บอกข้าหน่อย ฮองเฮา นี่ใช่เมียหลวงไหม!?

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 695,790 Views

  • 1,846 Comments

  • 15,991 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

จำนวนแชร์
0

  • Month Views
    62,396

    Overall
    695,790

ตอนที่ 13 : บทที่ ๑๑ :: ทองนี้ข้าได้แต่ใดมา!

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 29
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2833 ครั้ง
    25 ต.ค. 61

 

สุขใดจะเท่าอยู่บนกองเงินกองทอง แต่ก่อนก็คิดเช่นนั้น แต่พอมาบัดนี้เจ้าแม่ที่เค็มปานเกลือสมุทรกลับนั่งมองทองเป็นหีบด้วยสายตาเวทนา...

 

เฮ้อ~~

 

มีเงินท่วมหัวแต่ผัวไม่ให้ออกไปไหน...

 

สุภาษิตที่ผิดเพี้ยงดังก้องในหัวของอาเหมย มองเหล่าเงินทองที่กองตรงหน้าแต่เอาออกไปจับจ่ายใช้สอยอะไรไม่ได้เพราะนางไม่ได้รับอนุญาตให้ออกไปที่ใด...

 

แล้วจะมีไว้ทำมารดาเจ้ารึ!

 

นึกแล้วก็โกรธคนที่ขนทองมาให้นาง สมบัติพวกนี้คือทรัพย์สินที่องค์จักรพรรดิพระราชทานมาให้ เพื่อให้สมฐานะฮองเฮา แต่แล้วอย่างไรเล่า! การเดินวนเวียนในตำหนักไปมา มันทำให้เงินทองของนางพร่องลงหรือก็ไม่ เหมือนเก็บก้อนดินก้อนหินมากองเล่นก็มิปาน

 

ว่าแต่...ทำไมทองพวกนี้ถึงได้ดูแปลก...

 

สตรีที่อยู่กับทองมาตั้งแต่เกิดพิจารณาทองคำตรงหน้า หากต้องเอะใจว่าเหตุใดทองคำพวกนี้ถึงได้ผิดแปลกกว่าที่นางคุ้นเคย หรือว่าจะเป็น...

 

ทองปลอม!

 

อาเหมยเบิกตาโพลงแต่ก็ยังไม่ปักใจเชื่อว่าทองคำที่ได้รับพระราชทานมาจะเป็นทองปลอม จักรพรรดิผู้นั้นคงไม่จนกรอบเสียจนนำทองปลอมมาให้นางเป็นแน่ สตรีที่อยู่กับทองมาทั้งชีวิตจึงเริ่มทำการพิสูจน์ด้วยตนเองในทันที!

 

ทองแท้ย่อมไม่แพ้ไฟ เพราะฉะนั้นอาเหมยเลยจัดการเอาทองเผาไฟในทันที แต่ก็ต้องลอบทำอย่างลับๆ ประเดี๋ยวนางกำนัลในตำหนักจะเข้าใจว่านางเผาตำหนักตนเองประชดชีวิตเสียก่อน

 

และผลที่ได้ออกมาคือเจ้าทองคำที่เหลืองอร่ามเมื่อครู่ไหม้ดำเปลี่ยนสีไปผิดจากก่อนหน้าอย่างสิ้นเชิง

 

หน็อย! เอาทองปลอมมาให้ข้าหรือเจ้าลูกเต่า!

 

“เสี่ยวหลิน เวลานี้ฮ่องเต้อยู่ที่ใด!” เอ่ยถามนางกำนัลที่รอบรู้ทั่วทั้งวังเป็นอย่างดีก่อนจะได้รับคำตอบที่ต้องการ

 

“ยามเว่ย (13.00-14.59) ฝ่าบาทน่าจะประอยู่ที่ตำหนักเทียนเหอเพคะ”

 

“อ้อ...งั้นเจ้าพาข้าไปที”

 

“หวงโฮ่วเหนียงเหนียงจะเข้าเฝ้าฝ่าบาทหรือเพคะ!? ”

 

“ใช่! ค่ามีเรื่องต้องคุยกับฝ่าบาท! ” กล่าวย้ำเจตนา ในมือยังกำก่อนทองที่ดำคล้ำไม่คืนรูปไว้แน่น!

 

ตำหนักเทียนเหอ

 

หวงเฟิงหยางอ่านฎีกาตรงหน้า ราวกับว่าไม่เห็นสตรีที่ขอเข้าเฝ้าตั้งแต่ว่าราชการเสร็จ พระองค์ยังคงทำทุกอย่างด้วยความเงียบงันและเมินเฉย หาได้สนใจว่าสตรีตรงหน้าจะหาของหวานอะไรมาให้พระองค์ และเหมือนความรำคาญในพระทัยก็บอกให้พระองค์เงยสบกับใบหน้างามที่เอาแต่นั่งนิ่งตรงหน้าพระองค์มาเนิ่นนานแต่ไม่ยอมพูดจา

 

“สนมฮุยกุ้ยเฟย...หากเจ้าไม่มีเรื่องอะไรจะพูดกับเจิ้นก็กลับตำหนักของเจ้าไปได้แล้ว”

 

สตรีที่เอาแต่นิ่งก็ตีหน้าสลด แต่หาได้ทำตามคำสั่งขององค์จักรพรรดิ นางเลื่อนถ้วยชาให้ใกล้พระหัตถ์ที่จับพู่กันและบรรจงเขียนตัวอักษรลงบนเหล่าฎีกาจากพวกขุนนางทั้งหลาย

 

“หม่อมฉันเห็นว่าช่วงนี้ฝ่าบาทไม่เสด็จไปที่หมู่ตานกง หม่อมฉันกังวลว่าพระองค์จะประชวรเลยมาหา”

 

“เจิ้นสบายดี เจ้าเห็นแล้ว ก็กลับได้แล้วสิ”

 

แทนที่จะตีหน้าเศร้าเมื่อถูกไล่อีกหน แต่ฮุยกุ้ยเฟยกลับฉายยิ้มออกมา บางทีนางอาจจะคุ้นชินกับท่าทีเฉยชาขององค์จักรพรรดิหวงเฟิงหยาง สตรีทั้งวังหลังต่างรู้ดีว่าพระองค์มักเย็นชา และเมินเฉยเช่นนี้เป็นปกติ หาได้เมินเฉยแต่เพียงนางไม่ หากทุกคนต่างถูกพระองค์เมินเฉย...

 

“หม่อมฉันได้ข่าวว่าทางชายแดนติดกับแคว้นฉีมีเหตุจลาจลหรือเพคะ...”

 

พระสนมฮุยกุ้ยเฟยชะงักคำพูดเมื่อเห็นดวงเนตรขององค์จักรพรรดิที่จับจ้องมายังนางเมื่อเอ่ยถึงเรื่องนี้...

 

ดวงเนตรของโอรสสวรรค์จ้องมองนางอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกลับไปสนใจงานของพระองค์ต่อโดยไม่ได้เอ่ยอะไรออกมา พระสนมฮุยกุ้ยเฟยจึงทำใจดีสู้เสือแม้รู้ดีว่าเสือตรงหน้านางคือโอรสสวรรค์ที่อารมณ์ร้ายผู้หนึ่ง

 

“...หากปล่อยไว้เช่นนี้จะดีหรือเพคะ หากไม่รีบจัดการจะเกิดผลร้ายมากกว่าดี”

 

“พระสนม...” พระหัตถ์ที่จับพู่กันละมือออกจากการเขียนอักษร ดวงเนตรที่แฝงความน่ากลัวจ้องมองมาที่นางอีกครั้ง “เรื่องการบ้าน การเมือง เป็นเรื่องของเจ้าตั้งแต่เมื่อใดกัน หากรู้เรื่องดีขนาดนี้เจ้ามานั่งเก้าอี้มังกรแทนเจิ้นเลยดีไหมเล่า...”

 

“มะ...หม่อมฉันมิบังอาจเพคะ” ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ใบหน้างามก้มงุดไม่กล้าสบดวงเนตรขององค์จักรพรรดิ นางจึงไม่เห็นองค์จักรพรรดิแสยะยิ้ม ปรายตามองนางอย่างเวทนาปานใด

 

“หากมิบังอาจ ก็กลับไปในที่ที่เจ้าควรอยู่ ข้าจัดให้เจ้าอยู่ที่ใดก็อยู่ที่นั่น กุ้ยเฟยตำแหน่งนี้มีได้เพียงหนึ่งก็จริง แต่สุดท้ายแล้วกุ้ยเฟยก็คือตำแหน่งของสนม...เจ้าเข้าใจที่เจิ้นพูดไหมพระสนมฮุยกุ้ยเฟย”

 

“พะ...เพคะ” พระสนมฮุยกุ้ยเฟยก้มหน้ารับ แม้ในใจจะเคียดแค้นถ้อยคำดูหมิ่นนางจากองค์จักรพรรดิ ถ้อยคำนั่นไม่ต่างอะไรกับการที่พระองค์กล่าวหาว่าอย่างไรเสียงนางก็เป็นเพียงสตรีที่อาศัยอยู่วังหลังของพระองค์ หน้าที่ของนางมีเพียงอยู่ที่นั่นที่ที่เพราะองค์จัดไว้ให้ และห้ามเอ่ยเรื่องที่พระองค์ไม่อยากได้ยิน หรือยื่นมือเข้าไปยุ่งในเรื่องของพระองค์…

 

“ทูลฝ่าบาท...เสวี่ยเหมยหวงโฮ่วของเข้าเฝ้าพ่ะย่ะค่ะ” เสียงที่ดังขึ้น ทำให้หนึ่งบุรุษและหนึ่งสตรีในห้องแปลกใจไม่ต่างกัน แต่ความแปลกใจของทั้งสองนั้นความหมายต่างกันอย่างสิ้นเชิง

 

แต่ไม่ทันจะได้แสดงท่าทีตื่นตระหนกไปมากกว่านี้ ร่างของสตรีงามก็ปรากฏกายขึ้น เสวี่ยเหมยย่อกายคำนับองค์จักรพรรดิ หากแต่เมื่อได้ยินเสียงอนุญาตให้นางลุกขึ้นแล้วก็ไม่ได้ปรายตามองไปยังสตรีที่มาก่อนแม้แต่น้อย หากแต่มองหน้าของบุรุษที่ยิ้มร่าอยู่อย่างหมั่นไส้เป็นเท่าทวีคูณ

 

มีหญิงงามมาหาถึงตำหนัก แต่ยังคลานไปยังตำหนักของนางได้อีก หน็อยยย

 

“หม่อมฉันคงมารบกวนฝ่าบาทกับสนมฮุยกุ้ยเฟยแล้ว”

 

“เปล่า...นางกำลังจะกลับพอดี” หวงเฟิงหยางตอบแทนสตรีที่อยู่กับพระองค์มาเป็นเวลาเกือบหนึ่งชั่วยาม และนั่นก็เหมือนก็เท่ากับว่าพระองค์ไล่พระสนมผู้นี้ถึงสี่ครั้งแล้ว และก็หวังไว้อย่างยิ่งว่าพระองค์จะไม่ต้องเอ่ยไล่นางเป็นครั้งที่ห้า

 

“เพคะ หม่อมฉันขอทูลลาฝ่าบาท” ฮุยกุ้ยเฟยคำนับลาองค์จักรพรรดิ ก่อนจะหันไปยังสตรีที่มีตำแหน่งสูงสุดในวังหลัง “ทูลลาเพคะหวงโฮ่วเหนียงเหนียง”

 

ให้หลังไปยังไม่ทันจะพ้นประตู เสียงขององค์จักรพรรดิก็ดังเข้าหูของพระสนมฮุยกุ้ยเฟย...

 

“น้องหญิงมีอะไรกับเจิ้นหรือ จึงได้มาถึงที่เทียนเหอ...”

 

น้ำเสียงที่คุยกับสตรีที่เป็นฮองเฮาช่างต่างกับนางอย่างสิ้นเชิง นางลอบมองไปยังด้านหลัง ก็เห็นองค์จักรพรรดิโอบประคองสตรีที่ได้ครอบครองตำหนักเหลียนฮวากง...

 

สตรีผู้นั้นมีอะไรดีกว่านาง! บุตรสาวของอัครเสนาบดีอย่างนางมีอะไรที่ไม่คู่ควรกับตำแหน่งฮองเฮากัน! องค์จักรพรรดิถึงไม่เลือกนาง แต่ไปเลือกสตรีที่โง่งมผู้นั้น!

 

ปั้นปึ่งออกจากตำหนักเทียนเหอ พร้อมกับเปลวไฟที่ร้อนรุ่มในจิตใจของนาง พร้อมทั้งความสงสัยว่าบุรุษที่เย็นชายใส่ทุกคนที่วังหลังทำไมถึงได้ปฏิบัติกับสตรีนางนั้นต่างออกไปกันเล่า ทั้งๆที่ก่อนหน้านี้พระองค์แทบจะทรงลืมไปแล้วว่ามีสตรีที่ชื่อเสวี่ยเหมยอยู่ในวังหลวง

 

 

 

 

อาเหมยมองบุรุษที่พานางมายังห้องห้องหนึ่งในตำหนักเทียนเหอ เจ้าของตำหนักสั่งให้คนหาของว่างมาจัดวางไว้ตรงหน้าของนางอย่างพร้อมสรรพ ราวกับกำลังเอาอกเอาใจนาง หรือว่าความจริงองค์จักรพรรดิตรงหน้าแค่อยากจะให้นางหายเคืองโกรธเรื่องที่แอบลอบเข้าตำหนักนางเล่า หากแต่เรื่องนั้นยังไม่เท่ากับเรื่องที่ทำให้นางมาถึงที่นี่เลย...

 

“มีอะไรหรือ มองหน้าเจิ้นอย่างนั้นทำไม”

 

เมื่อพระองค์เอ่ยถาม นางก็ไม่ทำให้พระองค์ต้องลำบากสงสัยต่อ มือขาวหยิบเจ้าก่อนโลหะสีดำวางตรงหน้าองค์จักรพรรดิที่กำลังเพ่งพินิจอย่างสนใจ

 

“อะไรหรือ น้องหญิงเอามาจากไหน”

 

“นี่คือทองที่ฝ่าบาทพระราชทานให้หม่อมฉันตั้งแต่ที่เข้าวังมา”

 

“ทอง!? ” อาเหมยมองบุรุษที่เหมือนจะไม่เชื่อเสียเท่าไหร่ว่าเจ้าก้อนดำๆ ตรงหน้าคือทองจริงๆ แต่แล้วอย่างไรกันเล่า! ทองปลอมอย่างไรก็คือทองปลอม จะมาหลอกใครก็ได้แต่ต้องไม่ใช่เจ้เหมย ลูกเจ้าของร้านทองอย่างนาง!

 

“ทองแท้ย่อมไม่แพ้ไฟ ฝ่าบาทเคยได้ยินคำนี้ไหมเพคะ” มองพระพักตร์องค์จักรพรรดิที่พยักหน้าว่าเคยได้ยิน แต่กลับไม่คลายสงสัย

 

“นี่เพคะ”

 

มือของอาเหมยหยิบทองคำเหลืองอร่ามขึ้นมาอีกก้อนหนึ่ง ก่อนจะเอื้อมมือไปหยิบตะเกียงที่อยู่ไม่ใกล้ ก่อนจะนำเจ้าทองปลอมเหลืองอร่ามที่เป็นต้นเหตุไปลนไฟเล่นราวกับคนเสียสติ แต่เปล่าเลย หลังจากนั้นไม่นานก้อนสีเหลืองทองอร่ามกลับกลายเป็นสีดำคล้ำจนแทบไม่อยากเชื่อว่าเจ้านี่เคยเป็นทองมาก่อน

 

“นี่มัน...! ”

 

“เพคะ! ทองทั้งหีบที่พระราชทานมาให้หม่อมฉันปลอมไปแล้วเสียกึ่งหนึ่ง เช่นนี้ฝ่าบาทจะพระราชทานมาให้หม่อมฉันนอนเฝ้าเจ้าก้อนไร้ค่านี่หรือเพคะ! ”

 

พูดขึ้นอย่างเดือดดาล แต่อีกฝ่ายกลับนิ่งเฉยทั้งยังคว้าก้อนที่ดำไปแล้วครึ่งหนึ่งเพราะถูกความร้อนจากไฟไปพินิจให้ถี่ถ้วน...

 

“ทองนี้อยู่ในท้องพระคลัง มีคนคอยเฝ้าดูแลอยู่ตลอด เหตุใดถึง...”

 

“ปลอมเพคะ ของปลอมก็คือปลอม! ”

 

ทองปลอมไปอยู่ในนั้นได้อย่างไรนางไม่สนใจ หากแต่มันมาอยู่ในมือนางแล้วจะเป็นของปลอมไม่ได้เป็นอันขาด!

 

“ทรัพย์สมบัติของวังหลวงมีมากมายยากต่อการจะเอามาตรวจสอบว่าจริงหรือปลอม อาจจะเป็นได้ที่มีคนคิดคดทรยศขึ้นมา... " ไตร่ตรองอย่างถี่ถ้วนก่อนจะเงยหน้าจากทองปลอมที่ดำไปแล้ว มองสตรีตรงหน้าแทน "ว่าแต่น้องหญิงว่างขนาดนำทองมาเผาเล่นเชียวหรือ...”

 

อ้าว! เจ้าลูกเต่าเฮงซวยนี่!

 

“หม่อมฉันแค่นำมาตรวจสอบว่าทรัพย์สินของเหลียนฮวากงมีอะไรบ้าง แล้วเห็นว่าทองพวกนี้แปลกจากทองธรรมดา ด้วยความอยากรู้เลยลองเอาไปเผาไฟ จึงได้รู้ว่าท้องพระคลังของวังหลวงล้วนมีแต่ทองปลอม! ”

 

มีหรือจะยอมให้เจ้าลูกเต่ากล่าวหานางเพียงคนเดียว นางก็กล่าวหาความสะเพร่าของราชสำนักเช่นกัน!

 

“...เจิ้นจะจัดการส่งไปให้ใหม่ น้องหญิงอย่ากังวลไป”

 

ดี! ดีมากเจ้าลูกเต่าสายเปย์ของเจ้!

 

“ว่าแต่น้องหญิงมีความรู้เรื่องการดูทองด้วยหรือ เจิ้นไม่ยักรู้”

 

“อ้อ...”

 

อ้ออะไรเล่าอาเหมย!

 

สตรีที่นิ่งไปครู่หนึ่งเพื่อหาคำแก้ตัว ก่อนจะตอบคนที่ตั้งคำถามนางโดยไม่ทันตั้งตัว

 

“หม่อมฉันอยู่แต่ในตำหนัก ว่างๆ ก็เอามาดูเล่น อีกทั้งทองคำพวกนี้ใช่ว่าหม่อมฉันไม่มีติดเนื้อติดตัวมา หม่อมฉันก็เป็นถึงบุตรสาวของเสนาบดี ย่อมต้องดูเครื่องประดับ เครื่องทอง เหล่านี้เป็น”

 

“อ๋อ...ดีจริง”

 

“หากแต่จะพระราชทานมาให้หม่อมฉันใหม่ก็เท่านั้น อย่างไรเสียหม่อมฉันก็ไม่ได้นำไปใช้ เพราะอยู่แต่ในตำหนักมิได้ออกไปไหน เอาเป็นว่าหม่อมฉันมาแจ้งให้ทราบว่าท้องพระคลังของฝ่าบาทมีทองปลอบอยู่ก็แล้วกัน”

 

อาเหมยเอ่ยถึงด้วยน้ำเสียงเรียบ แม้ในใจจะแอบหวังอยู่ไม่น้อยว่าเจ้าลูกเต่าของนางจะฉลาดพอที่จะเข้าใจความหมายที่นางพูด

 

“...น้องหญิงอยากออกไปชมเมืองข้างนอกไหม? ”

 

โป๊ะเชะ! ให้มันได้อย่างนี้สิเจ้าลูกเต่า...

 

“คงจะยุ่งยากน่าดู หม่อมฉันไม่อยากทำให้ฝ่าบาทต้องยุ่งยาก”

 

เอ่ยปัดทั้งที่ในใจกู่ร้องอย่างดีใจไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว...แต่ก็ยังลอบสังเกตท่าทีของอีกฝ่ายอยู่อย่างไม่วางตา

 

“ก็ยุ่งยากอยู่บ้าง แต่ทางที่จะไม่ให้ยุ่งยากมันก็มีอยู่...”

 

“จะ...จริงหรือเพคะ” อาเหมยเอ่ยถามอย่างซ่อนความดีใจไว้ไม่มิด ส่วนคนที่ได้เห็นสตรีที่ดีใจจนเก็บอาการไม่อยู่ก็ยิ้มขึ้น

 

“อีกไม่กี่วันก็จะถึงเทศกาลหยวนเซียวแล้ว น้องหญิงอยากออกไปดูหรือไม่”

 

อาเหมยพยักหน้าตอบอย่างไม่ลังเลใจ ก็โอกาสเช่นนี้น่ะใช่ว่าจะหากันง่ายๆ หากบุรุษตรงหน้าไม่อนุญาต

 

“เช่นนั้น อีกสองคืน น้องหญิงออกมารอเจิ้นที่หน้าตำหนัก ยามซวีเมื่อใดเจิ้นจะไปรับตัวน้องหญิงออกไปชมเทศกาล”

 

“ยามซวี ไปรอฝ่าบาทที่หน้าตำหนัก หมายความว่าอย่างไรเพคะ? ”

 

“ก็ไปแค่เจิ้นกับน้องหญิงอย่างไรเล่า นี่ไม่ใช่หรือที่น้องหญิงต้องการ...”


"!?"

 

++++++++++++++++++++++

 

อ้างอิง

เทศกาลหยวนเซียว (เทศกาลโคมไฟ)

เทศกาลหยวนเซียวซึ่งเป็นหนึ่งในเทศกาลสำคัญของจีนนี้ ได้มีมากกว่า 2,000 ปี โดยตามปฏิทินทางจันทรคติของจีน จะนับเอาวันที่พระอาทิตย์ โลกและพระจันทร์มาอยู่ในระนาบเดียวกันเป็นวันแรกของปี หรือขึ้นหนึ่ง 1 ค่ำเดือนอ้าย ซึ่งในสมัยโบราณจะเรียกเดือนอ้ายว่า “หยวน” () ส่วนคำว่า” เซียว” () หมายถึงกลางคืน เทศกาล เทศกาลนี้จึงหมายถึงคืนที่พระจันทร์เต็มดวงเป็นครั้งแรกของปี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2.833K ครั้ง

47 ความคิดเห็น

  1. #1831 นิตา (@exofan-thanita) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 17:39
    ดีๆๆๆๆๆเลย
    #1831
    0
  2. #1688 Taxa (@kamesai) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2562 / 16:21
    ทำไมฮ่องเต้นิสัยแบบนี้เนี้ย
    #1688
    0
  3. #1635 kulisara-k (@kulisara-k) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 / 19:26
    ว้าวได้ความรู้จากเรื่องนี้ด้วยดีจัง
    #1635
    0
  4. #1463 โลลิค่อน (@0881637445) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 16 มกราคม 2562 / 15:01
    พาไปเดทหรออออ
    #1463
    0
  5. #1364 conan_tkd (@conan_xoxo) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 08:41
    ฮองเต้เปลี่ยนนิสัยเร็วจริง ถูกใจเสวี่ยเหมยขนาดนั้นเลย
    #1364
    0
  6. #1336 byunbowoon (@bionybb) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 5 มกราคม 2562 / 03:14
    โมเมสุดไรสุดดดดดด
    #1336
    0
  7. #1293 chanchan123 (@minhochanyeol123) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 1 มกราคม 2562 / 18:00
    เต้จะพาเมียไปเดทหรอ 555+
    #1293
    0
  8. #1082 Ailevy (@kimmiestudio) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2561 / 02:12
    หูยยยๆๆๆ
    #1082
    0
  9. #1075 Shido_Hikaru (@Ray_Earth) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2561 / 04:58
    "ว่าแต่น้องหญิงว่างขนาดนำทองมาเผาเล่นเชียวรึ"
    ฮาครืนมาค่ะ ขำลั่นกับปนะโยคนี้เลย
    #1075
    0
  10. #918 little daffodil (@wannyrenesmee) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 พฤศจิกายน 2561 / 22:51
    จะได้ไปเที่ยวนอกวังแล้วววว
    #918
    0
  11. #874 smppl (@somsalala) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 07:25
    เรื่องทองคือเรื่องใหญ่สำหรับเจ๊เหมย!555
    #874
    0
  12. #867 Okumisung (@Okumisung) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 พฤศจิกายน 2561 / 18:20
    ข้าไม่ใช่ค่านะคะ
    นิยายสนุกดีค่ะ
    #867
    0
  13. วันที่ 13 พฤศจิกายน 2561 / 14:25

    555 พี่เต้ให้แล้ว อาเหมย อย่าขัดใจ อยากออกไปก็ตามนี้แหละนะ 555

    #718
    0
  14. #631 oneday1979 (@oneday1979) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 13:43
    อยากไปด้วยค่า
    #631
    0
  15. #554 thewitch_rainny (@fon-tvfxq) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 7 พฤศจิกายน 2561 / 03:17

    บอกไปว่าไม่ได้ไปสวีทกะฝ่าบาท อยากไปคนเดียวโว้ยยย555

    #554
    0
  16. #391 pemipond (@pemipond) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2561 / 15:55

    สายเปย์นาจา

    #391
    0
  17. #259 100448 (@100448) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 22:53

    ดีงามมาก
    #259
    0
  18. #257 vj792528 (@vj792528) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 22:19

    อะ...ทองปลอม
    #257
    0
  19. #254 Polly_DN (@PollyIkonic) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 18:48
    ความเเซะเมีย ว่างจนได้เผาทองเล่น5555
    #254
    0
  20. วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 09:25
    โอ้ย ความจึงมามานั่งเผาทองเล่น555
    #239
    0
  21. #236 GalaxyStyle (@miyosama) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 00:35
    โอ้ยย ตลก รู้ถึงไหนอายถึงนั่นเลยนะเพคะ สายเปย์ทอง(ปลอม) 555555555555
    #236
    0
  22. #231 numayza555 (@numayza555) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 23:52
    ทองปลอมๆๆๆๆ 5555
    #231
    0
  23. #226 Aai_AM7 (@Aai_AM7) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 23:03

    เปย์หนักจัดให้หนักค่ะ
    #226
    0
  24. #208 nyymmpph (@nnyymmpphh18) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 19:24
    นางยังคิดว่าฝ่าบาทไม่จริงใจอยู่ป่ะเนี่ย55555555555 สงสาร5555555
    #208
    0
  25. #198 nnisha (@nnisha) (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 17:51
    บอกไปค่ะ หม่อมฉันอยากไปคนเดียววววว
    #198
    0