บอกข้าหน่อย ฮองเฮา นี่ใช่เมียหลวงไหม!?

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 681,553 Views

  • 1,723 Comments

  • 15,853 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    48,159

    Overall
    681,553

ตอนที่ 31 : บทที่ ๑๙ :: นั่งบนภูดูเสือกัดกัน (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 26271
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 1829 ครั้ง
    31 ธ.ค. 61

“ใต้เท้าลู่ขอรับ” บ่าวรับใช้ยื่นสารในมือให้กับเสนาบดีกรมคลังที่กำลังสำราญกับอนุภรรยา ก่อนจะชักสีหน้าเมื่อมีคนมาขัดความสำราญ



                มือของขุนนางเฒ่าที่อ้วนถ้วนสมบูรณ์ แสดงให้เห็นว่าจวนเสนาบดีกลมคลังแห่งวังหลวงนั้นมั่งมีเพียงใด ไหนจะข้าวของมากมายที่ตั้งตระหง่านไว้เพื่อบ่งบอกฐานะของเจ้าของ



                เสนาบดีลู่เซียนคลี่สารในมือด้วยความไม่พอใจ ที่สารเจ้าปัญหามาไม่ถูกที่ถูกเวลา แต่เมื่ออ่านทุกตัวอักษรกลับตาตื่น ร่างท้วมที่นอนเอกเขนกอย่างเกียจคร้านรีบลุกขึ้นโดยทันที

    


            “เป็นไปไม่ได้... ไปตามขุนนางที่ตรวจตราท้องพระคลังมาหาข้า!



                ขุนนางที่ดูแลท้องพระคลังหลวงห้าหกคนนั่งประจันหน้ากันด้วยความคร่ำเคร่ง ขุนนางทั้งหลายต่างวิตกให้กับสิ่งที่ได้ยินจากเสนาบดีลู่ที่ขณะนี้นั่งไม่ติดที่ พร้อมกับใบหน้าที่เคร่งเครียด



                “จะเป็นไปอย่างไร... จะเป็นไปได้อย่างไรกัน”



                หนึ่งในขุนนางผู้ร่วมขบวนการในครั้งนี้เอ่ยอย่างไม่อยากจะเชื่อเสียเท่าใดนัก เมื่อถ้อยรายงานในสารที่อยู่ในมือเสนาบดีลู่นั่น มีข้อความบ่งบอกว่าพวกตนนั้นกระทำการใหญ่พลาดเสียแล้ว



                “ทองคำเพิ่งจะส่งไปชายแดนแคว้นซานเมื่อไม่กี่วันก่อน พวกข้านำส่งด้วยตนเอง อีกทั้งฝ่าบาทรับสั่งอย่างมั่นเหมาะว่าให้ใต้เท้าดูแลทุกอย่างเพียงผู้เดียว ส่วนคนที่กระทำนั้นล้วนมีแต่พวกเราทั้งสิ้น แล้วเหตุใด เหตุใดจึงออกมาเป็นเช่นนี้!



                “มันเป็นไป ทองคำที่อยู่กับนายท่านเป็นทองปลอม ทั้งยังเป็นทองปลอมที่เราหลอมมาเองกับมือ!



                “หรือว่า... ฝ่าบาทจะรู้”



                “ไม่มีทาง!” ลู่เซียนพูดขึ้นเสียงแข็ง ท่าทียังคงไม่คลายอารมณ์โกรธภายในใจ “ฝ่าบาทไม่มีทางรับรู้ อีกอย่างหากรู้จะกล้าขนาดนี้เชียวหรือ ในเมื่อทรงรู้อยู่เต็มพระทัยว่าไม่มีกำลังหนุนพระองค์ แม้มีอำนาจแต่ใช่ว่าจะควบคุมทุกอย่างได้”



                “จริงอย่างที่ใต้เท้าว่า แต่ท่านอย่าลืม ครอบครัวของหวงโฮ่วคือใคร เสนาบดีเสวี่ยบิดาของนางคุมกลาโหม แม่ทัพเสวี่ยเฉิงพี่ชายของนางคุมทหารเรือนหมื่นเรือนแส ท่านจะกล่าวได้เต็มปากได้อย่างไรว่าฝ่าบาทไร้ซึ่งกำลังหนุน”



                คำคัดค้านทำเอาขุนนางชั้นผู้น้อยเริ่มนั่งกันไม่ติด ทั้งยังเห็นด้วยในสิ่งที่ขุนนางผู้หนึ่งที่ร่วมในขบวนการกล่าว แม้ก่อนหน้านี้องค์จักรพรรดิจะไม่เหลียวแลสตรีผู้เป็นฮองเฮาแม้แต่น้อย จึงเรียกได้ว่ามีอำนาจแต่ไร้ซึ่งกำลังที่จะใช้ แต่ทว่าเวลานี้เหมือนทุกอย่างจะเปลี่ยนไปเสียแล้ว ข้อกล่าวหาที่โจษจันไปทั่วเมืองหลวงเรื่องมนต์ดำ องค์จักรพรรดิก็พานางเข้าท้องพระโรงมาชี้แจงด้วยตนเอง ทั้งยังมองนางไม่คลาดสายตา ไหนจะข่าวภายในว่าตอนนี้ฝ่าบาทเสด็จตำหนักเหลียนฮวาแทบทุกคืน นั่นไม่ต่างอะไรกับการที่องค์จักรพรรดิจับอำนาจใส่ตระกูลเสวี่ยที่คุมกำลังพลกว่าครึ่งของเมืองหลวงไว้ และดึงมาเป็นกำลังพลของพระองค์




                “แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไร ที่ฝ่าบาทจะรู้ว่าเราจะทำการสับเปลี่ยนทองคำ เรื่องนี้เราระวังกันมากพวกท่านก็รู้ เราไม่ได้เปลี่ยนทองในท้องพระคลัง แต่สับเปลี่ยนอยู่ภายนอก ด้วยเกรงว่าฝ่าบาทจะทรงฉงนพระทัยจนนำทองคำในทองพระคลังไปตรวจสอบ”



                “ข้าเห็นด้วย อีกอย่างทองคำที่เราปลอมขึ้นนั้นใช่ว่าจะดูกันง่ายๆ แม้แต่พ่อค้าที่อยู่กับทองคำมาทั้งชีวิตยังแยกไม่ออก มีหรือที่ฝ่าบาทจะทรงรู้”



                “หรือจะเป็นพรรคพวกอื่น...” ขุนนางทั้งหลายแห่งวังหลวงตั้งข้อสันนิษฐาน และปฎิเสธไม่ได้ว่าข้อสัยยิษฐานข้อนี้มีน้ำหนักอยู่มาก



                “เป็นไปได้ แต่จะเป็นใครกัน...” ลู่เซียนเอ่ยขึ้นทั้งคบคิดข้อสันนิษฐานที่ว่านั้นอย่างตั้งใจ พรรคพวกอื่นนะหรือ ในแคว้นนี้จะมีสักกี่พรรคกี่พวกกันเล่าที่หวังอำนาจ ลาภยศ และความมั่งคั่ง “ใต้เท้าฮุย...”



                นามของอัครเสนาบดีใหญ่ของราชสำนักถูกเอ่ยขึ้นโดยลู่เซียน หากจะคิดถึงบุคคลที่กล้ากระทำการเช่นนี้แล้งคงหนีไม่พ้นอัครเสนาบดีฮุยกันฟูที่มีอำนาจในราชสำนักมาเนิ่นนานกระมัง



“เป็นไปได้ อัครเสนาบดีผู้นี้มักใหญ่ ทั้งปรารถนาความมั่งคั่งเหนือสิ่งอื่นใด หากนำเรื่องนี้มาหาเรื่องเรา ย่อมได้หน้าทั้งยังเป็นที่วางพระทัยของฝ่าบาท”



                “แล้วท่านจะทำอย่างไรใต้เท้า”



                “หากเป็นใต้เท้าฮุยจริงข้าก็ไม่ยอมเช่นกัน ในเมื่อใต้เท้าฮุยหาเรื่องข้าก่อน เห็นทีว่าข้าจะปล่อยเรื่องที่ใต้เท้าผู้นี้สร้างไว้ไม่ได้เสียแล้ว”               



                “ใต้เท้าหมายความว่าอย่างไร”



                “เรื่องที่ชายแดนแค้วนฉี พวกท่านว่าเสนาบดีฮุยได้ประโยชน์จากเรื่องนี้หรือไม่”



                “นี่ใต้เท้าอย่าบอกว่า...”



                “เขตชายแดนตรงนั้น นับเป็นขุมทรัพย์ของตระกูลฮุย ท่านอัครเสนาบดีฮุยบิดเบือนราชโองการกระทำการที่มิชอบ เก็บส่วยเก็บภาษีจากราษฎร ทั้งยังอ้างสิทธิความเป็นขุนนางกระทำการในทางมิชอบ ซื้อข้าวสารและธัญพืชของชาวบ้านในราคาถูกมาขายแข่งกับพวกพ่อค้า ติดต่อซื้อขายกับแคว้นอื่นจนมั่งคั่ง หากความนี้เล็ดรอดออกไป อัครเสนาบดีผู้นี้จะเป็นอย่างไรบ้าง...”



วังหลวง



                “คืนก่อน ขุนนางที่ดูแลท้องพระคลังไปจวนใต้เท้าลู่พ่ะย่ะค่ะ” จิวหลิงรายงานกับองค์จักรพรรดิเป็นการส่วนตัว ถ้อยรายงานที่น่าจะเป็นเรื่องใหญ่เมื่อครู่นั้นกลับกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยลงไปถนัดตา เมื่อพบว่าใบหน้าขององค์จักรพรรดินั้นไม่ได้สนใจในเรื่องนี้แม้แต่น้อย ผู้เป็นนายเหนือหัวขณะนี้ตั้งใจอ่านฎีกาในมือที่ปกติพระองค์ไม่ค่อยจะแยแสแต่ตอนนี้กลับอ่านอย่างตั้งใจ ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มจางๆบนใบหน้าที่ไม่น่าไว้ใจแม้แต่น้อย



                “เจิ้นจะไปพบหวงโฮ่ว”



                จิวหลิงเลิกคิ้วขึ้นอย่างสงสัย แต่ก็ไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกไป เว้นเสียแต่มองร่างอจอาจขององค์จักรพรรดิลอบออกจากตำหนักไป โดยไม่คิดจะบอกขันทีประจำองค์ที่ยืนเฝ้าอยู่ด้านหน้า หรือบอกให้ตนเองนั้นติดตามไปด้วยแม้แต่น้อย นึกอยากจะไปก็ไป โอรสสวรรค์ผู้นี้เปลี่ยนไปขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อใดกัน...



                ขณะเดียวกันนั้นบุรุษที่ไม่รู้ทุกข์รู้สุขกับถ้อยรายงานขององค์รักษ์เงา ก็ก้าวเข้าสู่ตำหนักเหลียนฮวาด้วยความชำนาญ ชำนาญเสียจนรู้ว่าเวลานี้ควรเข้าออกตรงที่ไหน ถึงไม่ให้ใครเห็น ควรจะลอบสังเกตผู้คนในตำหนัก ณ ตำแหน่งไหนถึงจะได้เห็นว่าฮองเฮาของพระองค์นั้นอยู่ที่ใดในเวลานี้ หากไม่ได้อยู่ในหอนอน



                สตรีผู้ที่ต้องการพบยืนสง่าอยู่ท่ามกลางหมู่มวลดอกไม้นานาพรรณกำลังสนทนากับสตรีอีกนางหนึ่งที่พระองค์เริ่มจะคุ้นหน้าของนางเสียแล้ว



                ซูซิน... สนมที่พระองค์ไม่เคยไปหาที่ตำหนัก หรือเรียกพบเพื่อพูดคุยแม้แต่น้อย เว้นเสียแต่นางอยู่กับเสวี่ยเหมยเท่านั้นถึงได้มีโอกาสได้พูดคุยกันสักหน



                ดวงเนตรของโอรสสวรรค์มองไปยังสตรีทั้งสองที่เริ่มคุยกันจนถูกคอ และย้ายไปนั่งสนทนากันต่อในศาลาทรงแปดเหลี่ยม รอยยิ้มไม่จางหายไปจากใบหน้าของเสวี่ยเหมยและอีกหนึ่งสนม ส่วนพระองค์ที่หอบเอาเรื่องใหญ่เตรียมจะมาโอ้อวดแกนางก็ทำได้แต่หลบซ่อน และมองดูสตรีวังหลังทั้งสองสนทนากันไปมาอย่างอารมณ์ดี ซึ่งต่างจากอารมณ์ของพระองค์อย่างสิ้นเชิง...



                ผ่านไปหนึ่งชั่วยามก็แล้ว แต่ไม่มีทีท่าว่าซูซินสนมนางนี้จากกลับออกไปง่ายๆเสียแล้ว องค์จักรพรรดิที่ถอนหายใจออกมานับร้อยครั้งพันครั้งพร้อมทั้งภาวนาให้สนมผู้นั้นรีบๆกลับตำหนักไปเสียแต่ก็ไม่มีวีแววว่านางจะกลับ ส่วนพระองค์นั้นก็เริ่มที่เบื่อหน่ายเต็มทน หวงเฟิงหยางเริ่มเปลี่ยนทิศเปลี่ยนทาง กลับไปยังหอนอนของเสวี่ยเหมยและลอบเข้าห้องของนางและนั่งรอสตรีดื้อดึงอีกครั้งพร้อมกับคำภาวนาที่ให้เจ้าของห้องกลับเข้ามาโดยเร็ว เพราะตอนนี้พระองค์จะเริ่มโมโหเสียแล้ว



                คำภาวนาครั้งที่หนึ่งร้อยของหวงเฟิงหยางก็สัมฤทธิ์ผล เมื่อได้ยินเสียงดังอยู่ด้านนอก เสียงหวานที่คุ้นหูกำลังสั่งนางกำนัลและขันที ก่อนจะย่างกายเข้าหอนอนโดยปราศจากคนติดตาม



                “เข้ามาเช่นนี้ หากพวกนางกำนัลกับขันทีมาพบเข้าจะทำอย่างไรเพคะ”



                หวงเฟิงหยางมองสตรีที่หันหลังปิดประตูบายใหญ่อยู่ด้วยความฉงนใจ นางรู้หรือว่าพระองค์ลอบเข้าตำหนักของนาง แต่ไม่ทันจะได้เอ่ยถาม สตรีที่พูดขึ้นเมื่อครู่ก็หันมาประจันหน้ากับพระองค์ทั้งแววตาที่คาดโทษพระองค์อยู่



                ดอกเหมยงามกลายเป็นแม่เสือเสียแล้ว...



                “กระทำเช่นนี้บ่อยครั้งเข้าหากคนอื่นรู้จะทำอย่างไรเพคะ นี่ไม่เท่ากับว่าฝ่าบาทนำเรื่องมาให้หม่อมฉันอีกหรือเพคะ หากขุนนางพวกนั้นยื่นฎีกากล่าวหาหม่อมฉันอีกคราวนี้ฝ่าบาทจะโกหกอย่างไรออกไปอีก จะโกหกว่าปีนหลังคาตำหนักไปเก็บใบไม้ หรือเข้าแอบอยู่บนขื่อเถียงกับแมงมุมเล่าเพคะ!



                หวงเฟิงหยางยังไม่เอื้อนเอ่ยสิ่งใดออกมา มองสตรีร่างอรชรเดินเข้ามาหา พร้อมทั้งพรั่งพรูต่อว่าพระองค์ไม่ขาดปาก พร้อมกับดวงตาที่ฉายความไม่พอใจไว้อย่างชัดเจน จนสุดท้ายก็มาหยุดอยู่ตรงหน้า...



                “ก็บอกว่ามาหาหวงโฮ่ว”



                ตอบด้วยรอยยิ้ม รั้งร่างของสตรีที่กลายเป็นแม่เสือร้ายให้นั่งลงข้างกับพระองค์



                “รู้ได้อย่างไรว่าเจิ้นลอบเข้าตำหนัก”



                “โจ่งแจ้งเสียขนาดนั้น หม่อมฉันจะไม่เห็นได้อย่างไร แล้วยืนเช่นนั้นนับชั่วยามไม่ร้อนบ้างหรือเพคะ” จะให้กล่าวดีเล่า ว่านางเห็นตั้งแต่บุรุษในชุดเต็มยศมาด้อมๆมองๆนางอยู่นับชั่วยามพร้อมใบหน้าบึ้งตึง นี่นับว่านางใจดีขนาดไหนที่เอ่ยปากให้สนมผู้นั้นกลับไปก่อน ไม่เช่นนั้นหวงเฟิงหยางคงได้นั่งหน้าบูดอยู่ตำหนักนางอีกค่อนวันเป็นแน่



                “ร้อน เลยเข้ามาพักในห้องแทน” เอ่ยอย่างไม่ปิดบัง ส่วนสตรีที่นั่งข้างกายก็เอื้อมมือมาสัมผัสใบหน้าที่ยังทิ้งคราบเหงื่อไคลไว้อยู่



                “แล้วเหตุใดถึงมาตั้งแต่หัววันเล่าเพคะ”



                ยิ้มกว้างให้กับสตรีข้างกาย ยื่นฎีกาส่งให้กับเสวี่ยเหมย และรอให้นางได้อ่านอย่างถี่ถ้วน และใบหน้าที่พระองค์เฝ้าคอยก็ปรากฎขึ้น               



                ใบหน้าแห่งความฉงนใจเล็กน้อย และยิ้มจางๆที่เหมือนจะรอพระองค์เอ่ยบางอย่างออกไป



                “จิวหลิงมารายงาน ว่าเมื่อคืนก่อน พวกขุนนางที่ประจำอยู่ที่ท้องพระคลังคร่ำเคร่งหาหรือกันที่จวนของลู่เซียน พอมาวันนี้ลาเซียนยื่นฎีกานี้มาให้เจิ้น”



                ขอให้ฝ่าบาทตรวจสอบอัครเสนาดีฮุยกันฟู เรื่องการค้าชายแดนแคว้นฉี เนื่องด้วยอัครเสนาบดีฮุยกันฟูบิดเบือนราชองค์การ จนสร้างความเดือดร้อนแก่ชาวบ้าน สร้างความทุกข์เข็นให้กับราษฎรแคว้นเยี่ยน



            อาเหมยไล่เรียงตัวอักษรในฎีกาอย่างละเอียด และเหยียดยิ้มออกมาอย่างพึงพอใจในสิ่งที่เห็นตรงหน้า



                “ยิ้มเช่นนี้ น้องหญิงคิดเห็นอย่างไร”



                “เช่นนี้ก็คงนั่งบนภูมองดูเสือกัดกันกระมังเพคะ”



                แม้จะไม่เป็นไปอย่างที่หวังเต็มร้อยว่าเรื่องทองคำปลอมที่นางและหวงเฟิงหยางกระทำลงไปนั้นจะสาวไปถึงนายใหญ่ได้ แต่เหตุปรากฏออกเช่นนี้ก็นับว่ายังไม่สูญเปล่าไปเสียหมด เพราะผู้กระทำนั้นร้อนตัวจนกลายเป็นนกหวาดเกาทัฑณ์ ถึงขั้นขุดขุ้ยความผิดของผู้อื่มาเปิดโปงบ้าง อาจด้วยเหตุผลที่ว่าล้มจมคนเดียวไม่ได้ จนต้องดึงคนอื่นมาด้วย ไม่ก็เบี่ยงเบนความสนใจขององค์จักรพรรดิ หรือไม่ก็ตอบโต้อีกฝ่ายด้วยนึกว่าเป็นต้นเหตุของแผนการณ์ในครั้งนี้ แต่ไม่ว่าอะไรก็ตามทีทั้งนางและหวงเฟิงหยางล้วนได้ประโยชน์ ส่วนเรื่องอื่นนั้นก็ช่างปะไร...



                “ว่าแต่สนิทสนมของซูซินตั้งแต่เมื่อใดกัน”



                มองบุรุษที่วกกลับมาเรื่องของนางเสียอย่างนั้น หรือว่าจักรพรรดิผู้นี้ทิ้งไห้น้ำส้มเรี่ยราดแม้กระทั้งกับสตรีในอณานัติของพระองค์เชียวหรือ...



                “นางแวะเวียนมาหาบ่อยเพคะ มาถามไถ่บ้าง มาเล่าเรื่องให้ฟังบ้าง ก็เพลินดีเหมือนกัน”



                “เหงาหรือ เช่นนี้ทำไมไม่ไปหาเจิ้นบาง”



                อาเหมยถอนหายใจ โคลงศีรษไปมา ใบหน้าเอือมระอาปรากฏขึ้นอย่างไม่ได้ปิดบัง เมื่อเห็นสีหน้าของบุรุษที่ไม่เคยสำนึกผิด หรือละอายต่อการกระทำที่อุกอาจของตนแม้แต่น้อย



                หวงเฟิงหยางยังคงยิ้มไม่หยุด ฉวยเอามือบางมากอบกุม มองกำไลหยกในข้อมือขาว กำไลหยกที่พระองค์ใส่ให้นางเองกับมือ นิ้วเรียวสัมผัสความเย็นจากกำไลหยกลูกคลึงไปมาจนพอใจ ถึงได้เงยหน้าขึ้นมามองเจ้าของมือขาวและกำไลหยกที่ดูจะไม่พอใจพระองค์อีกเป็นเท่าทวี



                “เสด็จมาที่นี่นอกจากนำฎีกามาให้หม่อมฉันอ่านเล่นแล้ว ยังต้องการมาทวงกำไลหยกคือหรือเพคะ”



                “เปล่า ให้แล้วเหตุใดต้องเอาคืน”



                ตอบปฏิเสธและกลับไปสนใจกำไลหยกอีกเช่นเคย ประหนึ่งเด็กน้อยที่เจอกับของเล่นชิ้นใหม่ ทำเอาสตรีที่ได้ครอบครองกำไลหยกไม่รู้จะกระทำเช่นไรต่อนอกเสียจากนั่งนิ่งให้จักรพรรดิผู้นี้ได้เล่นกำไลหยกให้สมใจ



                “ซูซิน... ฝ่าบาทมิคิดจะไปตำหนักนางบ้างหรือเพคะ” บุรุษที่นั่งเล่นมือของภรรยาเสียต้องหยุดชะงักเมื่ออีกฝ่ายถามคำภามประหลาดขึ้นมาเสียดื้อๆ อาเหมยอลอบสังเกตท่าทีของอีกฝ่ายอย่างระมัดระวัง เรื่องนี้เหมือนจะเคยคุยกับหวงเฟิงหยางมาบ้าง แต่ทุกครั้งอีกฝ่ายมักจะบ่ายเบี่ยงและไม่ตอบนางอย่างตรงประเด็น



                พอมาคราวนี้เลยหยิบยกซูซินขึ้นมาอ้าง ด้วยเหตุว่าทั้งสองพบปะกันบ่อยครั้งในตำหนักของนาง อีกทั้งนางไม่ใช่เมียหลวงที่ใจไม้ไส้ระกำ นางเป็นคนใจกว้างจะตายไป...



                แต่สตรีที่กำลังคิดว่าตนเองใจกว้างกำลังจ้องมองใบหน้าของสามีเพื่อรอคำตอบอย่างตั้งใจ โดยไม่ให้ตกหล่นแม้สักประโยคเดียว



                “นางให้น้องหญิงมาพูดกับเจิ้นหรือ”



                “เปล่าเพคะ นางแค่... เป็นสตรีของฝ่าบาทเช่นกันไม่ต่างจากหม่อมฉัน”



                “เจิ้นว่าเรามิควรคุยกันเรื่องนี้”



                “แต่กระทำเช่นนี้ควรแล้วจริงๆหรือเพคะ ก่อนหน้านี้ฝ่าบาทไม่เคยมาเหลียนฮวากงแม้แต่น้อย แต่พอมาตอนนี้ฝ่าบาทกลับไปยอมเสด็จตำหนักใดนอกจาเหลียนฮวากง สตรีนับร้อยเฝ้ารอฝ่าบาทอยู่ในวังหลัง ยิ่งกระทำเช่นนี้ก็เหมือนให้หม่อมฉันตกเป็นที่ริษยา”



                หยิบยกข้ออ้างที่พอดูมีนน้ำหนักมาอ้างกับหวงเฟิงหยางที่เวลานี้ขรึมนักกว่าเก่า



                “เราเคยคุยเรื่องนี้กันไปแล้วไม่ใช่หรือ เจิ้นทราบดีว่ากระทำเช่นนี้ไม่ดีกับน้องหญิง แต่แล้วอย่างไร ต่อให้เจิ้นไม่มาที่นี่สนมมากมายก็ริษยาน้องหญิงอยู่เช่นเคย ด้วยตำแหน่งหวงโฮ่วใครบ้างไม่ต้องการ สู้เจิ้นไปมาเช่นนี้นั้นดีกว่านัก พวกสนมทั้งขุนนางจะได้รู้ว่าน้องหญิงนั้นสำคัญเพียงใด กระทำสิ่งใดยิ่งต้องระวัง”



                “แต่...”



                “อาเหมย เจิ้นเป็นเพียงบุรุษต่อให้ใครต่อใครกล่าวว่าเป็นโอรสสวรรค์นั่งบนบัลลังก์มังกร แต่อย่างไรเจิ้นก็เป็นเพียงชายคนหนึ่ง ชายคนหนึ่งเท่านั้นอาเหมย เพราะฉะนั้นเจิ้นเป็นสามีของสตรีนับร้อยมอบความสุข ความปรารถนานับร้อยนับพันให้พวกนางนั้นไม่ได้ แต่สิ่งที่เจิ้นให้ได้นั้นคือการเป็นสามีของน้องหญิง เรื่องนี้ตัวน้องหญิงเองคงจะทราบดีกว่าใคร เรื่องระหว่างเรานั้น เหมือนว่าจะก้าวข้ามอะไรบางอย่างมาแล้ว ก้าวข้ามเสียจนถอยหลังกลับไม่ได้แม้แต่ก้าวเดียว”



                “แต่ทุกคนควรได้รับความยุติธรรมหรือไม่เพคะ”



                “ย่อมเป็นเช่นนั้น แต่กระนั้นความยุติธรรมของเราใครบ้างที่จะหยิบยื่นมาให้ได้ อาจด้วยหน้าที่จึงทำให้เจิ้นไม่สามารถเป็นสามีที่ดีได้ แต่ต่อหน้าน้องหญิง ขณะที่มีเพียงเราเจิ้นขอได้หรือไม่ ให้เจิ้นเป็นเพียงชายธรรมดาคนหนึ่งที่มาหาภรรยาของตนเองด้วยความสุข ไม่ใช่มาหารือ เรื่องของสตรีอื่น เจิ้นถามจริงๆเถิดหยิบยกเรื่องนี้มาคุยไม่เจ็บปวดบ้างหรือ”

              


                 สตรีที่ถูกย้อนถามกลับนั่งนิ่ง แม้คราวแรกจะถามเพื่อลองใจอีกฝ่าย แต่กลับกลายเป็นว่านางต้องมานั่งสำรวจตัวเองว่าเจ็บปวดอย่างที่หวงเฟิงหยางกล่าวหรือไม่

             


                  “หากน้องหญิงไม่เจ็บ แต่เจิ้นเจ็บที่จัดการเรื่องในบ้านไม่ได้จนต้องให้ภรรยามาวิตกเรื่องนี้” สัมผัสที่ข้อมือยังไม่หายไปไหน ทั้งยังได้รับแรงบีบรัดที่เพิ่มขึ้น แต่ก็ไม่ได้ทำให้นางรู้สึกเจ็บหรืออึดอัดแต่ประการใด



                “วางเรื่องพวกนี้ลงเสียอาเหมย เวลาอยู่ด้วยกันตามลำพังกับเจิ้น ก็ให้กระทำตัวเฉกเช่นสามีภรรยาทั่วไป” บ้านของหวงเฟิงหยางนั้นใหญ่เหลือเกิน ใหญ่เสียจนจำคนในบ้านหลังใหญ่นี้ไม่หมด ความปรารถนาที่จะเป็นปุถุชนธรรมดาของหวงเฟิงหยางนั้นอยากเย็นเหลือเกิน แต่สิ่งหนึ่งที่ทำให้อาเหมยแปลกใจไปกว่านั้น...



                เหตุใดจึงพูดกับนางตรงๆอย่างไม่ปิดบังกันเล่า ความในใจ และความต้องการทั้งหมดนั้นควรถูกซ้อนให้มิดไม่ให้ใครได้รับรู้ เพราะถูกความต้องการของจักรพรรดิล้วนเป็นจุดอ่อน แต่กับนางหวงเฟิงหยางเปิดเผยทุกอย่างมาวางตรงหน้าอย่างไม่หวาดกลัว ว่านางจะทรยศหรือหักหลัง



                อาเหมยมองใบหน้าของบุรุษที่เรียกร้องอยากเป็นสามีของสตรีคนหนึ่งเฉกเช่นคนธรรมดา กุมมือตอบกลับบุรุษที่กำลังมีทีท่าเหมือนอ้อนวอน ก่อนจะยิ้มออกมา



                “เช่นนั้นก็ได้เพคะ”



                มองจักรพรรดิที่ยิ้มกว้างออกมาทันตาเมื่อนางตอบตกลง และยินยอมให้พระองค์สมปารถนา มือที่กอบกุมมือของนางไว้คลายออก แขนทั้งสองข้างของหวงเฟิงหยางรั้งตัวนางเข้ามากอดแนบอกแทน พร้อมกับถ้อยคำที่พรุ่งพรูออกมาอย่างดีใจ จนนางได้แต่ยิ้มตาม ให้กับเรื่องของหนุ่มสาวที่ฝันอยากจะเป็นคนธรรมดาของหวงเฟิงหยางและนาง...



                ความจริงไม่ใช่แค่หวงเฟิงหยางที่วาดฝันเรื่องเช่นนั้น นางเองก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าวาดฝันเช่นนั้นไม่ต่างกัน แต่ทุกอย่างก็ล้วนยากเย็นเหลือเกิน ยากเย็นเสียนางมองไม่เห็นทางที่จะเป็นจริงได้



                “หวงโฮ่วเหนียงเหนียง หยางไท่เฮานำยามาถวายเพคะ” ถ้อยรายงานของนางกำนัลทำเอาสตรีที่แอบอิงอกของขักรพรรดิตั้งตรงอีกครั้ง และสิ่งที่นางสนใจไม่ใช่เรื่องยาที่หยางไท่เฟยนำมาให้ หากแต่เป็นบุรุษข้างกายที่กำมือแน่นพร้อมกับแววตาที่คล้ายกับเดือดดาลอะไรบางอย่างเมื่อได้ยินรายงานของนางกำนัลเมื่อครู่



                “ไปจัดการเหมือนเดิม”



                “เพคะเหนียงเหนียง”



                ได้ยินเสียงฝีเท้าของนางกำนัลที่เดินจากไป ก็กลับมาหันมองหวงเฟิงหยางอีกครั้งหนึ่ง ใบหน้าของหวงเฟิงหยางยังคงความไม่พอใจเหลือประมาณไว้ ราวกับว่าโกรธเคืองยาของหยางไท่เฮาเสียเหลือเกิน



                “เป็นอะไรไปเพคะ”



                “รู้หรือไม่ว่ายานั้นคืออะไร”



                อาเหมยส่ายหน้าปฏิเสธ แต่หากจะให้เดาก็มีเพียงไม่กี่อย่างที่สตรีหวังหลังมักกระทำใส่กัน หนึ่งคือยาพิษ สองคือยาห้ามตั้งครรภ์ สามคือยาบำรุงจริงๆ ซึ่งอย่างหลังนั้นเป็นไปได้ยาก เสียจนไม่น่าเชื่อว่าจะมีคนที่หวังดีขนาดนี้อยู่ในวังหลังด้วยซ้ำไป



                อาเหมยมองบุรุษตรงหน้าที่หันมามองนาง ก่อนจะเอื้อนเอ่ยในสิ่งที่ไม่แน่ใจว่ายาที่ได้รับนั้นเป็นสิ่งใดในสามสิ่งที่นางสงสัยอยู่



                “หยางไท่เฟยส่งยาห้ามตั้งครรภ์มาให้น้องหญิง”

 


               อาเหมยเพียงพยักหน้ารับ ยาที่หยางไท่เฟยขยันส่งมาให้นั้น คือยาห้ามตั้งครรภ์ซึ่งก็ไม่ผิดจากที่คิดเสียเท่าใดนัก ท่าทีของนางจึงไม่ได้ตื่นตระหนกหรือโกรธเคืองแต่ประการใด ต่างจากอีกฝ่ายที่เหมือนจะหมดความอดทนให้กับเรื่องนี้เสียแล้ว



                “เจิ้นสั่งนางกำนัลของหยางไท่เฟยไปแล้วว่ายาส่งยานี่มาที่ตำหนักเหลียนฮวาอีก แต่ยังมิวายกระทำลับหลังเจิ้น!



                “จะกังวลสิ่งใดเล่าเพคะ ยานั่นไม่ได้อันตรายถึงแก่ชีวิตมิใช่หรือ”



                อันตรายกว่านี้นางยังรอดมาได้ แล้วยาห้ามตั้งครรภ์ก็คงมิร้ายแรงขนาดจะคร่าชีวิตของนางได้กระมัง



                “ไม่อันตราย แต่กินไม่ได้โดยเด็ดขาด น้องหญิงเคยกินยาพวกนี้ไปบ้างหรือไม่”



                “ไม่เพคะ หม่อมฉันไม่แน่ใจว่ายานั่นคืออะไร เลยสั่งให้นางกำนัลเททิ้งทุกครั้งไป”



                “ดีแล้ว...” อาเหมยมองบุรุษที่กล่าวว่านางทำดีแล้วอย่างใคร่รู้ “มีบุตรให้เจิ้นเถิดอาเหมย”



                “มีบุตร...” อาเหมยเอ่ยขึ้นอย่างไม่ทันตั้งตัวเสียเท่าใดนัก แม้จะเคยคบคิดถึงเรื่องนี้มาบ้างแล้วก็ตาม ตั้งแต่ที่นางร่วมหลับนอนกับหวงเฟิงหยาง แต่นางก็ไม่คิดเช่นกันว่าหวงเฟิงหยางจะเอ่ยตรงๆกับนางเช่นนี้



                “ใช่ จะหญิงหรือชายก็ได้ขอแค่เป็นบุตรที่เกิดจากอาเหมยของเจิ้นก็พอ...” สตรีที่กำลังถูกจักรพรรดิผู้หญิงใหญ่ขอร้องกลับนิ่งงัน ส่วนบุรุษที่เอ่ยขึ้นมานั้นก็เต็มไปด้วยความหวัง



                แม้ก่อนหน้านี้ไม่คิดอยากมีบุตรด้วยเพราะไม่ไว้ใจสตรีนางใดให้โอบอุ้มบุตรของพระองค์ ด้วยเกรงว่าเด็กน้อยบริสุทธิ์จะถูกหยัดเยียดความคิดชิงดีชิงเด่นจนมองไม่เห็นสิ่งใดนอกเสียจากโหยหาอำนาจจนนำซึ่งความหายะมาสู่ตนในที่สุด หากเป็นเช่นนั้นแล้วผู้เป็นบิดาอย่างพระองค์จะทนได้อย่างไรกัน หากอำนาจมัวเมาบุตรเสียจนไม่รู้ดีรู้ชั่ว ซึ่งเหตุการณ์เล่านี้ล้วนปรากฎให้เห็นบ่อยในหน้าประวัติศาสตร์ แม้แต่พระองค์เองถูกปลองร้ายมาตั้งแต่เด็ก ช่วงวัยที่ควรจะหาความสุขแต่ต้องมาระแวดระวังภัยที่มีอยู่รอบด้านจนไม่มีเวลาหาความสุข คร่ำเคร่งกับการเป็นที่หนึ่งทั้งๆที่อยากอยู่อย่างสงบสุขมาโดยตลอด...



                 แต่พอมาบัดนี้เริ่มนึกฝันถึงวันที่ได้อุ้มชูเด็กน้อยที่เลือดเนื้อเชื้อไขของพระองค์ โดยมีอาเหมยโอบอุ้มเด็กน้อยนี้ไว้พร้อมกับพระองค์ภายในใจกลับรู้สึกมีความสุขอย่างประหลาด หากเป็นสตรีนางนี้พระองค์เชื่อเหลือเกินว่าบุตรของพระองค์จะไม่มีความคิดทำนองนี้ เพราะมารดาของนางนั้น ฉลาดจนรู้ว่าไม่ควรนำชีวิตไปแลกกับอำนาจที่ลวงหลอก



                 และอีกนัยหนึ่งหวงเฟิงหยางเองก็หวังเป็นอย่างยิ่งว่าการมีบุตรกับนางจะผูกมัดนางไว้ ไม่ใช่แค่หัวใจแต่เป็นร่างกายและจิตวิญญาณของนางไว้กับพระองค์ หากใครจะกล่าวหาว่าพระองค์เห็นแก่ตัวหรือเอนเอียงยอมลงให้กับอาเหมยมากเกินไปนั้น พระองค์จะไม่ปฏิเสธแม้แต่น้อย ต่อให้โลกใบนี้จะตั้งตรงเพียงใด พระองค์ก็จะยอมเอนเอียงไปหานางแต่เพียงผู้เดียว ขอแค่ให้นางอยู่กับพระองค์...


++++++++++++++

มาส่งท้ายปีเก่าจ้า
ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตามกันมาจนถึงตอนนี้
ขอให้ทุกท่านมีความสุขตลอดทั้งปีที่กำลังจะเริ่มต้น
พบเจอแต่สิ่งดีๆนะคะ 


ปล. ช่วงนี้เรื่องอาจจะดูเอื่อยๆหน่อยต้องขอโทษด้วยนะคะ _/\_


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 1.829K ครั้ง

74 ความคิดเห็น

  1. #1646 Kratayz (@Kratayz) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:43
    พี่เต้บอกว่าอยากเป็นแค่ชายธรรมดาๆคนนึง แต่ยังแทนตัวเองว่าเจิ้น ดูขัดๆนะคะไรท์ เป็นกำลังใจให้จ้าา
    #1646
    0
  2. #1532 Cronoska (@Cronoska) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 20 มกราคม 2562 / 23:07
    รีบๆมีเลยจร้าาาา ลุ้นมากเลย 555+
    #1532
    0
  3. #1484 โลลิค่อน (@0881637445) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 17 มกราคม 2562 / 17:26
    มีลูกๆๆๆๆๆๆ
    #1484
    0
  4. #1361 DoNuT00910 (@DoNuT00910) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 18:49
    สนุกค่าาา มาต่อไวๆน้า รอเสมอ~~
    #1361
    0
  5. #1315 Namnung_nung (@Namnung_nung) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 17:59
    อยากให้ไรท์มาบ่อยๆ รอไรท์ๆ
    #1315
    0
  6. #1313 OverOzone (@namwanny42) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 08:24
    โลกเอียงใหญ่แล้ว ชอบคำพูดเจิ้นที่พูดกับอาเหมยเรื่องวังหลังคือน่ารักมาก.
    #1313
    0
  7. #1312 Lobbin (@Lobbin) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 20:54
    โลกเอียงหนักแล้วเจ้าลูกเต่าเอ๋ย
    #1312
    0
  8. #1311 pang061458 (@pang061458) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 20:09
    จะมีหนังสือมั้ยค่ะสนุกมากเลย
    #1311
    0
  9. #1309 kulyasalin2 (@kulyasalin2) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 16:37
    โอ้ย.....ความรักบังตา โลกเอียงหนักมาก .......
    Happy New Year นะจ๊ะไรท์
    #1309
    0
  10. #1307 srisupanuch (@srisupanuch) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 3 มกราคม 2562 / 13:12
    ไท่เฟย มีฐานะต่ำกว่าฮองเฮานะ ฮองเฮาคือแม่แห่งแผ่นดินอยู่เหนือสตรีทุกคน/ต่อให้เป็นไท่เฟย ไท่ผินก็เป็นแค่สนมเท่านั้น ทั้งเป็นอดีตสนมด้วย
    #1307
    0
  11. #1306 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 21:51
    ถ้าเต้ไเลูกสาวนี่คงหวงน่าดู
    #1306
    0
  12. #1303 alisie_amps (@AomKazuko) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 17:00
    รอค่าาาาา
    #1303
    0
  13. #1302 PandoraShots (@PandoraShots) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 16:59
    สวัสดีปีใหม่ค่าไรท์
    #1302
    0
  14. #1300 Kimiyoshi Ranna (@mookmane) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 2 มกราคม 2562 / 00:05
    แหมมมมม โลกจะตรงก็จะยิมเอียงให้น้องเลยค่ะพี่เต้~ เลียนใช้ได้เลยนะเรานะ5555

    ปล. สวัสดีปีใหม่ค่ะไรท์
    #1300
    0
  15. #1296 Witta888 (@Witta888) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 20:48
    สวัสดีปีใหม่คะไรท์
    #1296
    0
  16. #1291 Gadget68 (@Gadget68) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 16:36
    สวัสดีปีใหม่ค่ะไรท์.
    #1291
    0
  17. #1290 @_sassygirl_@ (@friday11) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 16:34
    เหมือนพี่เต้จะรู้ว่าอาเหมยไม่ใช่คนภพนี้
    #1290
    0
  18. #1287 mioruki (@mioruki) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 14:36
    ถ้าอยากมีบุตรก็ง่ายนิดเดียว แค่เต้ไล่สนมทั้งหลายออกนอกวังก็พอ
    #1287
    0
  19. #1284 Boom (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 12:44

    ชอบเรื่องนี้มาก เราว่าเรื่องไม่เอื่อยหรอกค่ะกำลังสนุกเลย เราเข้าใจว่าเนื้อหามันเยอะ ไหนจะเรื่องการเมือง เรื่องของพระเอกนางเอก เรื่องครอบครัวนางเอก ปมของตัวนางเอกก็ยังคลายไม่หมด เป็นกำลังใจให้นะคะ

    ปล. สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอให้สมองปลอดโปร่ง คิดบวก แล้วทุกอย่างจะดีขึ้น^^

    #1284
    0
  20. #1283 นกยูง-มายา (@Nokyoong) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 10:10

    ตอนนี้ฝ่าบาทน่ารักมาก

    #1283
    0
  21. #1282 Wilawan Chumwanid (@nunany27) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 09:00
    Happy new year ค่ะ
    #1282
    0
  22. #1280 21161m12 (@21161m12) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 08:45
    สนุกมากเลยค่ะ ถ้าเป็นไปได้ขอเป็นแฝดชายได้มั้ยค่ะ
    #1280
    1
    • #1280-1 (@ciel22) (จากตอนที่ 31)
      1 มกราคม 2562 / 08:48
      ถ้าเป็นแฝดแล้วแสบเหมือนแม่ เจ้าเล่ห์เหมือนพ่อนี่สงสัยวังจะแตกเลยนะคะ 5555
      สวัสดีปีใหม่ค่ะ :)
      #1280-1
  23. #1279 smppl (@somsalala) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 08:05

    สวัสดีปีใหม่ค่าาาา ฟินมากมายยยย ส่งท้ายปีได้น่ารักสุดๆเลยค่ะ
    #1279
    0
  24. #1278 BunikaSomsong (@BunikaSomsong) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 03:32
    ฟินมาก แต่ทำไมอยู่ดีๆถึงรักขนาดนี้ โทดทีหนูงงง
    #1278
    0
  25. วันที่ 1 มกราคม 2562 / 02:47
    สวัสดีปีใหม่ค่ะ ขอให้เป็นปีที่ดีนะคะ
    #1277
    0