบของคืนก่อนนี่เล่นเอาเขินยวบยาบพอๆกับเขียนฉากจูบจริงๆเลย ชอบการเปรียบน้องซินเป็นกาแฟหรือไวน์จังเลยค่ะ แบบเออจริงด้วนะ จะเป็นกาแฟอุ่นๆหรือไวน์แบบเย้ายวน น้องกวาดเรียบเลยยย อิจฉาพี่เวอีกแล้วเรา 55 เราติดเสียง Khalid ช่วงนี้อีกแล้วววว ดีใจที่ฟังแล้วเข้ากับบทนี้นะคะ :)) เนี่ยใช่เลยค่ะพี่เวถ้าไม่ใช่นิสัยออกเด๋อกวนห่ามนะต้านเสน่ห์น้องซินไม่ไหวนานแล้ว ละลายไปตั้งแต่บทแรกแล้วนะคนพี่เนี่ย คุณรีดกินไม่ปรุงแบบน้องซินด้วย เซ้นสิทีพเรื่องกลื่นที่นอนเหมือนกันอีกด้วย เราจำได้ ขอบคุณมากๆเลยการหวีดของรีดต่อกำลังใจเรามายาวไกลถึงขนาดนี้ได้ ครึ่งปีแล้วนะคะที่เราแต่งเรื่องนี้มา อยากอัดเสียงขอบคุณแล้วส่งไปเปิดให้คุณฟังซ้ำๆ ฮือออ พออ่านประโยคที่ว่าน้องซินก็เก่งที่ทนไม่ฟัดพี่เค้าได้ คือเราเขินงี้ดๆไปเลยยย นึกภาพตามตอนเขาฟัดกันเฉยเลย -////- ดีใจอีกแล้วที่คุณเห็นความน่ารักจากตัวพี่เว คือคนพี่ไม่ใช่ไทป์แบบน่ารักน่าเอ็นดูแต่แรกเห็นไรงี้เลย ดีใจที่ค่อยๆใส่ไปในตัวเค้าแล้วคุณเห็น ฮือออ เราก็ชอบคำว่าเรา ตอนเขียนนะแบบลบหลายรอบเลยคำนี้ แบบมันเขินอ่ะ เขินมากเพราะเรื่องนี้เราบรรยายเป็นเสียงในหัวพี่เว คือรู้เลยว่าพี่เวก็เขินนะที่เริ่มใช้คำว่าเราแล้ว สองคนแข่งกันเป็นความสบายใจของกันและกัน มาถึงจุดนี้ในนิยายจนได้ ปาดน้ำตาย่อรับมง แง สารภาพตามตรงเลยตอนที่เราอ่านถึง “เนี่ย ถ้าคุณบอกว่าคุณยังเขียนไม่ดีพอ...” มาจนจบ เราร้องไห้เลยอ่ะ อายมากที่จะเล่า มันเป็นช่วงอ่อนไหวเรื่องปั่นงานส่งด้วยค่ะ แต่เราทัชมากๆเลย ปกติเซ้นสิทีพกับคำพูดให้กำลังใจอยู่แล้ว แบบอือคุณไม่รู้จักเรานอกตัวอักษรด้วยซ้ำ แต่มิตรภาพที่ได้รับ คำปลอบ คำโอ๋ การหวีดต่างๆนานา เราซึ้งใจมากๆเลยนะคะ แบบบางทีก็คิดว่าเออ deserve สิ่งดีๆ ขนาดนี้จากการเขียนนิยายตามอารมณ์ขนาดนี้เลยหรอ เหมือนเรารับอยู่ฝ่ายเดียวมาเยอะมากเลย เราไม่รู้ว่าคุณอยู่ในบทไหนของชีวิตน้า แต่ไม่ว่ากำลังทำอะไรอยู่ขอให้มีความสุขและมีคนน่ารักอยู่ในชีวิตเยอะๆ น้า ตัวอักษรของคุณที่เราอ่านมายี่สิบหกครั้งฮีลเรามาตลอด บางทีแซงหน้าคนในชีวิตประจำวันเราไปอีก ไม่รู้จะตอบแทนยังไงเลย มีแค่น้องซิน เรายกให้เป็นของคุณคนเดียว ตอนแรกว่าจะขอแบ่งครึ่ง ตอนนี้ไม่เอาแล้ว ให้คุณรีดคนเดียว :)) ปล. ตอนอ่านเม้นต์คุณจบอยากเขียนตอบทันทีมาก แต่ว่างานเยอะจนแบบกลัวเขียนแล้วใช้เวลาไม่มากพอ พอส่งงานเสร็จ ได้นอนชาร์จพลังนิดหน่อย รีบมาเขียนเลย
      #168-1
  7. #167 ไอแนน (@imoonan061994) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 23:54
    แหมมมมม ยอมน้องซะ
    #167
    1
    • #167-1 ichbincliche (@cliche33) (จากตอนที่ 26)
      6 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:36
      อุตส่าห์ง้อแทบตาย ไม่อยากง้ออีก 555
      #167-1
  8. #166 PreciousNight✤ (@KogitsunemaruSan) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 10:15
    ดูแต่ละคนเขิน มีการชวนนอนค้างแล้วก็ยอมง่ายๆขนาดนี้
    ไม่ไหวแล้วค่ะ..อยากอ่านตอนต่อไปไวๆ รีบมาน้าาาา
    #166
    1
    • #166-1 ichbincliche (@cliche33) (จากตอนที่ 26)
      6 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:36
      เขินกันเหลือเกินนน อิจ 55 แล้วจะรีบมานะคะ ขอบคุณน้า :)
      #166-1
  9. #165 the_pim (@salorgirl) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 09:35
    น่าร้ากกกกกกกกกกกกกก
    #165
    1
    • #165-1 ichbincliche (@cliche33) (จากตอนที่ 26)
      6 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:35
      ขอบคุณน้าาา
      #165-1
  10. #164 e_reborn (@reborn112) (จากตอนที่ 26)
    วันที่ 30 มกราคม 2561 / 07:54
    โอยยย เราไปเรียนไม่ไหวแล้ว งือออออ 😍
    #164
    1
    • #164-1 ichbincliche (@cliche33) (จากตอนที่ 26)
      6 กุมภาพันธ์ 2561 / 03:35
      555 อัพตอนเช้าของที่ไทยพอดีเลยเนอะ ขอบคุณนะคะ :)
      #164-1