ฉันเป็นแมลงมีปีกที่เต็มใจบินไปติดกับใยแมงมุม #Spideypool.(จบแล้ว)

ตอนที่ 1 : เจอกันแล้ววว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 406
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    17 มิ.ย. 62



                    รูปร่างที่ไม่น่าจะมีชีวิต หากแต่เป็นสิ่งมีชีวิตไม่ได้เกิดบนโลกที่มันกำลังเคลื่อนกายสีเทาและคล้ายของเหลวเหนียวหนืดของมันไปตามพื้นคอนกรีตสกปรกในตรอกแคบของเมือง มันลอดกายเหลวลงไปตามท่อระบายน้ำเสีย

   

                     ในที่สุดการเดินทางแสนโสโครกก็จบลงเมื่อมันเลื้อยกายจากใต้คอนกรีตผ่านฝาปิดท่อระบายน้ำเหล็ก โผล่กายเหลวที่ดูไม่ออกว่าส่วนไหนของร่างกายเป็นอะไรบ้างเพราะรูปร่างที่ไม่คงที่

   

                     เวลานี้ท้องฟ้ากลายเป็นสีดำเข้มกว่าตัวสีเทาของมัน พลันเด็กสาวผมสีน้ำตาลเข้มผู้โชคร้ายเดินเข้ามาในตรอก กายมันเคลื่อนไหวเร็วกว่าที่ผ่านมาและมีจุดหมายคือเด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีน้ำตาลหยักศกเข้มคนนี้ ร่างบางตกใจกรีดร้องออกมาเมื่ออะไรก็ไม่ทราบกระโจนเข้าหา มือบางพยายามที่จะปัดมันออกแต่ก็ไร้ประโยชน์กลับทำให้มันเข้าหาเธอได้ง่ายกว่าเดิม ร่างเหลวสีเทาทำการซึมกายเข้าไปในร่างบาง นัยน์ตากลมสีเขียวเข้มสวยกลายเป็นประกายสว่างขึ้นในชั่วขณะก่อนจะกลับเป็นเหมือนเดิม

                     จากก้าวเดินด้วยความมั่นใจ เชิดอกและพลังชีวิตที่เต็มเปี่ยมหากแต่ตอนนี้ร่างบางกลับเดินแข็งทื่อราวกลับโดนพรากชีวิตไป...

 

   


                     ร่างเพรียวลมแต่มีกล้ามเนื้อในเสื้อรัดรูปสีแดงตัดน้ำเงินประดับด้วยลวดลายใยแมงมุมทั่วกายพร้อมกับสัญลักษณ์แมงมุมสีดำวาวบนอกกว้าง เขายิงใยแม่นยำไปตามตึกสูงพร้อมกับโหนใยเหนียวอย่างคล่องแคล่วด้วยเว็บชูตเตอร์ สายตาสอดส่องหาความผิดปกติในเมือง

   

                     วันนี้ก็เป็นวันปกติที่ ปีเตอร์จะทำตัวเป็นเพื่อนบ้านที่ดีของทุกคน ทุกวันหลังเลิกเรียนเขาจะทิ้งเป้ไว้ในซอยประจำค่อนข้างสกปรกแล้วสวมชุดสไปเดอร์-แมนตัวใหม่ซึ่งเจ้าตัวภูมิใจนักหนา ออกตรวจตราความปลอดภัยของคนในเมือง


   “เฮ้~สไปดี้ที่รัก!”ปีเตอร์หยุดโหนใยก่อนจะปล่อยกายลงสู่พื้นคอนกรีต ร่างเพรียวหยุดยืนตรงหน้าหญิงชราร่างท้วม ผมสีน้ำตาลแซมขาวซะส่วนใหญ่ มือเหี่ยวย่นตามอายุจับที่แขนของเขาไว้หลวมๆ


   “มีอะไรครับคุณยายเรด”เสียงใสกระตือรือร้นตลอดเวลาเรียกชื่อคนที่ขอความช่วยเหลือจากเขาเป็นประจำ แถมยังมีขนมอร่อยๆเป็นของตอบแทน


  “เมื่อคืนหลานสาวฉันบอกว่าจะไปหาแฟนที่บ้านแต่ป่านนี้เธอยังไม่กลับมาเลย ปกติเธอไม่ค้างบ้านแฟนด้วย”


   “....”


   “คุณช่วยไปตามหาเธอที่บ้านบ็อบหน่อยได้ไหม”หญิงชราว่าพลางหยิบเศษกระดาษยับ ใส่มือเรียว

ปีเตอร์หยิบกระดาษขึ้นไปอ่านที่อยู่บ้านของบ็อบ


   “ครับคุณยายเรด ผมจะไปดูให้นะไม่ต้องกังวลนะครับ”ร่างเพรียวกล่าวเสียงใสพลางปลอบประโลมคนตรงหน้า ปีเตอร์รู้ดีว่ายายเรดมีแค่หลานสาวเพียงคนเดียวเป็นครอบครัวเพราะหญิงชรามักจะเล่าให้เขาบ่อยครั้งว่าเธอนั้นรักคริสตัลแค่ไหน

 

                     ร่างเพรียวโหนกายด้วยใยแมงมุมของตนบ้างก็กระโดดขึ้นไปเดินบนตึกก่อนจะกระโดดลงมาที่ถนนหน้าบ้านตามที่อยู่ในกระดาษ

                     บ้านไม้เก่าและสีทาไม้ที่ซีดได้ที่ บ่งบอกระยะเวลาของบ้านได้พอสมควร แสงไฟสว่างลอดหน้าต่างหมองทำให้ปีเตอร์รู้ว่ามีคนอาศัยอยู่ในบ้าน เขาเดินไปกดกริ่งหน้าบ้านรออยู่ครู่หนึ่ง

                     ร่างสูงกำยำกว่า เปิดประตูมาตอนรับเขาด้วยใบหน้าเฉยชา หนวดเคราขึ้นแทบจะเต็มทั่วทั้งใบหน้า ตีนกาบ่งบอกถึงช่วงวัยที่ผ่านอะไรมามาก


   “ว้าว! สไปเดอร์-แมนตัวจริงรึนี้?”ร่างสูงกว่ามองเขาด้วยแววตาประกายแค่วูบนึงก่อนจะเฉยชาเหมือนเดิม


   “ใช่ผมเอง ผมมาตามหาคริสตัล พอดีคุณยายเรดบอกผมมาว่าเมื่อคืนเธอมาเยี่ยมบ็อบที่บ้าน”เสียงใสยังคงไม่ลดความกระตือรือร้นลงสักนิดแม้คู่สนทนาจะดูไม่ค่อยสนใจเขาเท่าไหร่

   

                     หลังจากชายแก่ได้ยินเขาก็แสดงสีหน้างุนงงขึ้นมานิดหน่อยก่อนจะกลับไปเฉยชาเหมือนเดิม ปีเตอร์อยากจะบอกเขาเหลือเกินว่า หลุดสีหน้าอื่นนอกจากใบหน้าเฉยชาออกมาบ้างก็ได้มันไม่ทำให้ใครเดือดร้อนหรอก!!! แต่เขาก็ต้องเก็บมันไว้เพราะถ้าพูดออกไปลุงแก่หน้าโหดนี่ต้องอัดเขากระเด็นแน่ๆ ปีเตอร์คาดการณ์จากกล้ามแขนใหญ่ๆนั่น


   “เมื่อคืนคริสตัลไม่ได้มาหาบ็อบ”ร่างกำยำตอบเสียงขรึม


   “...”สไปดี้ไม่ได้พูดอะไรแต่เอียงคอเล็กน้อยพร้อมกับดวงตาที่ประดับบนหน้ากากที่หรี่เล็กลงแสดงถึงความคิดสงสัยของคนที่สวมชุดนี้ ซึ่งมันพิเศษกว่าชุดเก่าของเขาหลายเท่าสิ่งนี้เรียกว่าเอ็กเพลสซีฟ อายส์ มันสามารถแสดงสีหน้าและท่าทางของเขาได้อย่างเป็นธรรมชาติ

   

                     คนแก่กว่าเผลอคิดว่าคนตรงหน้านั้นเหมือนเด็กเพราะท่าทางไม่สมกับช่วงวัยที่เขาคิดไว้ หรือ สไปดี้ ฮีโร่ที่คอยช่วยเหลือคนในเมืองนี้จะเป็นแค่เด็กจริงๆ ร่างกำยำปัดความคิดไร้สาระทิ้งแล้วกลับไปสนใจคู่สนทนา


   “งั้นนายลองไปหา บ็อบที่ท่าเรือCดูนะ”

 

                     วันนี้เป็นวันที่เหนื่อยสำหรับปีเตอร์ และเขารู้สึกว่ายังไม่ได้เรื่องอะไรเลย ร่างเพรียวนั่งอยู่บนตึกสูงใกล้ท่าเรือC แสงสว่างตามท่าเรือสว่างไสวยิ่งขึ้นเมื่อพระอาทิตย์ลับขอบฟ้า ขณะนี้แสงอาทิตย์ถูกแทนที่ด้วยแสงไฟของเมืองแทน ปีเตอร์ไม่เคยเห็นหน้าบ็อบมาก่อน ได้เพียงรูปถ่ายจากลุงผู้เป็นพ่อของบ็อบที่เขาเพิ่งคุยด้วยแทน เจ้าตัวไม่คิดเลยว่าแค่ตามหาคนมันใช้เวลานานขนาดนี้ และที่สำคัญมันยังไม่มีอะไรคืบหน้าเลย!! สไปดี้ได้แต่เก็บความหงุดหงิดไว้ในใจก่อนจะหยิบรูปขึ้นมาดู

   

                     รูปถ่ายใบเล็กปรากฏเด็กหนุ่มผิวสีแทนรูปร่างสูงใหญ่แบบผู้เป็นพ่อ ปีเตอร์ใช้เวลาจดจำคนในภาพสักครู่...

                     เขาเดินไปตามท่าเรือสว่างไสวแต่คนกลับบางตา และเขาหาคนที่มีลักษณะแบบ บ็อบไม่เจอเลย


   “เขาอยู่ที่ไหนกันนะ”ปีเตอร์พูดกับตัวเอง


   “ว้าว!!สไปดี้!!คุณจริงป่ะเนี่ย”ขณะที่เขากำลังหัวเสียอยู่ ก็มีหนุ่มร่างสูงผอมเดินมาทักทายเขา

   

   “อา...ใช่”สไปดี้อยากจะบอกเหลือเกินว่าเขาไม่มีอารมณ์จะคุยกับใครทั้งนั้นนอกจากตามหา บ็อบ


   “โอ้!!ทำไมคุณถึงมีรูปบ็อบด้วยล่ะ”ประโยคต่อมาของร่างโย่งทำให้สไปดี้ที่เกรี้ยวกราดอยู่กลายเป็น สไปดี้แสนเฟรนด์ลี่ทันที ร่างเพรียวถามคนตรงหน้าด้วยเสียงกระตือรือร้น


   “นายรู้จักเขาใช่ไหม บอกฉันหน่อยสิว่าเขาอยู่ไหน”

   

                     สไปดี้แสนเท่ที่ร่างผอมสูงรู้จักแต่ตอนนี้กลับเพิ่มความน่าเอ็นดูเข้าไปด้วยท่าทางคนตรงหน้าทำให้เขาอยากจะถ่ายรูปเก็บไว้ซะจริง นัยน์ตาสีฟ้าเทามองคนในชุดสไปเดอร์-แมน พร้อมกับหน้ากากที่แสนพิเศษเพราะมีดวงตาที่สามารถแสดงสีหน้าของเจ้าตัวได้และขณะนี้ร่างตรงหน้ากำลังทำตาโตอย่างสนอกสนใจพร้อมกับหันรูปบ็อบให้เขาดูชัดๆ


   พระเจ้าช่วย ชุดฮีโร่โคตรแหล่ม!!

 

                     ปีเตอร์ใจชื่นเมื่อรู้ว่าบ็อบอยู่ที่ไหนแต่เจ้าตัวก็ต้องรู้สึกระแวงขึ้นมาเมื่อมาถึงที่หมาย ร่างเพรียวสอดส่องไปตามลานหญ้าโล่งกว้าง แถวนี้ค่อนข้างมืดเพราะห่างไกลจากตัวเมือง เขาได้แต่สงสัยว่าบ็อบมาทำอะไรที่นี่...


   “พลั่ก!!”เสียงเหมือนอะไรตกลงจากที่สูงทำให้ สไปดี้ต้องหันไปมอง

   

                     พื้นหญ้าโล่งตอนนี้ถูกเติมด้วยร่างของนกพิราบไร้ชีวิต จากซากน่าสงสารของมันดูก็รู้ทันทีว่ามันไม่ได้ตายอย่างปกติ ปีเตอร์ช้อนสายตาขึ้นไปมองบนต้นไม้สูง ร่างใหญ่นั่งอยู่บนกิ่งไม้ริมฝีปากเขรอะเลอะไปด้วยเลือด ร่างเพรียวไม่อยากจะคิดว่าบ็อบจะจับนกพิราบกินสดๆ และไม่คิดว่าจะมาเจออะไรแบบนี้


   “เฮ้!!นายคือบ็อบใช่ไหม”สไปดี้พยายามควบคุมน้ำเสียงไม่ให้หลุดอาการว่าตอนนี้เขากำลังอึ้งอยู่


   “พรึ่บ”ร่างใหญ่โตกระโดดลงจากต้นไม้ท่าทางเขาไม่ได้สนใจที่ปีเตอร์ถามสักนิด ร่างนั้นเดินย่างสามขุมเข้ามาใกล้

   เรียวขาในกางเกงผ้าเคฟล่าร์สีน้ำเงินเข้มก้าวถอยหลังอย่างไม่รู้ตัวว่า ตัวเองกำลังแสดงที่ท่าหวาดกลัว


   “ควั่บ!”ไม่ทันตั้งตัวร่างกำยำก็ปล่อยหมัดมาที่สไปดี้


   “เฮ้!! ฟังฉันก่อนสิ”ปีเตอร์หลบหมัดใหญ่นั่น อย่างสับสนเขาไม่เข้าใจว่า บ็อบทำไมต้องทำแบบนี้


   “...”ร่างใหญ่ยังคงไม่ลดละ ทันทีที่ปล่อยหมัดแข็งมาอีกครั้งปีเตอร์ตั้งท่าจะหลบมันอย่างเดิม แต่ตาทรงรีกลับเบิกกว้าง


   “What the heck!!!”หมัดที่ปล่อยมามันไม่ใช่แค่กำปั้นยักษ์อย่างเมื่อกี้แต่กลับกลายเป็นอะไรสักอย่างที่ทำให้เขาขนลุก

   

                     ปีเตอร์ตัดสินใจตีลังกาหนีจากร่างใหญ่เพื่อทิ้งระยะห่างออกมาตั้งตัวก่อน


   “แคเรนคุณเห็นนั่นไหม?!?!หรือว่าผมตาฝาด?!?”สไปดี้ถามสูทเลดี้ประจำชุดของเขาด้วยน้ำเสียงตื่น


   “นั้นคือสัตว์ประหลาดจากดาว Klyntar


   “ห้ะ!!บ็อบเขาไม่ใช่มนุษย์หรอ!?”สไปดี้ยังหยุดความสงสัยไว้ไม่ได้ทั้งที่คู่กรณีแปลงกายจากเด็กหนุ่มร่างสูงเป็นร่างที่ใหญ่โตกว่าเดิม มันมีตัวเป็นสีเทาและดวงตาสีขาวเรียวคม พลันมันยิ้มโชว์เขี้ยวแหลมยาวหลายซี่ ปีเตอร์ถึงกลับทำอะไรไม่ถูก


   “ถ้าคุณยังยืนนิ่งอยู่แบบนี้รับรองว่าคุณต้องถูกมันกินแน่”เสียงสูทเลดี้เตือนไม่แสดงความรู้สึกออกทางน้ำเสียงสมกับเป็นปัญญาประดิษฐ์


                    สไปดี้ยิงใยดึงร่างตัวเองขึ้นไปบนต้นไม้


   “แล้วเราต้องจัดการมันยังไง?”ปีเตอร์ถามสูทเลดี้พลางมองไปที่ร่างสีเทาเคลื่อนกายเข้าหาเขาอย่างรวดเร็ว ไม่ทันตั้งตัวมันโถมกายกระโดดพาร่างเพรียวล่วงลงจากต้นไม้สูง


   “อั่ก!!”ปีเตอร์ปวดร้าวตามแผ่นหลัง เมื่อร่างกายกระทบกับพื้นดินแข็ง มันจะไม่เจ็บขนาดนี้ถ้าร่างแขยงนี้ไม่ทับเขาลงมาด้วย ผิวกายของมันลื่นเกลี้ยงน่ารังเกียจมือข้างนึงของมันปรับรูปร่างคล้ายของเหลวโอบรัดคอเขาเอาไว้


   “!!!”เขาไม่มีหนทางที่จะรอดจากเงื้อมมือเหลวหนืดนี่สักนิด แถมสูทเลดี้ยังหายไปเฉยๆเมื่อผิวหนืดของมันสัมผัสกับชุดของเขา

 

                     ข้อเท้าเข้ารูปกับรองเท้าแตะเก่าสีขาวที่ตอนนี้กลายเป็นสีตุ่น กระดิกไปตามจังหวะเพลงโปรดที่เจ้าตัวเปิดซะดังลั่นห้อง ร่างกำยำเปลือยท่อนบนอวดหุ่นที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามและมันจะหน้ามองกว่านี้ถ้าหากผิวกายเขาไม่เต็มไปด้วยรอยแผลประหลาด ไม่เว้นแม้แต่ใบหน้า ถึงใบหน้านั้นจะเต็มไปด้วยบาดแผลคล้ายแผลไฟไหม้แต่ก็ไม่ได้ทำให้ลืมเค้าหน้าเดิมของเจ้าตัว มือที่เต็มไปด้วยรอยแผลบีบจับตุ๊กตายูนิคอร์นนุ่มนิ่มอย่างเพลินมือ

                     แน่นอนว่าการที่เขานอนเอกเขนก เล่นตุ๊กตาได้อย่างปัญญาอ่อนแบบนี้เพราะวันนี้เป็นวันหยุดที่เขาสถาปนาขึ้นเอง คุณคงคิดว่าเขาเป็นเจ้าของธุระกิจถึงได้มีอำนาจตั้งวันหยุดพักงานของตัวเองได้ เขาก็อยากให้มันเป็นแบบนั้นอะนะ

                     งานของเขาคือจัดการพวกก่อการร้าย เขาไม่ใช้วิธีแบบซุปเปอร์ฮีโร่คนอื่นที่จับผู้ร้ายแล้วส่งให้กฎหมายดำเนินคดี แต่เขาปลิดชีวิตพวกมันด้วยศาลเตี้ยของเขาเอง

                     วันนี้ไม่มีงานจากคนเหล็กหัวใจพ่อพระสั่งเขามา เจ้าตัวเลยถือซะว่ามันเป็นวันพักผ่อน เวดนั่ง กระดิกเท่าอย่างเพลินอารมณ์

                     

                      พลันเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมา


   “F*ck!!”ใครไม่รู้โทรเข้ามาแต่ เวดขอสบถไว้ก่อนเพราะเวลาสายเข้าที่ไรเขาต้องเหนื่อยทุกทียิ่งเป็นสายของคนที่เขาไม่อยากรับที่สุดในตอนนี้เขายิ่งอยากปาโทรศัพท์ทิ้งให้พังไปซะ ถ้ามันยังไม่พังเขาจะหยิบปืนข้างกายมายิงให้เป็นรูไปเลย

   

                     และสิ่งที่เขาคิดมันก็ถูกหน้าจอมือถือโชว์รูปร่างยักษ์ผิวกายมันวาวแข็งแกร่งเด่นหรา เวดมองรูปด้วยสายตาหงุดหงิดทั้งที่เจ้าคนในรูปยิ้มหวานพิมพ์ใจส่งมาให้เขา

   

   “แม่งเอ้ย!!”เวดสบถอย่างหงุดหงิดอีกครั้งก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาแรงๆแล้วกดรับสาย


   “...”


   “ว่าไงจ๊ะ โคลอสซัส”เสียงเล็กแหลมเปลี่ยนไปจากเสียงเข้มที่สบถออกมาเมื่อครู่ราวกับคนละคน


   “เวดฉันมีงานให้นายทำ”เสียงทุ่มจริงจังดังออกมาจากมือถือ


   “ให้ยัยทอมนั่นไปทำแทนไม่ได้หรอ เมื่อวานฉันเพิ่งจัดการเจ้าพ่อแก๊งขายยานั่นมานะ ฉันโดนพวกมันยิงจนพรุนไม่มีแรงไปทำงานวันนี้หรอก”แน่นอนว่าเขาตอแหล แหลไม่เนียนอีกต่างหากเพราะคู่สนทนารู้ความสามารถและพลังของเขาดี


   “ฉันกับเอ็นทีดับบิวมีงานที่รับหน้าที่อยู่ ตอนนี้พวกเรายุ่งกันหมดเหลือแต่นายที่ว่างงาน เป็นฮีโร่เข้าไม่เห็นแก่ตัวกันหรอก”โคลอสซัสยังคงตอบมาด้วยน้ำเสียงใจเย็นอย่างเคยและยังไม่ลืมสอนเรื่องฮีโร่ที่เขาไม่อยากจะเป็นสักนิดมาให้ระคายหู


   “ช่างหัวแม่งฮีโร่!!”เวดสบถวาจาสถุนสมเป็นเจ้าตัวออกมา ซึ่งคู่สนทนาก็ไม่ได้ตกใจอะไร


   “ยังไงนายก็ต้องทำ”วาจาหนักแน่นตอบกลับมาก่อนจะตัดสายไป


   “เฮ้!!แล้วนายยังไม่บอกฉันเลยว่าให้ทำอะไร???

 

                     สุดท้ายเวด วิลสัน คนนี้ก็ต้องจำใจยัดกายใส่ชุดเข้ารูปสีแดงตัดดำ ร่างสูงหยิบดาบคมใส่ไว้ในที่สวมดาบด้านหลัง และปืนกระบอกเล็กไว้ที่ข้างเอว

 

   “เมื่อวานคุณเพิ่งหนีพวกแก๊งมาเฟียมา จะออกไปทำงานอีกแล้วหรอ”เสียงหนุ่มหน้าอินเดียนามว่า โดพินเดอร์ คนขับแท็กซี่ประจำตัวของเขาถาม


   “นายเข้าใจอะไรผิดรึเปล่า เมื่อวานพวกมันต่างหากที่กลัวฉันหัวหด”ที่เดดพูลพูดมานั้นไม่ใช่ความจริงสักนิด พอเขาจัดการเจ้าของแก๊งเสร็จลูกชายมันก็มาเห็นพอดีก่อนจะยกพวกไล่ล่าเขา จนเดดพูลคนนี้ต้องวิ่งหล่อๆ กระโดดขึ้นรถแท็กซี่พร้อมกับสั่งโดพินเดอร์ให้ออกรถทันที

   

                     ที่เขาหนีไม่ได้กลัวหรอกนะ แค่ทำตามคำสั่งเท่านั้นเอ๊งงง!!

                     

                     โค่นแก๊งค้ายาก็แค่กำจัดตัวหัวหน้ามัน แก๊งก็แตกแล้วจริงไหม?? ลูกชายที่หน้าแก่กว่าเขามันไม่มีปัญญาบริหารธุระกิจต่อจากพ่อมันหร้อกกก เดดพูลคิดประโยคแก้ตัวให้กับงานที่เก็บไม่หมดของตัวเอง


   “คุณเดดพูล ที่อยู่ที่เจ้านายคุณส่งมามันถูกจริงๆหรอ ที่นี้มีแต่ป่ามืดๆ”โดพินเดอร์ถามเมื่อเขาขับรถเลยท่าเรือCมาแล้วทางข้างหน้านั้นเป็นทุ่งหญ้าค่อนข้างโล่งกว้างแต่ก็มีต้นไม้สูงขึ้นประปราย

   

                        เดดพูลนึกถึงงานที่โคลอสซัสส่งเป็นข้อความมาให้เขาพร้อมกับที่อยู่ที่นี่


   “หมอนั่นมันให้ฉันมาจัดการสัตว์ประหลาดที่หลุดออกมาจากศูนย์วิจัยน่ะ”


   “อ้อ...เอ่อแล้วนั่นอะไรน่ะอาวุธใหม่คุณหรอ?”โดพินเดอร์ตอนแรกทำท่าเข้าใจแต่ก็กลับมาสงสัยเจ้าทรงกระบอกที่รอบด้านเป็นกระจกแต่หัวกับท้ายเป็นเหล็กที่เดดพูลถือไว้ที่ตัก

   

                      เดดพูลมองของที่พ่อคนเหล็กส่งมา มันมีรูปร่างเป็นทรงกระบอก ทั้งสองด้านเป็นเหล็กที่ถูกทาด้วยสีเหลืองมีด้านนึงมีปุ่มสีแดง

                     ปลายนิ้วเรียวลองกดปุ่มนั้นดู ก่อนที่กระจกรอบทรงกระบอกนั่นจะเลื่อนเปิดออกมาครึ่งนึงเขาก็เข้าใจทันที


   “มันเอาไว้เก็บซากสัตว์ประหลาดนั่นน่ะ”เดดพูลตอบก่อนที่เขาจะเตรียมลุยงานด้วยการเปิดประตูรถ

  .

   . 

   “ไหนดูซิ...สัตว์ประหลาดนั่นมันหน้าตาเป็นยังไง”ร่างสูงหยิบมือถือขึ้นมาเปิดข้อความของโคลอสซัสอีกครั้ง ข้อความเป็นตัวอักษรยาวเหยียดที่ถูกส่งมาเวดไม่อ่านมันเลยนอกจากหัวเรื่อง


   ‘นำซิมบิโอตกลับศูนย์วิจัยMด้วยนั่นล่ะหัวเรื่องที่เขาอ่านอีข้อความพรรณณายาวเหยียดยิ่งกว่าบทความในนิตยสารเขาไม่คิดจะอ่านมันหรอก นิ้วโป้งเรียวเลื่อนผ่านข้อความแสนเวียนหัวอย่างไม่ใยดีก่อนจะมาหยุดที่รูปรูปหนึ่ง

   

   “ให้ตายสิหน้าตาแกน่าเกลียดกว่าฉันอีก”เดดพูลว่าพลางมองสัตว์ประหลาดรูปร่างหยึกหยึยเหมือนของเหลวเหนียวๆที่อยู่ในแคปซูลทรงกระบอกเหมือนที่เขาได้รับมาจะโคลอสซัสเป๊ะๆ

 

                     เดดพูลเก็บมือถือแล้วกวาดสายตามองหาซิมบิโอตที่ว่า แต่สายตากลับไปต้องกับร่างเพรียวดูคล่องตัวในชุดรัดรูปสีแดงประหลาดนั่น ทั้งที่ชุดสีแดงที่เขาสวมอยู่ก็ไม่ได้ประหลาดน้อยกว่าคนที่เขาจ้องมองสักนิด

                     เวดคิดว่าคงจะเป็นแค่เด็กที่มาเล่นอะไรแผลงๆแถวนี้ แต่รูปร่างกับชุดนั่นมันเหมือนกับเขาเคยเห็นที่ไหน ด้วยความที่พื้นที่บริเวณนี้มันมืดเขาเลยไม่แน่ใจนัก

   

                     เด็กนั่นเดินไปที่ใต้ต้นไม้ก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองข้างบนเวดไม่ได้ยินว่าเขาพูดว่าอะไร ทันใดนั้นร่างหนึ่งก็กระโดดลงมาจากต้นไม้เขาเป็นเด็กผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่กว่าเด็กในชุดสีแดงตัดกางเกงน้ำเงินประหลาด เด็กยักษ์นั่นกระโดดลงมาก็เกมทันที ร่างใหญ่ปล่อยหมัดจากที่เวดมองหากร่างเพรียวตรงหน้าโดนต้องกระเด็นแน่ๆ แต่เด็กในชุดรัดรูปนั่นกลับทำให้เขาต้องประหลาดใจสมกับชุดที่ใส่อยู่ ร่างเพรียวเอนกายหลบหมัดอย่างรวดเร็วพร้อมกับพล่ามอะไรบางอย่างที่เขาฟังไม่ถนัด เวดได้แต่คิดว่าเด็กนี่กำลังจะโดนเล่นยังจะช่างพูดขึ้นมาอีก  

                     ร่างสูงเอาแต่มองมวยตรงหน้าคอยลุ้นว่าใครจะชนะจนลืมงานที่ต้องมาทำ

                     เด็กยักษ์นั่นก็ยังคงไม่ลดละเมื่อมีหมัดที่หนึ่งแน่นอนว่าก็ต้องมีหมัดที่สองตามมา เวดคิดว่าเด็กชุดแดงนั่นก็คงหลบได้อีกตามเคย ซึ่งก็เป็นจริงดังคาดแต่ที่น่าตกใจคือหมัดที่สองนั้นมันไม่ใช่กำปั้นจะเป็นอะไรก็ไม่รู้ รูปร่างของมันประหลาดเกินบรรยาย

                     ตอนแรกเวดคิดว่าตนตาฝาดแต่ท่าทีตระหนกที่เห็นได้อย่างชัดเจนของเด็กในชุดเข้ารูป เน้นย้ำภาพที่เขาเห็นเมื่อครู่ได้เป็นอย่างดี ร่างเพรียวตีลังกาหลายตลบจนเวดอยากจะปรบมือ ทิ้งระยะห่างจากไอเด็กยักษ์ประหลาดนั่น ทำไมวันนี้มีแต่อะไรประหลาดๆวะเนี่ย!!

   

                     วันนี้เขาใช้คำว่าประหลาดเกินโหลรึยังนะ เวดถามกับตัวเองก่อนจะกลับไปสนใจสถานการณ์ตรงหน้า เวดคิดว่าเขาจะเข้าไปช่วยดีไหมแล้วถ้าเขาเข้าไปตะลุมบอนด้วยแต่สุดท้ายไอเด็กสองคนนั้นมันกำลังถ่ายหนังกันอยู่ล่ะ เขาไม่หน้าแตกหรอ

                     ถ้ามันเป็นหนังเวดขอยอมรับว่าเด็กสองคนนี้มันยิ่งกว่าดาราฮอลลีวูดซะอีกโดยเฉพาะไอเด็กยักษ์จากแค่มือของมันเปลี่ยนไปเป็นอะไรที่ขยะแขยงแล้วตอนนี้กลับกลายเป็นทั้งตัว มันมีรูปร่างแขนขาเหมือนคนแต่หน้าตาไม่เหมือนสักนิดไหนจะฟันแหลมคมหลายซี่นั่นอีก


   “What the f*ck”เดดพูลสบถเสียงแผ่วอย่างสกัดกลั้นความตกใจเอาไว้ไม่อยู่ แต่เขาก็ต้องชะงักกับสีผิวและความหยึกหยึยของมันคล้ายกับที่เขาเพิ่งเห็นจากมือถือตัวเอง แต่มันจะใช่หรอ ไอตัวในมือถือของเขามันดูกากกว่าตรงหน้าหลายเท่า

   

                     เด็กในชุดแดงยืนอึ้งแดกไม่ต่างจากเขาพลันสัตว์ประหลาดนั้นเดินเข้ามาใกล้ร่างเพรียวก็ยกมือข้างนึงขึ้นปล่อยเส้นสายอะไรสักอย่างไปติดกับกิ่งไม้ก่อนจะดึงร่างตัวเองขึ้นไปนั่งบนนั้น

                     ภาพเคลื่อนไหวเมื่อครู่ถึงกับทำให้เดดพูลร้องอ้อ เด็กในชุดประหลาดสีแดงรัดติ้วที่เขานินทาอยู่ในใจนั่นเป็นสไปเดอร์-แมน เพื่อนบ้านขวัญใจของคนเมืองนี้ต่างหาก!!

                     สไปดี้ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างสีเทาน่ารังเกียจก็กระโจนเข้าหาด้วยความเร็วกว่าเดิมหลายเท่า ร่างของทั้งสองตกลงสู่ผืนหญ้า ดูท่าแล้วคนเจ็บคงไม่พ้นสไปเดอร์แมน

                     สัญชาติญาณของเขามันบอกว่ายอดมนุษย์ขวัญใจชาวเมืองรับมือไม่ไหว เดดพูลวิ่งเขาไปใกล้เห็นร่างยักษ์เปลี่ยนมือของมันคล้ายของเหลวรัดรอบคอระหงไว้รอบด้านร่างใต้ดูสิ้นหนทางและหายใจรวยริน ขายาวในกางเกงสีแดงรัดจนเห็นแก้มก้นชัดเจนยกขึ้นถีบร่างสีเทาเหลวหนืดนั่นจนกระเด็น กายเหลวขณะกลิ้งนั้นไร้รูปร่างก่อนจะคืนร่างเดิมเมื่อรั้งแรงไถลไว้ได้

                     เดดพูลช่วยยกร่างเพรียวขึ้นมา พลางคิดว่าคนข้างกายนั้นพอจับแล้วพอดีมือเหลือเกิน ไม่บางเกินไม่ล่ำเกินจนไป...


                     นี่เขาคิดบ้าอะไรเนี่ย!!


   “ขะขอบคุณ”สไปดี้โอบกอดเขาไว้พลางปรับลมหายใจแรงให้คงที่

   

                     ตาสีขาวเล็กพาดวงสีดำใหญ่ทั้งสองข้างพยายามเลิกสนใจร่างเพรียวที่หอบแฮ่กๆอยู่ในอ้อมอกไปสนใจศัตรูแทน

                     ร่างสีเทาพุ่งเข้ามาอีกครั้ง เขาผลักสไปดี้ไปหลบอีกทางก่อนจะหยิบดาบที่ด้านหลังขึ้นมากะจะแทงมัน


   “แกอย่ามายุ่ง”

   

   “!?!”เสียงแตกใหญ่ไม่สมเป็นมนุษย์ตวาดใส่เวดทำเอาเจ้าตัวสับสนแต่ก็ฟันแขนของมันที่กำลังจะฟาดเขา ขาดกระเด็น

   

                     ร่างสีเทาลื่นเกลี้ยงไม่ร้องแสดงความเจ็บปวดออกมาสักนิด มันงอกแขนขึ้นมาใหม่ทันที

                     เวลานี้เวดคิดว่าความชิบหายได้เข้ามาเยือนเป็นที่เรียบร้อย นอกจากมันจะตัวโต แรงเยอะ แล้วยังสามารถงอกอวัยวะใหม่ได้เร็วกว่าอุ่นอาหารแช่แข็งในไมโครเวฟซะอีก


   “วิ่งหนีหางจุกตูดไปซะก่อนที่ฉันจะฆ่าแก ฉันต้องการแค่เด็กนั่น”มันพูดกับเขา

  

                      เวดไม่สนถึงเขาจะฆ่าคนมานับสิบแต่ก็ไม่คิดจะไร้น้ำใจปล่อยคนดีๆแบบสไปเดอร์-แมนให้ไอสัตว์ประหลาดนี่ทำตามอำเภอใจ

  

   “งั้นลองนี่หน่อยเป็นไง”เดดพูลหยิบปืนข้างเอวขึ้นมายิงไปที่หัวของมัน ทันทีที่กระสุนฝังเข้าไปที่กลางหัว มันก็ยิงกระสุนลูกเดิมกลับมา เวดกลิ้งตัวหลบได้เฉียดฉิว


   “แม่งเอ้ย!!แกเป็นอมตะรึไง!”เวดสบถ


   “แกมันโง่มาก ที่ไม่ฟังฉัน”ร่างใหญ่ก้าวเดินเข้ามามันเปลี่ยนแขนข้างนึงของมันให้คมดังใบมีด แล้วฟันเข้าที่ร่างของเขา

   

                     แต่เดี๋ยวก่อนเป็นถึงคนของ X-Menถ้าให้มาตายเพราะโดนซิมบีโอตน่ารังเกียจนี่ฟันเข้าที่พุงแค่ฉับเดียวนี่ มันควรจะเอาไว้เล่าเป็นเรื่องตลกหลังอาหารเย็นมากกว่า

                     เดดพูลใช้ดาบของตนสกัดดาบแขนของมันจนมันต้องผงะออกก่อนจะใช้ดาบอีกอันที่ว่างแทงเข้าที่ท้องแล้วดึงออกอย่างรวดเร็วก่อนที่เขาจะกระโดดถอยหลังทิ้งระยะห่างจากมัน ยังไม่ทันที่เขาจะได้ตั้งหลักมันก็กระโจนเข้ามาทับเขาไว้ ร่างสูงใช้เท้ายันอกกะจะถีบให้หลุดแต่ไอสัตว์ประหลาดเวรนี่ก็ไม่หลุดสักที

                     และอยู่ๆก็ระเบิด

                     ใช่เวดคิดไม่ผิดแต่เขาไม่ได้รับบาดเจ็บจากระเบิดเพราะตอนนี้ร่างของเขาถูกอะไรสักอย่างฉุดออกมาจากอ้อมอกแสนกว้างของเอเลี่ยนต่างโลก มาติดอยู่กับต้นไม้แทน

                     เวดขอย้ำคำว่า ติดให้ชัดๆ ติดในที่นี่คือเขาไม่สามารถแงะตัวออกจากใยแมงมุมที่กักเขาไว้กับต้นไม้ได้

   เวดหันมองไปทีเอเลี่ยนนั่นพลันมันโดนไฟจากระเบิดมันก็กระโจนหายไปในน้ำ ทำให้เวดรู้จุดอ่อนของมันทันที


   “พลังแกเว่อวังซะขนาดนี้แต่กลับมาเสียท่าเพราะไฟ ไอกากเอ้ย!!”เวดสบถคำหยาบตามปกติ แต่กลับทำให้ร่างเพรียวที่กำลังเดินเข้ามาสะดุ้งนิดหน่อย


   “อุ๊บส์!ขอโทษที่หยาบคายนะ”ร่างกำยำทำเสียงเล็กแหลมไม่สมความใหญ่โตของตัว


   “อา...ไม่เป็นไร”ร่างเล็กกว่าว่าพลางก้าวเดินเข้ามาใกล้ไม่วายใช้มือข้างนึงแตะหลังคอแก้เก้อ


   “...”


   “ว่าแต่คุณคือใครหรอ ผมไม่เคยเจอคุณเลย”สไปดี้เงยหน้าถามเขาที่ติดอยู่บนต้นไม้ มันคงง่ายกว่านี้ถ้าร่างเพรียวจะใจดีปลดเขาออกจากใยนี่


   “อ้อ!ฉัน สไปเดอร์แมน”ด้วยความที่เวดขัดใจนิดหน่อยเลยกล่าวกวนคนตรงหน้า

   

                     ตารีขาวสว่างของหน้ากากหรี่เล็กลงคล้ายกับเจ้าของชุดกำลังงุนงง พร้อมกับเอียงคอเล็กน้อย สองมือเท้าเอว


   “ผมต่างหากสไปเดอร์-แมน ทำไมคุณต้องกวนผมด้วย”

   

                     เวดล่ะอยากจะถามว่าใครมันช่างสรรค์สร้างชุดนี้ ตาที่สามารถแสดงอารมณ์ของคนตรงหน้าได้

                     แถมยังแสดงออกมาได้โคตรน่ารัก!! บวกเสียงเล็กคล้ายเด็กผู้ชายเสียงยังไม่แตกหนุ่มนั่นทำให้คนตรงหน้าดูเด็กไปเลย

                     กลับกันปีเตอร์งงว่าคนที่ช่วยชีวิตเขาเมื่อครู่ทำไมถึงต้องพูดกวนเขาด้วย จากที่เขาอยากจะเข้ามาขอบคุณกลายเป็นหงุดหงิดร่างสูงกว่าแทน

                     ท่าทางของปีเตอร์ทำให้เวดยิ่งอยากแกล้ง


   “แน่หรอเสียงนายอย่างกับเด็กยังไม่แตกหนุ่ม”เวด

   

                     ทันทีที่ปีเตอร์รับรู้ตารีขาวก็เบิกกว้างร่างเพรียวปีนขึ้นต้นไม้มาอยู่ในระดับเดียวกับเขาทันทีโดยไม่ต้องเรียกหา

                     ยิ่งสไปดี้เข้ามาใกล้เดดพูลยิ่งได้ใจ ร่างติดพันกับใยแมงมุมเหนียวหันหน้าไปจ้องตารีขาวของไอ้แมงมุมน้อย


   “ผมไม่ใช่เด็กม.ต้นนะ!”ปีเตอร์ลงทุนปีนต้นไม้ขึ้นมาเถียงเดดพูล และแน่นอนเขาเพิ่งผ่านช่วงม.ต้นไปเมื่อไม่กี่เดือนก่อนและตอนนี้เขาเป็นเด็กม.ปลายเต็มตัว


   “เฮ้!พวก ท่าทางของนายตอนนี้เหมือนเด็กกำลังเถียงพ่อแม่ว่าผมโตพอจะค้างบ้านเพื่อนได้แล้วเลยนะ”ประโยคจี้จุดของเดดพูลทำเอาแมงมุมน้อยในสายตาของเขาโกรธขึงดูได้จากมือที่เกาะผิวไม้บีบแน่นกว่าเดิม


   “ผมไม่อยากรู้จักคุณแล้ว เพราะดูท่าเราจะเป็นเพื่อนกันไม่ได้”หลังจากปีเตอร์คุมอารมณ์ที่คุกรุ่นของตนได้เขาก็พูดอย่างใจเย็น

   

                      ก็ไม่ได้อยากจะเป็นเพื่อนอยู่แล้วป่ะ เดดพูลคิดในใจ

                      ร่างเพรียวไถลตัวลงจากต้นไม้


   “เฮ้!แมงมุมน้อย!”เดดพูลหลุดปากเรียกปีเตอร์ตามที่ใจคิดเพราะสงสัยว่าสไปดี้จะไม่แก้ใยเหนียวนี่ให้เขาจริงหรือ

   

                     ร่างเล็กกว่าที่กำลังจะเดินจากไปหันขวับมามองพร้อมกับตารีเบิกกว้างรับรู้ได้เลยว่าเด็กน้อยในสายตาไม่ถูกใจชื่อที่เขาเรียก ออกจะเกลียดเลยด้วยซ้ำ


   “อุ๊บส์..น่าเอ็นดูชะมัด”เดดพูลตั้งใจหลุดออกมาเสียงแผ่วไม่ได้หวังจะให้ปีเตอร์ได้ยิน แต่ใครจะไปรู้ว่าแมงมุมน้อยตัวนี้นอกจากจะยิงใยได้แม่นยำแล้วยังหูดีอีกต่างหาก


   “เมื้อกี้คุณว่ายังไงนะ”เพียงพริบตาแมงมุมขี้งอนก็กระโดดขึ้นมาคร่อมร่างติดใยของเขา ท่าทางคนตรงหน้าดูก็รู้ว่าจะข่มให้เขากลัว กลับกันเขาไม่กลัวเลยสักนิดแถมยังชอบใจอีกต่างหาก แต่จะให้ทำอย่างที่ใจคิดคนตรงหน้าจะไม่ถูกใจเอาและเสี่ยงไม่แก้ใยให้เขาอีกด้วย


   “ขะขอโทษที่ฉันล่วงเกินนายนะ”เดดพูลแสร้งพูดเสียงตะกุกตะกัก

    

                     ร่างตรงหน้ายังคงไม่ขยับเขยื้อน หรี่ตาราวกับสืบสวนความคิดเขาอยู่

   เวดอยากจะกรี้ดซะเดี๋ยวนี้ถ้าร่างไม่ติดอยู่บนต้นไม้แบบนี้ จะสืบความคิดเขาจนพระอาทิตย์ขึ้นเลยก็ได้นะ


   “เอ่อนายรู้อะไรไหม ที่ฉันกวนนายเพราะหงุดหงิดน่ะ”

  

   “หืม”ร่างตรงหน้าที่ตอนนี้คร่อมร่างเขาอยู่เบิกตารีขาวกว้างอย่างสงสัย

   

                     คนแบบไหนกันนะที่ตอนแรกจะขู่เขาให้กลัวแต่ตอนนี้กลับไขว้เขวมาสนใจคำพูดของเขาอย่างสนอกสนใจแทน


                     Spidey Forever!!


   “หงุดหงิดที่นายไม่แก้มัดให้ฉันน่ะ”เวดตอบ


   “ก็ตอนแรกผมจะแก้ให้คุณแต่คุณกวนผมก่อน”สไปดี้เถียง


   “นี่ ฟังนะ นายจำเป็นต้องแก้ใยให้ฉันก่อนไม่ใช่ มาถึงก็ถามว่าฉันคือใคร”เวดตอบอย่างใจเย็น


   “ก็ถามก่อนไม่ได้หรอ?”ร่างตรงหน้าหันหน้าหนีคล้ายจะหลบตา ประมาณว่าเขาผิดอะไร

   

                     ท่าทางของสไปดี้ไม่ว่าเขาจะทำอะไรมันดูน่าเอ็นสำหรับร่างที่ถูกยึดกับต้นไม้ไปหมด เดดพูลพยายามไม่หลงรูปของคนตรงหน้าเพราะสิ่งที่สำคัญกว่านั้นคือเขาจะหลุดจากใยแมงมุมนี่ยังไง!!


   “งั้นฉันจะยกโทษให้นายถ้านายแก้มัดให้”เวด


   “เดี๋ยวนะ!ทำไมผมต้องอยากให้คุณยกโทษให้ด้วย ผมต่างหากที่ต้องยกโทษให้!

   

                     เอาแล้วไงแมงมุมน้อยเดือดแล้ว เวดเวทนาตัวเองเหลือเกินกะอีกแค่ขอให้เด็กหนุ่มตรงหน้าแก้ใยให้ยังทำไม่ได้

 

   “โอเค ฉันขอโทษที่ลามปามนาย ดีกันนะตะเอง”เวดพูดเสียงเล็ก

   

                     กลับกันปีเตอร์เห็นว่าเวดกำลังล้อเลียนเขาอยู่ ร่างเพรียวหรี่ตาแสดงความไม่พอใจก่อนจะเลิกต่อปากต่อคำกับคนไร้ชื่อสำหรับเขา


   “สไปดี้ นายจะไปไหนน่ะ เค้าขอโทษแล้วไง”ประโยคพูดอย่างสนิทสนมทำให้เขาไม่พอใจ

   

                     ปีเตอร์ยิงใยไปที่ต้นไม้ต้นหนึ่งเตรียมจะโหนกายออกจากที่นี่ ก่อนจะไปปีเตอร์หันไปมองเวด


   “คุณไม่ได้รู้สึกผิดสักนิด”แล้วเขาก็เหวี่ยงกายจากไป


จบตอนแรก!มีอะไรติชมได้นะคะ

ถ้าเราวรรคบรรทัดจัดหน้าแล้วอ่านยากแจ้งได้ค่ะ

สนุกก็เม้นให้เราด้วยน้าา~~~

สุดท้ายขอบคุณที่เข้ามาอ่านจนจบค่ะ จันทร์หน้าจะมาลงอีกตอนเด้อ..

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

26 ความคิดเห็น

  1. #9 LookWha1D (@LookWha1D) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2562 / 02:56

    สอิตาเดดพูลตกหลุมรักสไปดี้น้อยแล้วล่ะซี๊~ น้องพีทน่ารักขนาดนี้ไม่หลงได้ไง

    #9
    0
  2. #1 R.chura (@demonedark) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มิถุนายน 2562 / 12:39
    น้องน่ารักกกก อิพี่ก็กวนตีนน้องแต่แรกเห็นนน
    #1
    0