เสน่ห์ร้ายเพทุบายรัก (สำนักพิมพ์ชูการ์บีท)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 328,813 Views

  • 837 Comments

  • 2,884 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    760

    Overall
    328,813

ตอนที่ 6 : บทที่ 1.5 หนาวหัวใจ (รีไรต์)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 16055
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    13 ม.ค. 62

บทที่ 1.5

หนาวหัวใจ



ชายหนุ่มกลับมาที่ห้องพร้อมกับไวน์ชั้นดีหนึ่งขวด และเขาสั่งอาหารขึ้นมารับประทานด้วยกัน ในขณะที่เธอได้เสื้อมาใส่แล้วเรียบร้อย

บรรยากาศบนโต๊ะรับประทานอาหารในห้องสวีตกว้างขวางของเขาช่างรื่นรมย์และทำให้พลอยลีลามีความสุขอย่างมาก เมื่อเทียบระหว่างเอริกกับปรเมศวร์แล้ว ผู้ชายตรงหน้าช่างมีเสน่ห์และเร้าใจกว่าเป็นไหนๆ ที่สำคัญเขายังเข้าใจคนไทยด้วยกันเป็นอย่างมาก คิดไปแล้ว การที่เธอห่างหายจากเมืองไทยเป็นแรมปี อาจทำให้เธอโหยหาความเป็นไทยโดยไม่รู้ตัว เมื่อได้มาเจอหนุ่มไทยแบบปรเมศวร์และได้พูดคุยกันถูกคอ จึงทำให้เธอมีความสุขเป็นอย่างมาก

“คุณพลอยเรียนไปด้วยทำงานไปด้วย ไม่เหนื่อยแย่เหรอครับ” เขาถามขึ้นหลังจากเธอเล่าเรื่องราวที่มาอยู่ต่างประเทศให้เขาฟัง

“ไม่หรอกค่ะ พลอยสนุกกับมันมากๆ เลยค่ะ แถมยังได้ค่าขนมแทบไม่ต้องรบกวนพ่อแม่เลย” หญิงสาวบอกเขาแบบนั้น ทั้งที่ก็ไม่เคยบอกพ่อแม่ว่าเธอรับจ๊อบเดินแบบ เพราะกลัวทางบ้านไม่ส่งเงินมาให้ ก็มันเป็นหน้าที่ของพ่อแม่อยู่แล้ว เงินที่พวกเขาส่งมา เธอจะเอาเก็บไว้หรือนำไปใช้อะไรก็เรื่องของเธอ

“ดีจังเลยนะครับ พ่อแม่ของคุณคงจะภูมิใจมากที่มีลูกสาวเก่งแบบนี้ แล้วคุณเรียนใกล้จบโทรึยังครับ เมื่อกี้คุณบอกว่าเรียนต่อโทอยู่” เขาถามหลังจากดื่มไวน์แดงแล้ววางแก้วลง ตอนนี้เขารับประทานอาหารเสร็จแล้ว จึงชวนเธอคุยในขณะที่เธอยังกินไม่เสร็จ

“พลอยกำลังทำเรื่องจบอยู่ค่ะ น่าจะประมาณเดือนหน้า ไม่รู้ว่าโรงแรมคุณมีตำแหน่งอะไรว่างรึเปล่าคะ พลอยจะได้มาสมัคร” เธอพูดทีเล่นทีจริง ทั้งที่รู้ดีว่าเขาจะกลับไทยสิ้นเดือนนี้

“หากคุณพลอยสนใจก็มาสมัครได้นะครับ แต่ผมคงไม่ได้อยู่เทคแคร์คุณ เพราะต้องกลับไทยสิ้นเดือนนี้แล้ว” เขาว่ายิ้มๆ

“อุ๊ย จริงเหรอคะ อืม งั้นพลอยจบเดือนหน้า แล้วไปสมัครงานที่โรงแรมของคุณเมศวร์ที่โน่นเลยได้ไหมคะ” เธอทำเสียงตื่นเต้นแล้วหยั่งเชิงเขาออกไป “พ่อแม่พลอยก็โทร.ถามเหมือนกันว่าจบแล้วจะกลับไทยเลยมั้ย คุณเมศวร์คิดว่าไงคะ”

“ครับ ถ้าคุณพลอยสนใจการโรงแรม ก็ไปสมัครได้ครับ ผมจะถือเป็นเกียรติอย่างมาก” เขาตอบกลางๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปาก ไม่ได้ออกความเห็น แต่ก็ไม่ได้ปฏิเสธ

“คุณเมศวร์ห้ามลืมพลอยนะคะ พลอยจะไปสมัครแน่นอนค่ะ” เธอบอกเขาแล้วยกแก้วยื่นมาข้างหน้า ยิ้มให้เขาหวานหยด นัยน์ตาสื่อความหมาย

“ครับ” เขายกแก้วขึ้นไปชนแก้วเธอเสียงดังกริ๊ก แล้วต่างดื่มไวน์ของตัวเอง ราวกับเป็นการสัญญากลายๆ

“วันนี้พลอยมีความสุขมากเลยค่ะ ไม่นึกว่าความโชคร้ายเดินชนคุณจนเสื้อเลอะจะมีความโชคดี ได้พบคนที่คุยด้วยแล้วทำให้พลอยแฮปปี้ขนาดนี้ ขอบคุณที่เลี้ยงอาหารแล้วก็อะไรอีกหลายๆ อย่าง หวังว่าพลอยจะมีโอกาสได้ตอบแทนคุณเมศวร์บ้างนะคะ”

“ไม่หรอกครับ ถือเป็นความโชคดีของผมมากกว่าที่ได้รู้จักสาวสวยอย่างคุณพลอย พรุ่งนี้คุณว่างไหมครับ ผมจะได้พาไปซื้อเสื้อผ้าชุดใหม่แทนชุดนี้ที่ผมทำความเสียหายให้คุณ” เขาเป็นฝ่ายเอ่ยชวนอย่างรู้ใจหญิงสาว หากเธอจะเป็นฝ่ายชวนเขาก็ดูจะรุกไปสักหน่อย

พลอยลีลามองเสื้อที่ยังมีรอยอยู่จางๆ แทบจะมองไม่เห็นด้วยซ้ำ แล้วเอ่ยตอบรับไป ในหัวใจเต้นระรัวด้วยความปลื้มปีติ ชายหนุ่มตรงหน้าไม่ธรรมดาเลยจริงๆ เขาฉลาดและรู้จักให้เกียรติผู้หญิง หญิงสาวชม้ายชายตาให้เขาพร้อมรอยยิ้มหวานขอบคุณ

“หากคุณมีน้ำใจกับพลอย พลอยก็ไม่ปฏิเสธค่ะ ช่วงนี้พลอยเคลียร์งานเพื่อจะจบโทไว้ เลยค่อนข้างว่างอยู่พอดี นี่นามบัตรพลอยค่ะ” หญิงสาวหยิบนามบัตรในกระเป๋าถือเล็กๆ ให้เขา ชายหนุ่มรับไปถือไว้พลางยิ้มให้เธอ “แล้วพลอยจะรอโทรศัพท์จากคุณเมศวร์นะคะ”

“ครับ ขอบคุณที่วันนี้อยู่ทานอาหารเป็นเพื่อนผมนะครับ” เขาบอกเธอ “แล้ววันนี้คุณพลอยขับรถมาเองรึเปล่า ผมจะได้ไปส่ง”

“พลอยมาแท็กซี่ค่ะ แต่ถ้าคุณเมศวร์มีธุระไม่ต้องก็ได้นะคะ พลอยกลับแท็กซี่ได้” เธอบอกอย่างเกรงใจเขา จริงๆแล้วเธอขับรถมา แต่เรื่องอะไรจะทิ้งโอกาสงามๆ แบบนี้ รถจอดเอาไว้ที่นี่ ค่อยมาเอาวันหลังก็ได้

“งั้นให้ผมไปส่งนะครับ” เขาบอกด้วยเสียงเรียบนิ่ง สายตาที่จ้องมองมามีรอยจริงจัง ชวนให้ปั่นป่วนหัวใจและวาบหวิวอย่างไม่น่าเชื่อ ผู้ชายอะไร บทจะสุภาพก็อบอุ่น บทจะจริงจังก็เกรี้ยวกราด แข็งกร้าวจนเธอใจสั่น

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ คุณเมศวร์ใจดีจังเลยค่ะ” หญิงสาวยิ้มให้เขาอย่างประหม่า ทั้งที่เธอก็ไม่ใช่สาวน้อยริมีรัก แต่เจอชายหนุ่มแบบปรเมศวร์เข้าไป ก็ทำให้เธอไปไม่เป็นเหมือนกัน แต่ทุกอย่างก็เข้าทางเธออย่างเหมาะเจาะ ลงตัวจนเธอหัวใจพองคับอก

“เราไปกันเลยไหมครับ” เขาลุกขึ้นชวนเธอ

“ค่ะ” เธอรับคำแล้วจะลุกขึ้นบ้าง ในขณะที่เขาก้าวมาหาเธอพลางยื่นมือให้จับ พลอยลีลายิ้มกว้างให้เขาพร้อมวางมือลงอย่างไม่รีรอ

ปรเมศวร์ยิ้มใส่นัยน์ตาเธออย่างมีความหมายเมื่อเธอลุกขึ้นมายืนเคียงข้าง

“ว้าย!” เป็นพลอยลีลาที่ถลาเข้ามาประชิดร่างสูงใหญ่เพราะทรงตัวไม่ดีบนรองเท้าสนสูงปรี๊ด และชายหนุ่มผู้เจนจัดกับจริตจะก้านของหญิงสาวมากหน้าหลายตาที่เข้าหาเขาหลากรูปแบบก็รับเธอเอาไว้ได้อย่างทันท่วงที

หญิงสาวเกาะกอดเขาเอาไว้พร้อมกับเงยหน้าไปสบมองตาเขาด้วยประกายตาแตกตื่นที่แสดงได้สมจริงจนคนตัวโตยิ้มมุมปาก อ้อมแขนแข็งแกร่งโอบประคองเอวบางเอาไว้แนบแน่น ปรเมศวร์ดึงรั้งร่างเรียวระหงมาแนบชิดความแข็งแกร่ง จงใจเสียดสีตัวตนแข็งกร้าวเข้าหาจนแทบไม่มีช่องว่าง หน้าอกอวบในชุดแซกสายเดี่ยวเบียดชิดอยู่กับแผงอกแข็งแกร่งจนล้นทะลัก และเธอรู้ว่าเขาจงใจ

“ขอบคุณ...” เสียงเธอพร่าสั่นแหบหวิว ตาหวานมองสบตาเขาฉ่ำเยิ้มอย่างยั่วเย้า “คุณเมศวร์แข็งแรงดีจัง ไม่งั้นพลอยคงล้ม”

“แล้วคุณชอบรึเปล่า” เขาพูดใส่ตาเธออย่างมีความนัย

“ชอบ...มาก” เธอมองริมฝีปากแดงของเขาอย่างเปิดเปลือยความรู้สึก เขาเองก็จ้องมองริมฝีปากอิ่มเคลือบลิปสติกสีพีชหวาน และค่อยก้มลงมาใกล้

“ปากคุณสวยจัง” เสียงทุ้มพลิ้วหวานมีเสน่ห์ให้ใจคนฟังสั่นสะท้าน

“สวยอย่างเดียวเหรอคะ” เธอจ้องตาไม่หลบ เสียงหวานยั่วยวน

“น่า...” เขาพูดเพียงเท่านั้นเมื่อเธอยื่นหน้าปรือตาพร้อมกับเผยอปากเข้าหา ชายหนุ่มจึงทาบทับริมฝีปากลงไปกับความท้าทายที่เธอส่งมา

เขาจูบเธออย่างละมุนละไมในทีแรก ต่างแลกจูบกันด้วยความเสน่หา หญิงสาวถึงกับครางในลำคอเมื่อเขาเริ่มบกเบียดรุงแรงและรัวลิ้นร้อนแรงจูบเธออย่างเรียกร้องต้องการ  พร้อมกับรั้งสะโพกกลมกลึงเข้าหาตัวตนอันแข็งกร้าวที่ขึงขังขึ้นมาด้วยแรงอารมณ์ของหนุ่มนักรักผู้ช่ำชองในการแสวงหาความสุขในกามารมณ์

มือใหญ่บีบคลึงสะโพกสวยเต็มมือเต็มไม้ เขาถอนริมฝีปากออกมาเพื่อก้มลงซุกไซ้เนินอกอวบอิ่มยั่วยวนตา พลอยลีลาหลับตาพริ้มอย่างเสียวซ่านพร้อมกับแอ่นอกเข้าหา

จู่ๆ เสียงเรียกเข้าก็ดังขึ้นและสั่นอยู่ในกางเกงของปรเมศวร์ ดึงสติให้เขาหยุดกิจกรรมรักใคร่เมื่อมันไม่ยอมหยุด จนเขาต้องตัดใจยอมปล่อยพลอยลีลาเป็นอิสระ ทั้งที่ยังประคองเอวเธออยู่ สีหน้าเขายุ่งเพราะถูกขัดจังหวะ แต่เมื่อมองหน้าจอโทรศัพท์ก็ต้องรีบกดรับสาย

“คุณแม่”

“นึกว่าจะไม่รับสายแม่แล้ว”

“ครับคุณแม่ พอดีผมยุ่งอยู่”

“แล้วคุยได้ไหมยะ” เสียงคนปลายค่อนข้างจะหมั่นไส้

เขาหันมามองตาพลอยลีลาแวบหนึ่งแล้วเอ่ยต่อ

“ครับ ธุระเสร็จแล้ว”

“ดี แม่จะโทร.มาบอกว่าซื้อเครื่องเพชรที่นั่นมาให้แม่ชุดนึง เอาแบบเก๋ๆ นะ จะเอาให้หนูเก้หน่อย” คนปลายสายเสียงอ่อนลงเมื่อเอ่ยถึงหนูเก้ของท่าน

“ครับ” เขาเองก็ไม่ได้ซักถามหรืออะไร ทำเพียงรับเขาเท่านั้น

“อ้อ ใกล้จะกลับมาหาแม่แล้ว ก็เลิกเจ้าชู้ด้วย แม่จะหาเมียดีๆ เอาไว้ให้”

“แม่คร้าบ” เขาทำเสียงออดมารดา นี่ขนาดยังไม่ทันกลับ ท่านก็เตรียมตัวหาผู้หญิงที่เหมาะสมให้เขาเสียแล้ว

“น่า แม่บอกให้เลิกก็ต้องเลิก แม่อยากได้ลูกสะใภ้เป็นตัวเป็นตนแล้วเจ้าป้อ”

“ครับ”

“ดี แม่รักป้อนะลูก”

“ผมก็รักแม่ครับ”

ชายหนุ่มวางสายจากมารดาเมื่อทางโน้นวางสายแล้ว เขาถอนหายใจ หันมาทางหญิงสาวที่จัดเสื้อผ้าและผมให้เรียบร้อยเข้าที่แล้ว ก็ยิ้มให้เธอเล็กน้อยพลางเอ่ยขึ้นมา

“เดี๋ยวผมไปส่งนะครับ แล้วค่อยคุยกัน”

“ค่ะ” เธอยิ้มหวานให้เขาเมื่อได้ยินประโยคสานสัมพันธ์ต่อ เพราะรู้มาจากภัคจิราว่าปรเมศวร์เป็นคนไม่ชอบให้ใครเซ้าซี้ และเธอรู้ว่าจะต้องทำอย่างไรให้เขาถูกใจ

จากนั้นชายหนุ่มจึงโอบเอวเธออย่างสุภาพ แล้วพาเธอเดินออกจากห้องไปด้วยกัน

ไม่นึกไม่ฝันว่า ภัคจิราที่ตามมางานปาร์ตี้ทีหลัง ก็รับรู้ว่าพลอยลีลาไม่ได้อยู่ในงาน แถมปรเมศวร์ที่มักจะอยู่ในงานกับลูกค้าวีไอพีที่ส่วนใหญ่รู้จักกันเป็นอย่างดี ก็หายตัวไปด้วย เพื่อนนางแบบชาวอเมริกันบอกว่าเห็นพลอยลีลาคุยอะไรกับปรเมศวร์แล้วเดินออกไปจากงานด้วยกัน จากนั้นก็ไม่เห็นพลอยลีลาอีกเลย

ลางสังหรณ์บางอย่างบอกเธอว่าเพื่อนตัวแสบที่เพิ่งเลิกรากับแฟนเศรษฐีห้างดังกำลังแทงเธอข้างหลัง ทำให้เธอมือไม้สั่น แต่ยังทำใจเย็นรอดูท่าทีอยู่ตรงที่นั่งพักบริเวณทางออกไปยังลานจอดรถวีไอพี ซึ่งเป็นที่จอดประจำของปรเมศวร์

และก็เป็นไปตามที่คาดการณ์ไว้ไม่มีผิด เมื่อเห็นพลอยลีลาเดินควงแขนมากับปรเมศวร์ด้วยสีหน้าระริกระรี้ เบิกบานใจ อีเพื่อนทรยศ ไม่คิดเลยว่าพลอยลีลาจะทำแบบนี้

“คุณเมศวร์...” ภัคจิราพยายามระงับอารมณ์โกรธกริ้ว ร้องเรียกชายหนุ่มออกไปด้วยเสียงสั่นทีเดียว แม้จะเพียรระงับแล้วก็ตาม มือกำแน่นอย่างโมโห ทั้งหึงทั้งหวงเมื่อเห็นพลอยลีลายิ้มอย่างไม่รู้สึกรู้สา

“ภัค...” ปรเมศวร์หยุดชะงักพร้อมกับมองเธอด้วยความแปลกใจ ในเมื่อเขาไม่ได้นัดกับเธอ “คุณมาทำอะไรที่นี่ หรือว่ามางานปาร์ตี้ของชาร์ลส์ ตอนเริ่มงานผมไม่เห็นคุณ นึกว่าไม่มาเสียอีก”

“เอ่อ ภัคเพิ่งมาน่ะค่ะ กะว่าจะมาเจอคุณเมศวร์ในงานด้วย แล้วนี่คุณกำลังจะไปไหนคะ” สถานะของเธอไม่มีสิทธิ์จะหึงหวงเขา แถมชายหนุ่มยังพูดคุยได้อย่างปกติ โดยมีหญิงสาวซึ่งเขาอาจจะรู้ด้วยซ้ำว่าเป็นเพื่อนเธอ ยังยืนเกาะแขนเขาอย่างแสดงความเป็นเจ้าของ

“ผมกำลังจะไปส่งคุณพลอยน่ะครับ อ้อ คุณสองคนคงจะรู้จักกันแล้ว เพราะเห็นคุณพลอยบอกว่าเป็นนางแบบ แล้วก็เป็นคนไทยเหมือนกัน”

“ภัค หวัดดีจ้ะ พอดีว่าพลอยมีแอ็กซิเดนต์นิดหน่อย แต่ได้คุณเมศวร์ช่วยไว้ แถมยังใจดีพาพลอยไปพักที่ห้องแล้วก็ทานข้าวด้วยกัน โรแมนติกมากเลยละ นี่ก็กำลังจะกลับแล้ว คุณเมศวร์เลยอาสาไปส่งน่ะ เธอไปปาร์ตี้ต่อให้สนุกเถอะ ไปก่อนนะ”

เพื่อนที่เธอคิดว่าสนิทพูดออกมาได้อย่างหน้าตาเฉย ทำให้ภัคจิรากัดฟันกรอด แค้นใจจนแทบกระอัก แต่ก็ทำอะไรไม่ได้ เมื่อคนกลางอย่างปรเมศวร์เพียงแค่ยิ้มให้เธอเล็กน้อย แล้วเอ่ยลาราวกับเธอเป็นแค่คนรู้จัก ไม่ใช่คนรักที่แนบสนิทชิดใกล้

“งั้นผมไปก่อนนะครับภัค กว่าจะกลับก็คงดึก ปาร์ตี้ให้สนุกนะครับ” ว่าแล้วเขาก็เดินจากไป พร้อมกับพลอยลีลาที่หันมายิ้มให้อย่างหน้าด้านๆ ไม่รู้สึกรู้สากับรอยน้ำตาที่เริ่มเอ่อคลอขึ้นมา มือที่กำแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในเนื้อ แต่ก็ยังไม่เจ็บเท่าหัวใจที่ร้าวรานจนเจียนจะขาด เมื่อเธอไม่อาจเป็นเจ้าของคนที่รัก

ใช่ เธอไม่เคยรักใครเท่าปรเมศวร์ และยิ่งตอกย้ำกับความเจ็บช้ำในหัวใจมากขึ้นไปอีก เมื่อเห็นผู้ชายที่เคยมีสัมพันธ์ทางกายอย่างเขาอยู่เคียงข้างผู้หญิงคนอื่น

เธอรักเขาหมดหัวใจ และอยากได้เขาคืน...ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม

ภัคจิราคิดพร้อมกับน้ำตาไหลรินออกมา ด้วยความรู้สึกหลากหลายปะปน 


(โปรดติดตามตอนต่อไป)
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

0 ความคิดเห็น