BROTHER รักต้องห้าม...จริงรึเปล่า?(จบ)

ตอนที่ 9 : chapter 7 โปเต้ 100/100

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 เม.ย. 60



chapter7

 ผ่านไปสามวันอาการของหม่อนเริ่มดีขึ้นทั้งร่างกายและจิตใจกันย์ภูมิใจที่มีน้องเป็นคนเข้มแข็งอย่างหม่อนเขาเดินเข้าไปหาหม่อนที่เตียงนอนวันนี้ทั้งคู่ตื่นสายกว่าหลายๆวันที่ผ่านมาเพราะเป็นวันหยุด ร่างสูงกดปลายจมูกลงที่แก้มเนียนอย่างทนุถนอมเพราะแผลเพิ่งจะหายดี ได้ยินเสียงพึมพำจากร่างเล็กแล้วเขาอยากจะล้มตัวนอนต่อแต่มันใกล้เวลาที่เขาจะต้องไปทำรายงานกับเพื่อนแล้ว อีกอย่างเมื่อคืนหม่อนบอกเขาว่าจะออกไปเที่ยวกับกานต์เขาจึงไม่กังวลเท่าไหร่เพราะเด็กคนนั้นไว้ใจได้พอหอมน้องจนพอใจแล้วเขาก็ย้ายริมฝีปากมากระซิบที่ข้างหูของร่างเล็ก

“พี่ไปแล้วนะอย่าลืมกินข้าวล่ะ”พอเขากระซิบจบร่างเล็กก็ปรือตาขึ้นมามองใบหน้าของเขาแขนเรียวเกี่ยวเข้าที่หลังคอแล้วใบหน้าเล็กๆก็มุดอยู่ที่ซอกคอของเขาอย่างออดอ้อน กันย์รู้ว่าหม่อนยังไม่ลืมเรื่องวันนั้นสามวันที่ผ่านมานี้เจ้าตัวอ้อนเขาบ่อยมากอยากได้อะไรเขาก็เต็มใจหามาให้ตลอด

“ฟอด”กันย์หอมแก้มน้องอีกครั้งอย่างมันเขี้ยวแล้วค่อยๆแกะแขนเล็กออกเพราะถ้าอยู่นานกว่านี้คงไม่ได้ไปทำรายงานพอดี

“พี่กันย์กลับกี่โมง”หม่อนถามทั้งที่ยังนอนอยู่

“เย็นๆสี่ห้าโมงมั้ง ทำไมจะให้ไปรับหรอ”กันย์ถามแล้วเปลี่ยนท่าไปนั่งอยู่ที่ปลายเตียงแทน

“อืม”หม่อนลุกขึ้นนั่งมองใบหน้าของพี่ชายที่อาบน้ำแต่งตัวพร้อมออกไปข้างนอกทั้งที่เขาก็นัดเพื่อนไว้แต่ก็ยังไม่ได้อาบน้ำแปรงฟันเลย

“งั้นเดี๋ยวเสร็จแล้วไปรับล่ะกัน รีบอาบน้ำกินข้าวสิอย่าให้กานต์รอ”กันย์ว่าแล้วลุกขึ้นโบกมือให้น้องชายและเดินออกจากห้องไป หม่อนคิดว่าคุยกับเขานานเกินเลยต้องรีบไปแบบนั้นร่างเล็กลุกออกจากเตียงและจะไปอาบน้ำทำธุระแล้วลงไปรอกานต์ที่ใต้ตึกหอพัก

 

กานต์พาหม่อนนั่งรถเมล์ปรับอากาศมาที่โรงเรียนวันนี้ถึงจะเป็นวันหยุดแต่เด็กห้องเขาต้องมาเตรียมตัวจัดกิจกรรมที่ใกล้จะถึง กานต์บอกหม่อนว่าแวะมาไม่นานแล้วค่อยไปร้านปังเย็นของเขาจริงๆบ้านเขาเปิดร้านน้ำปั่น ปังเย็นแล้วก็เมนูปั่นอีกมากและทุกเมนูก็เป็นฝีมือของแม่เขาส่วนพ่อของกานต์ทำงานบริษัท หน้าที่วันนี้ของกานต์คือเป็นนักแสดงเขามารับบทไปอ่านซึ่งเรื่องมันเกี่ยวกับต้านยาเสพติดกิจกรรมนี้เป็นการแสดงละครหน้าเสาธงโดยมีกานต์เป็นตัวเอกของเรื่องส่วนมะพร้าวเล่นเป็นนางเอก

“อ้าวมะพร้าวไม่มาหรอ”กานต์ถามเพื่อนผู้หญิงในห้องที่กำลังนั่งระบายสีฉากอยู่

“มะพร้าวติดธุระมาไม่ได้เราส่งบทไปให้มันอ่านแล้ว กานต์มาเอาดิ”ผู้หญิงคนที่ถูกถามวางแปรงระบายสีลงแล้วหยิบเอกสารแผ่นบางให้

“แต้ง”กานต์รับมาแล้วกะจะชวนหม่อนออกจากโรงเรียน

“เดี๋ยวๆหม่อนมาไงอะ”เสียงแหลมเล็กของผู้หญิงหนึ่งคนในห้องพูดขึ้น

“แหมๆรักกันจังงง ขนาดอยู่คงละห้องยังตามมาคุม”ตามด้วยเสียงล้อเลียนจากอีกหลายคน กานต์และหม่อนไม่ได้คิดอะไรเพราะโดนล้อบ่อยอยู่แล้วถึงพวกเธอจะล้อแต่ก็ยังจริงใจกับพวกเขาเสมอโดนล้อแค่นี้ทำอะไรพวกเขาไม่ได้หรอก

“เดี๋ยวคบกันแล้วกูจะให้แม่ปิดร้านเลี้ยงปังเย็นพวกมึงเลย”กานต์แกล้งเดินไปจับมือหม่อนแล้วยิ้มให้เพื่อนในห้อง

“โหยกล้าเล่น แต่ก็ฟิน”เสียงของเพื่อนในห้องพูดพร้อมกับเสียงหัวเราะ

เรื่องที่แม่เขาจะปิดร้านเลี้ยงปังเย็นน่ะไม่มีทางเป็นไปได้อยู่แล้วเรื่องจะคบกับหม่อนยิ่งเป็นไปไม่ได้กานต์คิดแล้วขำกับคำพูดตัวเอง

“เออพวกมึงจะไปไหนก็ไปเหอะ ไอกานต์อย่าลืมอ่านบทนะเว้ย!

“เออๆไปล่ะ”พอเพื่อนไล่กานต์ก็รีบจูงมือหม่อนออกจากห้องเดินไปได้สักพักเริ่มรู้สึกว่าเพื่อนไม่พูดอะไรเลยตั้งแต่ออกมาจากห้องเรียนของเขา

“หม่อนเป็นไรวะร้อนหรอ”กานต์คิดว่าหม่อนน่าจะร้อนเพราะแดดส่องลงมาพอดี

“ทนหน่อยนะเดี๋ยวก็ได้นั่งรถแล้ว”กานต์

“มือมึงอะเมื่อไหร่จะปล่อย”จบประโยคของหม่อนกานต์สะดุ้งแล้วรีบปล่อยมือเล็กทันที

“โทษๆกูลืมตัว”กานต์

“เฮ้ยไม่เป็นไร แต่มึงจับนานแบบนี้กูก็แอบคิดนะ”หม่อนยิ้มแล้วเอามือตีแก้มตัวเองจนกานต์ที่แอบกลุ้มใจนิดๆว่าเพื่อนจะไม่ชอบที่ไหนได้มันแกล้ง

“โอ้ย!เจ็บนะ”เสียงร้องที่กานต์คิดว่าน่าจะแกล้งสำออยใส่เขาเพราะเขาแค่ชกต้นแขนเพื่อนเบาๆเท่านั้นจะเรียกว่าเอาหมัดมาแตะที่ต้นแขนก็ยังได้

“มึงเว่อร์ล่ะกูทำเบาจะตาย รถมาแล้วขึ้นๆ”กานต์พูดว่าหม่อนได้นิดหน่อย รถก็มากานต์ให้หม่อนขึ้นไปก่อนแล้วตัวเองก็ขึ้นตาม

 

“แม่กานต์สวัสดีครับ!”เสียงน่ารักของหม่อนทำให้หญิงวัยกลางคนยิ้มเอ็นดูคนตรงหน้ามากกว่าลูกตัวเองซะอีก ส่วนกานต์ก็ได้แต่แอบทำหน้าเบ้ใส่เพราะตัวเองยืนซ้อนหลังหม่อนอยู่เลยไม่เห็นเขาจึงทำได้เต็มที่ คนเป็นแม่พอเห็นก็เอื้อมมือไปหยิกแก้มลูกชายคนเล็กของบ้านอย่างหมั่นไส้

“โอ้ย! แม่ผมเจ็บ”กานต์พยายามแกะมือแม่ออกจากแก้มของตน หม่อนที่ไม่รู้ว่าแม่กานต์หยิกลูกตัวเองทำไมก็หัวเราะไม่รู้เรื่องรู้ราว

“หวัดดีแม่ยังฮะทำตัวให้น่ารักเหมือนหม่อนหน่อย”แม่กานต์

“สวัสดีค่ะขุ่นแม่”กานต์ที่เป็นลูกคนเล็กมักจะอ้อนแม่อยู่แล้วก้มลงถอนสายบัว แต่ท่านี้ได้มาจากใครน่ะหรอ

“ไอกานต์มึงอยากมีเรื่องใช่ไหม!”กวินพอได้ยินน้องล้อเลียนท่าเมื่อวานที่เขาเมาจนอะตอมต้องแบกมาส่งที่บ้านพอแม่ออกมารับบังเอิญกานต์ก็ออกมาด้วยเพราะจะได้มาช่วยพยุงคนเมาเข้าบ้านอยู่ๆกวินก็ยืนถอนสายบัวแล้วพูดประโยคเดียวกับกานต์ออกไปคนรอบๆตัวเขาหัวเราะลั่นกานต์ขำจนต้องกุมท้องตัวเอง

“นิๆอย่าพูดกับน้องแบบนั้นให้แม่ได้ยินนะไม่น่ารักเลย”แม่ของคนทั้งสองฉุนนิดๆก่อนจะเดินไปหยิกหูของกวินที่กำลังยืนล้างจานอยู่ที่ซิ้งค์

“อ้ากกกเจ็บ”กวินพูดขณะที่ตัวเอียงไปตามแรงที่มือกร้านหยิก

“เว่อร์จริงๆเลยลูกคนนี้ มาหม่อนเดี๋ยวแม่ให้พี่เขาทำเนตวีต้าปั่นให้นะเออทำเผื่อน้องตัวเองด้วยเข้าใจไหมกวินฮึ”

“คร้าบๆ”กวินรีบล้างจานทันทีพอหมดคำสั่งของแม่แล้วเดินไปที่เครื่องปั่นหม่อนกับกานต์ก็ตามมาติดๆ ส่วนแม่ของกานต์ก็ใช้เครื่องปั่นหน้าร้านทำให้ลูกค้า

“หม่อนเอาเนตวีต้าปั่นเนาะ”กวินถาม

“ครับ”หม่อนตอบ

“มึงเอาโกโก้เหมือนกูเหอะขี้เกียจล้างโถปั่น”

“เออ”กานต์

“นิๆพูดไม่เพราะเลยนะ”กวินทำเสียงเหมือนแม่

“แม่!”กานต์

“อย่าๆพี่ผิดไปแล้ว”กวินพูดแล้วเอามือมาจับแก้มทั้งสองของน้องชาย ส่วนหม่อนก็แอบขำกานต์ที่โดนกวินบีบแก้มจนเจ็บ

 

“นี่แรงมือหรือสิบล้อเนี่ย แก้มผมระบมหมดแล้ว”กานต์นั่งบ่นพี่ชายตัวเองอยู่ที่โต๊ะอาหารพลางจับแก้มตัวเองเบาๆ หม่อนก็ช่วยป้อนน้ำโกโก้ให้

“แหม ทีหม่อนบีบแก้มมึงบ้างไม่เห็นบ่น”กวินพูดถึงเมื่อหลายเดือนก่อนที่หม่อนมาที่บ้านเขาแล้วเล่นกับกานต์ไม่รู้เล่นกันยังไงน้องชายเขาถึงงอนพอหม่อนเอามือนวดๆบีบๆที่แก้มให้มันก็ยิ้มหน้าระรื่นเลย

“มือหม่อนมันนิ่มจะตายใครจะไม่ชอบ ไม่เหมือนมือพี่หรอกอย่างกับไม้พาย”กานต์พูดเนือยๆกับความคิดของพี่ชายตัวเองแล้วแย่งเอาแก้วโกโก้ที่หม่อนป้อนเขาอยู่มาถือเอง

“มึงมันสองมาตรฐาน”กวินพูดงอนๆแล้วเดินออกจากตัวห้องรับแขกไปหน้าบ้านที่แม่เขาเปิดต้อนรับลูกค้าแทน

“กานต์พี่กวินไปไหน”หม่อนที่เห็นสองคนทะเลาะกันจึงอดไม่ได้ที่จะถามกานต์

“ช่างเถอะกูทะเลาะกับพี่ทุกวันไม่รักกันเหมือนมึงกับพี่กันย์หรอก”กานต์พูดแล้วทำหน้าล้อเลียนหม่อน

“กูไม่ค่อยดื้อกับพี่เหมือนมึงมั้ง”หม่อน

“เดี๋ยวๆมึงว่าไงนะ”กานต์พูดจบก็บีบแก้มเพื่อนทั้งสองข้างอย่างมันเขี้ยว

“เดี๋ยวนี้ร้ายนะหม่อนหรือกูยังไม่รู้จักมึงดีน้า”กานต์

“มันเจ็บนะ”หม่อนพูดเสียงอู้อี้เพราะโดนบีบแก้มอยู่

“ก็ทำให้เจ็บไง”กานต์ปล่อยมือออกจากแก้มนิ่มแต่พอสังเกตดีๆเขารู้สึกว่าแก้มอีกข้างแดงผิดปกติเขาไม่ได้บีบแรงขนาดนั้น พอเขาจะยื่นหน้าเขาไปดูใกล้ๆ มือเล็กก็ยกขึ้นมาปิดไว้ก่อน

“หม่อนแก้มมึงไปโดนไรมา”กานต์ถามอย่างรู้ทันเพื่อนตัวเองเขามั่นใจว่ารอยแดงที่แก้มมันไม่ได้เกิดจากเขาเพราะอีกข้างแทบจะไม่มีรอยแดงสักนิด

“มือมึงไง”หม่อนตอบแต่สายตากลับทอดมองไปทางอื่น

“หม่อน จะตอบดีๆหรือต้องให้กูไปถามไอแทน”กานต์ยกคนที่น่าจะอยู่กับหม่อนตลอดเวลาที่โรงเรียนขึ้นมาพูด หลายวันที่ผ่านมาเขาแทบไม่ได้เจอหม่อนเลยแทนน่าจะรู้ว่าหม่อนโดนอะไรมา

“พี่ต้องน่ะ”

 

กันย์มาถึงที่ร้านกาแฟเล็กๆใกล้มหาลัยที่เพื่อนของเขานัดจะมาทำรายงานด้วยกันเปิดประตูกระจกของร้านเข้าไปลมแอร์เย็นพร้อมกับกลิ่นหอมของเมล็ดกาแฟที่คั่วอยู่ทำให้รู้สึกผ่อนคลายหลังจากเดินฝ่าแดดร้อนยามสายมา ว่านโบกมือเรียกเขาอยู่ที่โต๊ะด้านในสุดของร้านเป็นที่นั่งสี่คน กันย์เดินเข้าไปนั่งตรงข้ามกับว่านที่มีออฟฟุบหลับอยู่ข้างๆ

“ไอออฟเป็นไร มาทำงานง่วงตลอด”กันย์แซวคนที่นั่งข้างๆว่าน

“ช่างมันช่วงนี้มันไม่ค่อยสบายน่ะ”ว่านพูดแก้ตัวให้ออฟทั้งที่แต่ไหนแต่ไรมามักจะต่อว่าออฟไปตั้งนานแล้วจนกันย์แปลกใจนิดๆ

ทั้งสองคนช่วยกันทำรายงานคุยกันเรื่องการนำเสนองานหน้าห้องส่วนอีกคนไม่ต้องพูดถึงยังไม่เงยหน้าขึ้นมาให้กันย์เห็นเลยสักนิด

“ไง!”เสียงห่ามๆดังขึ้นจากด้านหลังของกันย์ส่วนว่านก็โบกมือให้อย่างเป็นกันเอง

“อ้าวไอเต้”กันย์พอหันไปก็เจอกับโปเต้เพื่อนร่วมดื่มของพวกเขา โปเต้เรียนคนละคณะกับพวกเขาแต่ถึงยังไงก็มารู้จักกันที่ร้านเหล้าอยู่ดีโปเต้เป็นคนสบายๆเชื่อใจได้

“เออไอออฟ เต้มันมาแล้วเนี่ย”ว่านปลุกคนหลับไม่รู้เรื่องอยู่ทีโต๊ะ ออฟเงยหน้าขึ้นมาสีหน้าไม่ค่อยดีนักหน้าตาเหมือนคนหมดแรงอยากจะนอนอยู่ตลอดเวลา

“ออฟไปทำไรมาวะสภาพเหมือนคนหลับอดนอน”กันย์พอเห็นสภาพเพื่อนก็ถามเพราะเป็นห่วง

“อ่อ กันย์มึงมาแล้วหรอ”ออฟถามหน้าตื่นๆ

“กูมาจนจะทำรายงานกับไอว่านสองคนเสร็จแล้วเนี่ย”กันย์ตอบ

“ไอว่านนนนกูบอกให้มึงปลุกกูไง”ออฟทำงอแงใส่คนข้างๆส่วนคนโดนต่อว่ากลับอมยิ้มนิดๆแล้วโอบไหล่คนตัวเล็กกว่า กันย์งุนงงกับการกระทำที่ออกจะมีนัยยะของทั้งสองคนแต่ก็เบือนความสนใจมาที่คนข้างๆแทน

“เอ่อพวกมึงเลิกทะเลาะกันก่อน เรียกเต้มาทำไมอะ”กันย์ก็ไม่ได้อยากขัดเวลาของคนสองคนหรอกแต่ก็กลัวอีกคนที่มาจะลำบากใจ

ออฟกับว่านเว้นระยะห่างออกจากันทันทีเมื่อเพื่อนเอ่ยปากถาม

“เต้มันมีปัญหากับรูมเมตน่ะ”ออฟเริ่มเรื่อง

“ก็แฟนมึงไม่ใช่หรอ”กันย์ถามพร้อมกับมองหน้าของคนข้างๆ

“อืมกูทะเลาะกับเขา กำลังจะหาหอใหม่อยู่แต่ยังหาไม่ได้ เลยว่าจะมาขออาศัยพวกมึง ตอนแรกกูก็ขอไอออฟแต่เหมือนมันจะไม่สะดวกเท่าไหร่”โปเต้ตอบด้วยน้ำเสียงหนักใจแต่ก็ไม่ได้โกรธเคืองที่ออฟไม่สามารถให้เขาไปพักที่ห้องได้

“งั้นไปหอกูก็ได้ กูอยู่กับน้องแค่สองคน”กันย์รู้ตัวว่าออฟกับว่านกำลังฝากความหวังไว้ที่เขาจึงรับปากที่จะให้โปเต้มาพักที่หอของเขา

“ขอบใจเว้ยกันย์ เดี๋ยววันไหนว่างๆกูกับไอว่านจะเลี้ยงข้าวมึง มึงพาเต้ไปหอมึงเลยก็ได้เดี๋ยวรายงานกูจัดการกับไอว่านสองคนเอง”ไม่ได้เป็นโปเต้ที่กล่าวขอบคุณเพราะโดนออฟตัดหน้าไปซะก่อน

“เต้มึงเก็บของมาแล้วหรอ”กันย์ถาม เมื่อคิดได้

“อือ ไอออฟมันบอกให้กูเก็บมาเลย”โปเต้พูดตรงๆส่วนคนที่ถูกพูดถึงก็ก้มหน้าลงต่างจากเมื่อกี้ที่ดี้ด้าจนน่าหมั่นไส้

“มึงเตรียมเก็บเงินเลี้ยงวันเกิดไอทีมแทนกูแล้วกัน กูไม่เอาอะค่าข้าวแค่มื้อเดียว”กันย์เปลี่ยนข้อเสนอเป็นเงินเลี้ยงเตาหมูกะทะแล้วก็ค่าหัวของทีมผู้เป็นเจ้าของวันเกิดที่ใกล้จะถึงนี้ว่าจบเขาก็เดินนำโปเต้ไปที่รถของเขาส่วนออฟก็นั่งหน้าซีดเพราะเงินจะกินยังไม่มีพอจะเลี้ยงตัวเองเห็นทีเขาต้องเก็บจากว่านและโปเต้ซะแล้ว

 

ตั้งแต่เริ่มทำรายงานจนกระทั่งเขาพาโปเต้ขึ้นมาบนรถ เวลาก็ล่วงเลยไปจนเย็นเสียแล้วกันย์ขับรถไปทางบ้านของกานต์ก่อนเพื่อไปรับหม่อน

“นี่ทางไปหอมึงหรอ”โปเต้ถามเมื่อรู้สึกไม่คุ้นทางเอาซะเลย

“ป่าวกูไปรับน้องกูที่บ้านไอกวินก่อนรู้จักมันป่ะ”กันย์ตอบพลางหาเรื่องชวนคุย

“ใครน้องมึงหรือกวิน ถ้าน้องมึงอะกูรู้จะแต่...”โปเต้

“กวินมันเรียนมหาลัยเดียวกับพวกเรานี่ล่ะแค่เรียนคนละคณะกับมึง มันเป็นคนเก็บตัวมั้งมึงเลยไม่รู้จัก”กันย์ว่า

“เดี๋ยวนะคนที่โดนเอารูปไปลงเพจคิ้วบอยของมหาลัยอะนะ”โปเต้ถามเพราะก่อนไปร้านกาแฟเขาเปิดมือถือขึ้นมาเล่นแล้วเจอเพจนี้ลงรูปคนๆหนึ่งพอดีพร้อมชื่อนามสกุลและคณะที่เรียนพร้อม

“หน้าตามันดีขนาดนั้นเลยหรอวะถึงได้ขึ้น”กันย์ถามเหมือนไม่ค่อยสนใจสักเท่าไหร่และเขาไม่รู้ด้วยว่ามหาลัยที่เขาอยู่มีเพจอะไรแบบนั้น

“เออดิ รูปมึงก็มีนะไลค์เยอะกว่ารูปที่มึงลงเองอีก”โปเต้

“อ้าว ไอเต้นั่นมันก็รูปกูป่าววะ”กันย์ถามพลางเคลื่อนรถไปจอดไว้ที่หน้าบ้านของกวินซึ่งเปิดเป็นร้านเมนูปั่นมีโต๊ะเก้าอี้พลาสติกสีสดเข้าชุดจัดวางไว้แบบมีสไตล์ไม่โล่งไม่แออัดจนเกินไป ตัวร้านตกแต่งออกแนวมองแล้วสบายตาและยังมีมุมถ่ายรูปสวยๆเยอะพอสมควร

มีบาร์จัดอยู่ตรงหน้าสุดของร้านถูกจัดวางด้วยเครื่องปั่นสองสามเครื่องและกระปุกที่ใส่พวกท็อปปิ้ง ผงสำเร็จรูป เรียงกันไว้สวยงาม ข้างๆบาร์มีตู้สำหรับแช่ถาดผลไม้ แต่ละถาดถูกเรียงไว้ให้ลูกค้าได้เลือกว่าจะใส่อะไรลงไปในเมนูปั่นของตนและที่ทำให้คนทั้งสองที่ลงมาจากรถสนใจมากที่สุดคงจะเป็นพ่อค้าในชุดเสื้อยืดสีขาวกับผ้ากันเปื้อนสีเขียวเข้มซึ่งกำลังวุ่นอยู่กับเครื่องปั่นและรับออเดอร์ลูกค้า

“แม่!ปังเย็นโต๊ะห้าได้แล้ว”กวินจะไม่รู้เลยว่าเพื่อนเดินมาหยุดยืนอยู่ที่หน้าบาร์ ถ้าตัวเองไม่เงยหน้าขึ้นไปมอง

“อ้าวไอกันย์ แล้วก็”กวินว่าพลางยกนิ้วขึ้นมาชี้ที่โปเต้

“โปเต้ เรียกเต้เฉยๆก็ได้”โปเต้

“เคๆ อยากกินไรไหมวันนี้กูเป็นพ่อครัวร้านเลยขายดี”กวินยอตัวเองแล้วยิ้มที่มุมปาก แต่ที่เขาว่ามันก็จริงเพราะตอนนี้ภายในร้านแออัดไปด้วยลูกค้าส่วนแม่ของกวินก็วุ่นอยู่กับการเสิร์ฟเลยไม่ทันได้สนใจคนทั้งสอง

“เดี๋ยววันไหนลูกค้าน้อยๆกูค่อยกินล่ะกันน้องกูอะ”กันย์บอกปัดแล้วถามหาน้องชายของเขา

“ช่วยไอกานต์ปอกผลไม้อยู่หลังบ้านเดี๋ยวกูไปเรียกให้”กวินตอบแล้วเดินออกจากบาร์เข้าไปหลังร้าน

ไม่นานกวินก็เดินออกมาพร้อมหม่อนแล้วก็น้องชายของเขา

“บายหม่อน”กานต์โบกมือลาหม่อน

“...”หม่อนไม่พูดอะไรได้แต่ยิ้มและโบกมือลาเดินไปเกาะแขนพี่ชายของตน

“ตกลงนี่พี่หรือพ่อครับหม่อน”กวินแกล้งถามหม่อนด้วยน้ำเสียงล้อเลียน

“ไอสัส หน้ากูไม่ได้แก่ขนาดนั้น ไปล่ะรวยๆนะมึง”กันย์ว่าแล้วเดินพาหม่อนและโปเต้ไปที่รถ

 

หม่อน....

ผมเดินเข้าห้องมาคนแรกตามมาด้วยพี่โปเต้และพี่กันย์ พี่กันย์บอกว่าพี่โปเต้จะมาขอค้างด้วยชั่วคราวจนกว่าจะหาหอใหม่ได้ ผมเคยเจอพี่โปเต้ไม่กี่ครั้งแต่พี่เขาก็ดูใจดีอยู่

พี่โปเต้เดินสำรวจห้องเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ยุ่งจนเกินเหตุเขาเดินไปนั่งที่โซฟา

“ให้กูนอนนี่ใช่ไหม”พี่เขาถามพร้อมกับระบายยิ้มน่ามองออกมาให้ มีใครเคยบอกไหมว่าพี่เขาหล่อสุดๆไปเลยหล่อแบบเทวดาอะนะ ผมรู้สึกเจ็บที่แก้มขึ้นมากระทันหันจนกระทั่งหันไปมองต้นเหตุก็คือพี่กันย์ที่หยิกแก้มผมอยู่

“นอนห้องกูดิเดี๋ยวกูนอนกับหม่อน”พี่กันย์ไม่ได้ตำหนิผมแต่หันไปตอบคนที่นั่งอยู่บนโซฟา

“เฮ้ย กูนอนโซฟาได้ไม่ต้องลำบากมึงกับหม่อนหรอก”พี่โปเต้ทำหน้าคิดหนัก

“มึงอยู่หอกูหลายวันเชื่อเหอะกว่าจะหาหอใหม่ได้ พวกกูไม่ลำบากหรอก”พี่กันย์ตอบแบบมีน้ำใจแต่ผมก็รู้ว่าเขาออกจะได้เปรียบด้วยซ้ำส่วนผมก็เสียเปรียบตามเคย

“อ่างั้นก็ได้กูไปอาบน้ำนอนก่อนนะกูเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว”พี่โปเต้ว่าแล้วลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพลางมองหน้าพี่ผมประมาณว่าจะให้นอนห้องไหน

พี่กันย์ไม่ได้พูดอะไรนอกจากผายมือไปทางประตูห้องเขา

พอพี่โปเต้เข้าห้องไปแล้วคนตัวสูงก็คว้าเอว ผมที่ตั้งตัวไม่ทั้งก็เซไปซบพี่กันย์เต็มๆ ผมไม่ได้โวยวายเหมือนเมื่อก่อนเพราะอะไรก็ไม่รู้คงเหนื่อยที่จะพูดแล้วมั้ง

“เข้าห้องเลยไหม”คนตัวสูงโน้มคอลงมากระซิบที่ข้างหูผมอย่างยั่วเย้า ผมก็ได้แต่พยักหน้าขึ้นลงเป็นสัญญาณว่าผมอนุญาต

ผมนั่งอยู่ในอ่างอาบน้ำเนื้อตัวเปลือยเปล่าส่วนพี่กันย์ก็เช่นกันเขานั่งซ้อนหลังผมอยู่ปลายจมูกของเขาสัมผัสไปทั่วผิวเปลือยของผม ใจผมเต้นรัวไม่หยุดเพราะมีเขาเป็นต้นเหตุ ทุกๆครั้งผมมักจะใจอ่อนให้เขาเสมอถึงผมจะแสดงอาการขัดขืนบ้างแต่สุดท้ายก็ยอมอยู่ดีผมเป็นคนแบบนี้แหละครับยอมให้เขาแค่คนเดียวและคนเดียวที่ทำให้ผมสุขก็คือเขา ตั้งแต่แม่เอาผมมาฝากไว้กับพ่อหรือจะเรียกทิ้งผมดีล่ะ ผมรู้สึกเหมือนเป็นคนนอกมาตลอด ผมเฝ้าหาแต่ความรักความอบอุ่นที่เคยมี พอพี่กันย์มาบิดเบือนความสัมพันธ์ที่ควรจะเป็นของเรา มีครั้งแรกก็ต้องมีครั้งต่อไปจริงไหม? มันก็เหมือนยาเสพติดที่ทั้งผมและเขาติดจนถอนตัวยาก

มือเรียวของผมโน้มคอของเขาเข้ามาประกบปากเปิดทางให้ร่างสูงล่วงล้ำเข้าไปในโพร่งปากอุ่น ลิ้นร้อนแทะโลมอยู่ที่ขอบปากของผมแล้วถลำลึกเข้ามาเรื่อยๆ

 

 

ทักทายค่ะ ไรต์กลับมาแล้วววว ไรต์ว่าเนื้อเรื่องไรต์ไม่ได้โหดร้ายขนาดนั้นนะ พี่กันย์ออกจะอ่อนโยน?? ไรต์อยากให้ออกแนวแบดๆหน่อยแต่ยังไงตอนจบก็ต้องแฮปปี้อยู่แล้วค่ะไม่ต้องกลัว บายๆ

 

 

 

 

 


10 ความคิดเห็น

  1. #9 sukauem (@sukauem) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 เมษายน 2560 / 16:31
    ตอนแรกเราอึ้งเลยมันออกแนวโหดร้ายอ่ะพออ่านไปอ่านมาพี่กันน่ารักดีน้ะ555ไม่โหดอย่างที่คิดจ้าา
    #9
    0