[FIC:B2ST] ONE (S)TOP SERVICE

ตอนที่ 1 : INTRO :: ลูกชายมาเฟีย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1 ครั้ง
    21 ต.ค. 55

ONE (S)TOP SERVICE
[INTRO]
2JUN















คฤหาสน์ใหญ่ทรงยุโรปที่ตั้งตระหง่านบนเชิงเขาชานเมืองหลวง เสียงดังเอะอะโวยวายจากผู้เป็นประมุขของบ้านดังลั่นแทบลอดรั้วออกไปถึงบ้านหลังที่เล็กกว่าซึ่งอยู่ในบริเวณเดียวกัน เจ้าของบ้านที่ว่าเดินมาชะเง้อมองเข้าไปในบ้านหลังใหญ่พร้อมกับยิ้มบาง



“พูดแล้วสินะ..พี่จุนฮยอง”













“ป๋าไม่เข้าใจน้องยงกุน”ลูกชายคนเล็กของบ้าร้องในลำคออย่างกับเด็กที่กำลังงอแงพร้อมจะร้องไห้ออกมาได้ทุกเมื่อ คนเป็นมารดาที่นั่งอยู่ข้างสามีที่มีสีหน้าอ่อนใจกับลูกชายมองคนพูดอย่างนึกสงสาร


“ป๋าไม่เข้าใจน้องจุนฮยองจริงๆ นั่นแหละ ทำไมล่ะครับคนเล็กของป๋า ทำไมหนูต้องอยากไปทำงานข้างนอก ป๋าไม่เห็นว่าเหตุผลมันจะเข้าท่าสักนิด”คนเป็นลูกน้ำตาซึมเมื่อได้ยินพ่อพูดแบบนั้น ยกมือขึ้นปาดน้ำตาแล้วถอยหลังทำท่าจะเดินหนีไป


“เดี๋ยวสิลูก พูดกันให้รู้เรื่องก่อนสิ”นายหญิงของบ้านร้องเรียกลูกชาย จุนฮยองชะงักขามองหน้าแม่แล้วน้ำตาพาลจะไหลออกมาอีก


“ม้าก็ไม่เข้าใจน้องยงกุนหรอก น้องยงกุนก็แค่อยากลำบากดูบ้าง อยากรู้จักหาเงินใช้เอง อีกหกเดือนข้างหน้าเวลาไปที่อังกฤษจะได้รู้จักการใช้ชีวิต”พูดแล้วก็เริ่มน้ำตาไหลอาบแก้ม จุนฮยองหันหน้าหนีสายตาที่มองมาที่ตัวเองอย่างเหนื่อยใจ กลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ในที


“โอเคครับลูก โอเคครับ อย่าร้องนะลูกนะ ป๋ายอมแล้ว แต่ป๋าขอแค่สามเดือนได้ไหมครับ นะครับคนเก่ง”มาเฟียใหญ่ถลาเข้ามากอดปลอบลูกชายคนเล็กของบ้าน จุนฮยองหันตัวมาตามแรงของผู้เป็นพ่อ ซุกลงในอกแล้วยิ้มกริ่มอย่างร้ายกาจ












โต๊ะของว่างยามบ่ายในสวนระหว่างบ้านหลังใหญ่กับรอง จุนฮยองจิบนมเย็นสีสันสวยงามกับเค้กวานิลารสนุ่มกับญาติผู้น้อง


“สุดท้ายคุณลุงบอสก็ยอมพี่สินะ”เด็กวัยรุ่นหน้าตาละม้ายกับจุนฮยองเอ่ยปากถามอย่างอารมณ์ดี จุนฮยองยิ้มร่าอย่างมีความสุข


“มีหรอที่ป๋าจะไม่ยอม บีบน้ำตานิดนึง หน้าโหดๆ ที่ใครก็กลัวก็วิ่งมากอดปลอบยอมหมดแล้ว”เพราะเป็นลูกรักที่โดนตามใจมาแต่เล็ก จุนฮยองเลยรู้ดีว่ามีวิธีการไหนที่จะทำให้บอสกับนายหญิงมาเฟียใหญ่ใจอ่อนแล้วก็อ่อนโยน 


“แต่พี่นี่ก็นะ..อยู่สบายๆ เป็นคุณหนูคนเล็กสบายๆ ก็ไม่ชอบ อยากไปตกระกำลำบาก เป็นผมนะ...ฝันไปเหอะ!”คนเป็นน้องว่าพร้อมทำหน้าให้รู้ว่าไม่เอาด้วยแน่ๆ จุนฮยองหัวเราะในลำคอ


“แกก็พูดเกินไปอิลฮุน พี่ก็แค่อยากลองอะไรใหม่ๆ อยู่บ้านเฉยๆ น่าเบื่อจะตาย ออกไปลองทำอะไรที่ไม่เคยบ้าง ท้าทายดีจะตายไป”อิลฮุนฟังแล้วได้แต่ขมวดคิ้วกับความคิดประหลาดๆ ของญาติผู้พี่ของตน 








- - - 






จุนฮยองแบกเป้ลงจากรถตู้คันงามที่หน้าประตูรั้วบ้านของเพื่อนสนิท สาวใช้หน้าตาดียกยิ้มหวานแนวยั่วยวนจุนฮยองพลางผายมือเชื้อเชิญให้เข้าบ้าน


“มันยังไม่ตื่นหรอครับคุณแม่”จุนฮยองเอ่ยถามมารดาของเพื่อนซี้อย่าสนิทสนม หญิงสูงวัยพยักหน้าแล้วทำเหมือนเอือมระอาเต็มที


“ยังไม่นอนเลยลูก มันโซโล่กับแม่เสือสาวที่ไปลากขึ้นมาจากน้ำเมื่อวานตั้งกะเมื่อคืนจนตอนนี้เสียงยังไม่เงียบเลย แม่ล่ะเหนื่อยกับไอ้ลูกบ้านี่จริงๆ”จุนฮยองรับฟังแล้วยิ้มกริ่ม ใบหน้าขาววางมือลงบนหลังมือมารดาของเพื่อนสนิท ก่อนจะเอ่ยปากบอกอะไรบางอย่างด้วยแววตาสุกสว่าง







เสียงเตียงไม่เนื้อดีขนาดหกฟุตลั่นสลับกับเสียงผิวเนื้อที่เสียดสี จุนฮยองยืนย่นจมูกอย่างนึกรังเกียจในเพื่อนตัวดี คุณนายของบ้านยื่นกุญแจห้องลูกชายหัวแก้วหัวแหวนให้เขา 



“แม่ยอมได้ลูกสะใภ้เป็นผู้ชายดีกว่า ดีกว่าได้แม่สาวๆ ที่ไปลากขึ้นมาจากร้านเหล้า จากน้ำแบบนั้น”เธอว่าแล้วเดินฉากออกไปรอดดูอย่างสนุก




มือขาวผลักบานประตูเข้าไปอย่างแรง ลงส้นเท้าดังปึงปังก้าวตรงไปกระชากร่างเพรียวของเพื่อนสนิทที่กำลังขยับร่างอย่างสุขสม 




“ไอ้จางฮยอนซึง กูไม่อยู่สองวันมึงกล้านอกใจกูหรอ!”




เสียงกรีดร้องของหญิงสาวดังลั่น ตามด้วยเสียงดังปึงปังพร้อมร่างโปร่งที่ลงไปนอนเปลือยเปล่าบนพื้นไม้ปาร์เก้ของห้องนอนตัวเอง หญิงสาวในชุดเดรสสั้นวิ่งออกไปอย่างกระเซอะกระเซิง ฮยอนซึงลากจุนฮยองมาเหวี่ยงไปบนโซฟาปลายเตียงอย่างโมโห



“เชี่ยไรของมึงเนี่ยไอ้คุณหนูยง!”ใบหน้าสวยที่ผมเผ้ายุ่งเยิงตะโกนใส่หน้าเขา จุนฮยองทำตาโตลอยหน้าไปมาอย่างกวนๆ


“ไอ้จุนฮยอง”ฮยอนซึงกดเสียงต่ำอย่างกับจะบอกให้รู้ว่ารำคาญหนัก


“ก็มึงนัดกะกูว่าจะพาไปหาที่พัก พอกูมาคุณแม่ก็บอกว่ามึงกำลังบะโอ้บะ กูก็เลยขึ้นมาตาม..เฉยๆ”เน้นหนักที่คำว่าเฉยๆ แล้วยักคิ้วกวน ฮยอนซึงกัดริมฝีปากแล้วทำท่าจะต่อยเพื่อนซี้แต่ก็ลดกำปั้นลงอย่างเสียไม่ได้


“เออ กูอาบน้ำแป๊ป ลงไปบอกแม่บ้านให้หาไรไว้ให้กินหน่อยแล้วกัน”










จุนฮยองนั่งฮัมเพลงฮิปฮอปอย่างอารมณ์ดีโดยมีเพื่อนสนิทใบหน้าหล่อหวานสวมแว่นดำเป็นสารถีพาไปในละแวกชุมชนที่ต้องการ ฮยอนซึงในเสื้อเชิ้ตสีขาวสีอาดมีลวดลายพองามตียี่ห้ออามานี่ พร้อมด้วยกางเกงยีนส์สีเข้มเนื้อดีและรองเท้าหนังสีสวยราคาแพงระยับตามสภาพของลูกชายเจ้าของบริษัทเฟอร์นิเจอร์ใหญ่ที่มีสาขาไปทั่วเกาหลีใต้


“แล้วนี่ป๋ามึงอนุญาตแล้วจริงหรอวะ”ฮยอนซึงเอ่ยถามพลางตีไฟเลี้ยวไปตามเส้นทางสู่เมือง


“แน่นอน แต่ถ้าไม่เชื่อมึงไปถามอิลฮุนก็ได้”จุนฮยองเอ่ยอ้างชื่อน้องชายลูกพี่ลูกน้อง ที่สนิทสนมกับฮยอนซึงไม่แพ้กัน


“กูก็เชื่อนั่นแหละ แต่ดูป๋ามึงยอมง่ายไป ปกติน้องยงกุนคนเล็กของป๋าจะทำอะไรนอกสายตาป๋า ป๋าก็จะใจขาดรอนแล้วไม่ใช่หรือไงวะ”พูดจบจุนฮยองก้พยักหน้า แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ ดวงตาใสเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างรถอย่างใจเย็น 






ป๋าคงคิดว่าเขาเดี๋ยวก็อยู่ไม่ได้แล้วเลิกไปเอง..เลยยอมเขา





.........แบบนั้นแหละมั๊ง...........











- - 











อิลฮุนส่งมือถือของตัวเองในบอดีการ์ดหน้าอ่อนดูอย่างไม่วางใจ คนที่ว่ายิ้มจนตาปิดก่อนจะส่งคืนมาให้อย่างนอบน้อม




“ก็อย่าไปทำให้เขาจับได้ล่ะ รู้ไหม”เสียงบอสใหญ่ประกาศลั่น คนที่ว่าก้มศีรษะรับคำสั่งอย่างยินดี 



“คุณก็รู้ว่าเขาทำงานไม่เคยพลาด นี่คนโตส่งให้กลับมาทำงานนี้แสดงว่าลูกก็ต้องเห็นนั่นแหละว่าจะทำได้ดี”คนเป็นประมุขพยักหน้ารับฟังคำของภรรยา ก่อนจะเพยิดหน้าให้ออกไปได้


“คุณลุงบอสว่าดีแล้วหรือครับ”อิลฮุนถามไปอย่างกังวล


“ดีไม่ดีคนที่เสนอเรื่องนี้ก็ซี้พี่ชายเรานั่นแหละน้องอิลฮุน “เจ้าของชื่อน้องอิลฮุนเบ้ปากแล้วได้แต่เซ็งในความโอเวอร์ของคนที่นี่ ..คงจะดีหรอกถ้าจุนฮยองได้ออกไปเผชิญโลกโดยมีบอดีการ์ดคุมแจ 










- - -










ตัวแมนชั่นเก่าแก่สภาพทรุดโทรมถูกจุนฮยองหมายตาไว้เป็นอันดับแรกในใจ ส่วนฮยอนซึงได้แต่หยีแล้วหยีอีก พลางพยายามบอกให้เพื่อนตัวเองไปหาที่อื่นที่น่าจะดีกว่านี้สักหน่อย



“ถามที่นี่ก่อนแหละมึง น่าจะไม่แพง”จุนฮยองหันไปบอกอย่างร่าเริง ใบหน้าขาวยิ้มบางอย่างพึงพอใจแล้วก้าวเข้าไปภายในตัวตึกโทรมโดยไม่รอเพื่อน


“มีห้องว่างให้เช่าไหมครับ”เพราะไม่เห็นว่ามีคนเฝ้าที่ใต้แมนชั่นจุนฮยองเลยร้องถามเสียงดัง ฮยอนซึงยืนห่างเพื่อนสนิทมาเล็กน้อย ยกแขนขึ้นกอดอกอย่างเบื่อๆ ดวงตาใต้แว่นสีชาแบรนดังสอดส่ายมองไปรอบบริเวณอย่างประเมิน


“เห็นป้ายก็น่าจะรู้นี่”จู่ๆ ใครก็ไม่รู้ก็โผล่ขึ้นมาจากหลังเคาเตอร์ ใบหน้าเรียบเนียน ดวงตาเล็กหรี่ แต่ทว่าดูมีอายุเลกน้อย


“ครับ เดือนเท่าไหร่หรอครับน้า”จุนฮยองคิดว่าสรรพนามนี่น่าจะเหมาะกับคนตรงหน้า คนที่ว่าหรี่ตามองเขาจนเห็นรอยประสบการณ์ที่หางตาจางๆ


“อายุเท่าไหร่มาเรียกผมว่าน้า”คนที่ว่าเอ่ยถามเสียงเข้ม จุนฮยองหันมองฮยอนซึงเชิงขอความเห็น คนหน้าสวยไม่ได้สนใจเขากำลังจดจ้องกับอะไรสักอย่างด้านนอกของแมนชั่น


“35”จุนฮองพูดเสียงฉะฉาน คนตรงหน้ายิ่งหน้าหงิกเม้มปากแน่น


“ผมเพิ่งอายุ 22”ตอบกลับมาเสียงเย็นจนเขาสะดุ้ง ฮยอนซึงหันมายิ้มขำเพื่อน 


“เอากี่ห้อง จะดูห้องก่อนไหม”คนอายุ 22 พูดเสียงแข็ง จุนฮยองยิ้มแหยแล้วพยักหน้าเชิงรับ









ทางเดินปูนดูไม่สะอาดตาเท่าที่ควร ฝาผนังสีฟ้าเก่าๆ บ่งบอกถึงอายุการใช้งานมาหลายปี จุนฮยองและฮยอนซึงพาเดินขึ้นบันไดมาจนถึงชั้นที่สาม 


“เหลือห้องนี้อ่ะชั้นสาม ไม่งั้นก็บนขึ้นไปอีก”คนที่ว่าไขกุญแจเข้าไปในห้อง จุนฮยองก้าวเข้าไปด้านในพบเพียงห้องว่างเปล่าที่มีเฟอร์นิเจอร์เพียงโต๊ะวางทีวีเก่าๆ เตียงนอนเหล็กสภาพไม่ไหว และราวตากผ้าที่โคลงตัวอยู่ตรงหลังห้อง ฮยอนซึงเอื้อมมือจะกระซิบบอกว่าเขาไม่ชอบที่นี่


“เอาห้องนี้เลยครับ กำลังดี ผมชอบมากครับ”เพราะอายุมันเท่ากัน จุนฮยอองเลยตัดสินใจไม่เรียกสรรพนามอะไรทั้งนั้นจนกว่าจะรู้ชื่อของเจ้าของหอนี่


“ค่าเช่าเดือนละแสนวอน มัดจำสามเดือน ไม่มีดาวก่อนครึ่งนึง”เจ้าของแมนชั่นพูดอย่างฉะฉาน จุนฮยองหยิบกระเป๋าสตางค์หนังแท้มันขลับแต่ยี่ห้อดังที่มุมออกมาหยิบเงินสด


“เฮ้ยๆ เอาสัญญาเช่ามาทำก่อน เงินเดี๋ยวค่อย แล้วมึงอ่ะจะอยู่นี่จริงหรอ ไม่น่าปลอดภัยสักนิด..แล้วนี่....เออ กูว่าที่นี่ก็น่าอยู่ดี แล้วกูจะแวะมาหาบ่อยๆ นะ”ฮยอนซึงร้องเตือนเสียงดัง พลางจะคัดค้านที่เขาเลือกที่นี่ ก่อนจะเปลี่ยนโดยทันทีพร้อมกับหันหน้ามองตาม ร่างเล็กที่เดินถือข้าวของพะรุงพะรังเต็มมือเลยห้องของจุนฮยองไป


“เอาไงแน่เนี่ยมึง”จุนฮยองถามพลางเห็นว่าแววตาใต้แว่นสีชาของเพื่อนเป็นแบบไหน


“สวัสดีครับพี่กีกวัง ไปซื้อของเข้าห้องมาหรอครับ”เจ้าของหอเอ่ยปากทักคนที่กำลังใช้กล้ามคล้องข้าวของไว้ที่แขนแล้วไขกุญแจห้องอย่างลำบาก


“เอ่อ ครับน้องอึนกวัง มาดูแลคนเช้าใหม่แทนคุณลุงหรอครับ”คนหน้าอ่อนแต่ดูจะอายุมากกว่าเขาเอ่ยถามอย่างมีมารยาท ใบหน้านั้นน่ารักดี ดวงตาใสซื่อพร้อมรอยยิ้มจางๆ 


“พอดีพ่อไปดูแมนชั่นที่ฝั่งนู่นแทนแม่ ผมเลยต้องมาเฝ้าหนะครับ ขอตัวนะครับพี่กีกวัง ส่วนคุณก็ตามผมลงไปทำสัญญาเช่าไป”








จุนฮยองเพิ่งเห็นว่ามีแค่ตัวเองที่เดินลงมาเพียงคนเดียว หลังจากที่เอ่ยปากถามฮยอนซึงไปหลายต่อหลายครั้งเกี่ยวกับท่าทีนอบน้อมที่อึนกวังลูกเจ้าของแมนชั่นมีให้ ใบหน้าขาวได้แต่นึกหมั่นไส้เพื่อนสนิทในใจที่มันคงไปยืนม่อพี่ชายหน้าตาน่ารักคนนั้นอยู่เป็นแน่



“เพื่อนคุณไปไหนล่ะ”อึนกวังถามพลางวางเอกสารไว้ตรงหน้าเขา จุนฮยองหันมองไปทางบันไดที่เพิ่งลงมา ก่อนตบเสียงเรียบแล้วก้มหน้าอ่านเอกสารในมือ


“คงจีบพี่กีกวังอะไรนั่นอยู่ข้างบนแหละมั๊ง”เขาไม่ได้คิดอะไรเพราะพี่คนนั้นก็ดูไม่มีอะไร ตัวเล็ก หน้าตาน่ารัก มีแต่กล้ามใหญ่ที่ขัดไปหน่อย


“ห๊ะ! เพื่อนคุณไม่เคยตายใช่ไหม ไปจีบพี่เขาหนะ”อึนกวังทำหน้าหวาดๆ จุนฮยองเลิกคิ้วอย่างนึกสงสัย


“ก็พี่เขาทำงานเป็นการ์ดที่ผับตรงถนนถัดไปนี่ แถมเมื่อเช้าออกไปวิ่งเจอพวกเพื่อนผมแซวเลยต่อยซะยับเลย...”จุนฮยองคิดว่าอึนกวังพูดเรื่องจริง แววตาตระหนกมากเสียจนน่ากลับแบบนั้น ถ้าเป็นคนอื่นคงคิดว่าโอเวอร์แต่ยงจุนฮยองว่ามันคงไม่หรอก









..........ยงจุนฮยอง มนุษย์โลกสวย........... 















2 b con

taLk* เค้าไม่แทบไม่เคยแต่งแนวนี้เลย แบบว่าไม่ถนัด ปกติต้องดราม่ามากๆ แล้วก็ซับซ้อน
เรื่องนี้ไม่ซับซ้อนนะ(?) แบบว่าไม่ได้มีปมอะไร แต่อาจจะงงตัวละครนิดนึง
ไม่รู้ว่าแต่งแนวนี้มันลื่นไหลไหม ชอบไม่ชอบยังไงบอกด้วยนะคะ <3
----------------------------- -----------------------
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น