ฉันเป็นแมลงมีปีกที่เต็มใจบินไปติดกับใยแมงมุม #Spideypool.(จบแล้ว)

ตอนที่ 2 : พาเข้าบ้าน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 256
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    17 มิ.ย. 62




                     ปีเตอร์พาร่างที่อ่อนเพลียของตัวเองเข้าห้องนอน มาทางหน้าต่างที่เปิดอยู่ เขาไม่คิดจะเข้าทางประตูให้ถูกป้าเมย์ดุหรอก เพราะตอนนี้ปาเข้าไปจะเที่ยงคืนแล้วถ้าเกิดว่าป้ารู้ว่าเขาเพิ่งกลับมาเวลานี้ต้องโดนซักแน่ๆ

                     เขาถอดหน้ากากที่สวมหัวออกแล้วใช้มือข้างขวาเสยผมที่ปรกหน้า คิ้วเข้ารูปกับดวงตาสีน้ำตาลอ่อนขมวดแทบจะเป็นปม

                     พรุ่งนี้เขาต้องโทรไปรายงานแฮปปี้ ปีเตอร์คิด

                     เขานึกถึงเหตุการณ์ที่คนแปลกหน้าเข้ามาช่วยเขา หลังจากที่หลุดออกจากสัตว์ประหลาดนั่นได้สูทเลดี้ก็กลับมา แถมยังเธอยังไม่บอกเหตุผลเขาอีกว่าหายไปไหน มันเหมือนกับว่ามนุษย์ต่างดาวนั่นสามารถควบคุมชุดของเขาได้ โดยปิดการทำงานของชุดของเขาขณะที่มันสัมผัส

                     เขาเลยถามข้อมูลของมันต่อ

                     แคเรนบอกว่าเจ้าสิ่งนี้เรียกว่า ซิมบิโอต เมื่อมันเกิดมาจะมีรูปร่างเหมือนของเหลวท่าทางอ่อนปวกเปียกแต่เมื่อใดที่มันหาร่างโฮสต์ที่เหมาะกับมันได้ก็จะมีพลังที่แข็งแกร่งดังที่ปีเตอร์โดนไปเมื่อครู่ ซึ่งความแข่งแกร่งและความสามารถของซิมบิโอตแต่ละตัวนั้นก็แตกต่างกันอีกด้วย

                     วิธีจัดการกับมันต้องใช้ไฟและคลื่นเสียงที่มีความถี่สูง


                     ตอนนี้ปีเตอร์รู้แล้วว่าจะจัดการกับมันยังไง แต่ปัญหาที่ยากที่สุดของเขาคือ จะแยกมันออกจากร่างบ็อบยังไง การที่ปีเตอร์คิดหนักในเรื่องนี้เพราะเด็กหนุ่มคิดว่าสองสิ่งนี้จะทำให้บ็อบเป็นอันตรายไปด้วย

                     ปีเตอร์เปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดกับกางเกงขาสั้นและเตรียมตัวนอนเพราะพรุ่งนี้เขาต้องไปโรงเรียนแต่เช้า ขณะที่เปลือกตาสีอ่อนปิดลงก่อนจะหลับเขานึกถึงร่างสูงในชุดสีแดงตัดดำแสนกวนบาทาคนนั้น ปีเตอร์สงสัยว่าเขาบังเอิญผ่านมาแล้วเข้ามาช่วย หรือจุดหมายคือมาจัดการบ็อบกันแน่

                     เหตุผลแรกมันไม่ค่อยมีสมเหตุสมผลเท่าไหร่เพราะใครบ้าที่ไหนจะไปเดินเล่นในป่าร้างกลางดึกแบบนั้น

 

“แฮปปี้ ผมมีเรื่องสำคัญจะบอกคุณ”ปีเตอร์กรอกเสียงใสใส่มือถือของตนขณะก้าวเดินเข้าประตูห้องน้ำของโรงเรียน


“ว่า?”ร่างอ้วนปลายสายตอบอย่างไม่แคร์ตามเคย


“เมื่อคืนผมเจอซิมบิโอต คุณรู้จักไหม?มันเป็นมนุ..”


“นายไปเจอมันที่ไหน!?!”อยู่ๆคู่สนทนาก็ขัดเขาขึ้นมาเสียงดัง


“ที่ป่าข้างท่าเรือC”ปีเตอร์


“เวลา?


“เกือบเที่ยงคืน”


“วันนี้นายต้องไปเรียนไม่ใช่หรอทำไมเมื่อคืนไม่รีบกลับบ้าน”


“ช่างผมเถอะน่า!”ปีเตอร์แทบอยากจะตัดสายทิ้ง เพราะปลายสายสนใจอะไรไม่เข้าเรื่อง


“นี่ นายฟังนะเรื่องซิมบิโอตนั่นหน่วยงานอื่นเขารับไปจัดการแทนแล้ว ฉะนั้นนายไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับมันซะ เอ่อแล้วก็อย่าลาดตระเวนดึกขนาดนั้นทุ่มสองทุ่มกลับบ้านแปรงฟันนอนได้แล้ว”


                     ใบหน้าอ่อนขมวดคิ้วหงุดหงิด ทำไมทุกคนต้องเห็นเขาเป็นเด็กด้วยนะทั้งที่ก็รู้ว่าเขาทำประโยชน์ได้มากขนาดไหน


“คุณหมายถึง หนุ่มชุดแดงกับดาบคู่นั่นน่ะหรอ”ปีเตอร์ถามเสียงนิ่งเพราะอยากจะรู้ชื่อของคนดังกล่าว


“โอ้!นายเจอเขาด้วยหรอ...จริงๆฉันก็ไม่รู้หรอกว่า X-men ส่งใครไปจัดการน่ะนะ”


“...”ปีเตอร์เงียบพลางจดจำคำว่าX-menเอาไว้


“นี้ไม่ใช่เวลาเรียนรึไง”แฮปปี้พูดเสียงเข้มทำให้เขาหลุดออกจากภวังค์


“อา...ครับ”เขาตอบ เวลานี้เป็นคาบเข้าแลปแต่เขากลับแอบออกมาคุยโทรศัพท์ในห้องน้ำ


“นายโดดเรียนหรอ?”คำถามตรงของแฮปปี้ทำให้ร่างเพรียวเผลอดึงมือถือออกจากข้างแก้ม


“...”


“ฉันจะให้สตาร์คยึดชุดนายถ้ายังทำเหลวไหลแบบนี้อีก ไปเรียนซะ”ถึงเขาจะดึงมือถือออกห่างแต่มันก็ไม่ได้ห่างขนาดที่จะไม่ได้ยินเสียงเย็นจากปลายสาย

 

                     ขณะออกจากห้องน้ำ คาบแลปก็หมดเวลาแล้วเข้าสู่คาบภูมิศาสตร์ ปีเตอร์เดินไปที่ห้องเรียนทันที

ขณะเรียนเขาเอาแต่นึกถึงเรื่องเมื่อคืน เขานึกภาพที่ร่างสูงขี้กวนนั่นสู้กับซิมบิโอต ท่าทางของคนคนนั้นเหมือนจะปลิดชีวิตมันมากกว่าจับซิมบิโอตกลับศูนย์วิจัยตามที่แฮปปี้บอกเขา ทั้งยิงหัวและแทงจุดสำคัญด้วยดาบนั่นมันคือการจงใจฆ่าชัดๆเพราะเจ้าตัวดูท่าจะไม่รู้จุดอ่อนของซิมบิโอตด้วยซ้ำ ถ้ารู้เขาคงเบาใจได้เพราะการกระทำแบบนั้นไม่ค่อยมีผลกับสัตว์ประหลาดนั่นเท่าไหร่

                     ปีเตอร์เริ่มเบาใจแต่ก็ต้องคิดหนักขึ้นมาอีกครั้ง


 เห้อ~พลังแกเว่อวังซะขนาดนี้แต่กลับมาเสียท่าเพราะไฟ ไอกากเอ้ย!!ประโยคนั้นบ่งบอกได้ดีว่าร่างสูงกว่ารู้จุดอ่อนของมันแล้วหลังจากที่เขาใช้เว็บบอมบ์จัดการ


                     เขารู้จุดอ่อนแล้วเขาจะฆ่ามันไหมนะ? คำถามผุดขึ้นมาในหัว ปีเตอร์ไม่อยากให้คำตอบเป็นคำว่าใช่ สักนิดเพราะเขาห่วงบ็อบ ปีเตอร์เกรงว่าเขาจะไม่ได้ฆ่าแค่ซิมบิโอตนั่น

 .

 .

                     จนเลิกเรียนปีเตอร์ยังคงหยุดความคิดนี้ไม่ได้ บ่อยครั้งที่เขาจะบอกตัวเองว่าช่างเถอะน่า เดี๋ยวเขาคนนั้นก็จัดการมันเอง แล้วความคิดส่วนตัวก็ขัดขึ้นมาอีก ฉันว่าหมอนั่นต้องกะจะมาฆ่าทั้งซิมบิโอตทั้งบ็อบแน่ๆดูจากการโจมตีของเขาสิป่านนี้บ็อบคงตายไปแล้วถ้าเขารู้จุดอ่อนของซิมบิโอต ปีเตอร์สะบัดความคิดวุ่นวายนั่นทิ้งรู้สึกเสียดายที่ไม่ได้ส่งสไปเดอร์โดรนไปตามสำรวจว่าซิมบิโอตนั่นมันหนีไปไหน

                     ดังนั้นตอนนี้เขาแทบไม่รู้อะไรเลย...


                     ผ่านไปสองวันไม่มีอะไรเกิดขึ้นระยะเวลาช่วยให้ปีเตอร์เริ่มปลง เขาคิดในแง่ดีว่านายชุดแดงรัดรูปนั่นจัดการไปเรียบร้อยแล้ว ขณะนี้กายของเขาสวมชุดสไปเดอร์-แมนกำลังปฏิบัติหน้าที่อย่างปกติ ร่างเพรียวโหนใยแมงมุมแล้วปล่อยให้แรงเหวี่ยงพากายของตนลัดเลาะไปตามตึกสูงของเมือง ปีเตอร์ยอมรับว่าที่ผ่านมาสองวันนี้เขายังไม่เลิกคิดถึงเรื่องนั้น

 

                     วันนี้ปีเตอร์ช่วยคุณตาคนหนึ่งตามหาสุนัข ช่วยจับขโมยฉกกระเป๋า และ ช่วยเด็กหญิงที่กำลังจะถูกลวนลามเด็กคนนั้นมีผมสีน้ำตาลเข้มเหมือน....


x!”สไปดี้สบถกับตัวเองเขาลืมคำขอของคุณยายเรดไปได้ไง ถ้าเขาไม่บังเอิญเข้าไปช่วยเด็กที่มีผมสีน้ำตาลเหมือนหลานสาวหล่อนเขาคงลืมไปแล้ว


                     ป่านนี้คุณยายไม่ตรอมใจตายไปแล้วหรอ...

         

                     สไปดี้กระโดดลงจากตึกสูงแล้วยิงใยพากายมุ่งไปที่บ้านคุณยายเรดทันที

                     ระหว่างทางเขาเอาแต่ตำหนิตัวเองที่คิดแต่เรื่องซิมบิโอตและลืมเรื่องที่ตัวเองต้องจัดการไปเสียสนิท

                     ทันทีที่เท้าถึงพื้นเขาเดินไปกดกริ่งหน้าบ้าน 


“โอ้!สไปดี้ฉันนึกว่าคุณเป็นอะไรไปแล้วซะอีก คุณเล่นหายตัวไปไม่กลับมาหาฉันเลย”


“เอ่อ คุณยายเรดพอดีตอนที่ผมไปเจอบ็อบแล้ว...”ปีเตอร์ชะงัก เขาคิดว่าเรื่องซิมบิโอตไม่ควรจะเอามาพูดให้หญิงชราตรงหน้าฟัง


                     หญิงชราหาได้สนใจท่าทีกึกกักของปีเตอร์หล่อนเปิดปากพูด


“เย็นวันเดียวกับที่ฉันให้คุณช่วยหาคริสตัล อยู่ๆบ็อบก็มาที่บ้านบอกว่าเธอโดนพวกโจรในตรอกฆ่าตายขณะกลับบ้านมาหาฉันน่ะ”


                     ปีเตอร์หรี่ตาสงสัย


“เขามาหาคุณตอนกี่โมง”


“เกือบเที่ยงคืนน่ะ”หญิงชราตอบพลางใช้นิ้วเหี่ยวย่นปาดน้ำตาที่ซึมออกมา


                     ปีเตอร์รู้สึกสงสารคุณยายเรดจับใจ แต่เขาก็ยังอดสงสัยเรื่องบ็อบไม่ได้ หลังจากหนีเขาออกจากป่านั่นก็กลับมาหาคุณยายเรดเนี่ยนะ


“เอ่อ คุณไม่คิดว่าบ็อบโกหกหรอ”ถึงคำถามนี้อาจจะโดนตบได้แต่เขาก็อดถามไม่ได้จริงๆ


“ฉันเข้าใจนะว่าคุณสงสัย แต่บ็อบเขาเป็นเด็กดีมากฉันรู้จักเขาตั้งแต่เขาเรียนประถม และยังรักคริสตัลอีกต่างหาก”คำ

ยืนยันของหล่อนทำให้ปีเตอร์ไม่กล้าถามต่อ


“ผมเสียใจด้วย ถ้าคุณมีอะไรจะให้ผมช่วยบอกผมได้เสมอนะ”ปีเตอร์ตอบพลางใช้มือเรียวกุมมือเหี่ยวย่นคล้ายจะปลอบใจ


“ฉันจะรีบบอกคุณทันทีเลยล่ะ”ยายเรดยิ้มเศร้า

 

                     ปีเตอร์เปลี่ยนชุดกลับเป็นเสื้อลำลองร่างเพรียวแบกเป้คู่กายไว้ด้านหลัง เย็นนี้เขาคิดว่าจะหาอะไรกินก่อนกลับ

                     ตาสีน้ำตาลอ่อนจ้องมองไปที่ร้านฟาสต์ฟู้ดร้านหนึ่ง หน้าร้านมีจอดิจิตอลฉายภาพอาหารหลากหลายภาพ ปีเตอร์กลืนน้ำลายก่อนจะเดินเข้าไป เขาเดินไปที่เคาน์เตอร์ที่มีพนักงานคอยรับออเดอร์อยู่ ก้มหน้ามองเมนูที่ติดอยู่ที่เคาน์เตอร์ก่อนจะสั่งอาหาร


“...”ยังไม่ทันที่เขาจะสั่งอาหารเขาก็ต้องชะงักกับพนักงานรับออเดอร์ซะก่อน


                     คนตรงหน้าคือบ็อบ ไม่ผิดแน่ๆ ปีเตอร์ทั้งสับสนงุนงงแต่ก็ตั้งสติสั่งอาหารที่เขาต้องการ

                     ปีเตอร์มองบ็อบไม่วางตาจนคนถูกมองรู้สึกหวาดๆ เขามองอย่างไม่วางตาแม้ตัวเองกำลังเดินไปรับถาดอาหารแถวบาร์ข้างเคาน์เตอร์ บ็อบที่ส่งถาดพลาสติกให้ปีเตอร์เขาทนความกดดันที่ถูกมองไม่ไหวเลยถามขึ้น


“คุณมีเรื่องอะไรกับผมรึเปล่า?

  

                     ท่าทางของบ็อบเหมือนคนที่ไม่รู้เรื่องเมื่อสองวันก่อนสักนิด แต่เอ้ะ!เดี๋ยวนะ บ็อบจะไปจำเขาได้ไงก็ตอนนั้นเขาเจอบ็อบในชุดสไปเดอร์-แมนนี่หน่า


                     เวรกรรม!


“เอ่อ ขอโทษที่เสียมารยาทพอดี หน้าคุณมันคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนน่ะ”ปีเตอร์แถรัวๆก่อนจะยกถาดอาหารเดินไปหาโต๊ะว่าง


                     เขาวางถาดอาหารแล้วนั่งลงยกมือทั้งสองข้างปิดหน้าเอาไว้พร้อมกับพึมพำบ่นตัวเองไม่เป็นภาษา

 

                     เวดนั่งแผ่กายบนนวมรถแท็กซี่ของโดพินเดอร์ ผ่านมาสองวันเขายังจัดการไอสัตว์ประหลาดนั่นไม่ได้เพราะเขาไม่รู้ว่ามันหายหัวไปไหนน่ะสิ และยังไม่ทันที่เขาจะได้ปิดงานนี้ไอคนเหล็กเวรมันก็ส่งงานใหม่มาให้เขาอีก ด้วยความที่เขาไม่รู้ว่าซิมบิโอตนั่นอยู่ไหนเลยจัดการงานใหม่ที่ง่ายกว่าไปพลางๆ

                    เสียงมือถือดังขึ้น ร่างอ่อนเพลียล้วงมันออกมาจากกระเป๋ากางเกงแนบเนื้อ

                     เห็นหน้ายิ้มอย่างกับคนหาเสียงของปลายสายแล้วเขาก็เพลียมันโทรหาเขาบ่อยกว่าเมียซะอีก

แต่เดี๋ยวนะ...เขาไม่มีเมีย


ว่าไงจ๊ะพ่อคนเหล็กมีอะไรให้ฉันรับใช้อีก”เดดพูลที่เพิ่งจะเสร็จจากฆ่าพวกเด็กเปรตในบาร์มาหมาดๆรับสายโคลอสซัสว่ามันจะใช้อะไรเขาอีก


“งานเมื่อสองวันก่อนนายยังไม่จัดการให้ฉันเลยนะ”เดดพูลรู้ดีว่าปลายสายหมายถึงอะไร


“อ้อออออ...พอดีมันหลุดไปได้น่ะ ตอนนี้ฉันยังหามันไม่เจอเลย”เวดตอบ


“ฉันว่าฉันส่งที่อยู่ทั้งบ้านและที่ทำงานของบ็อบให้แล้วนะ”


                     คำตอบของปลายสายทำให้เดดพูลงงว่า มันพูดอะไรของมันวะ บ็อบไหน?


“บ็อบมันเกี่ยวอะไรด้วย แล้วอีกอย่างนะไอคนชื่อเห่ยนี่มันอยู่ในลิสต์ของฉันด้วยหรอ”เวดว่าพลางเอนกายจากนั่งอยู่ลงไปนอนจนเต็มพื้นที่ของเบาะรถ เท้าทั้งสองวางอยู่ที่กระจกด้านข้าง


“เฮ้!คุณเดดพูล เดี๋ยวกระจกผมสกปรก”โดพินเดอร์ปรามเมื่อเห็นฮีโร่คู่ขาเอาเท้าสกปรกไปนาบกระจกรถ


“เดี๋ยวฉันเช็ดให้!”เดดพูลตอบคนดุเพราะแทรกสายเขากับโคลอสซัส


“ก็บ็อบเป็นโฮสต์ของซิมบิโอตตัวนั้นไง”โคลอสซัส


                     เดี๋ยวบ็อบ เดี๋ยวโฮสต์ห่าไรวะเนี่ย!!


“ฉันไม่เห็นรู้เรื่อง”เดดพูลหวังจะให้โคลอสซัสอธิบายมากกว่านี้


“ฉันว่าฉันส่งข้อมูลให้นายอ่านแล้วนะ”


“มันเยอะจนฉันเวียนหัวจะอ้วกคล้ายอาการแพ้ท้อง”


“นายตลกมากรึไง! ซิมบิโอตจะสิ่งร่างมนุษย์ ซึ่งมนุษย์ที่ถูกมันสิงจะเรียกว่าโฮสต์ ซึ่งโฮสต์คนนั้นคือบ็อบ เมื่อมันได้สิงจะเรียนรู้นิสัยของโฮสต์มาด้วย”โคลอสซัสบอกข้อมูลที่รับรู้มาและไม่รู้ตัวว่าเขาบอกข้อมูลเดดพูลตกหล่นไปอย่างนึง


                     เด็กชื่อบ็อบมันคงจะบัดซบเหมือนหน้าตา เพราะตอนกลายร่างก็เล่นเขาหนักเอาเรื่อง เดดพูลคิดโดยที่ไม่รู้เลยว่าตนนั้นคิดผิดเนื่องจากข้อมูลที่ปลายสายนั้นบอกมาไม่เพียงพอที่จะเอามาพิสูจน์นิสัยของโฮสต์ผู้โชคร้ายเช่นบ็อบได้


“เอ่อ...เหมือนซิมบิโอตตัวนั้นจะมีเรื่องกับสไปเดอร์-แมนนะ”เดดพูลพูดขึ้นเมื่อนึกถึงแมงมุมน้อยตัวแสบขึ้นมา คืนนั้นเขาดิ้นจนหมดแรงใยแมงมุมนั่นก็ไม่มีทีท่าของว่าหลุดสักนิด เวดคิดว่าตนจะติดแหง็กอยู่กับต้นไม้นั่นไปซะแล้ว ตั้งแต่เป็นฮีโร่มาเขายังไม่ได้แอ้มสาวเซกซี่ๆยั่วๆสักคนเพราะมัวแต่ไล่ฆ่าคนอื่นอยู่ จากนั้นเขาก็หลับ ตื่นขึ้นมาอีกทีก็ตอนที่รู้สึกเจ็บที่ขา ลืมตาขึ้นมาเขาก็รู้ว่าตัวเองตกจากต้นไม้จนขาหัก หยิบมือถือขึ้นมาดูเวลาเขาก็ได้รู้ว่าใยแมงมุมนั่นมันละลายเองได้เมื่อผ่านไปซักสองสามชั่วโมง เขาไม่ขอคอนเฟิร์มระยะเวลาที่ใยเหนียวเวรนี่จะละลายเพราะเขาไม่รู้เวลาที่แน่นอนตอนที่ตนโดนยึดกับต้นไม้

      

                     ร่างสูงใช้เวลานานกว่าจะพาร่างขาหักของตนออกจากป่าแล้วโทรเรียกโดพินเดอร์ให้มารับ


“เขาไปช่วยนายจัดการซิมบิโอตด้วยหรอ”ปลายสายถามด้วยน้ำเสียงประหลาดใจ


“ป่าว ฉันเห็นบ็อบกำลังจะบีบคอเขาตายฉันเลยเข้าไปช่วย”เดดพูลตอบ


“ว้าว!งั้นตอนนี้นายก็รู้จักกับสไปเดอร์-แมนน่ะสิ!”โคลอสซัสกล่าวเสริม


                    คำกล่าวนั้นทำให้เดดพูลเบ้ปากถึงรู้จักแมงมุมน้อยคนนั้นคงจะรู้จักเขาในฐานะคนที่เกลียดไปแล้ว

หลังจากตัดสายโคลอสซัส เวดตัดสินใจจะไปที่ทำงานของบ็อบซึ่งเขาดูได้จากอีเมลเก่าเมื่อสองวันก่อนนั่นแหละ ในเมลบอกแม้กระทั่งกะที่บ็อบเข้าซึ่งเป็นวันนี้และจะเลิกงานในเวลาสองทุ่ม จากเวลาตอนนี้อีกครึ่งชั่วโมงก็จะสองทุ่มแล้ว...

 

                     ร่างสูงกำยำเดินเข้าไปทางหลังร้าน หลังจากที่มีคนมาเปลี่ยนกะเวลานี้เป็นเวลาสองทุ่มตรงซึ่งก็คือเวลาเลิกงานของเขาพอดี บ็อบเปิดล็อกเกอร์ของตนหยิบเสื้อยืดในกระเป๋าเป้ใบเก่าขึ้นมา

ขณะที่เขากำลังถอดเสื้อประจำร้านเขาก็นึกถึงลูกค้าที่เอาแต่มองเขาตอนทำงาน

ท่าทางและรูปร่างของเด็กคนนั้นมันคุ้นสำหรับเขามาก แต่คงไม่ใช่อย่างที่เขาคิด


นายคิดถูกแล้วบ็อบอยู่ๆเสียงแตกเข้มผิดมนุษย์ก็ดังเข้ามาในโสตประสาทของเขา บ็อบไม่รู้ว่ามันคือตัวอะไร มันบอกเขาเพียงแค่ว่ามันชื่อ มานิค

   

                     ตอนแรกเขาคิดว่าตนหลอนไปเอง ทั้งที่เขาไม่ได้เล่นยา แต่แล้วมันก็แสดงตัวตนของมันให้เขาเห็นผ่านร่างกายของเขามาแล้ว

                     บ็อบยังจำวันแรกที่มันเข้ามาอาศัยอยู่ในร่างของเขาได้ดี

                     เย็นวันนั้นเขาทะเลาะกับคริสตัลเพราะเธอไปสมัครงานในบาร์ทั้งที่อายุไม่ถึง บ็อบไม่ยอมรับสายของแฟนสาวแม้เธอจะโทรหาเขาแทบจะร้อยสาย สุดท้ายเธอก็ส่งข้อความมาว่าจะไปหาเขาที่บ้าน บ็อบก็รู้ว่าการที่ปล่อยให้ผู้หญิงตัวเล็กๆแบบคริสตัลมาหาที่บ้านเขาตอนดึกนั้นมันอันตรายแค่ไหน แต่ด้วยความถือทิฐิของเขา เขาทำเป็นไม่สนใจข้อความนั้น เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมงยังไม่มีใครมากดกริ่งเรียกที่หน้าบ้านสักนิด ตอนแรกเขาน้อยใจแฟนสาวที่ปกติเป็นคนพูดคำไหนคำนั้น เขาตั้งใจว่าจะเข้านอนเพราะวันพรุ่งนี้เขาต้องเข้าเรียนเช้า ร่างสูงนอนพลิกไปพลิกมาบนเตียงในที่สุดเขายอมรับว่าตอนนั้นเขาห่วงคริสตัล บ็อบตัดสินใจสวมรองเท้าผ้าใบออกไปหาคริสตัลเดี๋ยวนั้น

                     ร่างสูงใหญ่เดินมุ่งไปที่บ้านของแฟนสาว แต่ก็ต้องหยุดมองหญิงสาวคนหนึ่งในซอยระหว่างทาง หล่อนนั่งยองๆหันหลังให้เขา บ็อบไม่รู้ว่าเธอกำลังทำอะไรอยู่เขาตั้งใจจะไม่สนใจแต่ก็ต้องหยุดมองอีกครั้งเมื่อเธอหันหน้ามา ตาสีเขียวเข้มและผมหยักศกสวยที่ใครต่อใครมักจะอิจฉาตาร้อนเมื่อรู้ว่าเขาได้เจ้าของใบหน้านั้นมาเป็นแฟน


“คริสตัล”เขาเรียกชื่อแฟนสาวก่อนจะเดินเข้าไปใกล้


“...”ใบหน้าเลื่อนลอยผิดจากปกติที่เธอมักจะร่าเริงเสมอ บ็อบมุ่นคิ้ว


“เธอเป็นอะไรรึเปล่า?”เขาเดินเข้าไปจับไหล่บอบบางเพราะท่าทางการเดินของเธอมันดูแปลกไปจากเดิม


                     อยู่ๆเหมือนมีอะไรสักอย่างเลื้อยจากไหล่ของแฟนสาวเข้ามาที่มือหนาของเขา เขารู้ตัวว่าสายไปเสียแล้วที่จะผละออกจากคริสตัล ร่างตรงหน้าผงะก่อนจะล้มลงส่วนตัวเขาเองก็ตกใจไม่น้อย    บ็อบมองมือของตนที่มีบางสิ่งแทรกซึมเข้ามา เด็กหนุ่มหายใจถี่แรงและทำตัวไม่ถูก สิ่งคล้ายน้ำมันเหลวสีเทาเข้มมันแทรกกายเข้ามาในร่างก่อนที่ผิวสีแทนของเขาจะกลับมาเป็นดังเดิม

                     บ็อบคิดว่าตนตาฝาด และตอนนี้เขามีสิ่งที่ต้องสนใจมากกว่าก็คือร่างบางที่นอนอยู่ข้างๆ

                     เขาจับแฟนสาวขึ้นมาดูอาการ

                     เขาถึงกลับชะงัก เพราะร่างที่เขาสัมผัสนั้นเย็นเฉียบเหมือนคนตายบ็อบลองจับชีพจรที่ข้อมือขาวก็ไม่มีสัญญาณว่าเจ้าหล่อนยังมีชีวิตอยู่


“โอ้!ไม่นะ!”บ็อบรนรานทำอะไรไม่ถูกเขายกร่างอ่อนปวกเปียกขึ้นคิดจะพาไปโรงพยาบาล


ฉันกินเครื่องในรวมถึงหัวใจของหล่อนหมดแล้ว นายพาไปที่นั่นก็ไม่มีประโยชน์หรอก


                     เสียงประหลาดทำให้ร่างสูงใหญ่หันรีหันขวางตามหาต้นเสียง


นายหัน360องศาก็ไม่มีทางเห็นฉันหรอก


                     บ็อบประสาทเสีย เขาบอกตัวเองว่ามันเป็นอาการหลอนไปเองเขายกร่างแฟนสาววิ่งออกจากตรอกตรงไปโรงพยาบาลที่ใกล้ที่สุด


หล่อนตายแล้วนายก็รู้จะดันทุรังไปเพื่ออะไร?’เสียงแตกนั่นยังคงพูดกับเขา ร่างสูงวิ่งต่อไปไม่คิดจะสนใจเสียง หลอนในหัว


                     เหมือนเขาจะรู้ถึงความหงุดหงิดของเจ้าเสียงหลอนนั่น อยู่ๆร่างของเขาและคริสตัลก็ถูกแรงดึงพาร่างทั้งคู่ขึ้นไปบนหลังคาบ้านใครสักคน ขณะที่ร่างเขาถูกยกขึ้นมาบนนี้เขาเห็นอะไรสักอย่างมันมีสีเทาเข้มเลื้อยออกมาจากร่างของเขาแล้วเกาะเกี่ยวที่หลังคาบ้านดึงกายเขาขึ้นมาบนนี้


ฉันเซอร์ไพร์สนายได้มากกว่านี้อีกเสียงหลอนฟังดูขบขันท่าทางตื่นตระหนกของเขา


                     บ็อบวางร่างอ่อนลงอย่างแผ่วเบาก่อนจะถามถึงเสียงหลอนนั่น


“แกคือตัวอะไร!? ออกมานะก่อนที่ฉันจะลากแกออกมาอัดให้น่วม!”จริงๆบ็อบไม่ได้นักเลงอย่างที่เขาพูดและร่างกำยำสูงใหญ่ของเขาสักนิด เขาเป็นคนรักสงบและเกลียดความรุนแรงเสียด้วยซ้ำ


                     ทันใดใบหน้าราวกับปีศาจก็ผุดออกมาจากอกกว้างของเขา มันเลื้อยกายไร้รูปร่างออกมาให้ใบหน้าของมันเผชิญกับเขาในระดับเดียวกัน ตาสีขาวเรียวยาวและหางตายกสูงไม่เหมือนมนุษย์รับกับเขี้ยวยาวแหลมเรียงถี่กัน


...บ็อบถึงกับพูดไม่ออกไม่แม้แต่จะปัดมันออกจากอกเขาด้วยซ้ำ ร่างสูงล้มก้นกระแทกกระเบื้องหลังคาหนามือทั้งสองเท้ายันกายไว้


                     บ็อบภาวนาขอให้มันเป็นแค่ฝันร้าย


“นิสัยนายไม่เข้ากับร่างกายแข็งแรงนี่สักนิด เอาเป็นว่าฉันจะช่วยใช้ร่างนายก็แล้วกัน”บ็อบไม่ต้องการสักนิด

.

“นายหมายถึงอะไร?”บ็อบพึมพำถามมานิคขณะหยิบเสื้อยืดขึ้นมาสวม


เด็กนั่นมันเป็นคนเดียวกับที่เจอเมื่อสองวันก่อน


“แล้วไง”บ็อบอยากจะปัดผ่าน


ฉันต้องการตัวเด็กคนนั้น


“...”บ็อบไม่เข้าใจมานิคเลยสักนิด เย็นสองวันก่อนมันทำให้เขากินอาหารปกติไม่ลงและควบคุมร่างเขาไปจับสัตว์กินสดๆในป่า เขาอยากจะอ้วกที่รู้ว่าตัวเองต้องกินมันแต่พอกินเข้าไปเขากลับหยุดไม่ได้ เหมือนอาหารปรุงสุกที่พ่อเพิ่งทำให้กินนั้นมันไม่ช่วยลดอาการอยากอาหารของเขาเท่าซากสัตว์เพิ่งตายพวกนี้เลย


                      ขณะที่เขากำลังกินนกพิราบอยู่นั้น สไปเดอร์-แมนก็โผล่มา ตอนนั้นเขารับรู้ได้ถึงอีกหนึ่งชีวิตที่กำลังสนอกสนใจร่างใต้ต้นไม้

                     มันไม่พูดพร่ำทำเพลงอะไรควบคุมร่างของเขากระโดดลงไปโจมตีสไปเดอร์-แมนทันที บ็อบอยากจะหยุดมันแต่เขาก็ทำไม่ได้ตามเคย เขาได้แต่หวังว่าจะมีใครมาช่วยร่างเล็กกว่าให้รอดจากสัตว์ประหลาดในกายของตน และหนุ่มชุดแดงเข้ารูปก็โผล่มา เขามีร่างสูงกว่าสไปเดอร์-แมน บ็อบไม่เคยรู้จักฮีโร่คนนี้มาก่อนแต่ต่อมาเหมือนความหวังของเขาจะดับลงอีกครั้งเมื่อมานิคคร่อมทับตัวอยู่บนตัวของร่างสูงคนนั้นเสียแล้ว แสงแห่งความหวังเดี๋ยวดับเดี๋ยวสว่างจนบ็อบไม่อาจคาดเดาตอนจบได้... สุดท้ายประกายไฟจากระเบิดที่มาจากไหนไม่ทราบปะทุออกมาระหว่างตัวเขากับคนใต้ร่าง

                     เขาไม่เคยเห็นมานิคตกใจถึงกับกระโดดหนีลงน้ำพาร่างเขาออกห่างจากคู่ต่อสู้มาก่อน...

 

“นายจะเอาเขาไปทำไม?”บ็อบถาม


เพื่อนของฉันยังไม่มีโฮสต์จากที่มานิคอยู่ในร่างเขามาเกือบอาทิตย์เขาก็พอจะรู้ว่าโฮสต์คืออะไร


“แกคิดว่าปัจจุบันนี้ฉันเต็มใจให้ปรสิตอย่างแกเข้ามาอยู่ในร่างฉันรึไง!”ร่างสูงกล่าวอย่างลืมตัว กำปั้นหนาทุบตู้ล็อกเกอร์ส่งเสียงสะเทือน


                     บ็อบโกรธที่มันเอาแต่พูดเหมือนกับว่าเขาเห็นด้วยกับมัน เขาไม่อยากเป็นสะพานให้มานิคทำเรื่องชั่วนี่กับคนอื่นเลยสักนิด


เฮ้!พวก ฮีโร่นั่นเขาไม่ได้เหมือนนายนะ ดีไม่ดีเขาอาจจะถูกใจออลโค่ก็ได้มันยังไม่ล้มเลิก


“หึ...แต่ฉันว่าแกดูผิดว่ะ เด็กคนนั้นดูเด็กกว่าฉันตั้งเยอะ คงเอาเวลาไปอ่านหนังสือเรียนมากกว่ามาใส่ชุดฮีโร่ช่วยคนอื่นให้วุ่นวายชีวิต”


ฉันมั่นใจว่าฉันดูคนไม่ผิด...


“แต่ตอนนี้แกควรจะลดอีโก้ของแกซะ!”บ็อบว่าพลางเปิดประตูหลังร้านเตรียมจะกลับบ้าน


“พลั่ก!!!”บ็อบไม่ทันตั้งตัวเมื่อเขาเปิดประตู อกกว้างของเขาโดนบาทาของใครไม่ทราบกระแทกเข้าอย่างจังก่อนที่เขาจะล้มหัวเกือบกระแทกพื้น


“คุยกับใครอยู่หรอจ๊ะ สุดหล่อ”ร่างสูงในชุดแดงที่เขาเพิ่งปะทะด้วยเมื่อสองวันก่อนโผล่พรวดเข้ามาหลังร้าน เท้าข้างหนึ่งของคนที่ยืนอยู่กดลงมาที่อกเขาและมือที่ถือปืนพ่นไฟสำหรับเผาหน้าชีส กดหัวฉีดพ่นไฟออกมา

 

                     เวดลงจากรถแท็กซี่ ร่างสูงอยู่ในชุดประจำของตนเขาเดินไปทางหลังร้าน ของร้านฟาสต์ฟู้ดซึ่งเขาเคยมาใช้บริการที่นี่เลยพอรู้ว่ามันมีทางไว้ให้พนักงานใช้เข้าออก

                     พลันประตูหลังร้านเปิดออกเด็กหนุ่มที่เขาตามหาอยู่ก็โผล่ออกมาให้เห็นง่ายๆ เวดยกเท้าถีบร่างสูงพอกับเขาให้ล้มลงก่อนจะหันไปเห็นปืนไฟสำหรับพ่นหน้าชีส มือหนาหยิบมันขึ้นมาก่อนจะยกเท้าข้างเดิมกดอกให้บ็อบอยู่ใต้ร่าง


คุยกับใครอยู่หรอจ๊ะ สุดหล่อ”เวดพูดเสียงเล็กกวนประสาทโดยเป็นธรรมชาติของเจ้าตัว

   

                     เด็กยักษ์มันไม่มีทีท่าขัดขืนอย่างที่เขาคิด มันจ้องเขาเหมือนคุกคามมันสุดๆ ทั้งที่ไม่นานมานี้มันเพิ่งกดเขาได้แท้ๆ

                     ไอตาเบิกกว้างกับเหงื่อตกอย่างหวาดกลัวนั้นคือไร อย่ามาตอแหลนะไอยักษ์!! เดดพูลหงุดหงิดกับท่าทีสมยอมของมัน วันนี้เขากะจะมาบู้กับมันซะหน่อย ไฟที่เขาพ่นออกมากะจะให้มันกลัว ตอนนี้เขาหยุดพ่นก่อนจะยกมืออีกข้างที่ว่างมาพัดใบหน้าของตนให้หายร้อน

                     เขาพ่นไฟขู่มันเพื่ออะไรวะ!?

                     เด็กชื่อบ็อบยังคงนอนให้เขาแนบเท้าเรียวสวยอยู่บนอกกว้างไม่มีทีท่าจะใช้มือใหญ่ๆนั่นหักขาเขาสักนิด

เอาจริงดิ? เวดสงสัยพลางกวาดตามองไปรอบร้านว่ามีอะไรน่าสงสัยรึเปล่า ตอนนี้หลังร้านไม่มีใครนอกจากเขากับบ็อบ


“แกเมาน้ำมันทอดไก่จนลืมฉันไปแล้วเราะ!”เวดยกเท้าที่กดอกกว้างออกก่อนจะเตะเข้าที่ท้องน้อย ร่างใหญ่โตกุมท้องอย่างเจ็บปวด


                     ทำไมเหมือนเขากำลังรังแกเด็กเลยวะเนี่ย!?!


“...”เวดงง เวดหงุดหงิด เวดทำอะไรไม่ถูก


                      เวดตัดใจพ่นไฟออกมาอื่นครั้งกะจะให้มันยอมแปลงกายออกมา หรือตอบสนองอะไรออกมาบ้าง ร่างสูงในชุดเข้ารูปจ่อไฟที่พวยพุ่งออกมาจากกระบอกเข้าใกล้คนที่นอนไร้ทางสู้

                     ใบหน้าหวาดกลัวของบ็อบทำให้เขารู้สึกว่าวิธีที่ใช้มันผิด


“แก้ง!!”ปืนไฟหลุดออกจากมือของเขาเพราะอยู่ๆ รองเท้าผ้าใบสีน้ำเงินไม่รู้โผล่มาจากไหนเตะเข้าที่มือเขาเกือบหัก เวดไม่ทันได้มองว่ามันเป็นใครเขายกขาขึ้นสูงก้านคอผู้มาใหม่ หากแต่ร่างเล็กกว่าหลบทัน เขาถอยหลังทิ้งระยะห่างจากเวด ขณะนั้นเวดก็ได้มองผู้มาใหม่ชัดๆ

   

                      เด็กหนุ่มหน้าละอ่อนกว่าคนที่เขาจะมาจัดการ รูปร่างเพรียวคล่องตัวเหมือนเคยเจอที่ไหน นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนดูมุ่งมั่นเหมาะกับบุคลิกของเจ้าตัวดี

                      เวดเหลือบมองบ็อบ ร่างกำยำกระเถิบกายหนีเขาเล็กน้อยไปอยู่ด้านหลังเด็กผู้มาใหม่


“นี่หนูน้อย นายถอยไปเถอะฉันมีเรื่องกับไอหมีนี่แค่สองคน”เวดล่ะไม่อยากมีเรื่องกับเด็กหน้าตาน่ารักคนนี้เลย


                     ปีเตอร์ขมวดคิ้วโกรธคำว่า หนูน้อย ที่ร่างตรงหน้ากล่าวเย้ยเขา เขาเข้าม.ปลายแล้วนะ!


                     ร่างเล็กกว่าถีบเวดเข้าจังๆที่ท้องน้อย คนโดนถีบถึงกับงงงวยว่าเขาไปหาเรื่องมันตอนไหนเขาพูดดีๆแล้วนะ


“อย่ามายุ่งกับเพื่อนของผม”


                     ประโยคหลังโดนถีบทำให้เวดเข้าใจว่าไอเด็กนี่มันรักเพื่อนมาก ทั้งที่จริงๆแล้วเขาโดนถีบเพราะพูดไม่เข้าหูปีเตอร์ต่างหาก

                     เด็กโหดไม่เข้ากับหน้าตาทำท่าจะเดินมาเสริมบาทาอีกยกจนเวดต้องยกมือคล้ายจะยอมแพ้

                     เวดไม่เข้าใจว่าเขาจะกลัวเด็กคนนี้ทำไมทั้งที่เขาเตะก้านคอไปทีเดียวร่างตรงหน้าก็สลบเหมือดไปแล้ว


“เฮ้!เย็นก่อนน่าเพื่อน...ทำตัวโหดไม่สมกับหน้าตาของนายเลยนะ”เวดไม่คิดจะใช้กำลังกับคนหัวร้อนตรงหน้า


“แล้วหน้าของฉันมันเป็นยังไงห้ะ!”เดดพูลคิดว่ากำลังรับมือกับแฟนสาวที่มีรอบเดือนชัดๆ เขาทั้งยอม ทั้งพูดดีๆด้วยแล้วนะแต่ผลตอบรับกลับตรงกันข้ามจนเขามึนไปหมด


                     ปีเตอร์ตวาดลั่นเพราะตนตั้งใจจะทำตัวโหดให้เวดดู แต่ผู้ถูกกระทำกลับบอกว่ามันไม่สมกับหน้าเขา หน้าเขามันทำไม ทำหน้าโหดมันก็ต้องโหดสิ!!

                     ปีเตอร์อยากจะยิงใยกักเดดพูลไว้หนาๆสักสิบนิ้วให้แก่ตายคาใยไปเลยแต่ติดอยู่ที่ว่าเขาไม่ได้ใส่ชุดฮีโร่ของเขาอยู่

                     บ็อบที่หลุดเฟรมออกไปแล้วนั่งมองคนตัวโตนั่งคุดคู้รับการโจมตีของคนตัวเล็กกว่า ถึงเขาจะแปลกใจกับการกระทำประหลาดของทั้งคู่ แต่เขาไม่คิดจะทิ้งโอกาสดีๆเฟดตัวออกจากร้านไป

สรุปแล้วสไปดี้กับเดดพูลได้ปล่อยเป้าหมายไปเพราะพวกเขาทะเลาะกันเองอยู่...

 .

 .

“ให้ตาย...ทำไมฉันถึงสะเพร่าแบบนี้นะ”ปีเตอร์บ่นพึมพำกับตัวเอง ร่างในชุดเข้ารูปนั่งยีผมตัวเองจนยุ่งเหยิงเหตุเพราะบ็อบหนีไปได้

 

                    จริงๆแล้วมันเป็นเพราะเขาเองต่างหาก เขาไม่น่าสนใจคำพูดของไอบ้านั่นจนหัวร้อนเลย คิดถึงหน้ามันแล้วก็หงุดหงิดอยากจะจับมายิงใยใส่ให้ติดกับกำแพง รับรองว่าเขาจะยิงหนาเป็นพิเศษเลยล่ะหลังจากนั่นเขาจะใช้ใยช็อตร่างสูงนั่นให้สลบจนเลิกกวนเขาไปเลย ปีเตอร์สะบัดความคิดโรคจิตของตัวเองออกไปถึงเขาจะแค้นแค่ไหนก็ไม่ควรจะทำรุนแรงแบบนั้น

 

                     หลังจากที่บ็อบหนีไป เขากับคนชุดแดงยังไม่เลิกทะเลาะกัน เอาจริงๆมันก็ไม่เชิงทะเลาะหรอกสำหรับปีเตอร์มันเป็นการประทุษร้ายมากกว่า เพราะเป็นเขาฝ่ายเดียวที่ทำร้ายร่างสูงกว่า ส่วนหมอนั่นก็เอาแต่นั่งคุดคู้ยอมรับการกระทำของเขา ยิ่งร่างตรงหน้าไม่ตอบโต้มันยิ่งทำให้เขาหงุดหงิด ทั้งที่ก็ต่อสู้เก่งแต่ไม่ตอบโต้เขาเลยเหมือนหยามกันชัดๆ จนสุดท้ายเหมือนจะมีคนเข้ามาพวกเขาทั้งคู่เลยต้องพากันวิ่งหนีออกทางประตูหลังร้าน ร่างสูงทั้งที่โดนเขาทั้งเตะทั้งต่อยยังจะเป็นห่วงว่าเขาจะกลับบ้านยังไง ปีเตอร์เกือบรู้สึกผิดกับคนตรงหน้าแต่เกมก็พลิกเมื่อ ร่างสูงเอ่ยออกมาว่า “เดี๋ยวเดินๆอยู่แล้วโดนพวกกุ๋ยแถวนี้ฉุดไปจะทำยังไง”

                     ปีเตอร์เลยสวนหมัดใส่ท้องร่างสูงไปทีนึงก่อนจะวิ่งหนีให้ห่างจากคนกวนประสาท

                     หลังวิ่งออกมา เขาก็เข้าซอยประจำเปลี่ยนชุดแล้วยิงใยขึ้นมาบนนี้ และปีเตอร์คิดว่าเขาควรไปหาบ็อบที่บ้านวันนี้ ปีเตอร์มั่นใจว่านายคนนั้นต้องไปจัดการบ็อบต่อที่บ้านแน่ๆ เขาต้องไปหยุดไม่ให้หมอนั่นทำอะไรบู่มบ่ามอย่างเช่นเข้าไปถึงก็จะฆ่า เขาต้องอธิบายให้ได้ว่าต้องช่วยบ็อบจากการถูกสิงก่อน

 

                     เวดกุมท้องตัวเองทั้งที่ตาคมมองตามร่างเล็กกว่าวิ่งหนีเขาไปอย่างหัวเสีย


What!”เดดพูลไม่เข้าใจเด็กคนนั้นเลยสักนิดที่เขาทำเพราะเป็นห่วงหรอกนะ แต่ถ้าดื้อไม่อยากรับความหวังดีจากเขา เขาก็ไม่คิดจะยื้อ

   

                     เวดเปิดประตูรถแท็กซี่สีเหลืองสีถลอกก่อนจะเข้าไปนั่งอย่าเซ็งๆ พลางคิดว่าทำไมเด็กบ้าพลังคนนั้นมันคล้ายกับ... สุดท้ายคนอย่างเวดก็ไม่คิดจะเอาเรื่องไร้สาระเก็บมาคิดให้นานเกินนาทีร่างสูงเปิดปากพูดกับโดพินเดอร์


“ไปบ้านเลขที่ D ซอยXX

 

                     ฟ้ามืดบ่งบอกถึงเวลาที่ล่วงเลยมา ขับแสงสว่างของไฟหน้ารถแท็กซี่คันเหลือง ให้สว่างยิ่งขึ้น สไปดี้นั่งอยู่บนหลังคาบ้านบ็อบ มองแท็กซี่ที่ขับเข้ามาในซอยเพียงคันเดียวในเวลานี้ ก่อนจะจอดหน้าบ้านหลังเดียวกับที่เขาปักหลักอยู่

                     ร่างสูงในเสื้อรัดรูปสีแดงตัดดำเดินออกมาจากรถ สไปดี้เพ่งมองไปที่ร่างนั้น


“แคเรนบอกผมหน่อยได้ไหมว่าเขาเป็นใคร”ปีเตอร์ถามเลดี้สูทที่เขาไม่ได้เรียกหาเธอเป็นเวลานาน


                     พลันภาพตรงหน้าก็ปรากฏรูปหน้าตรงของคนที่ปีเตอร์ถามถึง พร้อมกับข้อมูลเป็นตัวอักษรข้างรูป


“เขาคือ เดดพูล ทำงานเป็นทหารรับจ้างให้กับ X-Men ประวัติการทำงาน...”แคเรนยังคงเล่าเรื่องที่หล่อนรู้ไปเรื่อยๆ ขณะที่ปีเตอร์กระโดดลงจากหลังคาบ้านไปเผชิญหน้ากับเดดพูลจังๆ


“ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณ”


                     ร่างสูงที่กำลังเดินเข้าไปสะสางงานของเขาให้เสร็จๆ กลับมีมารผจญที่ไหนก็ไม่ทราบมาก่อกวนอีก f*ck!!มันหลายรอบแล้วนะ ก่อนหน้าก็เด็กนั่นแล้วนี่...

                     พอเวดได้เห็นคนตรงหน้าชัดๆกับเสียงใสที่พูดกับเขาทำให้เขาต้องเก็บความหงุดหงิดนั่นเอาไว้ ความเป็นจริงเขาไม่ต้องอดทนเก็บมันหรอก เพราะแค่หน้าของคนที่เข้ามาขวางก็กำจัดไปหมดแล้ว

                     แมงมุมน้อย! เวดตะโกนกรี้ดกร้าดในใจไม่พูดออกมาเพราะกลัวคนตรงหน้าจะอาละวาด


“เรื่องอะไรหรอตัว?? ขอเค้าเข้าไปทำงานให้เสร็จก่อนได้ไหมแล้วจะรีบออกมาคุยด้วยทันที”


                     ได้ยินน้ำเสียงหยอกเย้าของคนตรงหน้า ปีเตอร์ก็ได้แต่เก็บอารมณ์ขุ่นไว้ในใจ

                     ร่างเตี้ยกว่าขยับตัวขวางคนตัวสูงไว้เมื่อเวดจะเดินผ่านไปที่ตัวบ้าน

                     เวดมองท่าทางของปีเตอร์อย่างสงสัย


“เรื่องที่ผมจะคุยมันเกี่ยวกับงานของคุณ”


                     ในตอนแรกเดดพูลคิดว่าถ้าสไปดี้พูดขึ้นมาอีกเขาจะทำเป็นไม่สนใจ แต่พอได้ยินประโยคเมื่อครู่เขาจึงต้องหยุดฟัง


“ว่ามาสิ”คำพูดสั้นๆของเวดทำให้ปีเตอร์รู้สึกโล่งใจไปหนึ่งเปาะ


                     แค่หยุดฟังคนตรงหน้าพูดสักหน่อยคงไม่เป็นไรเพราะดูจากสถานการณ์แล้วบ็อบคงวนอยู่แค่โรงเรียน บ้าน และที่ทำงาน เวดคิด


“สัตว์ประหลาดที่คุณจะมากำจัดนั่นมันอาศัยอยู่ในร่างของบ็อบ”


“เรื่องนั้นฉันรู้”


“ผมคิดว่าคุณคงไม่ฆ่าบ็อบหรอกใช่ไหม”สไปดี้ถาม ร่างสูงรับรู้ได้ถึงความคาดหวังให้เซย์เยส มาจากตารีขาวคู่นั้น ซึ่งคำตอบที่เขามีคือ ไม่!


“อืม...”เวดครางเสียงในลำคอทำเป็นครุ่นคิดพลางสังเกตอาการของคนตรงหน้าว่าคาดหวังมากแค่ไหน

ร่างเล็กกว่ามองตามเขาทุกกริยา

 

                     ชัด! ชัดเลย! แล้วถ้าเขาไม่ฆ่ามันทั้งคู่เขาต้องทำยังไงถึงจะแยกไอตัวหยึกหยึยเวรนั่นออกจากบ็อบวะ!?

                     เวดคิดถึงตอนที่เขาจะใช้ไฟเผาเด็กชื่อบ็อบนั่น ซิมบิโอตก็ไม่มีทีท่าจะโผล่ออกมาแม้แต่ปลายนิ้ว... เดี๋ยวนะไอตัวเวรนั่นมันมีนิ้วด้วยหรอ เวดเถียงกับความคิดนอกเรื่องของตัวเองนานจนปีเตอร์จับความผิดปกติได้


“คุณจะฆ่าบ็อบพร้อมกับซิมบิโอตใช่ไหม?!”ปีเตอร์ถามตรงกับสิ่งที่เขาคิด


“ใช่ เพราะซิมบิโอตตัวนั้นมันเป็นร่างเดียวกับบ็อบไปแล้ว”เวด


“คุณมั่นใจหรอว่ารวมเป็นร่างเดียวกันไปแล้ว”ปีเตอร์ถามเสียงเย็น


“มั่นใจสิ ก็ฉันมีข้อมูลอยู่นี่”เวดว่าพลางยกมือถือแสดงข้อมูลของซิมบิโอตขึ้นมา


“ขอผมดูหน่อย”ปีเตอร์กล่าวขออนุญาตก่อนจะยกมือขึ้นจับมือถือของคนตรงหน้า


                    เวดหลบมือถือของตนออกแล้วอาศัยความสูงกว่าของตนยกมือถือขึ้นสูงเดินถอยหลังให้ไกลจากคนเด็กกว่า


“ถึงคุณยกสูงเท่าเสาไฟฟ้าผมก็เอามันมาได้”ปีเตอร์


“เอาไปได้ นายก็เปิดดูไม่ได้อยู่ดี”เวดยกหน้าจอที่ใส่พาสเวิร์ดให้ปีเตอร์ดูชัดๆ


งั้นผมคงต้องขัดขวางไม่ให้คุณทำร้ายบ็อบ”ปีเตอร์กล่าว ถึงเขาจะใช้ใยยิงร่างตรงหน้าให้ติดกับเสาไฟฟ้าแล้วเค้นถามพาสเวิร์ดได้แต่มันไม่ใช่วิธีที่เขาจะทำถ้าไม่จำเป็นจริงๆ อีกอย่างข้อมูลที่เขารู้มาจากแคเรนก็น่าจะเพียงพอแล้ว


“โอ้ว...บ็อบเขาเป็นเพื่อนรักนายรึไง”เดดพูลพลางนึกถึงเด็กหน้าละอ่อนที่ร้านฟาสต์ฟู้ด


                     ปีเตอร์สะดุ้ง เขาคิดว่าเดดพูลรู้หน้าจริงของเขาแล้ว


“ผมไม่อยู่เฉยหรอกถ้ามีใครต้องตาย”


“หึ...ฉันทำงานฆ่าพวกเลวๆมาเยอะ นายอย่ามาขวางดีกว่า”เวดกล่าว ก่อนจะผลักร่างที่ขวางอยู่ให้หลบ


“คุณจะฆ่าเด็กวัยรุ่นที่ไม่รู้เรื่องอะไรเลยเนี่ยนะ บ็อบเขาถูกสิงเขาไม่ใช่คนเลว!!”ปีเตอร์เซไปเหยียบหญ้าที่ปลูกไว้ข้างทางก่อนจะถามเวด


“ฉันรู้มาว่าหลังจากซิมบิโอตสิงร่างโฮสต์มันจะซึมซับนิสัยของโฮสต์ไปด้วย ฉันว่านายคงรู้จักเพื่อนนายไม่ดีพอแล้วล่ะ และการบีบคอเพื่อนแสนดีอย่างนายจนใกล้ตายมันคือสิ่งที่คนดีๆเขาทำกันหรอ”สิ่งที่เวดบอก เรื่องการซึมซับนิสัยของซิมบิโอตนั้น มันไม่ตรงกับที่แคเรนบอก ยิ่งทำให้เขาอยากรู้ข้อมูลในมือถือเครื่องนั้น


                     ปีเตอร์แทบไม่ต้องไตร่ตรองเขาปล่อยใยตรงไปที่ร่างสูง เวดกระโดดกายหลบไปด้านข้างเมื่อใยแมงมุมแผ่กว้างออกคล้ายแหที่จะจับปลาอย่างเขา จับปลาตัวนี้ไปกินก็ยากหน่อยอะนะ

                     ร่างสูงจากที่นอนอยู่ต้องยันกายขึ้นกลิ้งไปข้างหน้าเพื่อหลบใยที่ยิงมาอย่างไม่หยุดหย่อน ขณะนี้ใยแมงมุมสีขาวแทบจะปกคลุมไปทั่วบริเวณหน้าบ้านของบ็อบ

                     เวดเข้ามาประชิดตัวปีเตอร์ใกล้พอที่เขาจะจับข้อมือบางกว่าให้หันเป้าการยิงไปทางอื่น และใช้ท่อนแขนแกร่งอีกข้างที่ว่างกระแทกกับมืออีกข้างที่ว่างของร่างเล็กออกก่อนจะใช้กำปั้นหนาอัดที่หน้าท้องของสไปดี้

                     ใบหน้านิ่วด้วยความเจ็บถูกแสดงผ่านหน้ากากของปีเตอร์

                     ปีเตอร์โมโหตัวเองที่คิดว่าร่างสูงจะอ่อนข้อให้เขาเหมือนตอนที่ร้านฟาสต์ฟู้ด

                     ขณะนี้เขางอตัวด้วยความจุกที่ท้องน้อยและถูกรวบข้อมือทั้งสองข้างไว้ด้วยมือเดียวของคนตรงหน้า


“อย่าคิดจะยิงใยน่ารำคาญของนายขึ้นมาอีกเด็ดขาด”เดดพูลโน้มหน้าลงกระซิบที่ข้างหูขณะที่มืออีกข้างของเขาถือดาบไว้ใกล้กับข้อมือทั้งสองของสไปเดอร์-แมน


                     ระยะประชิดถูกกั้นแค่มือและแขนยาวที่พับเข้าหากันของทั้งคู่ รวมถึงดาบของเดดพูล

                     เวดไม่อยากจะโหดใส่แมงมุมน้อยตรงหน้าสักนิด ดูตารีขาวที่หลุบลงนั่นสิ


ผมรู้ว่าคุณไม่กล้าตัดมือของผมหรอก”เสียงใสกล่าวและเงยหน้าขึ้นมามองตาเขา


                      ฉลาดซะจริง...


“นายเอาอะไรมามั่นใจล่ะแมงมุมน้อย?”เวดแกล้งแหย่เด็กรู้ทัน


                      ทันใดตารีขาวก็กระตุกเป็นจังหวะ จนเขาอยากจะขำเขาคิดไม่ออกเลยว่าคนภายใต้ชุดเข้ารูปนี้จะน่ามองขนาดไหน


“ผมขอร้องให้คุณไม่เข้าไปจัดการบ็อบวันนี้ได้ไหม?


                     ยอมอ่อนแค่แปปเดียวเด็กตรงหน้าก็ย้อนกลับมาตื้อเขาเรื่องเดิมอีก สำหรับเขาการทำตามที่ สไปดี้ขอมันเป็นเรื่องที่ยุ่งยาก เพราะเขาไม่รู้วิธีที่จะแยกซิมบิโอตออกจากร่างโฮสต์ และไหนๆบ็อบมันก็เลวอยู่แล้วฆ่าไปก็ไม่เท่าไหร่

                     เวดคิดเข้าข้างตัวเอง


“แล้วนายจะรับผิดชอบฉันยังไงถ้าบ็อบมันหนีไปอีก”เวดรู้ว่าไม่ใช่เร็วๆนี้หรอกที่บ็อบจะหนีไป


“เขาจะหนีไปไหน? คุณก็รู้ว่าเขาวนอยู่แค่บ้าน โรงเรียน ที่ทำงาน”ปีเตอร์ตอบอย่างรู้ทันว่าเดดพูลคิดจะหาประโยชน์จากตัวเขา


                     ทั้งคู่เข้าใจตรงกันว่า ซิมบิโอตที่หลุดมามันแค่ต้องการร่างอาศัยและหาอาหารให้มันกินเท่านั้น

เวดเกลียดคนรู้ทัน


“แล้วนายจะทำอะไรต่อ”เวดถาม


“ผมว่าเราควรจะช่วยกันคิดวิธี แยกซิมบิโอตออกจากบ็อบ และจัดการมันหลังจากนั้น”

              

                     ร่างเล็กกว่าพูดออกมาฟังดูเหมือนง่ายแต่มันยากที่จะเริ่มต้น


“...”เวดเงียบ


“ผมขอดูข้อมูลที่คุณมีได้ไหม”ปีเตอร์พูดสิ่งที่ตนต้องการจริงๆ


“ข้อมูลมันเยอะมาก ฉันคิดว่าถ้ายืนอ่านตรงนี้เราคงต้องยืนจนขาแข็ง”เวด


“งั้นขึ้นไปนั่งบนหลังคาบ้านกัน”ปีเตอร์ทำท่าจะยิงใยขึ้นไป


“เฮ้ กระเบื้องหลังคาบ้านมันจะบาดก้นเอานะ”


                     ปีเตอร์หงุดหงิดกับวาจากวนของคนด้านหลัง


เราค่อยนัดกันมาคุยต่อพรุ่งนี้ไหม”เวด


“ไม่!”เสียงใสตอบกลับทันที


                    ปีเตอร์กลัวว่าเขากลับไปเวดจะผิดคำพูดกับเขา ซึ่งแน่นอนเวดลีลาอยู่แบบนี้เพราะจะทำให้แมงมุมดื้อรั้นหมดความอดทน

                     แต่เวดคิดผิด ปีเตอร์ดื้อกว่าที่เขาคิด!


“นี่มันจะห้าทุ่มแล้วนะเผื่อนายยังไม่รู้”


“แล้วไง”ปีเตอร์กล่าวอย่างไม่แคร์


“เป็นเด็กไม่ควรจะนอนดึกนะ อีกอย่างพรุ่งนี้ไม่ใช่วันหยุดต้องไปโรงเรียนแต่เช้านะจ๊ะ”


“คุณพูดเหมือนรู้จักผมดีอย่างงั้นล่ะ”


“แค่ฟังเสียงฉันก็รู้แล้ว เสียงยังไม่แตกอยู่ม.ต้นใช่มะ”


                    มิชชั่นยียวนของเวดสำเร็จ ปีเตอร์ปรี้ดขึ้นทันที

                    ไอบ้านี่มันฟังยังไงถึงคิดว่าเสียงเขายังไม่แตก เสียงแตกนานเป็นชาติแล้วโว้ยยยยยย


“เสียงฉันมันไปหนักหัวนายรึไง”


                     เวดมองแมงมุมน้อยตวาดลั่น


“จุ๊ๆอย่าเสียงดังสิจ๊ะ รบกวนคนอื่นเขา”เวดไม่ว่าเปล่าใช้มือหนาปิดปากสไปดี้


“ผลั่ก!”ปีเตอร์ดิ้นผลักและตีมือร่างสูงที่ปิดปากเขาออกอย่างรำคาญ


“รุนแรงกับทีมแบบนี้ได้ไงอะ”เวดยังคงยียวนกวนประสาทคนเด็กกว่าไม่เลิก


                     ปีเตอร์พ่นลมหายใจแรงเพื่อระงับความหงุดหงิด


“งั้นไปคุยที่บ้านของผมกัน”


                     ประโยคล่าสุดของปีเตอร์ทำให้เดดพูลประหลาดใจไม่น้อย


“พาผู้ชายเข้าบ้านดึกๆดื่นๆแบบนี้ มันไม่เหมาะนะหนูน้อย”เวดพูดหยั่งเชิง


“รับรองว่าจะไม่มีใครรู้ว่าผมแอบพาคุณเข้าห้อง”ปีเตอร์พูดจริงจัง


“...”น้ำเสียงจริงจังของคนตรงหน้าทำให้คนชอบกวนไปต่อไม่ถูก


“มาเถอะ”ปีเตอร์เร่งรัดด้วยการยิงใยมัดเขาเป็นก้อน เสียงต่อต้านของเดดพูลดังจนคนในระแวกเปิดหน้าต่างออกมาด่า  ร่างเล็กกว่าแต่ก็แข็งแกร่งอุ้มร่างใหญ่โตไว้บนบ่าก่อนจะพาเขาเหินเวหาด้วยใยประจำตัว

.

                     เวดบอกไม่ถูกเมื่อร่างเล็กกว่าเหวี่ยงเขาเข้ามาในห้องนอนผ่านบานหน้าต่างที่เปิดทิ้งไว้ แทนที่จะเป็นประตูบ้านปกติ


“พรึ่บ”ร่างกำยำกระแทกตัวกับที่นอนนุ่มก่อนที่ปีเตอร์จะมานั่งข้างเขาที่ปลายเตียง มือบอบบางกว่าไล่จับไปตามใยที่พันร่างเขาแน่น

 

                      มองหน้าก็รู้ว่ากำลังยั่วโมโหเขา เวดคิด


“นี่ ช่วยแก้ใยให้เค้าด้วยสิตะเอง”เวดกล่าวกวนไม่แพ้กัน


                      ตารีขาวหรี่เล็กคล้ายโกรธเคืองอยู่เหนือร่างเขาที่นอนเป็นดักแด้


“ผมเป็นผู้ชาย”ปีเตอร์


“แล้วทำไมล่ะ”


“ผมไม่ใช่เด็กสาวที่จะยอมรับคำสรรพนามแบบนั้นของคุณนะ”ปีเตอร์ขนลุกกับสรรพนามพวก เค้า ตะเอง จากปากเดดพูลที่สุด


“โอเคฉันไม่เรียกก็ได้ ช่วยแก้มัดให้ฉันหน่อยสิ”จริงๆเวดอยากจะกวนอีกสักนิด แต่ด้วยความที่เขาตกเป็นเบี้ยล่างเลยต้องยอมไปก่อน

.


“กึด..กึด..”เสียงฝืดจากคมมีดสั้นที่กำลังตัดใยดังขึ้นในความเงียบ


“ฮู่ว...ทำไมมันเหนียวขนาดนี้นะ”ปีเตอร์หงุดหงิดเขาไม่คิดว่าตัวเองจะต้องมานั่งแก้ใยของตัวเองมาก่อน


“นายไม่มีวิธีที่ดีกว่านี้แล้วหรอ มีดทื่อๆของนายมันจะเฉือนเนื้อฉันขาดแทนใยแมงมุมของนายแล้ว”เวดกล่าวพลางรู้สึกระคายไปตามผิวบริเวณเดียวกับที่ปีเตอร์ใช่มีดปอกผลไม้อันเล็กแทบจะเท่าดินสอตัดใยเหนียว


“โอ่..ผมขอโทษ”ร่างตรงหน้ากล่าวอย่างรู้สึกผิดจริงๆก่อนที่มือบางจะวางมีดลง


“นายช่วยปะ”


“แคเรนผมจะตัดใยแมงมุมนี่ยังไง?


ความหนาของใยที่นายยิงจำเป็นต้องใช้มีดที่มีความคมมากกว่านี้แคเรน


“เฮ้!นายคุยกับใครน่ะ?”เวดงง อยู่ๆสไปดี้ก็เรียกชื่อใครก็ไม่ทราบขึ้นมาโดดๆ


“มีดในครัวฉันใช้ได้ไหม”ปีเตอร์ยังคงไม่สนใจคำถามของร่างในคราบดักแด้


คิดว่าไม่ ฉันแนะนำให้คุณปล่อยให้มันละลายเองดีกว่าแคเรน


                     เวดหันไปหันมามองหาคนชื่อแคเรนที่ว่า


“คุณจะดิ้นไปมาทำไม”ในที่สุดปีเตอร์ก็กลับมาสนใจเขาสักที


“เมื่อกี้นายคุยกับใคร”เวดถามเสียงตื่น


“อ้อ....”ในตอนแรกปีเตอร์กะจะตอบทันที แต่เห็นปฏิกิริยาของร่างที่นอนอยู่ เขาเลยลีลาที่จะตอบ


                     เวดหันรีหันขวาง หันไปทางไหนก็ไม่เจอคนที่ชื่อแคเรน เขาไม่รู้ตัวเลยว่าท่าทางที่แสดงออกมาทำให้ปีเตอร์ขำ


“ทำไมนายถึงคิดนานนักนะ?!”ร่างสูงเลิกหันหัวไปมาเพราะเมื่อยเต็มที แครงแคเรนคือใครเขาไม่สนแม่งมันล่ะ

เวดเอียงคอประชด สไปดี้ ขณะที่คนถูกมองทำแค่เพียงชำเลืองตามองเขาเท่านั้น เสียงใสพึมพำอ้อยอิ่งทำทีเหมือนนึกคิดอะไรอยู่


“ถ้าคิดว่านี่เป็นการเอาคืนฉัน นายคิดผิด”เวดกล่าวก่อนจะกลิ้งตัว ไปชนกับสะโพกมนของปีเตอร์ แก้มของเขาแนบอยู่ข้างกายคนเด็กกว่า


“...”รีแอ็คกระทันหันนี้ทำให้ปีเตอร์ไม่ทันตั้งตัวที่จะตอบโต้


“เพราะเค้านอนมองหน้าตัวเองนั่งนึกได้ทั้งคืนไงล่ะ!”คนผีทะเลไม่ว่าเปล่าใช้แก้มถูไถสะโพกนิ่มแรงๆ


                     หึ จะเอาคืนเขามันยังอีกนานเป็นร้อยปีไอหนู

                     เมื่อเวดรู้ว่าปีเตอร์ไม่พอใจกับสรรพนามนั้น เขายิ่งอยากจะหยิบยกมันขึ้นมาหลายๆหน


“....”ปีเตอร์ไม่พูดอะไร เขาลุกถีบร่างคล้ายดักแด้กระเด็นจนตกเตียง


“เฮ้!เกิดอะไรขึ้นน่ะปีเตอร์”


“ผมนอนตกเตียงครับป้าเมย์”


F*ck!เจ็บชะมัด”เขาสบถ ความเจ็บแถวเอวสอบ ทำให้เวดเลิกที่จะทำตัวเป็นเจ้าหนูจำไม ถามนู่นถามนี้ เขาไม่อยากรู้ก็ได้ว่าแคเรนเป็นใคร ไหนจะป้าเมย์อีก


                     คนถีบเขาหาได้มาสนใจใยดีสักนิด เดินไปไหนก็ไม่ทราบ เขาได้ยินเหมือนเสียงเปิดตู้เสื้อผ้าคาดว่าเจ้าตัวคงค้นอะไรสักอย่าง เมื่อเสร็จเจ้าของห้องก็นั่งลงบนเตียง

                     ร่างกำยำพยายามกลิ้งกายจากที่คว่ำอยู่ให้หงายขึ้น ค่อยๆใช้แรงทั้งหมดที่มีหยัดกายขึ้นมานั่งบนพื้นเขากระเถิบให้หลังไปพิงที่ผนังห้องไว้

                     ภาพที่ปรากฏบนเตียงคือแผ่นหลังบวกกับมัดกล้ามสวยน่ามองกำลังถอดเสื้อรัดรูปสีแดงของตนออกก่อนจะเอาเสื้อยืดมาใส่แทน

                     เสียดายที่เขาลุกขึ้นมาดูตอนเปลี่ยนกางเกงไม่ทัน เวดคิดพลางบันทึกภาพใส่สมอง เขากวาดตาแสกนสัดส่วนของร่างเล็กกว่า ที่ดวงตาภายใต้หน้ากากของเขาจะเห็นได้

                     ปีเตอร์ที่กำลังหงุดหงิดพอสวมเสื้อเสร็จก็หันขวับไปมอง เดดพูล พอรู้ว่าไอบ้านั่นกำลังมองเขาอยู่และดูท่าจะมองตั้งแต่เขาเปลี่ยนเสื้อก็อยากจะแถมบาทาให้อีกสักรอบ ขณะนี้เขาไม่ได้สวมหน้ากากแล้วเพราะเขาคิดว่าไม่จำเป็นต้องปิดบังอะไรกับคนตรงหน้า

                      ร่างเพรียวในชุดลำลอง ขยับกายขึ้นมานั่งขัดสมาธิบนเตียงก่อนจะปาหมอนเพียงใบเดียวใส่หน้าเดดพูล


“ฟุ่บ!”ถึงเสียงจะฟังนุ่มหู แต่โดนหมอนปาอัดหน้าด้วยพลังช้างสารแบบนี้เวดก็แทบจะสลบ


                      เมื่อหมอนหล่นลงไปกองที่หน้าขาแล้ว เวดก็ทำทีเป็นมองหน้าร่างเล็กกว่าบนเตียงอย่างสงสัย ทั้งที่เขามองปาดเดียวก็รู้ว่าใคร


“เอ้ะ!..นายนี่หน้าคุ้นๆนะ”เวด


“คุณจำคนที่เพิ่งเจอกันเมื่อไม่กี่ชม.ไม่ได้เนี่ยนะ”ปีเตอร์พูดทั้งที่ไม่มองหน้าเขา ร่างเพรียวทิ้งกายลงนอนบนเตียง


                      เวดมองใบหน้าละอ่อนอย่างพินิจ บอกได้คำเดียวเลยว่าสุดยอดดดด

                      แต่เขาก็ต้องหยุดความรู้สึกดีๆต่อคนบนเตียงไว้แค่นั้นเพราะ คนที่ทำให้เขาเป็นดักแด้แบบนี้ทำท่าจะหลับไปแล้วทั้งที่ยังไม่แก้ใยให้เขาเนี่ยนะ!


“เฮ้!นายลืมอะไรไปรึเปล่า”เขาพยามกระเถิบก้นให้เข้าไปใกล้เตียงมากที่สุด


“ผมสละหมอนให้คุณหนุนนอนแล้วไง”คนเด็กกว่ากล่าวด้วยเสียงงัวเงียก่อนจะตะแคงหันหลังให้เขา


                     ไม่ใช่เรื่องนั้นโว้ยยยยย เอาหมอนมาให้เขาทำไม จะให้ค้างคืนที่นี่หรอ!!

                     ลมหายใจสม่ำเสมอส่งเสียงแผ่วคล้ายว่าเจ้าหนูตรงหน้าหมดพลังแล้ว และต้องการการพักผ่อน

                     เวดอยากจะนั่งมองให้เคลิ้มตามอยู่นะ แต่ไม่ใช่ในร่างดักแด้แบบนี้!!

                     ดูจากนาฬิกาตรงผนังก็ทำให้เวดพอเข้าใจอะนะ ว่าตอนนี้เลยเวลานอนของเด็กที่ต้องไปโรงเรียนแต่เช้าอย่างปีเตอร์มามาก


“เฮ้!แมงมุมน้อย นายแค่แก้ใยให้ฉันก่อนจะนอนไม่ได้หรอ”


“...”


“นายเป็นคนทำให้ฉันเป็นแบบนี้นะ หัดมีความรับผิดชอบหน่อยสิ”


“พรึ่บ!”ในที่สุดเวดก็ยียวนร่างที่หลับอยู่ได้สำเร็จ ปีเตอร์ลุกขึ้นนั่งห้อยขาลงมาที่ข้างเตียงใกล้กับตัวเขา ใบหน้างัวเงียมุ่ย แสดงความหงุดหงิดสุดๆใส่


“คุณลามปามผมก่อน ดังนั้นปล่อยให้ใยมันละลายไปเองนั่นแหละ”ปีเตอร์ตอบอย่างไม่แคร์ ทั้งที่ชีวิตเขาแคร์คนอื่นมาตลอดมีหมอนี่คนเดียวที่ร้ายใส่แล้วเขาไม่รู้สึกผิดสักนิดกล่าวจบ ขาเรียวก็ตวัดขึ้นไปนอนบนเตียงหันหลังให้เดดพูลเหมือนเดิม

 



ตอนที่สองแย้วว~~~ อันนี้บอกตามตรง คนที่่ลืมคริสตัล กับคุณยายเรดไม่ใช่แค่ปีเตอร์นะ เราก็ลืม!!!!555+ ฝอยมาตั้งนานนมเกือบจะเขียนให้ปีเตอร์ ไปเจอบ็อบที่ร้านอาหารเลย ตอนนี้เวดก็น่าสงสารไปค่ะ โดนพันเป็นดักแด้เหงาๆนอนเฝ้าเด็กหลับไปยันเช้าหุหุหุ..
สนุกก็กดหัวใจให้เราได้น้าาา คอมเม้นติชมได้ตามใจชอบ ไม่ถูกใจตรงไหนก็อย่าด่าแรงมาก555 ข้อมูลจากเรื่องที่เราเอามาเขียนฟิคอาจจะผิดบ้างนะคะ เราก็พยายามศึกษาแล้วก็นำมาปรับให้เข้ากับเนื้อเรื่องได้ดีที่สุดเท่านี้ ขอบคุณทุกคนที่อ่านจนถึงตรงนี้ค่าาาาา~~~~~


แปะ*

ระบายอารมณ์เข้าไปสิ!หารู้ไม่ว่าคนข้างล่างมันชอบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

26 ความคิดเห็น

  1. #3 เึัสาบนสยง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 23:42

    ตามคร่าา

    #3
    0
  2. #2 R.chura (@demonedark) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 23:14
    ถ้าใยมันละลายแล้วอิพรี่เวดลุกมาเนียนได้ล่ะ หนู!!

    อย่าพาผช.//อย่างนังเวด//เข้าบ้านสิ
    #2
    0