ฉันเป็นแมลงมีปีกที่เต็มใจบินไปติดกับใยแมงมุม #Spideypool.(จบแล้ว)

ตอนที่ 4 : กระหาย

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 176
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    1 ก.ค. 62





“...”บ็อบขับมอเตอร์ไซค์ ที่มานิคใช้ร่างเขาไปทำเรื่องเลวทรามขโมยมันมาจากชายคนหนึ่ง เขาไม่รับรู้ว่ามันจัดการชายที่น่าสงสารคนนั้นยังไง รับรู้เพียงตอนที่มันยอมมอบสติให้เขา บ็อบเห็นแค่ซากร่างที่ตายไปแล้วเท่านั้น

 

                     ยิ่งนึกถึงเขายิ่งอยากจะอาเจียน กลิ่นคาวเลือดยังคงคละคลุ้งติดที่ปลายจมูก

 

กลิ่นนั่นออกจะหอมหวาน นายนี่มันไร้รสนิยมชะมัด

 

                     เสียงแหบต่ำน่ารังเกียจกล่าวกวนประสาทเขา มันบังคับร่างเขาให้ขับไปที่ไหนสักแห่ง บ็อบเหนื่อยเหลือเกินทำแบบนี้สู้ให้เขาตายดีกว่า ปัจจุบันนี้ร่างกายกำยำนี่แทบจะไม่ใช่ของเขาแล้วด้วยซ้ำ

                     พลันมาถึงที่หน้าบ้านหลังหนึ่งซึ่งเขาก็ไม่รู้ว่ามันเป็นบ้านของใคร จนสายตาเขาได้มองลึกเข้าไปเห็นเด็กหนุ่มที่กำลังนั่งอ่านหนังสืออยู่ เขาเห็นเด็กคนนั้นผ่านหน้าต่างบานใส

                     เขาจำได้ดีว่าเด็กคนนั้นคือใคร!

 

“นายมาที่นี่ทำไม”บ็อบอาศัยช่วงที่มานิคไม่ได้ควบคุมร่างของเขาเดินหันหลังกลับ จากนั้นเขาก็เห็นอะไรสักอย่างมันถูกเชือกรัดเอาไปกับเบาะท้าย

 

                     บ็อบไม่รอช้าแกะมันแล้วเปิดผ้าที่ห่อมันไว้ออก

                     พอเห็นว่าคืออะไรเขาแทบจะเข่าอ่อน...

 

เพื่อนฉันต้องการโฮสต์มานิคกล่าวหมัดมือชก

 

                     มันเป็นสัตว์ประหลาดที่จิตใจเข้าขั้นวิปริต บ็อบรู้ดีมันแทบไม่ต้องขอร้องเขาให้เอาเพื่อนมันไปสิงเด็กหนุ่มคนนั้นด้วยซ้ำ แต่มันมักจะชอบเล่นกับความรู้สึกของเขาเสมอเมื่อมันอยากจะเล่น

 

เอาแคปซูลนี้ไปวางไว้ที่พุ่มไม้ตรงนั้น

 

“นายบังคับร่างฉันเองไม่ง่ายกว่าหรอ”ร่างสูงรู้ดีว่าขัดมันไปคงไม่ได้อะไรขึ้นมา แต่เขาก็ไม่อยากจะทำเรื่องชั่วนี่ ในขณะที่เขามีสติ

 

ฉันชอบที่คนจิตใจดีแบบนายเจ็บปวดที่ต้องทำเรื่องชั่วๆโดยไม่เต็มใจน่ะ

 

“ไม่...ฉันไม่ทำ”บ็อบตอบเสียงเบาแต่หนักแน่นก่อนจะเอาผ้าห่อแคปซูลเพื่อบดบังสิ่งน่ารังเกียจ

พลันร่างเขาก็หยุดนิ่งไม่ไหวติง เขาขยับกายของตัวเองไม่ได้หากแต่ยังมีสติ เขาได้ยินทุกคำที่มันพูดกับเขาชัดเจน

 

พ่อของนาย คุณยายเรด ซันซ่า รับรองว่าพวกนั้นจะเป็นเหมือนแฟนสาวสุดสวยของนาย บ็อบ...เสียงต่ำแหบพร่า น่าขยะแขยง ดังเข้ามาในโสตประสาทก่อนที่มันจะปล่อยกายเขาเป็นอิสระ

 

                     บ็อบหอบหายใจจนตัวโยน เหงื่อไหลพลั่กอย่างกับเขื่อนแตก

 

ฉันชอบจริงๆ ที่นายเป็นแบบนี้เสียงชวนอาเจียนนั่นยังคงดังไม่หยุด

 

                     ร่างสูงจำใจเดินแทบล้มไปใกล้พุ่มไม้หน้าบ้านของเด็กหนุ่มที่เขายังไม่ได้ให้แม้แต่คำว่าขอบคุณที่ช่วยให้เขารอดจากเดดพูลในวันนั้น

                     อกเขาเจ็บเนื่องจากทั้งเครียดเรื่องพ่อ คนรอบตัวของเขา และเรื่องเลวทรามที่เขาเปิดทางให้ไอสัตว์นรกนี่เข้าไปสิงคนที่กำลังตั้งใจอ่านหนังสืออย่างไม่รู้ตัว....

.

.

                     หลังจากเขาแยกกับเดดพูล ปีเตอร์ก็รีบกลับมาอ่านหนังสือ เขาเกือบลืมไปว่าพรุ่งนี้เขามีสอบย่อย คาบเช้า ร่างในชุดเสื้อยืดตัวโปร่งอ่านบทเรียนใกล้จะจบ เขาก็เริ่มล้า ตาปรือจนเห็นได้ชัด พลันความง่วงถาโถมเข้ามาดังคลื่นทะเลลูกใหญ่ เขาก็ฟุบหลับลงไปในที่สุด

                     ร่างเพรียวบนเก้าอี้หลับไปโดยไม่รู้เลยว่ามีสิ่งมีชีวิตตัวใหม่ คลืบคลานเข้ามาใกล้ ร่างเหลวหนืดสีดำเคลือบไปด้วยประกายสีทองคล้ายดวงดาว เคลื่อนกายเนิบนาบของมัน ใกล้ปลายเท้าเรียวก่อนจะแทรกซึมทั้งตัวของมันเข้าไป...

.

.

                     ปีเตอร์รู้สึกสากที่แก้ม เมื่อเขารับรู้ว่าเขานอนเอาแก้มแนบกระดาษสมุดจดของตัวเองทั้งคืนทำให้ต้องลุกกายขึ้นบิดขี้เกียจ ร่างเพรียวเดินเข้าห้องน้ำไปแปรงฟันเป็นปกติ ออกมาเขาก็ดูเวลา

                     นาฬิกาบนผนังเตือนให้เขาต้องรีบมากกว่านี้เพราะไม่อย่างนั้นเขาจะเข้าเรียนไม่ทันคาบเช้า

 

!!!”ปีเตอร์ วิ่งหาเสื้อตัวใหม่ขึ้นมาสวม เสียงดังโครมคราม จนคนเป็นป้าที่นั่งดื่มกาแฟอยู่ข้างล่างรับรู้ว่า หลานชายของหล่อนกำลังรีบเพราะใกล้จะสายแล้ว

 

“ผมไปโรงเรียนแล้วนะครับ!”ไม่นาน หลานชายก็วิ่งลงมาจากบันได พร้อมเป้ใบเก่า เขากล่าวบอกเธอโดยที่ไม่ได้หันหน้ามามองสักนิด

 

“ตั้งใจเรียนล่ะ”เธอไม่รู้ว่าหลานรักจะได้ยินเสียงตะโกนไล่หลังของเธอรึเปล่า

.

.

“เวด ฉันมีเรื่องจะบอกนาย”

 

“ทำไม นายจะสารภาพรักฉันรึไง”เวดในกางเกงบ็อกเซอร์สีชมพูลายหัวใจหลากดวง นอนอ่านหนังสือการ์ตูนอยู่กล่าวตอบอย่างไม่มองคู่สนทนา

 

                     โคลอสซัส เขารีบบึ่งจากสำนักงานเพื่อมาหาเวด แต่หมอนี่กลับนอนเกือบเปลือยแถมยังไม่สนใจเขาอีก

                     มือเหล็กดึงหนังสือเล่มเล็กออกจากมือทั้งสองของเวดโดยไม่ทันตั้งตัว

 

“เฮ้!มีอะไรก็พูดสิวะ มาแย่งการ์ตูนฉันทำไม”เวดเด้งกายจากที่นอนอยู่ขึ้นมานั่งอย่างเอาเรื่อง

“เวด ฉันบอกแกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าพาสาวมาที่บ้าน!”เสียงแหบแก่ของ อัล หญิงแก่ที่อยู่ร่วมบ้านกับเวดดังขึ้น

 

“ป้า!ป้าฟังยังไงวะ ว่าฉันเอาสาวมาบ้าน ตาบอดแล้วยังจะหูเพี้ยนอีก”เวดหันหน้าไปมองป้าแก่สวมแว่นกันแดด พ่นควันบุหรี่ออกมาแทบจะโดนหน้าเขา

 

                     เวดปลงตกกับยัยป้าตาบอดนี่จริงๆ แต่หล่อนก็โอเคอะนะ...

 

“มีอะไรก็ว่ามา”เวดหันมาสนใจโคลอสซัสที่ยืนค้ำหัวเขาอยู่ เป้าเหล็กของมันแทบจะทิ่มหน้าอยู่แล้ว

 

“ซิมบิโอตที่พวกนายตามหาอยู่มันกลับไปที่ศูนย์วิจัยแล้ว”คนเหล็กยืนกอดอก

 

“มันกลับไปได้ยังไง เมื่อวานบ็อบก็หายตัวไป”

 

“เรื่องบ็อบ ตอนนี้ปล่อยให้เป็นหน้าที่ของตำรวจ ส่วนซิมบิโอต เห็นว่าเจ้าหน้าที่จับได้เอง”

 

“...”เวดสับสน การที่บ็อบหายตัวไปนั้นมันผิดปกติ ยิ่งซิมบิโอตนั่นกลับไปที่ศูนย์วิจัยแล้วอีก

 

“นายอย่าเอาเรื่องนี้เก็บไปคิดเลย ยังไงซิมบิโอตก็กลับไปที่ศูนย์วิจัยแล้ว คงไม่มีอะไรน่าห่วง ส่วนบ็อบตำรวจกำลังตามหาอยู่”โคลอสซัส

 

“อืม”เวดตอบแต่หน้าประดับด้วยรอยแผลของเขาก็ยังไม่เลิกแสดงความสงสัยที่มีอยู่ในหัว

.

.

                     ปีเตอร์เปลี่ยนชุดของตนเข้ากับชุดเข้ารูปและกางเกงสีน้ำเงิน เขาสวมหน้ากากก่อนจะยิงใยขึ้นไปบนตึก

“แคเรน  เมื่อวาน โดรนที่ส่งไปมันบอกว่าบ็อบอยู่ที่ไหน?”ปีเตอร์ถามถึงที่อยู่ของบ็อบจากแคเรน

 

                     ไม่มีเสียงตอบกลับจากสูทเลดี้

 

“แคเรน”ปีเตอร์เรียกอีกครั้ง เธอก็ยังคงไม่ตอบ

 

                     มันเกิดอะไรขึ้น หรือชุดเขาจะเสีย เมื่อกี้เวบชู้ตเตอร์ของเขาก็ยังสามารถยิงใยได้ปกติ แต่มันไม่สามารถทำอะไรนอกจากนั้นได้

 

What the heck!”สไปดี้เริ่มหัวเสีย แสงแดดยามบ่ายหลังเลิกเรียนนี่ก็ร้อนเหลือเกิน

 

                     ปีเตอร์หยิบมือถือของตน โทรหาแฮปปี้

                     สุดท้าย แฮปปี้ ก็ไม่รับสาย เขาโทรไปแทบจะสิบสายปลายสายก็ไม่แยแสเขาสักนิด

                     ปีเตอร์ตัดสินใจทำหน้าที่ของตนตามปกติ ไม่มีแคเรน หรือฟังก์ชั่นอื่นเขาก็อยู่ได้!เมื่อก่อนเขาก็เป็นแบบนี้...

                     ฟ้ามืด ปีเตอร์ ก็เปลี่ยนชุดกลับไปที่บ้าน ก่อนหน้านี้ป้าเมย์บอกว่ามีคนมาหาเขาที่บ้าน ให้รีบกลับเพราะจะมีดินเนอร์กัน

                     พลันเขาเปิดประตูเข้าไปก็เจอหนุ่มร่างสูงในชุดสีแดงเข้ารูปกำลังนั่งคุยกับป้าเมย์ของเขาอย่างถูกคอ

 

“ฮ่าๆๆ จริงหรอเนี่ย คุณนี่ตลกชะมัด”ป้าเมย์ของเขาหัวเราะร่า สายตาของหล่อนดูสนุกกับการได้พูดคุยกับเดดพูล

 

                     ปีเตอร์เดินเข้าไปกลางวงของทั้งคู่ที่นั่งอยู่บนโซฟาคนละตัว

 

“คุณมาทำอะไรที่นี่!?”ปีเตอร์ในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง จ้องนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนไปที่เวด

 

“มาหานายไงล่ะ พีตี้!”ไม่ว่าเปล่าเจ้าตัวยังแผ่แขนกว้างออกใส่เขาอีก

 

                     เดี๋ยวนะ ใครมันบังอาจมาเรียกเขาว่าพีตี้ ชื่อโคตรจะหน่อมแน้ม!

 

“คุณเรียกเขาซะน่ารักเชียว”ป้าเมย์นอกจากจะไม่เข้าใจเขาแล้ว ยังจะเข้าข้างมันอีก!

 

                     น่ารักตรงไหนวะ!

 

“ป้าให้เขาเข้ามาได้ไง ผมไม่รู้จักเขา”

 

“เฮ้!พูดงี้ได้ไงล่ะ พีตี้ เมื่อวานเรายังเจอกันอยู่เลย”

 

“อีกอย่างหลานยังเพิ่งจะถามเขาอยู่เลยว่ามาทำอะไรที่นี่”ป้าเมย์

 

                     ปีเตอร์ปากคว่ำ แต่ก็หันหลังเดินไปที่ห้อง

 

“หลานไม่กินข้าวหรอ”

 

“ผมอิ่มแล้ว”หลังกล่าวจบเด็กขี้งอนก็ปิดประตูห้องทันที

 

“ผมขอเข้าไปคุยกับเขาในห้องนะ”เวดว่าพลางลุกขึ้นจากโซฟา

 

“ยินดี”ป้าเมย์กล่าวพลางยิ้ม

.

.

!!!”เสียงเปิดประตูทำให้ ปีเตอร์ ที่กำลังง่วนอยู่กับชุดฮีโร่ของตนต้องเงยหน้าขึ้นมอง

 

“ใครอนุญาตให้คุณเข้ามา?”ปีเตอร์ถามพร้อมกับมองหน้าร่างสูงอย่างหงุดหงิด

 

“ป้านาย”เวด

 

                     คำแค่สองคำออกมาจากปากของเวดมันก็กวนประสาทเขาได้ระดับหนึ่งทีเดียว

                     ปีเตอร์ หยิบหน้ากากแมงมุมขึ้นมาสวม

                     เวดขำกับท่าทีแสนจะเด็กน้อยนั่น

 

“เอาจริงดิ!ทั้งที่ฉันเห็นหน้านายจนจำได้แล้วด้วยซ้ำ อย่าฝืนเลยจะดีกว่า”

 

                     ไม่!ถ้าทำแบบนั้นแปลว่าเขายอมน่ะสิ ปีเตอร์คิด

                      เวดมองภาพ คนนั่งอยู่บนเตียงในชุดลำลอง แต่สวมหน้ากากแมงมุม เบิกตาเขม่นเขา

 

“อย่าทำตัวเป็นเด็กเลยน่า~ พีตี้”เวดยียวน พลางหย่อนก้นลงที่เก้าอี้สำหรับอ่านหนังสือของปีเตอร์

 

                     เดดพูลรู้ว่าคำไหนสามารถทำให้ แมงมุมหนุ่มอารมณ์ขึ้นได้

                     คำว่า เด็กนี้ล่ะเชื้อเพลิงชั้นดีเลยทีเดียว

 

“ผมไม่อนุญาตให้คุณเรียกผมแบบนั้น”

 

                     นั่นไงแมงมุม โกรธแล้ว!...ปีเตอร์ลุกขึ้นยืนทั้งที่สวมหน้ากากอยู่ ร่างเพรียวเดินเข้ามาเผชิญหน้ากับคนบนเก้าอี้

 

“แล้วจะให้ฉันเรียกนายว่าอะไรล่ะ”เดดพูลกล่าวพลางหยิบดินสอแท่งโปรดของ ปีเตอร์ มาควงเล่นพร้อมกับเอนกายลงที่พนักพิง

 

“นี่คุณหลอกถามชื่อผมใช่ไหม?”ปีเตอร์

 

                     เวดอยากจะหัวเราะเขาจะหลอกถามคนปากแข็งให้เหนื่อยทำไม ป้ายังสาวของปีเตอร์บอกเขาหมดแล้ว

 

“ฉันรู้ว่านายชื่อว่า ปีเตอร์ พาร์คเกอร์”เดดพูลจงใจพูดชื่อเต็มให้คนตรงหน้าได้ยินชัดเจน

 

“ดูเหมือนว่าจะมีแค่คุณนะที่รู้จักผม”แมงมุมหนุ่มถามด้วยน้ำเสียงเชิงประชด ใบหน้าเรียวเอียงคอเล็กน้อย

 

“อ่าห้ะ...นายอยากรู้ชื่อฉันหรอ”

 

                     ปีเตอร์อ่านเกมออกว่า ถ้าตนดิ้นเร่าอยากจะรู้ คนกวนตรงหน้าจะแกล้งเขาหนัก ก่อนที่จะบอกแน่

 

“เหอะ...ถึงผมอยากรู้ คุณก็คงไม่อยากบอกอยู่ดี ยังไงผมมันก็ไม่น่าไว้ใจอยู่แล้ว”

 

                     ปีเตอร์แสร้งเดินกลับไปนั่งบนเตียงพร้อมกับทำคอตก

 

“...”แมงมุมหนุ่มแอบเหลือบตามอง คนบนเก้าอี้ก่อนจะเห็นว่า ร่างสูงมีท่าทีเหวอที่ เขาไม่ไหลตามเกมของเจ้าตัว

 

                     ในหัวของ เวด ตอนแรกคือ จะแกล้งแมงมุม ขี้น้อยใจให้หนำใจ ก่อนจะบอกชื่อตัวเองให้รู้ แต่นี่อะไร! เขาทำเด็กน้อยในฝันของเขาหงอยซะงั้น

                     ร่างสูงไม่รู้เลยว่า เด็กมารยาเหลือล้น ที่นั่งคอตกอยู่บนเตียงกำลังพร่ำบอก ให้เขาตกเป็นเบี้ยล่างของตน

 

“เฮ้!สไปดี้ฉันไม่ได้คิดอย่างนั้นเลยนะ”

 

“...”เอาสิ! เห็นใจเขาให้มากๆ

 

“นายน่าไว้ใจกว่าฉันซะอีก”

 

“...”นั่นแหละ เข้ามาติดกับเขาซะ!

 

                     ตอนนี้ปีเตอร์ รู้สึกเหมือนตนกำชัยชนะเอาไว้ชะมัด

                     แมงมุมหนุ่ม ไม่ได้รับรู้เลยว่า แมลงที่บินเข้ามาติดกับใยของเขานั้น มันมีพิษร้ายแรงแค่ไหน และมันตั้งใจเข้ามาติดกับอยู่แล้ว...

 

                     ร่างสูงบนเก้าอี้ จับสังเกตได้เมื่อ เด็กแสบนั่นทำทีเศร้าจนผิดธรรมชาติ แถมสไปดี้ลืมไปแล้วรึไงว่าหน้ากากของตนนั้นแสดงสีหน้าที่เขาคิดออกมาอย่างโจ้งแจ้ง

                     หึ...เด็กนี่ร้ายกับเขามาเยอะ เขาไม่โง่ที่จะให้หลอกซ้ำ

                     เวด ใช้ความสามารถส่วนตัว ที่เรียกว่า เสแสร้งขั้นเทพ เดินเข้าไปนั่งข้างๆคนเด็กกว่าที่นั่งคอตกไม่เลิก เขาสังเกตถึงความตกใจจากตารีขาวคู่นั้น

 

“โอ้~~พีท ฉันเชื่อใจนายยิ่งกว่าอะไรซะอีก”เวดทำทีปลอบ มือก็เลื้อยไปโอบคอ ปีเตอร์ให้เข้ามาใกล้ เขาเชื่อว่าคนเด็กกว่าไม่กล้าขัดขืนเพราะกลัวว่าเรื่องที่ตนเสแสร้งมาจะสูญเปล่า

 

“...”ร่างบางกว่าจากที่คอตกเฉยๆ เริ่มหงุดหน้าของตนแทบจะพับกับอก

 

“เพราะฉันรู้ว่านายกำลังคิดอะไรอยู่ไงล่ะ”เวดกระซิบข้างหูปีเตอร์และยังไม่ลืมเป่าลมใส่ แกล้งให้คนโดนขนลุกเล่น

 

!!!!”ปีเตอร์หน้าร้อน เขาขอบคุณตัวเองมากๆที่สวมหน้ากากอยู่ ร่างของเขาถูกคนตัวโตกว่าผลักให้นอนหงายลงบนเตียงก่อนที่จะโดนคร่อมทับอีกที

 

“ไง! ไม่เศร้าแล้วหรอที่ฉันไม่ไว้ใจนาย?”เวดกล่าว

 

                     ปีเตอร์ หายใจติดขัด ทั้งที่คนบนร่างแทบไม่รู้สึกอะไรเลย เวดคิดว่าคนเด็กกว่าคงโกรธที่ถูกตนจับได้เท่านั้น

                     เวดเห็น ตารีขาวเบิกกว้างอยู่นานจนผิดสังเกต มือเรียวจับเข้าที่ใต้หน้ากากพยายามที่จะถอดมันออก

                     แต่มือบางกว่ากลับ จับข้อมือเขาไว้แน่น

 

“นี่!ฉันเห็นหน้านายมาไม่รู้กี่ครั้งแล้ว ถอดออกเถอะ!”เวดเห็นว่าคนใต้ร่างเริ่มผิดปกติ จนเขาเป็นห่วงแต่ ปีเตอร์ ก็ยังรั้นไม่เลิก

 

                     ใต้ร่างดิ้นขลุกขลัก ผิวกายสัมผัสกับคนบนร่างผ่านผ้าเนื้อบางแทบจะทุกส่วน เมื่อรับรู้ได้ดังนั้น คนเด็กกว่าจึงหยุดดิ้นกะทันหัน

                     ร่างสูงกว่าก็ยังไม่ละ ความพยายามที่จะถอดหน้ากากเขาออก จนปีเตอร์สู้แรงไม่ไหว

 

“พรึ่บ! แค่เนี่ย! หน้ากากนาย มันต้องระบายลมได้ไม่ดีแน่ๆ หน้าแดงไปถึงหูแหน่ะ!”เมื่อดึงเสร็จ เขาก็ลุกกายออกจากคนเด็กกว่า ปล่อยให้ได้หายใจหายคอ

 

                     ปีเตอร์ ยอมรับว่าคนตรงหน้านั้นฉลาด แต่ไม่คิดว่าจะทึ่มกับเรื่องนี้หรือเจ้าตัวแกล้งทึ่มเองกันแน่ แต่ก็ดีเขาจะได้วางตัวถูก

 

“แฮ่กๆ”เสียงหายใจแผ่วกับ หน้าที่แดงซ่าน ทำให้เวดแทบขึ้น!

 

                     ไม่ๆ เขาบอกลูกชายของตนว่าอย่าเพิ่งมาเหิมเกริมตอนนี้ เขาจะใช้สมองของเขาจดจำคนตรงหน้าเอาไว้เป็นวิดีโอ พร้อมเปิดดูในห้องนอน

                     ตาสีน้ำตาลอ่อนช้อนตา มองเขาพลางมุ่นคิ้ว

 

“คุณจ้องผมนานเกินไปแล้วนะ”ปากสีแดงสดกล่าวปราม

 

                     วิดีโอ ของเขาคงต้องจบลงเพียงเท่านี้

                     เวด เลิกกวนประสาทก่อนจะหันหลังให้ ปีเตอร์

                     ความเงียบเป็นอะไรที่ปีเตอร์เกลียดที่สุด ถ้ามันเกิดขึ้นระหว่างเขากับเดดพูล

 

“สรุป คุณจะบอกชื่อของคุณไหม?”ปีเตอร์พูดทำลายความเงียบ

 

“....เวด วิลสัน นั่นคือชื่อฉัน”

 

                     ปีเตอร์ จำมันไว้แทบจะฝังหัวอย่างไม่รู้ตัว

 

“งั้นต่อไปผมเรียกคุณว่า เวด ได้ไหม”เขาคิดว่าการที่ใช้คำว่า คุณหรือนาย มันน่าเบื่อไปเลย

 

“อ่า...ได้สิ”เวดคิดว่ามันจะดีกับหูเขามาก ถ้าหากเด็กบนเตียงเรียกเขาแบบนั้นทุกวัน

 

                     เวด เลิกหันหลังให้ ปีเตอร์ ก่อนจะเดินมานั่งข้างๆ

 

“ งั้นฉันก็เรียกนายว่า พีตี้ ได้น่ะสิ!

 

                     ทันทีที่ได้ยิน เด็กตรงหน้าก็คว่ำปากโกรธ

 

“ไม่!ผมเกลียดชื่อนั้น”

 

“ปีเตอร์มันยาวไป”

 

“มันแค่สองพยางค์เอง พีตี้ก็สองพยางค์ ทำไมคุณถึงคิดว่ามันไม่ยาว”

 

                     การถกเถียงงุ้งงิ้งกับเด็กคนนี้มันเป็นอะไรที่โคตรฟิน เวดคิด

 

“ยังไงผมก็ไม่ชอบอยู่ดี”ร่างเล็กกว่ากอดอก

 

“งั้น พีท เป็นไง”

 

                     สีหน้านิ่งแต่พยักหน้าตอบ นั้นแสดงว่าคนเด็กกว่าอนุมัติเป็นที่เรียบร้อย

                     พอคุยเรื่องนี้จบ ปีเตอร์ก็ เริ่มมาคิดได้ว่าร่างสูงมาที่นี่คงไม่ได้แค่จะมาคุยกับเขา

 

“เวด...คุณมาที่นี่ทำไม”ปีเตอร์

 

“ฉันจะมาบอกนายว่า ซิมโอตนั่น เจ้าหน้าที่ศูนย์วิจัยจับไปเรียบร้อยแล้ว แต่...

 

                     ร่างสูงเอามือเท้าคางศอกก็วางไว้ที่หน้าขา

 

“คุณหมายถึงบ็อบหรอ?”พีท

 

“ใช่ ยังหาเขาไม่เจอเลย”

 

“ผมคิดว่าเราควรไปที่ศูนย์วิจัย ไปพบเจ้าหน้าที่ ที่จับซิมบิโอตได้”

 

                     พีทคิดเหมือนกับเขาเปี๊ยบ แต่ปัญหาคือ

 

“ฉันก็คิดจะทำแบบนั้น แต่โคลอสซัสบอกว่าต้องปล่อยหน้าที่ให้กับตำรวจจัดการ อีกอย่างศูนย์วิจัยนั่นไม่อนุญาตให้คนนอกเข้า ถ้าเราแอบเข้าไปแล้วโดนจับได้เราจะถูกทำโทษตามกฎหมายทันที” เวดไม่ได้กลัวติดคุกหรอกแต่เขาไม่อยากให้คนตรงหน้าเข้าไปเกี่ยวด้วย

 

                     คุณคงถามว่าแล้วทำไม เวด ไม่ฉายเดี่ยวไปเลย บอกเลยว่า เขาจะหาเรื่องใส่ตัวให้ลำบากทำไม

                     พีท คิดตามที่ เวดบอก ทางที่ดีพวกเขาก็ไม่ควรจะไปก้าวก่ายหน้าที่ของตำรวจ

 

“อืม ผมก็คิดว่างั้น....”ปีเตอร์ตอบอย่างเข้าใจ แต่ใบหน้าก็ฉายความกังวลได้อย่างชัดเจน

 

“ฉันถึงได้จะมาถามนายว่า โดรนที่ส่งไปตามหาบ็อบตอนนี้หาที่อยู่ได้รึยัง?

 

“พอดีตอนนี้ทั้งโดรนแล้วก็ฟังก์ชั่นต่างๆในชุดของผมมันพังไปแล้วน่ะไม่รู้ทำไม”ปีเตอร์กล่าวพลางใช้นิ้วโป้งเรียวไล่ไปตามผิวผ้าลื่นของหน้ากากที่ถอดออก

 

                     เห็นหน้าเศร้าของคนเด็กกว่า เวด ก็ไม่อยากจะแกล้ง

 

“เอาน่าเดี๋ยวนายก็เอาไปให้สตาร์คซ่อมให้”

 

“อืม...ไม่รู้ว่าอีกนานไหม”

 

 

 “เอาล่ะ!ฉันคิดว่าฉันต้องไปทำงานต่อล่ะ”จริงๆเวดอยากจะอยู่ต่ออีกสักนิดแต่เขามีภารกิจที่ต้องไปทำต่อ

 

“เวลาสองทุ่มเนี่ยนะ!”พีท

 

“ใช่ เวลาเลิกงาน ของฉันมันไม่คงที่แบบนายนะ”เวดว่าพลางลูบผมของปีเตอร์

 

“ให้ผมไปด้วยได้ไหม?”พรุ่งนี้เป็นวันหยุด อีกอย่างเขาก็อยากจะลองเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง เขาอยากจะรู้ว่า งานของ เวด นั้นเป็นแบบไหน

 

“ห้ะ!นายพูดจริงหรอ?

 

“อืม”

 

“อย่าเลยดีกว่าน่า”ถึงเขาจะดีใจที่ ปีเตอร์ อยากจะไปด้วย แต่เขาก็ไม่อยากจะให้เด็กตาใสตรงหน้าไปทำเรื่องสกปรกแบบเขา เอาจริงๆมันก็ไม่สกปรกหรอก มันเหมือนกับเขาเป็นคนเก็บขยะให้โลกใบนี้สะอาดขึ้น

 

“ทำไม”เสียงใสส่งสายตาแป๋วแกมอ้อนมาให้

 

                     อ้อนตรงๆด้วย ไม่มีมารยาอะไรทั้งนั้น

                     เวดกระอักเลือดตายตรงนี้เลยได้ไหม

 

“งานกว่าจะเสร็จก็เลยไปอีกวันแล้วนะ”เวด

 

“พรุ่งนี้วันหยุด ผมขอไปด้วยนะ นะ”ปีเตอร์ไม่รู้ทำไม ตั้งแต่เช้าเขาก็ไม่รู้สึกเหนื่อยเลย แถมตอนที่สูทเลดี้ใช้งานไม่ได้ พละกำลังเขากลับมากขึ้นอีกต่างหาก ทำอะไรก็คล่องแคล่วไปหมด

 

“โอเค...”เวดตอบ พลางคิดว่าตนคงต้องตายแน่ๆ ถ้าเด็กตรงหน้ายังอ้อนเขาอยู่

 

 

                     เวด พา ปีเตอร์ มาที่ตรอกแคบๆ ก่อนจะนำไปที่ประตูเหล็กเก่าบานหนึ่งในซอย

 

“เอี๊ยด!”เขาพยายามเปิดมันให้นุ่มนวลที่สุดแต่มันก็ได้แค่นี้ เพราะสนิมที่เกรอะกรังนี่ทำให้เขาต้องออกแรงอย่างมากในการเปิดประตู

 

                     ปีเตอร์คอยระวังหลังให้เขา แมงมุมหนุ่มรู้สึกตื่นเต้นอย่างบอกไม่ถูก

                     ทั้งคู่เดินลงไปตามบันไดสกปรก เริ่มใกล้ถึงเป้าหมายเต็มที

                     เสียงเพลงจังหวะมันเปิดดังจนหูแทบดับ ปีเตอร์ตัวสั่นเขาไม่เข้าใจว่าทำไมเสียงเพลงนี่ มันทำให้เขารู้สึกแย่ชะมัด ร่างเพรียวหยุดกึกทันทีเมื่อ เวดใกล้จะเปิดประตูเข้าไปในผับใต้ดิน

                     เวดเห็นเด็กที่มักจะชอบลุยเสมอ แต่ตอนนี้ตัวสั่นเป็นลูกนก

 

“นายกลัวหรอ?”เวดเดินเข้าไปใกล้เพื่อดูอาการ

 

“ผมเกลียดเสียงดังน่ะ”ปีเตอร์ตอบตามที่ตนรู้สึก ซึ่งที่ผ่านมาเขาก็ไม่ได้เกลียดมันมากเท่าตอนนี้มาก่อน

 

“โอเค งั้นรออยู่ตรงนี้”เวดกล่าวดันร่างเล็กกว่าให้หลบอยู่ที่มุมก่อนที่ตนจะ ถีบประตูเหล็กกระเด็น

 

 

“ปังๆ! ปัง ปัง! พวกแกจะเปิดเพลงให้หูดับกันไปข้างเลยรึไง!”เสียงยิงปืนของเวดดังออกมาไม่หยุดพร้อมกับเสียงเข้มกวนประสาทของเจ้าตัว

 

                     เสียงเพลงในผับเงียบแทนที่ด้วยเสียงปืน ปีเตอร์ เดินเข้าไปในผับใต้ดิน ร่วมทีมกับเดดพูลทันที

                     เวด ยิงปืนใส่พวกลูกน้อง เขาพอรู้ว่าตัวหัวหน้ามันอยู่ที่ไหนแต่ต้องผ่านไอพวกเวรนี่ไปก่อน

 

“ปัง!”เขายกปืนยิง ไอหัวล้านใส่แว่นดำที่กล้าเข้ามาเกมกับเขาคนแรก และคนถัดไปก็ตามมา

 

                     ร่างเขาโดนกระสุน ไอพวกนั้น นับสิบนัด

 

!!!” ร่างสูงเหลือบตาเห็นว่ามีคนจะฟัน เขาจากด้านหลัง เขาคิดว่าตนคงหลบไม่ทันแน่ๆ คงต้องหิ้วหัวตัวเองแล้วสู้ไปด้วย

 

“ฟุ่บ!”ใยสีขาวพุ่งมาจากด้านข้างกัก ไอหัวหยิกที่จะฟันหัวเขาให้ตัวไปติดกับพื้น

 

Thankyou!”เวดตะโกนบอกคนที่โหนใย เตะศัตรูที่เหลือ

 

                     เขาปาปืนหมดกระสุนใส่ หน้าไอคนที่จะเข้ามาแทงเขาอย่างแรงก่อน จะเบี่ยงตัวหลบคมมีด จากนั้นเขาก็หยิบดาบคู่ด้านหลังของตนขึ้นมาฟันหัวมันสะบั้น

                     ศีรษะกลิ้งหลุนๆ จนโจ้งแจ้ง เจ้าตัวเตะมันไปหลบที่ใต้โต๊ะตัวหนึ่ง เพราะกลัวว่า พีท จะมาเห็น

                     เวด ยกเท้าขึ้นถีบประดูกากเดนของผับ

                     ผับนี้ประตูและการป้องกันนั้นกากกว่าที่เขาเคยไปมาหลายๆที่

                     เข้าไปก็จ๊ะเอ๋ กับหัวหน้าแก๊งพอดี มันยกปืนขึ้นมายิงเข้าที่อกกว้างของเขา

 

“แกเป็นตัวอะไรกันแน่!”มันถามเขาด้วยภาษาอังกฤษสำเนียงจีน

 

“ข้าคือยมบาล จะมารับแกไปนรก”เวดกล่าวติดตลก ใช้ดาบคมตวัดข้อมือที่ถือปืนอยู่ขาดกระเด็นลงพื้น

 

“อ้าก!!”ชายแก่ร่างกำยำมองส่วนที่เลือดไหลพลั่กแทบจะเป็นพลุ พลางร้องอย่างเจ็บปวด

 

                     เวด แกะมือที่แน่นิ่งอยู่บนพื้นออกจากปืน ก่อนจะใช้ปืนนั้นยิงเข้าไปที่กลางหัวของเจ้าพ่อค้ามนุษย์อย่างเย็นชา

 

“แกรก!”เวนโยนปืนทิ้งหลังจากที่ภารกิจเสร็จสิ้น

 

                     ปีเตอร์ สับสนกับร่างกายของตน ขณะที่โหนกายขึ้นไปเกาะบนเพดาน เมื่อกี้เขารู้สึกว่าตนถูกพวกมันยิงที่ขา แต่พอดูดีๆ กลับไม่มีรอยแผลสักนิด

                     ร่างพีทบนเพดาน ยิงใยออกเป็นแหใส่มาเฟียสามคนที่ทำท่าจะยิงเขา

                     ทั้งสามถูกใยเหนียวรัดติดกันไว้คล้ายแหนม

                     เมื่อลงมาเหยียบพื้น ปีเตอร์ แทบถอนสายตาจากเลือดบนหน้าของคนหนึ่งในกลุ่มไม่ได้ คอเขาแห้งผากแปลกๆ

 

 !!!”เสียงวิ่งใกล้เข้ามา ทำให้ปีเตอร์เลิก สนใจเลือดสีแดงสดบนใบหน้านั่น ร่างอ้วนใหญ่โตวิ่งตรงมาที่เขาพร้อมกับมีดสั้นหนึ่งอัน ปีเตอร์กระโดดม้วนกายขึ้นเหนือพื้น ก่อนที่กายจะไปอยู่ด้านหลังร่างอ้วนที่กำลังวิ่งมาแล้วเขาก็ถีบเข้ากลางหลังของมันขณะที่เขากำลังลอยตัวอยู่กลางอากาศ

 

“แอ้ก!”เสียงกระอักเลือดดังขึ้นยืนยันว่าร่างนั้นโดนบาทาเขา เข้าจังๆ

 

“ท่าสวยนะ”เวดที่มาจากไหนไม่ทราบเดินเข้ามาตบไหล่เขาเมื่อเท้าถึงพื้น ก่อนจะเดินไปหาสามคนที่โดนใยรัดไว้ก่อนหน้า

 

“ปัง! ปัง! ปัง!

 

                    

                     เสียงปืนประกอบกับร่างอ้วนที่นอนเลือด กกปากอยู่บนพื้น ปีเตอร์ไม่คิดว่าตนจะเตะเขาแรงจนถึงขั้นเอาชีวิต ร่างเพรียวรีบรุดเข้าไปดูอาการคนที่นอนแน่นิ่งไม่ไหวติง

 

!!!”ความคิดเขามันบอกว่าไม่ถูก แต่ความรู้สึกกลับตรงกันข้าม คอเขาแห้งผากกระหายอยาก กลิ่นเลือดหอมหวนกว่าอะไรทั้งปวงที่เขาเคยสูดดม เขาอยากจะลองลิ้มรสเลือดสดๆนี่สักครั้ง นิ้วเรียวทำท่าจะแตะลงที่หยาดเลือดข้างปากของร่างที่แน่นิ่ง

 

                     หลังจากที่ เวด แน่ใจแล้วว่าไม่มีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าคน เหลืออยู่ในผับใต้ดินนี้นอกจากเขาและพีทแล้ว เจ้าตัวก็เดินไปหาสไปดี้

                     ภาพที่เห็นทำให้เขาประหลาดใจแกมตะลึง

                     ร่างเพรียวก้มใบหน้าจนแทบจะใกล้กับ ไออ้วนไร้วิญญาณ

                     เวดตะลึงกับท่าทีของพีทชะมัด ตอนแรกเขาคิดว่าจะกลัว ซะอีกแต่นี่...

                     พลันเขาเห็นว่าเด็กตรงหน้าเลิกหน้ากากที่สวมอยู่ออกครึ่งนึง เผยริมฝีปากเข้ารูป แล้วยื่นหน้าลงไปคล้ายจะจูบซากไขมันน่าสะอิดสะเอียนนั่น!

                     What the f*ck! ถ้าปีเตอร์หลงไปอ้วนเน่าเฟะนั่น หน้ารอยแผลไฟไหม้แทบจะทั้งหน้าของเขาคงไม่แน่ว่าปีเตอร์อาจจะถูกใจ

 

“พีท!นายทำอะไรน่ะ”เวดทนเห็นการกระทำที่แปลกประหลาดของเด็กตรงหน้าไม่ได้ เขาตะโกนขัดจังหวะ

 

!!!”พลันได้สติ ปีเตอร์ก็สะดุ้งโหยง เขาผละออกจากร่างอ้วนนั่นทันที เขารู้สึกแปลกๆจนไม่อาจทนเห็นซากศพ และเลือดที่สาดกระเซ็นเต็มพื้นได้ พวกมันดึงดูดเขาจนแทบเวียนหัว

 

                     เห็นร่างเพรียวทำท่าจะเป็นลม เวดก็วิ่งเข้าไปประคอง

 

“เฮ้!นาย โอเคไหม”เวด สังเกตเห็นเหงื่อที่ไหลออกมาผ่านใบหน้าครึ่งล่างที่ถูกเปิดออก

 

                     มือเรียวของ พีท ยกขึ้นปิดทั้งปากทั้งจมูกของตน

                     เมื่อ เวด เข้ามาประคองเขา กลิ่นดึงดูดแรง แทบจะฉุนจมูกก็ตีขึ้นมา

                     ร่างเพรียวสั่นเทิ้ม ห้ามตัวเองไม่อยู่ เขาผลักเดดพูล ให้ล้มลงกับพื้นอย่างไม่ออมแรง

 

“อึก!”เวดจุกเมื่อแผ่นหลังกระแทกกับพื้นแข็ง

 

                     ขณะนี้คนเด็กกว่า นั่งคร่อมอยู่บนตัวเขา พีทถอดหน้ากากออกเหวี่ยงมันไปตกที่ไหนสักแห่ง ก่อนจะโน้มหน้าลงที่ แผลสดจากการถูกยิงบนอกของเวด ปีเตอร์ลังเลไปชั่ววูบว่าเขากำลังทำอะไรอยู่กันแน่ แต่เลือดที่ซึมอยู่บนเสื้อเข้ารูปของเดดพูล มันช่างน่ากินเหลือเกิน

                     มือหนาคล้ายคีมดึงใบหน้าเรียวขึ้นมามองหน้าตรงๆ

 

“พีท นายเป็นอะ!”สติของปีเตอร์ขาดพึ่ง มือเรียวกระชากหน้ากากเวดออก  ก่อนจะฉกริมฝีปากบางของตน ลงที่ปากของเวด ร่างด้านบนบดจูบไม่พอยังกัดริมฝีปาก คนใต้ร่างจนเลือดซิบ

 

                     เวด เจ็บแสบบริเวณปากล่างซึ่งมันเรียกอารมณ์ดิบของเขาได้เป็นอย่างดี



จบตอนที่4 บอกก่อนเลยว่าพวกเรามาเกือบจะถึงครึ่งทางแล้วค่ะ ไรท์แต่งฟิคเรื่องนี้ไว้สั้นๆไม่นานก็จบ 

ตอนหน้าค่อนข้างตื่นเต้นฮ่าๆขอสปอยเลยแล้วกันว่ามันจะมี NC ซึ่งเรากลัวคนอ่านอ่านแล้วจะไม่ชอบ เราไม่ค่อยถนัดเขียนเท่าไหร่ แต่อ่านบ่อยนะ -.,- หุหุ... อ่อเรื่องซิมบิโอตตัวที่สิงปีเตอร์เราคิดขึ้นมาเองนะคะฉะนั้นถ้ามันไม่ตรงกับตัวอื่นๆก็อย่าคิดมากค่ะ แต่งสนองความต้องการของตัวเองเฉยๆ555+ อ่านแล้วชอบกดหัวใจ เม้นติชม กดติดตามเด้อ!

แปะ*



แซ่บนะฉันว่า



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

26 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 19:51

    กรี๊ดดดด มันดีย์!

    #14
    0
  2. #6 เอวาลีน (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 11:19

    เวดชอบเลยแบบนี้ ว่าแล้วว่าสไปดี้ต้องโดนยึดร่าง

    #6
    0
  3. #5 R.chura (@demonedark) (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2562 / 13:04
    สติๆๆๆ หนูลูกกกก ไปคร่อมผช.แบบนั้นไม่ได้นะะะ
    #5
    0