BROTHER รักต้องห้าม...จริงรึเปล่า?(จบ)

ตอนที่ 1 : INTRO 100/100

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 275
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    3 พ.ค. 59



“แม่คร้าบบบ พ่อคือใครคร้าบทำไมเพื่อนของผมพูดถึงพ่อของเขาให้ฟังแล้วทำไมเพื่อนต้องบอกว่าทุกคนมีพ่อผมไม่เห็นมีเลย”เด็กน้อยเรียกมารดาเสียงหวานเจื้อยแจ้วพร้อมกับคำถามที่แทบจะทำให้ผู้เป็นแม่ต้องคิดหนัก

“พ่อคือคนที่เป็นหัวหน้าครอบครัวจ่ะ หม่อนก็มีพ่อนะแต่พ่อไปทำงานในที่ที่ไกลแสนไกลฉะนั้นหม่อนต้องรอนะครับ”ผู้เป็นแม่ตอบแบบขอไปทีเพราะไม่อยากจะบอกอะไรที่มันผ่านไปแล้วให้กับเด็กอย่างเขาฟัง

“หัวหน้าครอบครัวคืออะไรครับ?”ว่าแล้วว่าต้องไม่เข้าใจ หญิงสาวคิดในใจ

“เอาไว้ถ้าพ่อกลับมาหม่อนไปถามคุณพ่อเองดีกว่า”หญิงสาวตอบพร้อมกับอุ้มร่างเล็กออกจากรถซึ่งจอดอยู่หน้าบ้านพอดีระหว่างทางลูกถามเกี่ยวกับพ่อของเขาไม่หยุดพอมาถึงบ้านหลังเล็กๆที่ตนอาศัยอยู่กับลูกชายก็พอทำให้โล่งใจบ้าง

“แม่ว่าการ์ตูนที่หม่อนชอบมาแล้วนะไปเปิดดูเร็วเดี๋ยวแม่จะทำแกงจืดที่หม่อนชอบให้ทานนะครับ”หญิงสาวพยายามเปลี่ยนเรื่องไปด้วยขณะจูงมือลูกชายเข้าไปในบ้าน และแล้วประตูบ้านไม้สีอ่อนก็ปิดลง

.

.

.

.

.

.

7 เดือนต่อมา

เด็กชายวัยเจ็ดขวบเดินมาด้วยมือเรียวที่จูงให้เดินเข้าไปในบ้านหลังใหญ่ เด็กน้อยดูดอกไม้สีสวยหลากชนิดที่ใช้ตกแต่งรอบๆบ้านอย่างสนอกสนใจ

“แม่ครับดอกไม้สวยจัง”เด็กชายพูดขณะที่ถูกผู้เป็นแม่กึ่งลากกึ่งจูงอย่างเร่งรีบ

“หม่อนเดี๋ยวเราจะไปหาพ่อกันนะครับพูดกับคนอื่นดีๆนะครับอย่าทำนิสัยไม่ดีให้แม่ต้องโกรธนะ”ประโยคแรกที่แม่พูดขึ้นตั้งแต่เก็บของใส่กระเป๋าแล้วขับรถมาที่บ้านหลังใหญ่หรือจะเรียกคฤหาสน์เลยก็ว่าได้ เด็กน้อยยิ้มร่าก่อนจะตอบมารดาด้วยเสียงที่หวานเล็ก

“ครับ”ผู้เป็นแม่ยิ้มพึงพอใจก่อนจะเปิดประตูคู่ไม้สีขาวสะอาดอย่างระแวดระวัง

“ขออนุญาตค่ะ”

“เข้ามาสิกำลังรออยู่เลย”เสียงทุ้มจากด้านในประตูคู่ดังออกมาทำให้เด็กน้อยรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมา

หญิงสาวพาร่างน้อยๆเขาไปในตัวห้องใหญ่ก่อนที่ประตูจะปิดเองโดยอัติโนมัติ

“ปึง”

“ฝ้ายยังสวยหวานไม่เปลี่ยนเลยนะฮ่าๆ”หญิงสาวยิ้มจริงใจก่อนจะจับมือลูกชายให้เดินข้างๆจนไปใกล้ชายวัยกลางตรงหน้าพอควร

“นั่งก่อนสิคนอื่นๆยังไม่มาหรอกฉันอยากคุยกับเธอก่อนน่ะ”ชายวัยกลางพูดชักชวนขณะที่นั่งอยู่บนโซฟาฝั่งตรงข้าง หญิงสาวให้ลูกของตนนั่งให้เรียบร้อยก่อนที่จะนั่งลงตาม

“คุณมีนาเขาไม่ว่าอะไรใช่ไหมค่ะ”ฝ้ายถามคนตรงหน้าด้วยความกังวล

“ไม่หรอกเขาก็รู้ว่าเธอลำบากอย่าพูดเรื่องนี้เลย”ชายตรงหน้าตอบด้วยเสียงปกติแล้วหันความสนใจมาที่เด็กชายที่นั่งอยู่ข้างๆแม่ของเขา

“ไหนหม่อนมานี่สิมาหาพ่อม้ะ”ชายวัยกลางเรียกเด็กน้อยอย่างเป็นมิตร

ฝ้ายยิ้มขำกับการแสดงของคนตรงหน้าแต่มันก็ดีแล้วไม่ใช่หรอที่ลูกของเธอจะได้มีพ่อกับเขาสักที

“พ่อ!!พ่อทำงานอะไรครับทำไมต้องให้แม่ย้ายบ้านด้วย”เด็กน้อยถามอย่างสงสัย

“หม่อน!!”หญิงสาวเรียกชื่อลูกชายเสียงเข้มปรามไม่ให้ถามอะไรแบบนั้นออกมา

“พ่อทำงานหาเงินซื้อบ้านหลังใหญ่ให้แม่กับหม่อนมาอยู่ไงเดี๋ยวหม่อนจะได้เจอพี่ชายล่ะนะและได้เจอหม่าม้าด้วย”ผู้ที่เพิ่งได้บทบาทเป็นพ่อของเด็กชายตอบโดยเลี่ยงที่จะบอกว่าทำงานอะไรเพราะพูดไปคงได้มีถามตอบกันอีกยาว

“เมื่อไหร่คุณมีนาจะมาล่ะคะเนี่ย”หญิงสาวถามขึ้นแล้วหันไปมองทางประตู คนถูกถามยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู

“สงสัยจะมาแล้วล่ะทำธุระอยู่ข้างนอกมั้ง อย่ากังวลเลยฝ้าย”

“ค่ะ”

“แอด!”ประตูบานคู่ถูกเปิดออกปรากฏแม่ลูกคู่หนึ่งเดินเข้ามาในตัวห้อง

“สวัสดีครับ”เด็กชายที่เพิ่งเข้ามาในห้องกล่าวทักทายผู้เป็นพ่อและหญิงสาวที่นั่งอยู่บนโซฟา คาดว่าอายุน่าจะมากกว่าเด็กน้อยที่นั่งอยู่บนโซฟาสักสามสี่ขวบ

“ฝ้ายไม่ได้เจอนานนะรีบมาหาเลย”หญิงรุ่นราวคราวเดียวกันชายที่นั่งอยู่บนโซฟากล่าวทักทายอย่างสนิทสนม

“ค่ะ”หญิงสาวพูดพร้อมยิ้มจริงใจ

“อ้าวหม่อน!!สวัสดีหม่าม้ากับพี่กันย์สิลูก”หญิงสาวตักเตือนลูกของตน

“สวัสดีคร้าบ”เด็กน้อยยกมือไหว้คนทั้งสองที่เพิ่งมาเยือนสายตาปะทะกับคนที่เรียกว่าพี่ชายเล็กน้อยแล้วรีบหลบตาทันทีแต่คนเป็นพี่มองอย่างสนอกสนใจ

“กันย์อย่าทำหน้าอย่างนั้นสิน้องกลัว อายุสิบสองแล้วน่ะคงไม่น่าจะเข้ากันได้”หญิงวัยกลางพูดแล้วนั่งลง

“แค่ช่วงวัยต่างกันมันจะทำไมหม่อนน่ารักจะตาย ผมตกใจเลยนะนึกว่าได้ลูกสาวซะอีกฮ่าๆ”ชายที่นั่งอยู่ข้างพูดแย้งอย่างอารมณ์ดี

“หม่อนเขาไม่ค่อยพูดน่ะค่ะ คงต้องลำบากหน่อยเฮ้ออ”ฝ้ายถอนหายใจน้อยๆ

“แม่ผมไปทำการบ้านก่อนนะ”เด็กชายวัยสิบสองพูดขึ้นแต่สายตาไม่ได้บ่งบอกว่าจะไปทำอย่างว่า

“ร้อยวันพันปีไม่เห็นคิดจะทำครูตีทุกวัน จะไปเล่นเกมส์น่ะสิ”ผู้เป็นแม่พูดแกมเสียดสีลูกชายของตน

“การบ้านไม่ต้องไปทำหรอกลูกมาเล่นกับน้องนี่”ผู้เป็นพ่อพูดสมทบ

“พ่อผมไม่ใช่เด็กเจ็ดขวบนะ”เด็กชายพูดกับพ่อแม่อย่างอารมณ์เสียแต่ก็ไม่ได้ขึ้นเสียง

“ฮ่าๆให้เขาขึ้นไปทำการบ้านเถอะค่ะจากที่จะเล่นกันเป็นทะเลาะกันซะเปล่า”หญิงสาวพูดอย่างไม่คิดมาก

“แม่ครับผมอยากกลับบ้าน”เด็กน้อยพูดอย่างกลัวๆ

“กันย์ดูซิเนี่ยน้องกลัวเลย”หญิงวัยกลางพูดแหย่ลูกชายของตน

“ผมไม่ได้ทำซักหน่อยยังไม่คุยกับน้องเลย”กันย์พูดแย้งแล้วเดินไปกอดแขนแม่ของตน

“น้องชื่อหม่อน”

“ครับ”

“หม่อนอยากไปดูดอกไม้ไหมลูก ตอนนี้บ้านมันกลับไม่ได้แล้วนะครับ”ผู้เป็นแม่พูดหลังจากที่บอกชื่อน้องชายให้ลูกฟัง

อารมณ์และสีหน้าของร่างเล็กเปลี่ยนไปทันทีโดยเฉพาะสายตาที่มองออกไปนอกหน้าตาอย่างสนอกสนใจ

“อยากครับ”หม่อนพูดแล้วยิ้ม

“กันย์ป่ะพาน้องไปดูแปปนึงสับสามสิบนาทีแล้วแม่จะปล่อยไปทำไรก็ทำ”

“ก็ได้ครับ”เด็กชายพูดหน่ายๆก่อนจะมองคนที่จะมาเป็นน้องชายของตน

“หม่อนก็ไปดูดอกไม้กับพี่กันย์นะครับพี่เขาใจดีนะ”ฝ้ายพูดอย่างกับเคยเจอกันย์มาก่อน

“ครับ”เด็กน้อยพูดก้มหน้าไม่กล้าสบสายตากับใครบางคน

“ป่ะ”กันย์พูดแค่นั้นแล้วเดินนำไปก่อนจากนั้นเด็กน้อยก็วิ่งตามไปเพราะเดินตามไมทัน

“กันย์จูงมือน้องไปสิน้องเดินตามไม่ทัน”หญิงวัยกลางตะโกนบอกแต่ประตูก็ปิดไปแล้ว

 “พี่กานรอด้วยผมตามไม่ทัน”เด็กน้อยวิ่งจนเกือบจะล้มจนเด็กชายที่เดินนำอยู่ต้องหยุดรอ

“ผมขอจับมือพี่ได้ไหมผมตามไม่ทัน”เด็กน้อยเดินตามมาจนใกล้จะถึงตัวพี่ชายของตน

“ไม่เดินตามก็พอแล้ว!!”เด็กชายตะคอกแต่ก็ต้องหยุดมองคนตัวเล็กที่สะดุ้งโหยงอย่างตกใจ ใบหน้าที่ทำให้เขานึกถึงตุ๊กตาแก้วเข้ากับสีผิวที่เกือบจะซีดกำลังจะร้องไห้เพราะตกใจ  เด็กน้อยไม่เคยเจอใครตะคอกใส่มาก่อน

“ขอโทษคะ..”เด็กน้อยยังพูดไม่ทันจบประโยคก่อนที่พี่ชายจะจับมือเล็กๆของเขาอย่างทะนุถนอมเพราะกลัวมันจะแตกให้ได้

“หม่อนเหมือนตุ๊กตาเลยนะเคยมีใครพูดแบบนี้ไหม”คนเป็นพี่พูดด้วยน้ำเสียงอ่อนลงคล้ายกับปลอบเด็กน้อยไปในตัว

“อื้อ”เด็กน้อยตอบอย่างกล้าๆกลัวแต่ก็ยอมให้จับมือและยังคงเว้นระยะห่างเอาไว้

“ไม่ต้องกลัวนะป่ะไปดูดอกไม้กันหม่อนชอบสีอะไรครับ”กันย์พูดครับกับน้องชายตามคนอื่นๆ

“สีน้ำเงินครับ”เด็กน้อยเริ่มมีน้ำเสียงที่ดีขึ้นระยะห่างของทั้งสองลดลงเรื่อยๆ

ขณะที่เด็กน้อยกำลังสนใจดอกไม่สีน้ำเงินสวยในเถาวัลย์ที่ถูกตัดแต่งไม่ให้รกมากอยู่ก็ไม่รู้เลยว่าคนข้างๆไม่ได้ดูดอกไม้เลยสักนิดกลับสนใจใบหน้าราวกับตุ๊กตา ตากลมใสจ้องมองดอกไม้ทำให้คนตัวสูงกว่ามองจนเผลอลืมไปว่ากำลังทำอะไรอยู่และแล้วสายตาก็มาประสานกันตรงในขณะที่เด็กน้อยหันมามองหน้าพี่ชายของเขาแล้วยิ้มน่ารักมาให้อย่างไม่ประสี

“...”คนเป็นพี่เงียบไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรกับความรู้สึกของตัวเองคงจะเป็นใบหน้าที่ตนไม่เคยเจอมาก่อนจะเจอก็แม่ของหม่อน

“พี่กานผมหิวน้ำผมอยากไปหาแม่”เด็กน้อยเขย่าแขนของคนเป็นพี่ด้วยแรงอันน้อยนิด

“ฮะอะอือป่ะกลับกันดีกว่าเดี๋ยวยุงกัด”

“อื้อ ผมเคยโดนยุงกันด้วยแขนผมแดงหมดเลยพอแม่เอายามาทาให้ก็หายเลยล่ะ”เด็กน้อยพูดอย่างสนิทสนม

“ครับแต่หม่อนคงไม่อยากโดนกัดใช่ไหมล่ะ”

“ไม่เอา”เด็กน้อยพูดแล้ววิ่งตามพี่ชายพร้อมกับกอดเอวแบบอ้อนๆ ยิ่งทำให้คนถูกกอดรู้สึกดีขึ้นมาอย่างไม่รู้ตัว หม่อนตัวสูงยังไม่ถึงเอวของเขาด้วยซ้ำ!!

จากนั้นร่างของทั้งสองก็เดินกลับไปที่ตัวบ้าน

......................................................................................................

“ขอบคุณมากนะคะที่ไม่ว่าอะไรที่จะให้ลูกของฉันมาอยู่ที่นี่”

“ฝ้ายไม่ต้องกังวลหรอกเราจะดูแลหม่อนให้เองนะฝ้ายก็ดูแลตัวเองดีๆล่ะ”

100/100

เป็นไงบ้างอินโทรยังไม่มีอะไรเท่าไหร่นะคะ ขอบคุณคนที่อ่านตั้งแต่ต้นมาถึงตรงนี้ เดี๋ยวไม่นานจะมาลงตอนใหม่ค่ะ^_^



10 ความคิดเห็น

  1. #3 มาจิ (@kream-nongnapat3) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 19:07
    น่าร๊ากกกกกก ~
    #3
    0
  2. #1 peangjan2544 (@peangjan2544) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 พฤษภาคม 2559 / 18:17
    ติดตามเลยจ้าาคนแรก5555
    #1
    0