เสน่ห์ร้ายเพทุบายรัก (สำนักพิมพ์ชูการ์บีท)

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 329,065 Views

  • 837 Comments

  • 2,893 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    1,012

    Overall
    329,065

ตอนที่ 30 : บทที่ 7.1 เส้นทางที่คุณหนูเลือกเอง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 13147
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    23 พ.ค. 62



บทที่ 7.1

เส้นทางที่คุณหนูเลือกเอง


 

ปรเมศวร์ขับรถกลับบ้านด้วยความรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจอย่างไม่เคยรู้สึกมาก่อน บางครั้งความสุขของคนเราก็ไม่ได้มาจากเงินทองสิ่งของที่มีมากมาย หรือความสะดวกสบายใดๆ แต่มันเกิดจากความอบอุ่นที่ได้พบปะพูดคุยกับคนที่จริงใจ คนที่ไม่มีเหลี่ยมมุมให้ต้องระมัดระวังตัว มันคือความไว้เนื้อเชื่อใจ จนเขาสบายใจที่พูดคุยได้อย่างสนุกสนาน

       ชายหนุ่มนึกถึงอาหารที่พ่อแม่ของภัสสรทำให้รับประทาน หลังจากเขากับภัสสรกลับขึ้นมาจากศาลาริมน้ำ เป็นมื้ออาหารที่เขาจะจดจำไม่รู้ลืม

เป็นยังไงบ้างคุณวันชัยเอ่ยถามด้วยแววตาคาดหวัง เนื่องจากตัวเองเป็นคนลงมือทำอาหารมื้อนี้ โดยมีภรรยาที่เพิ่งหายจากอาการกล้ามเนื้ออักเสบ เป็นลูกมือหยิบจับเล็กน้อย

โอ๊ะ กบทอดกระเทียมพริกไทยนี่ รสชาติดีมากเลยครับ หอมแล้วก็กรอบกำลังดี ผมไม่อยากจะเชื่อเลยว่าเนื้อกบจะอร่อยขนาดนี้ปรเมศวร์รู้สึกแปลกใจกับเมนูกบทอดกระเทียมพริกไทยค่อนข้างมาก เขาไม่เคยลองรับประทานเนื้อกบมาก่อน แต่เนื่องจากเขาเป็นคนกินอยู่ง่าย จึงกล้าที่จะกิน และก็เพิ่งรู้ว่า มันอร่อยขนาดนี้

ปรเมศวร์เอ่ยชมไปพลางก็ตักข้าวสวยร้อนๆ ตามไปด้วย ส่วนคนทำอาหารก็ยิ้มจนปากจะฉีกถึงใบหูกับคำชื่นชมและสีหน้าท่าทางการกินที่เอร็ดอร่อยของชายหนุ่ม วันชัยรีบตักผัดเผ็ดกบ อีกเมนูที่เขาภูมิใจนำเสนอให้อีกฝ่ายถึงจาน

ขอบคุณครับ ท่าทางต้องเผ็ดแน่ๆ เลยนะครับเมนูนี้ แค่สีสันก็น่ากินมากครับ ว่าพลางชายหนุ่มก็ตักผัดเผ็ดกับข้าวสวยเข้าปากคำโตทีเดียว

เพียงไม่นานก็แทบจะเป่าปาก เหงื่อแตกทันทีเพราะความเผ็ด คนที่รู้อยู่แล้วอย่างภัสสร เตรียมน้ำเย็นไว้รอก็รีบยกมายื่นให้ทันที เขายิ้มรับนิดๆ พลางรีบรับไปดื่ม

เผ็ดไปเหรอครับคุณ เห็นมั้ยพี่วัน น้องก็บอกแล้วว่าให้เบาเผ็ดลงหน่อย คุณป้อน่ะทานเผ็ดไม่ค่อยได้ ภัสราเอ่ยปากต่อว่าคนเป็นสามีที่ไม่เชื่อ

พี่ก็อยากให้คุณเขาได้ชิมอาหารรสชาติไทยแท้ แล้วอีกอย่าง ผัดเผ็ดกบถ้าไม่ถึงเครื่อง มันก็จะคาว ไม่อร่อยกัน วันชัยบอกภรรยาพลางก็ยิ้มกว้างให้เจ้านายของลูกสาวด้วยความเอ็นดู เป็นยังไงบ้างล่ะคุณ เหงื่อแตกใหญ่เลยนั่น

อร่อยมากครับ รสชาตินี้ละครับใช่เลย ถึงจะเผ็ด แต่ผมก็ชอบครับ” ปรเมศวร์บอกพลางตักผัดเผ็ดกับข้าวสวยเข้าปากยืนยัน

คุณป้อต้องซดน้ำซุปตามค่ะ จะได้ลดเผ็ด” ว่าพลางภัสสรก็ตักแบ่งแกงจืดฟักหมูสับมาตรงหน้าเจ้านายหนุ่ม ในขณะที่เขาหยิบผ้าเช็ดหน้าจากกระเป๋ามาซับใบหน้าแล้วทำตามที่เธอบอก

อื้ม ดีเลยเขาบอกยิ้มๆ แล้วลงมือรับประทานต่อ ส่วนภัสสรกินเป็นเพื่อนเขาไปด้วย เธอเองก็เอร็ดอร่อยกับอาหารมื้อนี้เช่นกัน

ส่วนพ่อกับแม่ที่ยังอิ่มอยู่ จึงปล่อยให้หนุ่มสาวรับประทานอาหารกันสองคน ตัวเองไปนั่งดูทีวีอยู่ไม่ไกลนัก

เมื่อรับประทานอาหารเรียบร้อย ชายหนุ่มจึงเอ่ยเรื่องการขออนุญาตพาเลขานุการสาวไปค้างที่ต่างจังหวัด โดยอธิบายเรื่องการไปดูงานในครั้งนี้อย่างคร่าวๆ ว่าจะไปพักที่ไหน อย่างไร เพื่อให้พวกเขาไว้วางใจในความปลอดภัยของลูกสาว

สองสามีภรรยาแอบสบตาลูกสาวเพียงเล็กน้อย จากนั้นวันชัยจึงเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้น เมื่อเห็นว่าภัสสรพยักหน้าว่าเธอมั่นใจและวางใจในตัวเจ้านายหนุ่มผู้นี้

ถ้างั้น...ผมก็ฝากคุณป้อด้วยนะครับ ผมเชื่อใจว่าคุณจะดูแลเจ้าพัดอย่างดี

ครับเขาตอบรับเสียงหนักแน่น ประสานสายตากับอีกฝ่ายอย่างลูกผู้ชายคนหนึ่ง

ปรเมศวร์เลี้ยวรถเข้าคฤหาสน์หลังงาม โดยมีคุณลุงยามคนเก่าแก่คอยเปิดประตูรั้วให้อย่างแข็งขัน ตั้งแต่เขากลับมาจากอเมริกา ดูเหมือนบรรยากาศภายในบ้านจะดีขึ้นกว่าเก่ามาก เมื่อเขากับบิดาเริ่มเปิดใจให้กันและกัน รวมถึงการพูดคุยตามประสาพ่อลูกที่มีมากขึ้น

ตัวคุณแม่เองก็ยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ใช่แค่เพราะเขากลับมาอยู่ที่บ้าน แต่รวมถึงการมีลูกสะใภ้น่ารักอย่างเกวลีมาคอยเอาอกเอาใจบ่อยๆ แม้จะไม่ได้อยู่บ้านเดียวกัน สองสาวก็มักนัดกันไปเดินช็อปปิ้ง หรือบางครั้งฝ่ายนั้นก็มาค้างที่บ้านนี้พร้อมสามี นายปรมัตถ์ เจ้าน้องชายของเขาที่กลับมาสู่อ้อมอกของครอบครัวอีกครั้ง

ชายหนุ่มยิ้มมาตลอดทางที่กลับจากบ้านของภัสสร กระทั่งจอดรถและเดินเข้าไปในบ้านแล้วก็ยังอารมณ์ดี กระทั่งมีเสียงเรียกดังขึ้นด้านหลังขณะที่เขากำลังจะเดินขึ้นบันได

“ป้อ กินข้าวกินปลามารึยังลูก” ปรางทิพย์ยิ้มกว้างทีเดียวเมื่อลูกชายคนโตหันกลับมา เธอรู้ตั้งแต่เขาเดินเข้ามาตามโถงกว้างกลางบ้านแล้ว ตอนที่เธอนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น เพราะเด็กรับใช้รีบมารายงานเธอตั้งแต่ปรเมศวร์จอดรถ

       เมื่อหันไปตามเสียง ใบหน้าของชายหนุ่มยังเปื้อนรอยยิ้มอย่างอารมณ์ดี จึงทำให้มารดาค่อนข้างแปลกใจ เพราะปกติเจ้าลูกชายคนนี้มักวางหน้าขรึมอยู่เสมอ

       “เอ๋ วันนี้ลูกแม่ยิ้มหวานให้แม่แบบนี้ มีอะไรดีน้า”

       “สวัสดีครับคุณแม่” สิ่งที่ปรเมศวร์ทำอย่างสม่ำเสมอก็คือการไหว้ทักทายพ่อแม่ก่อนออกจากบ้านและตอนกลับมาถึงบ้าน จากนั้นเขาก็ตรงเข้าไปกอดหญิงสูงวัยร่างอวบอิ่มด้วยความรัก

       “มาลูก มานั่งคุยกันก่อน กินอะไรมาจากโรงแรมรึยัง แม่จะได้ให้นังจุ๋มมันตั้งโต๊ะให้” ว่าพลางก็ชายตาไปทางเด็กสาวที่ยืนอยู่ห่างๆ คอยรับคำสั่ง

       “เรียบร้อยแล้วครับคุณแม่” เขาบอกพลางจูงมือมารดาไปนั่งที่โซฟาในห้องนั่งเล่น เมื่อนั่งเคียงข้างกันแล้ว คนเป็นแม่ก็รีบถามไถ่ทันที

       “เป็นยังไงบ้างลูก เหนื่อยมั้ย แม่ได้ข่าวว่ามีเลขาฯ ใหม่มาช่วยงานนี่นา”

       “โอ้โฮ สายข่าวคุณแม่นี่ไวจริงนะครับ”

       “ไม่ได้สิ ลูกแม่ทั้งหล่อทั้งเก่งขนาดนี้ รอดจากแหม่มมาได้นี่ แม่ก็โล่งใจจะแย่แล้ว มาอยู่บ้านเรา แม่ก็ต้องคอยดูแลว่าลูกจะได้คนที่รักและจะทำให้เรามีความสุขจริงๆ เรื่องเงินทองน่ะแม่ไม่สนใจหรอก ขออย่างเดียว ต้องพามาให้แม่สแกนก่อนว่าโอเครึเปล่า”

       “คร้าบ คุณแม่ไม่ต้องห่วงเลยครับ ถ้าผมคบกับใคร จะพามากราบคุณแม่ก่อนเลย”

       “สัญญากับแม่แล้วนะ” ปรางทิพย์จับมือลูกชายพร้อมรอยยิ้มโล่งใจ “แล้วเลขาฯ ส่วนตัวล่ะเป็นยังไงบ้าง”

       “ก็โอเคครับ เขาเพิ่งจบใหม่ ต้องให้โอกาสนิดนึง”

       “อ้อ...” มารดารับคำเสียงยาวทีเดียว ในใจแอบคิดว่า ว่างๆ จะต้องแวะไปดูหน้าสักครั้ง

       “คุณแม่คร้าบ” คนรู้ทันร้องเรียกอีกฝ่ายด้วยสีหน้ายิ้มๆ

“แหม...ก็แม่อดห่วงไม่ได้นี่นา”

“คุณแม่ไม่มั่นใจเหรอครับว่า ลูกแม่คนนี้ก็ตาแหลมอยู่นะ”

“เฮ้อ ถึงแม่จะอยากให้ป้อมีคนดูแล แต่แม่ก็อยากจะแน่ใจว่า ผู้หญิงคนนั้นน่ะรักที่ตัวแกจริงๆ ไม่ใช่ทรัพย์สินของเรา” ปรางทิพย์เคยพูดคุยเรื่องการแนะนำหญิงสาวหลายๆ คนที่มีคุณสมบัติดีเลิศให้เจ้าลูกชายตัวดี แต่กลับถูกอีกฝ่ายปฏิเสธอย่างนุ่มนวล เธอก็ไม่อยากจะบังคับใจคนของตัว ด้วยกลัวจะทำให้ลูกชายที่รักอึดอัด เพราะตอนนี้บรรยากาศดีๆ ที่กลับคืนมานั้น เธออยากให้มันเป็นอยู่อย่างนี้ตลอดไป

ด้วยเธอรู้แล้วว่า ความรู้สึกของคนในครอบครัวสำคัญที่สุด

บ้านควรจะเป็นที่ที่อยู่ได้อย่างสบายใจ และเป็นที่พักพิงจิตใจของทุกคน

“ครับคุณแม่ ผมจะไม่ทำให้คุณแม่ผิดหวังแน่นอน”

“ไม่เอา ลูกต่างหากที่ต้องไม่ผิดหวัง แม่อยากให้ลูกเจอคนดีๆ ก็พอ”

“ขอบคุณครับคุณแม่ที่เป็นห่วง” เขากอดหญิงสูงวัยด้วยความรักที่เต็มหัวใจ

ผู้หญิงคนนี้ที่เขาทั้งรักและเทิดทูน คนที่ให้ความรักกับเขามาทั้งชีวิตด้วยความจริงใจ

 




(โปรดติดตามตอนต่อไป)


ผลงานจากทรายชมพู

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

0 ความคิดเห็น