BROTHER รักต้องห้าม...จริงรึเปล่า?(จบ)

ตอนที่ 6 : chapter 4 กานต์ 100/100

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 76
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 เม.ย. 60

Chapter 4

พอถึงห้องร่างเล็กก็รีบเดินไปที่ตู้เย็นสีเงินความสูงเลยหัวคนตัวเล็กไปมากพอสมควร

“กึก”ขณะที่หม่อนกำลังเปิดตู้เย็นคนเป็นพี่ก็เดินเข้าซ้อนอยู่ด้านหลังแผ่นหลังเล็กแนบกับอกหนา ปลายจมูกได้รูปซุกอยู่ที่ซอกคอขาวและดูท่าจะไม่หยุดอยู่แค่ตรงซอกคอแน่ๆ ร่างเล็กไหวตัวทันทำเป็นไม่สนใจกระดกนมขวดพอดีมือเหมือนไม่มีใครมากอดด้านหลัง

“หึ”ร่างสูงหัวเราะในลำคอพอเห็นว่าคนในอ้อมแขนทำเป็นไม่สนใจ ยังคงคลอเคลียอยู่แถวซอกคอไปเรื่อยๆคอยดูว่าคนน้องจะทนได้สักแค่ไหน

“พี่กันย์!!!”จนหม่อนทนไม่ได้ขนาดเขาดื่มนมจนหมดขวดร่างสูงยังไม่หยุดดูท่าเขาต้องใช้ไม้แข็ง

“อะไรฮึ ที่นี่เป็นหอเรานะไม่ใช่บ้านทีม”คนพี่เริ่มยกประเด็นเก่าเข้ามาพูด

“ผมต้องรีบไปทำการบ้านอีกอย่างพรุ่งนี้มีสอบเก็บคะแนนด้วย”หม่อนก็ยังไม่สนใจเอาแต่พูดเอาตัวรอดทั้งที่ทั้งหมดเป็นเรื่องโกหกทั้งนั่นเขาทำเสร็จตั้งแต่วันศุกร์ที่แล้วแล้ว และเขาก็ไม่มีสอบเก็บคะแนนวันพรุ่งนี้ด้วย

“คร้าบอยู่กับหม่อนมาตั้งนานจะไม่รู้ได้ไงว่าหม่อนแต่งนิยายเร็วมากพอพี่จะ..”ร่างสูงไม่พูดต่อแต่ยกคนตัวเล็กขึ้นมาพาดบ่า

“พี่กันย์!!อย่าสิหม่อนไม่ได้โกหกนะไอบ้าเอ๋ย”น้ำเสียงเข้มเปล่งออกมาพอกับกำปั้นที่ทุบบนหลังแกร่ง แต่ยังไงมันก็ยังรู้สึกเจ็บอยู่ดีมือเล็กนิดเดียวแต่หนักไม่ใช่น้อย

“พุบ”เสียงน้ำหนักของร่างเล็กที่ทับลงบนเตียงนุ่มและตามมาด้วยแรงกดทับจากร่างสูง

“ผมโกรธจริงๆนะพรุ่งนี้ผมจะไม่คุยกับพี่ด้วยแล้วผมก็จะไปโรงเรียนเองไม่ให้พี่ไปส่งจะไปค้างบ้านเพื่อนด้วย”คนตัวเล็กพออยู่ในสภาพแบบนี้ก็ได้แต่พูดปาวๆหวังจะให้คนพี่หยุด

“หืม หม่อนกล้าไปค้างบ้านเพื่อนด้วยหรอ จะไปค้างบ้านใครล่ะ”กันย์แกล้งแหย่น้องไปเรื่อยปลายนิ้วเรียวไล่วนอยู่แถวต้นแขนขาว

“บ้าน...ไอแทน”หม่อนตอบติดๆขัดๆเพราะมัวกังวลอยู่กับต้นแขนตนเองจะขยับหนีก็ไม่ได้

“...”ไม่มีเสียงออกจากปากของคนทั้งสองมีแต่สายตาของคนด้านบนที่มองมานัยย์ตาสีน้ำตาลเข้มของร่างเล็ก ตรึงร่างเล็กไว้ไม่ให้ขัดขืนไม่แม้แต่จะเปิดปากพูดสติของคนถูกสะกดขาวโพลนไปหมดสนใจเพียงสายตาของคนตรงหน้าไม่ทันสังเกตว่าใบหน้าทั้งสองของพวกเขาลดระยะห่างลงเรื่อยๆทุกขณะ กระทั่งริมฝีปากที่กดทับลงมาฟันของร่างสูงขบริมฝีปากล่างของผู้เป็นน้องทำให้คนตัวเล็กเผยอปากออกส่งผลให้คนด้านบนรุกล้ำเข้าไปได้อย่างง่ายดายทุกสัมผัสแนบแน่นขึ้นเรื่อยๆร่างเล็กรู้สึกตัวเหมือนตัวเองเบาหวิวมีเพียงลมหายใจอุ่นร้อนและอกหนาที่กดทับลงมาลืมเรื่องทุกอย่างไปชั่วขณะ เสียงอื้ออึงครางออกมาจากลำคอของคนถูกกระทำเป็นระยะไหนจะเปลือกตาสีอ่อนที่ปิดสนิทกันย์รับรู้ทันทีเลยว่าคนน้องกำลังพอใจกับสัมผัสที่ได้รับ ร่างสูงผละริมฝีบางเยิ้มออกเนื่องจากรู้ว่าคนข้างล่างเริ่มหายใจไม่ทัน และสิ่งที่เขาอยากเห็นที่สุด...

“แฮ่กๆ”เสียงหอบเสมือนตอนที่เขาเริ่มออกกำลังกายใหม่ๆขณะนี้มันดังมาจากปากบางแดงระเรื่อของน้องชายเขา ขอบตาที่เปื้อนน้ำตาเล็กน้อยไล่ลงมาก็แก้มฝาดนิ่มทุกครั้งที่เขาสัมผัสแดงซ่าน อกบางกระเพื่อมขึ้นลงเนื่องจากหม่อนหอบมากไป

อยากต่อว่ะความคิดสั้นๆผุดขึ้นมาแต่ถ้าพูดออกไปน้องชายคงต้องร้องไห้ออกมาแน่ๆ กันย์คิดได้ก็หายใจลึกๆหลังจากชมใบหน้าใสของน้องชายจนพอใจก็เปลี่ยนท่านอนมาเท้าแขนข้างๆแทน พอคนน้องรู้ว่าเป็นอิสระแล้วก็ทำงอนนอนหันตูดให้คนพี่แทน ทั้งที่ก่อนหน้านี้เขาก็ไม่ปฏิเสธว่าสิ่งที่รับนั้นทำให้เขารู้สึกดีจริงๆมันดีมากจนใจเขาสั่นไปหมดอยู่ๆขอบตาก็ร้อนขึ้นมาเขาไม่สามารถควบคุมให้น้ำตาไม่ให้ไหลออกมาได้แต่มันคงไม่เยอะจนพี่ชายเขาสังเกตเห็นหรอกหม่อนคิดในใจแล้วซบหน้าลงกับหมอนที่แขนเล็กเพิ่งคว้ามา

 

“หม่อนตื่นได้แล้วเดี๋ยวก็ไปสายหรอก”ร่างเล็กกระพริบตาถี่ๆพยายามปรับสายให้มองชัดขึ้นเห็นคนหน้าคมคายตรงหน้าตอนนี้เขาอยู่ในชุดเสื้อยืดธรรมดากับกางเกงบ็อกเซ่อ

“อื้ม”ร่างเล็กครางตอบรับในลำคอแล้วลุกออกจากเตียงคว้าผ้าขนหนูเขาห้องน้ำไป

ร่างสูงมองน้องชายเดินเข้าห้องน้ำจนปิดประตูไปแล้วเขาลุกออกจากเตียงเล็กแล้วเดินออกจากห้องไปยังห้องครัวเมื่อคืนเขานอนไม่ค่อยหลับจึงตื่นเช้ากว่าเดิมมาทำอาหารให้น้องทานปกติเขาจะเป็นคนปลุกน้องอยู่แล้วแต่เรื่องทำอาหารเช้ามันน้อยนักที่คนเป็นพี่อย่างเขาจะตื่นมาทำ กันย์ทำอาหารง่ายๆสองอย่าง ไข่ดาวกับข้าวผัดกุ้งสองจานวางอยู่บนโต๊ะไม่นานน้องชายก็เดินออกมาจากห้องเขาประหลาดใจกับอาหารเช้าบนโต๊ะทำให้เขากลัวนิดๆว่าพี่ชายมาแปลกเย็นนี้เขาจะเจออะไรรึเปล่าปกติหม่อนทานข้าวเช้าที่โรงเรียนตลอด

“เอ่อเมื่อคืนพี่นอนไม่ค่อยหลับน่ะเลยตื่นขึ้นมาทำข้าวให้หม่อน กินสิอร่อยกว่าที่โรงอาหารเยอะเลย”

“ขอบคุณครับ”หม่อนนั่งลงกันย์ก็ตามมานั่งลงที่เก้าอี้ตรงข้ามทั้งสองทานอาหารกันเงียบๆ หม่อนสังเกตว่ากันย์แอบมองเขากินข้างผัดเป็นระยะจึงพูดขึ้น

“อร่อยดีนะพี่กันย์”แค่เสียงอ่อนหวานเปล่งออกมาเบาๆแต่กลับทำให้คนเป็นพี่ร่าเริงขึ้นมาทันที

“แค่ดีหรอ”จริงๆแค่น้องชายชมเขาแค่นี้ก็ดีใจจะตายแล้วแต่เขาอยากแกล้งคนตรงหน้าอีกหน่อย

“อร่อยที่สุดเลยก็ได้”คนน้องที่เป็นคนชอบยอก็เผลอตัวพูดเอาใจพี่ชายพร้อมกับใบหน้ายิ้มจนไม่ทันระวังตัวว่าทำให้คนตรงหน้าอยากจะต่อเรื่องเมื่อคืนขึ้นมาอีก

“...”กันย์ไม่ได้ตอบอะไรแค่ยิ้มมุมปากให้คนตรงหน้าแล้วยกจานไปเก็บล้าง

หม่อนเคี้ยวข้าวไปเรื่อยๆแต่ก็ต้องตกใจเพราะอยู่ๆกันย์ก็เดินมาคว้าที่เอวแล้วกดปลายจมูกลงที่หลังคอขาว

“อึก พี่กันย์!”รีบกลืนข้าวจนเกือบจะสำลักแต่ก็ยังไม่ลืมที่จะปรามร่างสูง

“เออพี่ทำแค่นี้แหละไม่ยุ่งอะไรเราหรอก”คนพี่พูดเสียงอ่อนแล้วเดินไปนอนที่โซฟาทันที

“ดูสิเสื้อยับหมดเลย”คนน้องพอหลุดออกมาได้ก็ไม่สนใจเอาแต่บ่นๆ

“จะบ่นอีกนานไหมถ้ายังไม่หยุดพี่จะต่อล่ะนะ”เสียงเข้มดังขึ้นจากปากของคนที่นอนอยู่บนโซฟาทั้งที่เปลือกตาปิดลงไปแล้ว

“...”หม่อนไม่กล้าแม้แต่หายใจ

“จะไปโรงเรียนเลยไหมพี่จะได้ไปส่ง”คนพี่พูดขึ้นทั้งที่อยู่ในท่าเดิม

“ครับ”หม่อนกลายเป็นคนพูดน้อยทันที

ไม่นานทั้งสองก็พากันมาที่ลานจอดรถ หม่อนไปนั่งที่ข้างคนขับทันทีที่พี่ชายสตาร์ทรถ ร่างเล็กเป็นคนขี้ร้อนร่างสูงรู้ดีจึงรีบเปิดแอร์ให้

“พี่เมื่อไรแอร์จะเย็น”หม่อนนอกจากจะขี้ร้อนยังใจร้อนอีกด้วย

“ใจเย็นสิหม่อนถามแบบนี้ทุกวันไม่เบื่อหรอ”คนพี่พูดอย่างใจเย็นพยายามปรับแอร์ให้น้องชายแล้วค่อยๆเคลื่อนรถออกจากลานจอดรถกันย์พยายามขับรถไม่ช้าไม่เร็วมากเพราะตอนเขาฝึกใหม่ๆเขาขับรถเร็วมากจนหม่อนกลัวไม่กล้านั่งด้วย

ไม่นานรถยนต์สีมุกก็ขับมาอยู่หน้าประตูโรงเรียน

“พี่ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าจอดหน้าประตูอายเขา”

“เออลืม...”กันย์เบื่อจะฟังน้องชายบ่นและอีกอย่างเขาไม่ตั้งใจจะจอดที่หน้าประตูโรงเรียนแต่เขาแค่ขับเพลินไปหน่อย เขาแก้ตัวสั้นๆแล้วโน้มหน้าลงไปหอมแก้มน้องชายอย่างรวดเร็ว

“...”หม่อนไม่ตอบอะไรได้แต่ทำหน้าตึงแล้วรีบออกจากรถทันที

“ปึง”เสียงปิดประตูรถเบาๆ

หม่อนเดินเข้ามาในโรงเรียนพยายามมองหาเพื่อนแต่ก็ไม่เจอสงสัยเขาต้องเดินไปดูที่โรงอาหารสักหน่อย

“หม่อนทางนี้”เสียงเข้มดังออกมาจากโต๊ะใดโต๊ะนึงของโรงอาหารจนเจ้าตัวเจอแล้วจึงรีบเดินไปนั่งที่เดียวกับเพื่อนของตน

“แทนกินข้าวยัง”พอนั่งลงได้สักพักหม่อนก็สังเกตได้ว่าไม่มีจานข้าววางอยู่ตรงหน้าเพื่อนของเขาอย่างเป็นปกติทุกวัน

“อ่อ เรากินหมูปิ้งหน้าโรงเรียนมาแล้วหม่อนอะ”สายตาคมพอพูดจบก็เลื่อนมาสนใจคนตรงหน้าจากที่มัวแต่มองอะไรสักอย่างอยู่

“พี่เราทำให้กินแล้ว”คำตอบของหม่อนทำให้คนตรงประหลาดใจ

“พี่กันย์อะนะ”แทนถามด้วยใบหน้าที่ออกจะประหลาดใจนิดๆ

“อืมพี่เราทำอร่อยนะว่างๆเดี๋ยวพานายไปกินฝีมือพี่เรา”

“พี่กันย์นี่ดูท่าจะหวงหม่อนเราไม่ไปดีกว่าเดี๋ยวอายุสั้น”

“บ้า ไม่ขนาดนั้น”หม่อนตอบถึงเขาจะรู้สึกว่ากันย์หวงเขาทุกครั้งที่อยู่ต่อหน้าเพื่อนของหม่อน แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะไม่เป็นมิตรด้วย

 “แทนไปคุยด้วยกันหน่อยดิ”อยู่ๆรุ่นพี่คนหนึ่งเดินเข้ามาหาแทนหม่อนเห็นหน้าเขาบ่อยแต่ก็ไม่เคยชินและก็ไม่สนิทด้วย

“ห้ะ อะไรเนี่ยพี่!! จะคุยเรื่องคุยตรงนี้ไม่ได้หรอ”แทนพูดเหนื่อยๆ รุ่นพี่คนเดิมแอบกระซิบกับแทนจนหม่อนไม่ได้ยินว่าพูดอะไรกัน แต่แทนก็พยักหน้าแล้วหันมาหาหม่อน

“เดี๋ยวมานะ”

“อะอืม...”หม่อนพยายามทำน้ำเสียงให้เป็นปกติไม่สนใจสายตาของรุ่นพี่ชมรมกีฬาที่มาเรียกตัวเพื่อนของเขาไป

 

หม่อนนั่งรอแทนอยู่ที่เดิมจนเบื่ออยากจะเข้าแถวเร็วๆแต่ยังเหลือเวลาอีกตั้งเยอะ

“ไงมึง”พอเห็นหน้าได้ยินเสียงเพื่อนที่รู้ว่าจะไม่ได้อยู่ห้องเดียวกันทั้งที่ตอนม.ต้นจะไปไหนแทบจะตัวติดกันชอบอะไรเหมือนๆกันแต่กลับชอบสายเรียนที่ต่างกัน

“กานต์”หม่อนเอ่ยชื่อเพื่อนที่ตัวเล็กพอๆกับเขาแต่ส่วนสูงมากกว่าเขาอยู่ดี

“ยิ้มหน้าบานเป็นจานดาวเทียมเลยนะมึง”ทั้งที่ต่อว่าคนตรงหน้าไปแต่เขาก็ยิ้มหน้าบานไม่แพ้กัน

“คิดถึงว่ะ กูอยู่ห้องนี้ไม่มีความสุขเลยเพื่อนก็ไม่สนิทย้ายสายไปเรียนห้องเดียวกับมึงดีไหม”หม่อน

“พอเลยกูก็เหมือนกันนั่นล่ะทนหน่อยดิเดี๋ยวก็มีเพื่อนหน่า”กานต์ตอบ เขามีความเป็นผู้ใหญ่กว่าหม่อนเยอะคิดอะไรรอบคอบมีแต่หม่อนที่สร้างเรื่องต้องให้เขามาช่วยแก้เสมอ

“มันเหงานะเว้ย”หม่อนพูดเสียงอ่อนซึ่งเขาไม่ค่อยจะพูดแบบนี้กับใครนอกจากพี่และเพื่อนสนิทของเขา

“เว่อร์ๆ อย่ามาสวมเขากูเลยไอหม่อนก่อนหน้าที่กูจะมานั่งนี่กูเห็นนะเว้ยมึงคุยกับใครน่ะ  เราอย่างนู้นเราอย่างนี้”กานต์ทำเสียงเล็กพอถึงประโยคท้าย

“มึงนั่งอยู่ตรงไหนว่ะกูไม่เห็นเลย”

“ไม่บอก มึงเคยสนใจไรบ้างหม่อนมึงเดินผ่านกูไปเอาแต่วิ่งหาไอแทน”พูดด้วยน้ำเสียงงอนๆ

“เอ้าก็กูมองหาเพื่อนอยู่”

“จำไว้เลยนะหม่อน”กานต์ก็ยังคงทำเป็นงอน

“ไม่จำอะ”หม่อนพูดไม่แคร์เพื่อนที่เขาก็รู้ว่าเป็นคนที่หายโกรธง่าย

“เออแล้วแต่มึงเลยเย็นนี้ไปดูหนังกันไหมเขายกเลิกเรียนร.ด.”กานต์เปลี่ยนเรื่อง

“จริงดิกูไม่เห็นรู้เรื่องเลย”หม่อน

“เอออาจารย์เขามาบอกกูเดี๋ยวก็คงประกาศในห้องมึง”

“ไปหอกูดีกว่าอยากฟังมึงดีดกีต้าร์เห็นมึงเพิ่งหัดกับเพื่อนใหม่มึงไม่ใช่หรอ”หม่อน

“เออก็ได้วันนี้กูเอากีต้าร์มาพอดีเลย”กานต์ตอบแบบไม่คิดอะไรที่จะไปหอหม่อนคงเพราะกันย์ไว้ใจกานต์ล่ะมั้งเผลอๆเอ็นดูกานต์พอกับหม่อนเลย

“ค่าเล่นให้ฟังขอเป็นสุกี้ได้ป่ะ”กานต์ถามเสียงทะเล้น

“โทรบอกพี่กันย์ว่ามึงจะไปหอเขาก็รีบกลับมาทำให้มึงกินอยู่แล้ว กูอยู่ด้วยทุกวันสุกี้ไม่ค่อยจะได้กินเลย”หม่อน

“กินสองคนไม่อร่อยมั้ง อีกอย่างแค่มึงตักผักในหม้อน้ำก็ลวกมือ กูเพลียกับมึงจริงๆ”กานต์ตอบ

“เออวันนี้มึงก็ตักให้กูล่ะกัน”หม่อนตอบยิ้มๆและยอมรับว่าที่เพื่อนพูดมามันคือความจริง

“เฮ้อ..”กานต์ถอนหายใจ

 

“กานต์รอนานป่ะพอดีวันนี้อาจารย์เขาตรวจงานรายคน”หม่อนเดินออกมาจากห้องแล้วรีบเดินมาหาเพื่อนที่ระเบียง

“ไม่อะ”กานต์ตอบสายตาชำเลืองมองไปที่คนตัวสูงข้างหลังหม่อน

“อ่อ แทน นี่กานต์เพื่อนเรา”หม่อน

“หน้าใสจัง ใช้โฟมยี่ห้อไรอะ”แทนที่ติดใจกับใบหน้าใสๆของเพื่อนหม่อนจริงๆเขารู้จักคนๆนี้มานานแล้ว ก็คนหล่อทำอะไรมันก็น่าสนใจไปหมดไหนจะเพื่อนๆผู้หญิงก็พูดถึงเขา เห็นว่าจะได้ถือป้ายโรงเรียนในงานกีฬาสีด้วย

“หึ”คนถูกถามไม่พูดอะไรได้แต่ยิ้มขำ

“กานต์มันหน้าใสของมันอย่างงี้ตั้งนานแล้วล่ะแทน”หม่อนตอบแทนเพื่อนที่ชอบหยิ่งไม่เข้าเรื่อง กานต์มักจะมีอาการแบบนี้กับคนที่เขาไม่อยากจะรู้จักด้วยอยู่แล้วสงสัยจะงอนเรื่องเมื่อเช้าล่ะมั้ง

“มึงก็หล่อของมึงอยู่แล้วยังอยากจะหล่อกว่านี้อีกหรอ”อยู่กานต์ที่ดูเหมือนจะไม่พูดอะไรอีกก็พูดขึ้นมาอย่างเป็นกันเองกันอีกฝ่าย

“กูก็อยากจะมีออร่าแบบมึงบ้างไม่ได้หรอ”แทน พอเห็นว่ากานต์ใช้คำพูดที่สนิทสนมด้วยตัวเองก็ใช้บ้าง

“เออนี่มึงจะไปหอหม่อนด้วยหรอ”กานต์

“ไม่อะเดินมาส่งเฉยๆเดี๋ยวจะไปซ้อมบอล”แทน

“เออไปเหอะ แยกๆ”กานต์พอพูดจบก็ลุกขึ้นยืนเต็มความสูงซึ่งเขาก็หงุดหงิดนิดๆที่ความสูงต่างจากแทนมาก แต่เจ้าตัวก็ทำเป็นไม่สนใจเดินนำหม่อนไปส่วนหม่อนก็รีบไปเดินข้างๆพร้อมกับโบกมือลาเพื่อนตัวสูงของเขา

“มึงนี่แปลกๆนะ ตอนแรกทำเหมือนไม่อยากรู้จัก”หม่อนตัดพ้อ พอเดินห่างจากแทนได้พอสมควร

“กูไม่ได้หยิ่งขนาดนั้น”กานต์ตอบ

“เออเพื่อนผู้หญิงห้องกูชอบมึงด้วยล่ะก็เห็นเอารูปแอบถ่ายมึงมาดูเต็มเลยเดี๋ยวนี้ฮอตนะ”หม่อนพูดขึ้นแสดงถึงความที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลยว่าเพื่อนของเขาก็มีคนรู้จักเขาเยอะอย่างนี้อยู่แล้วคงเป็นเพราะเมื่อก่อนอยู่ห้องเดียวกันก็รู้จักแค่ในห้อง

“กูฮอตของกูมาตั้งนานล่ะ มึงน่ะไม่เคยสนใจอะไรเลย”กานต์ตอบตามจริง

“จริงหรอ!!”ใบหน้ากับน้ำเสียงประหลาดใจของหม่อนทำให้คู่สนทนาอยากจะกลับบ้านไปกินยาแก้ปวดแล้วนอนมากกว่าเดินคุยกันจนกว่าจะถึงหอซะอีก

“เออจริงดิ ช่วยถือกีต้าร์หน่อยหนัก”กานต์ที่แบกกีต้าร์ทั้งสะพายกระเป๋านานๆมันทำให้เขาเริ่มปวดหลัง

“มาๆเดี๋ยวถือให้”หม่อนพอยื่นมือไปรับกีต้าร์จากกานต์มาได้ตัวก็เอียงไปเลย กานต์ยิ้มขำเพื่อนก่อนจะดึงกระเป๋าของหม่อนดูเหมือนว่าจะเบากว่ากีต้าร์ของเขามาถือแทน

“ตัวเอียงเลยนะมึงเดี๋ยวกูถือกระเป๋าให้”กานต์ล้อ

“ก็มันหนักอะ”หม่อนพูดพลางสะพายกีต้าร์ขึ้นไหล่

“ซื้อมาแพงไหม”หม่อน

“ก็ไม่อะแค่แม่บ่นอาทิตย์นึง”กานต์ว่าพลางนึกถึงใบหน้าแม่ของเขาเมื่ออาทิตย์ก่อนที่เขาอ้อนแม่แทบตายเพื่อจะให้ท่านอนุญาติให้ใช้เงินส่วนตัวซื้อกีต้าร์ตัวนี้มา

“มันก็เงินมึงไม่ใช่หรอ”หม่อนถามด้วยใบหน้าสงสัย

“เออแต่แม่กูคงกลัวกูใช้ฟุ่มเฟือยมั้งยังไงเงินเก็บกูมันก็มาจากแม่”กานต์ตอบ

“อืม”หม่อน

ไม่นานทั้งคู่ก็เดินมาถึงป้ายรถเมล์รอไม่นานรถประจำทางก็มาจอดที่ป้ายซึ่งเป็นรถปรับอากาศแบบที่หม่อนเคยชิน แต่กานต์ชอบขึ้นรถโดยสารแบบธรรมดามากกว่าเพราะมันถูกแต่เห็นเพื่อนไม่สะดวกและข้าวของเยอะแยะเลยเลือกขึ้นรถปรับอากาศ ปกติถ้าวันไหนเขานั่งรถเมล์กับหม่อนก็ต้องขึ้นรถปรับอากาศอยู่แล้ว มีอยู่ครั้งนึงที่เขาเคยพาหม่อนขึ้นรถธรรมดาเห็นสภาพเพื่อนแล้วสงสาร แก้มฝาดขึ้นสีไหนจะเหงื่อที่ไหลพลั่กอย่างกับเขื่อนทำให้เขารู้ว่าหม่อนขี้ร้อนแค่ไหน

ขึ้นรถมาได้ยังไม่ทันหายร้อนกานต์ก็ต้องตกใจที่เจอพี่ชายของตนนั่งคู่กับอยู่กับติดริมหน้าต่างซึ่งฝ่ายนั้นยังไม่เห็นเขากานต์ไม่คิดจะไปทักพี่ชายของตนเพราะเจอหน้ากันที่บ้านบ่อยแทบจะฝังลึกเข้าสมองกานต์เลือกเดินไปยืนที่ที่อยู่ไกลจากพี่ชายของตนแต่...

มือเล็กของเพื่อนกลับดึงเขาไปนั่งหน้าถัดจากที่นั่งของพี่ชายเข้าพอดี

“ไอหม่อนกูไม่อยากให้พี่กูเห็น”กานต์ก้มหน้ากระซิบข้างหูหม่อนแต่มันก็ไม่ทันเสียแล้วเพราะพอเขาเงยหน้าขึ้นมาสิ่งแรกที่เขาเห็นคือตาโตที่ออกจะคมหน่อยๆเหมือนเขามองมาที่เขาพร้อมกับยิ้มประมาณว่าไอน้องมึงหนีเที่ยวหรอ

“ดีหม่อน”กวินรับไหว้หม่อนที่นั่งหน้าเขาส่วนกานต์ก็นั่งหน้าเพื่อนของเขา

“เฮ้ย ไอกานต์”พอเห็นน้องชายทำเป็นไม่สนใจบวกกับที่ชอบแกล้งน้องอยู่แล้วมือก็คว้าหัวของน้องชายผู้เป็นที่รัก?มาโยกเล่น

“โอ๋ย หัวนะครับไม่ใช้เกียร์รถโยกจัง”กานต์พูดด้วยน้ำเสียงแค้นๆ

“ไอกวินมึงก็แกล้งมันจัง”เพื่อนที่นั่งข้างๆปราม

“เออพี่ตอมหยุดมันที”กานต์พูดกับเพื่อนของพี่อย่างคุ้นเคยก็มาบ้านเขาแทบทุกวัน

“หือ ไอตอมมันสั่งมึงอะ จัดการดิ้”กวินพูดด้วยน้ำเสียงทีเล่นทีจริง

“กูจะจัดการมึงก่อนนี่ล่ะ อย่าไปแกล้งมัน” อะตอมปรามและอยากให้มันจบๆไปซักทีเขาเห็นพี่น้องคู่นี้ทะเลาะกันจนเบื่อทะเลาะกันทุกเรื่องตั้งแต่เรื่องเล็กๆจนไปถึงเรื่องใหญ่อย่างเมื่อวานที่เขาดูสองพี่น้องพลัดกันเล่นกีต้าร์หลังจากที่ตกลงกันได้หลังๆก็แย่งกันกีต้าร์เกือบพังเขาจึงอาสาเป็นคนจับเวลาให้จะได้หยุดทะเลาะกันแต่ก็ยัง ยังมีเรื่องให้ทะเลาะกันแม้กระทั่งเลือกเพลง ใครจะดีดเพลงไรก็ดีดสิวะไอคนไม่ได้เล่นก็ยุ่งจัง จากที่เขาจะไปฟังสองคนดีดกีต้าร์กลับต้องเป็นกรรมการมวยปล้ำแทนเพราะพอคนเล่นทนคนยุ่งกับเพลงที่ดีดไม่ไหวก็เข้าไปตะลุมบอนกัน อะตอมคิดถึงเรื่องเมื่อเย็นวานอย่างปลงๆ เห็นวันนี้มีเรียนน้อยจึงชวนเพื่อนไปดูหนังแก้เครียดกลับมาเจอตัวทำปฏิกิริยาซะงั้น

“ทำไมวันนี้ไม่กลับบ้านจะไปเที่ยวไหน”กวินถามน้องชายของตนโดยที่มือของเขาก็ไม่ได้ยุ่งวุ่นวายกับหัวของกานต์แล้ว

“ไม่เผือก”กานต์ตอบด้วยใบหน้ารำคาญเขาจะไปไหนพี่จำเป็นต้องรู้ด้วยหรอทีเขายังไม่ถามเลย

“กูจะบอกแม่ดีไหมว่าขาเก้าอี้มันหักเพราะใคร”กวินไม่สนคำด่าของน้องชายสักนิด

“ไปหอหม่อนโว้ย”กานต์พอได้ยินประโยคที่ออกจากปากของพี่ชายก็รีบหันหน้าไปตอบ

“ให้กูไปรับไหมหรือให้ไอกันย์ไปส่งที่บ้าน”กวินถาม

“วันนี้พี่กลับเร็วหรอ”กานต์ถามแกมแปลกใจเพราะปกติพี่ชายของเขากลับดึกตลอด

“อือ จะได้ไม่ต้องลำบากไอกันย์มัน”

“งั้นเดี๋ยวจะกลับแล้วจะโทรบอกนะ”กานต์ตอบอย่างว่าง่ายจริงๆเขากลับเองก็ได้เพราะหอของหม่อนไกลจากบ้านเขานิดเดียวแต่ไหนๆมีแต่คนอยากรับอยากส่งเขาก็ตกลงจะได้ไม่เปลืองเงิน

“กานต์จะถึงแล้ว”หม่อนพูดขึ้น

กานต์ยกมือไหว้พี่ๆแต่ไม่พูดอะไรส่วนหม่อนก็โบกมือลาปกติทั้งสองลงจากรถเมล์แล้วเดินขึ้นตึกไปที่ห้องของหม่อน

“แอด”หม่อนเป็นคนเปิดประตูเข้าไปคนแรก

“เออพี่มึงกลับกี่โมงอะ”กานต์

“ไม่รู้ดิแต่น่าจะกลับเร็วนะไม่เห็นบอกอะไร”หม่อพูดก่อนจะหยิบมือถือของตนออกมาโทรหาพี่ชาย

ว่าไงหม่อนไม่นานกันย์ก็รับโทรศัพท์

“พี่กันย์วันนี้หม่อนพากานต์มาบ้านนะ”หม่อนพูดด้วยน้ำเสียงที่ต่างจากที่พูดกับกานต์เมื่อครู่จนคนที่อยู่ข้างๆรู้สึกได้

เดี๋ยวรีบกลับล่ะกันจะซื้อของทำสุกี้ไปให้กันย์ตอบอย่างเคยชิน

“คร้าบแค่นี้นะ”หม่อน

อืมจบประโยคสายก็ตัดไป

“กินสุกี้อีกแล้วล่ะสิ”กานต์พูดยิ้มๆ

“พูดอย่างงี้ไม่อยากกิน”หม่อนถาม

“พี่กันย์เขาตั้งใจจะทำกูจะไปขัดศรัทธาเขาทำไม”กานต์ตอบแล้วเดินไปเปิดประตูห้องหม่อนเหมือนเป็นบ้านตัวเอง

“จัดมาเลยครับน้องอยากได้เพลงไร”กานต์พอลงไปนั่งที่เตียงของหม่อนและหยิบกีต้าร์ขึ้นมาได้ก็ถามด้วยน้ำเสียงเล่นๆ

 

  กานต์กับหม่อนนั่งเล่นกันอยู่ในห้องนานจนกันย์กลับมาพร้อมถุงที่เต็มไปด้วยผัก แล้วก็เนื้อสัตว์ต่างๆสำหรับทำสุกี้และทีมที่ตามมากินสุกี้ด้วยอีกคนส่วนว่านกับออฟของกลับหอไปปั่นงานก่อนทั้งสี่คนช่วยกันทำสุกี้คุยเล่นกันไปเรื่อยจนถึงเวลาที่กานต์รู้ตัวว่าต้องกลับบ้านแล้ว

“กานต์จะกลับยังเดี๋ยวพี่ไปส่ง”กันย์ถาม

“ไม่เป็นไรพี่กันย์ผมโทรให้พี่มารับแล้ว”กานต์ตอบพี่ชายของเพื่อนด้วยน้ำเสียงสุภาพกว่าคุยกับพี่ของตนซะอีก

“กานต์หน้ามึงคุ้นๆเหมือนคนที่ม.กูเลย”ทีมที่นั่งนึกอยู่ตั้งนานว่าจะถามหรือไม่ถามดีก็ตัดสินใจถามขึ้นมา

“ก็ไอกวินไง กานต์อะน้องมัน”กันย์ตอบ

“เออถึงว่า แต่กานต์หน้ามันเข้มกว่าเนาะ ไอกวินหน้ามันละมุนๆหน่อย”ทีมพิจารณา

“แล้วมึงอะ”กันย์ถามเพื่อนของตนที่เอาแต่วิเคราะห์ใบหน้าของคนอื่น

“กูหรอ ก็มีแต่คำว่าหล่อไง แถมน่ารักด้วยนะ”ทีมพูดด้วยน้ำเสียงแอ๊บๆจนทำให้คนฟังหัวเราะ

เสียงเคาะประตูดังทำให้กันย์รู้ว่ากวินมาแล้วเจ้าตัวจึงเดินไปเปิดประตูทีมก็เดินตามไปติดๆ ส่วนกานต์ยังนั่งอยู่ที่โต๊ะกินข้าว

“ไอกวินเป็นไงบ้าง กินสุกี้ไหม”

“กูอิ่มแล้ววันนี้กูไม่ว่างคุยกับมึงว่ะกันย์กูต้องรีบแวะไปแก้งานบ้านไอตอมอีก”

“อ้าวทำไมรีบขนาดนั้นวะหรือ...”

“เออดิพรีเซ้นพรุ่งนี้งานก็ผิดอีกกูก็บอกไอตอมให้ดูงานตั้งนานล่ะว่าอะไรมันผิดจะได้รีบแก้แล้วพรุ่งนี้ ละออง จะด่ากูไหมเนี่ย”กวิน

ใครบางคนที่กวินพูดถึงทำให้ทีมที่ไม่ค่อยพูดคุยกับกวิน ก็ถามขึ้นมา

“ละอองอยู่กลุ่มมึงอะนะแล้วเพื่อนเขาไปไหน”ทีม

“คราวก่อนละอองไม่มาเรียนเพื่อนก็ไม่รู้จะช่วยยังไงเพราะกลุ่มเต็มเลยให้มาอยู่กลุ่มกูกูที่เป็นเศษกับอะตอมเลยรับมาด้วยความยินดี ละอองเห็นหน้านิ่งๆอย่างงั้นก็นิสัยดีนะกูอยู่ห้องเดียวกับเขาตั้งแต่ม.ปลายเพิ่งจะได้ร่วมงานกันนี่ล่ะ”

“จะจีบเขารึไง”ไม่ใช่ทีมแต่เป็นกันย์ที่ถามด้วยน้ำเสียงเล่นๆแต่ทำให้ใครบางคนฟังอย่างตั้งใจ

“มึงกูรีบหน่าเดี๋ยวค่อยมาคุย ไอกานต์มึงจะนั่งอยู่อีกนานไหมมึงนอนนี้ไปเลยแล้วกัน”กวินรีบเปลี่ยนเรื่องแล้วเดินหนีออกมาโดยไม่รอกานต์ที่รีบเก็บของและลาเจ้าของหอรวมถึงทีมด้วยแล้วรีบวิ่งตามพี่ชายของตนไป

“กันย์กูค้างหอมึงหน่อยดิ พรุ่งนี้กูไม่มีเรียน”ทีมพูดน้ำเสียงนิ่งๆ

“เออแล้วแต่มึงเหอะ”กันย์ที่ทำเป็นไม่สนใจอาการของเพื่อนเพราะอาการแบบนี้ทีมมักจะเป็น เป็นช่วงๆเดี๋ยวก็กลับมาดีเหมือนเก่าถึงไปเซ้าซี้ถามยังไงเจ้าตัวก็ไม่ยอมบอกอยู่ดีเผลอๆจะทะเลาะกันอีก


100/100

ดีค่า ไรต์ว่าจะลงอาทิตย์นึงอย่างน้อยสองตอนค่ะเพราะช่วงปิดเทอมไรต์ว่างแต่ช่วงสงกรานต์ไรต์อาจไม่ได้มาลงToT อ่านจบแล้วเม้นเป็นกำลังใจให้คนแต่งด้วยเด้อติชมได้ค่าาา           



 

 สำหรับใครที่ยังไม่ติดตามกดที่รูปค่าาา

 

 

 

 

 

 

 

 

 


10 ความคิดเห็น