BROTHER รักต้องห้าม...จริงรึเปล่า?(จบ)

ตอนที่ 15 : Chapter 13 The end.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 74
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    12 พ.ค. 60



Chapter13

หม่อน...

รักหม่อนความรู้สึกเมื่อได้ยินเสียงแหบพร่ากับลมหายใจอุ่นร้อนกระทบใบหูมันยังคงอยู่ ความสุขมันล้นหัวใจเหลือเกินถ้าไม่นึกถึงว่าจะมีใครมารู้เรื่องของเรา

“พี่กันย์”ผม

“หืม หิวหรออีกไม่นานก็ถึงบ้านแล้วหม่อน”พี่กันย์ตอบ

“ผมไม่ได้หิวครับ แค่รู้สึกไม่ดี”ผมว่าพลางมองออกไปนอกกระจกรถมีแต่ตึก

“ทำไมล่ะ อย่าคิดมากไปเลย”พี่กันย์เอามืออีกข้างนึงที่จับพวงมาลัยอยู่มาจับหัวผมพร้อมกับโยกไปมา

“ผมกลัวว่าพ่อจะรู้”ผม

รถถูกจอดเมื่อติดไฟแดงประมาณครึ่งนาทีพี่กันย์หันหน้ามาที่ผมเขามองผมอย่างหนักใจ

“ไม่แน่พอไปถึงบ้านหม่อนอาจจะเปลี่ยนใจ”เขายิ้มจริงใจมาให้ผมซึ่งมันไม่ได้มีบ่อยๆ

“ทะทำไม”ผม

“...”เขาไม่ตอบหลังจากนั้นราก็ไม่ได้พูดกันอีก ผมเอาแต่คิดว่าอะไรจะมาทำให้ผมเปลี่ยนใจได้ ในตอนนี้ผมมีแต่เขาหรือว่า...

หม่อน... /จบ

เมื่อมาถึงบ้านหลังโตที่ทั้งสองคนห่างหายไปนาน ทั้งคู่เดินลงมาจากรถพร้อมกับเดินไปที่ห้องประจำของพ่อแม่

“แอด”เสียงเปิดประตูแผ่วเบาแต่กลับทำให้ใจของร่างเล็กที่อยู่ข้างๆผู้เป็นพี่สั่นไหว

ภายในห้องมีชายวัยกลางนั่งอยู่ข้างภรรยายวัยเดียวกับเขาทั้งสองยิ้มต้อนรับผู้มาเยือนทั้งสอง

“พ่อ แม่สวัสดีครับ”ทั้งสองยกมือไหวคนวัยกลางที่นั่งอยู่ตรงโซฟากลางห้อง

“มานั่งนี่ก่อนสิหม่อน กันย์”ทั้งสองเดินไปนั่งโซฟาตรงข้ามกับคนชวน

“คิดถึงจัง ฝ้ายก็คงคิดถึงเหมือนกัน”หลังจบประโยคของชายที่ร่างเล็กเรียกว่าป๊า มาตลอด ใจของเขาสั่นไหวพร้อมกับน้ำตาที่คลอ

“แม่...”ร่างเล็กแทบจะพูดไม่ออกเมื่อเจอคนที่เขาเฝ้ารอให้กลับมาตลอดเดินเข้าทางประตูเดียวกับที่เขาเพิ่งเข้ามา

“หม่อน”หญิงสาวอายุไม่น้อยแต่ก็ยังคงความเยาว์วัยเอาไว้เดินมากอดจากข้างหลังของเขา ก่อนที่เธอจะเดินไปนั่งข้างๆ จับใบหน้าของลูกชายมาดูอย่างคิดถึง

“โตแล้วนะเรา”ใบหน้าขาวที่มีริ้วรอยนิดๆยิ้มออกมา ตาของร่างเล็กพล่ามัวไปหมดเพราะน้ำตาที่ไหลออกมาไม่หยุด

“ฮึกๆ แม่ผมคิดถึง”เขากอดร่างที่เขาคิดถึงมาตลอด

“ไม่ร้องนะครับหม่อนหนูโตแล้วนะ”เสียงปลอบประโลมอ่อนหวานของร่างที่เขากอดอยู่มันยิ่งทำให้น้ำตาของเขาไหลไม่หยุด ความทรงจำที่เขามีอยู่น้อยนิดมันหวนกลับมาทำให้เขาคิดถึง

“แม่จะกลับมาอยู่กับหม่อนใช่ไหม จะไม่ทิ้งหม่อนไปไหน”เขาผละกอดออกก่อนจะมองใบหน้าแม่ของเขาที่เปื้อนน้ำตาน้อยๆ

“ครับ แม่พาคนที่หม่อนควรจะเรียกว่าพ่อได้อย่างเต็มปากมาแล้วนะ”เธอหอมแก้มลูกของตัวเองก่อนจะตะโกนเรียกชื่อพ่อของลูก

“มิ่งค่ะ”ฝ้าย

ร่างสูงโปร่งเดินมาที่พวกเขานั่งอยู่ยกมือไหวพ่อแม่ของกันย์ก่อนจะเดินมาที่ครอบครัวของตัวเอง

ร่างเล็กเบิกตากว้างเมื่อเห็นคนเป็นพ่อของตัวเองถึงเขาจะจำหน้าแทบไม่ได้แต่ใบหน้านั่นคล้ายกับเขา

“หม่อน นี่พ่อนะขอโทษที่ไม่ได้ดูแลเราตั้งแต่เล็ก”ชายวัยกลางมองหน้าลูกชายอย่างพินิจพลางคิดว่าใบหน้าแทบจะถอดแบบออกมาจากแม่แต่ติดที่ตากลมปรือเหมือนเขา กับปากบางๆนั่น

“พ่อ...”หม่อนว่าพลางกระเถิบตัวเข้าไปหาแม่ของเขา ฝ้ายได้แต่ส่ายหน้าขำๆกับลูกชายที่ไม่คุ้นกับพ่อตัวเองเธอลูบหัวลูกเบาๆก่อนจะส่งสายตาไปให้สามีเข้ามาใกล้ๆ

มิ่งเข้าไปใกล้ร่างทั้งสองก่อนจะกอดทั้งสองคนไว้

 

หลังจากที่ทั้งสามได้พบกัน มิ่งก็หันไปขอบคุณพ่อแม่ของกันย์ที่คอยดูแลลูกชายของตนมาตลอดพร้อมกับทำความรู้จักกับกันย์

“ขอบคุณนะที่มาเป็นพี่หม่อนให้น้า”มิ่ง

“ยินดีครับ”กันย์ตอบพร้อมกับระบายยิ้มไปให้พ่อของหม่อน

“ต่อไปนี้ พวกผมจะเอาหม่อนไปอยู่ด้วยแล้วคงไม่รบกวนอะไรอีก ถ้ามีอะไรให้พวกเราช่วยก็บอกได้นะครับ”มิ่งหันไปบอกชายรุ่นเดียวกันทีนั่งคู่กับภรรยาของเขา

“ได้สิ แต่กันย์มันคงคิดถึง หม่อนแย่เลย”กลับเป็นภรรยาที่ตอบเอง

“มีเวลาพวกเราจะพามาเยี่ยมนะคะ”ฝ้ายว่าพลางกอดลูกชายของตนเอาไว้ คนในอ้อมกอดถึงจะคิดถึงแม่ยังไงแต่เขาก็ตัดใจจากคนที่เขารักไม่ได้อยู่ดี ในใจคิดแต่ว่าจะทำยังไงดีจะบอกสิ่งที่ตนต้องการออกไปหรือจะเก็บและลืมเรื่องนี้ไปซะ ตากลมปรือมองไปที่ร่างสูงใบหน้าไม่แสดงสีอารมณ์อะไรออกมามีแต่ความว่างเปล่ายิ่งทำให้ร่างเล็กคิดหนัก ถ้าเขาบอกความต้องการของตนออกไปอีกฝ่ายจะพอใจไหม?

 

กันย์...

หลังจากนั้นผมก็พาหม่อนมาเก็บของออกไปจากหอ ร่างเล็กแทบไม่มองหน้าผมเลย เขาเอาแต่เก็บของใส่กระเป๋าและลังที่เตรียมมา ถ้าผมบอกออกไปเขาจะหาว่าเห็นแก่ตัวไหม

“หม่อนมาพี่ช่วย”ผมเดินเข้าไปใกล้คนตัวเล็กเพราะทนเห็นเขายกกองหนังสือหนักไม่ไหว

“ขอบคุณครับ”เขาตอบผมด้วยน้ำเสียงซึมๆแต่ที่ไมผมรู้สึกว่ามันห่างเหินเหลือเกิน

“หม่อนจะกลับมาหาพี่เมื่อไหร่ก็ได้นะ”ผม

“พี่รู้อยู่แล้วใช่ไหมว่าผมไม่ใช่น้องแท้ๆของพี่”ผมแทบตั้งรับไม่ทันกับคำถามของร่างเล็ก

“...พี่รู้มาตั้งแต่หม่อนมาอยู่บ้านหลังเดียวกับพี่แล้ว”ผมตอบ

ร่างเล็กไม่พูดอะไรเขาวางกองหนังสือไว้ที่พื้นก่อนจะยกแขนเสื้อขึ้นมาเช็ดน้ำตาที่เปื้อนขอบตาสีอ่อน ผมวางตัวไม่ถูกไม่รู้ว่าเขาคิดอะไร

“ฮึกๆ พี่เห็นผมเป็นแค่ของเล่นใช่ไหม”แค่ประโยคเดียวผมก็พอจะรับรู้ได้ว่าเขาคิดอะไรผมเดินเข้าไปกอดร่างเล็กจากด้านหลังพร้อมกับกระซิบข้างหู

“พี่เคยบอกหม่อนแล้วไม่ใช่หรอว่าพี่คิดยังไง” ผมว่าพลางมองใบหน้าด้านข้างของหม่อนเจ้าตัวเอาแต่ส่ายหน้า

“ผมอยากอยู่กับพี่ แต่กลัว...”ร่างเล็กสะอื้น

“พี่ก็อยากอยู่กับหม่อน ไม่ต้องกลัวนะ พ่อแม่หม่อนต้องเข้าใจ พี่จะไปคุยให้”

ประโยคนั้นเป็นประโยคสุดท้ายที่เราคุยกันก่อนที่ผมจะพาหม่อนเดินทางไปที่บ้านของพ่อแม่เขา

“อ้าวมาเร็วจัง ของเยอะไหมเดี๋ยวน้าช่วย”น้าฝ้ายเดินมาต้อนรับผมที่หน้าบ้าน บ้านหลังเล็กปลูกพอให้อยู่กันสามคนมีต้นไม้ปลูกไว้รอบบ้านแต่ก็ไม่ได้ดูรกเลย

“เอ่อ น้าฝ้ายครับผมอยากจะบอกอะไรกับน้าแล้วก็น้ามิ่ง”ผมพูดออกไปแล้ว

“หือ หม่อนไม่อยากมาอยู่กับน้าใช่ไหม”น้าฝ้ายถามออกมาได้ตรงประเด็นอย่างรู้ทัน

“ไม่ใช่อย่างนั้นครับแม่หม่อนแค่...”ร่างเล็กจากที่อยู่ข้างหลังผมเขาเดินเข้าไปหาแม่พร้อมกับพูดเสียงติดขัด

“ทำไมครับ อยากอยู่กับพี่กันย์ใช่ไหม”น้าฝ้ายว่าพลางลูบหัวหม่อนด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม ร่างเล็กไม่พูดอะไรได้แต่พยักหน้าตอบ น้ามิ่งก็เดินออกมาพอดี

“ถ้าลูกอยากอยู่กับกันย์ก็ไปอยู่เถอะจะได้ไม่ต้องย้ายของมาให้เหนื่อย แต่มาเยี่ยมพ่อกับแม่บ้างก็พอ”น้ามิ่งพูดกับลูกชายอย่างใจดีเขามองมาที่ผม

“กันย์คงไม่ลำบากใช่ไหม”เขาว่า

“ไม่ครับ ผมก็อยากอยู่กับหม่อน”ผม

“มีอะไรอยากจะบอกแม่รึเปล่าหม่อน”น้าฝ้ายเป็นผู้หญิงฉลาดรู้ทันคน เธอมองแค่ปราดเดียวก็รู้แล้วว่าเรามีอะไรนอกจากนี้

“มิ่ง คุณเข้าไปในบ้านก่อน”น้าฝ้าย

หลังจากที่ลุงมิ่งเดินหายเข้าไปในบ้าน น้าฝ้ายก็หันไปถามหม่อน

“หม่อนต้องบอกแม่นะว่าเราคิดอะไร”เธอว่าพลางจับที่ใบหน้าของหม่อน ผมได้แต่คอยดูอยู่ห่างๆ

“ผม....”หม่อน

“หม่อนไม่ต้องกลัวนะครับ แม่เคยตีเราที่ไหน”น้าฝ้าย

“ผมชอบพี่กันย์”หลังจากที่หม่อนพูดออกไปมันก็ทำให้หัวใจผมพองโตอยู่หรอก น้าฝ้ายก็โคตรใจเย็นสีหน้าไม่เสดงอาการตกใจอะไร

“ชอบแบบเป็นแฟนกันใช่ไหมจ๊ะ”น้าฝ้ายหันหน้ามาถามผม

“ครับ”ผม

“เห้อ แม่เขาใจนะว่าสมัยนี้มันมีอะไรเปลี่ยนไปบ้าง กันย์น้าไม่อยากจะห้ามอะไรเรา แต่อยากให้คิดจริงจังกับลูกน้า”น้าฝ้าย

“...”

“หม่อนด้วย”น้าฝ้ายหันไปกำชับลูกชายของตน

“...”

“เอาล่ะกลับกันไปก่อนก็ได้ ไปปรึกษากันว่าจะทำยังไง แม่น่ะไฟเขียวอยู่แล้ว แต่พ่อน่ะสิ”น้าฝ้ายพูดแค่นั้นก่อนจะบอกให้พวกเรากลับไปก่อน

“แม่ถ้าพ่อไม่..”

“ไม่ต้องกลัวนะลูกแม่จะคุยให้ไว้ยังไงจะโทรไปบอก พ่อแม่กันย์รู้แล้วใช่ไหม”น้าฝ้ายหันมาถามผม

“รู้แล้วครับ”ผมบอกพ่อไปตั้งแต่เรียนมัธยมแล้ว พ่อไม่ห้ามอะไรแต่ให้ไปเคลียร์กับพ่อแม่หม่อนเองและวันนี้ก็มาถึง...

 

ผมขับรถพาหม่อนมาถึงหอวันนี้เราเหนื่อยกันมาก ไหนจะต้องกังวลอีกว่าน้ามิ่งจะว่ายังไง 

“หม่อนถ้าน้ามิ่งไม่โอเค หม่อนจะย้ายกลับไปไหม”ผม

“ไม่ครับ ผมเชื่อว่าพ่อต้องรับได้”หม่อนหันมายิ้มให้ผมอย่างมั่นใจซึ่งรอยยิ้มแบบนั้นหายไปนานมากก่อนมันจะกลับมาทำให้ผมใจเต้นอีกครั้ง

ฝ้าย...

“คุณว่ายังไงนะ”น้ำเสียงประหลาดใจของมิ่งดังออกมาจากปากบางของเขาพร้อมกับสีหน้าเหลือเชื่อ ฉันเดินเข้าไปโอบคอของเขาพร้อมกับหอมที่แก้มขวา

“สมัยนี้อะไรมันก็เปลี่ยน อีกอย่างกันย์เขาก็เป็นเด็กดี”ฉัน

“หม่อนอยากจะชอบใครผมไม่ห้ามหรอกแต่แบบนี้ก็ต้องตกใจบ้าง อยู่ๆคุณก็มาบอกผมแบบนี้”เข้าทำหน้างอนจนฉันต้องหัวเราะออกมา มิ่งเป็นคนใจเย็นใช้เหตุผลเข้าใจคนอื่นฉันถึงได้รักเขาไง

“เห้อ...ถึงเราจะรับได้แล้วก็อนุญาตให้หม่อนอยู่หอกับกันย์ ฝ้ายก็คิดถึงลูกมิ่งก็รู้ตั้งแต่ฝ้ายทิ้งลูกมาก็คิดถึงแต่หน้าเขา”

“คุณพูดเหมือนหวงลูกเลย หม่อนโตแล้วก็ต้องมีคนที่ชอบบ้าง”มิ่ง

“เอาเป็นว่ามิ่งอนุญาตแล้วใช่ไหม”ฉันว่าพร้อมกับมองตาเขา

“ใช่สิ”มิ่ง

แน่นอนว่าฉันต้องโทรไปบอกข่าวดีกับลูกชายทันที!

จบ


10 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 15 พฤษภาคม 2560 / 00:05
    อยากอ่านตอนพิเศษจังงง
    #10
    0