ฉันเป็นแมลงมีปีกที่เต็มใจบินไปติดกับใยแมงมุม #Spideypool.(จบแล้ว)

ตอนที่ 6 : Venom.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 145
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    15 ก.ค. 62



                     


                     น่าแปลก เมื่อคืน ไม่มีพวกอาชญากรคนไหนตายด้วยน้ำมือแมงมุมดำ ซึ่งเป็นคืนเดียวกับที่พีท ค้างกับเขา

                     เวด แปลกใจตั้งแต่ พีทมาหาเขาแทบทุกวัน ทุกครั้งที่มาเด็กหนุ่มจะต้องหาเรื่อง ดื่มเลือดของเขาเสมอ

                     ครั้งหนึ่ง พีทเคยไปช่วยเขาจัดการกับแมงมุมดำ แต่วันนั้นมันกลับไม่โผล่หัวมาให้เห็นแม้แต่เงา

                     เซ้นส์ ของเขามันบอกว่า แมงมุมดำกับปีเตอร์เป็นคนเดียวกัน

                     ร่างสูงนั่งกุมขมับอยู่บนโซฟา เยื้องออกไป หญิงแก่ที่อยู่ร่วมบ้านกับเขากำลังนั่งปล่อยควันบุหรี่ขาวลอยคลุ้งทั่วบริเวณ

 

“แกมีเรื่องอะไรไม่สบายใจรึเปล่า”

 

“นิดหน่อยน่ะป้า”เวดบอกปัด

 

“แล้ววันนี้ สาวคนนั้นไม่มาหาแกเราะ”อัลถาม

 

“สาวคนไหน?”เวดงง

 

“แกรู้ไหมว่าคนตาบอดน่ะจะหูดีเป็นพิเศษ พวกแกเอากันซะดังขนาดนั้นแทบทุกวัน”

 

“...”เวดลืมไปเลย

 

                     อีกอย่างปีเตอร์ ก็ไม่เคยพบกับอัล ด้วยเพราะเจ้าตัวมักจะมาหาเขาทางหน้าต่างตลอด

 

“ถึงอายุของฉันใกล้จะได้ไปนอนพักในโลงเต็มที ฉันก็อยากจะหลับโดยไม่มีเสียงคราง กับขาเตียงเอี๊ยดอ๊าดของแกตอนยังมีชีวิตนะ”

 

“ผมขอโทษแล้วกัน ป้าต้องเข้าใจนะพอผมเครื่องติดทีไรแล้วมันยั้งไม่ค่อยได้”เวดตอบท่าทีกวน

 

“...”

 

“อ้อ คืนนี้ป้าหลับให้สบายนะ เพราะวันนี้สาวคนนั้นไม่ว่างมาหาผม”

 

                     วันนี้ปีเตอร์ บอกว่ามาหาเขาไม่ได้เพราะต้องอ่านหนังสือสอบ คืนนี้เขาเลยคิดว่าจะไปล่าแมงมุมดำตามเดิม

                    

 

                     เวด ให้ โดพินเดอร์ขับรถ สำรวจแต่ละซอยไปเรื่อยๆ แต่ก็ยังไม่พบวี่แววของร่างเพรียวในชุดรัดรูปสีดำแสนเย่อหยิ่งคนนั้น

                     เวด ตั้งใจบ้าง หลับบ้าง ตามภาษาคนที่ไม่เคยจริงจังอะไรกับชีวิตของตัวเองจนเวลาล่วงเลยไปเกือบ ห้าทุ่ม

 

“หมอนั่นมันหายไปไหนของมันวะ”เวดบ่น เมื่อโดพินเดอร์ขับเข้ามาในซอยแคบซอยหนึ่ง

 

“ผมว่าที่นี่มันแปลกๆ”โดพินเดอร์กล่าวพลางขนลุก

 

“แกอย่ามาพูดเหมือนตัวเองอยู่ในหนังสยองขวัญได้มะ”เพราะทุกเรื่องที่เขาดูถ้าตัวละครมันพูดแบบนี้ที่ไร ก็คือผีแม่งจะโผล่ออกมาทันที

 

“เคร้ง!”เวด เดาไม่ผิด ร่างเพรียวกายสีดำพุ่งลงมาจากที่ไหนสักแห่ง มันคร่อมอยู่บนกระจกรถ

 

“ว้าก!”โดพินเดอร์ร้องตกใจ

 

“ไอเวรเอ้ย!รถพังหมด ปัง!”เวด ออกจากรถมาประจันหน้ากับมันทันที

 

“โทษทีที่ให้รอ กว่าจะอ่านไอหนังสือเวรนั่นจบ ก็เกือบจะห้าทุ่ม”ประโยคไม่จริงจัง หากแต่ทำให้คนฟังอย่าง เวดคิดหนัก

 

                     ไม่ๆ ไอเวรนี่มันอาจจะกำลังเรียนอยู่เหมือนกับปีเตอร์ ก็ได้ เพราะพีทของเขาไม่มีทางเรียกหนังสือเรียนแบบนั้นหรอก

                     มันกระโดดลงมาจากรถคันเหลือง ปลายเท้าย่องเดินเนิบช้า หากแต่ยกข้อมือขึ้นยิงใยรวดเร็ว

                     เวด เคยโดนมันกักติดใยไว้หลายครั้งเริ่มไหวตัวทัน เขากลิ้งตัวหลบเป็นล้อรถ

 

“ว้าว!ปกติแกยืนนิ่งให้ฉันยิงใยใส่ตลอด แต่ตอนนี้กลับหลบกันเนี่ยนะ”เวดรู้ว่ามันกำลังกวนประสาทเขา ที่ผ่านมาเขาไม่เคยยืนนิ่งให้มันยิงใยใส่ด้วยซ้ำ แต่เขาหลบไม่ทันต่างหาก

 

                     แต่เสียใจ!รอบนี้เขาหลบทัน เวดหยัดกายขึ้นลุกหยิบดาบคู่ออกมา

 

“แกสู้กับฉันแทบทุกวัน ยังไม่รู้อีกหรอว่าดาบไร้ประโยชน์นั่นมันทำอะไรฉันไม่ได้”เขารู้สึกว่ามันกำลังยิ้มเยาะใส่เขา ตารีสีเหลืองสว่างต่างจากปีเตอร์ มองเขาเหมือนตุ๊กตาตัวนึงเท่านั้น

 

                     เวดไม่สน เขาปาดาบเหมือนมันเป็นหอกใส่แมงมุมร้าย ทีแรกเขาเข้าใจว่ามันจะหลบแต่ไม่ ดาบยาวของเขาเสียบคาอยู่ที่อกขวา มันเดินตัวลอยเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

                     มันปล่อยใยลูกกระดอนกระแทกข้อมือที่ถือดาบอีกข้างของเวด

 

“เพล้ง!”ดาบหลุดออกจากมือ พร้อมกับร่างเพรียวที่ดึงดาบบนอก ออกมาอย่างไม่รู้สึกรู้สา มันหันปลายดาบมาจี้ที่คอ เขา

 

                     ร่างสูงกว่าไม่ได้กลัวความคมของมันสักนิด เข้าใช้สันมือปัดปลายดาบให้หันไปทางอื่นก่อนจะยกขาถีบแมงมุมดำจนกระเด็นไปนอนจมในกองขยะ

 

x!”เวดสบถ เมื่อเจ็บแสบบริเวณที่โดนปลายดาบคม

 

                     เลือดแดงสดไหลรินลงมาถึงข้อศอก

                     ร่างที่จมอยู่ในกองขยะยกกายขึ้นรวดเร็วกระโดดมาคร่อมร่างเวด ที่ยังไม่ทันจะได้ดูแผลของตัวเองด้วยซ้ำ

                     มันเร็วมาก

 

“พลั่ก!”เวดตกเป็นเบี้ยล่างเต็มตัว

 

“ท่าทางแกดูจะไม่ชอบนะ”

 

                     ใครจะไปชอบอยู่สภาพแบบนี้วะ ถามมาได้

 

“แกไม่คิดจะให้ฉันพักหายใจเลยรึไง”เวดกล่าวแดกดันความเร็วเกินมนุษย์ของมัน

 

“ตอนนี้แกก็พักให้เต็มที่ซะสิ”มันกล่าวทั้งที่ยังยึดกายเขาไว้กับคอนกรีต

 

“พอดีว่าฉันไม่ค่อยเอนจอยกับท่านี้สักเท่าไหร่น่ะ”เวด

 

“หรอ?แต่เมื่อคืนดูเหมือนว่าแกจะชอบท่านี้นะ”

 

                     เวดนึกถึง เมื่อคืนวานกับ ปีเตอร์บนเตียงทันที

                     What the f*ck!

 

“ฉันชอบท่านี้เฉพาะตอนจะมีเซ็กส์เท่านั้น...แกพูดเหมือนกับเมื่อคืนเพิ่งจะทำมันกับฉันไปเลยนะ”เวดกล่าวลองเชิง

 

“หึ!เรียกว่ารับรู้อยู่ตลอดเวลาดีกว่า...พวกแกมันเซ็กส์จัดอย่างกับหนูสกปรก”

 

“อึก!”ว่าจบคนบนร่างซัดหมัดใส่เวด จนหน้าหันเลือดในปากอาจจะกระเด็นออกมาได้ถ้าเขาไม่ได้สวมหน้ากากอยู่

 

                     เขาแสบระบมกับแผลฉกรรจ์ในปากที่เพิ่งเกิด จนพูดไม่ได้ เกิดมาไม่เคยเจอใครหมัดหนักเท่านี้มาก่อน

                     เวด ตกใจเมื่อมันเลิกหน้ากากเขาออกครึ่งหน้า

                     เขาทำท่ารั้นจะลุกตัวขึ้น แต่ก็ต้องโดนแรงมหาศาลดันจนหลังเขากระแทกกับพื้นคอนกรีตกระดูกแทบหัก

 

“ถุ้ย!”เขาถมน้ำลายปนเลือดใส่หน้ามัน

 

“ผลั้วะ!”มันตบเข้าที่แก้มเขาอีกข้าง

 

                     ขณะนี้หน้าเขาชาทั้งแถบ ร่างสูงนอนหายใจรวยริน ใบหน้าด้านข้างแนบกับคอนกรีต

 

“ฉันรู้ว่าแกไม่ตายง่ายๆหรอก...”มันกำลังขำกับท่าทีสำออยของเขา

 

                     เขาเหลือบเห็น คนบนร่างใช้นิ้วลูบน้ำลายที่เขาเพิ่งถมใส่หน้าไปหมาดๆ จากนั้นก็เลิกหน้ากากของตนออกมาครึ่งหน้า

                     ริมฝีปากนั่นทำให้เขานึกถึงพีท

                     ลิ้นเล็กแลบออกมาเลีย น้ำลายบนนิ้วอย่างละเลียด

 

!!!”เขายอมรับว่ารู้สึกสยองจนขนลุก

 

“เลือดแกมันอร่อยชะมัด”เสียงเล็กคล้าย ปีเตอร์กล่าวด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่งปนพึงพอใจ

 

                     มันขย่มกายบนร่างเขาจนจุก มือคู่เรียวจับใบหน้าเปลือยครึ่งล่างของเขาให้มาสบกับตารีเหลืองสว่างของมัน

                     แต่ เวดกลับมองแค่ริมฝีปากสีแดงสดเท่านั้น

                     ยามกลีบปากบางขยับพูด มันยิ่งทำให้เขานึกถึง ปีเตอร์...

 

“ขอบอกไว้ก่อนว่า ฉันไม่ได้พิศวาสอะไรในตัวแกสักนิด”

 

                     เสียงนั้นคล้ายกับ ปีเตอร์มากๆ

                     ถึงประโยคนั้นจะไม่ได้ถูกยืนยันว่าเป็นของ พีท แต่ทำไมเขาถึงฟังแล้วมันเจ็บพิลึก

                     หลังกล่าวประโยคเจ็บแสบจบ ร่างเพรียวก็โน้มลงมาบดริมฝีปากเขาอย่างแรง มันดูดดุนเลือดในปากของเขาอย่างกระหาย

 

 

                     สามวันที่แล้ว...

 

“แชะ!”แสงแฟลชถ่ายร่างไร้ชีวิต จากการชันสูตรเหยื่อเพิ่งจะสิ้นลมไปไม่กี่ชั่วโมง

 

                     เอ็ดดี้ บร็อก นักข่าวหนุ่มปล่อยกล้องของตนคล้องคอไว้เมื่อได้ภาพที่ต้องการพอควร

                     เขาคิดว่าเจ้าของฉายาแมงมุมดำ ต้องไม่ใช่คนแน่นอน

                     เหยื่อส่วนใหญ่มักจะช็อกตายเพราะเสียเลือดเป็นจำนวนมาก

 

ทำไมเห็นศพพวกนี้แล้วฉันนึกถึงหมอนั่นนะ

 

“ใคร?”เอ็ดดี้ถามเสียงเบาเพื่อไม่ให้คนรอบตัวเขาสังเกตเห็น

 

พวกที่ฉันเจอตอนอยู่ดาวเกิดน่ะเสียงแหบต่ำตอบอย่างครุ่นคิด

 

“เพื่อนนายหรอ?”เอ็ดดี้ ประหลาดใจเพราะเวน่อม แทบไม่พูดถึงซิมบิโอตตัวอื่นนอกจากมันให้เขาฟังเลย

 

หึ...ไม่ค่อยเต็มใจเท่าไหร่ถ้าต้องเรียกแบบนั้น

 

“...”

 

แค่คนรู้จักจะดีกว่ามันตอบเสียงนิ่ง

 

                     เอ็ดดี้ เดินออกมาจากวง เขาหลบเข้ามุมตึก ตึกหนึ่ง

                     เขาคิดว่าถ้าเขาสามารถเปิดโปงเรื่องนี้ได้คงจะมีเงินอยู่กินได้เป็นเดือน

 

นายกำลังนึกถึงกองเงินที่ไหลอยู่รอบกาย ถ้าจับได้ว่าใครเป็นแมงมุมดำรึไง?’เวน่อมรู้ทัน

 

“ถ้าเป็นแบบนั้นนายจะได้กินช็อคโกแลต ไม่อั้น”เอ็ดดี้หยิบยกสิ่งที่เวน่อม ชอบขึ้นมาต่อรอง

 

ฉันคิดว่าถ้าเป็นมันจริงๆ โฮสต์ของมันคงเป็นสไปเดอร์-แมนล่ะมั้งเวน่อมกล่าว ความจริงมันแค่เห็นภาพถ่ายติดแมงมุมดำ ที่เพิ่งจะเผยสู่สาธารณะนั่นมันก็พอเดาออกแล้ว

 

 

 

“ว้าว!เดี๋ยวนายก็โดนแฟนคลับสไปดี้ด่าเอาหรอก เขายิ่งดราม่าเรื่องนี้กันอยู่”เอ็ดดี้ นึกถึงประเด็นถกเถียงในโซเชี่ยล มีหลายคนที่คิดว่าแมงมุมดำเป็นสไปเดอร์-แมน และก็มีอีกหลายคนเช่นกันที่ไม่คิดอย่างนั้น

 

และฉันจะบอกไว้ก่อนว่าถ้านายคิดจะพาฉันฉายเดี่ยวไปสู้กับหมอนั่นฉันขอบาย...

 

“นายมันขี้แพ้”เอ็ดดี้ด่าเวน่อมทันทีเมื่อมีโอกาส

 

ฉันก็ไม่เข้าใจว่าซิมบิโอต กระแดะเลือกกินแต่เลือดแบบนั้นทำไมถึงได้แข็งแกร่งนัก

 

“หึ...นายพูดเรื่องจริงอยู่ใช่ไหม”

 

ฉันจะหลอกนายทำไม หมอนั่นมันมีพลังมากกว่าซิมบิโอตตัวอื่นหลายตัวรวมถึงฉัน ไม่สิ ฉันกับมันสูสีกัน

 

                     เอ็ดดี้อยากจะขำกับความไม่ยอมแพ้ของเวน่อม

 

“ตกลงนายจะเอายังไง?แล้วเมื่อกี้นายก็เพิ่งพูดไปว่าไม่อยากตัวต่อตัวกับเขา”เอ็ดดี้

 

 

 

มันสิงร่างของฮีโร่!คิดว่านักข่าวที่วันๆเหนื่อยสุดแค่วิ่งตามแหล่งข่าวแบบนายจะไปสู้ได้หรอ ถ้าตัวตัวกับสไปเดอร์-แมนเพียวๆยังว่าไปอย่างที่เวน่อมพูดมามันก็มีเหตุผล แต่ไม่เห็นจำเป็นต้องแขวะเขาเลย

 

“งั้นนายมีอะไรจะเสนอไหม?ยังไงฉันก็อยากจะเป็นคนปิดคดีนี้”

 

ฉันคิดว่าถ้าจะจับมันได้ต้องหายอดมนุษย์มาช่วยสักคน

 

                     เอ็ดดี้พอจะรู้มาบ้างว่าหน่วยงานไหนเคยถูกจ้างให้จับ ซิมบิโอตที่หลุดออกจากศูนย์วิจัยเมื่อคราวก่อน

 

 

                     ปัจจุบัน...

                     เวด โดนแมงมุมดำ เล่นจนเละกว่าที่ผ่านมา ตอนนี้เขากลับมาบ้านเรียบร้อยหลังจากที่มันดูดเลือดเขาจนพอใจ แล้วก็อันตธานหายไป

                     เหมือนมันกำลังเล่นตลกกับเขา

                     นี่เป็นครั้งแรกที่มันยอมเปิดหน้ากากถึงจะเปิดเพียงแค่ครึ่งนึง ที่ผ่านมามันเอาแต่พูดว่าเลือดเขาอร่อยแต่ไม่เคยจะมีสักครั้งที่มันจะกินเลือดเขาต่อหน้า ซึ่งมีแค่ครั้งเดียวที่เขาคิดได้ว่ามันกินเลือดเขาก็ตอนที่มันฉีกแขนเขาไปนั่นแหละ

                     เวดนั่งกลุ้มจนไม่เป็นอันกินอันนอน

                     เขานอนไม่สนิทเลยตั้งแต่กลับมาบ้านจนถึงบ่ายของอีกวัน

 

“เวด!เพื่อนแกมาหา”เสียงแก่ของ ป้าอัล ดังเข้ามาในห้อง

 

                     เขาไม่มีอารมณ์จะเจอใครทั้งนั้น

 

“บอกว่าฉันไม่อยู่ ตายไปแล้วเดี๋ยวสักสามวันจะกลับ”เวดกล่าวกวนบาทา

 

“แอ๊ด! พอดีฉันได้ยินเสียงนายเลยรู้ว่ายังไม่ตายน่ะ”โคลอสซัสเดินเข้ามาในห้องเขา แถมยังพาใครมาด้วยอีกต่างหาก หมอนั่นหล่อน้อยกว่าเขานิดหน่อย

 

                     มันรู้บ้างไหมเนี่ยว่าสภาพเขาไม่พร้อมรับแขกอย่างแรง

                     เวดเปลือยมีเพียงกางเกงในสีดำกับผ้าผืนบางที่เขาเอามาห่มครึ่งร่าง

 

“เห็นสภาพของฉันแล้ว ก็เชิญกลับไปซะ”เวดพูดหน้าตาย ไม่สนหนุ่มที่ยืนข้าง โคลอสซัสสักนิด

 

“โอ่...นายเป็นไงบ้างเนี่ย ฉันได้ฟังจาก โดพินเดอร์เขาบอกว่านายถูกกระทำอยู่ฝ่ายเดียว”

 

                     เวดรับรู้ได้ว่า คนที่มากับโคลอสซัสนั่นมองเขาอย่างพินิจ

 

“นั่นใคร?”เวด

 

“อ้อ เขาเป็นนักข่าวน่ะ ชื่อเอ็ดดี้ บร็อก พอดีเขารู้อะไรเกี่ยวกับแมงมุมดำ”โคลอสซัส

 

“...”

 

“ในฐานะที่นายรับผิดชอบเรื่องนี้อยู่ฉันเลยพาเขามาหา”โคลอสซัส กล่าวพลางดัน เอ็ดดี้ มาใกล้เขาแล้วตัวเองก็ถอยหลังไป

 

“...”

 

“ฉันจะให้พวกนายได้คุยกันสองคนนะ”

 

                     ว่าจบมันก็ปิดประตูหนีออกไปทันที

 

“เอ่อ...นายช่วยออกไปรอฉันข้างล่างได้ไหม เดี๋ยวฉันขอแต่งตัวแปปนึง”

 

“ไม่เป็นไรผมไม่ถือ”เอ็ดดี้ กล่าวพลางดึงเก้าอี้ตัวหนึ่งมานั่งที่ข้างเตียง

 

“...”

 

“สภาพคุณดูไม่จืดเลยนะ”

 

“เมื่อคืนฉันเพิ่งโดนมันเล่นมาน่ะ หนักกว่าทุกทีด้วย”เวดกล่าว พร้อมกับฉายแววตาเจ็บปวดจนคู่สนทนารู้สึกได้

 

ฉันว่าหมอนี่มันต้องมีซัมติงแน่ๆเวน่อม

 

“จากข้อสันนิษฐานของผม ผมคิดว่าแมงมุมดำคือสไปเดอร์-แมน”เอ็ดดี้

 

                     เวด หันหน้ามองคนข้างเตียงแสดงสีหน้าหนักใจออกมาอย่างชัดเจน

 

“นายมั่นใจมากแค่ไหน มีอะไรพอที่จะมายืนยันให้ฉันเชื่อนายได้บ้าง”เวด

 

                     ทั้งที่เขาเองเป็นคนที่น่าจะรู้มากว่าใครเพื่อนว่า แมงมุมคือใคร แต่เขาก็ยังไม่ยอมรับอยู่ดี

 

ท่าจะคุยยาก เดี๋ยวฉันจัดการเองเสียงแหบต่ำบอกอย่างหมัดมือชก

 

                     เอ็ดดี้ อยากจะด่าไอ้ ซิมบิโอตนี่ชะมัด

                     ร่างกำยำของ เอ็ดดี้ บร็อก มีสิ่งไร้รูปร่างสีดำขลับแทรกผ่านออกมาจากผิวกาย

                     เดดพูลสะดุ้งตัวผ้าแทบหลุดโผล่กางเกงในสีดำของเขา

 

F*ck!นี้มันเหี้*อะไรเนี่ย”ร่างเกือบเปลือยบนเตียงสบถด่าอย่างเหลืออด

 

“ฉันรู้จัก ซิมบิโอตที่มันสิ่งร่าง สไปเดอร์-แมน”ร่างสูงใหญ่กายสีดำมะเมื่อมกล่าวเสียงแหบพร่า พลางยื่นหน้า ที่ในปากมีแต่ฟันแหลมถี่คล้ายกับ ซิมบิโอตตัวสีดำเทาที่เขาเคยเจอมาก่อนไม่มีผิด

 

“...”เวด งุนงงจนพูดไม่ออก

 

 

                     หลังเลิกเรียน ปีเตอร์ไม่คิดจะออกไปช่วยเหลือประชากรในเมือง อย่างทุกวัน เขารู้สึกอ่อนเพลียมาหลายวันแล้วแต่วันนี้กลับหนักกว่าทุกวัน เช้านี้เขาเกือบไม่ได้ไปสอบถ้า ป้าเมย์ ไม่มาปลุก ตอนทำข้อสอบก็ง่วงเหลือเกินแต่เขาก็ผ่านมันมาได้ เขาคิดว่าตนจะเป็นลมระหว่างเดินกลับบ้านซะแล้ว

 

“พรึ่บ!”เปิดประตูเข้ามาในห้อง เห็นเตียงนุ่มน่านอนของตน ปีเตอร์ก็ล้มลง หน้าเขาซุกอยู่บนหมอนใกล้จะหลับเต็มที

 

เฮ้!วันนี้ไม่ไปหา เวด รึไง?’เสียงหนึ่งดังขึ้นมาในหัวเขา

 

                     เขาคิดว่าตนคงฝันอีกตามเคย เสียงนี้พูดกับเขามาตลอดสองสามวันได้

                     ปีเตอร์ เหนื่อยเกินกว่าจะมาสนใจเสียงแหบต่ำที่ดังอยู่ในหัวเขา

 

ฉันอยากจะกินเลือดหมอนั่นทุกวันนะ เมื่อวานฉันอุตส่าห์ยอมให้นายอ่านหนังสือมันยังคงดังไม่เลิก

 

“...”เด็กหนุ่มไม่สนใจสักนิด

 

                     ซิมบิโอต ในร่างเหลืออดกับ โฮสต์คนนี้ของมัน อยากจะบอกเหลือเกินว่าร่างนี้มันตามใจเจ้าของมากที่สุดจากที่เคยสิงร่างอื่นๆมา

                     ร่างพวกนั้นแทบไม่ได้ใช้ร่างกายตามใจตัวเองด้วยซ้ำเมื่อถูกมันสิง จนกระทั่งตายเพราะมันใช้งานหนักจนเกินไป...

 

แกไปล่อมันให้ยอมถวายเลือดให้ฉันก่อน แล้วแกจะหลับหลังจากนี้ฉันจะไม่ว่าอะไรเลย

 

“อื้อ!รำคาญ!”ปีเตอร์ ตะหวาดเสียงในหัวตัวเองอย่างไร้สติเพราะตนนั้นหลับครึ่งไม่หลับครึ่ง

 

                     ถ้าเด็กนี่ไม่สามารถดื่มเลือดแสนอร่อยนั่นได้โดยง่ายแทบไม่ต้องร้องขอ ออลโค่จะใช้ร่างมันให้พังไปข้าง

                     อยากถามมันไหมล่ะว่าตัวเองก็น่าจะมีปัญญาควบคุมร่างของปีเตอร์ ให้กินเลือดของเวดได้ง่ายๆทำไมไม่ทำเอง

                     เพราะมันลองทำไปเมื่อวานแล้วไง...เลือดไอเวรนั่นแปลกจนมันงงแดก

                     มันใช้กำลังดื่มเลือด โดยที่ เวดไม่ได้เต็มใจ เลือดนั้นกลับไม่อร่อยเท่ากับตอนที่ ปีเตอร์ นำมาให้มัน

                     สรุปคือ ไอเวรนั่นถ้ามันไม่เต็มใจ เลือดมันจะมีรสชาติแสนธรรมดา ที่หาได้ตามตรอกทั่วไป

                     ทีแรกมันคิดว่า ต้องมีเซ็กส์กับ เวดรึเปล่าเลือดถึงจะอร่อย

                     ซึ่งความคิดนั้นมันปัดทิ้งทันที

                     เรื่องนั้นให้โฮสต์ มันจัดการไม่ง่ายกว่าหรอ? ออลโค่ทนไม่ได้จริงๆถ้าต้องไปเข้าคู่กับคนที่มันไม่ได้พิศวาสด้วย ขนาดมันแค่ต้องรับรู้ขณะที่อยู่ในร่างปีเตอร์ มันยังแขยง มันนึกถึงตอนที่โฮสต์ ของมันกำลังมีเซ็กส์กับตัวผลิตเลือดแสนอร่อยนั่น

                     ตลอดเวลานั้นมันรับรู้ได้ถึง ความหลงใหลเกือบจะบ้าคลั่งจาก โฮสต์ ของมัน

                     ไม่ใช่ความผิดมันนะ ที่แค่กระตุ้นความกระหายเลือดให้ปีเตอร์ แต่เด็กนี่กลับมีอีกความอยากนั้นเพิ่มมาด้วย

                     อย่างหลังเด็กลามกคนนี้ สร้างมันขึ้นมาเองล้วนๆ

 

วันนี้แกดื้อกว่าทุกวันนะออลโค่กล่าว

 

                     มันไม่เข้าใจว่าทำไมมันถึงเอ็นดู โฮสต์คนนี้นัก

                     อาจจะเพราะว่าเด็กที่สุดใน พวกที่มันเคยสิงมาล่ะมั้ง

                     แต่ถึงมันจะเอ็นดู ปีเตอร์แค่ไหน มันก็หิวเลือดของ เวดมากกว่าอยู่ดี

                     ร่างเพรียวบนเตียง แค่ชั่วพริบตาผิวกายเขาก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อมากมาย ปีเตอร์เบิกตากว้างพลิกกายขึ้นมานอนหงาย หายใจเอาอากาศเข้าปอด เหมือนคนเพิ่งจมน้ำ ภายในกายเขาแสบร้อนทรมาน เด็กหนุ่มรู้สึกเหมือนกระหายน้ำอย่างรุนแรง ขาอ่อนล้าพากายตัวเองลุกจากเตียง เดินโซเซหยิบขวดน้ำ ขนาด 1.5 ลิตรบนโต๊ะสำหรับอ่านหนังสือขึ้นมา มือเรียวสั่นเทาขณะที่เปิดฝาขวด ปีเตอร์ร้อนรนมากถึงมากที่สุด เขาคิดว่าการเปิดฝานี่มันเนิ่นนานเหลือเกิน

                     น้ำในขวดกระฉอกออกมาเมื่อเขาเปิดสำเร็จ ร่างเพรียวยกมันกระดกขึ้นดื่ม

                     ดื่มจนน้ำแทบจะเต็มท้องแต่ก็ไม่สามารถบั่นทอนความกระหายของเขาได้สักนิด

                     ปีเตอร์ หงุดหงิดปาขวดน้ำที่ว่างเปล่าทิ้งกระเด็นไปทั่วทิศ

 

“ปึ้ก!”เขาทรุดกายลงนั่งบนพื้นห้องอย่างหมดแรง เขาง่วงอยากจะนอนเต็มที่ แต่ทรมานเพราะความกระหายจนหลับไม่ลง

 

                     พลัน เลือดสีแดงสดกลิ่นหอมบนปลายนิ้ว ที่ลิ้นของเขาเพิ่งได้ลิ้มลองไปเมื่อไม่นานผุดขึ้นมาในหัว

                     คนเด็กไม่รอช้า เขาสวมชุดสไปเดอร์-แมน พาร่างของตนไปที่ที่คุ้นเคยเหมือนบ้านทันที

 

 

ฉันไม่แน่ใจว่าพ่อแมงมุม คนนั้นเขาเต็มใจให้ ออลโค่สิงไหม

 

...

 

ถึงยังไงเราก็ต้องช่วยกัน แยกตัวหมอนั่นออกจากสไปเดอร์-แมนโดยเร็ว

 

...

 

นายน่าจะรู้นะว่า ยิ่งยอดมนุษย์ถูก ซิมบิโอตสิงพลังของมันจะมหาศาลแค่ไหน

 

...

 

ถึงมันจะเป็นซิมบิโอต ที่ไม่เอาไหนก็ตาม

 

“เวด คุณกำลังคิดอะไรอยู่หรอ”ปีเตอร์ที่นั่งตักซบ อกเขา อยู่บนโซฟาถามขึ้นเมื่อเห็นว่าเวด เหม่อลอยผิดปกติ

 

                     ร่างสูงใช้แขนแกร่งทั้งสองข้างโอบเกี่ยวรอบเอวมนเอาไว้ เขาปล่อยให้เลือดไหลจากบาดแผลที่ตนกรีดเองกับมือไหลหยดลงพื้นอย่างไม่สนใจ

                     เมื่อครู่ ปีเตอร์มาหาเขาที่ห้อง คนเด็กกว่าร้อนรนอยากจะกินเลือดเขาจนเวด ต้องรีบเอามีดมา

                     กรีดที่ฝ่ามือของตนให้เด็กหนุ่มดื่ม เพราะเขาทนเห็นท่าทาง ทรมานของคนบนตักไม่ได้

                     เวด มองหน้าละอ่อนในระยะใกล้ชิดกว่าคืบอย่างพินิจ พีทของเขาดูเหนื่อยล้าจนน่าตกใจ ขอบตาคล้ำจนเวดใจหาย

 

“นายดูเหนื่อยมากนะ”เวดไม่สนใจสิ่งที่ปีเตอร์เพิ่งจะถามเขา

 

“อืม...ผมเหนื่อย”ไม่ว่าเปล่าร่างบนตักเอนแก้มลงมาซบอกเขาพร้อมกับหลับตาพริ้ม

 

                     เสียงลมหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกว่า คนเด็กกว่าได้เข้าสู่ห้วงนิทราแล้ว

                     เวดนำร่างคนหลับสนิท วางลงบนเตียงอย่างเบามือ

 

ตอนนี้เขาอยู่กับฉันแล้ว ปืนนั่นอยู่ใต้เก้าอี้ที่ยายแก่ตาบอดนั่งอยู่ ฝากหยิบขึ้นมาด้วย เวด พิมพ์ข้อความส่งให้เอดดี้ที่รอเขาอยู่ข้างล่าง

 

“แกร็ก!”เสียงเปิดประตูดังขึ้น เอ็ดดี้โยนปืนคลื่นความถี่สูงให้เวด

 

                     ร่างกำยำของนักข่าวหนุ่มแปลงกายเป็นร่างสีดำมะเมื่อม เดินรวดเร็วไปหาเด็กที่นอนอยู่บนเตียง

                     ณ เวลานี้เขาไม่อยู่แล้ว...

 

“...”เวน่อมไม่ส่งเสียงถาม กลับเงยหน้าขึ้นมองด้านบน

 

                     ไม่ผิดไปจากที่เขาคิด ออลโค่มันยังคงหูตาเร็วเช่นเคย ร่างเพรียวดำในชุดแมงมุม กระโดดลงมาเท้าเรียวทั้งคู่เหยียบลงบนไหล่กว้างทั้งสองของเวน่อม มือเล็กหากแต่แรงมหาศาลบีบคอมันแทบหลุด

 

“ว้าว!ไม่คิดว่าจะเจอแกที่นี่”ออลโค่ประหลาดใจอย่างไม่เสแสร้ง มันพอจะรู้ตัวจากท่าทางน่าสงสัยของเวด มันจึงรีบหยิบหน้ากากแมงมุมขึ้นมาสวมและไม่ปล่อยให้ปีเตอร์ พักอีกต่อไป

 

!!!”เสียงปืนดังออกมาเมื่อเวด กดยิง

 

                     กระสุนสีฟ้าสว่างอัดแน่นไปด้วยคลื่นความถี่สูงกำลังพุ่งมาที่มัน

                     ออลโค่ ออกแรงโยกร่าง เวน่อมให้เซเกือบล้ม หลบกระสุนประหลาด มันกระโดดออกจากไหล่ของเวน่อม จากนั้นก็ยิงใยสีดำเหนียวแน่นพิเศษปิดปากประบอกปืนใหญ่

                     แรงยิงใยเหนียวของมันส่งผลให้คนที่ถือปืนอยู่เซเกือบล้ม

                     เวดเห็นว่าตอนนี้ปืนใช้การแทบไม่ได้ร่างสูงเหวี่ยงมันลงพื้นก่อนจะใช้แรงทั้งหมดที่มีกระโดดใส่ร่างเพรียวดำ ให้ล้มตามกันไปเพื่อถ่วงเวลา

 

“ปืนพ่นไฟฉันอยู่บนโต๊ะ! เร็วสิวะ!”เวดตะหวาดเร่งให้ เวน่อม รีบไปหยิบปืนมา

 

                     โต๊ะตัวไหนวะเนี่ย เห็นแต่ซองถุงยางกับขยะ! เวน่อมบ่นในใจก่อนจะพยายามมองหา

 

“อ้ากกกกก!”เสียงเวด ร้องโหยหวนจน ร่างที่หาของอยู่ต้องหยุดหันไปมอง

 

                     เวรเอ้ย!เวด แขนหลุดไปข้างนึงแล้ว

                     เวน่อม ไม่สนปืนพ่นไฟที่มันหาไม่เจออีกต่อไป มันยกโต๊ะตัวนึงปาใส่แมงมุมดำที่กำลังกระโดดออกจากเวดมุ่งไปที่หน้าต่าง

 

“พรั่ก!”โต๊ะโดนร่างนั้นเต็มๆ

 

                     ข้าวของกระจัดกระจาย ห้องที่รกอยู่แล้วตอนนี้เหมือนโดนพายุถล่ม เลือดจากแขน เวดเปรอะตามพื้นแทบจะเป็นลวดลาย

                     เวน่อม เห็นว่าร่างที่โดนโต๊ะไม้กากๆแน่นิ่งไป มันดูผิดจากที่คาด

 

“แกทำเขารุนแรงเกินไปรึเปล่า?”เวด ลุกขึ้นทั้งที่แขนขาดเจ้าตัวทำท่าจะเข้าไปหาร่างเพรียวใต้โต๊ะไม้

 

                     มันโดนขนาดนี้ยังจะไปห่วงไอเวรนั่นอีกหรอวะ!?

                     พิลึกคน...

 

“เฮ้!แกเสียเลือดมากจนปัญญาอ่อนไปแล้วรึไง?”เวน่อมปรามเมื่อเห็นว่า เวดกำลังจะเข้าไปหา ออลโค่จริงๆ

 

“โคร๊ม!”เป็นอย่างที่เวน่อมคิด ออลโค่สวนกลับมา โต๊ะไม้นี่มาจากไหนก็กลับไปหาคนที่ปา

ซึ่งก็คือตัวมันเอง

 

“ปั๊ก!”โต๊ะที่ตอนนี้ไม่เหลือสภาพไว้ใช้ต่อ ปะทะกับร่างใหญ่ของมันแต่โต๊ะตัวเดียวหยุดมันไม่ได้หรอก ถ้าออลโค่มันไม่โยนตู้เย็นแถมมาด้วย!

 

                     ออลโค่ยิงใยเหนียวยึด เวดไว้กับผนังอย่างรวดเร็วก่อนจะใช้ใยพากายของปีเตอร์หนีไป

                     ศึกนี้เขาทั้งสองแพ้ราบคาบ ภายในไม่ถึงห้านาที...เวดปลง

 

“เราต้องรีบตามมันไป!”ซิมบิโอต ปัญญาอ่อนนั่นเดินเข้ามาแกะเขาออกจากใยสีดำ

 

“พลั่ก!”ไม่มีความนุ่มนวลสักนิด เพราะพอมันแกะใยออกได้ก็ปล่อยให้เขาล้มหน้าทิ่ม

เป็นเวรเป็นกรรมอะไรของเขาวะเนี่ย!

 

“แกดูสภาพเหลือแขนข้างเดียวของฉันก่อน!นี่ขนาดมือครบตีนครบยังสู้ไม่ได้!ออกไปตามอีกรอบหัวฉันได้หายตามไปแน่”เวด

 

“มันขาดไปแล้ว พูดอย่างกับว่ามันจะงอกใหม่ได้”

 

“ถ้ามันงอกใหม่ไม่ได้ ป่านนี้ฉันคงไม่ได้นั่งคุยกับแกอยู่ตอนนี้หรอก”เวดนึกถึงช่วงที่สู้กับแมงมุมดำเพียงคนเดียว

 

“ฉันลืมไปว่าแกอยู่ X-Men”เวน่อม

 

“เอออีกอย่าง!ฉันบอกให้แกหยิบปืนไฟบนโต๊ะมา ไม่ใช่โต๊ะ”เวด

 

“ฉันเห็นแต่ซองถุงยางบนโต๊ะ อ่อบนพื้นด้วย”

 

                     เวน่อมกล่าวพลางมองพื้นห้อง

 

“ตารีๆของแกมันเอาไว้มองแต่ของพวกนั้นรึไง”เวดเซ็ง

 

                     เขาเบื่อจะเถียงกับซิมบิโอตกวนประสาทนี่ ซิมบิโอตทุกตัวมันกวนประสาทกันหมดเลยรึเปล่าวะ

                     เขานอนบนเตียงร่างกำยำสวมเพียงบ็อกเซ่อร์ เขาได้แต่รอเวลาให้แขนงอกขึ้นมาใหม่

                     ตาเขาเหลือบไปเห็นร่างใหญ่สีดำกำลังเก็บซองถุงของเขาทีละชิ้น

                     มันกำลังจะทำอะไร?เขาไม่คิดว่าหน้าอย่างมันจะใจดีเก็บห้องให้เขาหรอก

                     มันโอบกองซองถุงยางมาจำนวนหนึ่งแล้วเดินมาหาเขาที่เตียง

 

“แกไม่เก็บห้องหน่อยหรอ เดี๋ยวแฟนแกมาเห็นหล่อนอาจจะรับไม่ได้”ว่าจบมันก็โปรยซองหลากสีลงบนร่างเขา เหมือนโรยน้ำตาลไอซ์ซิ่งลงบนหน้าเค้ก

 

                     ไอเวรนี่มันว่างมากนักรึไง?

 

“เฮ้!ฉันทำขนาดนี้แล้วแกยังนอนนิ่งอยู่อีก”เวน่อม ไม่เข้าใจว่าโดนกวนประสาทขนาดนี้แล้วทำไมยังนอนนิ่งเป็นศพไม่ไหวติงอยู่ได้

 

“ซองพวกนี้ฉันใช้กับคนที่เพิ่งจะหนีไปนั่นแหละ”เวดตอบ

 

“ห้ะ!จริงหรอ!อย่างแกไม่น่าใช่สเปคของออลโค่ เลยนะ”เวน่อมประหลาดใจ

 

“ฉันไม่รู้ว่าฉันทำกับใครกันแน่...ฉันกลัวว่าถ้าแยกมันออกจากปีเตอร์ เราจะยังเหมือนเดิมไหม”เวดคิด

 

                     เวน่อมมองท่าทางนั้นออกว่า เวดกำลังคิดหนัก

 

“ฉันไม่รู้หรอกนะว่าระหว่างพวกแกมันลึกซึ้งขนาดไหน แต่ยอมรับความจริงเป็นหนทางที่ดีที่สุด”

 

“...”

 

“ไม่ว่าผลมันจะออกมาแย่แค่ไหน ยังไงมันก็คือความจริง”

 

                     เป็นประโยคที่มีสาระที่สุดที่เวด เคยได้ยินมาจากซิมบิโอต

 

 

 

                     ตอนนี้จะเรียกว่า เวดกับเวน่อม ดองกันแล้วก็ได้

                     ขณะนี้เวด นั่งอยู่เบาะหลังของรถซึ่งไม่ใช่รถแท็กซี่คันเดิมของโดพินเดอร์

                     เจ้าของรถคือ เอ็ดดี้ เขากำลังบังคับพวงมาลัยขับผ่านซอยมืดของเมืองตามหา ออลโค่

 

“นายแน่ใจหรอว่ามันอยู่แถวนี้”เอ็ดดี้ ไม่ค่อยอย่างจะเชื่อคนข้างหลังสักเท่าไหร่ เพราะแถวนี้มันโคตรจะเงียบสงบ

 

“งั้นนายขับเข้าถนนใหญ่ ไปซอยG ล่ะกัน”เวดเสนอซอยใหม่

 

                     เอ็ดดี้ ไม่ตอบอะไรนอกจะหมุนพวงมาลัยเลี้ยวออกจากซอย เข้าสู่ถนนใหญ่

                     รถคันดำเงาหยุดจอดที่ไฟแดง คืนนี้ค่อนข้างสงบดีแท้

 

“รอบนี้แกบุก เดี๋ยวฉันยิงปืนนั่นใส่มันเอง”อยู่ๆ เวน่อมก็เสนอหน้าออกมาจากอกของเอ็ดดี้ เจ้าของร่างหงุดหงิดเล็กน้อย

 

                     ฟังเสียงเวดก็พอรู้ว่าใครเป็นใคร

 

“ฉันว่าฉันจะโดนมันบุกแทนน่ะสิ”เวดยอมรับว่าตนนั้นแรงสู้ ออลโค่ไม่ได้จริงๆ

 

“แต่แกยิงปืนไม่แม่น คราวที่แล้วแกยิงก็ไม่โดน”เวน่อม

 

“ฉันน่ะยิงโดนมันเต็มๆแน่ ถ้าแกมีแรงจับมันให้อยู่เฉยๆไม่ใช่ปล่อยให้มันโยกจนล้ม”เวดไม่ยอมโดนซิมบิโอต นี่ว่าเขาฝ่ายเดียวหรอก

 

“งั้นรอบนั้นไม่นับ แต่รอบนี้ถ้าแกยิงไม่โดนอีกฉันจะเรียกแกว่า ไอกากเวด”

 

“แล้วถ้าฉันยิงโดน แกต้องเป็นคนเก็บห้องที่มีแต่ซองถุงยาง กับโต๊ะที่แกปาจนพังให้ฉัน”

 

                     เอ็ดดี้ ไม่คิดว่าตนจะต้องมาฟังอีสองตัวนี้ทะเลาะกันอย่างกับเด็กประถม

                     เขาเหยียบคันเร่งให้รถทะยานไปข้างหน้าตามตูดรถยนต์คันขาว

 

“ของแกมันได้เปรียบเกินไปไหม? พวกเราต้องแยกออลโค่ ออกจากสไปเดอร์-แมน ยังไงก็ต้องช่วยให้แกยิงโดนอยู่ดี”

 

“ก็ใช่ไง”เวดขำกับความงงของเวน่อม

 

“ฉันจะยกเลิก!”เวน่อมยังพูดไม่ทันจบ

 

                     เอ็ดดี้เบิกตากว้างเมื่อ รถคันขาวตรงหน้าถูกใยแมงมุมสีดำแผ่รัดทั่วรถ ก่อนจะถูกยกขึ้นเหวี่ยงไปมาจนเจ้าของรถหลุดออกมา

                     เวดมองต้นเหตุควบคุมทั้งหมดอยู่บนป้ายบอกทางขนาดใหญ่กลางถนน

 

“ลงจากรถ!”เวน่อมแปลงกายควบคุมร่างเอ็ดดี้ เต็มตัวตะโกนลั่นเมื่อรับรู้ว่า ออลโค่เหวี่ยงรถคันขาวมาที่มาทางพวกเขา

 

“ตึ่ง!”รถที่เอ็ดดี้ รักนักรักหนาสภาพพังย่อยยับแถมยังมีรถที่ถูกเหวี่ยงมาทับอยู่ข้างบนอีก

 

                     เวน่อม กระโดดออกมาจากรถทัน ไม่ได้สังเกตว่าเวดออกมารึยัง

                     ร่างสูงในชุดแดงเข้ารูปนอนกลิ้งอยู่ใกล้กับรถที่ซ้อนกันเป็นแซนวิช

                     เวดลุกขึ้นเดิน เห็นว่าเวน่อมกำลังดวลกับออลโค่อยู่

                     เขารู้สึกว่าตัวเบาแปลกๆ

                     ชิบหายแล้ว!เขาลืมปืนคลื่นความถี่สูงไว้บนรถ

                     เวดทำท่าจะวิ่งไปที่รถแซนวิช แต่...

 

“บู้ม!”กลายเป็นแซนวิชย่างไปแล้ว

 

F*ck!


ทักทายจ้าวันนี้มาลงเย็นหน่อยเพราะไรท์มีธุระปะปังมากมาย...

ยังไงก็อย่าลืมกดหัวใจ คอมเม้นให้ด้วยเด้อ

ไม่รู้ว่าจะพิมพ์อะไรต่อดี ตอนที่ไรท์ลงวันนี้ก็ลืมไปแล้วว่าเนื้อเรื่องเป็นไงมาถึงก็ก็อปวางทันที555+ //แต่งไว้นานเกินจนลืมอะ

ขอบคุณทุกคนที่เม้นและกดหัวใจให้เราด้วยน้า ขอบคุณมากเห็นคอมเม้นแล้วก็ใจชื่นขึ้นมาหน่อยอย่างน้อยฟิคเราก็สนุกพอที่จะให้คนอ่านเม้นแสดงความคิดเห็น ส่วนคนที่ตามอ่านเงียบๆเราก็ไม่ได้ว่าอะไรค่ะแค่ตามอ่านฟิคของเราอย่างต่อเนื่องก็ดีใจแล้ว:-)

สุดท้ายก็พิมพ์เลยห้าบรรทัดมาแล้ว พอแค่นี้ดีก่า

อะไหนๆก็ฝอยมาเยอะล่ะ ใส่สปอยตอนหน้าให้คนอ่านติดตามเล่นดีกว่า***


“โครม!”ร่างเวดโดนปา จนหัวพุ่งเป็นลูกดอกเข้าไปในตึก

กายกำยำ ณ บัดนี้ทั้งไถลแล้วถูลู่ถูกังไปกับพื้นแข็งเย็นเยียบ ผิวส่วนที่เสียดสีกับพื้นเกิดอาการปวดแสบปวดร้อน

ยังไม่ทันได้หายใจร่างสูงก็โดน ออลโค่กระโดดกายลงมาทับกักตัวเขาไว้ใต้ร่าง

เวลานี้ เวดเห็นหน้าของ ปีเตอร์ได้ชัดเจน เพราะหน้ากากแมงมุมนั้นถูกถอดออกไปตั้งแต่ร่างบางกว่านั้นถูกหามขึ้นรถพยาบาล

นัยน์ตาที่เขามักจะหลงใหลจนโงหัวไม่ขึ้นทุกครั้งที่ได้มอง บัดนี้มันกลายเป็นสีดำข้างทองข้าง

ริมฝีปากคนบนร่างหยักยิ้ม สมเพชมาที่เขา

ภาพบาดใจนี้ กลบเสียงโหวกเหวกจากข้างนอกตึกได้เป็นอย่างดี

“คืนร่างเขามาไม่ได้หรอ”เวด ถามทั้งที่ตัวเองก็น่าจะรู้คำตอบ

“หึ!...”ร่างเพรียวโน้มหน้าลงมาใกล้แทบจะหน้าผากชนกัน

“...”

“ถ้าฉันไม่ได้เข้ามาสิงร่างของเด็กคนนี้ แกคิดว่าจะได้แตะเขาแม้แต่ปลายเล็บหรอ


สั้นไปนิดแต่ก็เจ็บใช้ได้ มันก็จะเละๆหน่อยเพราะเรายังไม่ได้จัดหน้าเลย




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

26 ความคิดเห็น

  1. #10 R.chura (@demonedark) (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 16 กรกฎาคม 2562 / 00:05
    จากตัวอย่างตอนต่อไป พี่เวดเจ็บช้ำน้ำใจเเล้วว
    #10
    0