บอกข้าหน่อย ฮองเฮา นี่ใช่เมียหลวงไหม!?

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 681,557 Views

  • 1,723 Comments

  • 15,853 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    48,163

    Overall
    681,557

ตอนที่ 35 : บทที่ ๒๑ :: แม้มิใช่ดอกเหมยงาม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 23268
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1528 ครั้ง
    18 ม.ค. 62

“ซุนเหว่ย วันนี้เจ้านำยาบำรุงไปให้หวงโฮ่วหรือยัง” หวงเฟิงหยางเอ่ยถามขันทีเฒารับใช้แต่สายตายังคงจดจ้องอยู่กับฎีกากองใหญ่ตรงหน้า



                “กระหม่อมทำตามที่ฝ่าบาทรับสั่งแล้วพ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท” ขันทีผู้ใหญ่ตอบกลับ “ทูลฝ่าบาทนางกำนัลที่ตำหนักเหลียนฮวามารายงานว่าหวงโฮ่วเหนียงเหนียงไม่สบาย เย็นนี้ไม่สามารถรับใช้ฝ่าบาทได้”



                “อาเหมยไม่สบาย... นางเป็นอะไร” หวงเฟิงหยางชะงักมือที่ตวัดพู่กัน บุรุษที่หมกตัวอยู่กับราชกิจหนักหนามาหลายวันจนละเลยภรรยาเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วง



                “หมอหลวงว่าป่วยไข้ธรรมดา ไม่ได้ร้ายแรงอะไรพ่ะย่ะค่ะ เพียงแต่ต้องพักผ่อนให้มากๆ เช่นนี้แล้วฝ่าบาทจะเสด็จตำหนักใด”



                “ไม่ วันนี้เจิ้นไม่ไปไหน” ตอบปัดอย่างไม่ลังเล หากสตรีที่พระองค์อยากพบป่วยไข้ต้องการพักผ่อน พระองค์ก็จะไม่เข้าไปรบกวน เก็บตัวอยู่ตำหนักของตนเอง เพราะบัดนี้มีเรื่องนับร้อยๆเรื่องที่ต้องจัดการเช่นกัน หวงเฟิงหยางก้มอ่านฎีกาพร้อมหาทางแก้ไขปัญหาต่างๆอย่างไม่ใส่ใจต่อ



                การไม่ได้พบเจอหน้าของภรรยานั้นสร้างความกระอักกระอ่วนให้กับผู้เป็นสามีอยู่มากเอาการ แม้จะหาเรื่องทำงานแทบไม่ได้พัก แต่ก็อดไม่ได้ที่จะนึกถึงนาง



                หวงเฟิงหยางเดินทอดอารมณ์อยู่ในอุทธยานหลวงที่ไม่ได้สร้างความสุนทรีย์ใดๆให้กับพระองค์เลย มีเพียงความเงียบเท่านั้นที่พระองค์พึงพพอพระทัยในเจ้าอุทธยานหลวงนี้



                หวงเฟิงหยางไม่ได้ไปหาอาเหมยมาเจ็ดวันแล้ว เป็นเจ็ดวันที่รู้สึกรำคาญมากที่สุดในชีวิต นางได้ไข้ตั้งแต่กลับมาจากข้างนอกวัง เหล่านางกำนัลและขันทีไม่ให้พระองค์เข้าไปเยี่ยมนางด้วยเกรงว่าโอรสสวรรค์จะได้ไข้ตามไปอีกคนแล้วจะเป็นเรื่องใหญ่ ราชกิจน้อยใหญ่จะพากันเสียหาย



                เฮอะ!



                เมื่อนึกถึงข้ออ้างของเหล่าข้ารับใช้ก็ร้องเหอะขึ้นทันที เมื่อใดกันที่จักรพรรดิอย่างพระองค์กลายเป็นคนอ่อนแอถึงเพียงนี้ แต่กระนั้นมีหรือที่พระองค์จะยินยอม การลอบเข้าตำหนักเหลียนฮวาคืองานถนัดอีกอย่างหนึ่งของหวงเฟิงหยาง แต่พอลอบเข้าไปทีไร นางมักจะหลับใหลอยู่แทบจะตลอดเวลา สุดท้ายก็ทำได้แค่นั่งเฝ้านางเพียงครึ่งชั่วยามและกลับออกมาเพราะไม่อยากจะรบกวนสตรีที่ได้ไข้



                แต่ความอดทนของหวงเฟิงหยางก็มีขีดจำกัดเช่นกัน...



                “วันนี้เสด็จตำหนักใดพ่ะย่ะค่ะ” คำถามน่ารำคาญถูกเอ่ยขึ้นครั้งแล้วครั้งเล่าจากขันทีรับใช้ จนสุดท้ายหวงเฟิงหยางก็เอ่ยออกมาอย่างชัดเจน



                “ว่าราชการเสร็จเจิ้นจะไปหาหวงโฮ่ว” หวงเฟิงหยางไม่ได้ตอบคำถามของซุนกงกง ความจริงโอรสสวรรค์ไม่ได้สนใจด้วยซ้ำไปว่าต้องเสด็จตำหนักใด กล่าวจบบุรุษในชุดเหมี่ยนฟูก็ลุกขึ้น และเสด็จไปยังท้องพระโรงที่คราคร่ำไปด้วยขุนนางน้อยใหญ่ และเตรียมตัวตัดสินเรื่องร้ายแรงสองเรื่องที่ไตร่สวนกันมาหลายวันแต่ดูจะไม่คลี่คลายเสียที จนจักรพรรดิชักจะรำคาญพระทัยเสียแล้ว



                เรื่องใหญ่ในวันนี้หนีไม่พ้นยาปลุกกำหนัดชั่วช้าที่สตรีวังหลังสมคบคิดกับบิดา ลอบใช้มันกับโอรสสวรรค์ และดูเหมือนว่าเรื่องนี้จะจบง่ายดายกว่าที่หวงเฟิงหยางคิดเมื่อมีขุนนางผู้หนึ่งออกมารับหน้าแทน



                “กระหม่อมมีหลักฐานว่าใต้เท้าลู่และสนมลู่เฟยนั้นไม่ผิด” หวงเฟิงหยางมองขุนนางที่รู้สึกว่าจะอยู่ฝ่ายเดียวกับเสนาบดีกรมคลังลู่เซียน เมื่อเห็นดั่งนั้นก็ได้แต่ปลงตก เฝ้ารอแพะรับบาปที่พวกนั้นจะสรรหามาในทันที เพียงแค่ขุนางผู้นั้นเอ่ยก็ไม่ต้องครุ่นคิดให้เหนื่อยเปล่า เรื่องนี้เตรียมการไว้แล้ว...



                ไม่นานนางกำนัลคนหนึ่งก็ปรากฏกายไม่ต่างจากคราวก่อน ที่นางกำนัลตำหนักเหลียนฮวาเข้ามาปรักปรำฮองเฮาถึงในท้องพระโรงอย่างไม่เกรงกลัว



                “นางกำนัลผู้นี้ยอมรับว่าสับเปลี่ยนชาของใต้เท้าลู่เป็นยาปลุกกำหนัดพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมกังขาในข้อปรักปรำนี้เลยทำการสืบค้น จนทราบความและพบยาปลุกกำหนัดในห้องของนางกำนัลผู้นี้”



                “สืบค้น? เจ้าค้นวังหลังของเจิ้น...” เลิกคิ้วถามอย่างสงสัยปนกับการตำหนิ เหตุใดวังหลังของจักรพรรดิถึงเข้าออกง่ายดายได้ดั่งใจถึงเพียงนี้กัน ได้ยินเช่นนั้นก็ลอบถอนหายใจออกมามิให้ใครสังเกตได้ เหตุใดหนอเสนาบดีลู่จึงใช้บุรุษที่ไม่รอบครอบถึงเพียงนี้มารับหน้าแทน



                “กระหม่อมเป็นคนสั่งการให้ขุนนางผู้นี้กระทำเองพ่ะย่ะค่ะ” เสนาบดีลู่เซียนพูดขึ้น “กระหม่อมต้องการพิสูจน์ความบริสุทธิ์ให้แก่บุตรสาวจนทำการมิควร สั่งคนเข้าไปยังตำหนักหลันฮวาโดยพละการ สมควรได้รับโทษ”



                มองขุนนางเฒ่าที่เอ่ยขอรับโทษทัณฑ์ก่อนที่พระองค์จะได้เอื้อนเอ่ยสิ่งใดต่อก็ได้แต่ลอบถอนหายใจ หากไม่เห็นว่ายังมีประโยชน์ไม่รู้ว่าเสนบาดีลู่จะต้องมีสักกี่ชีวิตให้พระองค์ได้ลงทัณฑ์อย่างที่ตั้งใจ



                วางเรื่องวังนั้นลงก่อนเพราะเรื่องที่มีอยู่ตอนนี้ก็มากมายเสียจนน่ารำคาญ และหยิบยกเรื่องตรงหน้ามาพิจารณา หวงเฟิงหยางมองนางกำนัลที่คุกเข่าตัวสั่นเทิ้ม



                “เพราะเหตุใด เจ้าจึงทำเช่นนั้น”



                “หม่อมฉัน... หม่อมฉันสงสารพระสนม พระสนมเฝ้ารอฝ่าบาททุกวัน แต่ฝ่าบาทกลับแสดงแต่ตำหนักเหลียนฮวา หม่อมฉันเลยคิดเอาเองว่าถ้าพระสนมมีโอรสให้ฝ่าบาท ฝ่าบาทจะสนใจพระสนมลู่” ข้ารับใช้ผู้ภักดีกล่าวทั้งน้ำตา น้ำตานั่นคือความจริงอาจจะเนื่องด้วยทราบดีว่าโทษทัฑณ์ในเรื่องนี้นั้นคือโทษตาย ส่วนถ้อยคำที่เอ่ยออกมานั้นล้วนโป้ปด... ทั้งยังดึงฮองเฮาสตรีที่จักรพรรดิโปรดปรานลงมาเกี่ยวข้องด้วย 



                จักรพรรดิบนบัลังก์มังกรลอบถอนหายใจอีกครั้งอย่างหน่ายเหนื่อย แม้คนจะตอบคำถามนี้และคลี่คลายได้ดีที่สุดคือตนเองก็ตามที แต่ถ้าเอาแต่นิ่งเงียบในเรื่องนี้คงไม่ได้เป็นแน่ เพื่อรักษาเกียรติของพระองค์เองและปกป้องเกียรติสตรีของพระองค์ที่ถูกหยิบโยงมาเกี่ยวพันธ์ในเรื่องนี้ก็ควรจะจบเรื่องนี้อย่างยุติธรรมและเด็ดขาด คงถึงเวลาแล้วที่ต้องจำจัดหมากบนกระดาษออกไปบ้าง...



                “วันนั้นเจ้ามิได้อยู่ที่ตำหนักหลันฮวา” เอ่ยขึ้นท่มกลางความตื่นตกใจของเหล่าขุนนาง ที่สงสัยว่าเหตุใดองค์จักรพรรดิจึงเอ่บขึ้นเช่นนั้น



                “เจิ้นพูดถูกหรือไม่”



                นางกำนัลที่ถูกจับมาเป็นแพะรับบาปก้มหน้าตัวสั่นยิ่งกว่าเก่า



                “ต่อหน้าจักรพรรดิเจ้าบังอาจขนาดนี้เชียวหรือ!” ซุนกงกงเอ่ยขึ้นเสียงดังเมื่อคำถามของจักรพรรดิไม่ได้รับคำตอบจากนางกำนัลชั้นผู้น้อย



                “พะ...เพคะ” ตอบรับความขริงด้วยเสียงที่สั่นเครือด้วยกลัวโทษทัณฑ์ในความผิด



                “โกหก! ฝ่าบาทอย่าไปเชื่อนางพ่ะย่ะค่ะนางกำนัลชั่วช้าคนนี้โกหก” ขุนนางหนุ่มคนเดิมยังคงเอ่ยค้าน ทั้งๆที่พานางกำนัลผู้นี้เข้ามาด้วยตนเอง



                “เช่นนั้น หากเจ้าเป็นคนใส่ยานั่นจริง เจ้าใส่ไว้ที่ใดกัน”



                “นางสารภาพกับกระหม่อมว่าใส่ไว้ที่อาหารให้กับฝ่าบาท”



                “โกหก...”  เอ่ยด้วยเสีนงทุ้มมิได้ตะวาด แต่กระนั้นก็เยือกเย็นจนยากที่จะเดาอารมณ์ของคนพูดได้



                หวงเฟิงหยางมองหน้าขุนนางที่ออกรับหน้าแทนเสนาบดีลู่ก็ได้แต่ขบขัน ขุนนางผู้นี้คงไม่ได้มองหน้าลู่เซียนกระมังว่าตอนนี้นั้นปั้นหน้าเช่นไร “คนที่โกหกคือเจ้า”



                “ฝ่าบาท”



                “ยาปลุกกำหนัดใส่ไว้ในน้ำชา ไม่ใช่อาหาร เจิ้นมิได้โง่เขลาขนาดแยกไม่ออกว่าสิ่งใดเป็นสิ่งใด”



                “ฝะ...ฝ่าบาท” เหยียดยิ้มขึ้นเมื่ออีกฝ่ายคาดเดาออกว่าพระองค์ไม้ได้โง่เขลาจนแยกแยะอะไรไม่ออก



                “หลอกลวงจักรพรรดิมีโทษทัณฑ์ถึงตาย เจ้ารู้ดีแต่เจ้ากระทำเช่นนั้นคงเตรียมใจที่จะตายไว้แล้ว”



                ขุนนางที่ปากดีเมื่อครู่ อ้างพยานเท็จกับพระองค์อย่างไม่เกรงกลัวแสดงท่าทีหวาดหวั่น คุกเข่าต่อหน้าพระองค์ โขกศีรษะกับพื้นอยู่ร้ายครั้งร้ายหน “ฝ่าบาท กระหม่อม กระหม่อมผิดไปแล้วฝ่าบาท...”



                “เช่นนั้นแล้วเจ้าจะทำอย่างไร ใส่ร้ายท่านเสนาบดีลู่หรือว่าให้เจ้าสร้างเรื่องเท็จขึ้น เพื่อให้พ้นโทษ เสนาบดีลู่คงไม่คิดคดทรยศต่อเจิ้นเช่นนั้นกระมัง”



                บุรุษที่โขกศีรษะหยุดชะงักเมื่อหวงเฟิงหยางเอ่ยขึ้น พระองค์อยากจะรู้เหลือเกินว่าบุรุษผู้หาญกล้าผู้นี้จะกระทำสิ่งใดต่อในเมื่อรูปการณ์ออกมาเช่นนี้แล้ว



                ขุนนางที่คุกเข่าไม่เอ่ยสิ่งใดออกมาอีก ท่าทีหวาดหวั่นก็เหมือนว่าจะมลายหายไปและยอมจำนนทุกต่อพระองค์อย่างง่ายดายจนไม่น่าเชื่อ



                ยอมตายเชียวหรือ...



                หวงเฟิงหยางมองบุรุษที่มีท่าทีสงบและยอทจำนนก็ได้แต่เอ่ยคิดในใจ แม้จะกระทำผิดแต่ก็นับว่าเด็ดเดี่ยวเช่นกัน ทั้งๆที่เอ่ยใส่ร้ายลู่เซียนตอนนี้อย่างไรเสียพระองค์ย่อมรับฟัง แต่ขุนนางผู้นี้ไม่เอ่ยสิ่งใดออกมา



                “หากเรื่องเป็นเช่นนี้แล้ว สนมลู่เฟยคงหลีกเลี่ยงโทษไม่ได้เสียแล้ว” ยาปลุกกำหนัดอยู่ที่ตำหนักใคร ผู้นั่นย่อมต้องรับโทษทัณฑ์ทุกคนต่างรู้ดี “ซุนกงกงตามตัวสนมลู่เฟย”



                “พ่ะย่ะค่ะฝ่าบาท”



                รับสั่งอย่างหนักแน่น ด้วยว่าอยากมอบความเป็นธรรมให้กับสตรีที่เข้าไปเรียกร้องถึงตำหนักของพระองค์ ความเป็นธรรมเฉกเช่นที่สตรีโง่เขลาผู้นั่นต้องการ พระองค์จะมอบให้นางถึงมือ



                เมื่อสนมชั้นเฟยมาถึง นางยังคงทำทีท่าเปราะบางเฉกเช่นเดิม เพียงแต่คราวนี้แก้วเปราะบางใบหน้าเปื้อนไปด้วยน้ำตา แต่ทว่าก็ไม่ได้ฟูมฟายจนเกินงาม



                “มีสิ่งใดจะพูดหรือไม่”



                เอ่ยอย่างตรงไปตรงมา นางแสดงท่าทีเช่นนี้ก็น่าจะรู้แล้วว่านางไม่อาจหลีกหนีสิ่งใดพ้นอีก ณ ตอนนี้มีเพียงสองทางคือ ยอมตายเพียงลำพัง หรือจะดึงบิดาตายตกตามไปด้วย



                สตรีช่างพูดบัดนี้กลับไม่เอ่ยสิ่งใดออกมา น้ำตายังคงไหลริน หากแต่เวลานี้ใครกันจะสนใจน้ำตาของสตรีที่ถูกกล่าวหาและกำลังจะรับโทษในไม่ช้า



                สนมลู่เฟยเอ่ยขึ้นอย่างยากเย็น แต่กระนั้นก็ยอมจำนนต่อจักรพรรดิ “หม่อมฉันเป็นคนใส่ยาปลุกกำหนัดลงในน้ำชาให้กับฝ่าบาทเองเพคะ”



                ยอมรับอย่างห้าวหาญ สตรีน่ารำคาญของจักรพรรดิตอบรับอย่างหนักแน่นจนไม่น่าเชื่อ อาจเป็นไปได้ว่านางทำใจกับเรื่องนี้มาเช่นกัน



                “แล้วบิดาของเจ้า เกี่ยวข้องตามที่ผู้อื่นกล่าวหาหรือไม่”



                “...ไม่เพคะ หม่อมฉันเพียงใช้คนของบิดาให้จัดการเรื่องยาให้เท่านั้น ทั้งยังกำชับว่าอย่างให้บิดาของหม่อมฉันรับรู้”



                นับว่าเป็นบุตรที่กตัญญูต่อบิดาเป็นอันมากจนน่านับถือ แต่กระนั้นกตัญญูในทางที่ไม่ถูกไม่ควรมักนำภัยมาให้เช่นกัน



                “ลู่เฟย เจ้าขอความเป็นธรรมกับเจิ้น บัดนี้เจิ้นจะมอบมันให้กับเจ้าตามที่เจ้าต้องการ...”



                คำพูดของจักรพรรดิมีค่าดั่งทอง เช่นนั้นแล้วพระองค์จะทำตามที่เคยพูดต่อสนมผู้นี้อย่างไม่ตกหล่น



                “สนมลู่เฟยหลงระเริงในอำนาจ กระทำการหยาบช้า เจิ้น...ขอสั่งปลดเจ้าออกจากตำแหน่งสนมชั้นเฟย และ...”



                “ฝ่าบาท! ฝ่าบาท! ไม่ทันได้เอ่ยโทษทัณฑ์ร้ายแรง เสนาบดีกรมคลังก็คุกเข่าตรงหน้าพระองค์อีกคน “สนมลู่เฟยถวายตัวรับใช้พระองค์มานาน โปรดเมตตาด้วยเถิดพ่ะย่ะค่ะ โปรดเมตตาด้วย”



                มองขุนนางใหญ่ด้วยความเวทนา บิดาจะทนได้อย่างไรหากบุตรจะตายตกไปต่อหน้า “โทษทัณฑ์ของนางคือวางยาจักรพรรดิ อีกทั้งก่อนหน้านี้นางให้ร้ายหวงโฮ่ว ความผิดของบุตรสาวท่านเจิ้นจะเมตตาได้มากน้อยเพียงใดใต้เท้าลู่”



                ขุนนางใหญ่ยังคงคุกเข่า มิอาจตอบได้ว่าความเมตตาของจักรพรรดินั้นควรมากน้อยเพียงไร



                “ปลดนางออกจากตำแหน่งสนมชั้นเฟยกลับคืนสู่สามัญ ให้นางพำนักอยู่เหลียงกง เมืองซานตงตลอดชีวิตห้ามก้าวออกจากเหลียงกงแม้เพียงครึ่งก้าว หากละเลยจับนางประหารทันที”



                รับสั่งอย่างเด็ดขาด ความเมตตาที่พระองค์มอบให้นั้นไม่ได้มากหรือน้อยไปกว่าเก่า เว้นโทษตาย หากแต่ถูกจองจำตลอดชีวิต ไม่รู้ว่าสิ่งใดดีกว่ากัน



                “ส่วนขุนนางผู้นี้บิดเบือนเรื่องราวกับจักรพรรดิ นำตัวไปลงทัณฑ์ตามกฎหมาย” เอ่ยถึงขุนนางที่นิ่งเฉยไม่เอ่ยสิ่งใดยอมรับชะตาของตนเอง จะให้ทำอย่างไรได้ในเมื่ออยู่ดีไม่ว่าดีออกมารับหน้าแทนเช่นนี้



                “ส่วนนางกำนัลผู้นี้ ให้นางออกจากวังหลวงและส่งตัวนางกลับบ้านเกิด”



                สั่งการกับเรื่องไม่แป็นเรื่องที่ยืดเยื้อมาเนิ่นนาน แต่ก็ใช่ว่าราชกิจในวันนี้จะจบลงเพราะยังเหลืออีกหนึ่งเรื่องที่พระองค์ต้องจัดการต่อ



                “มีฎีกาอีกเรื่องหนึ่งที่มีขุนนางให้เจิ้นตรวจสอบ ชายแดนแคว้นฉี ท่านอัครเสนาบดีฮุยโดนปรักปรำมีสิ่งใดจะกล่าวหรือไม่”



                “ไม่พ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมมิได้กระทำผิด จึงไม่มีสิ่งใดจะแก้ตัว ฝ่าบาทก็ทรงทราบตระกูลฮุยจงรักภักดีต่อราชวงศ์มาโดยตลอด ตั้งแต่จักรพรรดิองค์ก่อน มีหรือที่กระหม่อมจะกล้าบิดเบือนราชโองการ”



                เจ้าจิ้งจอกเฒ่าฮุยกันฟูกำลังนำเรื่องในอดีตมาบีบคั้นพระองค์...



                การอ้างตนว่าภักดีต่อต่อราชวงศ์มาตั้งแต่จักรพรรดิองค์ก่อน ก็เหมือนกับการอวดอำนาจบารมีที่สะสมมาแต่ไหนแต่ไร



                “แต่มีฎีกามาย่อมต้องตรวจสอบให้กระจ่าง เรื่องนี้เจิ้นจะส่งผู้ตรวจการณ์[Ps1] ไปตรวจสอบหาข้อเท็จจริงในเรื่องนี้” เอ่ยอย่างรวบรัดด้วยทว่าเตรียมการกับเรื่องมีมาบ้างเช่นกัน “เจิ้นจะแต่งตั้งชินอ๋องเป็นผู้ตรวจการณ์ไปตรวจสอบเรื่องนี้”



                หวงเฟิงเทียนบุรุษที่ดำรงตำแหน่งชินอ๋องถึงกับสะดุ้ง มองบุรุษบนบัลลังก์มังกรที่ยัดเยียดงานมาให้ตนโดยไม่ถามถึงความสมัครใจแม้สักคำเดียว แต่เวลานี้จะเอ่ยขัดก็มิได้ด้วยทว่าอยู่ต่อหน้าขุนนางชั้นผู้ใหญ่ อีกทั้งรับสั่งเมื่อครู่ก็เป็นของจักรพรรดิ เห็นทีว่าเรื่องนี้จะปฏิเสธไม่ได้เช่นกัน จึงได้แต่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก ยืนอมทุกอยู่หน้าแถวของขุนนางน้อยใหญ่ นับว่าโชคดีที่ขุนนางทั้งหลายนั้นอยู่เบื้องหลังไม่เช่นนั้นแล้วคงได้ขบขันกับใบหน้าของชินอ๋องก็เป็นได้



                การป่าวประกาศโจ่งแจ้งเช่นนี้ ไม่เท่ากับว่าแหวกหญ้าให้งูตื่นหรือ



                หวงเฟิงเทียนครุ่นคิด แต่อย่างไรก็ไม่หยั่งรู้ความรู้สึกนึกคิดของบุรุษที่นั่งบนบัลลังก์มังกรได้ แต่ไหนแต่ไรหวงเฟิงหยางไม่เคยให้ใครได้ล่วงรู้ความคิด แม้พี่น้องที่ใกล้ชิดจนได้ตำแหน่งชินอ๋อง ยังมิอาจล่วงรู้ได้



                 แต่ชั่วขณะหนึ่งสิ่งที่ชินอ๋องได้รับรู้คือ พี่ชายบังเกิดเกล้า จับเขาอยู่บนกระดานเซี่ยงฉีของพระองค์แล้ว หรือไม่เขาก็อยู่บนกระดานเซี่ยงฉีมาเนิ่นนานแล้วก็เป็นได้ แต่จะเป็นหมากตัวได้ก็สุดรู้



                สิ้นสุดเรื่องน่าปวดหัวหวงเฟิงหยางก็รีบกลับตำหนัก แต่ชินอ๋องก็ขวางหน้าไว้อย่างมิได้เกรงกลัว



                “ฝ่าบาท แน่ใจแล้วหรือให้กระหม่อมเป็นผู้ตรวจการณ์ไปตรวจสอบที่นั่น” หวงเฟิงหยางไล่ให้ข้ารับใช้ที่เดินตามหลังให้ออกห่าง ลากคอเจ้านอกชายและสนทนาเพียงลำพัง



                “แน่ใจ”



                “แต่กระหม่อมเป็นน้องของพระองค์”



                “เจิ้นรู้”



                “แต่ยังจะให้กระหม่อมไป ที่นั่นอันตรายแค่ไหนฝ่าบาทก็รู้!” แม้จะทำใจมาตั้งแต่ในท้องพระโรง แต่บุรุษที่ติดนิสัยเสเพลก็ยังจะพยายามในความหวังเฮือกสุดท้ายว่าพี่ชายที่สุดแสนจะใจไม้ใส้ระกำจะเปลี่ยนมาเป็นพี่ชายใจดีขึ้นมาบ้าง



                “ตำแหน่งเจ้าเป็นถึงชินอ๋อง อยู่เหนือองค์ชายทุกคน เจิ้นจะแต่งตั้งให้เจ้าปกครองเมืองเจ้าไม่ยอม นั่งคุกเข่าหน้าตำหนักเจิ้นสามวันสามคืน เจิ้นจึงยอมและให้เจ้าเป็นขุนนางดูแลจัดการในเมืองหลวงแทน แต่ถึงตอนนี้ทำงานมาสี่ปีไม่มีผลงานที่จะเลื่อนขั้นด้วยซ้ำไป เฟิงเทียนเจ้ามิอยากก้าวหน้าหรือ”



                “ขุนนางหากอยากจะก้าวหน้าในหน้าที่การงานต้องมีเส้นสายดี” ก้มหน้าหลบตาจักรพรรดิพูดงึมงำไม่เต็มเสียง



                “ใช่!” หวงเฟิงหยางแสร้งทำเสียงจริงจัง ใบหน้าเคร่งเครียด “พี่ชายเจ้าเป็นจักรพรรดิ เส้นสายใหญ่สุดในแผ่นดินนี้ หากเจ้าอยากจะก้าวหน้าเพียงทำตามที่พี่ชายเจ้าบอกเท่านั้น”



                “ฝ่าบาท กระหม่อมมิใช่เด็กเล็กที่จะเอาตำแหน่งมาล่อหลอก ความจริงหากกระหม่อมมิได้เป็นขุนนางใช่ว่าจะลำบาก ค่าเบี้ยหวัดก็มากมายเอาการ เพียงพอจะเลี้ยงกระหม่อมไปได้ทั้งชีวิต ตำแหน่งชินอ๋องสืบทอดให้กับลูกหลานได้ ไยข้าต้องดิ้นรน”



                “แต่เสียสละคือหน้าที่ของเชื้อพระวงศ์มิใช่หรือ เจ้าเป็นองค์ชาย บิดาของเจ้าเป็นจักรพรรดิ พี่ชายของเจ้าก็เป็นจักรพรรดิ”



                “แต่ฝ่าบาท มารดาของกระหม่อมชรามากแล้ว อย่าให้ท่านต้องมาร้อนใจเรื่องของกระหม่อม”



                ผ่อนลมหายใจออกมาอย่างหน่ายเหนื่อยเมื่อนึกถึงสตรีที่หวังลมๆแล้งๆ ผลักดันบุตรของตนเองให้ก้าวมาตำแหน่งของพระองค์ “นางคงได้ร้อนใจกว่านี้หากทราบว่าเจิ้นรู้ว่านางส่งยาห้ามตั้งครรภ์ให้พี่สะใภ้ของเจ้า”  



                “ฝ่าบาท...”



                “เจ้าอยากเป็นไท่จื่อไหมเฟิงเทียน” เอ่ยถามอย่างตรงไปตรงมา จนชายหนุ่มที่อ่อนกว่าตั้งรับแทบไม่ทัน กับตำแหน่งสูงส่งที่จักรพรรดิเอ่ยถามขึ้นมา



                “ไม่อยากพ่ะย่ะค่ะ”



                “เหตุใดจึงไม่อยาก”



                “ตอนกระหม่อมเป็นเพียงองค์ชาย ฝ่าบาทเป็นไท่จื่อ กระหม่อมวิ่งเล่นไปทั่ววัง ส่วนฝ่าบาทนั่งอ่านแต่ตำรา พอกระหม่อมโตขึ้นมาหน่อย กระหม่อมออกไปโลดโผนนอกวังเป็นบุรุษเสเพลเกี้ยวสตรี ยลโฉมสตรีงาม ดื่มสุราเสพสุข ส่วนฝ่าบาทออกว่าราชกาลกับฟู่หวง [Ps2] ฝ่าบาทอ่านฎีกาทั้งวันทั้งคืน ในขณะที่กระหม่อมเมามายอยู่หอคณิกา” หวงเฟิงเทียนมองพี่ชายของตนและตอบอย่างสัตย์จริง



                “ถึงตอนนี้ข้ายังไม่ต่างอะไรจากตอนนั้น เพียงแต่ฝ่าบาทเมตตาแต่งตั้งจากองค์ชายให้เป็นถึงชินอ๋อง ตอนนี้ฝ่าบาทเป็นจักรพรรดิ กระหม่อมยังเสเพลและเสพสุข ส่วนท่านยังคงว่าราชการและอ่านฎีกาเช่นเคย กระหม่อมทำแบบฝ่าบาทมิได้ กระหม่อมมิได้เก่งกาจเรื่องการปกครองหากแต่ชำชองเรื่องของอิสตรีและความสำราญเสียมากกว่า” ก้มหน้าตอบทั้งรอยยิ้มเมื่อนึกถึงเรื่องเสเพลที่มอมเมาตน “อีกอย่างตำแหน่งไท่จื่อเหมาะกับโอรสของฝ่าบาทมากกว่ากระหม่อม”



                “เช่นนี้ก็ดี...เจ้ารู้ตนเองดีเฟิงเทียน หากตลอดรัชสมัยเจิ้นไม่มีบุตร เมื่อไม่มีเจิ้นแล้ว ตำแหน่งที่ข้ายืนอยู่นี้ย่อมเป็นของเจ้า หากเจ้าพร้อมไม่ต้องรอเจิ้นตายก่อนเจิ้นก็ยินดีถอยให้เจ้า แต่เจ้าไม่พร้อมเฟิงเทียน เจ้ารู้ดีอยู่แก่ใจแล้ว”



                หวงเฟิงเทียนกล่าววาจาใดไม่ออกแม้แต่ครึ่งคำ ยืนนิ่งฟังพี่ชายอย่างไม่นึกขัด



                “ไปหามารดาของเจ้า บอกเรื่องราชโองการที่ข้าจะแต่งตั้งให้เจ้าเป็นผู้ตรวจการณ์ และบอกให้นางล้มเลิกความคิดที่จะผลักดันเจ้าเสียที ที่ของเจ้านับว่าสบายกว่าที่ที่พี่ใหญ่ของเจ้ายืนอยู่ อยู่ตรงนี้น่ะดีแล้ว...”



                หวงเฟิงหยางตบไหล่น้องชายสองครั้งเป็นการย้ำเตือนถึงตำแหน่งที่เอ่ยไปเมื่อครู่ว่าสบายกว่าตน



                 รอยยิ้มประดับมุมปากและเดินจากไป ส่วนหวงเฟิงเทียนจะคิดเห็นประการใดในเรื่องที่ตนพูดไปเมื่อครู่นี้ก็สุดจะแล้วแต่ ตำแหน่งชินอ๋องหากภักดีต่อจักรพรรดินับว่าเป็นกำลังสำคัญ หากแต่คิดเป็นปรปักษ์แล้วก็นับว่าเป็นภัยใหญ่หลวง



                ยิ่งคิดก็ได้แต่สงสัย เหตุใดคนมากมายถึงอยากยืนอยู่ตรงนี้กัน ยืนเป็นเป้ารับคมดาบอาบน้ำผึ้งแทบจะทุกวัน เหตุใดหนอเหตุใด




 [Ps1]ผู้ที่ตระเวนดูเหตุการณ์และรวบรวมข่าวสารในเขตพื้นที่รับผิดชอบ

 [Ps2]คำเรียกบิดาขององค์หญิงและองค์ชาย


++++++++++

สนมไปแล้วหนึ่ง....

ส่วนฮองเฮาตอนนี้ค่าตัวแพงเลยมิได้ออกมา 


ขอบคุณทุกคนเน้อที่เข้าใจว่าที่ไรท์เขียนพยายามจะสื่ออะไรออกมา 

ขอบคุณจริงๆค่ะ 

เจอกันใหม่ตอนหน้าจ้า 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.528K ครั้ง

37 ความคิดเห็น

  1. #1715 อดีตรีดเงา (@kidmai555) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:36

    พี่น้องรักกันก็ดีแล้ว อย่างน้อยก็ยังให้มีคน ที่ยังเป็นครอบครัวเดียวกันให้ฝ่าบาทบ้าง อยู่กลางดงพิษคงจะโดดเดี่ยวน่าดู

    #1715
    0
  2. #1539 Amarry (@Amarry) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 23 มกราคม 2562 / 06:27
    ใครจะร้ายก็ได้ เว้นพี่น้องอย่าร้ายใส่กันพอ สำหรับตอนนี้เอ็นดูเฟิงเทียนมาก เหมือนเด็กติดพี่ที่ไม่คิดอะไรว่างๆก็แกล้งพี่พอบันเทิงใจเล่น ขอให้อาเทียนไม่ร้ายไม่โกงนะคะ

    รอค่าาาา
    #1539
    1
    • #1539-1 (@ciel22) (จากตอนที่ 35)
      23 มกราคม 2562 / 18:48
      เฟิงเทียนถูกเขียนมาให้น่ารัก น่าเอ็นดู และกวนประสาทค่ะ มากกว่านี้เห็นทีว่านางจะทำไม่เป็นแล้ว 5555 เขียนด้วยความลำเอียงสุดๆ รออ่านความน่ารักของนางต่อในตอนต่อๆไปนะคะ
      #1539-1
  3. #1537 Cronoska (@Cronoska) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 20:13

    น้องชายน่ารักเนอะ ดีจังพี่น้องไม่ชิงดีกัน
    #1537
    0
  4. #1536 Nnoblesse (@Nnoblesse) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 22 มกราคม 2562 / 14:10
    ไล่อ่านจนตามทันแล้วววว รอนะคะ
    #1536
    0
  5. #1533 0806747907 (@0806747907) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 21 มกราคม 2562 / 17:36
    รอค้าาา สนุกมากเลยยย
    #1533
    0
  6. #1530 yingyui2528 (@yingyui2528) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 15:37
    เจิ้นพูดมีเหตุผลนะ เป็นจักรพรรดิที่มองอะไรได้เฉียบขาดจริงๆ
    #1530
    0
  7. #1529 bthitap (@bthitap) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 15:27
    รอตอนต่อไปอยู่น้า
    #1529
    0
  8. #1527 นกยูง-มายา (@Nokyoong) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 12:25

    นั่นสิ

    อยากเป็นไปทำไมกั๊น

    #1527
    0
  9. #1525 chamee (@chamee) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 11:35
    รอติดตามคะ
    #1525
    0
  10. #1522 Lukiris Tink (@kimchi9) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 09:46
    เป็นฮ่องเต้นั้นไม่ยากเลย
    #1522
    0
  11. #1521 khemasiri (@khemasiri) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 08:51
    ไรท์ ขอบคุณที่มาแต่งเรื่องนี้นาคะ
    มันดีงามมั๊กกก
    ::>_<::
    #1521
    0
  12. #1520 jeerasuda0610 (@jeerasuda0610) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 05:26
    รู้แล้วก็ไปบอกแม่สะน้องชาย
    #1520
    0
  13. #1519 Earthkid (@Earthkid) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 03:50
    เมื่อไหร่ห้องเฮาจะตั้งครรภ์สักทีพี่จุ๊บ
    #1519
    0
  14. #1517 earro_aaa (@earro_aaa) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 00:14
    แง้ ขอให้จบดีนะคะไรท์ &#128583;
    #1517
    1
    • #1517-1 (@ciel22) (จากตอนที่ 35)
      21 มกราคม 2562 / 15:28
      ไรท์เตอร์เรื่องนี้เป็นนักเขียนฟีลกู๊ดนะ ฟีลกู๊ดจริงๆ คอยดูววว 55555 //รีบวิ่งหนี
      #1517-1
  15. #1514 krisyeol-baekdo (@krisyeol-baekdo) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 19:32
    สงสารจักพรรดิอ่ะ งานเยอะ อะไรเยอะแยะไปหมด
    #1514
    0
  16. #1513 Babysin​ (@0930074357) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 18:15

    หลับเยอะแบบนี้ระวังมีน้องนะอาเหมย​ ทุกคนนนนปล่อยพี่เต้ไปหาเมียเถอะ55555​ สงสาร

    #1513
    0
  17. #1512 DoNuT00910 (@DoNuT00910) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 15:12
    สู้ๆค่ะ สนุกมากๆๆ
    #1512
    0
  18. #1511 Kibibiza (@Mat_AnGel) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 14:54
    เชื่อว่าชินอ๋องเป็นคนดีสมกับที่ฮ่องเต้รักใคร่เอ็นดู
    #1511
    0
  19. #1510 ning792528 (@vj792528) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 12:42

    สนมชั้นเฟยตกอับไป 1...องค์ชายเจ้าสำราญความซวยมาเยือนเพราะแม่แท้ๆ

    #1510
    0
  20. #1509 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 19 มกราคม 2562 / 12:13

    ขอให้ชินอ๋องกับจวิ้นอ๋องเป็นคนดีตลอดไป

    #1509
    0
  21. #1508 sdy590002 (@sdy59000) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 23:45
    เกิดอะไรกับฮองเฮาหรือเปล่าค่ะ โดนวางยา หรือ นางกำลังท้อง ??
    #1508
    0
  22. #1507 Namtip2002 (@Namtip2002) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 22:15
    นึกว่ามาร้าย เห็นดูเจ้าเล่ห์ ที่แท้ภักดีมาก ทะเล้น เจ้าสำราญสุดๆ
    #1507
    0
  23. #1506 PanchatPoorahong (@PanchatPoorahong) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 21:32
    ฮวงโหว่ ไม่สบายกำลังมีน้องรึป่าว ลุ้นๆๆๆๆๆๆ
    #1506
    0
  24. #1505 Horizon_right (@Horizon_right) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 20:30
    เรากับเฟิงเทียนนี่สายเดียวกัน เล่นอย่างเดียว5555555 ตอนแรกที่อ่านคิดว่านางอยากได้บัลลังก์ อ่านไปอ่านมารู้เลยว่า... หนีงานได้เป็นหนี5555555 ขำ
    #1505
    0
  25. #1504 ชายาภา (@manganiz) (จากตอนที่ 35)
    วันที่ 18 มกราคม 2562 / 19:02
    ฮองเฮาท้องป่าวเนี่ย หลับดีเกิน
    #1504
    0