ฉันเป็นแมลงมีปีกที่เต็มใจบินไปติดกับใยแมงมุม #Spideypool.(จบแล้ว)

ตอนที่ 8 : Save Pete 2.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 108
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    23 ก.ค. 62





                      ออลโค่ ควบคุมร่างของปีเตอร์ โหนไต่กายไปตามต้นไม้สูงมันรับรู้ว่ามันแทบไม่ได้ให้ ปีเตอร์ ได้รู้สึกตัวเลยเพราะมันควบคุมร่างของเด็กคนนี้เกือบจะสองวันเต็ม ตลอดเวลาหลังจากหนีจากเดดพูล และเวน่อม ได้มันเอาแต่นึกว่าสองตัวนั้นที่ปล่อยมันออกมา อยู่ที่ไหน ออลโค่จำทางกลับศูนย์วิจัยไม่ค่อยได้ เวลามันถึงได้ล่วงเลยมาขนาดนี้

                     มันตัดสินใจหาต้นไม้ที่มีกิ่งใหญ่และมั่นคงพอจะให้ร่างนี้สามารถนอนพักผ่อนได้

                     หลังจากลงหลักปักฐานได้แล้ว สภาพชุดของ ปีเตอร์ก็กลับมาเป็นสีแดงตัดน้ำเงินอีกครั้ง หากแต่หน้ากากได้หายไปแล้ว ดวงตาทั้งลูกที่ดำข้าง ส่องสว่างเป็นสีทองอีกข้าง กลับกลายเป็นนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนอีกครั้ง แววตาสื่อถึงความอ่อนล้า

                     เสียงหายใจแรงของปีเตอร์ เขาจำไม่ได้ว่าทำไมตนถึงได้มาอยู่ที่นี่ ล่าสุดเขานอนอยู่บนตักเวด ไม่ใช่หรอ

                     ร่างเพรียวแทบจะตกต้นไม้ เขาหันซ้ายหันขวา หันไปทางไหนก็เห็นแต่ต้นไม้ แถมยังมืดจนเขากลัว

 

“เวด!”ปีเตอร์เรียก คนที่เขาอยากเจอที่สุด

 

                     อกเขาเต้นแรง ด้วยความสับสนและหวาดกลัว

                     ปีเตอร์ รู้ตัวว่าตอนนี้ตนสวมชุดสไปเดอร์-แมนอยู่ แต่หน้ากากเขาไม่รู้ว่าหายไปไหน

                     เขาต้องออกไปจากป่านี้ แขนเรียวทำท่าจะยกเว็บชูตเตอร์ขึ้นยิงใย

                     แต่แขนของเขาก็ต้องหยุดชะงักเหมือนมีใครควบคุมร่างเขาอยู่

 

ตอนนี้นายจะกลับไปที่บ้านไม่ได้มันมาอีกแล้ว เสียงที่มักจะดังเมื่อตอนที่เขาใกล้หลับ หากแต่ตอนนี้ไม่ใช่ เพราะเขาตื่นเต็มตา

 

“ฉันไม่อยากอยู่ที่นี่!”ปีเตอร์สติแตก เขาอยากจะขยับกายยังทำไม่ได้

 

                     แผ่นอกเขาสั่นกระเพื่อมด้วยความสับสน

 

ใจเย็นเด็กน้อย...เสียงคล้ายกับปลอบประโลมแต่มันก็ยังน่ากลัวอยู่ดีสำหรับปีเตอร์

 

“หยุดสักที!”ปีเตอร์ คิดว่าตนคงหลอน หรือไม่เขาก็ฝันอยู่แน่ๆ

 

                     เขาอยากตื่นขึ้นมาเจอ เวดอยู่ตรงหน้าแล้วให้ร่างสูงนั้นบอกเขาว่ามันเป็นแค่ฝันร้าย

 

ปีเตอร์ นายไม่ต้องกลัว นายอยู่ที่นี่นายจะปลอดภัยออลโค่ตอบ ถึงคำตอบมันจะเห็นแก่ตัวไปหน่อยก็เถอะ ยังไงมันก็ไม่ทิ้งปีเตอร์อยู่ดี

 

                     เมื่อมันเห็นว่า ปีเตอร์เริ่มสงบลงแล้วจึงปล่อยให้ เจ้าของร่างได้ควบคุมร่างของตัวเอง

                     ร่างเพรียวนั่งเงียบเขากอดเข่าอยู่บนต้นไม่สูง  เขาหยิกต้นขาของตัวเอง

 

มันไม่ใช่แค่ฝัน

 

“แล้วคุณคือใคร?”ปีเตอร์ คิดว่าตนคงบ้าเต็มทีที่คุยกับเสียงหลอนในหัว

 

ฉันชื่อ ออลโค่

 

“คุณเป็นตัวอะไรถึงควบคุมร่างผมได้ และยังพูดอยู่ในหัวผมอีก”ปีเตอร์ ขณะถามเขาก็รู้สึกถึงความเหมือน

 

                     มันเหมือนกับ ที่บ็อบเคยเจอ...

                     ปีเตอร์ สะอึก ปากเขาขยับไม่ได้เองกะทันหัน

 

ใช่ ฉันเป็นสิ่งมีชีวิต ชนิดเดียวกับที่สิงบ็อบออลโค่ ยอมรับ

 

“คุณเคยสิงบ็อบมาก่อน”ปีเตอร์ จิตหลุดร่างเพรียวอยากให้เรื่องที่เกิดขึ้นเป็นแค่ความฝันเหลือเกิน

 

“ไม่ ฉันไม่เคยสิงบ็อบ เด็กคนนั้นโดนเพื่อนฉันสิงอยู่”

 

                     เสียงตอบอย่างไม่รู้สึกรู้สา แต่คนฟังกลับร้อนรุ่ม

 

“แกเข้ามาในร่างฉันได้ยังไง!”ปีเตอร์ ยอมรับว่าตนโกรธ เขาโกรธทั้งปรสิตที่สิงเขาอยู่ และตัวเองที่ไม่รับรู้อะไรเลยทั้งที่ร่างกายของเขามันก็รู้สึกผิดปกติมาตั้งนานแล้ว

 

 ฉันคิดว่านายไม่จำเป็นต้องรู้ออลโค่ เมื่อเห็นว่าปีเตอร์ เริ่มดื้อมันจึงเลือกที่จะไม่ตอบอะไรทั้งนั้น มันหวังว่าปีเตอร์ จะไม่รั้นไปมากกว่านี้ ไม่งั้นกว่าเด็กคนนี้จะได้นอนคงถูกมันควบคุมร่างซะก่อน

 

“ทำไมล่ะ!นี่มันร่างฉัน”ปีเตอร์ เหลืออด แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ จะออกจากที่นี่ยังไงก็โดนมันควบคุมร่างเขาอย่างเมื่อกี้อยู่ดี

 

...ออลโค่ คอยสังเกตความรู้สึกของปีเตอร์

 

“แล้วฉันควรจะทำอะไร”ปีเตอร์ ถามเขารู้สึกง่วงอยากจะนอนเต็มทีแต่กลัวว่าตนหลับไปแล้วจะโดน ปรสิตในร่างเข้าควบคุม

 

หึ!ตรรกะนายตลกชะมัด ถึงจะตื่นอยู่ฉันก็ควบคุมร่างนายได้ ปีเตอร์

 

                     เขาไม่เคยรู้สึกว่าตนโง่ขนาดนี้มาก่อน

 

“แล้วทำไมคุณถึงไม่ควบคุมร่างผมต่อล่ะ”ปีเตอร์ถาม ปากบางหาวหวอด

 

                     ทำไมง่วงขนาดนี้นะ!ทั้งที่ร่างนายมีอะไรอยู่ในตัว ยังจะมีหน้า อยากจะหลับอีก ปีเตอร์บ่นตัวเองในใจ

 

ฉันรู้ว่านายง่วงแค่ไหน อย่าฝืนเลยออลโค่

 

                     เจ้าของร่างพอจะรู้ว่า ออลโค่ นั้นมีความสามารถอะไรบ้าง จากกรณีของบ็อบ

 

“คุณกำลัง ควบคุมให้ผมหลับอยู่รึไง”ปีเตอร์ ยังคงรั้นไม่เลิก

 

ฉันขอพูดตรงๆเลยนะ

 

“...”

 

ฉันใช้ร่างนายหนักมาก ฉันถึงจะปล่อยในนายพักผ่อนนี่ไง

 

“...”

 

ถ้านายไม่อยากนอน ฉันก็จะได้ควบคุมร่างนายต่อ ร่างนายจะแหลกแค่ไหนคงพอจะนึกออกนะ

 

                     ฟังแล้วถึงกับหลับไม่ลง จะมีคนบ้าที่ไหนหลับลงวะ ถ้าต้องพักผ่อนเพื่อให้สัตว์ประหลาดในร่างได้ควบคุมกายตัวเองต่อ

 

ไม่ได้นอนมาเกือบสองวัน นายน่าจะหลับลึกเลยล่ะ ไม่ว่าจะเจอเรื่องแย่มาขนาดไหน...

 

                     สุดท้ายปีเตอร์ ก็ฝืนความง่วงสะสมของตนไม่ไหว เขาฟุบหลับบนกิ่งไม้ใหญ่นั้น

 

                     แสงอาทิตย์สาดความอบอุ่นอาบบนใบหน้าเนียนของร่างที่นอนอยู่บนต้นไม้

                     เปลือกตาสีอ่อน ลืมตาเผยลูกตาทั้งลูกเป็นสีดำ อีกข้างส่องสว่างเป็นสีทอง เสื้อเข้ารูปบัดนี้กลับมาเป็นสีดำเข้มอีกครั้ง

                     อ่อลโค่คิดว่า โฮสต์ของมันพักมาพอแล้ว ถ้ามันอยู่นานกว่านี้พวกนั้นจะตามหาเจอเอา

                     ระหว่างปีเตอร์ หลับมันนึกทั้งคืนว่า ศูนย์วิจัยอยู่ที่ไหน พอเช้ามันก็เริ่มเคลื่อนกายไปตามทางที่มันนึกได้

                     ฝ่าต้นไม้สูงพวกนี้ไปได้สักพักมันก็เจอศูนย์วิจัยอย่างที่มันคิดไว้

                     มันกระโดดลงจากต้นไม้เดินไปทางประตูลูกกรงที่ล็อกไว้ ข้างหน้ามีเจ้าหน้าที่ยืนเฝ้าอยู่

 

“หยุด!

 

“เคร้ง!”มีหรอที่มันจะฟังพวกมนุษย์ปวกเปียกถือปืนไร้ประโยชน์อยู่ตรงหน้า มันจัดการยิงใยเหนียวยึดส่วนประตูลูกกรงเอาไว้ ออกแรงเพียงแค่ปลายนิ้ว มันก็กระชากประตูกากๆนี่ออกได้อย่าง่ายดาย พวกเจ้าหน้าที่หันรีหันขวาง บางพวกก็ยิงปืนใส่มัน

 

                     ออลโค่ ใช้ใยดำของมันยึดประตูลูกกรงที่หลุดออกมาฟาดใส่พวกเจ้าหน้าที่เรียงตัว

                     มันยืนมองผลงานของมันเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าศูนย์วิจัย

 

 

“ด็อกเตอร์!ใครก็ไม่ทราบบุกเข้ามาในศูนย์วิจัย”เจ้าหน้าที่คนนึงในตึกเข้ามาบอก แจ็คที่กำลังตรวจร่างกายให้บ็อบ

 

                     ร่างสูงผู้โชคร้ายนอนหลับไม่รู้เรื่องเนื่องจากยานอนหลับ

                     ชายวัยกลางคนเดินตาม เจ้าหน้าที่เข้าไปดูกล้องวงจรปิด ปรากฏร่างเพรียวในชุดดำ

                     แจ็คประหลาดใจเพราะดูท่าจะเป็นแค่เด็ก แต่ทำไมฝ่าเจ้าหน้าที่ข้างหน้าเข้ามาได้

                     ร่างนั้นเดินเข้ามาใกล้วงจรปิดอีกนิด แวบนึงแจ็ค จ้องลึกเข้าไปในดวงตาไร้ตาขาวทั้งคู่นั้น

                     พลันใยดำจากคนในกล้องวงจรปิดก็พุ่งเข้ามา

 

!!!!”หน้าจอแสดงผลกลายเป็นสีดำทั้งจอ

 

ออลโค่!’

                     ได้ยินดังนั้นแจ็ค ก็เข้าใจว่าเด็กคนนั้นไม่ใช่เด็กธรรมดา

 

“เขาคือซิมบิโอตตัวที่มานิค นำไปปล่อยหรอ”แจ็ค เดินออกมาจากห้อง

 

ใช่โฟบิค ตอบเขาสั้นๆ จากนั้นก็เงียบไป เหมือนมันกำลังคิดอะไรอยู่

 

                     มันอยากจะด่า ออลโค่ชะมัดที่โผล่หัวมาทำไมตอนนี้ ร่างบ็อบกำลังพักผ่อนอยู่นั้นก็คือมันจะเรียก มานิคมาคุยด้วยไม่ได้

                     ออลโค่มันเป็นซิมบิโอต ที่หากเป็นศัตรูก็ชิบหาย หากเป็นเพื่อนก็โดนหักหลัง เอาเป็นว่าอย่าไปรู้จักมันจะดีกว่า เพราะอย่างซิมบิโอตนั่นเอาแน่เอานอนไม่ได้

                     ด้วยสถานการณ์จำยอม หากต่อต้าน ออลโค่ไปมากกว่านี้จะเป็นศัตรูกันได้

                     โฟบิคจัดการแปลงกายออกมา มันพาร่างใหญ่โตสีเขียวเข้มออกไปหาออลโค่ ที่กำลังบุกเข้ามา

 

“มุดหัวอยู่ข้างในตั้งนาน เพิ่งจะรู้ว่าฉันมาหารึไง?”ร่างเพรียวละอ่อนตรงหน้าพูดอย่างยียวน ไม่ปิดความเป็นตัวเองแม้แต่นิด

 

“แล้วแกมาหาฉันมีเรื่องอะไร?โฮสต์ก็มีแล้วนี่”โฟบิค

 

“ฉันเจอเวน่อม”ออลโค่

 

“ไอซิมบิโอต ทรยศนั่นน่ะนะ”โฟบิค

 

“มันร่วมมือกับ X-Men เพื่อจะจัดการฉัน”

 

                     ร่างเขียวเข้มได้ฟังดังนั้น ก็รับรู้ได้ถึงความชิบหายที่กำลังจะตามมา อย่างออลโค่อย่าว่าแต่จะเป็นเพื่อนเลย แค่รู้จักกันมันก็พาปัญหามาให้เป็นโขยง

                     ถ้าพวก X-Menตามมาถึงนี่ คิดหรอว่าแผนของมันกับมานิคจะสำเร็จ

                     โฟบิค คิดหัวแทบระเบิดว่าจะจัดการกับปัญหาตรงหน้ายังไง

                     มันมองหน้า ละอ่อนซ้อนทับเป็นไอตัวเหลวออลโค่ที่มาขอความช่วยเหลือจากมันหน้าด้านๆ

                     ใจอยากจะไล่ออกไปจากตึก แต่ก็กลัวตัวเองกับเพื่อนจะพังพินาศ

                     มันคิดว่าการรับออลโค่ มาเป็นพวกตอนนี้เป็นการแก้ปัญหาที่ดีที่สุดแล้ว อย่างน้อยมันก็อยู่ข้างกายพอจะดูได้ว่ามันจะหักหลังตอนไหน

                     คิดยังไง ออลโค่ก็ไม่ที่พึ่งนอกจากมัน คงไม่ถูกหักหลังง่ายๆ

 

“โอเค งั้นแกก็หลบอยู่ที่นี่ก่อน”

 

“...”ออลโค่ไม่พูดอะไรนอกจากพยักหน้ารับรู้

 

                     ท่าทางถือดีของมันทำให้โฟบิค รังเกียจ และมันรู้ดี!

                     สายตาของออลโค่ สอดส่องไปทั่ว

 

“พวกแกทำอะไรอยู่ที่นี่ ฉันคิดว่าพอได้โฮสต์แล้วจะหนีออกไปซะอีก”ออลโค่ถาม

 

“แกไม่ต้องรู้หรอก”โฟบิคบอกปัดพลางเดินเข้ามาดันหลังให้มันเดินไปที่ห้องๆหนึ่ง

 

“ทำไมล่ะ”ออลโค่

 

“แกก็น่าจะรู้นิสัยแกดี ฉันให้แกซุกหัวหลบพวกนั้นอยู่นี่ก็ดีเท่าไหร่แล้ว”โฟบิคบอกพลางผลักกายมันเข้าไปในห้องอย่างแรง

 

“ฉันว่านิสัยฉันมันก็มีดีอย่างนะ...”ร่างเพรียวโดนผลักแทบกระเด็นแต่ก็ไม่แยแส เดินไปนั่งไขว้ห้างบนเตียง

 

“...”

 

“แกไม่กล้าปฏิเสธฉันไง”หลังจบคำพูดยียวน โฟบิคก็ปิดประตูใส่เสียงดัง เดินปึงปังออกไป

 

                     หลังสิงเข้าร่างปีเตอร์ ออลโค่ได้ความสามารถใหม่มาเพียบ และหลังจากนี้มันก็กำลังจะลองใช้หนึ่งในนั้น

                     กายเพรียวบนเตียง ดีดนิ้วของตนทีนึง หยดของเหลวสีดำก็กระเด็นออกมา มันเคลื่อนไหวอยู่บนพื้น วิ่งไปมารอบๆเท้าที่แตะพื้น

                     ออลโค่ เพ่งตาไปที่หยดดำเล็กๆนั่นจากนั้นมันก็ขยับตามที่เจ้าตัวสั่ง ออลโค่ใช้มันลอดเข้าไปในรูระบายอากาศเล็กๆ เคลื่อนไปเรื่อยจนไปโผล่อีกห้อง...

                     หยดดำไหลเข้าไปในตัวห้อง เจอพวกใส่เสื้อกาวน์เดินง่วนกับเอกสารอยู่ในห้อง

 

“นายคิดว่าเด็กที่ชื่อ บ็อบ ด็อกเตอร์แจ็คเขาไปหามาจากไหน ดูเด็กคนนั้นไม่ค่อยเต็มใจจะเป็นตัวทดลองเลย”เสียงแหลมเล็กจากนักวิจัยหญิงที่นั่งอ่านเอกสาร พร้อมกับทดลองอะไรสักอย่างอยู่

 

“ฉันก็คิดว่างั้น ถึงซิมบิโอตที่สิงด็อกเตอร์ จะดีอย่างที่เขาบอก แต่ฉันไม่เห็นว่าเด็กคนนั้นจะโอเคที่มีซิมบิโอตอยู่ในร่างอย่างด็อกเตอร์สักนิด”นักวิจัยหนุ่มอีกคนตอบขณะจดหยุกยิกใส่กระดาษ

 

“เป็นฉันก็ไม่อยากถูกสิง”สาวคนเดิมตอบ

 

“หึ!แล้วเธอจะมาร่วมการวิจัยนี้ทำไม เดี๋ยวอีกไม่กี่วันด็อกเตอร์ก็จะไปเก็บตัวอย่างมาเพิ่ม”

 

“นี่ฉันคงไม่ดวงดี ร่างกายถูกใจซิมบิโอตที่เก็บมาเพิ่มหรอก”เธอตอบหนุ่มที่คุยด้วย

 

                     ออลโค่ตัดสินใจฟังแค่นั้น มันควบคุมสมุนตัวกระจิ้ดริดของมันให้กลับมา

                     จากที่มันได้ฟังมาอีกไม่กี่วันจะไปเก็บตัวอย่างเพิ่ม

                     ตัวอย่างที่ว่าคงเป็นซิมบิโอตบนดาวเดียวกับมัน ออลโค่จำได้ว่าโฟบิคสิงด็อกเตอร์ที่พวกนั้นพูด ส่วนมานิคก็สิงบ็อบ

                     ฟังยังไงก็รู้ว่าพวกนี้มันกะจะอาศัยจังหวะนี้ไปพาพวกมาเพิ่ม

                     ออลโค่คิดแล้วก็พอจะเห็นสภาพของโลกที่ดับสูญเพราะพวกนั้น

                     ทำไมมันถึงรู้สึกเสียดายปนเศร้าแปลกๆ

                     มันนึกถึงเพื่อนร่างอ้วนของ ปีเตอร์ตอนที่เขาไปเรียน เด็กนั่นดูแววตาก็รู้ว่าเป็นเพื่อนที่เข้าใจปีเตอร์พร้อมจะอยู่เคียงข้างเสมอ ต่างจากมันโดยสิ้นเชิง แค่คิดว่าความสัมพันธ์ดีๆแบบนั้นหายไปมันก็รับไม่ได้

                     ถึงมันจะไม่เคยมีเลยก็เถอะ!แต่แค่เห็นก็รู้แล้วว่าจะรู้สึกดีขนาดไหน..

                     ใจนึงก็ไม่อยากให้พวกนั้นมาทำลายโลก ส่วนอีกใจถ้ามันช่วยโลกไว้ แล้วหลังจากนี้มันจะไปซุกร่างเหลวๆของมันที่ไหน ยังไงพวกเวน่อม ก็ต้องการให้มันแยกออกจากร่างนี้อยู่แล้ว

                     ตอนที่มันอยู่บนดาว คลินทาร์ ก่อนจะมาที่โลกมันได้ฟังข่าวลือเรื่องเวน่อม พวกนั้นด่าทอเวน่อมกันหนาหู ต่างจากมันที่คิดต่าง

                     มันอยากจะมีโฮสต์ที่ยอมรับมันแบบนั้นบ้าง...

                     ที่อยู่นี้มันก็ไม่ได้มีความสุขอะไรนัก นอกจากเลือดอร่อยๆของเดดพูลแล้วก็เกลียดตัวเอง ที่ทำให้สองคนนี้ต้องแยกกัน ตอนแรกก็รู้สึกดีอยู่หรอกแต่ตอนนี้เริ่มสงสารปีเตอร์ กับเดดพูล

                     หึ!แกมันน่าสมเพชชะมัด! ออลโค่ด่าตัวเอง

                     จะเลวก็เลวไม่สุด จะดีก็ครึ่งๆกลางๆ เพราะเป็นแบบนี้รึเปล่าถึงไม่มีใครยอมรับมันสักคน

 

                     มานิคกลับมาสิงบ็อบอีกครั้ง มันรับฟังเรื่องที่เกิดขึ้นจากโฟบิค เครียดจนอยากจะเอามือกุมขมับ

 

“เอาน่า อีกแค่สองวันเท่านั้น มันไม่ทันได้ทำอะไรหรอก อีกอย่างตอนนี้ใครจะช่วยมันได้นอกจากเรา”โฟบิค ปลอบ

 

“ปัง!”เสียงดังมาจากข้างนอก

 

                     มานิคและโฟบิคเข้าใจตรงกันว่าใครมันจะกล้าทำเสียงโครมครามไปได้นอกจาก ออลโค่

 

“เดี๋ยวฉันไปดูเอง”มานิคลุกจากเตียง ก่อนจะเดินไปที่กำเนิดเสียง

 

“แอด”มานิคเปิดประตู แหงนหน้าเข้าไปดูสภาพของ ออลโค่

 

“ไฮย์ ต้องขอบคุณแกเลยนะเนี่ยที่หาโฮสต์ดีๆให้ฉัน แถมยังใจดีให้ที่หลบภัยฉันอีก”ยิ้มของออลโค่ เป็นอะไรที่ไม่น่ามองที่สุดสำหรับ มานิค

 

“อืม แกอย่าเล่นตุกติกกับพวกฉันแล้วกัน”มานิค เข้ามาในห้องพร้อมว่าเสียงแข็ง

 

“ฉันจะไปหักหลังแกได้ยังไง ไม่มีอะไรดีกว่าพวกแกอีกแล้ว”ออลโค่

 

“เลิกทำหน้าเสแสร้งแบบนั้นสักทีเถอะ ถ้าแกไม่จนตรอกจริงๆ คงไม่โผล่หัวมา”มานิคเดินเข้าไปผลักไหล่ ออลโค่อย่างหงุดหงิด

 

“เข้าใจก็ดี...”ออลโค่ตอบยียวน จนร่างตรงหน้ากำหมัดแน่น

 

“...”

 

“ฉันเบื่อจะนั่งอยู่ในนี่แล้ว ขอออกไปสูดอากาศข้างนอกหน่อยแล้วกัน”ออลโค่ว่าพลางลุกขึ้นแต่ก็โดนมานิค ดันอกจนเกือบจะล้มอีกครั้ง

 

“แกจะเข้าๆออกๆตามใจแบบนี้ไม่ได้”มานิค

 

“แกคิดว่าฉันขอดีๆ แทนที่จะพังประตูง่อยๆนี้ออกไปเอง เพื่อที่จะให้แกปฏิเสธหรอ...”ออลโค่ จ้องลึกเข้าไปในตาแหลมรีของมานิค

 

                     เวลานี้คือเขากำลังวัดใจอยู่ว่ามานิคนั้นเกรงเขาแค่ไหน ถ้ามันไม่กลัวเขาก็คงสู้แรงพวกมันสองตัวไม่ไหว

 

“...”

 

“ฉันไม่หักหลังพวกแกหรอกน่า...เวน่อมกับพวกนั้นมันตามฉันอยู่ ฉันจะโง่ทำไม”ออลโค่ ย้ำ

 

                     ร่างใหญ่สีเทาเคลื่อนกายออกจากประตู หลีกทางให้มัน

 

“ฉันหวังว่าคราวนี้จะไม่เป็นแบบที่ผ่านมา”มานิค

 

 

                     พวกนั้นค่อนข้างมั่นใจว่าไม่มีใครที่ไหนจะญาติดีกับมัน ซึ่งนั้นก็ถูกออลโค่ ยอมรับมันยังหวั่นใจอยู่เลยว่าออกมาข้างนอกเพื่อขอร้องให้เวน่อม ช่วยมันจะได้ผลไหม

                     เอาวะ!อย่างน้อยก็ช่วยให้ โลกที่มีดีนี้ไม่ดับสลายไปก็ยังดี มันเตรียมรับเรื่องที่ตนต้องโดนแยกออกจากร่างนี้ไว้แล้ว แต่หลังจากนั้นมันไม่ได้นึกต่อว่าจะเป็นยังไง

 

                     เพราะนึกยังไง ทางที่ดีที่สุดก็คือตายอยู่บนโลกนี้ หรือกลับดาว...

 

 

                     ออลโค่ พาร่างมาที่ตึกตึกหนึ่ง ชั้นล่างเป็นร้านขายของชำ มันเคยสะกดรอยตามโฮสต์ของเวน่อม ซึ่งเขามักจะมาที่นี่บ่อยๆ มันมองลงไปด้านใต้ตึก

                     ไม่รู้ว่าโชคช่วยหรือบังเอิญ โฮสต์ของเวน่อมเดินมาพอดี

                     มันไม่รอช้า ยิงใยติดกับตัวเอ็ดดี้ แล้วกระชากขึ้นมาบนดาดฟ้าทันที

 

“อั่ก!”มันลากขึ้นมาได้ก็ทุ่มลงพื้น ไม่มีความนุ่มนวลสักนิด

 

                     เวน่อม เห็นว่าเป็นใคร มันจัดการแปลงกายออกมาทันที มันหงุดหงิดชะมัดที่มาเจอเอาตอนนี้ เพราะเอ็ดดี้ กำลังบ่นมันอยู่ว่าตนไม่ได้เป็นคนถ่ายรูปเหตุการณ์เปิดเผยแมงมุมดำ วันนั้นเลยอดได้เงินมานอนกอด

 

“ควั่บ!”เวน่อมไม่พูดไม่จา กำหมัดพุ่งใส่หน้าละอ่อนตรงหน้าแทบจะทันที

 

                     ออลโค่หลบได้หวุดหวิดก่อนจะยกปลายเท้าหวังจากเตะอัดท้องน้อย

                     แต่เรียวขากลับโดน เวน่อมจับไว้แทน

                     เมื่ออ้อยเข้าปากช้าง เวน่อมไม่คิดจะปล่อยโอกาสเอาคืนนี้ให้หลุดไปได้ง่ายๆ

 

“ใยพิษของแกมันแสบผิวฉันชะมัดเลยว่ะ”ว่าจบก็เหวี่ยงร่างเพรียว จนออลโค่แทบจะอาเจียนจากนั้นมันก็โดนทุ่มลงพื้นแล้วยกขึ้นทุ่มลงอีกครั้งซ้ำๆแบบนั้นอยู่หลายที

 

                     ออลโค่ ปล่อยให้เวน่อมทำจนพอใจ เพราะยังไงมันก็ฟื้นฟูร่างปีเตอร์ ให้กลับมาน่ารักได้เหมือนเดิม

                     เวน่อม เห็นร่างเพรียวของปีเตอร์ แล้วสงสารเจ้าของร่าง ใบหน้าน่ารักเป็นแผลถลอกปอกเปิก มันได้แต่ขอร้องให้ ออลโค่ตอบโต้อะไรบ้างเพราะถ้ามันหยุด ออลโค่จะรู้ว่ามันใจอ่อนให้

                     ทุ่มอยู่นานเริ่มทนใจร้ายไม่ไหว มันตัดสินใจปาร่างเพรียวลงตรงพื้น

 

“ปั่ก!

 

“เป็นห่าอะไร!ง่อยแดกไปแล้วรึไง!”เวน่อมด่ากราด

 

“ทำไม?แกสงสาร เด็กคนนี้หรอ?ก็รู้อยู่ว่าฉันฟื้นฟูเขาได้”มันไม่ว่าเปล่ายังจะมาฟื้นฟูร่างกายให้เห็นจะๆ

 

“...”

 

“เขาน่ารัก ฉันเข้าใจ”ออลโค่ ตอบพลางหยักยิ้ม

 

                     เวน่อม ล่ะอยากจะแยกร่างมันออกแล้วเอามาบี้ๆหยำๆให้แหลกคามือ โทษฐานอวดโฮสต์ตัวเอง

                     เอ็ดดี้ของมันก็น่ารักเหอะ! ซื้อช็อคโกแลตให้มันกินทุกวัน ถึงวันนี้จะอดก็เถอะ

 

“แกโผล่หัวมาทำไม?อย่าบอกนะว่ายอมแพ้พวกฉันแล้ว”เวน่อม

 

“จะเรียกแบบนั้นก็ได้...”ออลโค่ตอบพลางลุกขึ้นยืนเมื่อฟื้นฟูร่างปีเตอร์ เสร็จ

 

“แกว่าไงนะ!”ตอนถาม เวน่อมก็ไม่ได้หวังจะให้ออลโค่ ตอบแบบนั้นแต่พอได้ยินก็คิดว่าตนหูเพี้ยน

 

“ฉันมีเรื่องจะให้แกช่วย”ออลโค่

 

“แกนี่ไหลไปได้เรื่อยเลยนะ”เวน่อม พูดถึงนิสัยของออลโค่ วันก่อนแทบจะฆ่ากันวันนี้มาขอร้องให้ช่วย

 

“แต่รอบนี้แกมั่นใจได้ว่าฉันอยู่ฝั่งแก”ออลโค่

 

“หึ!ถึงฉันจะโดนแกหักหลัง ก็ไม่โดนโค่นง่ายๆหรอก”เวน่อม

.

.

“ทำไมแกถึงไม่อยากให้พวกนั้นมาล่ะ”เวน่อมถามลองเชิงว่า ออลโค่คิดยังไง

 

“แกไม่จำเป็นต้องรู้ แค่ตอบฉันมาว่าจะช่วยรึเปล่า”ออลโค่

 

                     เวน่อมรู้มาตั้งนานแล้วว่าออลโค่ นั้นจริงๆไม่ได้แย่แค่ชอบทำตามใจตัวเองเฉยๆ ไร้ความซื่อสัตย์หน่อยๆ

 

“ฉันน่ะช่วยอยู่แล้ว ฉันไม่อยากให้พวกนั้นมาทำลายโลกนี้”เวน่อมตอบ

 

“ดี ฉันไม่แน่ใจว่าพวกนั้นจะปล่อยยานวันไหน แต่ก็เร็วๆนี้แหละ”ออลโค่

 

“แกไม่คิดจะบอกฉันจริงๆหรอ ว่าทำไมแกถึงไม่อยากให้พวกนั้นมา”เวน่อมเซ้าซี้ มันอยากให้ออลโค่ยอมรับบ้าง

 

“เพราะพวกมันจะมาแย่งอาหารฉันไง”ออลโค่ตอบแบบขอไปที

 

“จริงหรอ?แต่แกเพิ่งตกลงกับฉันนะว่า หลังจากจบเรื่องนี้จะยอมออกจากร่างนี้ แกจะมีปัญญาไปหาร่างอื่นรึไง?

 

“...”ออลโค่ อยากจะเอาตีนถีบปากไอซิมบิโอตชอบสอดรู้นี่จริงๆ

 

“เอาน่าทำความดีมันไม่ใช่เรื่องน่าอายหรอก”เวน่อมกล่าว

 

                     มันคิดถูกจริงๆที่ไม่โยนออลโค่ เข้ากองไฟวันนั้น...

.

.

                     เวด มองมือถือของตน

                     เขานั่งอ่านข้อความอยู่บนโซฟาเก่า เมื่อวาน โคลอสซัสหาปีเตอร์ไม่เจอ ส่วนวันนี้ เอ็ดดี้ส่งข้อความมาบอกว่าหาเจอแล้ว

                     ดูจากคำพูดคำจา และพิมพ์ผิดแทบจะทุกคำน่าจะเป็น เวน่อมที่ส่งมา

                     มันเหงารึไง?ขนาดส่งข้อความหาเขายังต้องเป็นคนพิมพ์เอง

                     เวดนึกถึงตอนที่ มันแปลงกายเข้าออกเพื่อจะได้พิมพ์ข้อความให้เขา ฟังดูแล้วไม่น่าจะสะดวกเท่าให้ เอ็ดดี้พิมพ์

 

แกล้อเล่นรึไง?’ เวดพิมตอบกลับไป

 

ชั้นมั่ยดั้ยล่อเล้นเวน่อม

 

                     เวด อ่านภาษาสก๊อยของเวน่อม แล้วเพลีย

 

แกให้เอ็ดดี้ มาพิมพ์แทนเถอะ!’เวด

 

ฉันบอกแลวงายว่าเอดดี มั่ยหยั่กค*ยกับแก!’เวน่อม

 

                     เอาเข้าไปพิมผิดไม่พอ ไอนั้นยังโผล่มาในบทสนทนาอีก

                     ค*ย เบื้องหลังดอกจันใครไม่ทราบก็ถือว่าคุณอายุยังไม่ถึงห้าขวบ กรุณาเลิกอ่านฟิคเรื่องนี้ซะ!

                     เวดกลุ่มขมับสุดท้ายก็กดคุยเสียงกับ เวน่อมแทน

 

“มีอะไร?”เวน่อม

 

“ก็ที่แกทักฉันมาไงล่ะโว้ย!สรุปแกเหงาใช่ไหม?”เวด

 

“ฉันพูดเรื่องจริงว่าฉันเจอ มันแล้ว แถมเจอบ็อบด้วย”เวน่อม

 

“ที่ไหน?”เวด

 

“ศูนย์วิจัย ที่เดียวกับที่ ซิมบิโอตหลุดออกมาสิงบ็อบนั่นแหละ”เวน่อม

.

.

                     หลังจากรู้เรื่องว่า ออลโค่และบ็อบอยู่ที่ไหน เวดก็เรียกโดพินเดอร์ให้มารับเขา

เวดเข้าไปในรถแท็กซี่คันคุ้นเคยพร้อมกับปืนคลื่นความถี่สูงที่ได้มาใหม่จาก สตาร์ค

                     รอบนี้ดีกว่าที่ X-Men หาให้ซะอีกเพราะมันทั้งเล็กเบาพกง่าย ไม่หนักอันเท่าบ้านแบบที่ระเบิดไปพร้อมกับรถของเอ็ดดี้

                     ถึงมันจะเล็กและแต่ก็มีกระสุนในกระบอกแค่หนึ่งนัด เขาจึงได้กระสุนสำหรับเติมมาอีกหกอัน

                     เวดเอากระสุนคล้ายแคปซูลเรืองแสงสว่างใส่เข้าไปในกระเป๋าพร้อมหยิบได้ง่ายๆ

 

“เดี๋ยวไปรับ เอ็ดดี้ที่ ซอยA”เวดบอกโดพินเดอร์

 

                     ไม่นาน เอ็ดดี้ก็เข้ามานั่งข้างๆ

 

“ผมขอให้คุณช่วยอะไรอย่างนึงได้ไหม”เอ็ดดี้

 

“ว่ามาสิ”เวด

 

“ช่วยเอากล้องตัวนี้ถ่ายภาพพวกนั้นมาให้หน่อยนะ ที่ผมมาช่วยคุณก็เพื่อปากท้องตัวเองเหมือนกัน เวน่อมเขาถ่ายรูปไม่ได้น่ะ ให้ถ่ายทีกล้องพังตลอด”เอ็ดดี้

 

“ก็ปุ่มกล้องแกมันเล็กเท่ามดฉันจะไปเห็นได้ไง!”เวน่อมโผล่หน้าออกมาจากอกเอ็ดดี้

 

“ว้าก!เดดพูล นั้นตัวอะไรงอกออกมาจากอกเขาน่ะ”โดพินเดอร์ตะโกนโหวกเหวกไม่พอ เหยียบเบรกจนหน้าทิ่มกันทั้งคัน

 

                     เวด เอามือต่อยหน้าเวน่อม จนมันยอมผลุ่บเข้าไปในอกเอ็ดดี้ ตามเดิม

                     ฝากไว้ก่อนเถอะ เวน่อมคิด

                     ส่วนเวดก็สะใจแปลกๆ

 

“นายพี้ยาเกินขนาดรึไง?ไม่มีอะไรงอกออกมาจากอกเขาทั้งนั้นแหละ!”เวด พูดแหลไม่พอถกเสื้อเอ็ดดี้ ขึ้นให้โดพินเดอร์ดู

 

“...นักข่าวก็หุ่นดีใช่เล่นนะ”โดพินเดอร์ หลังจากเข้าใจว่าตนนั้นตาฝาดก็เอ่ยแซว เอ็ดดี้

 

                     เอ็ดดี้ปัดมือเวด ออกจากนั้นก็จัดเสื้อตัวเองให้เข้าที่เหมือนเดิม

 

“สรุปคุณจะช่วยถ่ายภาพให้ผมไหม?

 

“ได้สิ”เวดว่า แต่ก็คิดไม่ออกว่าตนจะมีจังหวะไหนได้ถ่ายภาพให้เอ็ดดี้ บ้าง

 

                     รถของโดพินเดอร์ จอดที่หน้าศูนย์วิจัย โคลอสซัสให้ข้อมูลมาว่าพวกนั้นจะปล่อยยานขึ้นไปสำรวจวันนี้

                     เวด ออกมาจากรถ พร้อมกับปืนคลื่นความถี่สูงและกล้องที่คล้องคออยู่ มีเวน่อมเดินออกมาขนาบข้าง

 

“เรามาถ่ายเซลฟี่กันก่อนดีกว่า เพื่อเป็นหลักฐานว่าเราเป็นฮีโร่ ไม่ใช่ตัวร้ายอย่างคราวที่แล้ว”ลงมาได้ไม่เท่าไหร่ ร่างในชุดแดงรัดแก้มก้นกอดไหล่กว้างกว่าให้เข้ามาใกล้

 

                     เวน่อม ก็บ้าจี้ส่งยิ้มที่มันคิดว่าหล่อที่สุด ให้กล้อง

 

“แชะ!”เสียงกล้องดัง

 

“ไหนฉันขอดูรูปหน่อย”ดู เวน่อมจะค่อนข้างตื่นเต้นที่สุด

 

                     เวดกำลังจะเปิดรูปให้เวน่อมดู

 

“เฮ้!ที่นี่ไม่ใช่ สถานที่ท่องเที่ยวนะ อยากถ่ายรูปก็ไปที่อื่น!”เจ้าหน้าที่ หน้าศูนย์วิจัยถือปืนเข้ามาใกล้

 

                     เวดจับปลายกระบอกปืนอย่างไม่เกรงกลัวว่ามันจะลั่น แย่งมันออกมาจากเจ้าหน้าที่คนหนึ่ง

                     เขาหันปืนเข้าหาเจ้าหน้าที่ทั้งสอง ส่วนเวน่อม ก็เดินไปถีบประตูลูกกรงที่เพิ่งซ่อมเสร็จได้ไม่ถึงสองวัน

 

“โคร้ม!

.

.

“ด็อกเตอร์ ใครก็ไม่รู้บุกเข้ามาอีกแล้ว”

 

                     โฟบิคแทบอยากจะกุมขมับ อีกไม่ถึงครึ่งชั่วโมงก็จะปล่อยยานแล้ว

                     มันตัดสินใจแปลงกายออกมาเดี๋ยวนั้น โดยที่ไม่บอกแจ็ค ก่อน

                     คนในห้องควบคุมยานกรี้ดร้อง บางคนก็ลุกขึ้นจะวิ่งออกไป

                     มานิคเห็นสถานการณ์ดังนั้น เข้ามาในห้องกันไม่ให้พวกคนในห้องออกไป

 

“ใครหนี พวกแกตาย!กลับมาควบคุมยานเดี๋ยวนี้!

 

 

                     ออลโค่ นั่งอยู่บนเตียงควบคุม หยดดำกลับมาเมื่อออกไปสำรวจเรียบร้อย

เวน่อม กับเดดพูลมาแล้ว...

                     มันยกขาเรียวของปีเตอร์ ถีบประตูห้องอย่างไม่ใยดี

 

“โคร้ม!

 

                     มันเดินผ่านห้องควบคุมยาน เห็นมานิค เดินออกมาจากห้อง

 

“ปัง!”มานิคยกแขนยาวมากันมันไว้

 

                     ออลโค่ เหลือบตามองเขาไปภายในห้อง เห็นคนในห้องนั่งกันตัวเกร็งบางคนก็นอนสลบอยู่บนพื้น พร้อมกับโฟบิคที่ตอนนี้แปลงกายออกมาจากร่างแจ็คเรียบร้อยกำลังมองออกไปนอกกระจกใสข้างนอกมียานที่พร้อมจะปล่อยในไม่ช้า

 

“แกจะไปไหน กลับเข้าไปในห้อง!”มานิค

 

“เฮ้!มีเรื่องอะไรรึไง?ดูท่าพวกแกจะเดือดร้อนอยู่นะ ไม่คิดจะให้ฉันช่วยหน่อยหรอ?”ออลโค่ ยิ้มเสแสร้ง แต่ถึงยิ้มยังไงถ้าออกมาจากใบหน้านี้ก็ดูดีเสมอแหละ

 

                     มานิคกลุ้มใจ มันกลัวว่าออลโค่ จะหักหลังแต่ถ้าตอนนี้ไม่มีคนช่วยภารกิจต้องไม่สำเร็จแน่ๆ

 

“งั้นแกก็ลงไปถ่วงเวลาพวกนั้นซะ!”มานิค

 

“...”

 

“และอย่าคิดตุกติก ในห้องนั้น โฟบิคกำลังมองแกจากกล้องวงจรปิดอยู่”คำขู่ของ มานิคหารู้ไม่ว่าเป็นเตือนให้ระวังพวกมันจะรู้ว่า ออลโค่จะหักหลังชัดๆ

.

.

                     เวด กับเวน่อม จัดการอัดพวกเจ้าหน้าที่ของศูนย์วิจัยจนลงไปนอนกองบนพื้นกันหมด

                     ทั้งคู่มองขึ้นไปเห็น สะพานสูงด้านบนใช้สำหรับให้คนเข้าไปในยาน ตอนนี้ร่างสีเทาของ มานิคกำลังวิ่งไปที่ยานอย่างไว

                     เวน่อม กระโดดสูงขึ้นไปเกาะที่เสาค้ำสะพาน

 

“แกไปหา ออลโค่!”เวน่อม ตะโกนมาจากสะพานขณะที่ไล่ตาม มานิคอยู่

 

“แกจะให้ฉันไปตัวต่อตัวกับมันเนี่ยนะ!?”เวด ถามเสียงลั่น

 

                     เวน่อม ผู้ซึ่งเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ายังไงไม่ได้บอกเวด เรื่องที่ออลโค่เปลี่ยนฝั่งมาร่วมทีมกับพวกตน ถึงกับหยุดชะงักไปนิดนึง

                     มันจะหันไปตะโกนบอกตอนนี้ก็ดูท่าจะไม่ทัน ไอหน้าหนอนในชุดแดงนั่นยกปืนคลื่นความถี่สูงที่เพิ่งได้มาใหม่ ยิงใส่ออลโค่ ไปนัดนึงแล้ว

                     เอาไงล่ะที่นี่ เวน่อมคิดหนัก...

                     เวลานี้ออลโค่คงคิดว่า มันไม่ยอมตกลงข้อเสนอในวันนั้นด้วยแน่ๆ

                     ร่างดำทะมึนคิดว่าปล่อยให้มันเป็นไปตามเวรตามกรรมก็แล้วกัน เวน่อมเคลื่อนกายไล่ตาม มานิคอีกครั้ง

.

.

“เฮ้!แกยิงไอนั่นใส่ฉันทำไม?”ออลโค่ เหวอแดกอย่าไม่ปิดอาการ

 

                     ดีนะที่มันหลบทัน

 

“ถามแปลกๆ ก็จะแยกแกออกจากร่างปีเตอร์ ไง”เวดตอบ

 

                     ตอนนี้เขาเสียกระสุนไปหนึ่งนัด เท่ากับว่าตอนนี้เหลือแค่ห้านัดยังต้องเก็บไว้ยิงซิมบิโอต อีกสองตัวที่เหลือ

 

“ฉันคิดว่ามันไม่ค่อยจะเหมาะเท่าไหร่นะถ้าจะมาแยก ฉันออกตอนนี้”ออลโค่ รู้สึกหวาดระแวงว่า เวดจะยิงมันขึ้นมาอีก

 

“ทำไม?”เวด นอกจากจะถามแล้วยังทำถ้าจะยิงต่ออีก

 

                     ฟังฉันก่อนได้ไหม! ออลโค่คิด

                     ตัวมันก็ไม่ได้ ว่องไวจนถึงขึ้นจะหลบคลื่นที่เดดพูล ยิงมาได้ทุกนัด

                     ไม่มีโอกาสสำหรับแก้ตัวอะไรเลย ถ้าหากมันโดนยิง...

                     ออลโค่ แทบจะใจหายมันยังไม่ทันได้พูดอะไรสักคำ กระสุนสว่างนั่นก็ถูกปล่อยออกมาจากกระบอกปืนอีกครั้ง

 

“ฟืบ!”มันหลบได้หวุดหวิด

 

“แกฟังฉันก่อนไม่ได้รึไง?!”ออลโค่ สติหลุดตอนนี้มันระแวงหน้าระแวงหลังจนแทบจะพูดไม่ได้ศัพท์

 

“ดูเหมือนว่าแกจะกลัวอยู่นะ”เวด

 

                     ก็ใช่น่ะสิไอเวรเอ้ย! ออลโค่

                     ขณะด่าเวด ในใจซิมบิโอตสมองแหลมอย่างมันก็นึกอะไรขึ้นมาได้

                     ไอเดียนี้ไม่ค่อยน่าทำเท่าไหร่ เพราะมันน่าอดสูสิ้นดี

                     แต่จังหวะนี้ถ้าไม่อยากโดนแยกออกจากร่างปีเตอร์ มันก็ต้องทำ

                     ออลโค่ ใส่เกียร์หมาวิ่งหนีเวด เข้าไปในตัวตึกอย่างไว!

                     เดดพูล วิ่งตามออลโค่เข้าไปในตัวตึก ใจก็คิดสงสัยว่ามันกลัวขนาดนั้นเลยหรอ

                     ในเมื่อพูดดีๆด้วยไม่ได้ ซิมบิโอตแสนฉลาดอย่างมันคงไม่คิดจะยืนโง่ๆเป็นเป้านิ่งให้ เดดพูลยิง การที่มันวิ่งหนีแบบนี้ นอกจากหลบกระสุนนั่นแล้ว ยังนำทางให้เวดไปหาโฟบิคอีกด้วย

                     ออลโค่ทั้งวิ่งซิกแซก สลับกับไต่กำแพงและเพดาน เหมือนแมลงสาบที่บ้านเช่าจน เวดเวียนหัว ถ้ากระสุนมีไม่จำกัดเขาคงยิงอย่างไม่คิดไปแล้ว

                     ตอนนี้ก็ได้แต่ไล่ตามมันไปก่อน

                     ออลโค่ ระวังทั้งหน้าทั้งหลัง มันพาร่างมาถึงห้องที่โฟบิคอยู่

                     ไม่รอช้า มันยกเท้าขึ้นถีบประตูหนาแน่นบานนั้น จนหลุดกระเด็นเข้าไปในห้องอย่างง่ายดาย

                     คนในห้องควบคุมงานต่างสะดุ้งตกใจ จากเดิมที่ก็หวาดกลัว โฟบิคอยู่แล้ว

                     โฟบิคหันหน้าไปมองต้นเสียง มันกัดฟันแหลมคมดังกรอด

                     ตอนแรกมันเห็นจากกล้องวงจรปิด เวดกำลังไล่ตามยิงคลื่นความถี่สูงใส่ออลโค่ แต่ไม่คิดว่าออลโค่จะหนีจนพา เวดมาที่ห้องนี้ได้

                     ไม่รู้ว่าเป็นออลโค่ ที่ตอแหลหรือมันแหลกันทั้งคู่

 

“แกหักหลังฉัน!”เสียงแหบเข้ม ตะคอกดังจนคนในห้องนั่งตัวสั่น

 

                     เวด ได้ยินที่ซิมบิโอต ตัวสีเขียวเข้มพูดเขาก็เอะใจขึ้นมา

                     เพียงเสี้ยงวิ โฟบิคโผตัวเข้าหาเวด แต่ร่างสูงเป็นถึง เดดพูลไม่กากกอยให้มันมาจับกดง่ายๆ เขาตีลังกาหลบทันหวุดหวิด

                     ออลโค่ ช่วยกันโฟบิค ออกจากเวดอีกแรง

                     ร่างเพรียวดำ ยกเรียวขาฟาดเข้าที่ส่วนท้องของโฟบิค จนร่างกระเด็นถอยหลังไปติดกับแผงควบคุม

 

“กรี้ดดดด!”เสียงกรีด ร้องทั้งชายทั้งหญิงดังอลม่าน จนเวด แสบหู

 

“ออกไป!ออกไปให้หมด”เวด เอ่ยแกมไล่

 

                     พวกนี้มันวิ่งออกกันดีๆไม่ได้รึไง?บางคนก็เดินมาชน เวดจนเกือบล้มแล้วโดนเหยียบซ้ำ

                     ออลโค่ที่ตอนนี้ ยื้อหยุดกระชากอยู่กับ โฟบิค

 

“ยิงมันสิวะ!”ออลโค่ ตะโกนบอก เวดทั้งที่ไม่ได้มองเลยว่าคนในชุดแดงจมหายเข้าไปในกลุ่มคนแล้ว

 

                     โฟบิคถึงจะแรงไม่เท่ามัน แต่เจ้านี่นั้นน่ารำคาญพอตัว

                     เพราะร่างของมันสามารถกลืนกินเหยื่อโดยที่ไม่ต้องอ้าปากได้เลยน่ะสิ

                     และตอนนี้มันกำลังทำกับร่างของปีเตอร์

                     ขณะนี้ร่างเพรียวโดนกดติดกับแผงควบคุมแข็ง ผิวหนืดเขียวของโฟบิค นั้นเพิ่มจำนวนขึ้นพร้อมกับไหลเลื้อยไปตามลำแขน ตอนนี้แขนอีกข้างของปีเตอร์นั้นจมเข้าไปในตัวของมันแล้ว

                     ยิ่งดิ้นยิ่งถีบก็เหมือนกับจมโคลน มีแต่ต้องอยู่เฉยๆเพื่อยื้อเวลาไว้ให้นานที่สุด

 

“หึ!”เสียงขำในลำคอคล้ายกับเย้ยหยันของ โฟบิคดังขึ้นข้างหู

เวลานี้ ต้องพึ่งเดดพูล เท่านั้น

 

 

“ฟุ่บ!”ใบหน้าของชายวัยกลางคน นั้นหมดสติอยู่ตรงหน้า ออลโค่แทน สายตามันเหลือบไปเห็นไอก้อนสีเขียวที่หลุดออกไปกำลังคลืบคลานกลับเข้าร่างชายแก่อีกครั้ง

 

                     ออลโค่ ใช้ปลายเท้าเตะอัดมันจนกระเด็นไปเกาะตัว เวดแทน

 

F*ck!จะเตะมาก็บอกก่อนสิวะ”เวดด่าทอ แต่มือก็ดึงร่างเหลวสีเขียวออกอย่างแรงจากนั้นก็ยัดร่างมันใส่แคปซูลปิดผนึกทันที

 

                     ออลโค่ มองเวดอึ้งๆ ไอนี่มันจะดึงก็ดึงออกง่ายๆเลยเราะ? ถึงมันจะดีใจก็เถอะที่เผลอเตะ โฟบิค ไปเกาะเวดแล้วไม่โดนสิงแต่มันก็แปลกใจหน่อยๆ

 

“แกอย่าคิดนะว่าช่วยฉันจับ ซิมบิโอตตัวอื่นแล้วจะได้สิงร่างพีท ถาวรน่ะ”เวดกล่าว

 

                     ประโยคนั้นถือเป็นอันรู้กันไม่ต้องอธิบายอะไรเพิ่มอีก

 

“แลกกับส่งฉันกลับ คลินทาร์”


*************************

                ตอนหน้าลุ้นกันต่อค่ะว่า ปีเตอร์และโลกจะรอดหรือไม่!!!5555+



ใครน่าสงสารกว่ากันระหว่างเอ็ดดี้ กับ ปีเตอร์?

อย่าลืม! เม้น กดหัวใจให้ด้วยนะคะ 



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

26 ความคิดเห็น

  1. #12 Mr. MoOWwy D. (@deedingdong) (จากตอนที่ 8)
    วันที่ 23 กรกฎาคม 2562 / 22:29
    ให้ออลโค่อยู่ด้วยไม่ได้หรอออออออ ออลโค่จางงงง
    #12
    0