ฉันเป็นแมลงมีปีกที่เต็มใจบินไปติดกับใยแมงมุม #Spideypool.(จบแล้ว)

ตอนที่ 3 : อยากเห็นอะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 216
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 25 ครั้ง
    24 มิ.ย. 62




!!!”เวดสะดุ้งตื่นขึ้นเพราะรู้สึกเหมือนมีใครกำลังยุ่งกับหน้ากากของเขา

 

“เอ่อ...ผมขอโทษ คิดว่าคุณคงจะอึดอัด”เสียงใสดังขึ้นข้างกาย พร้อมกับใบหน้าละอ่อนถูกใจเวดมองมาอย่างเอาใจใส่

 

                     เดี๋ยวนะ เอาใจใส่เนี่ยนะ คำนี้มันสื่อออกมาจากหน้าของเด็กที่เพิ่งจะทิ้งให้เขาเป็นดักแด้ทั้งคืนหรอ!!

                     ปีเตอร์นั่งยันเข่าข้างนึงอยู่ข้างกายเขา เวดเมื่อยขบจึงขยับกาย ตอนนี้ใยเจ้าปัญหามันละลายไปเรียบร้อยแล้ว เมื่อคืนเวดก็จะนอนรอให้มันละลายไปแล้วเขาจะหนีออกจากบ้านเด็กแสบนี่ไปจัดการบ็อบแต่ตัวเองกลับเพลียจนหลับไปซะงั้น มารู้ตัวเองทีก็เช้าของอีกวัน

                     จากมือที่ละออกไปแล้วก็กลับเข้ามาจับที่หน้ากากเขาใหม่

 

“ให้ผมถอดให้ไหม...”

 

                     ปีเตอร์รู้สึกผิดที่เมื่อคืนเขาง่วงจนไม่ได้อธิบายอะไรกับคนตรงหน้าว่าเขาไม่สามารถตัดใยให้ได้ มีแต่ต้องรอให้มันละลายไปเอง และไม่สนใจเรื่องที่คนตรงหน้าจะต้องนอนใส่หน้ากาก ซึ่งมันต้องอึดอัดมากแน่ๆ

                     เวดมองก็รู้ทันทีว่าแมงมุมน้อยรู้สึกเห็นใจเขา แต่เพิ่งจะมาเห็นใจตอนนี้เนี่ยนะ จะมาถอดให้เขาตอนที่เขาสามารถถอดมันเองได้ทำไมกัน!

                     ถึงสไปดี้จะเห็นใจถอดให้ตั้งแต่เมื่อคืนเขาก็ไม่ยอม

                     เวดไม่คิดจะเผยใบหน้าให้เด็กตรงหน้าเห็นตอนนี้

 

“...”ความเงียบทำให้ปีเตอร์เข้าใจว่าเวดคงโกรธและด่าเขาในใจอยู่

 

“ผมรู้ว่าคุณคงจะด่าว่าทำไมเพิ่งจะมาอยากถอดให้ตอนนี้”

 

“ก็รู้ดีนี่”เวดทำเป็นตามน้ำ

 

“ผมขอโทษ”ปีเตอร์ในเสื้อตัวใหม่ดูเหมือนว่าเขาจะตื่นก่อนเวดได้สักพัก

 

                     คนเด็กกว่าสวมเสื้อยืดสีเข้มกับกางเกงยีนส์เก่าๆสวมทับด้วยเสื้อฮู้ดแขนยาวอีกตัว

ดูเนิร์ดชะมัด เวดคิด

 

“เรื่องแค่นี้ฉันไม่โกรธนายหรอก แล้วนี่จะไปโรงเรียนใช่ไหม”

 

“ใช่”ปีเตอร์พยักหน้า

 

“อ่า...งั้นฉันคงต้องขอตัว ขอบคุณสำหรับที่พัก”เวดว่าพลางหยัดกายขึ้นจะเดินไปที่ประตู

 

“เดี๋ยว!”เสียงใสตะโกนก้องพร้อมกับมือบางกว่าจับหมับเข้าที่ข้อมือของเขา แรงดึงอันมหาศาลของคนตัวเล็กกว่าแทบจะทำให้เขาหงายหลังล้ม

 

“นายเรียกเฉยๆ ก็ได้พวก!”เวด

 

“คุณกำลังจะไปไหน?

 

“รู้ไหม? นายถามเหมือนเป็นเมียฉันเลย”เวดบอกตัวเองแล้วว่าจะเลิกเต๊าะเด็กหัวร้อนและชอบใช้กำลังคนนี้ เพราะเขามักจะซวยอยู่เรื่อย

 

“พรึ่บ!”ได้ยินคำว่าเมีย คนเด็กกว่าถึงกับสะบัดมือเขาทิ้งเหมือนมันเป็นขี้

 

“คุณตกลงกับผมแล้วไม่ใช่หรอว่าจะให้ผมดูข้อมูลในมือถือคุณ”ปีเตอร์

 

                     เมื่อคืนมือถืออยู่ในกระเป๋ากางเกงของเวดมันจึงถูกกักด้วยใยแมงมุมของเขาไปด้วย

 

“นายไม่ไปโรงเรียนรึไง”เวดเปลี่ยนเรื่อง

 

“ผมไปอยู่แล้ว แต่ต้องแน่ใจว่าคุณจะไม่ไปจัดการบ็อบโดยไม่มีผม”ปีเตอร์

 

“อ่าได้สิ งั้นฉันจะกลับบ้านไปอาบน้ำก่อนแล้วรอนายเลิกเรียนดีไหม”อย่างแรกที่เขาจะกลับไปอาบน้ำนั้นคือเรื่องจริง อย่างหลังคือเวดตอแหล อาบเสร็จเขาจะบึ่งไปฆ่าบ็อบทันที

 

                      ปีเตอร์รู้ดีว่าคนอย่างเดดพูล ไม่ตกลงกับเขาง่ายๆ

 

“อืม..งั้นถ้าคุณบริสุทธิ์ใจจริงคงไม่ว่าอะไรใช่ไหม ถ้าผมจะให้เจ้านี่ตามคุณไปด้วย”ปีเตอร์กล่าวถึง สไปเดอร์-โดรน มันเคลื่อนกายออกมาจากด้านหลังปีเตอร์ ก่อนจะไปวนสำรวจรอบร่างสูงกว่า

 

                      เวดรำคาญเสียงแหลมเล็กที่ดังออกมาขณะมันกำลังบินสำรวจรอบตัวเขาชะมัด

 

“เครื่องมือนายเยอะเกินเด็กไปไหมเนี่ย”เวดคิดถึงตัวเองในอดีตที่เขาต้องตัดชุดฮีโร่ใส่เอง

 

“อ่อ...สตาร์ค เขาให้ชุดใหม่ผมเป็นของขวัญน่ะ รวมถึงเจ้านี้ด้วย มันมากับชุด”

 

                     นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนดูเป็นประกายเมื่อพูดถึงคนชื่อสตาร์ค

 

“สตาร์ค..ชื่อคุ้นๆนะ”เวดว่าพลางนึก จริงๆชื่อสตาร์คแทบไม่มีในสาระบบของเขาสักนิด แต่คนคนนั้นถึงกับทำให้เด็กตรงหน้าดูยินดีเมื่อได้พูดถึง เขาก็อดสงสัยไม่ได้

 

“เขาคือไอรอนแมนไงล่ะ!”นั่นไงเวดคิดไว้แล้วว่าแค่ทำท่าสงสัย เด็กคลั่งสตาร์คตรงหน้าต้องรีบสาธยายให้เขาฟังแน่ๆ

 

“ถ้าไม่มีเขา ผมคงไม่ได้เป็นสไปเดอร์แมน แน่ๆ เขายอมรับเด็กอายุแค่14อย่างผมเข้าเป็นฮีโร่ คุณรู้ไหมตอนนั้นผมโคตรดีใจ...”

 

                     บลาๆ และความดีของสตาร์คก็ยังถูกสาธยายออกมาอย่างไม่รู้จบ เวดฟังเสียงใสเล่าจนหูดับตับไหม้ ปากบางขยับรัวเร็วยิ่งกว่าแรปเปอร์เหมือนกลัวจะไม่ได้เล่า

                     จากคนช่างพูดอยู่แล้วตอนนี้ยิ่งกว่า เวดเริ่มมึนฟังไม่ทัน ได้ยินแต่คำว่าสตาร์คกรอกหู เหมือนคนตรงหน้าสะกดจิตเขาอยู่

 

จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค

จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค

จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค

จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค

จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค

จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค

จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค

จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค

จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค

จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค

                    ไอชิบหาย! ทำไมเนื้อหาที่เขารับรู้จากปากบางที่กำลังพูดไม่หยุดถึงเป็นแบบนี้!

คิดว่าคนอ่าน อ่านจนหมดคงหลงสตาร์คกันไปข้าง

                     สไปดี้คนนี้ถูกสตาร์คปั้นขึ้นเพื่อมาเผยแพร่ลัทธิป่าววะเนี่ย!

                     อายุยิ่งน้อยๆอยู่ แต่ที่ผ่านมาเด็กตรงหน้าเป็นคนฉลาดถึงหน้าตาจะดูหลอกง่ายก็เถอะ

 

“พรึ่บ”เดดพูลจับหมับที่ไหล่เล็กกว่าเพื่อให้หยุดพล่ามถึงสตาร์คสักที

 

“โอ่...ฉันฟังนายพูดแล้วแทบจะหลงรักสตาร์คแน่ะ”เวดกล่าวเยินยอเพราะรู้ดีว่าถ้าพูดอะไรไม่เข้าหูแมงมุมน้อยตรงหน้าจะดุร้ายเอาเรื่อง

 

                     พลันได้ยินว่าเวดเห็นด้วยแทนที่จะแซะตามสไตล์เจ้าตัว ปีเตอร์ก็ยิ้มแก้มปริ

 

“ใช่ไหมล่ะ!ถ้าคุณเป็นผม คุณต้องรักเขามากแน่ๆ”ปีเตอร์กล่าวเสริม

 

“อ่า...ใช่”เวดว่าตาม เขาพยายามที่จะปิดการสนทนาเรื่องสตาร์คสักที

 

“...”

 

“โอเค! จริงๆฉันจริงใจกับนายอยู่แล้วนะ ไม่จำเป็นต้องใช้ เจ้าแมงมุมบินนี่หรอก”เวดกล่าวพลางมองไอแมงบินที่ลอยไปลอยมารอบๆจนเขามึนหัว

 

“สไปเดอร์-โดรน”ปีเตอร์กล่างเสียงนิ่ง ดูท่าจะอารมณ์ขึ้นอีกแล้ว

 

                     What!?!เขาพลาดเรียกชื่อมันผิดไปนิดเดียวเองนะ!

 

“อ่า...ใช่ นายไม่จำเป็นต้องใช้สไปเดอร์-โดรนมาตามฉันหรอกนะ”เวดพูดเสียงอ่อนพยายามให้คนตรงหน้าอารมณ์ดีขึ้น

 

“ผมจะใช้ เพราะผมไม่ไว้ใจคุณ”ปีเตอร์กล่าวพร้อมยิ้มร้าย

 

“ฉันเป็นทีมนายนะ!ฉันจะหักหลังนายได้ยังไง”เวดเล่นใหญ่แสดงความจริงใจอย่างสุดซึ้ง

 

                     ปีเตอร์มองความตอแหลนั่นออกทะลุทะลวงจนถึงใบหน้าใต้หน้ากาก

 

“ถ้าคุณจริงใจกับผมจริงๆก็ยอมให้ โดรนของผมตามคุณไปด้วยสิ”ปีเตอร์กล่าวพร้อมกับช้อนตามองคนสูงกว่า เขาอยากลองพูดดีๆกับร่างสูงบ้างเผื่ออะไรมันจะง่ายขึ้น

 

“...”

 

“นะ...คุณคงไม่อยากให้ผมกังวลจนไม่มีสมาธิที่จะเรียนหรอกใช่ไหม?

 

                     เสียงใสแกมอ้อน พร้อมกับยิ้มบางดูว่าง่าย แม่งเหมือนพระอาทิตย์ยามเช้าที่ส่องแสงจนเวดต้องปิดตาแต่ก็ฝืนลืมตาขึ้น เพื่อจะได้มองความน่าหลงใหลของมัน

.

.

“ปัง!”เสียงปิดประตูรถดังจนโดพินเดอร์สะดุ้ง

 

“คุณจะไปไหนครับ”

 

“กลับบ้าน”เวดพูดเสียงเนือย

 

                     เขายอมแล้ว ยอมก็ได้ จะใช้กำลังรุนแรงกับเขาแค่ไหนก็ได้แต่อย่ามาทำตัวน่ารักแบบนี้ได้ไหม

                     เวดคิดว่าโรคนี้มันต้องมีทางรักษา แต่ยังหาคนรักษาไม่ได้ รู้แค่ว่าต้นเหตุคือสไปดี้...ของเขา

                     ของเขาได้ป่ะวะ อยากได้มากๆเลย ตอนนี้! เดี๋ยวนี้! กรี้ดดดดดด!

 

“ทำไมรอบนี้คุณเงียบๆแปลกๆนะ”โดพินเดอร์พูดขึ้นอย่างสงสัย

 

“คิดอะไรนิดหน่อยน่ะ”เวดกล่าวติดจะหงุดหงิดนิดๆที่ ไอคนขับรถมาขัดฝันกลางวันของเขา

 

                     เวดตั้งมั่นกับตัวเองว่าจะจำใบหน้าสุดจะ So Damn Cute!ของแมงมุมน้อยเอาไว้

จำไว้ทำไมหรอ?

จุ๊ๆเด็กๆไม่ควรจะมายุ่งนะจ๊ะ...

 

“มันคืออะไรน่ะ ที่บินอยู่ข้างๆคุณ คล้ายกับแมงมุมเลยนะ”

 

“อ้อมันเป็นเครื่องติดตามน่ะ”เวดตอบพลางมอง แมงบิน ที่บินรอบเขาไม่หยุด

 

                     เขายอมเพราะกลัวเด็กไม่มีสมาธิในการเรียนหรอก จริงจริ๊ง! เห็นหน้าอย่างนี้เวดให้ความสำคัญกับการเรียนมากนะ เขาไม่ได้หลงรูปของเด็กแสบที่ตั้งใจจะหลอกลวงให้เขาติดกับสักนิด ไม่เล้ยยยย!

                    หึ!เดดพูล รู้ว่าเด็กหน้าละอ่อนนั่นตั้งใจใช้มารยาหลอกเขา แล้วไงล่ะ เขาก็ยอมไง!!!

คนไม่ได้เห็น ไม่ได้โดนกับตัว แบบเขาไม่เข้าใจหรอก

                     สไปดี้มีพลังดาเมจที่เหลือล้น

.

.

“เฮ้!นายไม่ไปจับซิมบิโอตรึไง?”โคลอสซัสเดินผ่านประตูไม้เนื้อดีเข้ามา เห็นเวดเอนกายนอน กระดิกเท้าเป็นจังหวะอยู่บนโซฟาหนังแท้

 

                     หลังอาบน้ำที่บ้านของเขาเสร็จ เวดตัดสินใจมาปักหลักอยู่ที่สำนักงาน X-Men ทันที

 

“ตอนนี้ฉันมีทีมแล้ว ฉะนั้นจะทำอะไรต้องทำเป็นทีม ลุยเดี่ยวไม่ได้”เวดกล่าว

 

“ทีม?”โคลอสซัสแค่นยิ้ม พลางคิดว่าไอบ้านี่มันอู้งานแน่ๆ

 

“ใช่ แต่ช่วงนี้ฉันยุ่งๆน่ะ เลยยังไม่ได้คิดชื่อทีม”เวดยังคงยืนยัน

 

                     คนผิวเหล็กเริ่มทนไม่ได้กับท่าทีกวนประสาทของคนตรงหน้า แทนที่จะไปทำงานให้เสร็จๆกลับมานั่งฝันกลางวันให้เขาฟัง

 

“เฮ้พวก!เก็บหน้าสีเงินของแกด้วย มันแสดงออกมาหมดแล้วว่าคิดยังไง”

 

                     คนนอนบนโซฟารู้ตัวว่าเขาต้องโดนมันหาว่าอู้แน่ๆ

 

“นายเห็นนี่ไหม”เวดว่างพลางหันไปหาโดรนที่ปีเตอร์ใช้ให้ติดตามเขามา

 

                     มือกับนิ้วชี้เขากลายเป็นยกขึ้นชี้อากาศแทน

                     มันหายไปไหนวะ!? ตอนแรกมันยังบินอยู่รอบๆเขาอยู่เลย

 

“นายเมายารึไง!?

 

F*ck!ฉันไม่ได้พี้สักกะนิด”เวดตอบแล้วหยัดกายขึ้นมานั่งหลังตรง มองหาโดรนตัวน้อยของสไปดี้

 

“มันหายไปไหนวะ”

 

                     โคลอสซัสมอง เดดพูล แล้วส่ายหน้าอย่างระอา งานนี้ถ้ารอให้เวดไปจัดการคงจะสายเกินแก้

 

“นายไปพักเถอะ เรื่องซิมบิโอตฉันจะจัดการเอง”

 

                     ความจริง ถ้าเวดได้ยินประโยคนี้เขาจะกระโดดกอด พ่อคนเหล็ก ใช้ขาแสนเรียวสวยของตนเกี่ยวเอวร่างใหญ่ไว้แล้วดูดปากแรงๆสักที...แต่ไม่ เขาไม่มีความอยากจะทำแบบนั้นเลย ใบหน้าน่ารักที่เห็นเมื่อเช้ามันแตกละเอียดเหมือนกระจกแตก ไม่มีทางที่เขาจะให้โคลอสซัสไปจิ๊จ๊ะกับแมงมุมน้อยของเขาเด็ดขาด เวดพูดได้ไม่อายปากเลยว่า ของเขา ของเขา ของเขา จริงๆอยากจะใส่ให้มากกว่าบทสวด สตาร์ค สักยี่สิบบรรทัด แต่กลัวคนอ่านจะหมั่นไส้

 

“ไม่!ฉันรู้วิธีฆ่ามันแล้ว อีกอย่างฉันก็ตกลงกับทีมฉันแล้วด้วย”

 

“ฆ่า!?ฉันบอกให้นายไปฆ่ามันตอนไหน จนป่านนี้นายยังไม่อ่านข้อมูลของฉันอีกหรอ?!

 

                     ร่างใหญ่กว่า เวด มองเขาอย่างเอาเรื่อง

                    ไม่เอาน่า...ปกตินายใจเย็นจะตายฉันแค่ทำพลาดไปนิดเดียวเอง

 

“โอเค..ระหว่างรอทีมฉันมาฉันจะอ่านข้อมูลที่นายส่งมา”เวด

 

“มันสายไปแล้วเวด!ฉันคงต้อง”

 

“ไม่!ได้โปรดให้ฉันทำงานนี้เถอะ ถ้านายไม่เชื่อว่าฉันอ่าน ฉันอ่านออกเสียงให้นายฟังตอนนี้เลยก็ได้”เขาต้อง เซฟสไปดี้ ของเขา!

 

                      โคลอสซัส งง จากที่เขารู้จักเวดมา คนเถื่อนนี่ไม่เคยอยากจะทำงานที่เขาสั่งเลย ดีแต่หาเรื่องทำตามใจตัวเอง แหกมันทุกกฎของฮีโร่ คำพูดคำจาก็สถุนสมกับการกระทำ

                      เป็นไปได้ยากที่คนอย่างนั้นจะกระตือรือร้นขนาดนี้

                      เขาคิดว่ามันมีอะไรในกอไผ่

 

“ทำไม นายกระตือรือร้นอยากจะทำนัก”

 

                     โดนยิงคำถาม ว่าทำไมวอนนาบีขนาดนี้ เวดตอบไม่ถูก

 

“เอิ่มฉันรู้สึกว่า...”

 

                     คนเหล็กมองเขาอย่างคาดคั้นจะเอาคำตอบ

                     ร่างสูงในชุดแดงรัดตูดไม่อยากจะแถแบบนี้เลย แต่สมองที่คิดแต่เรื่องเกรียนๆ ของเขามันคิดอย่างอื่นไม่ได้จริงๆ

 

“ยิ่งฉันทำงานของนาย ทำทุกวัน ทุกวัน...”เวดกล่าวคล้ายเล่านิทานก่อนนอน พลางส่งสายตาแห่งความจริงใจที่สร้างจากความตอแหลโดยเนื้อแท้ให้โคลอสซัส

 

                     คนเหล็กตรงหน้าเริ่มคล้อยตาม

                     ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นน่าเกลียด ส่งสายตาตลอดเวลา

 

“ฉันคิดว่าฉันซึมซับความเป็นฮีโร่ของนายแล้วว่ะ”

.

.

                      ปีเตอร์เบ้ปากมองบน เพลียกับละครพล็อตด้นสดของ เดดพูล ตอนนี้เข้านั่งอยู่บนต้นไม้ใกล้ๆกับสำนักงาน X-Men ข้างกายมีสไปดี้-โดรน บินไปมารอบตัวเขา

                      ความจริง ปีเตอร์ มาถึงและเห็นละครน้ำเน่านี่ตั้งแต่ เดดพูล นอนกระดิกเท้า แล้วคนร่างกายเป็นเหล็กก็เดินเข้ามา

                      กายเพรียวบนต้นไม้ มองร่างกำยำบนโซฟา ภาพจากโหมดสืบสวนแสดงออกมาได้ไม่ชัดเจน มองเห็นแค่รูปร่าง ผ่านผนังหนาของสำนักงาน ว่ากำลังทำอะไรอยู่ และได้ยินเสียงว่าพวกเขาคุยอะไรกันได้ชัดเจนแค่นั้น

                     ปีเตอร์ไม่อยากจะเชื่อว่า คนที่ร่างกายเป็นเหล็กจะหลงเชื่อเรื่องเสแสร้งของเดดพูล

จากที่ฟังมาก็รู้ว่าเดดพูลไม่ได้สนงานที่จะทำสักนิด ไหนจะไม่ยอมอ่านข้อมูลที่ได้มา เนี่ยนะเรียกว่าซึมซับความเป็นฮีโร่

                     เขามั่นใจว่าร่างสูงนิสัยเสียนั่นไม่ได้ซึมซับความเป็นฮีโร่สักนิด เหมือนกันสาดไว้กันน้ำฝนมากกว่า ผ้าที่จะซึมซับน้ำด้วยซ้ำ

                     แต่ปีเตอร์ก็ไม่รับรู้ เรื่องจริงที่เดดพูลยืนกรานว่าจะทำงานนี้เช่นกัน

                     ปีเตอร์ปล่อยกายลงจากต้นไม้ เดินไปที่ประตู้ไม้บานใหญ่ของสำนักงาน

.

.

“ฉันดีใจนะ ในที่สุดนายก็มีความคิดเหมือนกับฉัน”

 

“...”ไม่ฉันไม่เคยมีความคิดแบบแกสักนิด!

 

                     ถึงจะคิดย้อนแย้งแต่เขาก็พยักหน้าเห็นด้วย

 

“นายคงเข้าใจความสุข ที่ได้ช่วยชีวิตใครหลายๆคนแล้วใช่ไหม”

 

“....”ที่ผ่านมาแกสั่งให้ฉันไปเก็บพวกมันอย่างเดียวนะ แต่เรื่องที่ได้ฆ่าไอพวกเปรตนั่นแล้วมีความสุขนั้นฉันไม่เถียง

 

                     เวดยังคงยิ้มพยักหน้าเสริม

 

“งั้นนาย..”

 

“กริ๊ง~~”เสียงกริ่งหน้าบ้านดังจนต้องหยุดเสวนา เรื่องฮีโร่ ซึ่งนั่นมันดีกับเวดมากๆ

 

“เดี๋ยวฉันไปเปิดเอง”โคลอสซัสแตะไหล่เขาก่อนจะเดินไปหน้าบ้าน

 

                     พอคนกายเหล็กเปิด ประตูถึงกับตาเบิกกว้าง

 

“สวัสดี ผมมาหาเดดพูล”ปีเตอร์กล่าวคล่องปาก

 

“ว้าว!คุณคือสไปเดอร์-แมนตัวจริงใช่ไหม”

 

                     ใช่สิ สไปดี้ตัวจริงเสียจริง ถ้าไม่ใช่เขาแล้วจะใคร

                     ปีเตอร์พยักหน้าตอบ

                     ตอนนี้เขาอยู่ในชุดสไปเดอร์-แมน เต็มตัว

 

“เดดพูล สไปดี้ เขามาหานายแน่ะ หรือว่า...”โคลอสซัสตะโกนเรียกเวด

 

                      พลันร่างบนโซฟาได้ยินว่าใครมาเยือนก็รีบหยิบหน้ากากขึ้นมาสวมใส่ทันทีเขาไม่พร้อมให้แมงมุมที่น่ารักเห็นใบหน้าของเขา

 

“ผมอยู่ทีมเดียวกับเขาน่ะ”ปีเตอร์พูดกับโคลอสซัส พลางเดินผ่านประตูไม้เนื้อดี ใจเขากลับตื่นเต้นต่างจากน้ำเสียงที่พูด

 

                     เขาอยากเห็นใบหน้า ใต้หน้ากากกวนบาทานั่นชะมัด

                     แต่เข้ามาถึง ปีเตอร์กลับต้องถอนหายใจอย่างเซ็งๆ

                     หมอนี่ไม่คิดจะเปิดเผยกับเขาเลยหรอ...

                     ทีเขายังเต็มใจ เผยใบหน้าของตัวเองให้ดูง่ายๆแต่นี่อะไร!?!

 

Hi~~”เห็นคนสวมหน้ากากสีแดงกับวงสีดำพาดดวงตาขาวนั่นส่งเสียงหวานมาให้ อกของเขายิ่งร้อนรุ่มขึ้นมาโดยไม่มีสาเหตุ

 

                     เขาทั้งหงุดหงิดตัวเองที่โกรธไม่เข้าเรื่อง และเสียงหวานของคนบนโซฟาหนัง

 

“คุณใส่หน้ากากนั่นตลอดเลยหรอ”ปีเตอร์หลุดปากถาม

 

“หือ!ถ้ามีแล้วไม่ใส่จะสร้างมันขึ้นมาเพื่ออะไรล่ะ”เวดตอบตามความคิดอันนิดน้อยของเขา

 

                     โคลอสซัสเข้าใจที่สไปดี้ถามดี เพราะคงไม่มีคนบ้าที่ไหนใส่หน้ากากนั่น นอกเวลางานหรอก

 

“เขาไม่ได้ใส่มันตลอดเวลาหรอก ก่อนหน้าที่นายจะมาเขายังถอดมันอยู่เลย”โคลอสซัสตอบพาซื่อ

 

                     เวดนั่งตัวแข็ง หรือปีเตอร์รั้นอยากจะเห็นใบหน้าของเขา

                     ร่างเพรียวกว่าเดินเข้ามาใกล้แทบจะค้ำหัว ตารีขาววาวโรจน์ภายในเหมือนประกายไฟร้อนคล้ายกับเจ้าตัวกำลังโกรธ

                     ให้ตายเถอะ คนน่ารักเขาเป็นแบบนี้กันทุกคนรึเปล่า? เอาใจยากเหลือเกิน

โกรธอะไรอีกล่ะ?

                     โคลอสซัสมอง สองคนตรงหน้า สภาพคล้ายแมวกำลังขู่หมาตัวโต ซึ่งหมาตัวนั่นก็กลัวแมวตรงหน้าซะด้วย ทั้งที่ท่าทางดูจะไม่รู้เรื่องว่าโดนเขม่นเพราะอะไร

เวดคิดจนหัวแทบแตก คราวแรกเขาคิดว่า คนตรงหน้าวอนนาบีอยากจะเห็นหน้าเขา แต่นั่นมันจะดูสำคัญตัวเองไปหน่อย

                     พลันเขาเลื่อนสายตาหลบคนเด็กกว่า ไปเห็นแมงมุมที่นอนอยู่บนอกกว้าง

 

!!!”เวดคิดได้ทันทีว่า สไปดี้โกรธ เพราะเขาทำแมงบิน ที่ปีเตอร์ภูมิใจนักหนาหาย

 

                     คนคิดเข้าข้างตัวเองมีอยู่เยอะ แต่การที่ความคิดแบบนั้นจะถูกก็มีน้อยมาก

                     ซึ่ง เวด ไม่ได้รับรู้เลยว่าเขาเป็นส่วนน้อยในนั้น

 

“ฉันขอโทษ ที่ทำสไปเดอร์-โดรน นายหายทีแรกมันยังบินใกล้ฉันอยู่เลย ไม่รู้มันหายหัวไปไหน”คนอย่างเขาพูดขอโทษแทบจะนับคำ แต่กับหนูน้อยตรงหน้าจะเว้นให้เป็นกรณีพิเศษ

 

“...อ่า...ไม่เป็นไร! สงสัยมันจะบินหลงไปไหนสักที่ เดี๋ยวมันก็กลับมาเอง”ปีเตอร์หลุดจากภวังค์โกรธ ตอบน้ำเสียงกุกกักจนเดดพูลสงสัย

 

มันก็อยู่ที่อกเสื้อของคุณ มันจะบินหลงไปไหนเสียงแคเรนกล่าวแย้ง

 

                    ปีเตอร์โล่งใจเหลือเกินที่เขาเป็นคนเดียวที่ได้ยินเสียงของแคเรน

                    ถึงเขาจะโกรธจนออกนอกหน้า แต่เขาไม่ยอมรับหรอกว่าโกรธเรื่องอะไร!

 

ดูเหมือนว่าคุณจะปิดบังอะไรนะ

 

                     เสียงเล็กของแคเรนยังคงกวนประสาทเขา

 

“นายเหม่ออะไรอยู่หรอ”พลันร่างสูงกว่าเห็นปีเตอร์ท่าทางเหม่อลอยจึงลุกขึ้นเดินเข้าหา

 

                      ปีเตอร์สะบัดใบหน้าแรงๆ ตารีขาวบนหน้ากากวูบวาบผิดจังหวะโตข้างเล็กข้าง จนคนเห็นหลุดขำ

 

“หึๆ”เวดพยายามเก็บเสียงหัวเราะแต่ก็กลบความรู้สึกขำของเขาไม่ได้

 

“เลิกไร้สาระเถอะรีบไปหาบ็อบกัน”ปีเตอร์ตัดจบแล้วเดินออกจากสำนักงานทันที เพราะเขารู้สึกขายหน้าจนอยากแทบมุดดินหนี

 

ฉันไม่เข้าใจนายเลยสักนิด

 

“เงียบหน่า”ปีเตอร์กล่าวกระซิบด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดใส่ สูทเลดี้ ที่ยุ่งไม่เข้าเรื่อง

 

                      เวดตะขิดตะขวงกับท่าทีของ แมงมุมหนุ่ม แต่เขาก็ไม่คิดจะหยิบยกมันขึ้นมาเพราะแค่สไปดี้ไม่โกรธเขาก็เกินพอแล้ว

 

“ว้าว!...คุณเดดพูลคุณพาใครมาด้วยน่ะ”โดพินเดอร์หันมองที่นั่งเบาะหลังด้วยความประหลาดใจ

ปีเตอร์เพิ่งได้เห็นหน้า คนขับรถ ประจำตัวของเดดพูล

 

“ผมสไปเดอร์-แมน ส่วนคุณ...”ปีเตอร์กล่าวเสียงใสอย่างเป็นมิตร

 

“ผมโดพินเดอร์”คนบังคับพวงมาลัยมองคนในหน้ากากแมงมุงจากกระจกหลังพลางส่งยิ้มให้

 

“แกจะยิ้มให้ปากฉีกถึงรูก้นเลยรึไง?”เวดหมั่นไส้ บทสนทนาแสนสุภาพคล้ายกับพวกเด็กหาเพื่อนตอนรับน้องในมหาลัย

 

                    เขาแอบเห็นตารีขาวหรี่เหมือนโกรธ หันมาที่เขา

 

“คุณจะให้ผมทำหน้าบึ้งใส่เขารึไง?นี่เพื่อนบ้านขวัญใจของพวกเราเลยนะ”

 

                     เวดอยากจะเถียงว่าเป็นของเขาคนเดียว แต่เกรงร่างเล็กกว่าข้างๆ

 

“ฮ่า..ไม่ขนาดนั้น”ปีเตอร์ตอบอย่างถ่อมตน

 

“อย่าถ่อมตัวไปหน่อยเลยครับ”โดพินเดอร์

 

“บางทีผมก็พลาดน่ะ”

 

“หืม?!

 

“เมื่อเดือนก่อนผมเห็น ผู้หญิงกำลังถูกทำร้ายผมเลยเข้าไปช่วย ผู้ชายคนนั้นถูกผมเตะจนล้ม จากนั้นผู้หญิงที่โดนทำร้ายก็ตะโกนด่าผม ตอนแรกผมก็งงว่าทำไมเธอถึงด่าผม”

 

“โอ่...มันยากที่จะตัดสินใจเข้าไปช่วยจริงๆ”โดพินเดอร์เข้าใจสถานการณ์ที่ยากจะเข้าใจนั้น

 

“ใช่!เพราะคนที่ผมเตะเป็นสามีของเธอ...ผมโคตรสับสนเลยตอนนั้น”

 

“เรื่องผัวเมียคุณไม่ควรจะไปยุ่งนะ”

 

                     เสียงของทั้งคู่มันช่างระคายหูเดดพูลยิ่งนัก

                     คุยกันสนิมสนมปานญาติ ทีกับเขาล่ะพูดดีได้ด้วยไม่ถึงนาทีก็ควันออกหู ซึ่งเขาก็รู้ดีว่าความกวนประสาทของตนนั้นเป็นต้นเหตุ

                      เวดหันมองร่างบางกว่าเอนกายบนเบาะอย่างสบายๆ เสียงใสยังคงเจื้อยแจ้วใส่ไอ้โดพินเดอร์ไม่หยุด

                      ยัง!ยังไม่หยุด เวดพอจะนึกภาพ ปากบางสีแดงสดนั่นกำลังขยับได้

                      เขายกมือขึ้นไปปิดส่วนที่เป็นปากภายใต้หน้ากากแมงมุมหนุ่ม

                      เขารู้ดีว่าคนโดนกระทำต้อง หงุดหงิดแน่ๆ

 

“อื้อ!พลั่ก!คุณเป็นบ้าอะไรเนี่ย!”ปีเตอร์ฉุนเพราะคนกวนข้างๆมาขัดบทสนทนาของเขากับโดพินเดอร์

 

                     มือหนานั่นต้องใช้แรงอย่างมากในการดึงมันออกจาก กรอบหน้าของเขา จนปีเตอร์ยิ่งหงุดหงิด

 

“นายคุยเพลินจนลืมไปแล้วรึไง ว่าเราต้องทำอะไร”

 

                     เวดว่าพลางยกมือถือที่เปิดข้อมูลซิมบิโอตไว้เรียบร้อย

                     พลันปีเตอร์เห็นก็รีบคว้ามันไปอ่านทันที

 

“ถึงอย่างนั้นคุณก็ไม่ควรจะเอามือมาปิดปากผมอยู่ดี”

 

                     ขณะที่ตากำลังไล่อ่านข้อมูล ร่างบางกว่าก็ยังไม่ยอมจบเรื่องเมื่อครู่อยู่ดี

 

 

“มันเป็นวิธีการเตือนสติ ในแบบของฉันนะ”เดดพูลแถ เรื่องจริงกับคนอื่นเขาคงใช้สันปืนตบหน้ามันไปแล้ว

 

“เป็นการเตือนสติที่ดูน่ารักดีนะครับ”คนบังคับพวงมาลัยพูดตามที่คิด

.

.

                       ขณะนี้ทั้งคู่ยืนอยู่หน้าร้านฟาสต์ฟู้ดที่บ็อบทำงานอยู่ โดพินเดอร์ขับออกไปแล้ว ตลอดทางหลังจากปีเตอร์อ่านข้อมูลและคำสั่งจากมือถือไป เขาก็บ่นเดดพูลยาว เขาไม่คิดว่าตัวเองจะทำตัวเป็นตาแก่ขี้บ่นแบบนี้ แต่เดดพูลนั้นก็เกินเยียวยา บ็อบไม่จำเป็นต้องถูกฆ่า และการแยกซิมบิโอตออกจากบ็อบนั้นมันก็ทำได้ ไม่เหมือนกับที่เวดพูดสักนิด

                        ก่อนจะเข้าไปในร้านเขามองหน้าเดดพูลตาขวาง ร่างสูงกว่ายกลำโพงขนาดเล็กที่ตนมักจะเปิดตอนทำงานขึ้นมา

 

“คุณคิดว่าด้วยลำโพงแค่นั้นมันจะปล่อยคลื่นที่มีความถี่สูงพอจะแยกซิมบิโอตออกจากบ็อบได้หรอ”เสียงโกรธคล้ายแง่งอนในความคิดเวด ทำให้ใจเขาแทบแตกสลาย

 

                     สไปดี้คงไม่เชื่อในตัวเขาอีกแล้ว

                     เวด คงไม่รู้จริงๆใช่ไหมว่าคนเด็กกว่าไม่เคยเชื่อในตัวเขาเลยสักกะนิด//ดราม่าเพื่ออะไร?

                     ปีเตอร์ไม่สนคนข้างกายเขาเดินเข้าไปในร้านฟาสต์ฟู้ด

                      ขณะนี้เขาถอดหน้ากากที่สวมอยู่ออกแล้ว และใส่เสื้อยืดกับกางเกงยีนส์ ปิดทับเสื้อสีแดงน้ำเงินเข้ารูปของเขาไว้

                      เขาคิดว่าไม่ควรจะใส่ชุดสไปเดอร์-แมน มาเจอบ็อบ เพราะเขาค่อนข้างมั่นใจว่าจะถูกจู่โจมแบบวันนั้นอีก เลยเลือกที่จะเป็นเด็กมัธยมธรรมดาเข้ามาในร้านแทน

                     เขาปรามเดดพูลให้รออยู่ข้างนอกเพราะเขาจะเข้าไปคุยเอง

ปีเตอร์ เดินเข้าไปหาผู้หญิงที่ยืนอยู่ตรงเคาต์เตอร์

 

“ผมอยากจะพบกับบ็อบ”เขาไม่แสร้งทำเป็นสั่งอาหาร ปีเตอร์เปิดประเด็นทันที

 

“บ็อบลาออกไปแล้วค่ะ”หล่อนตอบก่อนจะยิ้มให้

 

“คุณรู้ไหมว่าทำไมเขาถึงลาออก”ปีเตอร์ถามกลับทันที

 

                     หญิงสาวถอดสีหน้ายิ้มแย้มก่อนจะแสดงใบหน้าคล้ายกับมีความลับอะไรอยู่

 

“คุณออกมาคุยกับฉันที่หลังร้านจะได้ไหม?”เธอบอกก่อนจะเรียกเพื่อนอีกคนที่พักอยู่หลังร้านให้มายืนรับออเดอร์แทนเธอสักครู่

 

 

“คุณเป็นอะไรกับบ็อบ!”หลังร้านไม่มีคนอยู่ ความเงียบทำให้เสียงกระซิบของหญิงสาวฟังเหมือนเสียงตะคอก

 

“ผมไม่ได้เป็นอะไรกับเขา แค่มีเรื่องสำคัญที่ต้องคุยด้วย”ปีเตอร์

 

“เรื่องนั้นมันเกี่ยวกับที่เขาเปลี่ยนไปเมื่ออาทิตย์ก่อนรึเปล่า?”เธอถามเสียงสั่น

 

“...”ปีเตอร์เบิกตาโต

 

“ฉันเป็นเพื่อนสนิทเขา หลังจากคริสตัลตายเขาก็เปลี่ยนไป”

 

“...”

 

“ถึงต่อหน้าคนอื่นเขาจะทำตัวเป็นปกติ แต่ลับหลังเหมือนเขาพูดกับใครสักคน คนคนนั้นไม่มีตัวตน”

 

“...”

 

“ตอนแรกฉันเข้าใจว่าเขาหลอนไปเอง แต่พอได้ยินเขาพูดว่าซิมบิโอต หรือเรียกคู่สนทนาของเขาว่า มานิค มันทำให้ฉันรู้สึกว่ามันแปลก”

 

“เขาเคยบอกเรื่องนี้กับใครไหม”ปีเตอร์

 

                     หญิงสาวส่ายหน้า

 

“วันนั้น ฉันถามถึงซิมบิโอตนั่น คุณรู้ไหมว่าเขาตอบโต้ฉันยังไง?

 

“....”

 

“พอฉันเซ้าซี้อยากจะรู้ให้ได้ อยู่ๆเขาก็ผลักฉันกระเด็น ฉัน ฉัน!!...”หล่อนปากสั่น หน้าซีด จนคงฟังต้องคอยลูบหลังให้เธอใจเย็นลง

 

                     ปีเตอร์คิ้วขมวดเป็นปม ตอนนี้เขาคิดแต่ว่าบ็อบหายไปไหน

 

“ฉันเห็นอะไรสักอย่าง มันเหมือนดินน้ำมันเหลวออกมาจากมือเขาตอนที่ผลักฉัน....”เธอพูดเสียงตะกุกตะกัก ซึ่งปีเตอร์พอจะเดาได้อยู่แล้วก่อนที่เธอจะเล่าว่าเจออะไรมา

 

                     หล่อนหันกายมามองหน้าปีเตอร์ตรงๆก่อนจะกุมมือทั้งสองข้างของเขาเอาไว้ มือเปียกชื้นไปด้วยความกลัว

 

“ผมเข้าใจ ผมรู้ว่าบ็อบเขาเผชิญกับอะไรอยู่ ผมสัญญาว่าจะทำให้เขากลับมาเป็นปกติ”

 

                     ใบหน้าละอ่อนของ ปีเตอร์ ไม่ได้ทำให้ความน่าเชื่อถือของเขาลดน้อยลงเลย หญิงสาวเชื่อมั่นในตัวเขาสุดใจ

 

“ได้โปรด ช่วยบ็อบด้วย ฉันมั่นใจว่าเขาต้องโดนอะไรสักอย่างครอบงำอยู่แน่ๆ”

.

.

 

“แล้วเราจะเอายังไงต่อ”เวดเอ่ยปากถามร่างเล็กกว่า ขณะนี้พวกเข้าทั้งคู่นั่งอยู่หลังคาบ้านใครสักคน ความมืดรับกับแสงสว่างของเมืองจะดูสวยงามกว่านี้ถ้าพวกเขาสามารถจับซิมบิโอตได้

 

                     ปีเตอร์กับเขาหลังจากออกจากร้านฟาสต์ฟู้ดก็ตระเวนไปทุกๆที่ที่รู้ ล่าสุดเขาไปที่บ้านบ็อบ พ่อของเขาก็กังวลไม่แพ้กันว่าลูกชายหายไปไหนตั้งแต่เมื่อวาน

 

“ผมส่งสไปเดอร์-โดรนออกไปตามหาแล้ว อีกไม่นานมันคงจะมาบอก”ปีเตอร์นั่งกอดเข่ารับลม ขณะนี้เขาถอดหน้ากากที่สวมอยู่ออกแล้ว เส้นผมหนาสีน้ำตาลเข้มสยายปลิวไปตามลม ดวงตาสีน้ำอ่อนปรือลงเพราะอ่อนเพลีย

 

                     เวดมองเด็กที่ใกล้จะหลับเต็มที่อย่างเอ็นดู

 

“นายแน่ใจนะว่ามันจะกลับมาหานาย ขนาดให้มันตามฉันยังหลงเลย”ประโยคเรียกประเด็นที่ปีเตอร์ไม่ได้เห็นหน้าของเขา เวดพูดมันออกมาโดยไม่รู้เรื่องว่า ทำให้เด็กที่ใกล้หลับ หายง่วงเป็นปลิดทิ้ง

 

                     ตาสีน้ำตาลเบิกกว้างรับกับแก้มแดงซ่านขึ้นมากะทันหัน ทำให้เวดสงสัย

 

“เฮ้!กระเบื้องหลังคาบาดตูดหรอ?

 

                     นั่นเป็นคำถามที่ทึ่มที่สุด ในรอบ16ปีของปีเตอร์

 

“ใช้อะไรคิด ถึงถามมันออกมาได้”ปีเตอร์มุ่นคิ้ว ยิ่งเห็นว่าร่างสูงยังคงสวมหน้ากากอยู่เขาก็หงุดหงิด

 

“ฉันไม่ได้ล้อเล่นนะ มันเคยบาดฉันมาแล้ว...แต่ไม่ใช่ก้นนะ...”

 

                     เรื่องไร้สาระยังคงออกจากปากของร่างสูงไม่หยุด

 

“นี่ คุณไม่คิดจะถอดหน้ากากเลยหรอ?ไม่อึดอัดรึไง?”ปีเตอร์แทบไม่ได้ฟังเรื่องกระเบื้องบาดตูดของเวดสักนิด

 

“ฉันไม่ชอบให้ลมตีหน้าน่ะ”เวดแถ

 

“ลมมันไม่แรงขนาดนั้นหรอก ตอนนี้ลมกำลังดี ให้มันพัดผ่านหน้าแล้วรู้สึกดีชะมัด~

 

                     ทำไมเวดถึงคิดว่าคนเด็กกว่ากำลังยั่วเขาอยู่เลย

                     หน้าด้านข้างดูดีชิบหาย เมื่อยกยิ้มมุมปากด้วยริมผีปากบางสีสดนั่น

 

“ผมหวังดีนะเนี่ย~ คุณคงไม่ได้ขึ้นมานั่งบนนี้บ่อยๆหรอก จริงไหม?”เสียงใส ฟังดูอ่อนหวานจนเขาเกือบจะเคลิ้ม ถอดหน้ากากที่โคตรจะอึดอัดนี่มาปาทิ้ง ให้ไปโดนหัวใครสักคนข้างล่าง...

 

                     ปีเตอร์ ไม่คิดว่าเขาจะอยากเห็นใบหน้าของคนตรงหน้าจนใจเต้นแรงขนาดนี้ ร่างสูงดูเหมือนจะเคลิ้มตามแต่ฝันของเขาก็ต้องมลายลง

 

“ไม่ดีกว่า ฉันไม่อยากให้นายเห็นหน้าที่ It’s so fricking sexy! ของฉันน่ะ”

 

                     ผลตอบรับเหนือการคาดหมายไปหน่อย เขาคิดว่าสไปดี้คงโกรธ แต่ไม่คิดว่าจะถึงขั้นควันออกหู

 

“คุณล้อเล่นรึไง! ทีผมยังเปิดหน้าให้คุณดูเลย”

 

“เฮ้!พวก อย่าคิดมากหน่า”เวดไม่รู้ว่าทำไมเขาถึงพูดออกไปแบบนั้น

 

“งั้นผมขอพูดตรงๆเลยนะ”

 

“...”

 

“เฮ้อ!ผมอยากเห็นหน้าคุณ”ปีเตอร์ถอดหายใจ ยอมรับให้กับความอยากรู้ของตัวเอง

 

                     ทำไมเขารั้นอยากจะเห็นนักนะ ฉันมั่นใจว่าพอเห็นแล้วเขาจะต้องขำแห้ง แล้วก็บอกให้สวมหน้ากาก กลับไปซะ หลังจากนั้นเราทั้งคู่ก็จะมองหน้ากันไม่ติด เวดคิด

 

“ฉันคิดว่ามันไม่จำเป็น”เวดว่าพลางโอบไหล่ปลอบคนที่นั่งกอดเข่าอยู่

 

“...”ปีเตอร์น้อยใจที่ร่างสูงไม่ยอมเปิดเผยใบหน้าของเขากับตน แต่เขาก็ไม่อยากจะรั้นให้คนข้างกายอึดอัดใจ เดดพูลคงมีเหตุผลส่วนตัวที่เขาไม่อาจจะรู้

 

                     ร่างเล็กกว่าไม่ได้ผละเขาออกอย่างที่คิด ใบหน้าก้มหงุดคล้ายน้อยใจแต่ก็กลับมาดื้อเหมือนเดิม ปีเตอร์เงยหน้าขึ้นสวมหน้ากากก่อนจะหันมาพูดกับเขา

                     ตอนนี้ร่างทั้งคู่อยู่ใกล้กันมาก ใบหน้าก็เช่นกัน ห่างกันเพียงแค่คืบเท่านั้น...

                     จมูกโด่งรั้นใต้หน้ากากของคนเด็กกว่าเข้ามาใกล้พร้อมกับตารีขาวที่จ้องมองมาที่เวด

                     ก่อนจะกระซิบเสียงอย่างแง่งอนว่า

 

“งั้นหลังจากนี้ คุณก็ไม่มีสิทธิ์จะเห็นหน้าผมเหมือนกัน”

 

                     ปีเตอร์ไม่ได้รับรู้เลยว่าการกระทำเด็กๆของเขานั้นทำให้ ริมฝีปากบางใต้หน้ากากที่แฝงไปด้วยความกวนนั้นกำลังยกยิ้มไม่หยุด



มาถึงตอนที่สาม! ขอบคุณทุกคนที่ยังอ่านมาถึงตอนนี้ แปลว่ามันสนุกใช่ไหมล่ะ? ปรากฏว่าคนอ่านว่างเลยอ่านๆไปงั้น แต่ยังไงคนเขียนก็ดีใจอยู่ดี แต่งฟิคมาให้อ่านมีคนมาอ่านก็ต้องดีใจสิถูกไหม555+ ตอนนี้น้องงอนหน่อยๆ จริงๆก็ไม่หน่อยอะงอนยาวไปถึงชาปเตอร์หน้าเลยก็ว่าได้หุหุ อ่อขอบคุณคนที่ตามเม้นให้เราด้วยนะคะ จุ๊บๆจุบุจุบุ

เพื่อให้ตอนต่อไปน่าติดตามมากขึ้นไรท์จะแปะสปอยไว้สักหน่อย ซึ่งมันเป็นส่วนหนึ่งในตอนที่4นั่นแหละค่ะ


แปะ*

                      สุดท้าย แฮปปี้ ก็ไม่รับสาย เขาโทรไปแทบจะสิบสายปลายสายก็ไม่แยแสเขาสักนิด

                      ปีเตอร์ตัดสินใจทำหน้าที่ของตนตามปกติ ไม่มีแคเรน หรือฟังก์ชั่นอื่นเขาก็อยู่ได้!เมื่อก่อนเขาก็เป็นแบบนี้...

                     ฟ้ามืด ปีเตอร์ ก็เปลี่ยนชุดกลับไปที่บ้าน ก่อนหน้านี้ป้าเมย์บอกว่ามีคนมาหาเขาที่บ้าน ให้รีบกลับเพราะจะมีดินเนอร์กัน

                     พลันเขาเปิดประตูเข้าไปก็เจอหนุ่มร่างสูงในชุดสีแดงเข้ารูปกำลังนั่งคุยกับป้าเมย์ของเขาอย่างถูกคอ


“ฮ่าๆๆ จริงหรอเนี่ย คุณนี่ตลกชะมัด”ป้าเมย์ของเขาหัวเราะร่า สายตาของหล่อนดูสนุกกับการได้พูดคุยกับเดดพูล

ปีเตอร์เดินเข้าไปกลางวงของทั้งคู่ที่นั่งอยู่บนโซฟาคนละตัว


“คุณมาทำอะไรที่นี่!?”ปีเตอร์ในสภาพผมเผ้ายุ่งเหยิง จ้องนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนไปที่เวด


“มาหานายไงล่ะ พีตี้!”ไม่ว่าเปล่าเจ้าตัวยังแผ่แขนกว้างออกใส่เขาอีก


                      เดี๋ยวนะ ใครมันบังอาจมาเรียกเขาว่าพีตี้ ชื่อโคตรจะหน่อมแน้ม!


“คุณเรียกเขาซะน่ารักเชียว”ป้าเมย์นอกจากจะไม่เข้าใจเขาแล้ว ยังจะเข้าข้างมันอีก!


                     น่ารักตรงไหนวะ!


“ป้าให้เขาเข้ามาได้ไง ผมไม่รู้จักเขา”


“เฮ้!พูดงี้ได้ไงล่ะ พีตี้ เมื่อวานเรายังเจอกันอยู่เลย”


“อีกอย่างหลานยังเพิ่งจะถามเขาอยู่เลยว่ามาทำอะไรที่นี่”ป้าเมย์


                     ปีเตอร์ปากคว่ำ แต่ก็หันหลังเดินไปที่ห้อง


“หลานไม่กินข้าวหรอ”


“ผมอิ่มแล้ว”หลังกล่าวจบเด็กขี้งอนก็ปิดประตูห้องทันที


“ผมขอเข้าไปคุยกับเขาในห้องนะ”เวดว่าพลางลุกขึ้นจากโซฟา


“ยินดี”ป้าเมย์กล่าวพลางยิ้ม




!!!”เสียงเปิดประตูทำให้ ปีเตอร์ ที่กำลังง่วนอยู่กับชุดฮีโร่ของตนต้องเงยหน้าขึ้นมอง


“ใครอนุญาตให้คุณเข้ามา?”ปีเตอร์ถามพร้อมกับมองหน้าร่างสูงอย่างหงุดหงิด


“ป้านาย”เวด


                       คำแค่สองคำออกมาจากปากของเวดมันก็กวนประสาทเขาได้ระดับหนึ่งทีเดียว


เวดมาบ้านปีเตอร์ทำไม แล้วเข้าห้องไปทำอะไรกัน อยากรู้รอจันทร์หน้านะคะ555+

แปะ*2



หาเครดิตไม่เจออีกแล้วว








ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 25 ครั้ง

27 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 24 สิงหาคม 2562 / 20:11
    จงรักสตาร์ค จงหลงสตาร์ค
    //บทสวดของ ศาสนาสตาร์ค เผยแพร่โดย ศาสดาปาร์คเกอร์ เหล่าสาวกจงชาบู//ก้มกราบ
    #25
    0
  2. วันที่ 7 สิงหาคม 2562 / 19:28

    โอ่ยย ไรเตอร์ทำเราหยุดยิ้มไม่ได้แล้ววว คู่นี้น่ารักมากก ฮือออ Y///Y /กุมใจ

    #13
    0
  3. #4 สมุนสไปเดอร์แมน (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2562 / 12:20

    รอเลย สนุกดีฮะ

    #4
    0